LOGINยามบ่ายคล้อยของบ้านใหญ่ถูกห่มคลุมด้วยแสงแดดสีทองอ่อน ลอดผ่านม่านโปร่งเข้ามาแตะต้องพื้นหินอ่อนอย่างแผ่วเบา บรรยากาศเงียบสงบผิดกับชื่อเสียงของบ้านหลังนี้ที่ไม่เคยขาดเรื่องราวให้พูดถึง ดารินทร์ยืนอยู่บริเวณโถงกลาง มือทั้งสองประคองถาดเงินที่วางแก้วน้ำขิงอุ่น ๆ ส่งไอหอมจาง ๆ ลอยขึ้นมา เธอสูดลมหายใจลึกหนึ
เขายิ้ม ก่อนจะเหลือบมองหน้าท้องของเธออย่างเอ็นดู “ดูแลตัวเองดี ๆ ล่ะ หลานของพ่อคงแข็งแรงน่าดู”เธอพยักหน้า มือเล็กวางทับหน้าท้องอย่างอ่อนโยน “หนูจะพยายามค่ะ”ทั้งสองคุยกันต่ออีกนาน เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวัน เรื่องดอกไม้ในสวน เรื่องอากาศที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล บางครั้งคุณพ่อก็เล่าเรื่องในอดีต
ยามบ่ายของบ้านใหญ่เงียบสงบกว่าทุกวัน แสงแดดอ่อนส่องลอดผ่านกระจกบานสูงเข้ามาแตะพื้นหินอ่อนจนเกิดเงาวาวบาง ๆ บรรยากาศรอบด้านดูผ่อนคลายอย่างที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนัก โดยเฉพาะในวันที่คุณหญิงจิตกมลไม่อยู่บ้าน คฤหาสน์หลังใหญ่จึงเหมือนหายใจโล่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัดดารินทร์ก้าวออกมาจากห้องนอนอย่างช้า ๆ มือหน
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปอย่างเงียบงัน แต่กลับเต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตของทั้งวินทัพและดารินทร์ ราวกับทุกอย่างถูกเร่งให้เดินไปข้างหน้าโดยไม่เปิดโอกาสให้ใครได้หันกลับไปมองอดีตอีกต่อไป งานแต่งงานถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย สมกับความตั้งใจของแม่เจ้าบ่าวที่ไม่ต้องการให้เรื่องราวของพวกเขากลายเป็นเป้
รถยนต์คันเดิมเคลื่อนตัวออกจากคฤหาสน์อย่างเงียบงัน ประตูรั้วเหล็กบานใหญ่ค่อย ๆ ปิดลงเบื้องหลัง ราวกับปิดฉากบทสนทนาอันตึงเครียดที่ยังคงก้องอยู่ในความคิดของทั้งสองคน วินทัพนั่งหลังพวงมาลัย สีหน้าสงบนิ่งเกินกว่าจะอ่านความรู้สึกได้ ข้างกายคือดารินทร์ที่นั่งตัวตรง มือเล็กถูกกุมเอาไว้แน่นในอุ้งมือของเขาตลอ
ยามบ่ายของบ้านใหญ่เงียบสงบกว่าทุกวัน แสงแดดอ่อนส่องลอดผ่านกระจกบานสูงเข้ามาแตะพื้นหินอ่อนจนเกิดเงาวาวบาง ๆ บรรยากาศรอบด้านดูผ่อนคลายอย่างที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนัก โดยเฉพาะในวันที่คุณหญิงจิตกมลไม่อยู่บ้าน คฤหาสน์หลังใหญ่จึงเหมือนหายใจโล่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัดดารินทร์ก้าวออกมาจากห้องนอนอย่างช้า ๆ มือหน







