Share

บทที่ 6

Author: เข่ออ้ายตัว
"แต่พี่ไม่เคยรู้เลยว่ายัยนั่นจะทำให้นายต้องทนกล้ำกลืนฝืนทนขนาดนี้ แค้นนี้พี่จะช่วยนายเอาคืนให้ได้"

ภาพเหตุการณ์ในหัวค่อยๆ แจ่มชัดขึ้น แต่อารมณ์ของฉันกลับไม่ได้มีความรู้สึกใดๆ แม้แต่น้อย

ผมตบบ่าพี่สาวเบาๆ "ผมลืมมันไปหมดแล้วจริงๆ ครับพี่ ผมตั้งใจจะกลับไปเรียนสถาปัตย์ใหม่ ทำในสิ่งที่ชอบจริงๆ นับจากนี้ไปผมจะมีความสุขแน่นอน"

พี่สาวทำท่าจะพูดอะไรต่อ แต่ก็ถูกเสียงแจ้งเตือนฟีดโซเชียลจากโทรศัพท์ขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน

สวี่ชิงอวิ้นโพสต์ข้อความ "เพื่อเป็นการฉลองให้กับการกลับประเทศของหลินเจียชวน ฉันจะจัดงานเลี้ยงให้เขาในอีกสามวันข้างหน้า โดยในงานจะมีข่าวใหญ่ประกาศให้ทราบ หวังว่าเพื่อนๆ ทุกคนจะมาร่วมงานกันนะคะ" แถมยังจงใจแท็กชื่อผมกับพี่สาวไว้ด้านล่างอีกด้วย

พี่คนนี้เป็นบ้าอะไรขึ้นมาอีก คิดว่าทำแบบนี้แล้วผมจะหึงหวงหรือไง?

ในช่องคอมเมนต์ต่างพากันคาดเดาไปต่างๆ นานาว่าข่าวดีที่ว่าจะคืออะไร ส่วนใหญ่พากันอวยพรขอให้เธอและหลินเจียชวนมีข่าวดีเรื่องแต่งงานเร็วๆ

พี่สาวมองผมด้วยความเป็นห่วง กลัวว่าผมจะเสียใจ

แต่บนใบหน้าของผมกลับไม่มีร่องรอยความเจ็บปวดใดๆ แถมยังแฝงความรังเกียจเอาไว้เล็กน้อยด้วยซ้ำ

"นายอยากไปไหม?"

ผมตอบกลับไปอย่างไม่ใส่ใจ

"ไปสิ ถือเสียว่าไปโบกมือบอกลาแปดปีที่ผ่านมาของผม"

สามวันต่อมา เพิ่งก้าวเท้าเข้ามาในงานเลี้ยง ก็ได้ยินเสียงผู้คนรอบข้างพากันซุบซิบนินทา

"เขานี่แหละที่แย่งแฟนของเจียชวนไป แถมยังบังคับให้เจียชวนต้องอยู่ต่างประเทศถึงแปดปี ก่อนหน้านี้ยังร้องไห้อยู่ในห้องรับรองอีก”

"ชิงอวิ้นก็น่าสงสาร ดันถูกคนแบบนี้ตามตื๊อไม่เลิก ถึงขั้นบริษัทที่เธอก่อตั้งเองยังถูกเขาควบคุม”

"คู่รักคู่นี้ต้องอยู่ไกลกันตั้งแปดปี ในแต่ละปีชิงอวิ้นทำได้แค่บินไปหาเขาที่ต่างประเทศแค่ครั้งสองครั้งเอง"

"วันนี้ยังจะมาแย่งซีนงานเลี้ยงต้อนรับเจียชวน บังคับให้ชิงอวิ้นบอกรักตัวต่อหน้าทุกคนอีก ผู้ชายคนนี้มันไร้ยางอายจริงๆ"

ผมมึนตึ๊บไปหมด ภาษาที่พวกเขากำลังพูดอยู่นี่ใช่ภาษาคนหรือเปล่าเนี่ย?

พี่สาวเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างออกจึงดึงผมออกไป

"นายไปนั่งหาอะไรกินพักผ่อนตรงมุมโน้นก่อนนะ เดี๋ยวพี่จะไปสืบดูให้รู้เรื่องว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่"

ผมเพิ่งนั่งลงได้ไม่นาน หลินเจียชวนในชุดสูทเนี้ยบก็เดินเข้ามาหาผม

ขอบตาของเขาแดงก่ำ ราวกับเพิ่งร้องไห้อย่างหนักมา

"จิ้งเฉิง นายบงการชีวิตชิงอวิ้นมานานแปดปีแล้ว คืนเธอมาให้ฉันจะได้ไหม?"

เขากำลังพูดบ้าอะไรอยู่กัน? ผมมองเขาด้วยความเอือมระอาแล้วหันหลังเตรียมเดินหนี

แต่จู่ๆ เขากลับคว้ามือผมไว้แน่น แล้วคุกเข่าลงตรงหน้าผม

"ถ้านายไม่ยินยอมปล่อยเธอไป นายช่วยดีกับเธอให้มากกว่านี้หน่อยได้ไหม?"

"ตลอดสองวันที่ผ่านมาเธอเสียใจจนกินข้าวไม่ลงเพราะนาย นายเลิกใช้ความเย็นชาทำร้ายจิตใจเธอสักทีจะได้ไหม?"

ผมกำลังจะโต้กลับ แต่แหวนที่นิ้วของเขากลับสะท้อนแสงเข้าตาผมเสียก่อน

ตัวอักษรภาษาอังกฤษที่สลักอยู่บนแหวนวงนั้น มันดูคุ้นตาผมอย่างบอกไม่ถูก

ยังไม่ทันตั้งสติได้ เสียงรองเท้าส้นสูงก็ดังใกล้เข้ามาจากระยะไกล

สวี่ชิงอวิ้นเดินตรงเข้ามาผลักผมตกลงไปในสระว่ายน้ำอย่างแรง พร้อมตวาดด่าผมด้วยความโกรธ

"เจียงจิ้งเฉิง ฉันไม่นึกเลยนะว่านายจะเป็นคนชอบรังแกคนที่อ่อนแอกว่าแบบนี้!"

"อุตส่าห์ตั้งใจว่าจะใช้โอกาสวันนี้เปิดตัวคบหากับนายอย่างเป็นทางการ นายมันไม่คู่ควรเลยสักนิด"

แต่ผมว่ายน้ำไม่เป็นเลย ได้แต่ตะเกียกตะกายเอาชีวิตรอดอยู่ในสระ

ส่วนสวี่ชิงอวิ้นกลับไม่สนใจแม้แต่น้อย “เลิกแกล้งได้แล้ว สระว่ายน้ำนี้ลึกแค่สองเมตรเอง ไม่จมน้ำตายหรอก"

“ฉันแค่จะสั่งสอนนายสักหน่อย ใครใช้ให้นายรังแกเจียชวน แถมยังแกล้งทำเป็นความจำเสื่อมเพื่อหลอกคนอื่นอีกล่ะ”

ในตอนที่สติของผมเริ่มเลือนราง มีผู้หญิงคนหนึ่งกระโดดลงสระมาช่วยผมขึ้นจากน้ำ

หลังจากเจียงจิ้งหลานรู้เรื่อง เธอก็รีบพุ่งเข้ามาตบหน้าสวี่ชิงอวิ้นอย่างแรงด้วยขอบตาแดงก่ำและน้ำเสียงสั่นเครือ

"เพราะเธอนั่นแหละ จิ้งเฉิงเลยเข้ารับการรักษาเพื่อลบความทรงจำแปดปี เขาลืมเธอไปนานแล้ว"

"นับจากนี้ไปอย่าได้มาเพ่นพ่านวุ่นวายกับเขาอีก ไม่งั้นฉันจะถล่มบริษัทของเธอให้พังพินาศ!"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เธอแกล้งลืม ผมกลับลืมจริง   บทที่ 14

    “ผมกับเธอเป็นศัตรูกันแล้ว ผมแค่ถามดูว่าเธอเป็นยังไง เผื่อจะได้เติมเชื้อไฟให้เรื่องมันร้อนขึ้นอีกหน่อย” ผมติดต่อทนายความและยื่นข้อกล่าวหาเพิ่มเติมต่อสวี่ชิงอวิ้น เนื่องจากหลักฐานชัดเจนและแน่นหนา เธอจึงถูกจำคุกเป็นเวลาห้าปี ระหว่างที่สวี่ชิงอวิ้นอยู่ในเรือนจำ บริษัทขาดทุนจนต้องปิดตัวลง ทรัพย์สินของบริษัทถูกนำออกขายทอดตลาดจนไม่เหลืออะไรเลย หลังจากพักฟื้นอยู่ระยะหนึ่ง ผมกับเมี่ยวเมี่ยวก็ทุ่มเทให้กับงานในสถาบันวิจัยอย่างเต็มที่ ชีวิตในแต่ละวันเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความหมาย ผมกับเธอตื่นแต่เช้า นอนดึก นั่งทำงานด้วยกันจนแทบไม่ได้พัก ออกเดินทางไปทั่วประเทศเพื่อเก็บข้อมูลและลงพื้นที่ศึกษาสถาปัตยกรรมโบราณ พร้อมตีพิมพ์ผลงานวิจัย ฝึกวาดเลียนแบบสถาปัตยกรรมโบราณ เขียนแบบอาคาร และพยายามอย่างเต็มที่เพื่อการบูรณะและอนุรักษ์สิ่งเหล่านี้ สี่ปีต่อมา ตอนที่โปรเจกต์เสร็จสิ้นลงด้วยดี ผมก็คุกเข่าขอเธอแต่งงานหลังจากนั้น ผมก็จัดงานแต่งงานอย่างยิ่งใหญ่อลังการให้แก่เธอ ประกาศความรักที่ผมมีต่อเธอให้คนทั้งเมืองได้รับรู้ญาติสนิทมิตรสหายต่างพากันมาร่วมแสดงความยินดี บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสุขยิ่งไปกว่

  • เธอแกล้งลืม ผมกลับลืมจริง   บทที่ 13

    “ถ้าตื่นแล้ว ก็เริ่มทำการรักษาได้เลย” ผมพยายามจะดิ้นลุกขึ้นจากเตียงรักษา แต่กลับพบว่ามือและเท้าของตัวเองถูกมัดเอาไว้หมดแล้ว ทำรักษาเหรอ? เธอคนนี้คิดจะจับผมทำการรักษาอะไรกันชายแก่เคราขาวในชุดสำหรับการรักษาที่ยืนอยู่ข้างๆ เดินขยับก้าวเข้ามาใกล้“ถ้าจิตใต้สำนึกของคนไข้ต่อต้านการฟื้นความทรงจำ จะทำให้อัตราความสำเร็จของการรักษาลดลงอย่างมาก และอาจทำให้ความทรงจำเกิดความสับสนได้ด้วย ที่แย่ที่สุดคืออาจทำให้การทำงานของสมองด้านความทรงจำเสียหาย จนเขาอาจกลายเป็นคนปัญญาอ่อนได้” ทันทีที่ได้ยิน ผมก็ดิ้นแรงขึ้นกว่าเดิมจนข้อมือที่ถูกมัดแดงก่ำ แทบจะมีเลือดซึมออกมา เขามองผมด้วยสายตาสงสาร ก่อนจะหันไปถามสวี่ชิงอวิ้น "ถึงจะเป็นอย่างนั้น คุณยังยืนยันจะทำต่ออีกอย่างนั้นเหรอ?"เธอขมวดคิ้วแน่น ราวกับกำลังครุ่นคิดถึงสภาพของผมตอนกลายเป็นคนปัญญาอ่อน“ก่อนหน้านี้คุณไม่ได้บอกว่ามั่นใจมากเหรอ? ถ้าให้ยาสลบแล้ว ยังมีความเสี่ยงสูงอยู่อีกเหรอ?”ชายแก่ถอนหายใจพยักหน้าอย่างจนใจ“ตอนนี้คนไข้ปฏิเสธการรักษาอย่างชัดเจน แถมอารมณ์ยังแปรปรวนอย่างมาก จิตใต้สำนึกของเขาปิดกั้นความเป็นไปได้ที่จะฟื้นความทรงจำเอาไว้แล้ว

  • เธอแกล้งลืม ผมกลับลืมจริง   บทที่ 12

    “สวี่ชิงอวิ้น ผมแสดงความรักกับคนอื่นต่อหน้าคุณเลยนะ คุณไม่รู้สึกอะไรเลยหรือไง?” เธอทำเหมือนไม่ได้ยิน ยื่นมือไปคว้าแขนหลินเจียชวนไว้แน่น ราวกับว่าเขาคือฟางเส้นสุดท้าย"ฉันถามนายว่ามันยังมีวิธีอยู่อีกไหม? ยังมีทางทำให้เขากลับมารักฉันอีกครั้งได้ไหม?"ทุกถ้อยคำพรั่งพรูออกมาพร้อมกับน้ำตา หลินเจียชวนถึงกับหัวเราะออกมาด้วยความโมโหจัด "ตอนที่คุณแอบมาออกเดตกับผม ไม่เห็นคุณจะรักจริงหวังแต่งขนาดนี้เลยนี่!""สวี่ชิงอวิ้น ชาตินี้ทั้งชาติคุณไม่มีวันได้เขาคืนมาอีกแล้วล่ะ!"เมื่อได้ยินเช่นนั้น เธอก็สะบัดมือเขาออกอย่างแรงจนหลินเจียชวนล้มลงกับพื้น "เป็นไปไม่ได้! เขาจะต้องกลับมารักฉันอีก นายไสหัวไปให้พ้นเลยนะ!"เธอกวาดทุกอย่างบนโต๊ะทำงานลงกับพื้นจนเกิดเสียงดังสนั่น พร้อมกับความสิ้นหวังจากการสูญเสียเจียงจิ้งเฉิงที่พังทลายลงไปพร้อมกัน วันถัดมา ลูกน้องเข้ามาปลุกเธอให้ตื่นขึ้นท่ามกลางเศษซากความพังพินาศบนพื้นห้องทำงาน"ประธานสวี่ ตื่นเร็วครับ! หลินเจียชวนหอบเงินสด90%ของบริษัทหนีไปแล้วครับ""ตอนนี้กระแสเงินสดของบริษัทขาดสะบั้น การชดเชยค่าเสียหายและสายการผลิตทุกสายชะงักหยุดนิ่ง แผนกประชาสัมพันธ์ก

  • เธอแกล้งลืม ผมกลับลืมจริง   บทที่ 11

    "วงในแฉ แฟนของประธานสวี่ไม่ได้ป่วยเลยสักนิด วันที่เขามายื่นใบลาออกยังทะเลาะกับประธานสวี่จนทุ่มฮาร์ดดิสก์พังยับ ไม่แน่ว่าข้อมูลที่ถูกเปลี่ยนโดยเจตนาอ าจเกิดขึ้นในวันนั้นก็ได้ แถมตลอดห้าปีมานี้ทั้งคู่ไม่ได้เป็นแฟนกันเลยด้วยซ้ำ""มิน่าล่ะ นึกว่าคิดไปเองคนเดียวซะอีก ตอนไลฟ์สองครั้งก่อนประธานสวี่พูดถึงแฟนตัวเองก็ไม่ได้ดูรักอะไรขนาดนั้น ที่แท้ก็โดนข่มขู่มาตลอดนี่เอง"เพียงชั่วพริบตา กระแสก็พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ ชาวเน็ตพากันหันมาโจมตีผมแทน กล่องข้อความส่วนตัวของผมโดนถล่มจนแทบระเบิดยิ่งคนให้ความสนใจผมมากขึ้น ข่าวแฉสารพัดเรื่องก็ทยอยตามมาไม่ขาดสาย ถึงขั้นมีคนขุดออกมาว่า ผมเข้าไปแทรกแซงความสัมพันธ์ระหว่างหลินเจียชวนกับสวี่ชิงอวิ้น แถมยังใช้อิทธิพลจากการเป็นทายาทเศรษฐีบีบให้หลินเจียชวนต้องออกจากประเทศ ยังมีข่าวว่าผมตามจีบสวี่ชิงอวิ้นอย่างหนักถึงสามปีแต่ไม่สำเร็จ จึงใช้ช่องทางจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เป็นข้อแลกเปลี่ยนเพื่อบีบบังคับให้เธอรับผมเข้าบริษัท แล้วตามรังควานเธอมานานถึงห้าปี ข่าวลือสารพัดแพร่สะพัดไปทั่วโลกออนไลน์ กระแสโจมตีผมรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เดิมทีผมไม่คิดจะสนใจ แต่ไม่คิดเลยว่

  • เธอแกล้งลืม ผมกลับลืมจริง   บทที่ 10

    "โจวเมี่ยวเมี่ยวคนนี้อาศัยจังหวะที่จิ้งเฉิงสับสนเรื่องความทรงจำ เฝ้าคอยประคบประหงมอยู่ข้างกายเขาทุกวัน ถ้าคุณไม่รีบลงมือทำอะไรสักอย่าง ต่อให้วันข้างหน้าเขาจะฟื้นความจำกลับมาได้ ข้างกายเขาก็คงไม่มีที่ว่างให้คุณอีกต่อไปแล้วล่ะ"ไฟแห่งความหึงหวงลุกโชนขึ้นในดวงตาของสวี่ชิงอวิ้น เธอถูกยั่วยุจนโกรธขึ้นมาทันที หลินเจียชวนยังคงเกลี้ยกล่อมเธอต่อ “ชิงอวิ้น ขอแค่คุณออกมาเป็นพยาน ใส่ร้ายจิ้งเฉิงจนเขาถูกทุกคนทอดทิ้งและไม่มีใครช่วยเหลืออีก ถึงตอนนั้นข้างกายเขาก็จะเหลือแค่คุณคนเดียว แล้วถ้าคุณยื่นมือเข้าไปช่วย ยังจำเป็นต้องมานั่งอ้อนวอนให้เขากลับมาเหมือนตอนนี้อีกเหรอ?” มุมปากของสวี่ชิงอวิ้นยกขึ้น ราวกับในชั่วขณะนั้นเธอมองเห็นภาพผมที่คอยอยู่ข้างกายเธออย่างว่าง่าย หลินเจียชวนดึงร่างเธอเข้ามาสวมกอดไว้ พร้อมลูบหลังเธอเบาๆ“ชิงอวิ้น ที่ผมทำทั้งหมดก็เพื่อคุณ ข้างกายคุณจะไม่มีผมก็ได้ แต่ต้องมีคนที่คุณรักอยู่ด้วย” สวี่ชิงอวิ้นมีสีหน้าซาบซึ้งเต็มที่ แล้วพูดขึ้นด้วยความรู้สึกผิดและเกรงใจ"ขอโทษด้วยนะ ฉันไม่สามารถรักคนสองคนพร้อมกันได้จริง"หลินเจียชวนถอนหายใจยาว "อย่างน้อยที่สุดคุณก็ต้องมีความสุข

  • เธอแกล้งลืม ผมกลับลืมจริง   บทที่ 9

    "เธอทำได้ดีมากแล้วล่ะ""ผมอยากกลับบ้านแล้ว คุณช่วยไปทำเรื่องออกจากโรงพยาบาลให้หน่อยได้ไหม?"เมี่ยวเมี่ยวตอบรับด้วยใบหูที่ขึ้นสีแดงระเรื่อเสียงชัตเตอร์ดังขึ้น ทำลายบรรยากาศหวานละมุนในตอนนั้นลงทันที เงาร่างหนึ่งแวบผ่านหน้าประตู เมี่ยวเมี่ยวจึงรีบวิ่งตามออกไปในทันทีไม่กี่นาทีต่อมา เธอก็กลับมาด้วยสีหน้าหงอยๆ “จับตัวคนคนนั้นไม่ได้ รูปที่เขาถ่ายจะส่งผลกระทบกับนายไหม?” ผมตอบกลับไปอย่างไม่ใส่ใจ "ไม่เป็นไรหรอก อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด พวกนั้นทำอะไรผมไม่ได้หรอก"ไม่กี่วันต่อมา ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่อย่างบลูโอเชียนของบริษัทสวี่ชิงอวิ้นก็เปิดตัววางจำหน่ายในงานเปิดตัว สวี่ชิงอวิ้นพูดถึงผลงานด้านการออกแบบของผมที่มีต่อผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างยกใหญ่ พร้อมยกความดีความชอบทั้งหมดที่ทำให้ผลิตภัณฑ์เปิดตัวได้สำเร็จให้กับความทุ่มเทในการทำงานและการนำทีมของผม นักข่าวที่อยู่ในงานจึงถือโอกาสถามขึ้นว่า "ขอถามหน่อยครับว่าผู้จัดการเจียงที่ประธานสวี่เอ่ยชมอยู่นี้อยู่ในงานด้วยไหมครับ?""แล้วคุณกับเขา มีความสัมพันธ์กันอย่างไรครับ?"สวี่ชิงอวิ้นได้ยินดังนั้นก็ยิ้มอย่างเขินอาย "เขาเป็นแฟนของฉันเองค่ะ ช่วงนี้สุขภา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status