Share

บทที่ 5

Author: เข่ออ้ายตัว
ผมส่ายหน้าด้วยความหงุดหงิดใจ และยังคงยืนยืนคำเดิมที่จะลาออก

แถมยังพูดเสริมขึ้นมาอีกว่า "สวี่ชิงอวิ้น ผมไม่รู้หรอกนะว่าตลอดแปดปีที่ผ่านมาตัวเองใช้ชีวิตผ่านมันมาได้ยังไง แต่ในวินาทีนี้ผมรู้ดีที่สุดว่า ผมต้องการเลิกกับพี่"

แววตาของเธอเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ ขอบตาเริ่มแดงเรื่อ

"แค่เพราะเรื่องตำแหน่งงานแค่นี้เนี่ยนะ? เจียงจิ้งเฉิง นายจะเอาแต่ใจอะไรนักหนา ฉันทำทั้งหมดก็เพื่อบริษัทของเรา”

หลินเจียชวนเอื้อมมือไปตบบ่าเธอด้วยความสงสารจับใจ ก่อนหันมาพูดกับผมด้วยสีหน้าจริงจัง แต่มุมปากของเขากลับยกขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

"น้องชาย ผูกพันกันมาตั้งห้าปี จะเอาแต่อารมณ์ชั่ววูบมาพูดเลิกกันง่ายๆ แบบนี้ไม่ได้นะ"

"ถ้าเกิดนายทำแบบนี้เพราะฉัน งั้นฉันไม่เข้ามาร่วมงานในบริษัทแล้วก็ได้ อย่างอแงทำตัวเป็นเด็กๆไปหน่อยเลย"

ผมมองคนเสแสร้งตรงหน้าแล้วรู้สึกสะอิดสะเอียนขึ้นมา

เมื่อหมดความอดทน ผมก็เดินออกจากห้องทันที

สวี่ชิงอวิ้นตะโกนรั้งผมไว้กะทันหัน "เจียงจิ้งเฉิง หยุดเดี๋ยวนี้นะ! ถ้านายก้าวขาออกจากประตูนี้ไป เราสองคนก็จบกันจริงๆแน่”

ฉันหัวเราะอย่างเย็นชา

"ก็ดีสิ ต้องการให้เป็นแบบนั้นอยู่พอดี"

ขณะที่ผมกำลังเก็บของอยู่ที่โต๊ะทำงาน สวี่ชิงอวิ้นก็วิ่งตามออกมาดึงตัวผมไว้ อ้างว่าผมยังไม่ได้ส่งมอบเอกสารโปรเจกต์ จึงไม่ยอมให้ผมออกจากบริษัท

ผมลบรหัสผ่านคอมพิวเตอร์ แล้วถ่ายโอนไฟล์โปรเจกต์ทั้งหมดที่อยู่ในฮาร์ดดิสก์ออกมา

แต่เธอกลับยังคงหาเรื่องตอแยไม่เลิกรา

ในระหว่างที่ยื้อยุดฉุดกระชากกันอยู่นั้น ฮาร์ดดิสก์ของผมก็ถูกเหวี่ยงตกพื้นจนพังยับเยิน

ในฮาร์ดดิสก์นั้น มันรวบรวมข้อมูลแบบแปลนสถาปัตยกรรมที่ผมอุตส่าห์เรียบเรียงสะสมมาหลายปีไว้ทั้งหมด

ในที่สุดสีหน้าเย็นชาของผมก็เผยความโกรธออกมา และนั่นก็ทำให้เธอพึงพอใจขึ้นมาได้

"พี่ต้องการจะเอายังไงกันแน่?"

เธอตอบกลับมาด้วยความดีอกดีใจ "ฉันต้องการให้นายทำงานต่อที่บริษัทเพื่อช่วยงานฉัน"

"แล้วถ้าผมไม่ตกลงล่ะ?"

เธอขยับเข้ามาใกล้ข้างหูผม แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเจตนาร้าย "ฉันก็จะประกาศเปิดตัวคบหากับเจียชวนอย่างเป็นทางการ แล้วทำให้ตัวตนของนายหายไปจากความสัมพันธ์ครั้งนี้ซะ"

ผมจ้องมองผู้หญิงตรงหน้าที่กำลังข่มขู่ผม แล้วรู้สึกว่าเธอช่างน่ารำคาญเหลือเกิน

"แล้วแต่พี่เลย"

หลังจากออกมา ผมก็ติดต่ออาจารย์ที่ปรึกษาคนเก่าทันที

“อาจารย์ครับ ผมเสียใจที่เคยถอนตัวออกมา ตอนนี้ทีมวิจัยของโปรเจกต์ยังมีที่ให้ผมกลับไปช่วยไหมครับ?”

อาจารย์มองแบบร่างสถาปัตยกรรมที่กองเต็มโต๊ะตรงหน้า ก่อนพูดเสียงแข็ง

“เหลวไหล งานวิจัยทางวิชาการใช่ว่าอยากออกก็ออก อยากกลับมาก็กลับมาได้ง่ายๆหรือไง?”

ฉันพูดคำขอโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความรู้สึกผิด เสียงสั่นเครือไปหมด

“ผมผิดเองครับ ตลอดหลายปีที่ผมออกห่างจากงานวิจัยด้านสถาปัตยกรรม ผมถึงได้รู้ว่าตัวเองรักงานนี้มากแค่ไหน มีเพียงตอนที่ได้ทุ่มเทให้กับมันอย่างเต็มที่ ผมถึงจะรู้สึกมีความสุขจริงๆ อาจารย์ให้โอกาสผมอีกครั้งได้ไหมครับ?”

อาจารย์ถอนหายใจ “ก็ได้ แต่นายไม่ได้แตะงานด้านนี้มาหลายปีแล้ว ฝีมือต้องไม่คล่องเหมือนเดิมแน่นอน ถ้ากลับเข้าทีมอีกครั้ง ก็ต้องเริ่มจากการเขียนแบบพื้นฐานก่อน”

ผมตอบตกลงอย่างเต็มใจ ขอแค่ได้กลับเข้าทีม อย่างน้อยผมก็ยังมีโอกาสรื้อฟื้นทักษะของตัวเองขึ้นมาใหม่

อีกด้านหนึ่ง สวี่ชิงอวิ้นเดินกลับเข้าห้องทำงานด้วยความผิดหวัง ขอบตาแดงก่ำด้วยความโกรธ

หลินเจียชวนโอบกอดเธอและปลอบโยนเธออย่างอ่อนโยน "จิ้งเฉิงก็แค่กำลังโมโห เดี๋ยวปลอบหน่อยก็หายแล้ว”

"หรือเอาแบบนี้ดีไหม อีกไม่กี่วันในงานเลี้ยงต้อนรับผมกลับประเทศ คุณคอยเชิญเพื่อนๆ มาเยอะหน่อย แล้วจัดงานประกาศเปิดตัวคบหากับจิ้งเฉิงเป็นเซอร์ไพรส์ให้เขาซะเลย เขาคงรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจกับการคบกันแบบลับๆ มาหลายปีนี้แล้วล่ะ”

สวี่ชิงอวิ้นมองเขาด้วยความรู้สึกผิด “แบบนั้นจะลำบากนายเกินไป แถมยังแย่งซีนงานเลี้ยงต้อนรับการกลับประเทศของนายอีก”

"ไม่เป็นไรหรอก จะได้ไม่ต้องให้คุณเสียเวลาไปจัดงานใหม่อีกรอบไง"

หลังจากผมกลับถึงบ้าน พี่สาวที่เข้มแข็งมาตลอดกลับนั่งร้องไห้ต่อหน้ารูปถ่ายที่วางเต็มโต๊ะ

ในรูปถ่ายเหล่านั้นล้วนมีภาพของผมอยู่เต็มไปหมด ทั้งตอนทำงานโอทีที่บริษัทของสวี่ชิงอวิ้นจนแทบไม่ได้หลับได้นอน ออกไปดื่มและเข้าสังคมแทนเธอจนต้องเข้าโรงพยาบาลเพราะปวดท้องไม่ต่ำกว่าห้าครั้ง รอยแผลเป็นบนมือจากการทำอาหารให้สวี่ชิงอวิ้น รวมถึงภาพตอนทำงานบ้านและคอยดูแลเรื่องกินอยู่ของเธอ

ในขณะที่ผมใช้ชีวิตวนเวียนอยู่แค่ระหว่างบ้านกับบริษัท สวี่ชิงอวิ้นกลับอ้างเรื่องไปทำงานต่างประเทศอยู่บ่อยครั้ง เพื่อบินไปพบหลินเจียชวน

พี่สาวเรียบเรียงเก็บรูปถ่ายเหล่านั้นด้วยความสงสารจับใจ น้ำเสียงค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความโกรธแค้น

"ตอนนั้นหลังจากที่นายตามจีบยัยนั่นอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่ตั้งสามปี จู่ๆ ก็ทำตัวเงียบเชียบไป พี่ก็รู้ได้ทันทีเลยว่าพวกแกคบกันแล้ว"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เธอแกล้งลืม ผมกลับลืมจริง   บทที่ 14

    “ผมกับเธอเป็นศัตรูกันแล้ว ผมแค่ถามดูว่าเธอเป็นยังไง เผื่อจะได้เติมเชื้อไฟให้เรื่องมันร้อนขึ้นอีกหน่อย” ผมติดต่อทนายความและยื่นข้อกล่าวหาเพิ่มเติมต่อสวี่ชิงอวิ้น เนื่องจากหลักฐานชัดเจนและแน่นหนา เธอจึงถูกจำคุกเป็นเวลาห้าปี ระหว่างที่สวี่ชิงอวิ้นอยู่ในเรือนจำ บริษัทขาดทุนจนต้องปิดตัวลง ทรัพย์สินของบริษัทถูกนำออกขายทอดตลาดจนไม่เหลืออะไรเลย หลังจากพักฟื้นอยู่ระยะหนึ่ง ผมกับเมี่ยวเมี่ยวก็ทุ่มเทให้กับงานในสถาบันวิจัยอย่างเต็มที่ ชีวิตในแต่ละวันเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความหมาย ผมกับเธอตื่นแต่เช้า นอนดึก นั่งทำงานด้วยกันจนแทบไม่ได้พัก ออกเดินทางไปทั่วประเทศเพื่อเก็บข้อมูลและลงพื้นที่ศึกษาสถาปัตยกรรมโบราณ พร้อมตีพิมพ์ผลงานวิจัย ฝึกวาดเลียนแบบสถาปัตยกรรมโบราณ เขียนแบบอาคาร และพยายามอย่างเต็มที่เพื่อการบูรณะและอนุรักษ์สิ่งเหล่านี้ สี่ปีต่อมา ตอนที่โปรเจกต์เสร็จสิ้นลงด้วยดี ผมก็คุกเข่าขอเธอแต่งงานหลังจากนั้น ผมก็จัดงานแต่งงานอย่างยิ่งใหญ่อลังการให้แก่เธอ ประกาศความรักที่ผมมีต่อเธอให้คนทั้งเมืองได้รับรู้ญาติสนิทมิตรสหายต่างพากันมาร่วมแสดงความยินดี บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสุขยิ่งไปกว่

  • เธอแกล้งลืม ผมกลับลืมจริง   บทที่ 13

    “ถ้าตื่นแล้ว ก็เริ่มทำการรักษาได้เลย” ผมพยายามจะดิ้นลุกขึ้นจากเตียงรักษา แต่กลับพบว่ามือและเท้าของตัวเองถูกมัดเอาไว้หมดแล้ว ทำรักษาเหรอ? เธอคนนี้คิดจะจับผมทำการรักษาอะไรกันชายแก่เคราขาวในชุดสำหรับการรักษาที่ยืนอยู่ข้างๆ เดินขยับก้าวเข้ามาใกล้“ถ้าจิตใต้สำนึกของคนไข้ต่อต้านการฟื้นความทรงจำ จะทำให้อัตราความสำเร็จของการรักษาลดลงอย่างมาก และอาจทำให้ความทรงจำเกิดความสับสนได้ด้วย ที่แย่ที่สุดคืออาจทำให้การทำงานของสมองด้านความทรงจำเสียหาย จนเขาอาจกลายเป็นคนปัญญาอ่อนได้” ทันทีที่ได้ยิน ผมก็ดิ้นแรงขึ้นกว่าเดิมจนข้อมือที่ถูกมัดแดงก่ำ แทบจะมีเลือดซึมออกมา เขามองผมด้วยสายตาสงสาร ก่อนจะหันไปถามสวี่ชิงอวิ้น "ถึงจะเป็นอย่างนั้น คุณยังยืนยันจะทำต่ออีกอย่างนั้นเหรอ?"เธอขมวดคิ้วแน่น ราวกับกำลังครุ่นคิดถึงสภาพของผมตอนกลายเป็นคนปัญญาอ่อน“ก่อนหน้านี้คุณไม่ได้บอกว่ามั่นใจมากเหรอ? ถ้าให้ยาสลบแล้ว ยังมีความเสี่ยงสูงอยู่อีกเหรอ?”ชายแก่ถอนหายใจพยักหน้าอย่างจนใจ“ตอนนี้คนไข้ปฏิเสธการรักษาอย่างชัดเจน แถมอารมณ์ยังแปรปรวนอย่างมาก จิตใต้สำนึกของเขาปิดกั้นความเป็นไปได้ที่จะฟื้นความทรงจำเอาไว้แล้ว

  • เธอแกล้งลืม ผมกลับลืมจริง   บทที่ 12

    “สวี่ชิงอวิ้น ผมแสดงความรักกับคนอื่นต่อหน้าคุณเลยนะ คุณไม่รู้สึกอะไรเลยหรือไง?” เธอทำเหมือนไม่ได้ยิน ยื่นมือไปคว้าแขนหลินเจียชวนไว้แน่น ราวกับว่าเขาคือฟางเส้นสุดท้าย"ฉันถามนายว่ามันยังมีวิธีอยู่อีกไหม? ยังมีทางทำให้เขากลับมารักฉันอีกครั้งได้ไหม?"ทุกถ้อยคำพรั่งพรูออกมาพร้อมกับน้ำตา หลินเจียชวนถึงกับหัวเราะออกมาด้วยความโมโหจัด "ตอนที่คุณแอบมาออกเดตกับผม ไม่เห็นคุณจะรักจริงหวังแต่งขนาดนี้เลยนี่!""สวี่ชิงอวิ้น ชาตินี้ทั้งชาติคุณไม่มีวันได้เขาคืนมาอีกแล้วล่ะ!"เมื่อได้ยินเช่นนั้น เธอก็สะบัดมือเขาออกอย่างแรงจนหลินเจียชวนล้มลงกับพื้น "เป็นไปไม่ได้! เขาจะต้องกลับมารักฉันอีก นายไสหัวไปให้พ้นเลยนะ!"เธอกวาดทุกอย่างบนโต๊ะทำงานลงกับพื้นจนเกิดเสียงดังสนั่น พร้อมกับความสิ้นหวังจากการสูญเสียเจียงจิ้งเฉิงที่พังทลายลงไปพร้อมกัน วันถัดมา ลูกน้องเข้ามาปลุกเธอให้ตื่นขึ้นท่ามกลางเศษซากความพังพินาศบนพื้นห้องทำงาน"ประธานสวี่ ตื่นเร็วครับ! หลินเจียชวนหอบเงินสด90%ของบริษัทหนีไปแล้วครับ""ตอนนี้กระแสเงินสดของบริษัทขาดสะบั้น การชดเชยค่าเสียหายและสายการผลิตทุกสายชะงักหยุดนิ่ง แผนกประชาสัมพันธ์ก

  • เธอแกล้งลืม ผมกลับลืมจริง   บทที่ 11

    "วงในแฉ แฟนของประธานสวี่ไม่ได้ป่วยเลยสักนิด วันที่เขามายื่นใบลาออกยังทะเลาะกับประธานสวี่จนทุ่มฮาร์ดดิสก์พังยับ ไม่แน่ว่าข้อมูลที่ถูกเปลี่ยนโดยเจตนาอ าจเกิดขึ้นในวันนั้นก็ได้ แถมตลอดห้าปีมานี้ทั้งคู่ไม่ได้เป็นแฟนกันเลยด้วยซ้ำ""มิน่าล่ะ นึกว่าคิดไปเองคนเดียวซะอีก ตอนไลฟ์สองครั้งก่อนประธานสวี่พูดถึงแฟนตัวเองก็ไม่ได้ดูรักอะไรขนาดนั้น ที่แท้ก็โดนข่มขู่มาตลอดนี่เอง"เพียงชั่วพริบตา กระแสก็พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ ชาวเน็ตพากันหันมาโจมตีผมแทน กล่องข้อความส่วนตัวของผมโดนถล่มจนแทบระเบิดยิ่งคนให้ความสนใจผมมากขึ้น ข่าวแฉสารพัดเรื่องก็ทยอยตามมาไม่ขาดสาย ถึงขั้นมีคนขุดออกมาว่า ผมเข้าไปแทรกแซงความสัมพันธ์ระหว่างหลินเจียชวนกับสวี่ชิงอวิ้น แถมยังใช้อิทธิพลจากการเป็นทายาทเศรษฐีบีบให้หลินเจียชวนต้องออกจากประเทศ ยังมีข่าวว่าผมตามจีบสวี่ชิงอวิ้นอย่างหนักถึงสามปีแต่ไม่สำเร็จ จึงใช้ช่องทางจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เป็นข้อแลกเปลี่ยนเพื่อบีบบังคับให้เธอรับผมเข้าบริษัท แล้วตามรังควานเธอมานานถึงห้าปี ข่าวลือสารพัดแพร่สะพัดไปทั่วโลกออนไลน์ กระแสโจมตีผมรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เดิมทีผมไม่คิดจะสนใจ แต่ไม่คิดเลยว่

  • เธอแกล้งลืม ผมกลับลืมจริง   บทที่ 10

    "โจวเมี่ยวเมี่ยวคนนี้อาศัยจังหวะที่จิ้งเฉิงสับสนเรื่องความทรงจำ เฝ้าคอยประคบประหงมอยู่ข้างกายเขาทุกวัน ถ้าคุณไม่รีบลงมือทำอะไรสักอย่าง ต่อให้วันข้างหน้าเขาจะฟื้นความจำกลับมาได้ ข้างกายเขาก็คงไม่มีที่ว่างให้คุณอีกต่อไปแล้วล่ะ"ไฟแห่งความหึงหวงลุกโชนขึ้นในดวงตาของสวี่ชิงอวิ้น เธอถูกยั่วยุจนโกรธขึ้นมาทันที หลินเจียชวนยังคงเกลี้ยกล่อมเธอต่อ “ชิงอวิ้น ขอแค่คุณออกมาเป็นพยาน ใส่ร้ายจิ้งเฉิงจนเขาถูกทุกคนทอดทิ้งและไม่มีใครช่วยเหลืออีก ถึงตอนนั้นข้างกายเขาก็จะเหลือแค่คุณคนเดียว แล้วถ้าคุณยื่นมือเข้าไปช่วย ยังจำเป็นต้องมานั่งอ้อนวอนให้เขากลับมาเหมือนตอนนี้อีกเหรอ?” มุมปากของสวี่ชิงอวิ้นยกขึ้น ราวกับในชั่วขณะนั้นเธอมองเห็นภาพผมที่คอยอยู่ข้างกายเธออย่างว่าง่าย หลินเจียชวนดึงร่างเธอเข้ามาสวมกอดไว้ พร้อมลูบหลังเธอเบาๆ“ชิงอวิ้น ที่ผมทำทั้งหมดก็เพื่อคุณ ข้างกายคุณจะไม่มีผมก็ได้ แต่ต้องมีคนที่คุณรักอยู่ด้วย” สวี่ชิงอวิ้นมีสีหน้าซาบซึ้งเต็มที่ แล้วพูดขึ้นด้วยความรู้สึกผิดและเกรงใจ"ขอโทษด้วยนะ ฉันไม่สามารถรักคนสองคนพร้อมกันได้จริง"หลินเจียชวนถอนหายใจยาว "อย่างน้อยที่สุดคุณก็ต้องมีความสุข

  • เธอแกล้งลืม ผมกลับลืมจริง   บทที่ 9

    "เธอทำได้ดีมากแล้วล่ะ""ผมอยากกลับบ้านแล้ว คุณช่วยไปทำเรื่องออกจากโรงพยาบาลให้หน่อยได้ไหม?"เมี่ยวเมี่ยวตอบรับด้วยใบหูที่ขึ้นสีแดงระเรื่อเสียงชัตเตอร์ดังขึ้น ทำลายบรรยากาศหวานละมุนในตอนนั้นลงทันที เงาร่างหนึ่งแวบผ่านหน้าประตู เมี่ยวเมี่ยวจึงรีบวิ่งตามออกไปในทันทีไม่กี่นาทีต่อมา เธอก็กลับมาด้วยสีหน้าหงอยๆ “จับตัวคนคนนั้นไม่ได้ รูปที่เขาถ่ายจะส่งผลกระทบกับนายไหม?” ผมตอบกลับไปอย่างไม่ใส่ใจ "ไม่เป็นไรหรอก อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด พวกนั้นทำอะไรผมไม่ได้หรอก"ไม่กี่วันต่อมา ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่อย่างบลูโอเชียนของบริษัทสวี่ชิงอวิ้นก็เปิดตัววางจำหน่ายในงานเปิดตัว สวี่ชิงอวิ้นพูดถึงผลงานด้านการออกแบบของผมที่มีต่อผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างยกใหญ่ พร้อมยกความดีความชอบทั้งหมดที่ทำให้ผลิตภัณฑ์เปิดตัวได้สำเร็จให้กับความทุ่มเทในการทำงานและการนำทีมของผม นักข่าวที่อยู่ในงานจึงถือโอกาสถามขึ้นว่า "ขอถามหน่อยครับว่าผู้จัดการเจียงที่ประธานสวี่เอ่ยชมอยู่นี้อยู่ในงานด้วยไหมครับ?""แล้วคุณกับเขา มีความสัมพันธ์กันอย่างไรครับ?"สวี่ชิงอวิ้นได้ยินดังนั้นก็ยิ้มอย่างเขินอาย "เขาเป็นแฟนของฉันเองค่ะ ช่วงนี้สุขภา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status