Todos os capítulos de เธอแกล้งลืม ผมกลับลืมจริง: Capítulo 1 - Capítulo 10

14 Capítulos

บทที่ 1

“คุณเจียง ผมจำเป็นต้องขอเตือนคุณอีกครั้ง เมื่อเริ่มการสะกดจิตแล้ว ความทรงจำตลอดแปดปีที่ผ่านมาของคุณจะหายไปอย่างถาวร และเนื่องจากแต่ละคนมีระดับการตอบสนองต่อการรักษาแตกต่างกัน หลังการรักษาคุณอาจเกิดความผิดปกติด้านความทรงจำ หรือร้ายแรงถึงขั้นสมองได้รับความเสียหายได้ คุณยังยืนยันที่จะทำการรักษาอยู่ไหมครับ?”ผมนิ่งไปหลายวินาที ก่อนย้อนนึกถึงเรื่องราวตลอดแปดปีที่ผ่านมาสามปีแรกผมตามจีบสวี่ชิงอวิ้น คอยอยู่เคียงข้างเธอจนเธอก้าวผ่านบาดแผลจากรักแรกมาได้ ส่วนห้าปีหลัง เราคบกันอย่างลับๆความทรงจำทั้งหมดกลั่นกรองออกมาได้เพียงสี่คำ รักอยู่ฝ่ายเดียวผมวนเวียนอยู่รอบตัวเธอมาตลอดแปดปี แต่สิ่งที่เธอมอบกลับมาให้ผมไม่เคยเป็นความรักที่บริษัทผมเป็นลูกน้องของเธอ ที่บ้านผมเป็นเหมือนคนรับใช้ของเธอ ต่อหน้าคนนอกผมเป็นเพียงน้องชายของเพื่อนสนิทเธอ ส่วนต่อหน้าเพื่อนๆของเธอ ผมก็เป็นแค่เครื่องพิสูจน์ว่าเธอยังมีเสน่ห์มากพอให้ผู้ชายตามจีบเธอไม่เคยให้เกียรติผมจริงๆเลยสักครั้ง แล้วความทรงจำแบบนี้จะมีเหตุผลอะไรที่ผมต้องเก็บไว้อีกขณะที่ผมกำลังจะเอ่ยปากบอกให้เริ่มการรักษา แต่เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นกะทันหันกลับ
Ler mais

บทที่ 2

ผมทำให้ความคาดหวังของอาจารย์ที่ปรึกษาต้องผิดหวัง ยอมทิ้งงานวิจัยด้านสถาปัตยกรรมโบราณ ลดเวลาที่ได้อยู่กับครอบครัวและเพื่อนๆแล้วทุ่มเททั้งชีวิตให้กับงานและชีวิตของเธอ ตลอดแปดปีที่ผ่านมา เธอคือโลกทั้งใบของผมแต่หลังจากบริษัทพลิกจากขาดทุนเป็นกำไรและขยายกิจการจนใหญ่โตขึ้น เธอกลับโยนหน้าที่หลักทั้งหมดมาให้ผม ส่วนตัวเองหาเวลาบินไปต่างประเทศบ่อยๆเพื่อพบกับรักแรกอย่างหลินเจียชวนเธอคิดมาตลอดว่าผมไม่รู้เรื่องแต่ทุกครั้งที่พวกเขานัดเจอกันที่ต่างประเทศ หลินเจียชวนมักส่งข้อความส่วนตัวมาหาผม พร้อมอวดรูปคู่สุดสนิทสนมของพวกเขา“ชิงอวิ้นอยู่กับฉันได้อย่างเปิดเผย แต่กลับต้องคบกับนายอย่างหลบๆ ซ่อนๆ ตอนอยู่ในประเทศ ใครกันแน่ที่เป็นคนนอกก็ชัดเจนอยู่แล้วนะ" "เธอซื้อชุดสูทสไตล์นักธุรกิจที่ฉันชอบให้ เพื่อแต่งตัวให้เข้าชุดกับฉัน เธอเคยทำแบบนี้ให้นายบ้างไหมล่ะ?" สวี่ชิงอวิ้นไม่เคยยอมถ่ายรูปคู่กับผม และไม่เคยเลือกของขวัญโดยคำนึงถึงสิ่งที่ผมชอบเลย ในตู้เสื้อผ้าของผมมีแต่สูทที่เหมาะกับการทำงานเท่านั้นผมเคยคิดมาตลอดว่าเธอเพียงทุ่มเทความสนใจทั้งหมดให้กับการบริหารและดูแลบริษัท แต่ไม่เคยคิดเลยว่าสิ่งที่ผมได
Ler mais

บทที่ 3

ผมเผลอถามออกไปโดยไม่ทันคิดว่า“พี่ชิงอวิ้นรู้รหัสเข้าบ้านผมได้ยังไงครับ?”สวี่ชิงอวิ้นขมวดคิ้ว สีหน้าดูประหลาดใจเล็กน้อยตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อนที่ผมคบกับเธอ ผมก็ไม่เคยเรียกเธอว่าพี่อีก และไม่อนุญาตให้เธอเรียกผมว่าน้องชายด้วยผมย้ำกับเธอมานับครั้งไม่ถ้วน ถึงขั้นเคยโมโหใส่เธอว่าผมกับเธอเป็นแฟนกันไม่ใช่พี่น้อง เธอเก็บความสงสัยในใจเอาไว้ กวาดตามองไปรอบห้องแล้วบ่นขึ้นมาว่า“ห้องรกขนาดนี้ นายช่วยเก็บกวาดหน่อยไม่ได้หรือไง?”“แล้วข้าวเย็นล่ะ? ฉันหิวแล้ว”ผมมึนตึ๊บไปหมด พี่สาวคนนี้ไม่มีระยะห่างระหว่างบุคคลบ้างเลยหรือไง? นึกอยากจะจิกหัวใช้ใครก็ทำหน้าตาเฉยแบบนี้เนี่ยนะ เมื่อเห็นว่าผมยังไม่ขยับ สวี่ชิงอวิ้นก็ยิ่งขมวดคิ้วแน่นขึ้น พอเห็นรูปถ่ายในมือผม เธอก็รีบก้าวเข้ามาฉีกมันเป็นชิ้นๆทันที"ฉันเคยบอกนายแล้วไม่ใช่หรือไงว่าอย่าถ่ายรูปคู่ให้มีหลักฐานเหลือไว้ ความสัมพันธ์ลับๆของเราจะให้คนอื่นรู้ไม่ได้”ผมมองการเปลี่ยนสีหน้าอย่างกะทันหันของเธอแล้วถึงกับนิ่งอึ้งเธอคบกับผมแบบลับๆงั้นเหรอ?เท่าที่ผมจำได้ เธอมีแฟนอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?ถึงผมจะรู้สึกสนใจเธออยู่บ้าง แต่ก็คงไม่ถึงขั้นไปแย่งแฟนคนอื่
Ler mais

บทที่ 4

ส่วนอีกรูปหนึ่ง เป็นภาพผมกำลังกุมมือหญิงสาวคนหนึ่งไว้ นิ้วของเราสอดประสานกันแน่นและบนนิ้วของเราทั้งคู่ก็ยังสวมแหวนอยู่ด้วยพอผมเห็นแล้วก็ไม่เชื่อสายตาตัวเองเลยสักนิด แหวนหมั้นแถมยังสลักตัวอักษรเนี่ยนะ มันใช่เรื่องเลี่ยนๆ ที่คนอย่างผมจะทำลงไปซะที่ไหนกัน “พี่ นี่พี่ว่างมากเลยนะ ถึงขั้นตัดต่อรูปแบบนี้มาแกล้งผม”“เดี๋ยวนี้จะเร่งให้แต่งงานกัน ต้องเล่นใหญ่ถึงขนาดนี้เลยเหรอ?”โดยไม่สนใจสีหน้าตกใจเหมือนเห็นผีของเธอ ผมเดินตรงกลับเข้าห้องนอนเพื่อพักผ่อนทันที เจียงจิ้งหลานเดินตามผมเข้ามาในห้องติดๆ"ไอ้น้องชาย นายโดนปฏิเสธขอแต่งงานจนประสาทเสียไปแล้วหรือไง" ผมยกมือกุมหน้าผาก“เปล่าหรอก ผมแค่ไปเข้ารับการรักษาเพื่อลบความทรงจำมา แล้วก็ลืมเรื่องไปหลายอย่าง”“อย่าถามเหตุผลเลย ผมลืมไปแล้ว”เธอเลิกทำหน้าล้อเล่นแล้วหันมามองผมด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความสงสารเธอบอกเพียงว่าพักผ่อนให้ดี ก่อนจะหันหลังเดินออกไปผมได้ยินเสียงเธอสั่งให้คนไปตรวจสอบเรื่องที่ผมทำมาตลอดช่วงหลายวันที่ผ่านมาแว่วๆ แต่ผมไม่ได้สนใจอะไรและหลับลึกไปในที่สุด เช้าวันรุ่งขึ้น เสียงโทรศัพท์ปลุกผมให้ตื่นเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งที
Ler mais

บทที่ 5

ผมส่ายหน้าด้วยความหงุดหงิดใจ และยังคงยืนยืนคำเดิมที่จะลาออกแถมยังพูดเสริมขึ้นมาอีกว่า "สวี่ชิงอวิ้น ผมไม่รู้หรอกนะว่าตลอดแปดปีที่ผ่านมาตัวเองใช้ชีวิตผ่านมันมาได้ยังไง แต่ในวินาทีนี้ผมรู้ดีที่สุดว่า ผมต้องการเลิกกับพี่"แววตาของเธอเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ ขอบตาเริ่มแดงเรื่อ "แค่เพราะเรื่องตำแหน่งงานแค่นี้เนี่ยนะ? เจียงจิ้งเฉิง นายจะเอาแต่ใจอะไรนักหนา ฉันทำทั้งหมดก็เพื่อบริษัทของเรา” หลินเจียชวนเอื้อมมือไปตบบ่าเธอด้วยความสงสารจับใจ ก่อนหันมาพูดกับผมด้วยสีหน้าจริงจัง แต่มุมปากของเขากลับยกขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "น้องชาย ผูกพันกันมาตั้งห้าปี จะเอาแต่อารมณ์ชั่ววูบมาพูดเลิกกันง่ายๆ แบบนี้ไม่ได้นะ""ถ้าเกิดนายทำแบบนี้เพราะฉัน งั้นฉันไม่เข้ามาร่วมงานในบริษัทแล้วก็ได้ อย่างอแงทำตัวเป็นเด็กๆไปหน่อยเลย"ผมมองคนเสแสร้งตรงหน้าแล้วรู้สึกสะอิดสะเอียนขึ้นมา เมื่อหมดความอดทน ผมก็เดินออกจากห้องทันที สวี่ชิงอวิ้นตะโกนรั้งผมไว้กะทันหัน "เจียงจิ้งเฉิง หยุดเดี๋ยวนี้นะ! ถ้านายก้าวขาออกจากประตูนี้ไป เราสองคนก็จบกันจริงๆแน่” ฉันหัวเราะอย่างเย็นชา"ก็ดีสิ ต้องการให้เป็นแบบนั้นอยู่พอดี"ขณะที่ผม
Ler mais

บทที่ 6

"แต่พี่ไม่เคยรู้เลยว่ายัยนั่นจะทำให้นายต้องทนกล้ำกลืนฝืนทนขนาดนี้ แค้นนี้พี่จะช่วยนายเอาคืนให้ได้"ภาพเหตุการณ์ในหัวค่อยๆ แจ่มชัดขึ้น แต่อารมณ์ของฉันกลับไม่ได้มีความรู้สึกใดๆ แม้แต่น้อยผมตบบ่าพี่สาวเบาๆ "ผมลืมมันไปหมดแล้วจริงๆ ครับพี่ ผมตั้งใจจะกลับไปเรียนสถาปัตย์ใหม่ ทำในสิ่งที่ชอบจริงๆ นับจากนี้ไปผมจะมีความสุขแน่นอน"พี่สาวทำท่าจะพูดอะไรต่อ แต่ก็ถูกเสียงแจ้งเตือนฟีดโซเชียลจากโทรศัพท์ขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อนสวี่ชิงอวิ้นโพสต์ข้อความ "เพื่อเป็นการฉลองให้กับการกลับประเทศของหลินเจียชวน ฉันจะจัดงานเลี้ยงให้เขาในอีกสามวันข้างหน้า โดยในงานจะมีข่าวใหญ่ประกาศให้ทราบ หวังว่าเพื่อนๆ ทุกคนจะมาร่วมงานกันนะคะ" แถมยังจงใจแท็กชื่อผมกับพี่สาวไว้ด้านล่างอีกด้วย พี่คนนี้เป็นบ้าอะไรขึ้นมาอีก คิดว่าทำแบบนี้แล้วผมจะหึงหวงหรือไง?ในช่องคอมเมนต์ต่างพากันคาดเดาไปต่างๆ นานาว่าข่าวดีที่ว่าจะคืออะไร ส่วนใหญ่พากันอวยพรขอให้เธอและหลินเจียชวนมีข่าวดีเรื่องแต่งงานเร็วๆพี่สาวมองผมด้วยความเป็นห่วง กลัวว่าผมจะเสียใจ แต่บนใบหน้าของผมกลับไม่มีร่องรอยความเจ็บปวดใดๆ แถมยังแฝงความรังเกียจเอาไว้เล็กน้อยด้วยซ้ำ"
Ler mais

บทที่ 7

ผมของสวี่ชิงอวิ้นยุ่งเหยิง รอยแดงบนใบหน้าบวมขึ้นอย่างรวดเร็ว จนดูไม่ต่างจากผู้หญิงเสียสติ "จิ้งหลาน เธอเป็นบ้าอะไรขึ้นมา จิ้งเฉิงไม่มีทางความจำเสื่อมหรอก""เขาแค่กำลังโมโหฉัน แล้วก็แกล้งทำเป็นความจำเสื่อมไปเองต่างหาก"พี่สาวหัวเราะออกมาด้วยความโมโหจัด "งั้นเขาจะไปโมโหเธอเรื่องอะไรล่ะ?"สวี่ชิงอวิ้นตอบกลับมาอย่างไม่แยแส "ก็แค่เรื่องหึงหรี่หวงไร้สาระ ตัดพ้อว่าฉันเอาใจใส่เจียชวนมากเกินไป นอยด์ที่ฉันไม่ยอมเปิดตัวคบหากับเขาเปิดเผยสักทีไม่ใช่หรือไง?"ผู้คนรอบข้างต่างพากันสูดหายใจเข้าลึกด้วยความตกตะลึง"ไหนบอกว่าฝ่ายชายเป็นคนบงการฝ่ายหญิงไง? ทำไมตอนนี้กลายเป็นว่าฝ่ายหญิงแอบปิดบังความสัมพันธ์กับฝ่ายชายไปได้ล่ะ?""ไม่ถูกต้องมั้ง ถ้าสองคนนี้เป็นแฟนกันจริงๆ งั้นเจียชวนก็กลายเป็น...""เมื่อกี้พวกเธอไม่ได้ยินเหรอ? ยัยนั่นอุตส่าห์เตรียมตัวจะประกาศเปิดตัวคบหากับเขาอยู่นะ""เลิกเถียงกันได้แล้ว พวกแกรีบดูนั่นเร็ว!"พี่สาวโยนรูปถ่ายที่เธอสืบมา รวมถึงเอกสารการรักษาของผมลงตรงหน้าสวี่ชิงอวิ้น “ดูให้ดี ๆ ว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอปฏิบัติกับน้องชายของฉันยังไง” "สวี่ชิงอวิ้น ความสัมพันธ์เพื่อนส
Ler mais

บทที่ 8

ผมขี้เกียจจะรับมือกับเธอ จึงหันหน้าหนีไปมองทางหน้าต่าง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงชาเย็น“อืม ผมไม่คุ้นกับพี่เลย กลับไปเถอะ” เธอพูดขึ้นด้วยความร้อนรน น้ำเสียงแฝงความอ้อนวอน"จิ้งเฉิง นายหันมามองฉันสิ นายรักฉันมาตั้งแปดปี จะเป็นไปได้ยังไงว่าจะไม่เหลือความทรงจำเลยสักนิด?""เมื่อก่อนที่ฉันละเลยนาย สั่งให้นายทำโน่นทำนี่มันก็แค่บททดสอบของฉัน ฉันไม่เชื่อว่านายจะรักฉันจริง แต่ตลอดหลายปีที่อยู่ด้วยกันมา นายเข้ามาอยู่ในใจฉันตั้งนานแล้ว ได้โปรดอย่าทอดทิ้งฉันไปเลยนะตกลงไหม?"เธอพร่ำพูดกับตัวเองไม่หยุด "ต่อให้ความทรงจำจะหายไป สัญชาตญาณความรักที่นายมีต่อฉันมันยังอยู่อยู่ใช่ไหม? ขอแค่พวกเราใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันต่อ ความรักมันก็ต้องเกิดขึ้นใหม่อีกครั้งได้แน่ๆ"ผมยกมือคลึงหว่างคิ้วอย่างหงุดหงิด ทนฟังต่อไม่ไหว จึงส่งสัญญาณให้พี่สาวไล่เธอออกไป พี่สาวไม่พูดพร่ำทำเพลง เดินเข้าไปคว้าแขนเธอแล้วลากไปถึงหน้าประตู "เมี่ยวเมี่ยว มาปิดประตูเร็ว"เสียงทะเลาะกันระหว่างสวี่ชิงอวิ้นกับพี่สาวยังคงดังต่อเนื่องอยู่หน้าห้อง ผมมุดหัวลงใต้ผ้าห่มด้วยความหงุดหงิดใจมือนุ่มอบอุ่นคู่หนึ่งคอยตบบ่าผมเบาๆ ช่วยผ่อนคลายอารมณ์ข
Ler mais

บทที่ 9

"เธอทำได้ดีมากแล้วล่ะ""ผมอยากกลับบ้านแล้ว คุณช่วยไปทำเรื่องออกจากโรงพยาบาลให้หน่อยได้ไหม?"เมี่ยวเมี่ยวตอบรับด้วยใบหูที่ขึ้นสีแดงระเรื่อเสียงชัตเตอร์ดังขึ้น ทำลายบรรยากาศหวานละมุนในตอนนั้นลงทันที เงาร่างหนึ่งแวบผ่านหน้าประตู เมี่ยวเมี่ยวจึงรีบวิ่งตามออกไปในทันทีไม่กี่นาทีต่อมา เธอก็กลับมาด้วยสีหน้าหงอยๆ “จับตัวคนคนนั้นไม่ได้ รูปที่เขาถ่ายจะส่งผลกระทบกับนายไหม?” ผมตอบกลับไปอย่างไม่ใส่ใจ "ไม่เป็นไรหรอก อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด พวกนั้นทำอะไรผมไม่ได้หรอก"ไม่กี่วันต่อมา ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่อย่างบลูโอเชียนของบริษัทสวี่ชิงอวิ้นก็เปิดตัววางจำหน่ายในงานเปิดตัว สวี่ชิงอวิ้นพูดถึงผลงานด้านการออกแบบของผมที่มีต่อผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างยกใหญ่ พร้อมยกความดีความชอบทั้งหมดที่ทำให้ผลิตภัณฑ์เปิดตัวได้สำเร็จให้กับความทุ่มเทในการทำงานและการนำทีมของผม นักข่าวที่อยู่ในงานจึงถือโอกาสถามขึ้นว่า "ขอถามหน่อยครับว่าผู้จัดการเจียงที่ประธานสวี่เอ่ยชมอยู่นี้อยู่ในงานด้วยไหมครับ?""แล้วคุณกับเขา มีความสัมพันธ์กันอย่างไรครับ?"สวี่ชิงอวิ้นได้ยินดังนั้นก็ยิ้มอย่างเขินอาย "เขาเป็นแฟนของฉันเองค่ะ ช่วงนี้สุขภา
Ler mais

บทที่ 10

"โจวเมี่ยวเมี่ยวคนนี้อาศัยจังหวะที่จิ้งเฉิงสับสนเรื่องความทรงจำ เฝ้าคอยประคบประหงมอยู่ข้างกายเขาทุกวัน ถ้าคุณไม่รีบลงมือทำอะไรสักอย่าง ต่อให้วันข้างหน้าเขาจะฟื้นความจำกลับมาได้ ข้างกายเขาก็คงไม่มีที่ว่างให้คุณอีกต่อไปแล้วล่ะ"ไฟแห่งความหึงหวงลุกโชนขึ้นในดวงตาของสวี่ชิงอวิ้น เธอถูกยั่วยุจนโกรธขึ้นมาทันที หลินเจียชวนยังคงเกลี้ยกล่อมเธอต่อ “ชิงอวิ้น ขอแค่คุณออกมาเป็นพยาน ใส่ร้ายจิ้งเฉิงจนเขาถูกทุกคนทอดทิ้งและไม่มีใครช่วยเหลืออีก ถึงตอนนั้นข้างกายเขาก็จะเหลือแค่คุณคนเดียว แล้วถ้าคุณยื่นมือเข้าไปช่วย ยังจำเป็นต้องมานั่งอ้อนวอนให้เขากลับมาเหมือนตอนนี้อีกเหรอ?” มุมปากของสวี่ชิงอวิ้นยกขึ้น ราวกับในชั่วขณะนั้นเธอมองเห็นภาพผมที่คอยอยู่ข้างกายเธออย่างว่าง่าย หลินเจียชวนดึงร่างเธอเข้ามาสวมกอดไว้ พร้อมลูบหลังเธอเบาๆ“ชิงอวิ้น ที่ผมทำทั้งหมดก็เพื่อคุณ ข้างกายคุณจะไม่มีผมก็ได้ แต่ต้องมีคนที่คุณรักอยู่ด้วย” สวี่ชิงอวิ้นมีสีหน้าซาบซึ้งเต็มที่ แล้วพูดขึ้นด้วยความรู้สึกผิดและเกรงใจ"ขอโทษด้วยนะ ฉันไม่สามารถรักคนสองคนพร้อมกันได้จริง"หลินเจียชวนถอนหายใจยาว "อย่างน้อยที่สุดคุณก็ต้องมีความสุข
Ler mais
ANTERIOR
12
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status