LOGINผีพราย (จบ)
วินาทีที่เนตรมณีตลบฉากชูนิ้วกลางประทับหน้าตราส่งรังผีพราย มวลน้ำทั่วทั้งสายพลันเงียบสงัดลงชั่วอึดอัดใจ แม้แต่วิญญาณอาฆาตที่หิวโหยยังตกตะลึงจนดวงตากลวงโบ๋พร่าเลือน
ตั้งแต่สถิตอยู่ใต้น้ำอันหนาวเหน็บนี้... ไม่เคยมีมนุษย์หน้าไหนหยาบคายและอวดดีใส่พวกมันขนาดนี้มาก่อน…
เสียงหวีดร้องของพรายน้ำนับสิบดังสอดประสาทซ้อนทับกันจนแก้วหูแทบแตก ก่อเกิดเป็นคลื่นกระแทกใต้น้ำอย่างรุนแรง เส้นผมสีดำทมิฬราวกองทัพงูนับพันพุ่งพรวดเข้าโจมตีทันที!
พวกมันม้วนพันแขน ขา และลำเอวของเนตรมณีและเด็กชายที่อยู่ในอ้อมกอดของเธอจนแน่นหนา แรงฉุดมหาศาลมหาศาลดึงรั้งร่างของเธอและเด็กชายดิ่งลึกลงสู่ความมืดมิดอีกครั้ง เด็กน้อยในอ้อมแขนเริ่มตาสะลึมสะลือ ก่อนจะหมดสติเพราะขาดอากาศ
“เชี่ย...” เนตรมณีกัดฟันกรอด จ้องมองผิวน้ำที่ห่างไกลออกไปเรื่อยๆ จนเหลือเพียงแสงรำไร
‘ถ้าถูกลากลงไปลึกกว่านี้ ได้ไปเกิดใหม่ของจริงแน่!’
เสียงระบบดังเตือนถี่รัว
[คำเตือน: ระดับออกซิเจนของผู้เล่นกำลังวิกฤต]
[เหลือเวลา: 48 วินาที]
เนตรมณีพยายามคุมสติที่เริ่มพร่าเลือน สมองสั่งการเร็วปรื๋อ
‘ทุกอย่างมีกลไก... เปรตแพ้ความหิว... แล้วผีพรายล่ะ? พวกมันคือวิญญาณตายโหงที่ถูกผูกติดกับผืนน้ำ... สิ่งที่พวกมันโหยหาที่สุดคือ...’
ทันใดนั้น ดวงตาคู่งามพลันวาวโรจน์
“อ้อ...” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“อยากได้เพื่อนอยู่ด้วยนักใช่ไหม...” เนตรมณีเอ่ยถาม ไร้ซึ่งความหวาดกลัว ผีพรายที่กำลังคลุ้มคลั่งถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง
เธอค่อยๆ กวาดสายตามองไปรอบตัว ก่อนจะตะโกนประโยคไม้ตายออกมา
“งั้นพวกแกก็ไปลาก ‘ยายใจ’ มาเป็นตัวตายตัวแทนสิ”
ผีพราย: “งง”
ระบบ: “งง”
แม้แต่มวลน้ำยังดูเหมือนจะหยุดไหลไปชั่วขณะ เนตรมณีโน้มน้าวต่ออย่างจริงจัง
“สนใจไหมล่ะ ข้างบนนั่น… มียายแก่ปากกรรไกร เนื้อเหนียวเคี้ยวมันส์ ไม่แน่นะ อาจจะเป็นยาอายุวัฒนะของพวกแกก็ได้ อยู่ยาวเป็นร้อยปีแน่นอน... นี่ แถมแกยังมีสกิลเรียกผีได้ พวกแกจะได้มีเพื่อนไง! ดีลนี้คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม!”
เหล่าพรายน้ำเริ่มทำหน้าไม่ถูก... ตั้งแต่สถิตอยู่ที่นี่มา ไม่เคยมีมนุษย์หน้าไหนเสนอ ‘เหยื่อรายใหม่’ มาตัดหน้าเพื่อเอาตัวรอดอย่างหน้าตาเฉยแบบนี้มาก่อน!
[ตรวจพบ: วิญญาณอาฆาตเกิดสถานะสับสนขั้นรุนแรง]
[สถานะ: เสียสมาธิ]
“ได้ผลเว้ย” เนตรมณีไม่รอช้า รีบกระตุกเชือก เธอรีบเร่งจนเส้นเชือกบาดนิ้วของหล่อน เลือดสีแดงสดทะลักกระจายฟุ้งในน้ำ ทว่าแปลกนัก ทันทีที่กลิ่นคาวเลือดข้ามภพข้ามชาติขจรขจายออกไป เหล่าผีพรายทั้งรังกลับมีอาการหวาดผวา
ดวงตาดำสนิทเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว “เลือดนี่...”
“กลิ่นนี้มัน...”
“เป็นไปไม่ได้...” เสียงพวกมันเริ่มสั่นเทา ไม่ใช่ด้วยความหิวโหย แต่เป็นความยำเกรง
เนตรมณีงงเป็นไก่ตาแตก “อะไรของพวกแกอีกวะ?”
ทว่ายังไม่ทันได้หาคำตอบ อักขระสีแดงฉานบนปลอกแขนก็เรืองแสงจ้าขึ้นเองโดยพลการ!
พรึ่บ!! มวลน้ำทั่วทั้งแม่น้ำสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับเกิดแผ่นดินไหว ระบบส่งเสียงเตือนดังลั่นจนหัวแทบระเบิด
[ตรวจพบสายเลือดพิเศษที่ถูกปิดผนึก]
[กำลังซิงก์ข้อมูล...]
[คำเตือน: ผู้เล่นอาจเกี่ยวข้องกับ ‘เนื้อเรื่องหลัก’ โดยตรง]
“หา?” เนตรมณีเบิกตาค้าง
แต่ในวินาทีนั้นเอง ผีพรายทั้งหมดกลับพากันถอยหนีออกจากร่างเธอพร้อมกันอย่างลนลาน!
“ไม่ได้...”
“ห้ามแตะต้องนาง...!!”
วูมมม... แรงกดดันมหาศาลพลันแผ่ซ่านไปทั่วแม่น้ำ ครอบงำทุกสรรพสิ่งให้สยบยอม เหล่าผีพรายตัวสั่นเทาปานลูกนกตกน้ำ แม้แต่กระแสน้ำยังหยุดนิ่งราวกับถูกแช่แข็ง
ดวงตาของเนตรมณีหรี่ลง จ้องมองลงไปใต้น้ำลึกเบื้องหน้า ณ จุดที่ลึกที่สุด... ขณะที่ร่างของเธอและเด็กน้อย กำลังถูกชาวบ้านฉุดขึ้นไปด้านบนช่้าๆ
มีเงาร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งกำลังยืนอยู่ด้านล่างอย่างสง่างาม ร่างนั้นสวมชุดโบราณสีดำสนิท ใบหน้าหล่อเหลาคมคายราวกับรูปสลักของเทพเจ้า ผมยาวสีดำขลับลอยพลิ้วไหวตามกระแสน้ำช้าๆ และดวงตาสีทองเรืองรอง กำลังจ้องมองตรงมาที่เธอ
เนตรมณีชะงักไปหนึ่งวินาที
‘หล่อฉิบ...'
บุรุษลึกลับจ้องมองเธอนิ่งๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นทว่าก้องกังวานไปทั้งโสตประสาท
“มนุษย์ที่กล้าหาญถึงขั้นต่อยผีพรายใต้น้ำ... เจ้าคือคนแรกในรอบหลายร้อยปี”
“ขอบคุณ สำหรับคำชมนั้นค่ะ”เนตรมณีเลิกคิ้วอย่างไม่เข้าใจ แต่คิดว่า นั่นเป็นคำชม
อีกฝ่ายเงียบไปนิด เหมือนไม่คุ้นเคยกับการตอบโต้แบบนี้ จากนั้น ชายหนุ่มเพียงสะบัดมือเบาๆ
ตูมมม!!! รังผีพรายทั้งหมดถูกแรงอัดกระแทกจนปลิวประเจิดประเจ้อออก! มวลน้ำในแม่น้ำแหวกออกเป็นช่องว่างราวกับถูกอำนาจลึกลับกดทับไว้
เจ้าจุกบนฝั่งตาแทบถลนออกจากเบ้า
“นะ...น้ำแยกออกแล้ว!!”
ชาวบ้านพากันถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว พึมพำกันว่า
“เทพแม่น้ำ! !”
เนตรมณีกลับจ้องหน้าผู้ชายตรงหน้าเขม็ง “คุณเป็นใคร?”
ชายคนนั้นนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบสั้นๆ
“ผู้เฝ้า...” เขาเอ่ย น้ำเสียงนั้นก้องกังวานดุจเสียงระฆังทอง ทรงพลังจนมวลน้ำมหาศาลยอมสยบอยู่ใต้ฝ่าเท้า
ก่อนที่ร่างของเนตรมณีจะถูกฉุดพ้นผิวน้ำ เธอทันได้เห็นประกายเกล็ดสีเขียวเลื่อมรุ้งวูบหนึ่งที่ปรากฏขึ้นบนลำคอและท่อนแขนของเขา มันไม่ใช่เพียงรอยสัก แต่เป็นตัวตนที่แท้จริงของ จอมนาคา ผู้ครองน่านน้ำแห่งพระนคร รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากของเขานั้นดูลึกลับและเปี่ยมไปด้วยเมตตา ทว่าก็น่าเกรงขามจนแม้แต่ผีพรายที่ดุร้ายที่สุดยังต้องหมอบราบไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
“สู้เขานะ เนตรมณี...เส้นทางของเจ้ายังอีกยาวไกลนัก” เสียงทุ้มไพเราะก้องกังวาลไปทั่วบริเวณ
"ดึง!! ดึงขึ้นมาเร็วทุกคน!!"
เสียงเจ้าจุกตะโกนลั่น ชาวบ้านนับสิบชีวิตที่เคยยืนดูด้วยความขลาดกลัว บัดนี้กลับรวมใจกันเป็นหนึ่งเดียว สองมือของพวกเขาขยับดึงเชือกไนลอนอาคมอย่างสุดกำลัง จังหวะที่เชือกตึงเปรี๊ยะนั้นเอง ผิวน้ำที่เคยหมุนวนเป็นน้ำพุสยองขวัญพลันระเบิดออก
ซ่า!!!
ร่างของเนตรมณีทะยานพ้นผิวน้ำขึ้นมาพร้อมกับเด็กชายที่รัดแน่นอยู่ในอ้อมแขน พริบตาที่เท้าของเธอสัมผัสกับพื้นดินริมตลิ่ง แรงดึงจากทุกคนก็ผ่อนลงพร้อมกับเสียง "เฮ!" ที่ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วคุ้งน้ำยามโพล้เพล้
เนตรมณีทรุดกายลงบนหญ้าแฉะชื้นอย่างหมดสภาพ เธอไอโขลกใหญ่ สำลักเอามวลน้ำเย็นเฉียบออกมาจากปอด ร่างกายที่เคยอ่อนแอสั่นระริกทว่าดวงตายังคงวาวโรจน์ด้วยความสะใจ
ทันทีที่ร่างของเนตรมณีและเด็กชายถูกลากขึ้นพ้นขอบตลิ่ง เสียงโห่ร้องยินดีกลับเงียบกริบลงในพริบตา เมื่อร่างเล็กๆ ในอ้อมแขนของเธอนอนแน่นิ่ง ผิวเนื้อเริ่มเขียวคล้ำและไร้ซึ่งการกระเพื่อมไหวของทรวงอก
“พ...พ่อแวว! พ่อแววลูกแม่!” หญิงชาวบ้าน นามว่าจัน โผเข้าหาลูกชาย มือที่สั่นเทาแตะไปที่จมูกก่อนจะกรีดร้องปานจะขาดใจ
“ลูกข้าไม่หายใจแล้ว! ลูกข้าตายแล้ว! ฮือออออ!”
ชาวบ้านพากันถอยกรูด บางคนยกมือท่วมหัวพึมพำว่าผีพรายเอาเอาวิญญาณไปแล้ว ทว่าเนตรมณีที่หอบหายใจอย่างหนักกลับถลึงตาขึ้น เธอไม่ยอมให้ “ดีล” นี้กลายเป็นศูนย์เด็ดขาด
“ถอยไปให้หมด! อย่ามามุง!” เธอกล่าวเสียงเฉียบขาดจนชาวบ้านชะงัก เนตรมณีจับร่างเด็กชายนอนหงายบนพื้นราบ ก่อนจะประสานมือวางลงบนหน้าอกเล็กๆ นั้นทันที
หนึ่ง... สอง... สาม...
หนึ่ง... สอง... สาม...
เธอออกแรงกดเป็นจังหวะตามหลักการ CPR ที่เคยเทรนมาอย่างดีในโลกเดิม ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของชาวบ้านที่มองว่าเธอกำลังทำพิธีประหลาด เนตรมณีโน้มตัวลงบีบจมูกเด็กชายแล้วเป่าลมเข้าปากเพื่อส่งต่อออกซิเจน
“น...นางทำอะไรน่ะ! นางกำลังร่ายมนต์ใส่ปากเด็ก”
“นั่นมันวิชาชุบวิญญาณหรือเปล่า” ชาวบ้านกระซิบกระซาบกันด้วยใบหน้าซีดเผือด บางคนถึงกับนั่งยองๆ ยกมือท่วมหัวไหว้ด้วยควาามกลัว
เนตรมณีไม่สนใจเสียงรอบข้าง เธอเหงื่อท่วมตัวแม้จะเพิ่งขึ้นจากน้ำเย็นจัด ใจหนึ่งก็ภาวนาในใจ
‘ตื่นสิไอ้หนู! อย่ามาทำบริษัทพี่ขาดทุนตั้งแต่วันแรกนะเฮ้ยย!’
เฮือก!!!
จู่ๆ เด็กชายก็สำลักเอาน้ำออกมา ร่างเล็กๆ เริ่มไอจามและสูดอากาศเข้าปอดอย่างรุนแรง ดวงตาที่เคยปิดสนิทค่อยๆ ลืมขึ้นช้าๆ ท่ามกลางความเงียบงันที่ปกคลุมไปทั่วริมน้ำ
“ร...รอดแล้ว! พ่อแววฟื้นแล้ว!”
เสียงชาวบ้านตะโกนขึ้นมาด้วยความตกใจปนศรัทธาอย่างสูงสุด พวกเขาพากันทรุดเข่าลงกราบไหว้เนตรมณีด้วยความยำเกรง ภาพที่เห็นตรงหน้านั้นเกินกว่าความเข้าใจของคนยุคนี้
“อาคมของหลานอาจารย์คงแก่กล้านัก... นางชุบชีวิตคนตายให้ฟื้นคืนมาได้”
“นางไม่ได้แค่ปราบผี แต่นางดึงวิญญาณกลับมาจากเงื้อมมือมัจจุราชได้เชียวนะ”
เนตรมณีปาดเหงื่อที่ไรผมพลางพ่นลมหายใจอย่างโล่งอก ทั้งเจ้าจุกและเจ้าแก้ว วิ่งมากอดพี่สาวอย่างดีใจ
‘เออ... จะเข้าใจว่าเป็นอาคมชุบชีวิตก็เอาที่สบายใจเลยจ้า’ เธอคิดในใจพร้อมแสยะยิ้มบางๆ ในขณะที่ระบบเด้งแจ้งเตือนคะแนนชื่อเสียงที่พุ่งทะลุเพดานอย่างรวดเร็ว
เสียงระบบดังขึ้นทันที
[ภารกิจสำเร็จ! ได้รับแต้มระบบ 20,000 แต้ม]
[ปลดล็อก: ร้านค้าอุปกรณ์วิญญาณระดับกลาง]
[ได้รับสกิลใหม่: สัมผัสวิญญาณ (ระดับเริ่มต้น)]
[ค่าชื่อเสียงเพิ่มขึ้น]
[ชื่อเสียงของผู้เล่นเริ่มแพร่กระจายภายในหมู่บ้าน]
ไกลออกไปในเงามืดใต้ต้นไม้ใหญ่ ‘ศิลา’ ขมังเวทย์หนุ่มรูปงามยืนกอดอกนิ่งสนิท ท่าทางองอาจและเย็นชาของเขาดึงดูดสายตาอย่างประหลาด เขาเฝ้ามองเนตรมณีทำ CPR ชุบชีวิตเด็กชายด้วยแววตาคมปลาบ
“อาจารย์ครับ... นางมีวิชาชุบชีวิตคนตาย!” คนรับใช้กระซิบอย่างหวาดหวั่น
ศิลาเหยียดยิ้มมุมปาก “ไม่ใช่... นั่นไม่ใช่อาคม”
เขาสัมผัสได้ชัดเจนว่าดวงจิตของเธอ "ไม่ใช่คนของโลกนี้" ความฉลาดและท่าทีแปลกประหลาดนั่นทำให้หัวใจของขมังเวทย์สายดำอย่างเขากระตุกวูบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน สิ่งของล้ำค่า ที่หลุดมาจากภพอื่น
“น่าสนใจจริงๆ….” เขาพึมพำเสียงต่ำก่อนหมุนตัวหายไปในความมืด ทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมเย็นของดอกซ่อนกลิ่นที่ลอยตามลม
-๔๒- บันทึกที่หายไปบรรยากาศอันแสนสงบยามอรุณรุ่งกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงรัวหมัดทุบไม้กระดานดังสนั่นปัง! ปัง! ปัง!“พี่! พี่มณีครับ ตื่นหรือยังพี่! แย่แล้ว... เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!”เสียงร้องตะโกนลนลานของนายกฤษดังแทรกเข้ามาในห้องนอน เนตรมณีที่บัดนี้แต่งเนื้อแต่งตัวเสร็จสรรพเรียบร้อยพอดี หล่อนเอื้อมมือไปคว้ากระเป๋าหนังคู่ใจขึ้นมาสะพายไหล่ พลางขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิดระคนสงสัย ก่อนจะสะบัดฝ่ามือผลักบานประตูไม้เปิดออกขวับ“อะไรของนายกฤษ โวยวายเสียงดังแต่เช้า ผีเข้ารึไง” หล่อนแผดเสียงเอ็ดหมาเด็กผู้ช่วยทันควันภาพตรงหน้าทำเอาเนตรมณีต้องชะงักกึก นายกฤษในสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้าซีดเผือด ดวงตาภายใต้กรอบแว่นเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด เขายืนละล่ำละลักลนลานจนจับต้นชนปลายไม่ถูก“พ... พี่มณี สมุดบันทึก! สมุดบันทึกข้อมูลระบบของผมมันหายไปแล้วครับ เมื่อเช้า ผมจะเอาสมุดมาจดบันทึกเหมือนเช่นทุกวัน แต่พอผมเรียกระบบออกมา มันก็หายไปแล้ว…”คำสารภาพของรุ่นน้องทำเอาดวงตาเรียวโตของหญิงสาวเบิกกว้าง หล่อนขยับก้าวเท้าเข้าประชิดตัวเขา แววตาคมกริบฉายรังสีอำมหิตขึ้นมาทันที“หาย? หายได้ยังไง” หล่อนเค้นเสียงถามด
-๔๑-งานเลี้ยง2เนตรมณีทรุดกายนั่งลงคุยกับผู้กองธีร์บนแคร่ไม้ข้างกองไฟ หล่อนบอกเล่าถึงเรื่องราวงานฌาปนกิจของแม่หมอจวน รวมถึงการตัดสินใจรับมะลิเข้ามาดูแลในสำนักอย่างเป็นทางการ นายตำรวจหนุ่มพยักหน้ารับคำพลางทอดสายตามองข้ามลานวัดไปที่เด็กสาว "ผมว่านี่เป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับมะลิแล้วล่ะครับ ได้มาอยู่กับคนเก่ง ๆ อย่างคุณ"“ฉันหวังว่าจะได้ดูแลเธอให้ได้ตลอดรอดฝั่ง เพราะชีวิตของฉัน มันเสี่ยงเหลือเกินค่ะ ไม่รู้ว่าจะได้ไปนอนตาราง หรือนอนหยอดน้ำข้าวต้มก่อนกัน” ผู้กองธีร์ เริ่มชินกับมุกตลกหน้าตายของหล่อนขึ้นมาแล้ว เขาขำในคอ ก่อนจะหวนนึกถึงวันที่เขาและเธอต้องเผชิญกับความตายมาด้วยกัน ทั้งเรื่องคนเรื่องผี"เนตรมณี... วันนั้นที่คุณปะทะกับนายสันต์ คุณคงไม่โกรธผมใช่ไหมที่ผมเข้าไปขวางและห้ามไม่ให้คุณพลั้งมือฆ่ามัน" ผู้กองหนุ่มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจังระคนนุ่มนวล "ตอนนี้ทางการจัดการส่งตัวนายสันต์เข้าคุก รับโทษทัณฑ์ในข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนาไปเรียบร้อยแล้ว กฎหมายบ้านเมืองกำลังทำหน้าที่ของมันอยู่ คุณไม่ต้องห่วงนะ"เนตรมณีลอบพ่นลมหายใจยาวออกมาแผ่วเบา สลัดภาพความเคียดแค้นทิ้งไป หล่อนหันมาสบตากับชายหนุ่มตรง
-๔o งานเลี้ยง1ทันทีที่กฤษก้าวเท้าตามเด็ก ๆ ขึ้นมาบนเรือนและได้เห็นข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านของเนตรมณี เขาถึงกับยืนอึ้งตาค้างด้วยความตกตะลึง เพราะไอ้บรรดาสิ่งอำนวยความสะดวกและเทคโนโลยีล้ำยุคที่เนตรมณีแอบกว้านซื้อมาจัดวางไว้ มันช่างดูหรูหราอลังการและแทบไม่ต่างจากโลกเก่าที่พวกเขาจากมาเลยสักนิด"โหพี่... สุดยอดไปเลยอะ ของข้างในนี่เพอร์เฟกต์มาก ขอผมย้ายมาตั้งรกรากอยู่ที่นี่ด้วยคนได้ไหมครับพี่มณี ดูท่าทางจะอยู่สบายแน่" หนุ่มแว่นหันมาทำตาปริบ ๆ อ้อนวอนขออาศัยเนตรมณีปรายสายตามองหมาเด็กพลางเอ่ยเบรกเอี๊ยดเสียงดุ "ฝันไปเถอะกฤษ... ฉันไม่ให้นายย้ายเข้ามาอยู่ด้วยหรอก สำนักฉันไม่ใช่โรงแรมนะ"คำปฏิเสธไร้เยื่อใยทำเอาหนุ่มนักข่าวรุ่นน้องถึงกับทำตาละห้อย หงอยลงถนัดตาใจจริงเขาอยากจะมาพักอาศัยอยู่บ้านหลังเดียวกับรุ่นพี่สาว เผื่อว่าถ้าได้เห็นหน้าค่าตากันทุกวัน คอยทำแต้มดูแลใกล้ชิด หล่อนอาจจะบังเกิดความใจอ่อนยอมรับว่าเขาหล่อ น่ารักขึ้นมาสักวัน แต่หลังจากที่กฤษได้มีโอกาสมาพูดคุยกับหล่อนจริง ๆ ในภพภูมินี้ เขาก็เริ่มตระหนักรู้แล้วว่า ตัวตนของเนตรมณีในตอนนี้ ช่างอยู่ห่างไกลจากเขาเหลือเกิน คำว่า ‘อาหวัง’
-๓๙-แม่ลูกมหาภัยงานศพของแม่หมอจวนถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย ณ ลานวัดประจำหมู่บ้าน การเผาร่างบนเชิงตะกอนไม้ฟืนแบบสมัยโบราณกลางแจ้ง ไม่มีพิธีรีตองกฎเกณฑ์อะไรมากมายเท่าสมัยนี้ มีเพียงควันไฟสีขาวที่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า กลิ่นธูปคละคลุ้ง และเสียงสวดพระอภิธรรมแว่วมา ย้ำเตือนถึงการจากไปของจอมขมังเวทหญิงอาวุโส คนที่กุมความลับบางอย่างเอาไว้ จนวินาทีสุดท้ายมะลิยืนสงบนิ่งอยู่หน้ากองฟืน หล่อนสวมใส่ชุดสีดำตัวใหม่เอี่ยมเนื้อผ้าเรียบร้อย ซึ่งเนตรมณีจัดแจงหาซื้อมาให้ด้วยตัวเอง เพื่อให้เด็กสาวได้แต่งกายอย่างสมเกียรติเป็นวาระสุดท้ายในการส่งมารดาผู้มีพระคุณขึ้นสู่สวรรค์เนตรมณีทอดสายตามองเด็กสาวด้วยความเวทนา หล่อนขยับกายเข้าไปใกล้ ก่อนจะก้มลงลูบศีรษะของมะลิแผ่วเบา แววตาเรียวโตทอประกายความจริงจังเด็ดขาด"มะลิ... ต่อไปนี้อยู่กับพี่ ไม่ต้องหวาดกลัวอะไรอีกแล้วนะ พี่สัญญาว่าจะดูแลและปกป้องเธอเอง"คำมั่นสัญญาอันหนักแน่นทำเอามะลิตื้นตันจนน้ำตาคลอเบ้า เด็กสาวปล่อยโฮออกมาแผ่วเบาก่อนจะโผเข้าสวมกอดเอวของเนตรมณีแน่น ราวกับได้พบที่พึ่งพิงหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่ในชีวิตนี้ หญิงสาวกอดตอบพลางลูบหลังปลอบโยน สายตาเหม่อมอ
-๓๘- ฟื้นเนตรมณี ไม่ได้มีสติตื่นขึ้นมารับรู้ได้อีกแล้ว ในระหว่างที่ร่างกายเนื้อหนังภายนอกกำลังเผชิญวิกฤติต่อสู้กับความตายอย่างสาหัส ร่างของเธอถูกนำส่งโรงพยาบาลด้วยอาการไข้สูงจนหมดสติ จิตวิญญาณภายในของเนตรมณีกลับจมดิ่งลงสู่ห้วงความฝันอันแสนประหลาด...หล่อนรู้สึกตัวอีกครั้งในโลกที่เต็มไปด้วยมวลน้ำมหาศาล น่าแปลกที่หล่อนกลับสามารถหายใจและยืนทรงตัวอยู่ใต้น้ำได้อย่างปาฏิหาริย์ โดยที่ท่อนแขนไม่ได้มียันต์อาคมคอยคุ้มกันเลยแม้แต่น้อย รอบบริเวณนั้นคือเมืองบาดาลอันเยียบเย็น น้ำใสละเอียดทอประกายระยิบระยับกับแสงอัญมณีมีค่าภายใต้ความสลัวนั้น… กลิ่นไอของความเย็นแผ่ซ่านไปทั่วทุกอนูของร่างกาย ท่อนเท้าเปลือยเปล่าของหญิงสาวสัมผัสได้ถึงความนุ่มละมุนของผืนทรายละเอียดใต้บาดาล ที่มนุษย์ธรรมดา คงไม่มีโอกาสได้ลงมาเหยียบ…เบื้องหน้าของหล่อน... ปรากฏร่างกำยำของใครบางคนนั่งสถิตอยู่บนโขดหินศิลาฤกษ์ก้อนมหึมา ดวงรัศมีเปล่งประกายเรืองรอง เนตรมณีค่อย ๆ ยอบตัวลงคลานเข่าเข้าไปหาด้วยสัญชาตญาณ หล่อนพินิจมองบุคคลผู้นั้น... ชายลึกลับมีเส้นผมสีขาวยาวสยายพลิ้วไหวไปตามกระแสน้ำ ใบหน้าคมคายสมส่วนงดงามดั่งรูปสลักเทพตามอาราม
-๓๗-หมาเด็กภาพความทรงจำในอดีตชาติกาลก่อน... พลันหมุนย้อนกลับมาในหัวสมองของกฤษ ดั่งฟิล์มภาพยนตร์ที่ฉายซ้ำในโลกยุคปัจจุบันที่เนตรมณียังคงเป็น ‘เนตรดาว’ ประธานบริหารสาวสายดาร์กผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการเกม ‘กฤษ’ ในตอนนั้นเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานคณะสื่อสารมวลชนจากช่องโทรทัศน์ชื่อดังที่ได้มีโอกาสเข้ามาดูงานที่บริษัทของหล่อน วินาทีที่เขาได้นั่งฟังเนตรดาวขึ้นบรรยายแชร์ประสบการณ์อยู่บนเวทีห้องประชุม หัวใจของเด็กหนุ่มเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น เขาตกหลุมรักในความเก่งกาจและทัศนคติในเชิงธุรกิจของเนตรดาวถึงขนาดตามกว้านซื้อเกมทุกซีรีส์ที่บริษัทของเนตรดาวผลิตออกมาเก็บไว้จนครบทุกชิ้น เมื่อการบรรยายจบลง นักศึกษาฝึกงานคนอื่น ๆ ต่างพากันเดินออกจากห้องโถงไปจนหมด เหลือเพียงกฤษคนเดียวเท่านั้น ที่รวบรวมความกล้า ถือนิตยสารหน้าที่เขียนประวัติในธุรกิจเกมของเนตรดาว ตรงดิ่งเข้าไปหาประธานสาวถึงหน้าเวทีเพื่อขอรอยประทับลายเซ็น“เอ่อ... สวัสดีครับคุณเนตรดาว ผมกฤษนะครับ เป็นนักศึกษาฝึกงาน... แล้วก็เป็นแฟนคลับเบอร์หนึ่งของคุณด้วยครับ!” เด็กหนุ่มแนะนะตัวเสียงสั่น ตาใสแจ๋วเนตรดาวชะงักไปแวบหนึ่ง ก่อนจะหลุดขำออกมาเล็กน้อย







