LOGINฟู่เสียนเย่ว์ถูกประคองขึ้นบนหลังของฟู่อวิ๋นเชอร์อีกรอบเพื่อพานางไปขึ้นรถม้า แม่สื่อกำชับไม่ให้เท้าของเจ้าสาวตกเปื้อนดิน ฟู่อวิ๋นฟางมาคอยช่วยประคองผู้เป็นน้องหญิงหกอย่างไม่วางใจจนส่งนางขึ้นรถม้าที่ตกแต่งอย่างงดงามได้อย่างเรียบร้อย ฟู่เสียนเย่ว์จึงเห็นว่ามีสตรีสองคนนั่งรออยู่ในรถม้า คนผู้หนึ่งแต่งตัวอย่างงดงามวิจิตรนั่งเคียงข้างกับผิงมามาที่แต่งตัวสวยงามกว่าปกติเช่นกัน“พี่สวีหรูอี้ เหตุใดพี่จึงมานั่งรออยู่ในรถม้าเช่นนี้เจ้าคะ ข้ามองหาไม่เห็นพี่กับหรูซานไปเป็นเพื่อนเจ้าสาวอย่างที่ตกลงกันไว้ ข้าจึงมีเพียงเจินหร่านเท่านั้นที่เป็นเพื่อนเจ้าสาวให้ข้าในห้องหอ” ฟู่เสียนเย่ว์เอ่ยด้วยเสียงน้อยใจ“อย่าน้อยใจข้าไปเลย ยามนี้หรูซานอยู่ช่วยท่านแม่ของข้าห่มเตียงมงคลให้เจ้าอยู่ที่ห้องหอในวังฝูเสวียน คืนนี้มีเหตุการณ์ไม่ปกติเหล่าท่านอ๋องและพระชายาต่างมาร่วมพิธีครบทุกคน ท่านตู้กั๋วกงและแม่ทัพเว่ยสืบเรื่องบางอย่างได้ ว่าจะมีคนก่อเหตุในคืนนี้ พระราชวังจะจัดงานฉลองมงคลสมรสให้เจ้ากับเปี่ยวเกอ ดังนั้นในวังฝูเสวียนที่เป็นเรือนหอของเจ้า ตระกูลสวีจึงรับหน้าที่เตรียมเรือนหอเอง เพื่อความปลอดภัยของเจ้ากับเปี่ยวเกอ
เช้าวันนี้ฟู่เสียนเย่ว์ต้องตื่นหลังจากการนอนหลับได้เพียงครู่เดียว เมื่อคืนท่านแม่ของนางย้ายมานอนกับนางที่ห้อง นี่เป็นครั้งแรกที่ฟู่เสียนเย่ว์ได้นอนร่วมเตียงกับตู้ซิวซยา ทั้งคู่ต่างนอนพูดคุยกันตามประสาสองคนแม่ลูกจนข้ามคืนมาเป็นเช้าของวันใหม่ ทั้งคู่จึงฝืนใจนอนหลับตาพักผ่อน เพราะในวันนี้ฟู่เสียนเย่ว์ต้องลุกมาอาบน้ำชำระร่างกายตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างเมื่อฟู่เสียนเย่ว์อาบน้ำเสร็จบรรดาสาวใช้ช่วยกันพรมน้ำอบกลิ่นดอกไม้หอม แล้วพรมซ้ำถึงสามรอบจนทำให้กลิ่นหอมของดอกไม้ติดกายของฟู่เสียนเย่ว์ได้อย่างยาวนาน หลีมามาพาสี่เหนียงผู้หนึ่งมาใช้เส้นด้ายดึงขนบนใบหน้าของฟู่เสียนเย่ว์ออกจนเกลี้ยงเกลาฟู่เสียนเย่ว์รู้สึกเจ็บใบหน้าแต่จำต้องอดทน มีการโกนขนคิ้วให้เรียวโค้งและทาขี้ผึ้งหอมบนผิวกายและบนผิวหน้าก่อนจะลงแป้งซ้ำอยู่หลายรอบ ฟู่เสียนเย่ว์นั่งหลับตาปล่อยให้ทุกคนจัดการกับร่างกายของนางตามสบายเมื่อฟู่เสียนเย่ว์ลุกขึ้นยืนเพื่อสวมชุดแต่งงานหลายชิ้นจนเสร็จ จึงเป็นขั้นตอนการหวีผม คราวนี้ฟู่เสียนเย่ว์จึงต้องลุกขึ้นมาคำนับท่านยายของนางจางกงจู่เซียวจื่อเหยียน ฮูหยินจงอู่โหวซูซื่อ และป้าสะใภ้สามตระกูลตู้เจินซื่อ ที่เ
วันที่ตระกูลฟู่เดินทางไปสู่ขอสวีหรูซานให้กับฟู่อวิ๋นฟางที่ตระกูลสวี มีจางกงจู่เซียวจื่อเหยียนและตู้กั๋วกงเดินทางไปในฐานะผู้ใหญ่ของตระกูลฟู่ นายท่านและฮูหยินทั้งสามคนของตระกูลฟู่ก็เดินทางไปตระกูลสวีทั้งหมดทางฝ่ายตระกูลสวี นายท่านใหญ่และฮูหยินใหญ่นายท่านรองและฮูหยินรองของตระกูลสวีก็ออกมาต้อนรับอย่างให้เกียรติ การสู่ขอผ่านไปได้ด้วยดีมีการยื่นเทียบดวงชะตาและนัดส่งของหมั้นหมายจนเสร็จเรียบร้อย รอเพียงฤกษ์งามยามดีกำหนดวันแต่งเท่านั้นงานแต่งของฟู่เสียนเหยียนผ่านมาสี่เดือนแล้ว จวนตระกูลฟู่กลับมาเงียบสงบดังเดิม วันนี้ฟู่เสียนเย่ว์นั่งฟังพี่ชายสามของนางกำลังเล่าเรื่องการส่งของหมั้นไปจวนตระกูลสวีให้นางฟังอย่างยินดี“เช่นนั้นพี่ชายสามได้พบหน้ากับหรูซานไหมเจ้าคะ ช่วงนี้นางไม่ค่อยมีเวลามาหาข้าที่จวนเหมือนเมื่อก่อนเลย” ฟู่เสียนเย่ว์บ่น“ไม่ได้พบ แต่เรื่องหมั้นหมายเรียบร้อยแล้วอย่างนี้ทางตระกูลสวีคงไม่ห้ามการไปมาของสวีหรูซานและสวีหรูอี้อีกต่อไปแล้ว เจ้าวางใจได้”“แล้วทางเจิ่นหร่านล่ะเจ้าคะ พี่อาเชอร์ท่านพ่อเอ่ยกับพี่ชายว่าอย่างไรบ้าง” ฟู่เสียนเย่ว์หันมาถามฟู่อวิ๋นเชอร์ที่ยามนี้นั่งกินขนมของนางอย่างส
หลังจากผ่านงานแต่งงานของฟู่เสียนเหยียน มาหนึ่งเดือนอีกหกเดือนก็จะถึงงานมงคลของฟู่เสียนเย่ว์หลานสาวคนเล็กในจวน ยามนี้ฮูหยินน้อยของคุณชายใหญ่ตั้งครรภ์ได้หกเดือนแล้ว ท้องจึงเริ่มโต บ่าวในเรือนใหญ่จึงทำอะไรระมัดระวังกันมากขึ้นส่วนคุณชายน้อยอย่างฟู่อวี้ชิงเมื่อไม่มีสหายวัยเดียวกันเล่นเป็นเพื่อนจึงกลายมาเป็นเด็กน้อยติดตามอาหญิงหกอย่างฟู่เสียนเย่ว์เช่นเดิมเซียวอวี้หยวนเข้ามาปรึกษาเรื่องพิธีแต่งกับนายท่านใหญ่นายท่านรองและนายท่านสาม งานแต่งของฟู่เสียนเย่ว์ไม่เหมือนกับงานมงคลที่ตระกูลฟู่เคยจัดตามปกติ เพราะพิธีแต่งงานในครั้งนี้เป็นการแต่งงานของเชื้อพระวงค์ขั้นตอนงานแต่งงานจึงมากมายไม่เหมือนกับพิธีแต่งของคนทั่วไป อย่างเสลี่ยงคานหามก็ต้องเพิ่มขั้นตอนเข้ามา คนแบกเกี้ยวรับเจ้าสาวในงานของฟู่เสียนเหยียนก็จัดตามความต้องการของจางกงจู่ แต่พอเป็นขบวนรับเจ้าสาวของฟู่เสียนเย่ว์เปลี่ยนเป็นเสลี่ยงประดับเงินและทองแทนผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวก็เปลี่ยนมาเป็นเครื่องสวมหัวมงกุฎตกแต่งลายหงส์แทน ดังนั้นเซียวอวี้หยวนจึงต้องนำรูปแบบเครื่องสวมหัวมาให้ตระกูลฟู่จัดทำ เซียวอวี้หยวนสามารถให้คนอื่นมาจัดการเรื่องเหล่านี้ก็ได้ แต
ยามเช้าตู้หยุนมู่ตื่นขึ้นมาเขารู้สึกถึงความอ่อนล้าเล็กน้อย เมื่อคืนเขาได้นอนหลับเพียงงีบเดียวเท่านั้น แสงแดดส่องเข้ามาในห้องหอ ทำให้ตู้หยุนมู่เห็นเงาคนคอยรับใช้อยู่หน้าประตูห้องหอ ใบหน้าคล้ำเข้มเขินอายเล็กน้อย เพราะเขาไม่รู้ว่าสาวใช้เหล่านั้นมายืนรออยู่หน้าห้องนานเพียงใดแล้วตู้หยุนมู่มัวแต่สนใจร่างกายหอมหวานของฟู่เสียนเหยียน จนไม่ได้สังเกตุว่าเมื่อรุ่งเช้าที่เขาลุกมาใช้ผ้าเช็ดตัวให้ฟู่เสียนเหยียนไปหนึ่งรอบ มีสาวใช้รอรับใช้อยู่หรือไม่ และไม่แน่ใจว่าพวกนางจะได้ยินเสียงที่เกิดขึ้นภายในห้องนี้หรือเปล่าฟู่เสียนเหยียนส่งเสียงร้องไห้อย่างน่าสงสารแต่เขากลับยิ่งมีอารมณ์มากขึ้นจึงไม่ยอมทำตามใจนาง ยามนี้ตู้หยุนมู่จึงรู้สึกละอายใจเล็กน้อย เพิ่งจะเมื่อวานนี้เองที่เขาเคยคิดว่าจะไม่ทำให้ฟู่เสียนเหยียนเสียน้ำตา แต่เมื่อคืนนี้ฟู่เสียนเหยียนร้องไห้เพราะเขาไปตั้งหลายรอบ หันไปมองฟู่เสียนเหยียนเห็นอีกฝ่ายหลับสนิทเขาจึงห่มผ้าให้หญิงสาวอย่างอ่อนโยน ก่อนจะลุกขึ้นแต่งตัวอย่างเรียบร้อยและเรียกสาวใช้เข้ามาเพื่อขอน้ำร้อนใส่อ่างอาบน้ำตู้หยุนมู่อาบน้ำเสร็จเดินออกมาจากห้องชำระล้าง อย่างสบายตัว เห็นเสี่ยวเหมาก้มห
จวนตู้กั๋วกง งานมงคลของตระกูลตู้แขกอาจจะดูน้อยกว่าจวนตระกูลฟู่มากพอสมควร ตระกูลตู้ไม่มีสายหลักสายรองดังเช่นตระกูลอื่น และคบหากับตระกูลอื่นแทบนับนิ้วได้ ดังนั้นแขกที่ได้รับเชิญมางานของจวนตระกูลตู้จึงถือได้ว่าเป็นญาติสนิทมิตรสหายกับตระกูลตู้จริงๆตู้หยุนจับผ้าไหมสีแดงไว้คนละข้างกับเจ้าสาว ปกติเขาเป็นคนเดินไว แต่วันนี้เขาชะลอฝีเท้าลดความกว้างในการก้าวเท้าเพื่อสตรีตัวเล็กข้างกาย ยามก้าวเดินเขามักเหลือบมองฟู่เสียนเหยียนอย่างเป็นห่วง แต่กลับพบว่ายามนี้ฟู่เสียนเหยียนก้าวเดินอย่างสง่างาม แม้จะมีผ้าคลุมหน้าแต่บุคลิกการเดินกลับคล้ายองค์หญิงพระองค์หนึ่งที่ได้รับการฝึกฝนมารยาทมาเป็นอย่างดีเมื่อเจ้าบ่าวเจ้าสาวคุกเข่าคำนับผู้อาวุโสและบิดามารดา ตู้หลินซานนั่งคู่กับจางกงจู่เซียวจื่อเหยียนถัดมาเป็นฮูหยินสามตระกูลตู้เจินอวี้นั่งคู่กับป้ายวิญญาณของคุณชายสามตู้ซิวซาน วันนี้เจินอวี้สวมใส่ชุดสีส้มเหลือบลายสีทองเพื่อความเป็นมงคลให้กับบุตรชายและลูกสะใภ้ ไม่ได้สวมใส่ชุดสีเรียบเพื่อไว้ทุกข์ให้กับผู้เป็นสามีของนางเหมือนอย่างเคย ใบหน้าของสตรีวัยกลางคนได้รับการแต่งแต้มสีสันทำให้คล้ายเด็กลงอีกหลายปีตู้หยุนมู่คำน







