LOGIN‘หลิวเหมย’ ต้องเอาชีวิตรอดจากจุดต่ำสุดอย่างนางกำนัลซักล้าง ทุกชุดที่เธอเลือกสวมล้วนมีค่าสเตตัสตัดสินชะตาชีวิต—แต่ง [เรียบง่าย] เพื่อหลบภัย แต่ง [น่าสงสาร] เพื่อเรียกร้องความเห็นใจ หรือจัดชุด [ข่มขวัญ] เพื่อสยบศัตรู! แต่วังหลังไม่มีคำว่าฟรี แต่งเจิดจ้าเกินไปโดนหมั่นไส้ แต่งจางเกินไปโดนกลั่นแกล้ง!
View Moreควันหอมลอยอบอวลอยู่ภายในเรือนเตรียมผ้า เสียงเข็มกระทบผืนไหมดังแผ่วเบาสลับกับเสียงพูดคุยของเหล่านางกำนัลฝึกหัด บรรยากาศดูสงบเรียบร้อยดังเช่นทุกวันหลิวเหมยนั่งอยู่ริมหน้าต่างในชุดหรูฉวินสีฟ้าอ่อนสลับแพรขาว เรือนผมประดับปิ่นหยกสลักลายกิ่งหลิว มือเรียวกำลังปักลายดอกเหมยลงบนผืนผ้าอย่างตั้งใจ ปัง!เสียงฝ่ามือตบลงบนโต๊ะไม้ดังสนั่นจนถาดด้ายไหมสั่นสะเทือน เหล่านางกำนัลฝึกหัดสะดุ้งเฮือกพร้อมกัน ก่อนเสียงตวาดหยาบกระด้างจะดังขึ้นทั่วเรือน“หลิวเหมย! เจ้าคิดว่าตัวเองมีปีกงอกขึ้นมาแล้วหรือ ถึงได้ไม่ลงไปรายงานตัวที่ลานซักล้าง!”หลิวเหมยหยุดมือ วางเข็มลงบนถาดอย่างใจเย็น แล้วเงยหน้าขึ้นมองผู้มาเยือนหัวหน้านางกำนัลกวนยืนถมึงทึงอยู่หน้าโต๊ะ ด้านหลังมีนางกำนัลจากลานซักล้างอีกสองคนติดตามมาด้วย ใบหน้าอวบใหญ่ของนางเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองนับตั้งแต่หลิวเหมยย้ายออกจากลานซักล้าง กวนซืออีก็ขาดคนให้โขกสับ ยิ่งได้ยินข่าวว่าหลิวเหมยสร้างผลงานโดดเด่น นางก็ยิ่งรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า วันนี้นางจึงตั้งใจมาทวงอำนาจคืน
แสงแดดยามบ่ายลอดผ่านกิ่งหลิวลงมากระทบผิวน้ำ เกิดเป็นประกายระยิบระยับทั่วสระ บรรยากาศใต้ศาลาหินยังคงสงบร่มรื่น ทว่าหลิวเหมยกลับไม่ได้รู้สึกผ่อนคลายตามไปด้วยป้ายทองสลักลายมังกรลอยเมฆในมือของนางหนักอึ้งกว่าที่คิด ไม่ใช่เพราะน้ำหนักของมัน แต่เป็นเพราะความหมายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการได้รับความเอ็นดูจากชินอ๋องหยางเฉิงหยวนย่อมเป็นโอกาสอันหาได้ยาก แต่ในวังหลวงแห่งนี้ ไม่มีสิ่งใดได้มาโดยไร้เหตุผล หากเธอรับน้ำใจจากเขาโดยไม่แสดงความจริงใจตอบแทน ความสัมพันธ์ที่เพิ่งเริ่มต้นอาจเป็นเพียงความเมตตาชั่วครั้งชั่วคราวหลิวเหมยที่เดินไปได้ครึ่งทางตัดสินใจหันหลังแล้ววิ่งกลับไปอีกครั้ง พลางเอ่ยรั้งชายหนุ่มที่กำลังเดินกลับขึ้นศาลา “ชินอ๋องเพคะ โปรดทรงรอสักครู่”หยางเฉิงหยวนหันกลับมาเลิกคิ้วเล็กน้อย“ยังมีเรื่องใดอีกหรือ”หลิวเหมยสูดลมหายใจแล้วล้วงมือเข้าไปในแขนเสื้อ นำผ้าเช็ดหน้าผ้าไหมผืนหนึ่งออกมาวางบนถาดไม้ที่ประคองอยู่ผ้าเช็ดหน้าสีฟ้าอมเทาผืนนั้นมีเนื้อสัมผัสนุ่มละเอียด มุมผ้าปักลายกิ่งหลิวด้วยด้ายทองคำ กิ่งหลิวแต่ละก
ทางเดินหินสีเทาทอดยาวคดเคี้ยวผ่านพุ่มไม้ที่ตัดแต่งเป็นแนวสูง สระน้ำสะท้อนเงาเมฆขาวและกิ่งหลิวโบราณที่ห้อยระย้าลงเหนือผิวน้ำ สายลมยามบ่ายพัดพากลิ่นดอกไม้จาง ๆ ปะปนกับละอองน้ำเย็นฉ่ำ ชวนให้ผู้มาเยือนรู้สึกราวกับหลุดเข้ามาในภาพวาดน่าเสียดายที่หลิวเหมยไม่มีเวลาชื่นชมทิวทัศน์มากนักเธอได้รับมอบหมายให้นำถุงหอมปักลายมงคลไปส่งยังเรือนรับรองทางทิศตะวันออก แต่อุทยานหลวงแห่งนี้กว้างใหญ่เกินกว่าจะจดจำเส้นทางได้ในครั้งเดียว ยิ่งเธอมัวแต่ครุ่นคิดถึงแบบลายปักใหม่ที่เพิ่งนึกออก รู้ตัวอีกทีทางเดินเบื้องหน้าก็เปลี่ยนไปเสียแล้วหลิวเหมยหยุดยืน มองพุ่มไม้สูงใหญ่ทางซ้ายที ขวาที“แปลกจริง... เมื่อครู่ยังเห็นสะพานหินอยู่เลยนี่นา”เธอพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะตัดสินใจเดินต่อไปตามทางที่ดูคุ้นตาที่สุดแต่แทนที่จะพบเรือนรับรอง เธอกลับเดินมาถึงสระน้ำอันเงียบสงบซึ่งมีต้นหลิวอายุนับร้อยปียืนตระหง่านอยู่ริมฝั่งบริเวณนี้ไร้เงาผู้คน มีเพียงเสียงใบไม้เสียดสีกันเบา ๆ และเสียงน้ำกระทบฝั่งเป็นระยะ บรรยากาศสงบงามจนแทบไม่เหมือนส่วนหนึ่งของวังหลวงที่เต็มไปด้
หลังจากคว้าอันดับหนึ่งในการสอบประเมินช่างปัก หลิวเหมยก็ได้รับสิทธิ์เข้าถึงห้องเก็บผ้าชั้นใน พร้อมกับความไว้วางใจจากจ้าวซ่างฝูที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดแต่ในวังหลวงแห่งนี้ ความสามารถที่โดดเด่นไม่ได้มีเพียงผู้ชื่นชมเท่านั้นที่มองเห็นยิ่งนางก้าวหน้าเร็วเท่าไร ก็ยิ่งมีคนอยากฉุดนางลงจากที่สูงมากเท่านั้นสายลมยามสายพัดผ่านสระบัวหลวงฝั่งตะวันตกของสำนักพัสตราภรณ์ ใบบัวเขียวชอุ่มไหวเอนตามแรงลม ดอกบัวสีชมพูบานสะพรั่งเหนือผิวน้ำ ทางเดินหินขัดทอดยาวเลียบสระ เงากิ่งหลิวทอดตัวลงบนพื้นเป็นลวดลายอ่อนช้อยหลิวเหมยเดินมาตามทางอย่างระมัดระวัง ในมือประคองถาดไม้บุนวมที่รองผ้าไหมสีขาวบริสุทธิ์ผืนหนึ่งเอาไว้ผืนนี้คือ ‘ผ้าไหมหิมะจุติ’ วัสดุล้ำค่าที่ทอด้วยกรรมวิธีโบราณ เนื้อผ้าบางเบาราวหิมะ แต่กลับมีความเหนียวแน่นและเป็นประกายเมื่อกระทบแสง ทั้งยังเป็นผ้าที่เตรียมไว้สำหรับตัดเย็บฉลองพระองค์ของพระสนมผู้หนึ่งก่อนออกจากสำนัก จ้าวซ่างฝูกำชับนางด้วยตนเองว่าให้พาผ้าไปผึ่งลมเพื่อขจัดความชื้น ห้ามให้เกิดรอยเปื้อนหรือความเสียหายแม้แต่น้อย