LOGINสิบปีต่อมา เซียวอวี้หยวนพาฟู่เสียนเย่ว์และเหล่าบุตรชายทั้งหลายหนีพายุหิมะและอากาศหนาวเย็นของเมืองหลินจือมาที่เมืองหนานไฮ่ สองสามีภรรยาตื่นขึ้นมายามเช้าเฝ้ามองพระอาทิตย์ขึ้นด้วยกัน อยู่ในเรือนหอสูงสามชั้นที่เซียวอวี้หยวนตั้งใจสร้างขึ้นเพื่อฟู่เสียนเย่ว์โดยเฉพาะ และตั้งชื่อว่าหอสูงแห่งนี้ว่าหอลี่หมิง ห้องนอนของทั้งคู่อยู่ชั้นสองมีกระจกโปร่งใส่กันไม่ให้ลมเข้า แต่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ด้านนอกได้อย่างแจ่มชัดสิบปีที่ผ่านมานี้ฟู่เสียนเย่ว์ผ่านการสูญเสียและได้รับความสุขเพิ่มเติมจากเดิมไม่ใช่น้อย เรื่องที่ถือว่าเป็นการสูญเสียของฟู่เสียนเย่ว์หนักมากที่สุดคือฮูหยินผู้เฒ่าฟู่จากนางไปแล้วเมื่อห้าปีก่อน ในยามนั้นนางกำลังตั้งครรภ์เซียวหย่งจื้อบุตรชายคนที่สามอยู่ คราวนั้นนางทุกข์ใจมาก สองปีต่อมานางต้องสูญเสียท่านลุงรองตู้ซิวเซิงและพี่ชายสามตู้หยุนเป่ยไปพร้อมกันทั้งสองคนในสงครามระหว่างแคว้นฉีและแคว้นเหยียน คราวนั้นนางเพิ่งคลอดบุตรชายคนที่สี่จึงตั้งชื่อเขาว่าเซียวหย่งเจี้ยน กระบี่ผู้กล้าหาญเพื่อระลึกถึงวีรบุรุษของตระกูลตู้ การสูญเสียคราวนี้ทำให้ท่านยายของนางจางกงจู่เศร้าเสียพระทัยจนเจ็บป่วย แต่เมื่อพี
หลานสาวคนใหม่ของจวนตู้กั๋วกง มีนามว่าตู้หมิงจู ยามนี้เด็กน้อยอายุได้สามเดือนแล้ว เป็นแก้วตาดวงใจของทุกคน ฟู่เสียนเย่ว์เองอยากไปเยี่ยมหาหลานสาวบ่อยๆ แต่ท้องของนางไม่อำนวยเพราะท้องของนางเริ่มโตมากขึ้นทุกวันและมีขนาดใหญ่กว่าท้องของเถาฮวาเสียอีก ซึ่งเถาฮวาเพิ่งจะคลอดบุตรชายให้แก่จ้าวฮุ่ยไปเมื่อเดือนที่แล้วท่านหมอหลวงฉีตรวจ และยืนยันว่าบุตรในท้องของพระชายาจิ้นอ๋องมีถึงสองคน สร้างความยินดีและความกังวลให้แก่เซียวอวี้หยวนเป็นอย่างมาก เขาถึงกับไปขอร้องให้ฮูหยินสามตระกูลตู้ เจินอวี้ มาช่วยดูแลการตั้งครรภ์ของฟู่เสียนเย่ว์อย่างใกล้ชิดด้วยตัวเอง หากไม่ติดว่าฮูหยินสามเจินซื่อต้องดูแลการตั้งครรภ์ของฟู่เสียนเหยียนผู้เป็นลูกสะใภ้ของนางแล้ว เซียวอวี้หยวนคงขอให้เจินอวี่มาพักค้างคืนเฝ้าดูแลฟู่เสียนเย่ว์อย่างใกล้ชิดไปแล้ว ทางวังหลวงเมื่อได้รับข่าวดีว่าฟู่เสียนเย่ว์ตั้งครรภ์ลูกแฝด จึงส่งมามาและหมอตำแยผู้มีฝีมือดีมาอาศัยอยู่ที่จวนจิ้นอ๋องชั่วคราว เพื่อเตรียมทำคลอดให้แก่ฟู่เสียนเย่ว์เป็นพิเศษ ทุกวันนี้ฟู่เสียนเย่ว์ทำตามตำราที่เจินอวี้ส่งมาให้นางอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะเซียวอวี้หยวน เขาไม่เคยละเว้นการอ่านหนั
สามเดือนต่อมาจวนตระกูลฟู่จัดงานมงคลของฟู่อวิ๋นฟางและสวีหรูซาน งานนี้ถือว่าเป็นงานมงคลที่ยิ่งใหญ่ของเมืองหลินจือ เพราะคุณชายสามตระกูลฟู่ ฟู่อวิ๋นฟาง เป็นบุตรชายคนเดียวของนายท่านรองตระกูลฟู่ ฟู่อีหลาง ซึ่งมีการค้าสำคัญมากมาย การค้าของตระกูลฟู่เฟื่องฟูกระจายสาขาไปหลายแคว้น เหล่าพ่อค้าวาณิชย์ต่างยกให้นายท่านรองฟู่เป็นผู้นำหอการค้าที่เพิ่งจัดสร้างขึ้น ส่วนคุณหนูสามของตระกูลสวี สวีหรูซาน ก็เป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของนายท่านรองตระกูลสวี สวีหยวนอู่ นายท่านรองตระกูลสวีนอกจากเป็นพี่ชายแท้ๆ ของสวีฮองเฮาแล้วยังดำรงตำแหน่งเสนาบดีกรมพระคลังอีกด้วยงานมงคลครั้งนี้ฟู่เสียนเย่ว์สู้รบกับเซียวอวี้หยวนอยู่หลายวัน ฟู่เสียนเย่ว์จึงสามารถมาร่วมงานมงคลนี้ได้ แต่นางต้องรับปากกับเซียวอวี้หยวนว่า “ในงานหม่อมฉันจะอยู่ไม่ห่างกายของท่านอ๋องเลยเพคะ” นางจึงได้มาร่วมงานฟู่เสียนเย่ว์ยามนี้ตั้งครรภ์ได้ห้าเดือนแล้ว ท้องใหญ่โต รูปร่างอวบกลมใบหน้าอวบอิ่มเต็มไปด้วยรอยยิ้มยามมีผู้อื่นเข้ามาทักทาย นางนั่งรอขบวนรับเจ้าสาวกลับมาจวนตระกูลฟู่อย่างตื่นเต้นอยู่ข้างเซียวอวี้หยวนผู้มีใบหน้ายิ้มแย้มเช่นกันฟู่เสียนหยายามนี้กลับมามีรู
ยามเช้าฟู่เสียนเย่ว์ตื่นมาอย่างไม่กระฉับกระเฉงเหมือนวันอื่น อากาศหนาวไม่มีคนร่างอุ่นร้อนมากอดนางเข้านอนเหมือนเช่นทุกคืน นางเริ่มรู้สึกไม่คุ้นชินเช่นกัน ฟู่เสียนเย่ว์แอบคิดว่าวิธีการเอาคืนเขาแบบนี้คงจะใช้ต่อไปไม่ได้แล้ว คงจะต้องหาวิธีอื่นนางครุ่นคิดหาวิธีลงโทษคนกระทำผิดแบบใหม่อย่างจริงจัง ในขณะที่สาวใช้ปรนนิบัตินางจนเปลี่ยนชุดเสร็จ ฟู่เสียนเย่ว์จึงเอ่ยถามผิงมามาว่า “เมื่อคืนท่านอ๋องย้ายไปนอนที่ไหน มีใครคอยปรนนิบัติหรือเปล่า”ผิงมามาอมยิ้มก่อนเอ่ยตอบว่า “พระชายาวางใจได้เพคะ ท่านเหิงจือคอยปรนนิบัติท่านอ๋องด้วยตนเอง ท่านอ๋องจึงไม่ลำบากมากนัก คราวแรกท่านอ๋องย้ายไปเตรียมนอนที่ห้องหนังสือของเรือนหน้า แต่ครึ่งคืนหลังท่านอ๋องเปลี่ยนใจย้ายมานอนที่ห้องหนังสือที่เรือนฟู่ฮวานี่เองเพคะ เมื่อรุ่งเช้าท่านเหิงจือบอกกับบ่าวว่าถ้าหากพระชายาตื่นแล้วให้คนไปบอกท่านอ๋องที่ห้องหนังสือ เมื่อครู่บ่าวจึงให้เสี่ยวหลันเป็นผู้ไปบอกท่านอ๋องแล้วเพคะว่าพระชายาตื่นนอนแล้ว”ผิงมามาเพิ่งพูดจบ เซียวอวี้หยวนก็เดินเข้าห้องมาอย่างเงียบสงบ เขามีท่าทางอิดโรยคล้ายคนนอนไม่พอ ไม่พูดอะไรกับผู้ใด เดินขึ้นเตียงและดึงม่านมุ้งคลุมเต
วันนี้ในวังหลวงจัดงานฉลองพระชนมายุครบ 50 ชันษาของฮ่องเต้เซียวเกาตี้ ฟู่เสียนเย่ว์ไม่ได้ไปร่วมงานเลี้ยงในวังหลวงด้วย แม้ว่าอาการคงที่ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้วกับการตั้งครรภ์ในครั้งนี้ แต่ภายในวังหลวงอะไรก็เกิดขึ้นได้ เซียวอวี้หยวนจึงไม่ยินยอมให้ฟู่เสียนเย่ว์ไปร่วมงานเนื่องจากความเป็นห่วงอากาศหนาวเย็นทำให้ดอกไม้ในสวนโดนหิมะแรกตกใส่เมื่อคืนนี้ ฟู่เสียนเย่ว์ทำได้เพียงเดินเล่นอยู่ในเรือนฟู่ฮวา ท่านหมอหลวงฉีแนะนำว่าช่วงนี้นางควรเริ่มเดินออกกำลังกายบ้างได้แล้ว เซียวอวี้หยวนจึงปล่อยให้นางเดินเองไม่ได้อุ้มนางไปไหนมาไหนอีกต่อไปผิงมามาเดินตามหลังฟู่เสียนเย่ว์ไม่ห่างอย่างห่วงใย และเอ่ยขึ้นเสียงเบาว่า “หม่อมฉันไปสืบได้เรื่องมาแล้วนะเจ้าค่ะว่าข่าวลือมาจากที่ไหน” ผิงมามามีสีหน้าลำบากใจ และสับสนเล็กน้อยฟู่เสียนเย่ว์หยุดเดินแล้วหันมามองผิงมามาอย่างสงสัย “ใครกัน แล้วเขาทำลายชื่อเสียงข้าเพราะอะไร”ผิงมามาก้มหน้าลงไม่กล้าสบตาพระชายา ความจริงนางไม่อยากนำความเรื่องนี้มาบอกกับพระชายาเลย แต่ท่านอ๋องรักพระชายามากถึงขนาดนี้ นางจึงมีความเชื่อว่าเรื่องที่ท่านอ๋องทรงทำไป คงไม่มีความประสงค์ร้ายแอบแฝงเป็นแน่ ผิงม
ฟู่เสียนเย่ว์นั่งรอสองพี่น้องตระกูลสวี อยู่ในห้องอุ่นของเรือนฟู่ฮวา โดยมีผิงมามานั่งอยู่เป็นเพื่อน ส่วนเถียนมามายามนี้โดนฟู่อวี้ชิงรั้งตัวไว้ที่เรือนลี่หมิง เรือนที่เซียวอวี้หยวนเพิ่งตกแต่งใหม่และยกให้เป็นเรือนพักส่วนตัวของฟู่อวี้ชิงสวีหรูอี้และสวีหรูซานเข้ามาในห้องอุ่น เห็นฟู่เสียนเย่ว์นั่งกินผลไม้ดองอย่างเอร็ดอร่อย ทั้งสองมองหน้ากันอย่างสับสนเล็กน้อยก่อนจะทักทายกันตามธรรมเนียม“มีคนพูดกันว่าเจ้ามีภาวะครรภ์อ่อนแอ เหตุใดข้าจึงเห็นเจ้าหน้าตาผ่องใสไม่คล้ายคนเจ็บป่วยเลยเล่า” สวีหรูอี้เอ่ยถาม“นั่นนะสิ ในยามนี้มีข่าวลือว่าดวงพิฆาตนารีของจิ้นอ๋องกำลังทำงานอีกครั้งแแล้ว พระชายาที่เพิ่งแต่งงานได้สี่เดือนยามนี้ร่างกายอ่อนแอจนไม่สามารถลุกขึ้นมาเดินได้ ยามนี้ต้องนอนพักผ่อนอยู่แต่บนเตียงเท่านั้น” สวีหรูซานเอ่ยเล่าเรื่องข่าวลือ ก่อนจะสะดุ้งสุดตัวเพราะโดนสวีหรูอี้หยิกเตือนที่แขน“เจ้านี่นะ ปากไม่ดีใครใช้ให้เจ้าปากมาก ตีปากตัวเองแก้เคล็ดเดี๋ยวนี้” สวีหรูอี้เอ่ยเตือนน้องสาว สวีหรูซานหน้าเสียรีบตีปากตัวเองจนฟู่เสียนเย่ว์ต้องรีบเอ่ยห้าม“พอแล้วอย่าตีตนเองอีกเลย แค่เรื่องที่พูดเล่นกันเท่านั้น ความจริ







