คุณหนูสี่

คุณหนูสี่

last updateLast Updated : 2026-09-23
Language: Thai
goodnovel16goodnovel
Not enough ratings
103Chapters
75views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

โปรย ในวันที่บุตรสาวของอนุภรรยาและบุตรสาวของฮูหยินเอกลืมตาดูโลกในเวลาใกล้เคียงกัน ทั้งสองกลับถูกสลับตัวโดยตั้งใจ ตัวจริงถูกส่งไปเผชิญความลำบากในชนบท ส่วนตัวปลอมกลับได้รับการเลี้ยงดูมาอย่างดีในห้องหอ ทว่าสิบปีต่อมา ความจริงถูกเปิดโปงด้วยจดหมายเพียงฉบับเดียว หยางซูซินจึงถูกส่งตัวกลับเมืองหลวง คืนสู่อ้อมอกมารดาที่แท้จริง นางหวังเพียงได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ราบรื่นเปี่ยมสุขและได้รับความรักจากทุกคนในครอบครัว ทว่าความจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้นเลย เมื่อมารดาแท้ ๆ กอดลูกเลี้ยงไว้แนบอก แล้วบอกว่า… “นางเปราะบาง ส่วนเจ้าแข็งแกร่งกว่าจงเสียสละให้นางเถิด”

View More

Chapter 1

1 หวนคืน

1

หวนคืน

“ถึงจวนแม่ทัพแล้ว”

รถม้าไม้เก่าๆ แล่นมาหยุดอยู่หน้าจวนแม่ทัพหยาง หยางซูซินเลิกม่านที่ทำจากผ้าฝ้ายเนื้อหยาบขึ้นมอง ดวงตาของนางสงบราบเรียบ  แต่ในใจกลับกำลังครุ่นคิดถึงเรื่องราวเมื่อครั้งยังเยาว์วัย  นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้ย่างกายเข้ามาเหยียบจวนนี้  หากจะนับจริงๆ  ก็น่าจะสิบปีเห็นจะได้

สิบห้าปีก่อน  ในคืนที่นางและหยางซินเหยาลืมตาดูโลก ท่ามกลางเสียงพายุฝนที่โหมกระหน่ำจวนแม่ทัพ เหมยอี๋เหนียงผู้เป็นอนุภรรยาได้อาศัยจังหวะชุลมุนสลับทารกในห่อผ้าไหม นำบุตรสาวตนเองไปวางไว้บนฟูกหนานุ่มของหลินฟูเหริน แล้วชิงเอาทารกที่ควรจะเป็นคุณหนูสายเลือดเอกมาไว้ในอ้อมอก 

ห้าปีต่อมานางกลับหวาดกลัวว่าความลับจะรั่วไหล  เพราะหยางซูซินได้เติบโตขึ้นมาและมีเค้าโครงหน้าเหมือนมารดาผู้ให้กำเนิด เหมยอี๋เหนียงจึงยอมวางอุบายให้ตนเองถูกขับไล่ไปอยู่ชนบทที่ห่างไกล เพื่อจะกันซูซินออกไปให้พ้นจากสายตาของผู้คนในตระกูลหยาง

"คุณหนูสี่เชิญข้างในเจ้าค่ะ ฮูหยินและทุกคนรออยู่ที่โถงรับรองแล้ว" 

สาวใช้คนหนึ่งเอ่ยขึ้น น้ำเสียงนั้นแฝงไปด้วยความประหม่าที่ปนมากับความขัดตาเมื่อเห็นสภาพของคุณหนูคนใหม่  นางมองหยางซูซินตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า  ไม่รู้ว่าสายตาที่มองมานั้นในใจคิดอะไรอยู่  อาจจะเต็มไปด้วยความเวทนาหรือสมเพชก็เป็นได้  เพราะสภาพของหยางซูซินนั้นดูเหมือนคุณหนูสูงศักดิ์ที่เสียที่ไหนกัน

หยางซูซินเดินผ่านซุ้มประตู สวนดอกไม้ในจวนถูกจัดแต่งอย่างประณีต มีม้านั่งหินอ่อนและศาลาแปดเหลี่ยมริมสระบัวที่ดูร่มรื่น ทว่านางกลับไม่ได้หยุดมองความงามเหล่านั้นแม้แต่น้อย

นางเดินเข้ามาถึงโถงรับรองหลัก  ความเงียบงันทำให้รู้สึกได้ถึงความกดดัน บนเก้าอี้ไม้สลักลายหลินฟูเหรินที่นั่งอยู่มีสีหน้าซีดเผือด ในอ้อมแขนของนางยังมีหยางซินเหยาซบหน้าสะอื้นไห้อยู่ไม่ห่าง ส่วนข้างกายมีชายหนุ่มสองคนยืนขนาบข้างด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

"ซูซินคารวะท่านแม่ พี่ใหญ่ และพี่รองเจ้าค่ะ" 

หยางซูซินย่อกายทำความเคารพอย่างพองาม  กิริยามารยาทที่นางแอบฝึกฝนมาในระหว่างเดินทางจากชนบทนั้นไร้ที่ติ

"ซูซินเจ้ามาถึงแล้วหรือ" 

หลินฟูเหรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ  มองดูลูกสาวในไส้ที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกับตนเองในวัยเยาว์ราวกับถอดแบบมา ทว่าแววตาที่แข็งกร้าวของซูซินกลับทำให้นางรู้สึกใจสั่นอย่างบอกไม่ถูก 

"ลำบากเจ้าแล้วจริงๆ ที่ต้องไปตกระกำลำบากอยู่ชนบทเนิ่นนานเพียงนั้น"

"ไม่ลำบากเลยเจ้าค่ะ ที่นั่นอากาศดี งานในไร่นาสอนให้ข้าต้องอดทนและตื่นรู้เสมอ" 

ซูซินตอบเสียงเรียบพลางปรายตามองซินเหยาที่เงยหน้าขึ้นจากอกของหลินฟูเหริน ดวงตาของซินเหยาแดงก่ำดูน่าสงสารยิ่งนัก  กิริยาแบบนี้ช่างอ่อนแอสมกับเป็นคุณหนูที่ถูกเลี้ยงในห้องหอมานานถึงสิบห้าปีเสียจริง

"น้องสี่ข้าต้องขอโทษแทนแม่ของข้าด้วยที่ทำเรื่องไร้ความระอายใจเช่นนั้นกับเจ้า  ตำแหน่งคุณหนูสามที่ข้าครองอยู่สิบห้าปีความจริงมันควรเป็นของเจ้า ข้ายินดีจะคืนทุกอย่างให้เจ้า"  ซินเหยาเอ่ยเสียงสั่นและกำลังจะเดินเข้ามากุมมือซูซิน

"เหยาเอ๋อร์เจ้าไม่ต้องทำถึงขนาดนั้น!" 

คุณชายรองหยางเฟิงเอ่ยขัดขึ้นทันที เขาขยับเข้ามาขวางระหว่างพี่สาวน้องสาว นิสัยของหยางเฟิงนั้นมุทะลุและรักครอบครัวมาก โดยเฉพาะซินเหยาที่เขาปกป้องมาตั้งแต่เล็ก 

"ท่านแม่ ซูซินกลับมาก็เป็นเรื่องดีแต่เหยาเอ๋อร์ก็ไม่ได้ทำอะไรผิด นางเองก็เป็นเหยื่อของการสลับตัวเหมือนกัน…พี่ใหญ่ท่านว่าจริงไหม"  ประโยคสุดท้ายหยางเฟิงหันไปถามพี่ชายคนโต

“ที่เจ้าว่ามาก็ถูก”

หยางหยุนพี่ชายคนโตผู้สุขุมเยือกเย็น มองดูภาพตรงหน้าแล้วเห็นด้วย เขาเดินเข้าหาซูซินแล้ววางมือลงบนบ่าของนางเบาๆ 

"เจ้าสี่ เรื่องที่เกิดขึ้นมันเป็นตราบาปของตระกูลเราจะชดเชยให้เจ้าอย่างดีที่สุด เพียงแต่ตอนนี้เหยาเอ๋อร์เองก็ได้รับความสะเทือนใจไม่แพ้กัน ในเมื่อเจ้ากลับมาแล้วก็ขอให้เราเริ่มกันใหม่ในฐานะพี่น้องเถิด"

ซูซินมองมือของพี่ใหญ่ที่วางบนบ่าก่อนจะเบี่ยงกายออกอย่างสุภาพ นางไม่ได้โกรธเคืองพี่ชายทั้งสอง เพราะนางรู้ว่าความผูกพันสิบห้าปีเทียบไม่ได้กับจดหมายแค่ฉบับเดียว แต่สิ่งที่นางยอมรับไม่ได้คือความลำเอียงที่ฉายชัดในแววตาของมารดาต่างหาก

"พี่ใหญ่ พี่รอง ข้าขอบคุณในความเมตตา  ข้าไม่ได้ต้องการมาแย่งชิงความสุขของใคร และไม่ได้ต้องการให้ใครมาสงสาร แต่ความจริงก็คือความจริง ข้าจำเป็นต้องถามถึงความถูกต้องในฐานะบุตรสาวของฮูหยินเอกตระกูลหยาง ส่วนใครจะได้รับผลกระทบจากการที่ความจริงถูกเปิดเผย ข้าเกรงว่านั่นไม่ใช่หน้าที่ของข้าที่ต้องรับผิดชอบเจ้าค่ะ"

หลินฟูเหรินหน้าถอดสีเมื่อได้ยินประโยคนั้น นางเปลี่ยนจากท่านั่งสบายๆ เป็นยืดตัวมองลูกสาวในไส้ด้วยแววตาจริงจัง

"ซูซินเจ้าพูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร เหยาเอ๋อร์เปราะบางนัก นางไม่เคยออกไปเผชิญโลกภายนอกเหมือนเจ้า เจ้าจะให้นางไปอยู่ที่ไหนได้"

"ข้าไม่ได้บอกให้นางไปที่ไหนเจ้าค่ะ  เพียงแต่สถานะในจวนต้องชัดเจน  ว่ากันตามความถูกต้องข้าคือคุณหนูสามผู้เป็นบุตรสาวที่เกิดจากครรภ์ของภรรยาเอก  ข้าเกิดก่อนนางสมควรเป็นพี่สาว ส่วนซินเหยานางคือบุตรสาวของอนุเหมย แม้ท่านแม่จะรักนางมากเพียงใด แต่ตำแหน่งและลำดับอาวุโสในงานสังคมหรืองานสมรสในอนาคตจะปล่อยให้คลุมเครือไม่ได้ หรือท่านแม่จะให้ข้าที่ลำบากมาสิบปีต้องมายืนก้มหัวให้นางที่เป็นลูกของคนที่ทำให้ข้าต้องพลัดพรากจากบ้านไป"

คำพูดของซูซินเหมือนเข็มที่ทิ่มแทงเข้าไปในใจของทุกคนในโถง หยางหยุนและหยางเฟิงต่างก้มหน้านิ่ง พวกเขาไม่มีเหตุผลใดมาหักล้างความชอบธรรมของนางได้เลย  จึงทำได้แค่อ้าปากส่งเสียงอึกอักคล้ายอยากพูดแต่สรรหาคำพูดดีๆ มาแก้ต่างให้ซินเหยาไม่ได้

"ข้าเข้าใจน้องสี่ ข้าจะย้ายไปอยู่เรือนเล็กท้ายจวน ข้าจะยอมรับฐานะลูกอนุ"  พอได้ยินแบบนั้นซินเหยาร้องไห้หนักกว่าเดิม

"ไม่ต้องทำขนาดนั้นหรอก  จวนแม่ทัพออกจะใหญ่โตเพียงนี้  ท่านแม่อยากจะเลี้ยงดูใครไว้ก็สุดแล้วแต่เถิด เพียงแต่ข้าวของเครื่องใช้หรือแม้แต่ชื่อเสียงที่ข้าควรได้รับคืนมา ข้าขอให้ท่านแม่จัดการให้ถูกต้องตามทำนองคลองธรรมด้วยเจ้าค่ะ"

ทุกคนต่างพูดไม่ออกไปตามๆ กัน ผ่านไปครู่ใหญ่หลินฟูเหรินจึงพูดทำลายความเงียบ  นางหันไปทางสาวใช้แล้วบอก  ในน้ำเสียงนั้นมีความอัดอั้นตันใจไม่น้อย

"นำทางคุณหนูสี่ไปที่เรือนพักเถิด"

“เจ้าค่ะฮูหยิน”

เมื่อเงาร่างของซูซินเดินพ้นประตูโถงรับรองไป หลินฟูเหรินทรุดกายลงนั่งอย่างหมดแรง ดูเหมือนว่าบุตรสาวในไส้คนนี้ฉลาดเป็นกรดและทันคนยิ่งกว่าใคร ความแข็งกระด้างที่ได้มาจากชนบทนั้นทำให้นางกลายเป็นคนที่ควบคุมได้ยากยิ่ง  อนาคตจะต้องมีเรื่องวุ่นวายกว่านี้แน่

"ท่านแม่  ข้าว่าเจ้าสี่นางไม่ได้ประสงค์ร้ายเพียงแต่นางยึดมั่นในเหตุผล  เราควรให้นางได้พักผ่อนและค่อยๆ ปรับตัว  นางอยู่ในชนบทมานานเกินไปยังไม่เข้าใจกฎระเบียบของจวน"  

หยางหยุนเอ่ยขึ้นเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ  ส่วนหยางเฟิงเดินเข้าไปปลอบซินเหยาที่ยังคงสะอึกสะอื้นอยู่ข้างๆ โดยที่ไม่มีใครทันสังเกตเห็นแววตาของซินเหยาที่เปลี่ยนจากความโศกเศร้าเป็นแค้นเคืองเพียงชั่วพริบตา

ในขณะเดียวกัน ที่เรือนพักหลังเล็กที่เพิ่งถูกจัดเตรียมไว้อย่างเร่งด่วน ซูซินนั่งลงบนเตียงไม้ที่ปูด้วยฟูกนุ่มๆ  สถานที่นี้ดีกว่าที่นางเคยอยู่มาตลอดสิบปี แต่ก็เทียบไม่ได้เลยกับเรือนที่ซินเหยาและพี่ชายทั้งสองอาศัยอยู่  นางมองดูปลายนิ้วที่หยาบกร้านจากการทำงานหนักของตนเองแล้วได้แต่ทอดถอนใจ

ความรักที่ท่านแม่มีให้ซินเหยาคือความผูกพัน แต่ความแค้นที่นางมีต่อโชคชะตาคือความจริง นางใช้ชีวิตในชนบทมาสิบปี  ผ่านความลำบากมามากมายจนฝ่ามือสากหยาบกระด้าง  ช่างน่าขันนัก…พอความจริงปรากฎกลับไม่มีผู้ใดเห็นใจในความลำบากเลยสักคน  เอาแต่ประคบประหงมตัวปลอมจนออกนอกหน้า

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
103 Chapters
1 หวนคืน
1หวนคืน“ถึงจวนแม่ทัพแล้ว”รถม้าไม้เก่าๆ แล่นมาหยุดอยู่หน้าจวนแม่ทัพหยาง หยางซูซินเลิกม่านที่ทำจากผ้าฝ้ายเนื้อหยาบขึ้นมอง ดวงตาของนางสงบราบเรียบ แต่ในใจกลับกำลังครุ่นคิดถึงเรื่องราวเมื่อครั้งยังเยาว์วัย นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้ย่างกายเข้ามาเหยียบจวนนี้ หากจะนับจริงๆ ก็น่าจะสิบปีเห็นจะได้สิบห้าปีก่อน ในคืนที่นางและหยางซินเหยาลืมตาดูโลก ท่ามกลางเสียงพายุฝนที่โหมกระหน่ำจวนแม่ทัพ เหมยอี๋เหนียงผู้เป็นอนุภรรยาได้อาศัยจังหวะชุลมุนสลับทารกในห่อผ้าไหม นำบุตรสาวตนเองไปวางไว้บนฟูกหนานุ่มของหลินฟูเหริน แล้วชิงเอาทารกที่ควรจะเป็นคุณหนูสายเลือดเอกมาไว้ในอ้อมอก ห้าปีต่อมานางกลับหวาดกลัวว่าความลับจะรั่วไหล เพราะหยางซูซินได้เติบโตขึ้นมาและมีเค้าโครงหน้าเหมือนมารดาผู้ให้กำเนิด เหมยอี๋เหนียงจึงยอมวางอุบายให้ตนเองถูกขับไล่ไปอยู่ชนบทที่ห่างไกล เพื่อจะกันซูซินออกไปให้พ้นจากสายตาของผู้คนในตระกูลหยาง"คุณหนูสี่เชิญข้างในเจ้าค่ะ ฮูหยินและทุกคนรออยู่ที่โถงรับรองแล้ว" สาวใช้คนหนึ่งเอ่ยขึ้น น้ำเสียงนั้นแฝงไปด้วยความประหม่าที่ปนมากับความขัดตาเมื่อเห็นสภาพของคุณหนูคนใหม่ นางมองหยางซูซินตั้งแต่ศีรษะจรดปลาย
last updateLast Updated : 2026-09-23
Read more
2 ไม่ใช่ของเจ้า
2ไม่ใช่ของเจ้าแสงอรุณรุ่งสาดส่องผ่านบานหน้าต่างเรือนท้ายจวน หยางซูซินลืมตาตื่นขึ้น นิสัยการตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อเข้าป่าขุดสมุนไพรกลายเป็นความเคยชิน นางลุกขึ้นนั่งบนเตียง สำรวจมองห้องนอนใหม่ที่แม้จะดีกว่ากระท่อมในชนบทแต่กลับเต็มไปด้วยฝุ่นหนาและข้าวของเครื่องใช้ที่ดูเก่าเก็บเกินกว่าจะเป็นห้องของคุณหนูสายตรงเสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่สาวใช้หน้าตาสะสวยคนหนึ่งจะเดินเข้ามาพร้อมถังน้ำล้างหน้า แต่นางกลับวางมันลงบนโต๊ะอย่างแรงจนน้ำกระเซ็นออกมาเลอะเทอะ“คุณหนูสี่ตื่นแล้ว นี่คือน้ำล้างหน้าส่วนอาหารถ้าท่านอยากกินก็ต้องเดินไปกินที่เรือนหลัก”สาวใช้เอ่ยพลางปัดมืออย่างขอไปที ซูซินมองถังน้ำที่มีคราบตะไคร่เกาะขอบ แล้วเงยหน้ามองนางด้วยสายตาเรียบเฉย"เจ้าชื่ออะไร""ข้าชื่อหลีมู่เป็นคนของคุณหนูสาม คุณหนูสามมีน้ำใจ ฮูหยินจึงส่งข้ามาปรนนิบัติคุณหนูสี่เป็นการชั่วคราว" หลีมู่ตอบพร้อมเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี"หลีมู่ น้ำล้างหน้าที่ขุ่นมัวเช่นนี้แม้แต่สุนัขในชนบทที่ข้าจากมายังไม่ยอมดื่ม แล้วเจ้าคิดว่าข้าจะใช้มันล้างหน้าได้อย่างไร ไปเปลี่ยนมาใหม่ คราวหน้าหากเจ้าวางสิ่งของเสียงดังกระแทกเแดกดันเช่นนี้อี
last updateLast Updated : 2026-09-23
Read more
3 อย่าบีบน้ำตา
3อย่าบีบน้ำตาหยางเฟิงมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกกระอักกระอ่วนใจ จะโต้เถียงเพื่อแย่งชิงจี้หยกมาให้ซินเหยาก็ทำไม่ได้เพราะนั่นคือสิทธิ์โดยชอบธรรมของซูซิน หากเรื่องนี้ไปถึงหูคนตระกูลหลินก็อาจจะยิ่งทำให้ชื่อเสียงของจวนแม่ทัพเสื่อมเสีย"ข้าเหนื่อยมาทั้งคืนแล้ว อยากจะแต่งตัวเพื่อไปกินข้าวเช้ากับท่านพ่อและท่านแม่เสียที รบกวนพี่รองพาซินเหยากลับไปเถิดเจ้าค่ะ แล้วก็อย่าลืมเอาผ้าไหมพวกนี้กลับไปด้วย เรือนของข้าคับแคบนักไม่มีที่พอจะวางของที่ข้าไม่ได้ใช้"ซูซินกล่าวจบก็หมุนกายกลับเข้าด้านในหน้าตาเฉย ทิ้งให้หยางเฟิงและซินเหยายืนนิ่งอยู่กลางห้อง ซินเหยาทำหน้าไม่ถูกอยู่ครู่หนึ่ง พอตั้งสติได้ก็ปล่อยเสียงสะอื้นไห้ออกมาเบาๆ แล้วซบหน้าลงกับต้นแขนพี่ชาย“อย่าเสียใจไปเลย เดี๋ยวพี่จะขอให้ท่านแม่ซื้อจี้หยกอันใหม่ที่คุณภาพดีไม่แพ้กันให้เจ้าก็แล้วกัน” เขาลูบศีรษะน้องสาวกำมะลอเบาๆ อย่างอ่อนโยน“พี่รองอย่าลำบากเลยเจ้าค่ะ ข้าไม่ได้ต้องการของมีค่าใดๆ เพียงแค่จี้หยกชิ้นนั้นอยู่กับข้ามาสิบห้าปี ข้ารู้สึกอาลัยอาวรณ์ก็เท่านั้น”“เจ้าช่างรู้ความยิ่งนัก ไม่เหมือนเจ้าสี่เลยสักนิิด”ที่โถงอาหารเต็มไปด้วยความอึดอั
last updateLast Updated : 2026-09-23
Read more
 4 ดัดนิสัย
4ดัดนิสัยซินเหยากัดริมฝีปากจนเจ็บแปลบ นางจำใจเดินก้มหน้าไปนั่งที่ปลายโต๊ะอันห่างไกลจากจากหลินฟูเหรินตามคำสั่งบิดา ส่วนซูซินขยับเข้าไปนั่งแทนที่ด้วยท่าทางไร้ความรู้สึกรู้สา คีบอาหารเข้าปากไปคำหนึ่งด้วยสีหน้าเรียบเฉย พอกลืนลงท้องแล้วมุมปากก็ยกยิ้มบางๆ"อาหารมื้อนี้รสชาติดีทีเดียวเจ้าค่ะ อ้าว…ทำไมทุกคนถึงทำสีหน้าเช่นนั้น หรือว่าของดีแบบนี้กินกันจนเบื่อแล้วก็เลยไม่อยากกิน"นางเอ่ยขึ้นหลังจากคีบผักเข้าปากคำแรกราวกับเหตุการณ์เมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น หลินฟูเหรินโกรธจนกินข้าวไม่ลงจ้องมองซูซินด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย สุดท้ายก็อดไม่ได้ที่จะพูด"เจ้าได้ทุกอย่างที่ต้องการแล้วยังจะพูดจาเหน็บแนมผู้อื่นอีกทำไม ข้าไม่คิดเลยว่าเด็กที่เติบโตมาในชนบทจะมีนิสัยกระด้างกระเดื่องเช่นนี้""ท่านแม่เจ้าคะ เด็กที่อาศัยอยู่ในชนบทโดยไร้คนเหลียวจำเป็นต้องดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด ในขณะที่ลูกรักของท่านแม่นั่งเสวยสุขในห้องหอ ข้าต้องต่อสู้กับคนโกงในตลาดเพื่อให้ได้เศษเงินมาประทังชีวิต ในหน้าหนาวก็ต้องแบกฟืนลงจากเขาในระยะทางหลายสิบลี้ ความอ่อนโยนของกุลสตรีที่ท่านเรียกร้องหาข้าได้ทิ้งมันไปพร้อมกับความอดอยากที
last updateLast Updated : 2026-09-23
Read more
5 ไร้การศึกษา
5ไร้การศึกษาใขณะเดียวกันหยางซูซินยืนนิ่งอยู่ในมุมมืดด้านหลังห้องอาหาร นางไม่ได้เดินจากไปไกลอย่างที่ทุกคนเข้าใจ ทว่ากลับยืนรอเพื่อฟังความในใจของคนใรครอบครัวที่นางอุตส่าห์ดั้นด้นหวนคืนมาหา ความเย็นยะเยือกของกำแพงที่แผ่นหลังพิงอยู่นั้น ยังไม่หนาวเหน็บเท่ากับถ้อยคำที่พรั่งพรูออกมาจากปากของมารดาผู้ให้กำเนิดทุกถ้อยคำด่าทอที่ลอยมาตามลม ทั้งคำว่าป่าเถื่อน ไร้การศึกษา หรือแม้แต่คำว่าน่าอับอายที่มีนางเป็นลูก เปรียบเสมือนเข็มนับพันที่ทิ่มแทงลงบนหัวใจ ซูซินหลับตาลงช้าๆ มือทั้งสองข้างบีบกันแน่นจนเจ็บแปลบ ความเจ็บที่ฝ่ามือนั้นช่วยดึงสติไม่ให้นางเผลอปล่อยหยดน้ำตาออกมานางเสียใจ นั่นคือความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้ แม้ภายนอกจะแข็งกระด้างเพียงใด ทว่าลึกๆ แล้วยังคงมีความหวังเล็กๆ ว่าสายเลือดที่ไหลเวียนอยู่ในกายจะทำให้มารดามองเห็นเงาของตนเองบ้าง แต่วันนี้ความหวังนั้นถูกขยี้จนแหลกลาญด้วยคำพูดที่ว่ารังเกียจเดียดฉันท์ลูกในไส้"บ้านป่าเมืองเถื่อน ที่เป็นเช่นนี้…แล้วข้าผิดอะไรถึงต้องไปอยู่ในที่แบบนั้นล่ะ ตัวข้าเลือกเองได้อย่างนั้นหรือ"ซูซินพึมพำกับตนเองเบาๆ ในความเงียบ มุมปากของนางยิ้มหยันด้วยควา
last updateLast Updated : 2026-09-23
Read more
6 ไม่ได้
6ไม่ได้เมื่อเวลาผ่านไปจนครบสองชั่วยาม เรือนพักกะทัดรัดที่เคยดูเหมือนห้องเก็บของร้างก็แปรสภาพไป ซูซินทรุดกายลงนั่งบนม้านั่งหินหน้าเรือนพลางใช้ชายแขนเสื้อซับเหงื่อที่ใบหน้า นางมองผลงานของตนเองด้วยแววตาที่สงบราบเรียบ แม้ที่นี่จะไม่มีผ้าม่านหรูหรา หรือเครื่องหอมราคาแพงอย่างเรือนของซินเหยาก็ตามทีดวงตากลมโตทอดมองไปที่ประตูเรือนที่ยังคงไร้เงาของผู้มาเยือน มุมปากยกยิ้มขึ้น เป็นรอยยิ้มที่ไร้ความรู้สึก สิ่งเหล่านี้ยิ่งตอกย้ำว่านางจะต้องพึ่งพาตนเองให้ได้มากที่สุด เลิกคิดได้แล้วว่าวาสนาอันสูงส่งนั้นจะหล่นลงมาใส่หัว เพราะถึงอย่างไรมารดาแท้ๆ ก็ไม่ยินดีให้เป็นไปตามนั้นนางจัดแจงปอยผมที่หลุดร่วงให้เข้าที่อย่างลวกๆ ผลัดเปลี่ยนมาสวมเสื้อตัวยาวสีอ่อนปักลายดอกเหมยที่ชายเสื้อ แม้จะเป็นเสื้อผ้าที่ดูเรียบง่ายทว่ากลับเน้นให้ผิวพรรณและใบหน้างดงามชวนมอง นางเดินออกจากเรือนท้ายจวน ก้าวผ่านบ่อน้ำและสวนหิน มุ่งหน้าสู่เรือนหลักซึ่งเป็นที่ตั้งห้องหนังสือของแม่ทัพหยางตลอดทางเดิน บ่าวไพร่ที่เคยชะเง้อมองนางทำงานต่างพากันหลบสายตา บ้างก็ก้มหน้าทำความสะอาดพื้นอย่างขะมักเขม้น ซูซินหาได้ใส่ใจคนเหล่านั้น ในจวนแห่งนี
last updateLast Updated : 2026-09-23
Read more
7 ชื่อเสียงของจวนแม่ทัพ
7ชื่อเสียงของจวนแม่ทัพซูซินแค่นยิ้มบางๆ เป็นยิ้มที่ทำให้คนที่มองรู้สึกหนาวสั่นไปถึงขั้วหัวใจ ซินเหยายอมงั้นหรือ ซินเหยาเสียสละงั้นหรือ หึ...ละครผู้ดีสินะ"ในเมื่อท่านแม่ยืนกรานเช่นนั้น ลูกก็ไม่มีอะไรจะพูดต่อเจ้าค่ะ เพียงแต่…หากความจริงเรื่องการสลับตัวนี้หลุดออกไปถึงหูของคนภายนอก ชื่อเสียงของจวนแม่ทัพจะเป็นเช่นไรเจ้าคะ คนอื่นจะมองว่าพวกท่านลำเอียงลูกอนุจนปล่อยปะละเลยลูกแท้ๆ หรือไม่”นางทิ้งคำถามไว้เพียงเท่านั้นแล้วย่อกายคารวะบิดาอย่างงดงาม ก่อนจะหมุนตัวเดินผ่านหน้าหลินฟูเหรินและซินเหยาออกไปโดยไม่หันกลับมามองอีกหลังจากพ้นเงาร่างของซูซินแล้ว แม่ทัพหยางทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้อย่างอ่อนใจ สองมือกุมขมับด้วยความรู้สึกอัดอั้นอย่างบอกไม่ถูก หลินฟูเหรินก้าวเข้ามาหาด้วยความร้อนรน ยิ่งทำให้ผู้เป็นสามีรู้สึกเบื่อหน่ายกับปัญหาแม่แท้แม้ปลอม ลูกแท้ลูกปลอมนี้เต็มประดา“ท่านพี่ ท่านต้องฟังข้า เรื่องนี้สำคัญต่ออนาคตของจวนเรายิ่งนัก ข้าตั้งใจจะมาหารือกับท่านเรื่องฐานะของเจ้าสี่อยู่พอดี หากท่านคืนฐานะให้นางในตอนนี้ก็เท่ากับผลักเหยาเอ๋อร์ลงเหวทั้งเป็นนะเจ้าคะ”"อะไรอีกเล่าฮูหยิน!""ท่านพี่ลืมเรื่อง
last updateLast Updated : 2026-09-23
Read more
8 สัญญาหมั้นหมาย
8สัญญาหมั้นหมายหลินฟูเหรินใช้จังหวะนี้สรุปความ นางไม่ยอมให้ซูซินคืนตำแหน่งในตอนนี้ ตราบใดที่พันธะหมั้นหมายกับตระกูลจ้าวยังคงอยู่ ขอแค่เพียงให้ซินเหยาได้แต่งออกไปอย่างราบรื่น เรื่องของซูซินนางตั้งใจว่าจะชดเชยให้ในภายหลัง และหวังอย่างยิ่งว่าสามีจะเห็นดีเห็นงามด้วยแม่ทัพหยางหลับตาลงพยายามไตร่ตรองถึงผลได้ผลเสีย เขารู้สึกติดค้างต่อซูซินอย่างมหาศาล ทว่าแรงกดดันจากหน้าตาทางสังคมและอำนาจทางการเมืองนั้นก็สำคัญเกินกว่าจะมองข้ามได้ ความเป็นจริงที่โหดร้ายคือในเมืองหลวงแห่งนี้ ชื่อเสียงสำคัญยิ่งกว่าความถูกต้อง และสายเลือดอาจมีค่าน้อยกว่าพันธะสัญญาที่ลงนามไปแล้ว“ข้าจะเก็บเรื่องนี้ไปคิดดูอีกครั้ง แต่ช่วงนี้พวกเจ้าต้องปฏิบัติกับเจ้าสี่ให้ดี อย่าให้นางรู้สึกว่าถูกทอดทิ้งจนเกินไปนัก”แม่ทัพหยางเอ่ยตัดบท แม้จะยังไม่ได้ตกปากรับคำเสียทีเดียว แต่แววตาที่ลังเลนั้นก็ทำให้หลินฟูเหรินยิ้มด้วยความโล่งอก“เจ้าค่ะ ท่านพี่ไม่ต้องห่วง หลังจากเหยาเอ๋อร์แต่งออกข้าจะหาบุรุษที่เหมาะสมให้เจ้าสี่ออกเรือน ให้นางแต่งกับบัณฑิตที่มีตำแหน่งกลางๆ ในราชสำนัก นางจะได้ไม่ต้องไปคลุกคลีอยู่กับคนใหญ่คนโต ชีวิตหลังแต่งง
last updateLast Updated : 2026-09-23
Read more
9 รู้สึกผิด
9รู้สึกผิดหลินฟูเหรินลูบเส้นผมของซูซินอยู่ครู่หนึ่ง ถึงอย่างไรซูซินก็คือเลือดเนื้อเชื้อไขที่นางอุ้มท้องมาเก้าเดือน สายใยแม่ลูกที่เชื่อมโยงกันย่อมไม่อาจตัดขาดได้โดยง่าย แม้ในใจจะมีความลำเอียงรักใคร่ซินเหยามากกว่าเพียงใด ความเป็นแม่ก็ทำให้หัวใจของหลินฟูเหรินสั่นคลอนอยู่ไม่น้อย“วันนี้แม่จะให้คนจัดเตรียมอาหารมื้อค่ำมาส่งให้ที่นี่ เจ้าก็พักผ่อนให้มากเถิด”นางกล่าวทิ้งท้ายก่อนจะลดมือลง มองดูซูซินเป็นครั้งสุดท้ายด้วยแววตาที่อ่อนกว่าตอนอยู่ห้องหนังสือมากนัก แล้วจึงหมุนกายเดินออกจากเรือนท้ายจวนซูซินยืนนิ่งอยู่ที่เดิม มือข้างหนึ่งกำถุงเงินไว้ ส่วนอีกข้างหนึ่งยกขึ้นแตะตรงตำแหน่งเดียวกับที่มารดาเพิ่งลูบศีรษะนางไปเมื่อครู่ สัมผัสที่เบาบางนั้นยังคงหลงเหลือความอุ่นจางๆ ทว่าในใจของนางกลับยังคงมีความเหน็บหนาวที่ไม่อาจเลือนหายความเมตตาชั่วครู่ของหลินฟูเหรินไม่ใช่การยอมรับในตัวนางอย่างแท้จริง แต่คือการเยียวยาความรู้สึกผิดในความเป็นแม่คนเสียมากกว่า ซูซินเก็บถุงเงินใส่ในอกเสื้อ แววตาที่เคยหวั่นไหวครู่หนึ่งกลับมาสงบนิ่งและเย็นชาดังเดิม จากนั้นนางจึงหมุนกายเดินกลับเข้าไปในเรือนที่มืดสลัวสุดท้ายแล
last updateLast Updated : 2026-09-23
Read more
 10 สอนไม่ได้
10สอนไม่ได้ยามเช้าอันเงียบสงบในจวนแม่ทัพหยาง บ่าวไพร่หลายนายกำลังช่วยกันแบกหีบตำราและพิณโบราณมุ่งหน้าสู่เรือนท้ายจวน หลินฟูเหรินยังคงมีความคิดอยากขัดเกลาก้อนหินที่หยาบกระด้างอย่างซูซินให้กลายเป็นหยกงามล้ำค่า นางจึงทุ่มเงินจ้างอาจารย์ซ่ง อาจารย์หญิงผู้มีชื่อเสียงในการสอนกุลสตรีจากสถานศึกษาที่มีชื่อในเมืองหลวงมาให้ซูซินการเรียนการสอนวันแรกเริ่มต้นขึ้นภายในห้องโถงเล็กของเรือนท้ายจวน ซูซินนั่งตัวตรง เบื้องหน้ามีพิณเจ็ดสายวางอยู่ แววตาของนางเรียบเฉยจนยากจะคาดเดาอารมณ์ อาจารย์ซ่งเริ่มร่ายยาวถึงจารีตของกุลสตรีและพื้นฐานการดีดพิณ ทว่าทุกครั้งที่ซูซินขยับปลายนิ้วหรือตั้งคำถามเพียงสั้นๆ อาจารย์หญิงจะแสดงสีหน้าไม่พอใจออกมาเมื่อตะวันตรงศีรษะ การเรียนการสอนรอบเช้าจบลง อาจารย์ซ่งรีบจัดแจงเสื้อผ้าแล้วมุ่งหน้าไปที่เรือนหลักทันที หลินฟูเหรินที่นั่งรอฟังผลการเรียนของบุตรสาวอยู่จึงรีบเอ่ยถามด้วยความคาดหวัง"วันแรกเป็นอย่างไรบ้างอาจารย์หญิง ซูซินนางมีความก้าวหน้าบ้างหรือไม่"หลินฟูเหรินถามพลางรินน้ำชาส่งให้ด้วยท่าทางให้เกียรติ อาจารย์ซ่งรับถ้วยน้ำชามาถือไว้ ทว่ากลับจงใจไม่จิบเลยสักอึก มือที่ถือถ้ว
last updateLast Updated : 2026-09-23
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status