Share

ระบบร้านค้า [2]

Penulis: Tuk Kung
last update Tanggal publikasi: 2026-10-01 15:53:22

บทที่ 5

“น้องเล็กอย่ากินเสียงดังนักสิ เดี๋ยวก็ทำท่านแม่ตื่นหรอก” ซือฮั่นกำลังพัดวีอยู่ข้างเตียง อดที่จะเอ็ดน้องชายเสียมิได้ เอาแต่ส่งเสียงเคี้ยวแจ๊บ ๆ จากการแทะกินหมั่นโถวลูกใหญ่มาสักพักแล้ว ด้วยกลัวว่าจะรบกวนการนอนของท่านแม่

“ขอรับ”

“พี่ใหญ่ ออกแรงพัดมากไปแล้วนะเจ้าคะ”

“ได้ ๆ พี่เข้าใจแล้ว” เด็กหนุ่มยิ้มเจื่อน ก่อนจะลดแรงพัดลงตามที่น้องสาวบอก

ทั้งสามเฝ้าไข้ท่านแม่มาสองวันเต็ม เชิญท่านหมอมารักษาแล้ว ไข้ก็ลดแล้ว แผลก็เริ่มดีขึ้น ทว่าท่านแม่ก็ยังไม่ตื่นเสียที พวกเขาจึงต้องผลัดกันนั่งเฝ้าทั้งกลางวันกลางคืน กระทั่งตอนนี้ว่างจากงานบ้านงานสวน ไม่มีอะไรทำ จึงมานั่งเฝ้ากันทุกคน

“พี่ใหญ่ พี่รอง เหมือนท่านแม่จะตื่นแล้วนะขอรับ” เด็กชายชี้ไปที่มารดา เมื่อเห็นเปลือกตาของนางขยับยุกยิก

เมื่อได้รับการรบกวนมากขึ้น เปลือกตาขยับยุกยิกเมื่อครู่ก็ลืมตาขึ้น รู้สึกแปลกใจไม่น้อย เมื่อเห็นว่าเด็กทั้งสามชะโงกหน้ามองนางเป็นตาเดียวกัน แทบจะจุ่มหัวติดกันอยู่แล้ว

“ท่านแม่ตื่นแล้วหรือเจ้าคะ หิวหรือไม่ รอสักครู่นะเจ้าคะ ข้าจะไปเอาข้าวต้มมาให้เดี๋ยวนี้”

ยังไม่ทันจะได้เอ่ยทัดทาน เด็กสาวก็วิ่งหน้าตั้งออกไปแล้ว ส่วนสองคนที่เหลืออยากจะถามถึงอาการป่วยใจจะขาด ทว่าก็กลัวจะถูกดุด่า จึงได้แต่ยืนก้มหน้าอยู่ข้างเตียง ทำตัวหยุกหยิกอยู่ไม่สุข

“ข้าหลับไปแป๊บเดียวเกิดอะไรขึ้นหรือ พวกเจ้าถึงได้ดูร้อนใจกันนัก” ร่างบางพยุงตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง จะไม่ให้นางถามเช่นนั้นได้อย่างไร เจ้าเด็กพวกนี้ทำหน้าราวกับว่าถูกใครรังแกก็ไม่ปาน

“แป๊บเดียวที่ไหนกัน ท่านแม่หลับไปตั้งสองวันเต็ม ๆ เชียวนะขอรับ”

“ซือฮั่นเจ้าว่าอะไรนะ ข้าหลับไปตั้งสองวันเชียวหรือ” แม่เจ้า! นางหรือก็นึกว่าแค่หลับสักงีบ แต่ไม่คิดว่าตื่นขึ้นมาอีกทีก็ผ่านไปเป็นวันแล้ว

“ใช่แล้วขอรับ ท่านแม่ไข้ขึ้นสูง เอาแต่เพ้อว่าระบบอะไรสักอย่าง อาการเพิ่งจะดีขึ้นเมื่อคืนนี้เองขอรับ” เด็กหนุ่มพูดไปก็สูดน้ำมูกไป พยายามกลั้นน้ำตาไว้สุดฤทธิ์

“เอาละ เลิกร้องได้แล้ว ระหว่างที่ข้าหลับมีใครมารังแกพวกเจ้าหรือเปล่า”

“ท่านยายกับป้าสะใภ้มายืนด่าหน้าบ้านเมื่อวานขอรับ จะเข้ามาเอาของคืนให้ได้ ดีที่ท่านลุงหวังมาเห็นก่อน จึงไม่กล้าทำอะไรขอรับ”

หญิงสาวพยักหน้า ถือว่าโชคดีที่ผู้ใหญ่บ้านหวังช่วยได้ทัน ไม่เช่นนั้นเด็กพวกนี้คงรับมือจงไฉ่กับเอ้อเหนียงไม่ได้ หลังจากนี้คนพวกนั้นต้องตามตอแยไม่เลิกแน่ ต้องหาวิธีรับมือไว้เสียแล้ว

“ข้าเหนียวตัวนัก ใครก็ได้ไปต้มน้ำกับหาผ้าสะอาดมาให้หน่อย ข้าอยากเช็ดตัวก่อน แล้วค่อยกินข้าว” ความจริงแล้วนางอยากมีเวลาส่วนตัวสักนิด ยังคงคาใจเรื่องระบบอยู่ไม่น้อย จึงหาทางไล่ให้เด็ก ๆ ออกไปก่อน

“ขอรับ”

“พี่ใหญ่ ข้าจะเป็นคนเตรียมผ้าเช็ดตัวเองนะขอรับ” เนี่ยนจินรีบเสนอตัว พี่สาวไปทำข้าวต้มแล้ว ตนก็ต้องมีงานบ้าง

“ได้ พี่ต้มน้ำเอง”

หลังจากประตูบ้านถูกปิดลง นางชะเง้อมองผ่านช่องประตู เมื่อปลอดคนแล้ว จึงลองเรียกระบบดู แต่ใจก็อดที่จะคาดหวังเสียไม่ได้ ขอให้เป็นความจริงทีเถอะ อย่าได้เป็นแค่ความฝันเลย

“เปิดระบบ”

ติ๊ง!

พลันหน้าจอระบบสีฟ้าฉายวาบ เหมยกุ้ยถึงกับรีบยกมือขึ้นปิดปาก กลัวว่าตนจะส่งเสียงกรี๊ดออกมาด้วยความตื่นเต้น ที่แท้ก็เป็นเรื่องจริงหรือนี่

อยากจะทดลองใช้ระบบเหลือเกิน ทว่าตอนนี้ซื้ออะไรก็ไม่ได้ เพราะเงินในกระเป๋ายังไม่มี อีกทั้งก็ไม่รู้ว่าจะขายอะไรให้ระบบได้บ้าง ทั่วทั้งบ้านนอกจากหญ้าที่ติดเท้ามา ก็มีแค่เศษผ้ากับถ้วยใบเก่า ๆ เท่านั้นเอง

เศษผ้าพวกนั้นจะนับเป็นของขายได้หรือ เรียกผ้าขี้ริ้วยังหรูเลย

“ระบบเปิดใช้หมวดแนะนำ”

[รับทราบค่ะ]

พลันหน้าจอระบบเปลี่ยนเป็นหมวดแนะนำ รออยู่ชั่วอึดใจ เมื่อประมวลผลเสร็จ หน้าจอได้แสดงผลสิ่งที่สามารถรับซื้อได้

[ตรวจพบหญ้าไป๋เหมาเกิน จำนวนห้าต้น ราคาต้นละสิบห้าอีแปะ]

เมื่อเห็นแล้วว่ามีสิ่งที่ขายได้ ร่างบางจึงรีบลงจากเตียง เดินหาหญ้าที่ว่านั่นจนทั่วห้อง จึงสามารถเก็บมาได้ครบห้าต้น ถึงจะราคาถูกไปหน่อย กระนั้นก็ดีกว่าไม่มีเลย

“ขายทั้งหมด”

ทันทีที่หญิงสาวขายหญ้าไป๋เหมาเกิน หญ้าห้าต้นนั้นก็หายวับไปกับตา พร้อมหน้าจอได้แจ้งจำนวนเงินที่ได้ ซึ่งเมื่อมีเงินเจ็ดสิบห้าอีแปะ เหมยกุ้ยไม่รอให้เสียเวลา นางค้นหาสิ่งของที่พอจะซื้อได้ทันที

“เจ็ดสิบห้าอีแปะ ซื้อยาแก้อักเสบไปแล้ว เหลือแค่พอซื้อไข่ต้มได้สี่ฟองเองหรือ”

กระนั้นนางก็ยังซื้อไข่ต้มมา ยังไม่ทันได้ปิดหน้าจอระบบเลยด้วยซ้ำ เด็ก ๆ ก็แห่กันเข้ามาเสียแล้ว หัวใจนางเต้นระส่ำ กลัวว่าความลับจะถูกเปิดเผย

“พวกเจ้าเห็นอะไรหรือไม่”

เด็กทั้งสามต่างพากันส่ายหน้า พวกเขาไม่เห็นอะไรเลยนั่นคือความสัตย์จริง หน้าตามึนงงของแต่ละคนทำให้เหมยกุ้ยรู้แล้วว่าไม่มีผู้ใดเห็น มีเพียงนางเท่านั้นที่เห็นหน้าจอระบบ เมื่อเป็นเช่นนั้นนางก็เบาใจ ก่อนจะชี้ไปที่ไข่ต้มสี่ฟอง แล้วสั่งให้หยิบไปกินคนละฟอง

“หยิบไปคนละฟองสิ เอาไปกินกับข้าวต้ม”

เด็ก ๆ เม้มปากแน่น ท่านแม่เคยให้ของดี ๆ กับพวกเขาเช่นนี้เสียที่ไหน ไม่ได้มีแผนการในใจใช่หรือไม่ แต่ว่าไข่มันก็น่ากินจริง ๆ นะ ถ้าไม่ใช่วันพิเศษก็ไม่ได้กินเต็มฟองเช่นนี้หรอก

เพราะมัวแต่กลัว ไม่กล้าหยิบกันเสียที สุดท้ายแล้วเหมยกุ้ยจึงตัดปัญหาด้วยการยัดใส่มือให้เสียเอง ก่อนจะไล่ให้พวกเขาแยกย้ายไปหาข้าวกิน ห้ามเข้ามารบกวนนางเด็ดขาด

ทันทีที่ไม่มีใครแล้ว เหมยกุ้ยไม่ปิดบังความดีใจอีกต่อไป นางดึงผ้าห่มขึ้นปิดหน้า ก่อนจะดีดดิ้นกลิ้งไปกลิ้งมาราวกับเด็ก ๆ ได้ของที่ถูกใจ แต่ดีใจได้ไม่เท่าไร ก็ดันมีเรื่องให้นางต้องเสียอารมณ์จนได้

“แหวะ! นี่ผ้าห่มพันปีหรืออย่างไร เคยซักกันบ้างหรือไม่”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เปลี่ยนชะตาย้อนเวลามาพร้อมระบบพิเศษ   คนบาปหนา [3]

    บทที่ 15ชุนหว่านยังคงจำได้ดี เมื่อห้าปีก่อนหลังจากกินขนมที่เหมยกุ้ยให้มาโดยไม่คิดอะไร จากนั้นทุกอย่างก็ดับวูบ ตื่นขึ้นมาก็พบว่าตนกับตู้เย่นอนอยู่ด้วยกันที่กระท่อมปลายนาเสียแล้วไม่นานก็มีชาวบ้านหลายคนแห่กันมาเห็นพวกตนได้พอดิบพอดี มารู้ภายหลังว่าเป็นเหมยกุ้ยที่เอาเรื่องของตนไปป่าวประกาศ ชื่อเสียงป่นปี้ ถูกครอบครัวรังเกียจซึ่งเรื่องราวความขัดแย้งก็ไม่ได้มีเพียงเท่านั้น เดิมทีตนกับตู้เย่ก็ยังไม่ได้ชอบพอกัน แต่มารักกันภายหลังต่างหาก หรือจะเรียกให้ถูกก็คือก่อนจะตัดสินใจหนีตามกัน มันเกิดเรื่องไม่งามผิดศีลธรรม ทำให้ครอบครัวขายหน้าเป็นขี้ปากชาวบ้าน“ชุนหว่านเจ้าฟังข้านะ ข้าสาบานได้ ไม่เคยคิดวางแผนทำลายชื่อเสียงของเจ้าแม้แต่นิดเดียว”“ทำไมจะไม่ใช่เจ้า เจ้าก็รู้ว่าตอนนั้นข้าชอบพี่อวิ๋นเซียว เจ้าก็เช่นกัน ก็เลยวางแผนกำจัดคู่แข่งหัวใจใช่ไหมเล่า” ชุนหว่านตาแดงก่ำ ถึงตอนนั้นจะชอบบุรุษคนเดียวกัน แต่ตนก็ไม่ใช่คนที่ไม่ยอมรับความจริง หากสู้กันซึ่ง ๆ หน้า ไม่ทำกันลับหลังเช่นนี้ ความเป็นเพื่อนคงไม่ลงเอยด้วยการเป็นศัตรู“เราเป็นสหายกันมาตั้งแต่จำความได้นะ ข้าเป็นคนเช่นนี้หรือ ลองตรองดูให้ดี ก่อนหน้าที่เ

  • เปลี่ยนชะตาย้อนเวลามาพร้อมระบบพิเศษ   คนบาปหนา [2]

    บทที่ 15ทว่าคำขอของซ่งอวิ๋นเซียวก็คงจะไม่สมหวังเสียทีเดียว เพราะชุนหว่านกับตู้เย่ ได้มาเยือนถึงที่ ทันทีที่มาถึงตู้เย่ก็รีบขอโทษขอโพยเสียยกใหญ่ ทั้งสองบ้านต่างรู้กันดีว่าภรรยาไม่ถูกกัน“ขอโทษที่มารบกวนนะ พอดีชุนหว่านรบเร้าให้พามาน่ะ”“ไม่เป็นไร เราก็คนกันเองทั้งนั้น” ซ่งอวิ๋นเซียวกล่าวอย่างเนิบนาบ หากเขาไม่ได้พูดคุยกับภรรยามาก่อนหน้า ก็คงจะมีอาการกระอักกระอ่วนไม่ต่างกับตู้เย่ ชุนหว่านที่หลบอยู่หลังสามี รวบรวมความกล้าก้าวออกมาด้านหน้า ก่อนจะชี้ไปที่อดีตสหายรัก เชิดหน้ามองอีกฝ่ายอย่างไว้ตัว นางสะกิดสามีให้วางกระบุงที่สะพายมาลง“เห็ดพวกนี้ ยังรับอยู่ใช่ไหม”“รับสิ” เหมยกุ้ยตอบกลับอย่างรวดเร็ว มองเห็ดที่อัดแน่นเต็มกระบุงตาวาว ประเมินด้วยสายตาก็น่าจะได้สักประมาณเกือบสิบกิโลได้กระมัง ดีจริง อยู่ ๆ ก็มีเงินวิ่งเข้ามาหาถึงบ้าน“แต่ว่า... ข้าจะขอรับเงินไปก่อนได้หรือไม่” ชุนหว่านถามไม่เต็มเสียงนัก เข้าใจดีว่าเหมยกุ้ยต้องสำรองจ่ายไปก่อน แต่ว่านางมีความจำเป็นต้องใช้เงินจริง ๆ ตอนนี้เจ้าของที่นามาทวงเงินที่ค้างถึงบ้าน หากไม่มีจ่ายวันนี้ ปีหน้าก็คงไม่มีข้าวเก็บไว้กินแน่“ไม่มีปัญหา”“เจ้าพูดจริงใ

  • เปลี่ยนชะตาย้อนเวลามาพร้อมระบบพิเศษ   คนบาปหนา [1]

    บทที่ 15ทันทีที่มาถึงบ้าน เหมยกุ้ยกับซือฮั่นต่างพากันปล่อยเสียงหัวเราะเต็มที่ พลางนึกถึงภาพของหย่าถิงที่เอาแต่ดีดดิ้นราวกับไส้เดือนโดนแดด ทั้งสองก็เอาแต่หัวเราะท้องคัดท้องแข็งเสียงของพวกเขาดังไปจนถึงคนที่อุดอู้อยู่แต่ในบ้านมาหลายวัน ถึงกับต้องใช้ไม้ค้ำยันฝืนร่างกายออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น ถึงทำให้หัวเราะกันเสียงดังได้ขนาดนี้ ซ่งอวิ๋นเซียวยืนเกาะขอบประตูด้วยมือข้างหนึ่ง อีกข้างจับไม้ค้ำยันไว้มั่น มองคนทั้งสองด้วยความสงสัยใคร่รู้“มีเรื่องอะไรน่าสนุกนักหรือ ถึงได้หัวเราะกันเสียงดังเชียว”“ท่านพี่ ลุกยืนได้แล้วหรือเจ้าคะ” เหมยกุ้ยรีบวางข้าวของไว้ข้างแคร่กลางลานบ้าน ก่อนจะทำท่าทางวี้ดว้ายไม่เก็บกิริยา ปรี่เข้าหาสามีไม่ได้อยากจะจับแขนล่ำ ๆ กล้ามเป็นมัดหรอกนะ ที่ทำไปก็เพราะห่วงว่าเขาจะล้มต่างหาก “อืม... ลุกขึ้นมาขยับตัวบ้าง จะได้หายเร็วขึ้น วันนี้ได้อะไรกลับมาบ้างเล่า”“ได้มาเยอะเชียวเจ้าค่ะ ท่านพี่เดินระวังนะเจ้าคะ”ซ่งอวิ๋นเซียวพยักหน้าทำทีเป็นไม่รู้สึกอะไร ทว่าใบหูกลับแดงระเรื่อ เมื่อคนข้างกายเข้ามาโอบต้นแขนตนเอาไว้แน่น เหมยกุ้ยรู้สึกถึงอาการสั่นเล็กน้อย นางจึงเข้าใจไปว่าสามีร่างกายยัง

  • เปลี่ยนชะตาย้อนเวลามาพร้อมระบบพิเศษ   แผนตื้น ๆ [2]

    บทที่ 14ด้านเหมยกุ้ยหลังจากเดินแยกตัวออกมา นางได้เดินหาเห็ดอยู่ครึ่งค่อนวัน จึงตัดสินใจชวนบุตรชายกลับบ้าน วันนี้ครึ่งวันนางสามารถหาเงินได้ถึงสิบหกตำลึงกับอีกหกร้อยอีแปะ โชคดีที่หลังแยกจากชุนหว่าน ก็มาเจอกับเห็ดชนิดอื่น จึงได้เงินเพิ่มมาถึงห้าตำลึง เมื่อรวมกับของเดิมก็ได้สิบหกตำลึง หกร้อยอีแปะทว่าถึงจะหาเงินสิบหกตำลึงหกร้อยอีแปะมาได้ แต่ก็ไม่ได้ทำให้นางรู้สึกพอใจเลยสักนิดไหนเล่าเห็ดหลินจือที่วาดฝัน เดินจนปวดน่อง ไม่เห็นเจอสักดอก คิดถึงตรงนี้จากที่เดินไหล่ตรงมาตั้งแต่เช้า กลับห่อเหี่ยวลงด้วยความผิดหวัง ความจริงกับนิยายมันก็แค่เรื่องเพ้อฝันสินะ ทว่าในตอนที่เดินมาถึงครึ่งทาง ก็มีเด็กสาวนางหนึ่งโผล่มาดักหน้า พลางตีหน้าเศร้ากล่าวทักทาย“พี่ซือฮั่นเพิ่งกลับจากหาของป่าหรือเจ้าคะ”“อืม”เสียงใสกังวานที่ดังตามหลัง ทำเอาเหมยกุ้ยหันขวับ นางไม่เก็บอาการเลยสักนิด มองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าที่ยากจะบรรยาย ที่แท้สตรีที่ปรากฏอยู่ในสายตาของเหมยกุ้ยก็คือ หย่าถิง หลานสาวของเอ้อเหนียงจากหมู่บ้านข้าง ๆ นี่เองยังดีที่ซือฮั่นแม้จะดูซื่อ ๆ แต่ก็ไม่ได้หลงไปกับมารยาสตรี เด็กหนุ่มแสดงท่าทีเคร่งขรึมไม่เล่นด้วย แม้อ

  • เปลี่ยนชะตาย้อนเวลามาพร้อมระบบพิเศษ   แผนตื้น ๆ [1]

    บทที่ 14“เดี๋ยวก่อนชุนหว่าน” เดิมทีคิดว่าเอาไว้ค่อยปรับความเข้าใจใหม่ภายหลัง ทว่าเมื่อเห็นสภาพของสหายรักตอนนี้แล้ว ก็ไม่อาจปล่อยผ่าน โดยที่ไม่ยื่นมือเข้าช่วยเหลืออะไรเลย“มีธุระอะไรกับข้าอีก จะพูดก็รีบพูดมาเถอะ ข้ารีบ ไม่มีเวลามาทะเลาะกับเจ้าหรอกนะ” ชุนหว่านหยุดชะงักไป ก่อนจะหันกลับมาด้วยสีหน้าไม่เต็มใจนัก“วันก่อนสามีเจ้าช่วยข้าไว้ ยังไม่ได้ตอบแทนน้ำใจเลย ไหน ๆ ก็เจอเจ้าแล้ว ฝากของแทนคำขอบคุณไปให้พี่ตู้เลยก็แล้วกัน”เหมยกุ้ยเลิกเสแสร้ง นางทำทีเป็นควานหาของในกระบุง ทว่าแท้จริงแล้วกำลังซื้อของในระบบ สหายรักก็มีชีวิตคู่ที่ไม่ค่อยดีนัก เจอเรื่องหนัก ๆ ยิ่งกว่านางเสียอีกก่อนหน้าที่จะเกิดความวุ่นวาย ครอบครัวของชุนหว่านได้หมั้นหมายนางให้กับบุรุษเสเพล บุตรชายเจ้าของเขียงหมูในเมือง ด้วยคิดว่าสู้ให้แต่งไปกับคนมีอันจะกิน ดีกว่าคนไม่มีอะไรเลย ทว่ายังไม่ทันได้แต่งเข้าบ้านเถ้าแก่เขียงหมู ก็เกิดเรื่องชู้สาวระหว่างชุนหว่านกับตู้เย่เสียก่อนส่วนตู้เย่ก็มิได้มีใจปฏิพัทธ์ต่อชุนหว่าน เขาก็แค่ถูกดึงเข้ามาเกี่ยวกับสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก แต่ด้วยเป็นบุรุษมีความรับผิดชอบสูง จึงไม่อาจทำให้สตรีคนหน

  • เปลี่ยนชะตาย้อนเวลามาพร้อมระบบพิเศษ   สหายรัก [2]

    บทที่ 13เหมยกุ้ยผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก ที่ซือฮั่นไม่ถามให้นางรู้สึกลำบากใจ เมื่อเด็กหนุ่มเดินห่างออกไปแล้ว นางจึงรีบขายต้นหุ่ยเชียง แล้วจึงเร่งฝีเท้าเดินตามให้ทันระหว่างทางก็เอาแต่คิดเรื่องเงิน ขายหน่อไม้และต้นหุ่ยเชียงตอนนี้รวมแล้วได้สิบเอ็ดตำลึงกับหกร้อยอีแปะ ถือว่าการขึ้นเขาครั้งนี้คุ้มไม่น้อย หากเดินหาของป่าอีกสักหน่อยค่อยกลับ ก็ไม่แน่ว่าจะได้เงินเพิ่มอีกสักห้าตำลึงเงินก็ได้ติ๊ง![ตรวจพบเห็ดมันปู รับซื้อกิโลกรัมละหนึ่งตำลึงเงิน]“ซือฮั่นเก็บเห็ดพวกนี้เร็วเข้า ดอกที่ยังเล็กอยู่อย่าเก็บเล่า ให้มันโตก่อนพรุ่งนี้เราค่อยมาเก็บ” ร่างบางวีดว้ายดีใจ คิดถึงเงิน เงินก็มา นางรีบชี้ไปที่เห็ดมันปูกลุ่มใหญ่ เหลืองอร่ามละลานตาไปหมด“ขอรับ”สองแม่ลูกช่วยกันเก็บเห็ดอย่างเพลิดเพลิน แค่เห็ดกลุ่มนี้นางต้องขายได้มากแน่ ๆ ขั้นต่ำก็น่าจะราว ๆ สักสามตำลึงเงินได้ ไม่คิดว่าราคาเห็ดจะมากขนาดนี้ มากกว่าหน่อไม้เสียอีกกระนั้นในระหว่างที่ทั้งสองกำลังช่วยกันเก็บเห็ดมันปู ก็ได้มีบุคคลที่สามโผล่มาจากที่ใดก็ไม่รู้ ยังไม่ทันที่เหมยกุ้ยจะโยนเห็ดในมือลงกระบุง สตรีคนนั้นก็ปัดเห็ดในมือนางทิ้งไปเสียได้ ทำเอาหญิงสาวโม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status