Share

คิดไปเอง [1]

Author: Tuk Kung
last update Petsa ng paglalathala: 2026-10-01 15:53:27

บทที่ 6

หลังจากพักฟื้นจนร่างกายดีขึ้น นับวันที่ซ่งอวิ๋นเซียวจะกลับจากการล่าสัตว์ ก็เหลืออีกสามวัน เหมยกุ้ยไม่อาจนอนรออยู่บ้านเฉย ๆ ได้อีกต่อไป นางจึงสะพายกระบุงไว้ด้านหลัง ด้านในมีเคียวด้ามไม้หนึ่งอัน คิดจะออกไปหาของป่า หรืออะไรก็ได้เพื่อขายให้ระบบ

หญิงสาวตั้งปณิธานกับตนเอง ก่อนอื่นนางต้องหาเงินให้ได้อย่างน้อยยี่สิบอีแปะ เพื่อที่จะซื้อผงซักฟอกหรือไม่ก็สบู่สักก้อนให้จงได้ กลิ่นผ้าห่มพันปียังคงค้างไม่จางหาย หากไม่เพราะว่ากลางคืนที่นี่มันหนาวเกินไป และร่างกายอ่อนแอละก็ นางจะไม่มีวันเอามันมาห่มอีกเป็นอันขาด

เงินสองตำลึงที่ให้ม่านถงไปจัดซื้อของจำเป็นเข้าบ้าน นางก็ไม่คิดว่าเด็กคนนั้นจะซื่อขนาดนี้ แทนที่จะซื้อข้าวสารดี ๆ มาไว้กินและของใช้อย่างอื่น แต่กลับซื้อพวกแป้งคุณภาพต่ำ ข้าวฟ่าง โดยรวมแล้วซื้อแต่ของกินเป็นหลัก แต่กลับไม่มีของใช้อย่างอื่นเลย รู้อย่างนี้ ตอนนั้นน่าจะบอกให้ซื้อผ้าห่มใหม่มาด้วยเสียก็ดี

ทว่าท่าทีฮึกเหิมของมารดา ทำให้เด็กทั้งสามไม่มั่นใจเลยสักนิด ท่านแม่ไม่เคยทำงานหนัก งานไร่งานสวนไม่เคยจับ แต่วันนี้กลับบอกว่าจะไปช่วยทำไร่ ไม่กล้าพูดตรง ๆ ได้แต่คิดอยู่ในใจ ท่านแม่จะไหวจริง ๆ หรือ เกรงว่าจะเป็นลมไปก่อนจะเดินถึงไร่นาน่ะสิ

“ม่านถง อย่าลืมเอาเสื่อผืนเล็กกับของกินไปด้วยเล่า” ซือฮั่นตบไหล่น้องสาว พลางคิดว่าท่านแม่แค่อยากเปลี่ยนบรรยากาศ เพราะหลายวันมานี้ต้องอุดอู้อยู่แต่ในบ้าน ถึงไร่แล้วค่อยเอาเสื่อปูให้นางนั่งรอก็แล้วกัน

“เจ้าค่ะ”

ม่านถงม้วนเอาเสื่อผืนเล็กใส่กระบุง พร้อมกับห่อเอาของกินเล็กน้อยไปด้วย เมื่อเตรียมของทุกอย่างเรียบร้อย คนทั้งสี่ก็พากันออกเดินทาง

ยามนี้มิใช่ยามปลูกข้าว ชาวนาจึงเปลี่ยนมาเป็นปลูกพืชอย่างอื่นแทน สองข้างทางจึงมีแค่ตอฟางแห้ง ๆ กับดินแตกระแหงบางจุด เรียกได้ว่าห่างไกลจากคำว่าอุดมสมบูรณ์มากเลยทีเดียว

ระหว่างทางยามเดินผ่านชาวบ้านที่ออกไปทำไร่ เหล่าแม่บ้านต่างก็พากันซุบซิบนินทา ส่วนใหญ่จะเป็นการดูแคลนเหมยกุ้ยเสียมากกว่า โดยเฉพาะเหล่าสตรีที่ยังไม่แต่งงาน ที่เคยหลงรักซ่งอวิ๋นเซียว จึงคอยหาเรื่องมาพูดไม่หยุดหย่อน หากทั้งสองเลิกกัน ก็จะเป็นผลดีต่อพวกนาง

เหมยกุ้ยกอดอกยิ้มเยาะ แล้วเชิดหน้าใส่คนเหล่านั้น ดูแคลนนางมา นางก็ดูแคลนกลับ เรื่องอะไรจะไปยอม

เหอะ! ฝันไปเถอะ พวกแกมันคนไม่มีบุญ ได้แค่ฝันเท่านั้นแหละ ไม่มีทางได้ครอบครอง

เมื่อมาถึงไร่นาซือฮั่นและม่านถงก็รีบจัดการงานสวนทันที มีเพียงเนี่ยนจินที่ยังเด็กถูกมอบหมายให้ดูแลท่านแม่ เด็กน้อยปฏิบัติอย่างแข็งขัน กางเสื่อฟางออก ปูไว้ใต้ร่มไม้ใหญ่ รวมไปถึงถุงน้ำและของกินไว้ให้อย่างเรียบร้อย แต่ทว่าท่านแม่กลับโบกมือห้ามเขาไว้

“ไม่ต้องหรอก เก็บถุงน้ำใส่กระบุงแล้วตามแม่มา” เดิมทีนางคิดจะเอาผักในสวนขายให้ระบบ เพื่อแลกเอาเงินมาซื้อผงซักฟอกก่อน ทว่าเมื่อเห็นสภาพจริงแล้ว ผักพวกนั้นทั้งเหลืองทั้งเฉา นอกจากโยนให้หมูให้ไก่กิน จะเอาไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้หรือ นอกจากนี้ หากระบบรับซื้อจริง ขายทั้งแปลงก็ยังได้เงินไม่พอซื้อสบู่หรอก

“ท่านแม่จะไปที่ใดหรือขอรับ”

“แม่จะพาไปหาของป่า”

“เช่นนั้นข้าขอไปบอกลาพี่ใหญ่กับพี่รองสักครู่นะขอรับ”

เด็กชายทำหน้าเศร้าลงทันที ก่อนจะรีบสาวเท้าไปหาพี่ชายพี่สาว คราวนี้เขาคงไม่รอดแล้ว เดือนที่แล้วท่านแม่ก็พูดเช่นนี้ แล้วพาเขาไปขายให้พวกพ่อค้าในเมือง ที่มักจะรับเด็กไปคอยรับใช้ให้บ้านเศรษฐี แต่ท่านพ่อตามมาทัน ครั้งนั้นการซื้อขายจึงไม่สำเร็จ

หญิงสาวได้แต่ยืนเกาหัวด้วยความมึนงง แค่จะพาเข้าไปเก็บของป่า ต้องทำหน้าเศร้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ นางก็ไม่ได้พูดอะไรที่ทำร้ายจิตใจนะ ถ้าไม่อยากไปเหตุใดไม่พูดเล่า นางไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย

“ข้าพร้อมแล้วขอรับ”

“ถ้าไม่อยากไปก็ไม่ต้องไป เหตุใดต้องทำหน้าเศร้าขนาดนั้นเล่า”

“ข้าจะไปขอรับ” เด็กชายเปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจัง พลางคิดว่า หากขายตนไปแล้วทำประโยชน์ให้ได้ ก็ทำไปเถอะ ถือว่าทำดีที่สุดแล้ว

“เช่นนั้นก็ไปกันเถอะ”

ร่างบางเดินนำหน้า กระนั้นก็อดที่จะหันหลังกลับมามองคนที่เหลือไม่ได้ ซือฮั่นและม่านถงดูเศร้าแปลก ๆ เด็กพวกนี้เป็นอะไรกัน ยิ่งเดินห่างออกไปไกล ก็ยิ่งได้ยินเสียงสะอื้นไห้ตามมา

หญิงสาวถึงกับนวดขมับ แค่ไม่รู้ทางถึงได้พาเนี่ยนจินมาด้วย ไม่เช่นนั้นนางคงมาคนเดียวไปแล้ว จะร้องไห้กันทำไม ไม่ได้พาไปขายเสียหน่อย

ถึงจะเกิดและโตที่นี่ ทว่าในความทรงจำนี้ นอกจากในหมู่บ้านกับไร่นาของบ้านเดิมแล้ว เหมยกุ้ยก็แทบไม่เคยไปไหน ยิ่งเมื่อแต่งงานออกเรือน ทั้งคำนินทาและดูแคลนของคนในหมู่บ้าน นางก็ไม่ยอมออกไปไหนเลย

เมื่อมาถึงตีนเขา เหมยกุ้ยจึงให้ระบบแนะนำ ทว่าเบื้องหน้ากลับโล่งเตียน ไหนเล่าเห็ดราคาแพง ไหนเล่าสมุนไพร

อะไรกันเนี่ย แม้แต่หญ้ายังไม่เขียวเลย...

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เปลี่ยนชะตาย้อนเวลามาพร้อมระบบพิเศษ   คนบาปหนา [3]

    บทที่ 15ชุนหว่านยังคงจำได้ดี เมื่อห้าปีก่อนหลังจากกินขนมที่เหมยกุ้ยให้มาโดยไม่คิดอะไร จากนั้นทุกอย่างก็ดับวูบ ตื่นขึ้นมาก็พบว่าตนกับตู้เย่นอนอยู่ด้วยกันที่กระท่อมปลายนาเสียแล้วไม่นานก็มีชาวบ้านหลายคนแห่กันมาเห็นพวกตนได้พอดิบพอดี มารู้ภายหลังว่าเป็นเหมยกุ้ยที่เอาเรื่องของตนไปป่าวประกาศ ชื่อเสียงป่นปี้ ถูกครอบครัวรังเกียจซึ่งเรื่องราวความขัดแย้งก็ไม่ได้มีเพียงเท่านั้น เดิมทีตนกับตู้เย่ก็ยังไม่ได้ชอบพอกัน แต่มารักกันภายหลังต่างหาก หรือจะเรียกให้ถูกก็คือก่อนจะตัดสินใจหนีตามกัน มันเกิดเรื่องไม่งามผิดศีลธรรม ทำให้ครอบครัวขายหน้าเป็นขี้ปากชาวบ้าน“ชุนหว่านเจ้าฟังข้านะ ข้าสาบานได้ ไม่เคยคิดวางแผนทำลายชื่อเสียงของเจ้าแม้แต่นิดเดียว”“ทำไมจะไม่ใช่เจ้า เจ้าก็รู้ว่าตอนนั้นข้าชอบพี่อวิ๋นเซียว เจ้าก็เช่นกัน ก็เลยวางแผนกำจัดคู่แข่งหัวใจใช่ไหมเล่า” ชุนหว่านตาแดงก่ำ ถึงตอนนั้นจะชอบบุรุษคนเดียวกัน แต่ตนก็ไม่ใช่คนที่ไม่ยอมรับความจริง หากสู้กันซึ่ง ๆ หน้า ไม่ทำกันลับหลังเช่นนี้ ความเป็นเพื่อนคงไม่ลงเอยด้วยการเป็นศัตรู“เราเป็นสหายกันมาตั้งแต่จำความได้นะ ข้าเป็นคนเช่นนี้หรือ ลองตรองดูให้ดี ก่อนหน้าที่เ

  • เปลี่ยนชะตาย้อนเวลามาพร้อมระบบพิเศษ   คนบาปหนา [2]

    บทที่ 15ทว่าคำขอของซ่งอวิ๋นเซียวก็คงจะไม่สมหวังเสียทีเดียว เพราะชุนหว่านกับตู้เย่ ได้มาเยือนถึงที่ ทันทีที่มาถึงตู้เย่ก็รีบขอโทษขอโพยเสียยกใหญ่ ทั้งสองบ้านต่างรู้กันดีว่าภรรยาไม่ถูกกัน“ขอโทษที่มารบกวนนะ พอดีชุนหว่านรบเร้าให้พามาน่ะ”“ไม่เป็นไร เราก็คนกันเองทั้งนั้น” ซ่งอวิ๋นเซียวกล่าวอย่างเนิบนาบ หากเขาไม่ได้พูดคุยกับภรรยามาก่อนหน้า ก็คงจะมีอาการกระอักกระอ่วนไม่ต่างกับตู้เย่ ชุนหว่านที่หลบอยู่หลังสามี รวบรวมความกล้าก้าวออกมาด้านหน้า ก่อนจะชี้ไปที่อดีตสหายรัก เชิดหน้ามองอีกฝ่ายอย่างไว้ตัว นางสะกิดสามีให้วางกระบุงที่สะพายมาลง“เห็ดพวกนี้ ยังรับอยู่ใช่ไหม”“รับสิ” เหมยกุ้ยตอบกลับอย่างรวดเร็ว มองเห็ดที่อัดแน่นเต็มกระบุงตาวาว ประเมินด้วยสายตาก็น่าจะได้สักประมาณเกือบสิบกิโลได้กระมัง ดีจริง อยู่ ๆ ก็มีเงินวิ่งเข้ามาหาถึงบ้าน“แต่ว่า... ข้าจะขอรับเงินไปก่อนได้หรือไม่” ชุนหว่านถามไม่เต็มเสียงนัก เข้าใจดีว่าเหมยกุ้ยต้องสำรองจ่ายไปก่อน แต่ว่านางมีความจำเป็นต้องใช้เงินจริง ๆ ตอนนี้เจ้าของที่นามาทวงเงินที่ค้างถึงบ้าน หากไม่มีจ่ายวันนี้ ปีหน้าก็คงไม่มีข้าวเก็บไว้กินแน่“ไม่มีปัญหา”“เจ้าพูดจริงใ

  • เปลี่ยนชะตาย้อนเวลามาพร้อมระบบพิเศษ   คนบาปหนา [1]

    บทที่ 15ทันทีที่มาถึงบ้าน เหมยกุ้ยกับซือฮั่นต่างพากันปล่อยเสียงหัวเราะเต็มที่ พลางนึกถึงภาพของหย่าถิงที่เอาแต่ดีดดิ้นราวกับไส้เดือนโดนแดด ทั้งสองก็เอาแต่หัวเราะท้องคัดท้องแข็งเสียงของพวกเขาดังไปจนถึงคนที่อุดอู้อยู่แต่ในบ้านมาหลายวัน ถึงกับต้องใช้ไม้ค้ำยันฝืนร่างกายออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น ถึงทำให้หัวเราะกันเสียงดังได้ขนาดนี้ ซ่งอวิ๋นเซียวยืนเกาะขอบประตูด้วยมือข้างหนึ่ง อีกข้างจับไม้ค้ำยันไว้มั่น มองคนทั้งสองด้วยความสงสัยใคร่รู้“มีเรื่องอะไรน่าสนุกนักหรือ ถึงได้หัวเราะกันเสียงดังเชียว”“ท่านพี่ ลุกยืนได้แล้วหรือเจ้าคะ” เหมยกุ้ยรีบวางข้าวของไว้ข้างแคร่กลางลานบ้าน ก่อนจะทำท่าทางวี้ดว้ายไม่เก็บกิริยา ปรี่เข้าหาสามีไม่ได้อยากจะจับแขนล่ำ ๆ กล้ามเป็นมัดหรอกนะ ที่ทำไปก็เพราะห่วงว่าเขาจะล้มต่างหาก “อืม... ลุกขึ้นมาขยับตัวบ้าง จะได้หายเร็วขึ้น วันนี้ได้อะไรกลับมาบ้างเล่า”“ได้มาเยอะเชียวเจ้าค่ะ ท่านพี่เดินระวังนะเจ้าคะ”ซ่งอวิ๋นเซียวพยักหน้าทำทีเป็นไม่รู้สึกอะไร ทว่าใบหูกลับแดงระเรื่อ เมื่อคนข้างกายเข้ามาโอบต้นแขนตนเอาไว้แน่น เหมยกุ้ยรู้สึกถึงอาการสั่นเล็กน้อย นางจึงเข้าใจไปว่าสามีร่างกายยัง

  • เปลี่ยนชะตาย้อนเวลามาพร้อมระบบพิเศษ   แผนตื้น ๆ [2]

    บทที่ 14ด้านเหมยกุ้ยหลังจากเดินแยกตัวออกมา นางได้เดินหาเห็ดอยู่ครึ่งค่อนวัน จึงตัดสินใจชวนบุตรชายกลับบ้าน วันนี้ครึ่งวันนางสามารถหาเงินได้ถึงสิบหกตำลึงกับอีกหกร้อยอีแปะ โชคดีที่หลังแยกจากชุนหว่าน ก็มาเจอกับเห็ดชนิดอื่น จึงได้เงินเพิ่มมาถึงห้าตำลึง เมื่อรวมกับของเดิมก็ได้สิบหกตำลึง หกร้อยอีแปะทว่าถึงจะหาเงินสิบหกตำลึงหกร้อยอีแปะมาได้ แต่ก็ไม่ได้ทำให้นางรู้สึกพอใจเลยสักนิดไหนเล่าเห็ดหลินจือที่วาดฝัน เดินจนปวดน่อง ไม่เห็นเจอสักดอก คิดถึงตรงนี้จากที่เดินไหล่ตรงมาตั้งแต่เช้า กลับห่อเหี่ยวลงด้วยความผิดหวัง ความจริงกับนิยายมันก็แค่เรื่องเพ้อฝันสินะ ทว่าในตอนที่เดินมาถึงครึ่งทาง ก็มีเด็กสาวนางหนึ่งโผล่มาดักหน้า พลางตีหน้าเศร้ากล่าวทักทาย“พี่ซือฮั่นเพิ่งกลับจากหาของป่าหรือเจ้าคะ”“อืม”เสียงใสกังวานที่ดังตามหลัง ทำเอาเหมยกุ้ยหันขวับ นางไม่เก็บอาการเลยสักนิด มองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าที่ยากจะบรรยาย ที่แท้สตรีที่ปรากฏอยู่ในสายตาของเหมยกุ้ยก็คือ หย่าถิง หลานสาวของเอ้อเหนียงจากหมู่บ้านข้าง ๆ นี่เองยังดีที่ซือฮั่นแม้จะดูซื่อ ๆ แต่ก็ไม่ได้หลงไปกับมารยาสตรี เด็กหนุ่มแสดงท่าทีเคร่งขรึมไม่เล่นด้วย แม้อ

  • เปลี่ยนชะตาย้อนเวลามาพร้อมระบบพิเศษ   แผนตื้น ๆ [1]

    บทที่ 14“เดี๋ยวก่อนชุนหว่าน” เดิมทีคิดว่าเอาไว้ค่อยปรับความเข้าใจใหม่ภายหลัง ทว่าเมื่อเห็นสภาพของสหายรักตอนนี้แล้ว ก็ไม่อาจปล่อยผ่าน โดยที่ไม่ยื่นมือเข้าช่วยเหลืออะไรเลย“มีธุระอะไรกับข้าอีก จะพูดก็รีบพูดมาเถอะ ข้ารีบ ไม่มีเวลามาทะเลาะกับเจ้าหรอกนะ” ชุนหว่านหยุดชะงักไป ก่อนจะหันกลับมาด้วยสีหน้าไม่เต็มใจนัก“วันก่อนสามีเจ้าช่วยข้าไว้ ยังไม่ได้ตอบแทนน้ำใจเลย ไหน ๆ ก็เจอเจ้าแล้ว ฝากของแทนคำขอบคุณไปให้พี่ตู้เลยก็แล้วกัน”เหมยกุ้ยเลิกเสแสร้ง นางทำทีเป็นควานหาของในกระบุง ทว่าแท้จริงแล้วกำลังซื้อของในระบบ สหายรักก็มีชีวิตคู่ที่ไม่ค่อยดีนัก เจอเรื่องหนัก ๆ ยิ่งกว่านางเสียอีกก่อนหน้าที่จะเกิดความวุ่นวาย ครอบครัวของชุนหว่านได้หมั้นหมายนางให้กับบุรุษเสเพล บุตรชายเจ้าของเขียงหมูในเมือง ด้วยคิดว่าสู้ให้แต่งไปกับคนมีอันจะกิน ดีกว่าคนไม่มีอะไรเลย ทว่ายังไม่ทันได้แต่งเข้าบ้านเถ้าแก่เขียงหมู ก็เกิดเรื่องชู้สาวระหว่างชุนหว่านกับตู้เย่เสียก่อนส่วนตู้เย่ก็มิได้มีใจปฏิพัทธ์ต่อชุนหว่าน เขาก็แค่ถูกดึงเข้ามาเกี่ยวกับสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก แต่ด้วยเป็นบุรุษมีความรับผิดชอบสูง จึงไม่อาจทำให้สตรีคนหน

  • เปลี่ยนชะตาย้อนเวลามาพร้อมระบบพิเศษ   สหายรัก [2]

    บทที่ 13เหมยกุ้ยผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก ที่ซือฮั่นไม่ถามให้นางรู้สึกลำบากใจ เมื่อเด็กหนุ่มเดินห่างออกไปแล้ว นางจึงรีบขายต้นหุ่ยเชียง แล้วจึงเร่งฝีเท้าเดินตามให้ทันระหว่างทางก็เอาแต่คิดเรื่องเงิน ขายหน่อไม้และต้นหุ่ยเชียงตอนนี้รวมแล้วได้สิบเอ็ดตำลึงกับหกร้อยอีแปะ ถือว่าการขึ้นเขาครั้งนี้คุ้มไม่น้อย หากเดินหาของป่าอีกสักหน่อยค่อยกลับ ก็ไม่แน่ว่าจะได้เงินเพิ่มอีกสักห้าตำลึงเงินก็ได้ติ๊ง![ตรวจพบเห็ดมันปู รับซื้อกิโลกรัมละหนึ่งตำลึงเงิน]“ซือฮั่นเก็บเห็ดพวกนี้เร็วเข้า ดอกที่ยังเล็กอยู่อย่าเก็บเล่า ให้มันโตก่อนพรุ่งนี้เราค่อยมาเก็บ” ร่างบางวีดว้ายดีใจ คิดถึงเงิน เงินก็มา นางรีบชี้ไปที่เห็ดมันปูกลุ่มใหญ่ เหลืองอร่ามละลานตาไปหมด“ขอรับ”สองแม่ลูกช่วยกันเก็บเห็ดอย่างเพลิดเพลิน แค่เห็ดกลุ่มนี้นางต้องขายได้มากแน่ ๆ ขั้นต่ำก็น่าจะราว ๆ สักสามตำลึงเงินได้ ไม่คิดว่าราคาเห็ดจะมากขนาดนี้ มากกว่าหน่อไม้เสียอีกกระนั้นในระหว่างที่ทั้งสองกำลังช่วยกันเก็บเห็ดมันปู ก็ได้มีบุคคลที่สามโผล่มาจากที่ใดก็ไม่รู้ ยังไม่ทันที่เหมยกุ้ยจะโยนเห็ดในมือลงกระบุง สตรีคนนั้นก็ปัดเห็ดในมือนางทิ้งไปเสียได้ ทำเอาหญิงสาวโม

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status