Share

บทที่ 1.5

last update Tanggal publikasi: 2026-03-24 10:22:50

“หากเราไม่เชื่อและอยากให้เจ้าพิสูจน์เล่า”

“พิสูจน์??” นางงุนงง

“แต่งงานเสีย”

!!!...อะไรนะ

“เราจะพระราชทานสมรสให้เจ้า นอกจากเจ้ารับปากเรื่องนี้ หาไม่เราไม่มีทางปล่อยตระกูลเซี่ยไปเด็ดขาด!”

ฟู่โหรวทิ้งตัวลงนั่งบนพื้นอย่างจนใจ ขณะที่นางกำลังเดินออกมาจากตำหนักเฟิ่งหวง สีหน้าของนางขาวซีด ทางเดินทอดยาวริมระเบียงทางเดิน นางเหม่อลอยจนไม่รู้ตัวว่าเดินไปผิดทาง สองเท้าก้าวเดินอย่างไร้ทิศทาง กระทั่งมุมทางเดินนางถูกชนเข้าจนเกือบล้มหงาย

มือข้างหนึ่งยื่นออกมาช่วยประคอง “ขะ...ขอบคุณ แล้วก็...ขออภัย” นางกล่าวอย่างเหม่อลอย จากนั้นจึงเดินต่อไปโดยไม่ได้สนใจเงยหน้าขึ้นมองคนที่ช่วยประคอง

“นายท่าน? ข้าน้อยได้ยินผิดไปหรือไม่ ประมุขฟู่เพิ่งจะ...ขอบคุณท่าน แถมนางยังเพิ่งขอโทษท่านในประโยคเดียว?!”

สือจิ้งยังคงมองตามแผ่นหลังที่สับสนของหญิงสาว คิ้วเข้มมุ่นลงเล็กน้อยตอนเห็นอวี้กูกูปราดเข้าไปประคองร่างที่โงนเงน

“ฟังว่าครานี้นางอาการหนักไม่น้อย เข้าเฝ้าวันนี้คงมาขอร้องแทนตระกูลเซี่ยกระมัง”

“ข้าน้อยเองก็คิดเช่นนั้น สตรีโง่งม” ซูม่อถอนหายใจ “ประมุขฟู่ผู้นี้เรื่องอื่นล้วนเก่งกาจ ทว่าเรื่องบุรุษนับเป็นจุดอ่อนของนางข้อเดียวจริงๆ ก็ไม่รู้ว่าประมุขเซี่ยมีสิ่งใดดีนางจึงปักใจเช่นนี้”

สือจิ้งมองคนสนิท อีกฝ่ายรีบหุบปาก ทั้งสองเดินเข้าไปยังตำหนักเฟิ่งหวง จากนั้นสือจิ้งก็ต้องตกตะลึง “สมรส...พระราชทาน?!”

“ใช่แล้ว เจ้าติดค้างเราเรื่องหนึ่งจำได้หรือไม่ เรากำลังทวงสัญญาของเจ้าแล้ว”

สือจิ้งขมวดคิ้วด้วยดวงตายุ่งยาก “ฝ่าบาท รับมือประมุขฟู่มิใช่เรื่องง่ายเลยทรงเป็นผู้ที่ตรัสเอง”

“เรารู้ แต่นอกจากวิธีนี้ก็ไม่มีวิธีอื่น เราปล่อยให้นางเอาแต่ใจเช่นเดิมไม่ได้แล้ว ไม่ว่าอย่างไรก็ให้แต่งกับเซี่ยอวิ๋นไม่ได้ ยิ่งเรื่องครั้งนี้ร้ายแรงถึงชีวิต แต่จนแล้วจนรอดเจ้าดู...นางก็ยังมาเพื่อขอร้องแทนเซี่ยอวิ๋น”

“แต่กระหม่อมไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุด ในจวนของกระหม่อมมี...”

“เราไว้ใจเจ้า หากเจ้าลำบากใจหลังแต่งขอเพียงดูแลเป็นหูเป็นตาแทนเราก็พอ ขอเพียงนางไม่ข้องแวะกับเซี่ยอวิ๋นอีก เรื่องดูแลนางเราให้สิทธิ์เจ้าเต็มที่ ท่าเรือฟู่กุ้ยในอนาคตไม่อาจถูกผู้อื่นควบคุม เป๋นคนอื่นเราไม่ไว้ใจ” จ้าวชิงหลงยกมือขึ้นนวดขมับ... “เรารู้ว่าเราขอมากเกินไป แต่นอกจากเจ้าเราก็ไม่คิดว่าใครจะสามารถรับมือน้องสาวคนนี้ของเราได้ หากเจ้าไม่สบายใจที่จะให้นางเข้าจวน เช่นนั้นหลังแต่งก็ให้นางกลับจวนบ้าง”

สือจิ้งเลิกคิ้ว “ทรงหมายถึง...แต่งแค่ในนาม??”

เสียงถอนหายใจดังขึ้นอีกครั้ง “หากเจ้าควบคุมดูแลนางได้ แน่นอนเราย่อมดีใจ แต่น้องสาวของเราผู้นี้...”

สือจิ้งเห็นด้วย เขาไม่อยากให้ฟู่โหรวอยู่ในจวนตระกูลสือจริงๆ ด้วยนิสัยของนาง หากอยู่ในจวนตระกูลสือ เกรงว่าความวุ่นวายคงตามมาไม่น้อย

แต่งแค่ในนาม... ให้นางกลับมาอยู่ที่จวนของตัวเองบางครั้ง ไปๆ มาๆ ไม่ให้เกิดข้อครหาก็นับเป็นทางออกที่ดี ยกข้ออ้างเรื่องกิจการของนางทำให้ผู้คนไม่มองในแง่ร้ายมากนัก

เขา...เข้าใจจุดประสงค์ของฮ่องเต้ ฉวยโอกาสในเวลานี้ที่ฟู่โหรวกำลังอยากช่วยตระกูลเซี่ย แยกนางจากเซี่ยอวิ๋นอย่างเด็ดขาด นับเป็นผลดีต่อทุกๆ ฝ่าย

“นายท่าน...” ซูม่อขมวดคิ้วด้วยท่าทางไม่เห็นด้วย บนรถม้าสือจิ้งเพียงนั่งหลับตานิ่งไม่พูดจา “นายท่าน?” ซูม่อยังคงมองผู้เป็นนายด้วยสายตาไม่เข้าใจ “หากแต่งนางเข้าจวน บรรดาคุณชายกับคุณหนู...”

“เจ้าว่า...คนอย่างฟู่โหรวหลังแต่งงานนางจะเป็นฮูหยินที่อยู่ดูแลเรือนหลังหรือ”

ซูม่อเลิกคิ้ว “ย่อมไม่มีทาง!”

สือจิ้งพยักหน้า “เพราะเช่นนี้ฝ่าบาทจึงเลือกข้า ฟู่โหรวเป็นสตรี แต่งบุรุษเข้าจวนเป็นเรื่องง่าย แต่บุรุษใดจะเหมาะสมกับฐานะของนาง” เขาส่ายหน้า “เป็นขุนนางก็ไม่ได้ เป็นหนึ่งในหกตระกูลใหญ่ยิ่งไม่มีทางเกิดขึ้น แต่วันนี้ทรงเลือกข้า คนที่มีความเป็นไปได้ที่จะอยากครอบครองท่าเรือน้อยที่สุด”

ซูม่อพยักหน้า “อำนาจการควบคุมท่าเรือฟู่กุ้ย ฝ่าบาทไม่มีทางปล่อยให้ตกอยู่ในมือของตระกูลเซี่ย ทำเช่นนั้นก็เท่ากับมอบท่าเรือฟู่กุ้ยให้ไทเฮาอย่างแน่นอน แต่นอกจากท่านยังมีอีกสี่ตระกูลใหญ่”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เป็นสตรีร้ายกาจ...ไม่ง่าย!!   บทที่ 7.5 จบ

    “เพิ่งสิบเอ็ดย่างสิบสอง ฝ่าบาททรงอยากพบจึงพามาเข้าเฝ้า” นางยิ้มก้มลงมองสือเจี้ยน “คารวะประมุขเซี่ยเสียสิ”“คารวะประมุขเซี่ย”เซี่ยอวิ๋นพยักหน้าให้สือเจี้ยน “ฟู่โหรว ข้า...”“ประมุขเซี่ยมีเรื่องอะไรหรือ” เขาลังเลสายตามองสือเจี้ยนที่เงยหน้าขึ้นจ้องเขม็ง อันที่จริงนางรู้ว่าเขามีเรื่องอยากสนทนากับนาง เพียงแต่นางแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจระหว่างนางกับเซี่ยอวิ๋นมันจบลงตั้งนานแล้ว ไม่มีสิ่งใดให้ต้องสนทนา ไม่มีเรื่องใดให้นางเสียดาย ตอนนี้เขาเองก็ได้รับสมรสพระราชทาน อีกทั้งยังมีแผนจะรับหยวนอินอินเข้าประตูข้าง เนื่องจากชาวบ้านลือกันไปต่างๆ นานา ชื่อเสียงของหยวนอินอินเสียหายไปแล้ว ด้วยตลอดมาทั้งหยวนอินอินและคนตระกูลเซี่ยก็แสดงออกชัดว่านางเป็นคนของเซี่ยอวิ๋นแล้ว หากเซี่ยอวิ๋นไม่รับนางเข้าจวนสิจึงจะถูกมองว่าไม่รักษาคำพูดสิ่งที่หยวนอินอินทำเซี่ยอวิ๋นล่วงรู้แล้ว เขาจะพูดหรือไม่พูด คนอื่นจะรู้หรือไม่รู้ ทั้งหมดนั้นไม่ใช่เรื่องของนางอีกแล้ว นับจากนี้เรื่องที่เกี่ยวข้องกับหยวนอินอินกับเซี่ยอวิ๋น นางล้วนไม่อยากข้องเกี่ยว ระหว่างนางกับเขาหลงเหลือเพียงคู่ค้าที่ดีเท่านั้นไม่มีอย่างอื่นสิ่งหนึ่งที่นางสังหรณ์ใจ

  • เป็นสตรีร้ายกาจ...ไม่ง่าย!!   บทที่ 7.4

    “ได้ เชื่อฟังท่าน”สือจิ้งวางถ้วยยาจากนั้นสอดสองแขนกอดนาง ฟู่โหรววางคางลงไปบนอกของเขา “เมื่อก่อนตอนเป็นไข้ข้ากลัวมาก ไม่อยากดื่มยา ไม่ชอบความขมของยา ไม่อยากอยู่คนเดียวแต่ก็ไม่กล้าให้ใครมาเฝ้าตอนไม่ได้สติ”เขาเลิกคิ้วมองนางด้วยสายตาประหลาดใจ หญิงสาวยิ้ม “แต่ว่าข้าชอบให้ท่านอยู่เป็นเพื่อนตอนที่ข้าไม่สบาย”เขาหัวเราะ “ตอนปกติไม่ชอบให้ข้าอยู่เป็นเพื่อน?”“ย่อมต้องชอบ ข้าชอบท่านถึงเพียงนี้”เขาชะงัก...นานมาก รอยยิ้มหล่อเหลาเผยให้เห็น ฟู่โหรวเหม่อมองรอยยิ้มของเขา สองมือค่อยๆ ขยับยุกยิกจากนั้นสอดขึ้นมาประคองใบหน้าของสือจิ้ง นางยื่นหน้าเข้าไปจากนั้นจุมพิตเขาเขาไม่ได้หลบเลี่ยง ตรงกันข้ามกลับดันแผ่นหลังของนางเอาไว้ จุมพิตตอบนางอย่างอ่อนโยน กระทั่งฟู่โหรวเป็นฝ่ายดันตัวถอยหลัง “สือจิ้ง”“หืม”“พวกเรา...มาอยู่ด้วยกันตลอดไปดีหรือไม่”เขาเลิกคิ้ว “ยังคิดจะไปจากที่นี่? เจ้าแต่งงานกับข้าแล้ว เป็นฮูหยินของข้า ไหว้ฟ้าดินอย่างถูกต้อง แถมตอนนี้บรรดาบุตรของข้าก็เรียกเจ้าว่าท่านแม่แล้ว”นางอมยิ้ม “แต่ข้าอยากบอกกับท่านให้ชัดเจน ข้าอยากอยู่กับท่าน อยากเป็นสือฮูหยินที่ได้อยู่เคียงข้างท่าน”เขาหัวเราะ “ได้สิ น

  • เป็นสตรีร้ายกาจ...ไม่ง่าย!!   บทที่ 7.3

    “สาม...ไม่พยายามทำความเข้าในในสถานการณ์ ซื่อจื่อเจ้าเป็นพี่ใหญ่ เป็นคนที่ต้องรับผิดชอบจวนนี้ต่อไป เพราะอะไรข้าเปลี่ยนคนดูแลเจ้าทั้งหมด ตอนนี้เจ้าลองคิดดูแล้วเข้าใจหรือยัง”“ข้า...เข้าใจแล้วขอรับ”“เข้าใจว่าอย่างไร”“บ่าวไพร่ที่บกพร่องต่อหน้าที่ แม้อ้างได้ว่าข้าไล่ไปแต่ก็ไม่ควรไปไกลจนเกินไป”“ถูกต้อง คนเราทุกคนมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ เจ้า ข้า บ่าวไพร่ ทุกๆ คนในจวน หากทุกๆ คนไม่ทำหน้าที่ของตัวเอง หากทุกๆ คนบกพร่องโดยใช้ข้ออ้างที่จะไม่ทำหน้าที่นั้น ทั้งที่รู้ดีว่าคำสั่งของเจ้าอาจทำให้เจ้าตกอยู่ในอันตราย เข้าข้างตัวเองกล่าวว่านายสั่งแล้วว่าห้ามดูแล เช่นนั้นจวนนี้จะวุ่นวายเพียงใด เช่นกันกับเจ้าอาเจี้ยน เจ้าเป็นซื่อจื่อ เป็นทายาทของจวนตระกูลสือ หากเพราะความคึกคะนองรักสนุกชั่วครู่ ทำให้ลืมฐานะความสำคัญของตัวเอง เช่นนั้นเจ้าจะหวังให้ผู้ใดมาให้ความสำคัญกับตัวเจ้าเล่า”สือเจี้ยนโน้มตัวลงประสานมือโขกศีรษะให้นาง “ลูก...ผิดไปแล้ว น้อมรับการอบรมสั่งสอนจากท่านแม่”สือเจาทำตามในทันที ฟู่โหรววางไม้ลงลุกขึ้นยืนจากนั้นประคองทั้งสองคนให้ลุกขึ้น “พวกเจ้าโชคดีที่มีกันและกัน มีพี่น้องที่ดีต่อกันตั้งห้าคน

  • เป็นสตรีร้ายกาจ...ไม่ง่าย!!   บทที่ 7.2

    ฟู่โหรวสั่นสะท้านเพราะความหนาวเหน็บ นางจามออกมาเสียงดัง มือดันสือจิ่นออก “อาจิ่นเจ้ากลับเรือนไปก่อน ข้าเป็นหวัดเดี๋ยวพลอยติดหวัดไปด้วย”“ท่านแม่ ท่านเป็นไข้แต่ลงน้ำไปช่วยพี่ใหญ่กับพี่รอง หากท่านพ่อรู้เข้า...”ยังต้องให้สือจิ่นเตือนอีกหรือ นางให้คนพาเด็กน้อยกลับเรือน ส่วนนางรีบกลับไปเปลี่ยนชุด ตอนออกมาถึงที่โถงหน้ารู้สึกปวดศีรษะยิ่งกว่าเมื่อเช้า ตระหนักแล้วว่ายังไงไข้ต้องขึ้นแน่นอนสือเจี้ยนเดินนำเข้ามา สือเจาเองก็เดินเข้ามาด้วย เด็กทั้งสองยังมีท่าทางมึนตึง นางถือไม้เรียวเคาะกับฝ่ามือ “รู้ความผิดแล้วหรือยัง”“ท่านไล่คนของข้าออกไปอีกแล้ว” สือเจี้ยนหน้าบึ้ง “ข้าเป็นคนไล่พวกเขาออกไปจากสวนเอง ตอนนั้นอยากวิ่งเล่นอย่างอิสระ”สือเจาแค่นเสียง“เจ้าแค่นเสียงทำไม?!”“ข้าจะทำท่านจะทำไม”“หยุด!” นางตวาด “พวกเจ้ายื่นมือออกมา!”เด็กทั้งสองเบิกตา สือเจี้ยนมองไม้ในมือนาง “ท่านกล้าตีข้า? ข้าเป็นซื่อจื่อตระกูลสือ ท่านพ่อยังไม่เคยตีข้าเลย!”“ยื่นมือออกมา” นางกล่าวเสียงเย็น “ทั้งคู่!”“ข้าจะฟ้องท่านพ่อ”“เอาสิ” นางกล่าว “แต่ตอนนี้ข้าจะลงโทษพวกเจ้าทั้งคู่” เมื่อทั้งสองยื่นมือออกมานางจึงฟาดไม้ลงไปกลางฝ่ามือ

  • เป็นสตรีร้ายกาจ...ไม่ง่าย!!   บทที่ 7.1

    สือจิ้งยิ้ม เป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน สุดท้ายฟู่โหรวจึงได้แต่มองเขาเดินออกไป ไม่ได้พูดอะไรสักประโยค หลังเขาเดินออกไปจากห้องนางยกสองมือแนบแก้ม“น่าขายหน้าที่สุด ไม่ใช่หน้าแดงให้เขาเห็นหรอกนะ!” นางลงมือก่อนแท้ๆ แล้วเหตุใดตอนนี้เป็นฝ่ายขัดเขินเองเสียเล่า!ช่วงบ่ายสือจิ้งให้คนมาบอกที่จวนว่าเขาอาจกลับช้า ด้วยเกรงว่าฟู่โหรวจะรอกินมื้อเที่ยงและไม่ยอมดื่มยา เพราะนางอาการดีขึ้นมากจึงออกมาเดินเล่นที่สวนโดยมีเสื้อคลุมหนานุ่มคลุมทับอีกชั้นหนึ่ง ตอนที่เพิ่งเดินเข้าไปถึงทางเข้าสวนชั้นใน เสียงตะโกนก็ดังขึ้น“พี่ใหญ่... พี่รอง พวกท่านอย่าลงไป ช่วยด้วยพี่ใหญ่พี่รองตกน้ำ!!”นั่นเป็นเสียงของสือจิ่น ฟู่โหรวตกใจรีบสาวเท้าออกวิ่ง ตอนเข้าไปเห็นก็พบว่าทั้งสือเจี้ยนและสือเจาพยายามกระเสือกกระสนว่ายน้ำเข้าใกล้ฝั่งดูแล้วสือเจี้ยนตกลงไปในสระจำลองก่อน สือเจาพยายามช่วยจึงถูกดึงลงน้ำทั้งคู่ ฟู่โหรวร้อนใจวิ่งปราดเข้าไป นางสะบัดเสื้อคลุมทิ้งจากนั้นกระโดดลงไปในน้ำ“คุณชาย! นายหญิง!!!”สาวใช้เพิ่งวิ่งเข้ามาถึงตกใจจนหน้าซีด พ่อบ้านได้ยินก็วิ่งเข้ามา ทว่าตอนที่ทุกคนมาถึงฝั่งสระจำลอง ฟู่โหรวก็หิ้วคอส

  • เป็นสตรีร้ายกาจ...ไม่ง่าย!!   บทที่ 6.8

    หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองสือจิ้ง นางไม่ได้หันกลับไปมองเซี่ยอวิ๋น “ข้ายินดีขี่ม้ากลับกับสามี”สือจิ้งยิ้มให้นางจากนั้นทั้งสองก็ขึ้นไปนั่งบนหลังม้า เซี่ยอวิ๋นทำได้เพียงมองส่งคนทั้งสองจากไปโดยไม่อาจเหนี่ยวรั้ง ไม่อาจพูดอะไรได้อีกเขาพลาด...พลาดตั้งแต่แรก ไม่อาจหวนคืน ไม่อาจแก้ไข เสียไปแล้วก็คือเสียไปตลอดกาล ไม่มีทางได้คืน ไม่อาจเรียกร้องสิ่งที่เสียไปกลับมาอีกฟู่โหรว...เข้าวังหลวงเข้าเฝ้าฮ่องเต้ นางรู้ว่าอีกฝ่ายโกรธนาง โกรธที่นางปิดบังจนเป็นช่องโหว่ให้คนอื่นเข้ามาแทรก กระทั่งตัวนางเองถูกหลอกครั้งแล้วครั้งเล่าที่จริงนางรู้ดีว่าฮ่องเต้เมตตามากแล้ว ด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นอวี้กูกูไม่สมควรได้จากไปอย่างเงียบๆ และสบายเกินไป เช่นกันกับหยวนอินอินที่ยังคงลอยนวล ทว่าฮ่องเต้ตระหนักดีว่าหากลงโทษอีกฝ่าย คนที่หนีไม่พ้นต้องตกเป็นข้อครหาก็คือนางเอง หรือหากมีคนอยากขุดคุ้ย เรื่องในอดีตก็จะถูกหยิบยกขึ้นมาพูด ฟู่โหรวที่ร้ายกาจผู้นั้นก็ยังเสียเปรียบหยวนอินอินผู้อ่อนแอและถูกรังแกอยู่วันยังค่ำ...เย็นวันนั้นนางมีไข้...อีกแล้วจิตใจไม่สงบ บวกกับการขี่ม้าต้องลมหนาว ร่างกายของฟู่โหรวที่ยังคงไม่ฟื้นตัวดีในที่สุดก็ล้มป่วยอ

  • เป็นสตรีร้ายกาจ...ไม่ง่าย!!   บทที่ 2.1

    ไม่ว่าสตรีใดหากแต่งงาน ล้วนอยากให้บุตรตัวเองเป็นทายาทที่ถูกต้องของจวนสามี สือจิ้งจึงนับเป็นบุรุษที่น่าดึงดูด หากแต่ก็ไม่เป็นที่ปรารถนา เช่นกันกับนางที่บุรุษล้วนปรารถนา ทว่าไม่กล้าอาจเอื้อมเพราะความร้ายกาจอันเลื่องลือบนระเบียงชั้นสองของหอสุราซ่านโจว สือจิ้งเงยหน้าขึ้นมองทันทีที่ก้าวลงจากรถม้า สายตา

  • เป็นสตรีร้ายกาจ...ไม่ง่าย!!   บทที่ 1.7

    อวี้กูกูมองนางด้วยสายตาลังเล สูดลมหายใจเข้าจากนั้นจึงกล่าว “หากเป็นท่านเกรงว่า...แต่งได้วันเดียวก็หาเรื่องกลับจวนตระกูลฟู่แล้ว”ฟู่โหรวยิ้ม “เช่นนั้นก็ตกลงตามนี้” อวี้กูกูเลิกคิ้วมองนาง ทว่าจนแล้วจนรอดก็ไม่ได้พูดอะไรสมรสพระราชทานระหว่างประมุขสองตระกูลใหญ่ แน่นอนย่อมเป็นที่ฮือฮา ยิ่งเป็นข่าวการแต่ง

  • เป็นสตรีร้ายกาจ...ไม่ง่าย!!   บทที่ 1.6

    สือจิ้งเหม่อลอยเล็กน้อย “ข้าเหมาะสมที่สุดเพราะข้ามีทายาทสืบทอดร้านแลกเงินแล้ว ฝ่าบาทตระหนักดีว่าข้าไม่จำเป็นต้องใช้ประโยชน์ใดจากท่าเรือฟู่กุ้ย แม้ว่ามีความเป็นไปได้ที่ข้าจะมีบุตรกับฟู่โหรว เด็กคนนั้นจะใช้แซ่ฟู่ก็ย่อมได้ จากนั้นสืบทอดการดูแลท่าเรือฟู่กุ้ย”!!! ซูม่ออ้าปากค้างสือจิ้งแค่นยิ้ม “นี่คงเ

  • เป็นสตรีร้ายกาจ...ไม่ง่าย!!   บทที่ 1.4

    อวี้กูกูกล่าวว่าฟู่โหรวเป็นคนฉลาด...นางอยากได้อะไรล้วนมีวิธีทำให้ฮ่องเต้คล้อยตาม นางมักรู้จังหวะ รู้โอกาส รู้ช่วงเวลา เวลาใดควรเงียบ เวลาใดควรเปิดปาก ดังนั้นจ้าวชิงหลงจึงค่อนข้างชอบนิสัยเช่นนี้ของน้องสาว“ดูที่พวกเขาทำกับเจ้าสิ”“ฝ่าบาททรงเข้าพระทัยผิดแล้วเพคะ ยาพิษนั่นที่จริงไม่ใช่พิษเลย เป็นหม่อม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status