Share

บทที่ 2.1

last update publish date: 2026-03-24 12:55:50

ไม่ว่าสตรีใดหากแต่งงาน ล้วนอยากให้บุตรตัวเองเป็นทายาทที่ถูกต้องของจวนสามี สือจิ้งจึงนับเป็นบุรุษที่น่าดึงดูด หากแต่ก็ไม่เป็นที่ปรารถนา เช่นกันกับนางที่บุรุษล้วนปรารถนา ทว่าไม่กล้าอาจเอื้อมเพราะความร้ายกาจอันเลื่องลือ

บนระเบียงชั้นสองของหอสุราซ่านโจว สือจิ้งเงยหน้าขึ้นมองทันทีที่ก้าวลงจากรถม้า สายตาของเขามองตรงไปยังสตรีที่แต่งกายด้วยชุดของบุรุษสีเทาเรียบง่าย ชะงักไปเล็กน้อยเพราะใบหน้าที่อ่อนเยาว์และแตกต่างจากที่เคยเห็น

ซูม่อเองก็คาดไม่ถึง “นั่น...ประมุขฟู่? เหตุใดนางแต่งกายเช่นนั้น?”

สือจิ้งยังคงสบตากับหญิงสาวที่ก้มลงมองเขาเช่นกัน เขารับรู้ได้ว่ามีบางอย่างแปลกไป ทั้งแววตา ท่าทาง รวมไปถึงกลิ่นอายที่เปลี่ยนไปของฟู่โหรว “ไปเถิด” เขากล่าวจากนั้นก้าวเข้าไปในหอสุราซ่านโจว

หอสุราซ่านโจวเป็นของสหายที่รู้จักกัน ทันทีที่ฟู่โหรวเดินเข้ามา สหายของเขาก็ให้คนไปแจ้งที่ร้านแลกเงิน เขามีเรื่องอยากสนทนากับนางอยู่พอดี ดังนั้นจึงนั่งรถม้ามาที่นี่

ตอนเดินขึ้นบันไดเขาพบว่านางเปิดประตูและยืนรออยู่ สายตาประหลาดใจมองตรงมายังเขาที่เดินเข้าไปหา

ชายหนุ่มประสานมือ “ประมุขฟู่ สะดวกให้ข้าเข้าไปสนทนาด้วยสักครู่หรือไม่”

นางมีท่าทีลังเลทว่าก็พยักหน้า “ประมุขสือเชิญ” นางผายมือจากนั้นขยับถอยให้เขาเดินเข้าไปก่อน ท่าทางสุภาพนั้นทำเอาแม้แต่เขาเองก็ยังรู้สึกประหลาดใจ

เขาหันไปมองซูม่อ “เจ้ารอข้างนอก” ซูม่อประสานมือรับคำจากนั้นรอปิดประตู

ต้องยอมรับว่าเขาไม่ได้เตรียมใจที่จะพบฟู่โหรวในแบบที่...แตกต่าง ทุกครั้งที่พบกันหากไม่ใช่เพราะงานเลี้ยงระหว่างหกตระกูล ก็เป็นการพบกันที่วังหลวง แต่ละครั้งนางจะแต่งชุดเก้าชั้นทางการไร้ข้อบกพร่องตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้า

ชาดแต้ม แป้งผัด ส่งให้ใบหน้าของนางดูน่าเกรงขาม เป็นประมุขฟู่ที่ไม่ว่าผู้ใดล้วนไม่กล้าดูแคลน ทว่าตอนนี้ตรงหน้าเขานี่ก็คือฟู่โหรว สตรีที่อายุเพิ่งย่างยี่สิบ ไม่ใช่ประมุขฟู่คนเดิมที่เขาเคยพบ

ใบหน้าที่ไร้ชาดแต้ม ไร้แป้งผัด เสื้อผ้าที่สวมเป็นชุดของบุรุษเรียบง่ายไม่โดดเด่น บนตัวไร้ซึ่งเครื่องประดับสูงค่า ไม่มีสิ่งใดเลยที่บ่งบอกว่านางเป็นถึงประมุขตระกูลใหญ่

นางนั่งลงรินชาให้เขา สือจิ้งหรี่ตามองด้วยสายตาเคร่งขรึม “ไม่ปิดบังประมุขฟู่ ที่นี่เป็นหอสุราของสหายข้า ได้ยินว่าเจ้ามานั่งเล่นที่นี่ ด้วยเรื่องสมรสพระราชทานพวกเขาจึงมาแจ้งข้า และข้าเพราะอยากพบเจ้าสักครา ข้าอยากสนทนากับเจ้าเรื่องสมรสพระราชทาน”

มือของนางชะงักไปเล็กน้อย สายตาค่อยๆ มองมาที่เขา เสียงถอนหายใจดังขึ้นเบาๆ “อืม” นางยื่นจอกชามาให้ สือจิ้งรับเอาไว้ลอบมองท่าทีของหญิงสาว “ข้าเองก็เห็นสมควรว่าต้องสนทนากับท่านสักครา ท่านมีอะไรก็พูดมาเถิด”

เขาเงียบไปครู่หนึ่ง “ในเมื่อไม่เห็นท่าทีต่อต้านของเจ้า เช่นนั้นข้าก็ขอคาดเดาว่าเจ้าเห็นด้วย เจ้าวางใจเถิดหลังแต่งงานเจ้าเคยใช้ชีวิตอย่างไรก็ทำเช่นนั้น ข้าจะไม่ก้าวก่ายหรือสอดมือเด็ดขาด เจ้าจะมีอิสระทำในสิ่งที่ต้องทำโดยไม่ต้องรู้สึกลำบากใจ”

นางพยักหน้า “ข้าเองก็คิดจะทำเช่นนั้น”

“การแต่งงานนี้เดิมพันด้วยหลายสิ่ง ข้าเองก็เข้าใจและตระหนักดีว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น ฝ่าบาททรงเมตตาหาทางออกที่ดีที่สุดให้ทุกฝ่าย วันหน้าหากเจ้าลำบากใจหรือคิดว่าถึงเวลาที่เหมาะสม หากอยากกลับไปอยู่ที่จวนตระกูลฟู่ ข้าจะไม่ขัดข้อง แต่ว่าช่วงแรกของการแต่งงานข้าอยากให้เจ้ารั้งอยู่ที่จวนตระกูลสือสักสามเดือน”

นางมุ่นคิ้วเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา “เพราะอะไร”

“เจ้าไม่ใช่คนโง่ แม้เซี่ยอวิ๋นแสดงออกชัดเจนว่าไม่ชอบเจ้า แต่ตลอดมาก็ไม่เคยเอ่ยปากปฏิเสธตรงๆ สักครา การแต่งงานนี้เป็นสมรสพระราชทาน ข้ารู้ว่าเจ้ายินยอมเพราะอยากช่วยคน อยากช่วยไม่ให้ฝ่าบาทลำบากพระทัย ดังนั้นในเมื่อข้าเองก็รับปากฝ่าบาทว่าจะให้ความร่วมมือ ทั้งข้ากับเจ้าก็ไม่เคยมีความขัดแย้ง ข้าคิดว่ามิสู้พวกเรามาร่วมมือกันให้ผ่านพ้นไปอย่างราบรื่น นับเป็นเรื่องที่ดีต่อทุกๆ ฝ่าย”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เป็นสตรีร้ายกาจ...ไม่ง่าย!!   บทที่ 7.5 จบ

    “เพิ่งสิบเอ็ดย่างสิบสอง ฝ่าบาททรงอยากพบจึงพามาเข้าเฝ้า” นางยิ้มก้มลงมองสือเจี้ยน “คารวะประมุขเซี่ยเสียสิ”“คารวะประมุขเซี่ย”เซี่ยอวิ๋นพยักหน้าให้สือเจี้ยน “ฟู่โหรว ข้า...”“ประมุขเซี่ยมีเรื่องอะไรหรือ” เขาลังเลสายตามองสือเจี้ยนที่เงยหน้าขึ้นจ้องเขม็ง อันที่จริงนางรู้ว่าเขามีเรื่องอยากสนทนากับนาง เพียงแต่นางแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจระหว่างนางกับเซี่ยอวิ๋นมันจบลงตั้งนานแล้ว ไม่มีสิ่งใดให้ต้องสนทนา ไม่มีเรื่องใดให้นางเสียดาย ตอนนี้เขาเองก็ได้รับสมรสพระราชทาน อีกทั้งยังมีแผนจะรับหยวนอินอินเข้าประตูข้าง เนื่องจากชาวบ้านลือกันไปต่างๆ นานา ชื่อเสียงของหยวนอินอินเสียหายไปแล้ว ด้วยตลอดมาทั้งหยวนอินอินและคนตระกูลเซี่ยก็แสดงออกชัดว่านางเป็นคนของเซี่ยอวิ๋นแล้ว หากเซี่ยอวิ๋นไม่รับนางเข้าจวนสิจึงจะถูกมองว่าไม่รักษาคำพูดสิ่งที่หยวนอินอินทำเซี่ยอวิ๋นล่วงรู้แล้ว เขาจะพูดหรือไม่พูด คนอื่นจะรู้หรือไม่รู้ ทั้งหมดนั้นไม่ใช่เรื่องของนางอีกแล้ว นับจากนี้เรื่องที่เกี่ยวข้องกับหยวนอินอินกับเซี่ยอวิ๋น นางล้วนไม่อยากข้องเกี่ยว ระหว่างนางกับเขาหลงเหลือเพียงคู่ค้าที่ดีเท่านั้นไม่มีอย่างอื่นสิ่งหนึ่งที่นางสังหรณ์ใจ

  • เป็นสตรีร้ายกาจ...ไม่ง่าย!!   บทที่ 7.4

    “ได้ เชื่อฟังท่าน”สือจิ้งวางถ้วยยาจากนั้นสอดสองแขนกอดนาง ฟู่โหรววางคางลงไปบนอกของเขา “เมื่อก่อนตอนเป็นไข้ข้ากลัวมาก ไม่อยากดื่มยา ไม่ชอบความขมของยา ไม่อยากอยู่คนเดียวแต่ก็ไม่กล้าให้ใครมาเฝ้าตอนไม่ได้สติ”เขาเลิกคิ้วมองนางด้วยสายตาประหลาดใจ หญิงสาวยิ้ม “แต่ว่าข้าชอบให้ท่านอยู่เป็นเพื่อนตอนที่ข้าไม่สบาย”เขาหัวเราะ “ตอนปกติไม่ชอบให้ข้าอยู่เป็นเพื่อน?”“ย่อมต้องชอบ ข้าชอบท่านถึงเพียงนี้”เขาชะงัก...นานมาก รอยยิ้มหล่อเหลาเผยให้เห็น ฟู่โหรวเหม่อมองรอยยิ้มของเขา สองมือค่อยๆ ขยับยุกยิกจากนั้นสอดขึ้นมาประคองใบหน้าของสือจิ้ง นางยื่นหน้าเข้าไปจากนั้นจุมพิตเขาเขาไม่ได้หลบเลี่ยง ตรงกันข้ามกลับดันแผ่นหลังของนางเอาไว้ จุมพิตตอบนางอย่างอ่อนโยน กระทั่งฟู่โหรวเป็นฝ่ายดันตัวถอยหลัง “สือจิ้ง”“หืม”“พวกเรา...มาอยู่ด้วยกันตลอดไปดีหรือไม่”เขาเลิกคิ้ว “ยังคิดจะไปจากที่นี่? เจ้าแต่งงานกับข้าแล้ว เป็นฮูหยินของข้า ไหว้ฟ้าดินอย่างถูกต้อง แถมตอนนี้บรรดาบุตรของข้าก็เรียกเจ้าว่าท่านแม่แล้ว”นางอมยิ้ม “แต่ข้าอยากบอกกับท่านให้ชัดเจน ข้าอยากอยู่กับท่าน อยากเป็นสือฮูหยินที่ได้อยู่เคียงข้างท่าน”เขาหัวเราะ “ได้สิ น

  • เป็นสตรีร้ายกาจ...ไม่ง่าย!!   บทที่ 7.3

    “สาม...ไม่พยายามทำความเข้าในในสถานการณ์ ซื่อจื่อเจ้าเป็นพี่ใหญ่ เป็นคนที่ต้องรับผิดชอบจวนนี้ต่อไป เพราะอะไรข้าเปลี่ยนคนดูแลเจ้าทั้งหมด ตอนนี้เจ้าลองคิดดูแล้วเข้าใจหรือยัง”“ข้า...เข้าใจแล้วขอรับ”“เข้าใจว่าอย่างไร”“บ่าวไพร่ที่บกพร่องต่อหน้าที่ แม้อ้างได้ว่าข้าไล่ไปแต่ก็ไม่ควรไปไกลจนเกินไป”“ถูกต้อง คนเราทุกคนมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ เจ้า ข้า บ่าวไพร่ ทุกๆ คนในจวน หากทุกๆ คนไม่ทำหน้าที่ของตัวเอง หากทุกๆ คนบกพร่องโดยใช้ข้ออ้างที่จะไม่ทำหน้าที่นั้น ทั้งที่รู้ดีว่าคำสั่งของเจ้าอาจทำให้เจ้าตกอยู่ในอันตราย เข้าข้างตัวเองกล่าวว่านายสั่งแล้วว่าห้ามดูแล เช่นนั้นจวนนี้จะวุ่นวายเพียงใด เช่นกันกับเจ้าอาเจี้ยน เจ้าเป็นซื่อจื่อ เป็นทายาทของจวนตระกูลสือ หากเพราะความคึกคะนองรักสนุกชั่วครู่ ทำให้ลืมฐานะความสำคัญของตัวเอง เช่นนั้นเจ้าจะหวังให้ผู้ใดมาให้ความสำคัญกับตัวเจ้าเล่า”สือเจี้ยนโน้มตัวลงประสานมือโขกศีรษะให้นาง “ลูก...ผิดไปแล้ว น้อมรับการอบรมสั่งสอนจากท่านแม่”สือเจาทำตามในทันที ฟู่โหรววางไม้ลงลุกขึ้นยืนจากนั้นประคองทั้งสองคนให้ลุกขึ้น “พวกเจ้าโชคดีที่มีกันและกัน มีพี่น้องที่ดีต่อกันตั้งห้าคน

  • เป็นสตรีร้ายกาจ...ไม่ง่าย!!   บทที่ 7.2

    ฟู่โหรวสั่นสะท้านเพราะความหนาวเหน็บ นางจามออกมาเสียงดัง มือดันสือจิ่นออก “อาจิ่นเจ้ากลับเรือนไปก่อน ข้าเป็นหวัดเดี๋ยวพลอยติดหวัดไปด้วย”“ท่านแม่ ท่านเป็นไข้แต่ลงน้ำไปช่วยพี่ใหญ่กับพี่รอง หากท่านพ่อรู้เข้า...”ยังต้องให้สือจิ่นเตือนอีกหรือ นางให้คนพาเด็กน้อยกลับเรือน ส่วนนางรีบกลับไปเปลี่ยนชุด ตอนออกมาถึงที่โถงหน้ารู้สึกปวดศีรษะยิ่งกว่าเมื่อเช้า ตระหนักแล้วว่ายังไงไข้ต้องขึ้นแน่นอนสือเจี้ยนเดินนำเข้ามา สือเจาเองก็เดินเข้ามาด้วย เด็กทั้งสองยังมีท่าทางมึนตึง นางถือไม้เรียวเคาะกับฝ่ามือ “รู้ความผิดแล้วหรือยัง”“ท่านไล่คนของข้าออกไปอีกแล้ว” สือเจี้ยนหน้าบึ้ง “ข้าเป็นคนไล่พวกเขาออกไปจากสวนเอง ตอนนั้นอยากวิ่งเล่นอย่างอิสระ”สือเจาแค่นเสียง“เจ้าแค่นเสียงทำไม?!”“ข้าจะทำท่านจะทำไม”“หยุด!” นางตวาด “พวกเจ้ายื่นมือออกมา!”เด็กทั้งสองเบิกตา สือเจี้ยนมองไม้ในมือนาง “ท่านกล้าตีข้า? ข้าเป็นซื่อจื่อตระกูลสือ ท่านพ่อยังไม่เคยตีข้าเลย!”“ยื่นมือออกมา” นางกล่าวเสียงเย็น “ทั้งคู่!”“ข้าจะฟ้องท่านพ่อ”“เอาสิ” นางกล่าว “แต่ตอนนี้ข้าจะลงโทษพวกเจ้าทั้งคู่” เมื่อทั้งสองยื่นมือออกมานางจึงฟาดไม้ลงไปกลางฝ่ามือ

  • เป็นสตรีร้ายกาจ...ไม่ง่าย!!   บทที่ 7.1

    สือจิ้งยิ้ม เป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน สุดท้ายฟู่โหรวจึงได้แต่มองเขาเดินออกไป ไม่ได้พูดอะไรสักประโยค หลังเขาเดินออกไปจากห้องนางยกสองมือแนบแก้ม“น่าขายหน้าที่สุด ไม่ใช่หน้าแดงให้เขาเห็นหรอกนะ!” นางลงมือก่อนแท้ๆ แล้วเหตุใดตอนนี้เป็นฝ่ายขัดเขินเองเสียเล่า!ช่วงบ่ายสือจิ้งให้คนมาบอกที่จวนว่าเขาอาจกลับช้า ด้วยเกรงว่าฟู่โหรวจะรอกินมื้อเที่ยงและไม่ยอมดื่มยา เพราะนางอาการดีขึ้นมากจึงออกมาเดินเล่นที่สวนโดยมีเสื้อคลุมหนานุ่มคลุมทับอีกชั้นหนึ่ง ตอนที่เพิ่งเดินเข้าไปถึงทางเข้าสวนชั้นใน เสียงตะโกนก็ดังขึ้น“พี่ใหญ่... พี่รอง พวกท่านอย่าลงไป ช่วยด้วยพี่ใหญ่พี่รองตกน้ำ!!”นั่นเป็นเสียงของสือจิ่น ฟู่โหรวตกใจรีบสาวเท้าออกวิ่ง ตอนเข้าไปเห็นก็พบว่าทั้งสือเจี้ยนและสือเจาพยายามกระเสือกกระสนว่ายน้ำเข้าใกล้ฝั่งดูแล้วสือเจี้ยนตกลงไปในสระจำลองก่อน สือเจาพยายามช่วยจึงถูกดึงลงน้ำทั้งคู่ ฟู่โหรวร้อนใจวิ่งปราดเข้าไป นางสะบัดเสื้อคลุมทิ้งจากนั้นกระโดดลงไปในน้ำ“คุณชาย! นายหญิง!!!”สาวใช้เพิ่งวิ่งเข้ามาถึงตกใจจนหน้าซีด พ่อบ้านได้ยินก็วิ่งเข้ามา ทว่าตอนที่ทุกคนมาถึงฝั่งสระจำลอง ฟู่โหรวก็หิ้วคอส

  • เป็นสตรีร้ายกาจ...ไม่ง่าย!!   บทที่ 6.8

    หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองสือจิ้ง นางไม่ได้หันกลับไปมองเซี่ยอวิ๋น “ข้ายินดีขี่ม้ากลับกับสามี”สือจิ้งยิ้มให้นางจากนั้นทั้งสองก็ขึ้นไปนั่งบนหลังม้า เซี่ยอวิ๋นทำได้เพียงมองส่งคนทั้งสองจากไปโดยไม่อาจเหนี่ยวรั้ง ไม่อาจพูดอะไรได้อีกเขาพลาด...พลาดตั้งแต่แรก ไม่อาจหวนคืน ไม่อาจแก้ไข เสียไปแล้วก็คือเสียไปตลอดกาล ไม่มีทางได้คืน ไม่อาจเรียกร้องสิ่งที่เสียไปกลับมาอีกฟู่โหรว...เข้าวังหลวงเข้าเฝ้าฮ่องเต้ นางรู้ว่าอีกฝ่ายโกรธนาง โกรธที่นางปิดบังจนเป็นช่องโหว่ให้คนอื่นเข้ามาแทรก กระทั่งตัวนางเองถูกหลอกครั้งแล้วครั้งเล่าที่จริงนางรู้ดีว่าฮ่องเต้เมตตามากแล้ว ด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นอวี้กูกูไม่สมควรได้จากไปอย่างเงียบๆ และสบายเกินไป เช่นกันกับหยวนอินอินที่ยังคงลอยนวล ทว่าฮ่องเต้ตระหนักดีว่าหากลงโทษอีกฝ่าย คนที่หนีไม่พ้นต้องตกเป็นข้อครหาก็คือนางเอง หรือหากมีคนอยากขุดคุ้ย เรื่องในอดีตก็จะถูกหยิบยกขึ้นมาพูด ฟู่โหรวที่ร้ายกาจผู้นั้นก็ยังเสียเปรียบหยวนอินอินผู้อ่อนแอและถูกรังแกอยู่วันยังค่ำ...เย็นวันนั้นนางมีไข้...อีกแล้วจิตใจไม่สงบ บวกกับการขี่ม้าต้องลมหนาว ร่างกายของฟู่โหรวที่ยังคงไม่ฟื้นตัวดีในที่สุดก็ล้มป่วยอ

  • เป็นสตรีร้ายกาจ...ไม่ง่าย!!   บทที่ 1.7

    อวี้กูกูมองนางด้วยสายตาลังเล สูดลมหายใจเข้าจากนั้นจึงกล่าว “หากเป็นท่านเกรงว่า...แต่งได้วันเดียวก็หาเรื่องกลับจวนตระกูลฟู่แล้ว”ฟู่โหรวยิ้ม “เช่นนั้นก็ตกลงตามนี้” อวี้กูกูเลิกคิ้วมองนาง ทว่าจนแล้วจนรอดก็ไม่ได้พูดอะไรสมรสพระราชทานระหว่างประมุขสองตระกูลใหญ่ แน่นอนย่อมเป็นที่ฮือฮา ยิ่งเป็นข่าวการแต่ง

  • เป็นสตรีร้ายกาจ...ไม่ง่าย!!   บทที่ 1.6

    สือจิ้งเหม่อลอยเล็กน้อย “ข้าเหมาะสมที่สุดเพราะข้ามีทายาทสืบทอดร้านแลกเงินแล้ว ฝ่าบาทตระหนักดีว่าข้าไม่จำเป็นต้องใช้ประโยชน์ใดจากท่าเรือฟู่กุ้ย แม้ว่ามีความเป็นไปได้ที่ข้าจะมีบุตรกับฟู่โหรว เด็กคนนั้นจะใช้แซ่ฟู่ก็ย่อมได้ จากนั้นสืบทอดการดูแลท่าเรือฟู่กุ้ย”!!! ซูม่ออ้าปากค้างสือจิ้งแค่นยิ้ม “นี่คงเ

  • เป็นสตรีร้ายกาจ...ไม่ง่าย!!   บทที่ 1.5

    “หากเราไม่เชื่อและอยากให้เจ้าพิสูจน์เล่า”“พิสูจน์??” นางงุนงง“แต่งงานเสีย”!!!...อะไรนะ“เราจะพระราชทานสมรสให้เจ้า นอกจากเจ้ารับปากเรื่องนี้ หาไม่เราไม่มีทางปล่อยตระกูลเซี่ยไปเด็ดขาด!”ฟู่โหรวทิ้งตัวลงนั่งบนพื้นอย่างจนใจ ขณะที่นางกำลังเดินออกมาจากตำหนักเฟิ่งหวง สีหน้าของนางขาวซีด ทางเดินทอดยาวริม

  • เป็นสตรีร้ายกาจ...ไม่ง่าย!!   บทที่ 1.4

    อวี้กูกูกล่าวว่าฟู่โหรวเป็นคนฉลาด...นางอยากได้อะไรล้วนมีวิธีทำให้ฮ่องเต้คล้อยตาม นางมักรู้จังหวะ รู้โอกาส รู้ช่วงเวลา เวลาใดควรเงียบ เวลาใดควรเปิดปาก ดังนั้นจ้าวชิงหลงจึงค่อนข้างชอบนิสัยเช่นนี้ของน้องสาว“ดูที่พวกเขาทำกับเจ้าสิ”“ฝ่าบาททรงเข้าพระทัยผิดแล้วเพคะ ยาพิษนั่นที่จริงไม่ใช่พิษเลย เป็นหม่อม

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status