登入ฟู่โหรว...ลืมตาขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกสับสน นางสูญเสียความทรงจำทั้งหมด รับรู้เพียงตัวนางคือประมุขแห่งท่าเรือฟู่กุ้ย อีกทั้งข้างกายมีอวี้กูกูที่คอยชี้นำ คอยเตือนว่านางเป็นใคร ต้องทำอะไร คราแรกนางโล่งอกที่ตัวเองไม่โดดเดี่ยว แถมยังเป็นทายาทตระกูลที่มั่งคั่งไม่ต้องลำบากอะไร ทว่าเมื่อได้รู้ว่าเมื่อก่อนตัวนางปักใจหลงรัก เซี่ยอวิ๋น อย่างโง่งม แถมยังเป็นความรักข้างเดียวที่ทำให้นางได้ชื่อว่าเป็น...สตรีร้ายกาจที่สุดแห่งเมืองหลวง!!! ฟู่โหรวตอบตกลงน้อมรับสมรสพระราชทาน นางจะแต่งกับ สือจิ้ง ประมุขตระกูลสือที่ทั้งหล่อเหลาและสุขุมเยือกเย็น หลังได้พบเซี่ยอวิ๋นที่ถูกสตรีข้างกายหลอกลวงอย่างโง่งม บุรุษเช่นนี้น่ะหรือที่นางปักใจ ไร้สาระสิ้นดี!!!
查看更多เสียงฝีเท้าดังขึ้นอย่างสับสนในเรือนหลักจวนตระกูลฟู่ สตรีในชุดฮั่นฝูหลุดลุ่ยปล่อยผมยาวสยายดูแตกตื่นหวาดหวั่น นางวิ่งออกมาด้านนอกขณะสายตามองไปรอบๆ สีหน้ายิ่งมาก็ยิ่งซีดขาว ปลายเท้าเปล่าเปลือยที่โผล่ออกมาจากชายชุดฮั่นฝูสีขาวนวลเนียนเป็นสีอมชมพู ใบหน้างดงาม ผิวพรรณนวลตา เรียวคิ้วยาวรับดวงตาหงส์ ริมฝีปากที่แม้ซีดเซียว หากแต่ก็อวบอิ่มเป็นรูปกระจับน่ามอง
เสียงกรีดร้องดังขึ้นอีกฟากของเรือนหลัก บ่าวสองคนมองมาด้วยดวงตาตื่นตะลึง “ผีหลอก!!! ช่วยด้วยนายหญิงออกตามล้างแค้นคนแล้ว!!!”
หญิงสาวสะดุ้งสุดตัวมองไปยังบ่าวสองคนนั้น ทว่าที่มองเห็นก็คือแผ่นหลังที่กำลังวิ่งหนีเอาชีวิตรอด นางหายใจหอบสองมือสั่นเทา เท้าที่เปลือยเปล่าเจ็บแปลบ แม้แต่ศีรษะก็เต้นตุบเจ็บหนึบ
เมื่อก้มลงมองชุดสีขาวที่ตนสวมใส่ คราบเลือดที่เปรอะเปื้อนบนชุดสีขาวเด่นชัด นางยกมือขึ้นหมายแตะหน้าผากที่เจ็บหนึบ ถึงอย่างนั้นกลับมองเห็น...เลือด แม้แต่สองมือก็ยังมีเลือดแดงฉานที่ยังคงไม่แห้งดี
ในเรือนหลักเกิดความวุ่นวายขึ้นหลังเสียงตะโกนร้อง หญิงสาวไม่รู้ว่าควรไปทางใด สีหน้างุนงงท่าทางสับสนหวาดหวั่น เท้าก้าวเดินไปเรื่อยๆ อย่างไร้ทิศทาง ร่างอรชรเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความตื่นตระหนก
ตอนนั้นเองอยู่ๆ ความรู้สึกพะอืดพะอมก็เข้าจู่โจม หน้าอกแสบร้อน มือเท้าค่อยๆ รู้สึกชา
เสียงด้านหลังทำให้อดไม่ได้ที่หันกลับไปมอง “นายหญิง?!”
นางมองสตรีวัยกลางคนที่ส่งเสียงเรียก ดวงตาแตกตื่นทั้งปะปนด้วยความงุนงง สับสน ไม่เข้าใจ เลือดขุ่นข้นคาวคลุ้งเค็มปร่าในลำคอ กว่าจะรู้ว่าตัวนางกำลังกระอักเลือด...ร่างทั้งร่างก็ค่อยๆ เซล้มหงาย
เสียงกรีดร้องดังขึ้นอีกครั้ง ท่อนแขนของหญิงวัยกลางคนช่วยคว้าตัวนางเอาไว้ จากนั้น...นางก็ไม่รับรู้สิ่งใดอีกเลย
ฟู่โหรว...นั่งเหม่อออกไปนอกหน้าต่าง ในหัวว่างเปล่าไร้ความทรงจำ ร่างกายนี้ยังคงอิดโรยไร้เรี่ยวแรง ลำคอแสบร้อนจนยากจะส่งเสียง ในใจสับสนและไม่อาจหาคำตอบให้ตัวเอง
ทุกคนที่นี่เรียกหญิงสาวว่า...นายหญิง
ทุกคนที่นี่ล้วนมีท่าทางหวาดกลัว
ทุกคนที่นี่ไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับหญิงสาว
เว้นเพียงคนเดียว...
เสียงประตูเปิดออกพร้อมเสียงฝีเท้าเบาๆ และเสียงถอนหายใจ “นายหญิง ได้เวลากินยาแล้วเจ้าค่ะ” อวี้กูกู สตรีวัยกลางคนที่เป็นคนรับหญิงสาวเอาไว้ไม่ให้ล้มลงบนพื้น
ฟังว่า...ฟู่โหรวถูกวางยาพิษ เป็นพิษร้ายแรงที่ทำให้ถึงตายได้
และอันที่จริงหญิงสาวได้สิ้นใจไปแล้ว คนในจวนตระกูลฟู่กำลังเตรียมจัดงานศพ ถึงอย่างนั้นไม่รู้เพราะอะไรหญิงสาวกลับลุกขึ้นมาจากโลงศพ เดินออกมาหลังกระอักเลือด หมอที่มาตรวจกลับพบว่าร่างกายนี้ขับพิษออกมาแล้ว ไม่หลงเหลือพิษร้ายในร่างกาย
แผลที่ศีรษะเกิดจากตอนที่นางหมดสติจนล้มลง ตอนนั้นเองหน้าผากก็กระแทกขอบโต๊ะอย่างแรง ไม่พอตอนร่างล้มลงบนพื้นยังกระแทกกับขอบยกสูงของพื้นอีกครา เรียกได้ว่าโชคร้ายในโชคร้ายอีกทอดหนึ่งก็ว่าได้ ซึ่งนั่นอาจเป็นสาเหตุที่นาง...สูญเสียความทรงจำทั้งหมด
เสียงซุบซิบดังอยู่ทุกมุมจวน ไม่มีใครเชื่อว่านายหญิงที่แสนร้ายกาจจะกลับมามีชีวิต
บางคนสงสัยว่าเป็นวิญญาณร้ายมาเข้าสิง บางคนหวาดหวั่นว่าจะถูกลงโทษ
บางคนกำลังคิดจะแอบเชิญหมอผีมาทำการปัดรังควาน
บางคนแอบผสมยันต์ที่ขับไล่ความชั่วร้ายลงในน้ำชา
บางคนถึงขั้นแอบย่องเข้ามาในห้องนอน สอดยันต์เข้าไปใต้หมอนขณะหญิงสาวนอนหลับ
วันหนึ่งฟู่โหรวรู้สึกว่าคนที่นี่แม้เป็นบ่าวของจวน แม้หวาดกลัว ถึงอย่างนั้นทุกคนก็ยังรังเกียจ เกลียดชัง รวมไปถึงอยากให้นางตายๆ ไปเสีย!!!
“พวกเจ้าออกไปให้หมด ปิดประตูด้วยแล้วห้ามใครเข้ามาจนกว่าข้าจะออกไป” อวี้กูกูออกคำสั่ง อีกฝ่ายเดินเข้ามานั่งที่เก้าอี้หน้าเตียง “นายหญิง...หกวันแล้วนะเจ้าคะ”
ฟู่โหรวหันไปมองอีกฝ่าย “ท่าน...เล่าเรื่องของข้าก่อนหน้านี้ให้ข้าฟังอีกสักรอบได้หรือไม่”
อวี้กูกูยิ้มด้วยสายตาอ่อนโยน “ได้สิเจ้าคะ”
ตระกูลฟู่... คหบดีอันดับหนึ่ง เจ้าของท่าเรือฟู่กุ้ย สัมปทานการขนส่งทางน้ำที่ใหญ่ที่สุดในแคว้นต้าเหอ ดินแดนแห่งสายน้ำและความมั่งคั่ง
“เพิ่งสิบเอ็ดย่างสิบสอง ฝ่าบาททรงอยากพบจึงพามาเข้าเฝ้า” นางยิ้มก้มลงมองสือเจี้ยน “คารวะประมุขเซี่ยเสียสิ”“คารวะประมุขเซี่ย”เซี่ยอวิ๋นพยักหน้าให้สือเจี้ยน “ฟู่โหรว ข้า...”“ประมุขเซี่ยมีเรื่องอะไรหรือ” เขาลังเลสายตามองสือเจี้ยนที่เงยหน้าขึ้นจ้องเขม็ง อันที่จริงนางรู้ว่าเขามีเรื่องอยากสนทนากับนาง เพียงแต่นางแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจระหว่างนางกับเซี่ยอวิ๋นมันจบลงตั้งนานแล้ว ไม่มีสิ่งใดให้ต้องสนทนา ไม่มีเรื่องใดให้นางเสียดาย ตอนนี้เขาเองก็ได้รับสมรสพระราชทาน อีกทั้งยังมีแผนจะรับหยวนอินอินเข้าประตูข้าง เนื่องจากชาวบ้านลือกันไปต่างๆ นานา ชื่อเสียงของหยวนอินอินเสียหายไปแล้ว ด้วยตลอดมาทั้งหยวนอินอินและคนตระกูลเซี่ยก็แสดงออกชัดว่านางเป็นคนของเซี่ยอวิ๋นแล้ว หากเซี่ยอวิ๋นไม่รับนางเข้าจวนสิจึงจะถูกมองว่าไม่รักษาคำพูดสิ่งที่หยวนอินอินทำเซี่ยอวิ๋นล่วงรู้แล้ว เขาจะพูดหรือไม่พูด คนอื่นจะรู้หรือไม่รู้ ทั้งหมดนั้นไม่ใช่เรื่องของนางอีกแล้ว นับจากนี้เรื่องที่เกี่ยวข้องกับหยวนอินอินกับเซี่ยอวิ๋น นางล้วนไม่อยากข้องเกี่ยว ระหว่างนางกับเขาหลงเหลือเพียงคู่ค้าที่ดีเท่านั้นไม่มีอย่างอื่นสิ่งหนึ่งที่นางสังหรณ์ใจ
“ได้ เชื่อฟังท่าน”สือจิ้งวางถ้วยยาจากนั้นสอดสองแขนกอดนาง ฟู่โหรววางคางลงไปบนอกของเขา “เมื่อก่อนตอนเป็นไข้ข้ากลัวมาก ไม่อยากดื่มยา ไม่ชอบความขมของยา ไม่อยากอยู่คนเดียวแต่ก็ไม่กล้าให้ใครมาเฝ้าตอนไม่ได้สติ”เขาเลิกคิ้วมองนางด้วยสายตาประหลาดใจ หญิงสาวยิ้ม “แต่ว่าข้าชอบให้ท่านอยู่เป็นเพื่อนตอนที่ข้าไม่สบาย”เขาหัวเราะ “ตอนปกติไม่ชอบให้ข้าอยู่เป็นเพื่อน?”“ย่อมต้องชอบ ข้าชอบท่านถึงเพียงนี้”เขาชะงัก...นานมาก รอยยิ้มหล่อเหลาเผยให้เห็น ฟู่โหรวเหม่อมองรอยยิ้มของเขา สองมือค่อยๆ ขยับยุกยิกจากนั้นสอดขึ้นมาประคองใบหน้าของสือจิ้ง นางยื่นหน้าเข้าไปจากนั้นจุมพิตเขาเขาไม่ได้หลบเลี่ยง ตรงกันข้ามกลับดันแผ่นหลังของนางเอาไว้ จุมพิตตอบนางอย่างอ่อนโยน กระทั่งฟู่โหรวเป็นฝ่ายดันตัวถอยหลัง “สือจิ้ง”“หืม”“พวกเรา...มาอยู่ด้วยกันตลอดไปดีหรือไม่”เขาเลิกคิ้ว “ยังคิดจะไปจากที่นี่? เจ้าแต่งงานกับข้าแล้ว เป็นฮูหยินของข้า ไหว้ฟ้าดินอย่างถูกต้อง แถมตอนนี้บรรดาบุตรของข้าก็เรียกเจ้าว่าท่านแม่แล้ว”นางอมยิ้ม “แต่ข้าอยากบอกกับท่านให้ชัดเจน ข้าอยากอยู่กับท่าน อยากเป็นสือฮูหยินที่ได้อยู่เคียงข้างท่าน”เขาหัวเราะ “ได้สิ น
“สาม...ไม่พยายามทำความเข้าในในสถานการณ์ ซื่อจื่อเจ้าเป็นพี่ใหญ่ เป็นคนที่ต้องรับผิดชอบจวนนี้ต่อไป เพราะอะไรข้าเปลี่ยนคนดูแลเจ้าทั้งหมด ตอนนี้เจ้าลองคิดดูแล้วเข้าใจหรือยัง”“ข้า...เข้าใจแล้วขอรับ”“เข้าใจว่าอย่างไร”“บ่าวไพร่ที่บกพร่องต่อหน้าที่ แม้อ้างได้ว่าข้าไล่ไปแต่ก็ไม่ควรไปไกลจนเกินไป”“ถูกต้อง คนเราทุกคนมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ เจ้า ข้า บ่าวไพร่ ทุกๆ คนในจวน หากทุกๆ คนไม่ทำหน้าที่ของตัวเอง หากทุกๆ คนบกพร่องโดยใช้ข้ออ้างที่จะไม่ทำหน้าที่นั้น ทั้งที่รู้ดีว่าคำสั่งของเจ้าอาจทำให้เจ้าตกอยู่ในอันตราย เข้าข้างตัวเองกล่าวว่านายสั่งแล้วว่าห้ามดูแล เช่นนั้นจวนนี้จะวุ่นวายเพียงใด เช่นกันกับเจ้าอาเจี้ยน เจ้าเป็นซื่อจื่อ เป็นทายาทของจวนตระกูลสือ หากเพราะความคึกคะนองรักสนุกชั่วครู่ ทำให้ลืมฐานะความสำคัญของตัวเอง เช่นนั้นเจ้าจะหวังให้ผู้ใดมาให้ความสำคัญกับตัวเจ้าเล่า”สือเจี้ยนโน้มตัวลงประสานมือโขกศีรษะให้นาง “ลูก...ผิดไปแล้ว น้อมรับการอบรมสั่งสอนจากท่านแม่”สือเจาทำตามในทันที ฟู่โหรววางไม้ลงลุกขึ้นยืนจากนั้นประคองทั้งสองคนให้ลุกขึ้น “พวกเจ้าโชคดีที่มีกันและกัน มีพี่น้องที่ดีต่อกันตั้งห้าคน
ฟู่โหรวสั่นสะท้านเพราะความหนาวเหน็บ นางจามออกมาเสียงดัง มือดันสือจิ่นออก “อาจิ่นเจ้ากลับเรือนไปก่อน ข้าเป็นหวัดเดี๋ยวพลอยติดหวัดไปด้วย”“ท่านแม่ ท่านเป็นไข้แต่ลงน้ำไปช่วยพี่ใหญ่กับพี่รอง หากท่านพ่อรู้เข้า...”ยังต้องให้สือจิ่นเตือนอีกหรือ นางให้คนพาเด็กน้อยกลับเรือน ส่วนนางรีบกลับไปเปลี่ยนชุด ตอนออกมาถึงที่โถงหน้ารู้สึกปวดศีรษะยิ่งกว่าเมื่อเช้า ตระหนักแล้วว่ายังไงไข้ต้องขึ้นแน่นอนสือเจี้ยนเดินนำเข้ามา สือเจาเองก็เดินเข้ามาด้วย เด็กทั้งสองยังมีท่าทางมึนตึง นางถือไม้เรียวเคาะกับฝ่ามือ “รู้ความผิดแล้วหรือยัง”“ท่านไล่คนของข้าออกไปอีกแล้ว” สือเจี้ยนหน้าบึ้ง “ข้าเป็นคนไล่พวกเขาออกไปจากสวนเอง ตอนนั้นอยากวิ่งเล่นอย่างอิสระ”สือเจาแค่นเสียง“เจ้าแค่นเสียงทำไม?!”“ข้าจะทำท่านจะทำไม”“หยุด!” นางตวาด “พวกเจ้ายื่นมือออกมา!”เด็กทั้งสองเบิกตา สือเจี้ยนมองไม้ในมือนาง “ท่านกล้าตีข้า? ข้าเป็นซื่อจื่อตระกูลสือ ท่านพ่อยังไม่เคยตีข้าเลย!”“ยื่นมือออกมา” นางกล่าวเสียงเย็น “ทั้งคู่!”“ข้าจะฟ้องท่านพ่อ”“เอาสิ” นางกล่าว “แต่ตอนนี้ข้าจะลงโทษพวกเจ้าทั้งคู่” เมื่อทั้งสองยื่นมือออกมานางจึงฟาดไม้ลงไปกลางฝ่ามือ
“ทุกคนที่ว่าคือผู้ใด ข่าวลือ บ่าวไพร่ สาวใช้? แล้วเจ้ามั่นใจได้อย่างไรว่าคนเหล่านั้นเคยพบ เคยเห็น หรือเคยรู้จักนาง จะรู้ได้อย่างไรว่าข่าวลือนั่นเชื่อถือได้? ข้าไม่ใช่เคยสอนหรือว่าแม้แต่คนที่เจ้าเห็นทุกวัน ก็ไม่ใช่ว่าเจ้าจะสามารถมองทะลุเข้าไปถึงจิตใจ นับประสาอะไรกับคนที่เจ้าไม่เคยพบ ไม่เคยรู้จัก”สื
แววตาของเซี่ยอวิ๋นวูบไหว เขามองนางที่แต่งกายแปลกประหลาด หากจะบอกว่านางโด่งดังจนเกินไปก็ไม่ถือว่าผิด ทว่าด้วยการแต่งกายเช่นนี้หากไม่ใช่คนที่รู้จักนางดี ย่อมไม่มีใครสังเกตว่านี่คือฟู่โหรว แม้แต่เขาเองมองแวบแรกยังไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นนางเขามองหยวนอินอิน จากนั้นครุ่นคิดไปถึงสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้
แล้วนางก็ตกลงไปในแม่น้ำท่ามกลางสายตาตกตะลึงของหยวนอินอิน ยิ่งเห็นรอยยิ้มแห่งชัยชนะของฟู่โหรว หยวนอินอินก็ยิ่งสับสน เมื่อเซี่ยอวิ๋นปราดเข้ามานางจึงได้ลิ้มรสของการถูกใส่ร้ายเป็นครั้งแรก“อินอินเจ้าทำอะไรลงไป!!”นางว่ายน้ำเก่งมาก... ฟู่โหรวยังไม่ทันได้ผุดขึ้นเหนือผิวน้ำ นางกลับรับรู้ว่าเงาของคนผู้หนึ่
สือจิ้งยิ้ม เป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน สุดท้ายฟู่โหรวจึงได้แต่มองเขาเดินออกไป ไม่ได้พูดอะไรสักประโยค หลังเขาเดินออกไปจากห้องนางยกสองมือแนบแก้ม“น่าขายหน้าที่สุด ไม่ใช่หน้าแดงให้เขาเห็นหรอกนะ!” นางลงมือก่อนแท้ๆ แล้วเหตุใดตอนนี้เป็นฝ่ายขัดเขินเองเสียเล่า!ช่วงบ่ายสือจิ้งให้คนมาบอ






評論