ท่านอ๋องเจ้าขา โปรดละเว้นข้าเถิด

ท่านอ๋องเจ้าขา โปรดละเว้นข้าเถิด

last updateZuletzt aktualisiert : 25.08.2026
Von:  เยว่หยุน/MooncloudGerade aktualisiert
Sprache: Thai
goodnovel16goodnovel
Nicht genügend Bewertungen
13Kapitel
47Aufrufe
Lesen
Zur Bibliothek hinzufügen

Teilen:  

Melden
Übersicht
Katalog
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN

Zusammenfassung

ทะลุมิติ/ย้อนยุค/ย้อนเวลา

ความรักหวาน

พระเอกเก่ง

ท่านอ๋อง

คุณหนู

แม่ทัพ

ข้ามไปในนิยาย

อ่านใจ

หว่านหว่านทะลุมิติมาเป็น ‘กู้หว่านชิง’ นางร้ายชาเขียว ที่มีจุดจบคือถูกพระเอก 'เหยียนอ๋อง' เทพสงครามผู้โหดเหี้ยมบั่นคอเพื่อชำระแค้นแทนคนรัก ปัญหาคือนางมาช้าไป เพราะเจ้าของร่างเดิมดันกลั่นแกล้งนางเอกไปแล้วสารพัด จนคนในครอบครัวผิดหวังและแทบไม่เหลือความเชื่อใจให้นาง หว่านหว่านจึงต้องหาทางกอบกู้ความสัมพันธ์กับครอบครัว และที่สำคัญที่สุด ห้ามเพิ่มความแค้นของพระเอกเด็ดขาด! ... ข้อความลอยขึ้นเหนือศีรษะของสมาชิกตระกูลกู้ [ข้าผิดหวังในตัวลูกสาว] [หว่านชิงจะแสดงอะไรอีก] [หวังว่าน้องสาวจะกลับตัวกลับใจ] เอ๊ะ...นี่นางอ่านความคิดคนอื่นได้งั้นเหรอ!? ดีเลย แบบนี้การซื้อใจพวกเขาก็ง่ายขึ้นแล้วสิ แต่พอเห็นข้อความเหนือศีรษะของเหยียนอ๋อง... [กำจัดนาง] กรี๊ดดดด วีรกรรมแกล้งนางเอกไม่ใช่ฝีมือของข้าน้า ท่านอ๋องเจ้าขา โปรดละเว้นข้าเถิด!

Mehr anzeigen

Kapitel 1

บทนำ

บทนำ

“อาเถา เมื่อกี้ข้าเห็นคุณหนูขยับมือ!”

“จริงหรือ!”

“คุณหนู คุณหนูได้ยินบ่าวหรือไม่เจ้าคะ”

เสียงพูดคุยและเสียงเรียกข้างหูปลุกให้หว่านหว่านรู้สึกตัวค่อยๆ ลืมตาตื่น ภาพเลือนลางของเพดานไม้ทำให้คิ้วบางขมวด แต่แล้วก็ต้องหลับตาลงเมื่อปวดหัวจี๊ดขึ้นมา ความทรงจำล่าสุดทะลักไหล

ภาพสุดท้ายก่อนหมดสติคือพื้นถนนรวมไปถึงทางเท้ายุบตัวกะทันหัน เธอร่วงลงไปข้างล่าง นึกแล้วก็ขนลุกซู่ แรงกระแทกที่หัวรุนแรงจนทำให้เธอหมดสติ

หลังจากนั้นคงมีกู้ภัยมาช่วยแล้วนำเธอส่งโรงพยาบาล แต่ภาพในครรลองตาเมื่อครู่...ทำไมเหมือนไม่ใช่โรงพยาบาลเลยล่ะ หนำซ้ำเสียงพูดคุยยังเป็นภาษาจีนอีกต่างหาก ทั้งที่เธออยู่เมืองไทย

เมื่ออาการปวดหัวทุเลาลงแล้ว หญิงสาวจึงค่อยๆ ลืมตาขึ้นอีกครั้ง นั่นทำให้เธอถูกใครคนหนึ่งคว้ามือไปแนบแก้ม เป็นหญิงสาวร่างเล็กในชุดฮั่นฝูสีเทาหม่น ดวงตาคลอด้วยน้ำใส ริมฝีปากแย้มยิ้มดีใจ

หว่านหว่านนิ่วหน้า พยายามนึกเท่าไรก็นึกไม่ออก เอ๋...ใครกันละเนี่ย

“คุณหนูของบ่าวฟื้นแล้ว บ่าวดีใจที่สุด” ก่อนจะกุลีกุจอออกจากห้องไป “บ่าวจะไปรายงานฮูหยินกู้เดี๋ยวนี้”

คล้อยหลังร่างที่วิ่งออกไป หญิงสาวผมมวยคู่อีกคนก็ก้าวเข้ามาแทนที่ทันที ทรุดตัวลงข้างเตียง

“คุณหนูมีอาการอย่างไรบ้างเจ้าคะ เจ็บตรงไหนหรือไม่”

หว่านหว่านไม่ได้ตอบอะไรกลับ คิ้วบางยิ่งขมวดเป็นปมแน่น สายตาของหญิงสาวตรงหน้าจ้องมองเธอด้วยความเป็นห่วง ท่าทางเหมือนรู้จักกันไม่ต่างจากคนแรก แต่เธอมั่นใจว่าไม่รู้จักแน่นอน ที่สำคัญคือ...

ดวงตากลมเลื่อนขึ้นมองเหนือศีรษะของอีกฝ่าย มันมีอักษรภาษาจีนสีเหลืองเรืองแสงนิด ๆ ลอยอยู่ว่า

[เป็นห่วงคุณหนู]

หว่านหว่านกะพริบตาปริบ งุนงงว่ามันคืออะไร ทำไมถึงมีข้อความลอยแบบนั้น ประกอบกับสังเกตเห็นว่าที่ที่ตนอยู่เป็นเรือนไม้ทรงจีน สถานที่แห่งนี้ไม่มีทางเป็นโรงพยาบาล

บางทีนี่อาจเป็นความฝัน...

เมื่อดันตัวลุกขึ้นนั่ง หญิงสาวแปลกหน้าก็รีบเข้ามาประคองและจัดหมอนให้เอนหลัง

สาวใช้เสี่ยวอวี๋จ้องมองความเงียบงันอย่างผิดวิสัยของคุณหนู อีกทั้งยังกวาดตาไปมาด้วยท่าทางงุนงง ทำให้มือป้อมที่กุมมือคุณหนูอยู่เริ่มสั่นเทาด้วยความวิตก

“คุณหนูพูดอะไรหน่อยสิเจ้าคะ”

เมื่อเห็นอีกฝ่ายน้ำตาไหล หว่านหว่านจึงถามกลับเป็นภาษาจีน พร้อมหยิกตัวเองให้ตื่น

“เอ่อ...น้องเป็นใครเหรอคะ”

“คุณหนู!?”

“...”

“คุณหนูอย่าเล่นแบบนี้สิเจ้าคะ” และข้อความบนหัวก็เปลี่ยนเป็น [วิตกกังวล] “บ่าวคือเสี่ยวอวี๋ของคุณหนูอย่างไรเจ้าคะ”

คำตอบยิ่งทำให้หว่านหว่านสับสน เธอไม่รู้จักคนชื่อนี้ ไหนจะคำเรียกขาน สถานที่ เครื่องแต่งกายฮั่นฝู และข้อความบนหัวนั่นอีก ฝันประหลาดเกินไปแล้ว

แต่แล้วประตูห้องก็เลื่อนออก เรียกความสนใจของเธอให้ผินหน้าไปหา ก่อนจะสะดุ้งโหยง ดวงตากลมเบิกกว้างเมื่อสตรีวัยกลางคนที่ไม่ได้พบเจอมานานเกือบสิบปีปรากฎตัวขึ้น

“กรี๊ดดดดดดด!”

เสียงกรีดร้องตกใจและหวาดกลัวดังลั่น ส่งผลให้สตรีในชุดฮั่นฝูสง่าปรี่เข้าไปหาลูกสาวบนเตียง ใบหน้าหวานฉายชัดถึงความตื่นตระหนก

“หว่านหว่านเป็นอะไรไปลูก!”

ดูเหมือนเจ้าของชื่อดูจะอยู่ในสภาวะสับสนจึงไม่ได้ฟังอีกฝ่าย ทว่าเพียงพริบตาหญิงสาวก็ถลาตัวไปหาแม่ที่ทรุดตัวลงนั่งบนเตียง คว้ามือมาจับไว้เหมือนไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง

“ม๊า!? นี่ม๊าจริงๆ เหรอ ม๊ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง จริงสิ นี่คือความฝัน หนูฝันอยู่”

“หว่านหว่าน...”

“ไม่สิ หนูตกรูถนนนี่นา แล้วหนูมาเจอม๊าได้ยังไง หรือหนะ...หนูตายแล้ว”

อย่างไรก็ตาม นอกจากความกลัวและตื่นตระหนกกับเหตุการณ์เหลือเชื่อนี้แล้ว หว่านหว่านยังคิดถึงแม่สุดหัวใจ น้ำตาเอ่อคลอเบ้าอย่างรวดเร็ว จากนั้นโผเข้ากอด

“แงม๊า! ฮือ หนูคิดถึงม๊าที่สุดเลย หนูไม่อยากเชื่อเลยว่าจะได้มาเจอม๊าอีกครั้ง”

“นี่ลูกพูดอะไร” สตรีวัยกลางคนงุนงงกับปฏิกิริยาของลูกสาวถึงอย่างนั้นก็โอบกอดกลับอย่างอ่อนโยน “ร้องไห้ทำไม เจ็บตรงไหนบอกแม่มา”

“ม๊าเป็นยังไงบ้างคะ ที่นี่คือสวรรค์งั้นเหรอ...”

ทันใดนั้นก็มีกลุ่มคนโผล่พรวดมาที่หน้าประตูห้อง เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้น

“เกิดอะไรขึ้น!”

“เอ๊ะ ป๊าเหรอ ทำไมป๊าก็ตายเหมือนกันล่ะ!” หว่านหว่านอ้าปากค้างเมื่อเจอพ่อในโลกแห่งความตายด้วยเช่นกัน ไม่ใช่ว่าพ่อของเธออยู่ที่บ้านหรอกเหรอ ห่างจากจุดถนนทรุดไปตั้งเยอะ หรือแผ่นดินไหวตึกถล่ม!?

หว่านหว่านผละตัวลุกขึ้นหมายจะไปหาแต่ต้องชะงักฝีเท้า ข้างหลังพ่อมีชายหนุ่มเค้าโครงหน้าเดียวกับพ่อและแม่ถึงสองคนทว่าอ่อนเยาว์กว่ายืนอยู่ รวมทั้งมีหญิงสาวอายุพอๆ กันกับเธออีกคนหนึ่ง

“พวกเขาเป็นใครคะ” เธอเป็นลูกคนเดียว คนเดียวมาตลอดยี่สิบสี่ปี หว่านหว่านสมองจะระเบิด ไม่เข้าใจสถานการณ์นี้เลย “นี่มันอะไร ตกลงที่นี่ที่ไหน ทำไมป๊ากับม๊าแต่งตัวแบบนั้นล่ะคะ”

“หว่านหว่าน!” ชายกลางวัยขึ้นเสียงเรียกสติของลูกสาวที่ยืนร้องโหวกเหวก ขณะที่ภรรยาก็คว้ามือเล็กมาลูบปลอบประโลม

“ลูกพูดอะไร แม่ไม่เข้าใจ”

คำถามของแม่ทำให้หว่านหว่านนิ่งงัน เพิ่งสังเกตว่าทั้งพ่อและแม่ต่างพูดภาษาจีน แม้ทั้งสองจะเป็นลูกคนจีนและเธอก็สืบเชื้อสายจีนร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เพราะย้ายมาอาศัยอยู่ที่ประเทศไทยตั้งแต่ก่อนเธอเกิด จึงไม่ได้พูดภาษาจีนกันเลยนอกจากเวลาไปเยี่ยมบ้านใหญ่

หว่านหว่านกวาดตามองทีละคน บนหัวต่างมีข้อความไปในทิศทางเดียวกัน

[เป็นห่วง] กับ [สงสัย]

หว่านหว่านกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุอก ถึงใบหน้าพ่อแม่จะคล้ายคลึงราวพวกเขาเป็นคนคนเดียวกันแต่ไม่ใช่... สุดท้ายจึงเอ่ยถามออกมาเป็นภาษาจีน

“พวกคุณเป็นใคร...”

...

หว่านหว่าน หรือตอนนี้เธออยู่ในร่างของ กู้หว่านชิง นั่งนิ่งให้หมอชราประจำตระกูลกู้ตรวจชีพจรบนเตียงในห้องนอนเดิมที่ฟื้นขึ้นมา

ตอนนี้เธอสงบสติอารมณ์ได้แล้ว ดวงตากลมโตไล่มองผู้คนที่ยืนอยู่ปลายเตียงและรอบห้อง พลางทบทวนรายชื่อทั้งหมดที่เพิ่งได้ยินจากบ่าวรับใช้ร่างเล็ก และพอเข้าใจแล้วว่าข้อความบนศีรษะของแต่ละคนคือความคิดของพวกเขา

นี่ไม่ใช่โลกความตาย และไม่ใช่ความฝัน

ชื่อของทุกคนทำให้หว่านหว่านใจเสีย เพราะชื่อเหล่านี้ล้วนเป็นตัวละครในนิยายจีนโบราณที่เธออ่านบนรถโดยสารก่อนเกิดอุบัติเหตุ

สตรีวัยกลางคนผู้มีหน้าตาและน้ำเสียงเหมือนแม่ของเธอไม่มีผิดเพี้ยน หลิวหว่านหรง ยืนกระสับกระส่ายและคอยสอบถามท่านหมอถึงอาการต่างๆ ของเธอด้วยความ [เป็นห่วงลูกสาว]

ต่อมาคือบุรุษร่างกำยำยืนกอดอก กู้เจิ้งหยวน สีหน้าเข้มดุไม่ต่างจากพ่อของเธอในโลกเดิม เพียงแต่บารมีของเขาน่าเกรงขามกว่าหลายเท่า บนศีรษะมีข้อความสีเหลืองเรืองรองว่า [รอคอยผลการตรวจของหว่านชิง]

ข้างกันเป็นบุตรชายคนที่สาม กู้เหวินชิง เจ้าของร่างสูงโปร่งในชุดบัณฑิต ใบหน้าคล้ายมารดาถึงเจ็ดส่วนทำให้ดูอ่อนโยนและใจดีกำลังมองเธออย่าง [เป็นห่วงและสังเกตการณ์อาการน้องสาว]

เยื้องไปข้างหลังคือบุตรชายคนรอง กู้จื่อเฉิน เตี้ยกว่าน้องชายหนึ่งชุ่น สวมชุดทะมัดทะแมง คิ้วหนาขมวดเป็นปม แววตาไม่มีความเป็นห่วง มีแต่การจับผิด และเป็นเช่นนั้นจริงๆ เพราะบนหัวคือ [สงสัยพฤติกรรมของกู้หว่านชิง]

ส่วนสุดท้ายที่มุมห้องยืนอยู่ลำพัง ห่างไกลจากทุกคน

กู้ซูหนิง นางเอกนิยายเรื่องนี้

หญิงสาวร่างเพรียวระหง ใบหน้าสวยหวานและคมเฉี่ยวในเวลาเดียวกัน บนศีรษะมีข้อความที่ทำให้หว่านหว่านลมหายใจสะดุด และเผลอกำผ้าห่มแน่น

[เกลียดกู้หว่านชิง]

Erweitern
Nächstes Kapitel
Herunterladen

Aktuellstes Kapitel

Weitere Kapitel
Keine Kommentare
13 Kapitel
บทนำ
บทนำ“อาเถา เมื่อกี้ข้าเห็นคุณหนูขยับมือ!”“จริงหรือ!”“คุณหนู คุณหนูได้ยินบ่าวหรือไม่เจ้าคะ”เสียงพูดคุยและเสียงเรียกข้างหูปลุกให้หว่านหว่านรู้สึกตัวค่อยๆ ลืมตาตื่น ภาพเลือนลางของเพดานไม้ทำให้คิ้วบางขมวด แต่แล้วก็ต้องหลับตาลงเมื่อปวดหัวจี๊ดขึ้นมา ความทรงจำล่าสุดทะลักไหลภาพสุดท้ายก่อนหมดสติคือพื้นถนนรวมไปถึงทางเท้ายุบตัวกะทันหัน เธอร่วงลงไปข้างล่าง นึกแล้วก็ขนลุกซู่ แรงกระแทกที่หัวรุนแรงจนทำให้เธอหมดสติหลังจากนั้นคงมีกู้ภัยมาช่วยแล้วนำเธอส่งโรงพยาบาล แต่ภาพในครรลองตาเมื่อครู่...ทำไมเหมือนไม่ใช่โรงพยาบาลเลยล่ะ หนำซ้ำเสียงพูดคุยยังเป็นภาษาจีนอีกต่างหาก ทั้งที่เธออยู่เมืองไทยเมื่ออาการปวดหัวทุเลาลงแล้ว หญิงสาวจึงค่อยๆ ลืมตาขึ้นอีกครั้ง นั่นทำให้เธอถูกใครคนหนึ่งคว้ามือไปแนบแก้ม เป็นหญิงสาวร่างเล็กในชุดฮั่นฝูสีเทาหม่น ดวงตาคลอด้วยน้ำใส ริมฝีปากแย้มยิ้มดีใจหว่านหว่านนิ่วหน้า พยายามนึกเท่าไรก็นึกไม่ออก เอ๋...ใครกันละเนี่ย“คุณหนูของบ่าวฟื้นแล้ว บ่าวดีใจที่สุด” ก่อนจะกุลีกุจอออกจากห้องไป “บ่าวจะไปรายงานฮูหยินกู้เดี๋ยวนี้”คล้อยหลังร่างที่วิ่งออกไป หญิงสาวผมมวยคู่อีกคนก็ก้าวเข้ามาแทนที่ทัน
last updateZuletzt aktualisiert : 2026-08-19
Mehr lesen
บทที่ 1 ล่วงรู้พฤติกรรมหน้าไหว้หลังหลอก
บทที่ 1 ล่วงรู้พฤติกรรมหน้าไหว้หลังหลอกเนื่องจากกู้หว่านชิงเป็นลูกสาวบุญธรรมของตระกูลกู้ มีความหวาดกลัวว่ากู้ซูหนิงซึ่งเป็นลูกสาวตัวจริงที่เพิ่งกลับเข้าตระกูลจะแย่งชิงพื้นที่และความรักจากครอบครัวไปทั้งหมด จึงได้ทำตัวร้ายกาจ คอยแกล้งและใส่ร้ายป้ายสีกู้ซูหนิงตลอดเวลาที่นางอยู่ในจวนแห่งนี้และตอนนี้หว่านหว่านก็ได้กลายเป็นนางร้ายของเรื่องนี้ไปซะแล้ว“สมองได้รับการกระทบกระเทือนอาจทำให้สูญเสียความทรงจำได้ขอรับ” แพทย์ชราตอบคำถามของฮูหยินกู้เมื่อได้รับแจ้งว่าลูกสาวไม่สามารถจดจำพวกนางได้หลังจากตรวจอาการด้วยการจับชีพจรและตรวจปฏิกิริยาต่าง ๆ พบว่าคุณหนูกู้ความจำเสื่อมจริง อีกทั้งแววตาใสกระจ่างที่มองสำรวจรอบตัวอย่างคนไม่รู้ความ ถามคำใดล้วนไม่ได้รับคำตอบที่ถูกต้อง หากบอกว่าแกล้งทำก็ดูเหมือนจะเก่งกาจกว่านักโทษทุกคนที่แสร้งจดจำการกระทำตัวเองไม่ได้“อีกนานแค่ไหนนางถึงกลับมาจำได้หรือเจ้าคะ” หลิวหว่านหรงถามเสียงสั่นเครือ“เรื่องนี้ข้าก็ไม่อาจยืนยันได้ แต่หากคนไข้อยู่ในสภาพแวดล้อมเดิม พบปะกับผู้คนที่เคยเจอ อาจช่วยกระตุ้นความทรงจำให้กลับมาเร็วขึ้นได้”กู้หว่านชิงไม่ได้โต้แย้งอะไร นั่งนิ่งกระทั่งท่านหมอ
last updateZuletzt aktualisiert : 2026-08-19
Mehr lesen
บทที่ 2 วางแผนกู้คืนความสัมพันธ์
บทที่ 2 วางแผนกู้คืนความสัมพันธ์พฤติกรรมในห้องนอนและบนโต๊ะอาหารทำให้คนตระกูลกู้มั่นใจว่ากู้หว่านชิงความจำเสื่อมจริง ๆสีหน้าของหญิงสาวยิ้มแย้มแจ่มใสตลอดมื้อเช้า นางไม่พูดถึงอุบัติเหตุก่อนหน้าเลยสักคำ ไม่ถามหาความรับผิดชอบ ไม่โอดครวญว่าตัวเองได้รับบาดเจ็บ อีกทั้งจากที่เคยทำเมินเฉยต่อกู้ซูหนิงก็หันไปส่งยิ้มให้บ่อย ๆ กระนั้นการกระทำของนางกลับทำให้กู้ซูหนิงยิ่งหวาดระแวง“ข้าขอตัวก่อนนะขอรับ” กู้จื่อเฉินลุกขึ้นค้อมศีรษะให้บิดามารดา ถึงเวลาที่เขาต้องไปกรมอาญาเรียวตาคมตวัดไปยังน้องสาวบุญธรรม สายตาที่เคยอ่อนโยนบัดนี้มีแต่ความดุดัน“เพิ่งฟื้นขึ้นมา เจ้าก็พักผ่อนเยอะๆ” [อย่าก่อเรื่องหรือทำร้ายกู้ซูหนิง]“เจ้าค่า” กู้หว่านชิงยิ้มหวานรับคำดวงตากลมมองแผ่นหลังของพี่รองเดินออกจากห้องรับประทานอาหารไปพร้อมกับกู้ซูหนิงที่เดินไปส่ง กู้จื่อเฉินเป็นขุนนางกรมอาญา มีหน้าที่ตรวจสอบและสอบสวนคดี แต่ชอบลงพื้นที่ด้วยตัวเองเมื่อมีคดีสำคัญ เพราะเป็นคนช่างสังเกตทำให้เป็นคนแรกที่จับได้ว่ากู้หว่านชิงชอบใส่ร้ายกู้ซูหนิง ด้วยนิสัยตรงไปตรงมาทำให้เขาไม่ชอบน้องสาวบุญธรรมอย่างรวดเร็วแต่แล้วตรงหน้ากู้หว่านชิงมีตำราเล่มห
last updateZuletzt aktualisiert : 2026-08-19
Mehr lesen
บทที่ 2-2 ไม่ไว้ใจนางร้าย
“พี่หญิง!”กู้ซูหนิงมุมปากกระตุก หว่านชิงหันขวับมาเบิกตากว้างเช่นนี้ สงสัยจะตกใจเพราะโดนนางจับได้ล่ะสิเสี่ยวเถาเสี่ยวอวี๋ต่างก้มหน้าลง“พี่หญิงมาหาข้าถึงห้องเลยหรือเจ้าคะ” กู้หว่านชิงเผยยิ้มยินดี ดวงตาคู่งามเป็นประกายที่พี่สาวมาหา รีบตบเบาะเป็นสัญญาณ “พี่หญิงมานั่งก่อน อย่าเพิ่งเข้าใจข้าผิด”“หมายความว่าอย่างไร” กู้ซูหนิงกอดอกขมวดคิ้วกับกิริยาดีอกดีใจของอีกฝ่ายที่ได้เห็นหน้านาง ไม่ใช่ว่าต้องแกล้งเป็นบ้าหรืออาละวาดกลบเกลื่อนหรอกหรือ“ข้าแค่อยากทำอาหารให้พวกท่านกินก็เท่านั้น” กู้หว่านชิงผายมือให้อีกฝ่ายดูกระดาษที่นางจด “พี่หญิงมาก็ดีเลย พี่หญิงชอบกินอะไรเจ้าคะ”กู้ซูหนิงหรี่ตาลง นางรู้ว่ากู้หว่านชิงไม่ชอบเข้าครัวเหตุใดจึงอยากรู้เรื่องพวกนี้ ก่อนจะตัดสินใจกล่าวตามจุดประสงค์หลักที่ตัวเองมาที่นี่“ข้าเป็นลูกสาวตัวจริงของตระกูลกู้ ส่วนเจ้าเป็นเพียงลูกสาวบุญธรรม”“คุณหนูใหญ่!” / “คุณหนูใหญ่!” เสี่ยวเถาและเสี่ยวอวี๋อุทานพร้อมกันส่วนคนเผยความจริงได้แต่ยืนกอดอก รอดูปฏิกิริยาอีกฝ่ายว่าจะกรีดร้อง โวยวาย หรือด่าทอ...ทว่ากลับได้รับเพียงการกะพริบตาปริบ ๆ เหมือนกำลังตั้งใจฟังว่านางจะกล่าวอะไรต่อผิ
last updateZuletzt aktualisiert : 2026-08-19
Mehr lesen
บทที่ 3 กู้หว่านชิงเปลี่ยนไปแล้ว
บทที่ 3 กู้หว่านชิงเปลี่ยนไปแล้ว“คุณหนูเจ้าคะ คุณชายใหญ่กลับมาแล้วเจ้าค่ะ”กู้หว่านชิงกระเด้งตัวขึ้นจากเตียงทันที พี่ใหญ่ของนาง กู้เฉิงอวี้ ขุนพลคนสนิทของเหยียนอ๋อง นิสัยสุขุมพูดน้อย รักในความยุติธรรมเหมือนบิดา นางมั่นใจว่าคนในตระกูล โดยเฉพาะกู้จื่อเฉินคงเล่าวีรกรรมของนางให้เขาฟังหมดแล้วตอนนี้เขาจะมองน้องสาวบุญธรรมคนนี้อย่างไร...กู้หว่านชิงสูดลมหายใจลึก ก้าวลงจากเตียงแล้วตรงไปเปิดประตู ทันใดนั้นก็เจอเข้ากับกู้เฉิงอวี้ที่กำลังจะเคาะห้องนางพอดีใบหน้าคมเข้มได้กู้เจิ้งหยวนมาถึงแปดส่วน คิ้วหนาดก เรียวตาคมกริบอย่างชายชาญทหาร รังสีรอบตัวน่าเกรงขาม“หว่านหว่าน ข้ากลับมาแล้ว” กู้เฉิงอวี้คลี่ยิ้มบางให้น้องสาวกู้หว่านชิงอ่านข้อความบนหัวไม่ออกเหมือนคราวท่านพ่อ [...] แต่แววตาอ่อนโยนของเขายามมองมาก็ทำให้นางรู้สึกใจชื้นขึ้น“อาการบาดเจ็บของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ข้าได้ยินมาว่าเจ้าความจำเสื่อมหรือ”กู้หว่านชิงพยักหน้ารับคำวินิจฉัย“เจ้าค่ะ” ก่อนจะกล่าวระรัวเมื่อเห็นอีกฝ่ายแววตาหม่นแสงลง “แต่ข้าสบายดี พี่ใหญ่ไม่ต้องเป็นห่วง พี่ใหญ่ต่างหากเป็นอย่างไรบ้าง ได้รับบาดเจ็บกลับมาหรือไม่”คำถามของนางเรียกรอ
last updateZuletzt aktualisiert : 2026-08-19
Mehr lesen
บทที่ 4 ปีศาจใช่ว่าจะเหนื่อยไม่เป็น
บทที่ 4 ปีศาจใช่ว่าจะเหนื่อยไม่เป็นวันต่อมากู้หว่านชิงเหลือกตามองจวนอ๋องขนาดใหญ่ตรงหน้า ใหญ่โตราวกับสูงคับฟ้าพร้อมถล่มทับนางได้ทุกเมื่อ สองแขนกอดกล่องไม้แน่น หัวใจเต้นระรัว“ไม่ต้องกังวล เหยียนอ๋องเป็นคนยุติธรรม สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงอุบัติเหตุเท่านั้น พระองค์ย่อมไม่ถือสาเอาความ” กู้เฉิงอวี้ปลอบน้องสาวที่กำลังหวาดกลัว หารู้ไม่ความยิ่งทำให้กู้หว่านชิงตัวสั่น ฝืนยิ้มให้พี่ใหญ่“เจ้าค่ะ”อื้อ อุบัติเหตุเนาะ กู้หว่านชิงหันไปหาเสี่ยวเถาและเสี่ยวอวี๋ผู้รู้ความจริง ทั้งสองยิ้มเหย แต่ก็ส่งยิ้มชูมือให้กำลังใจ‘ไม่มีใครรู้เจ้าค่ะ!’‘สู้ๆ เจ้าค่ะ’[ข้ายังอยากเจอคุณหนูอีก] [ภาวนาขอความเมตตา] [คุณหนูอย่าตาย] [จะคิดถึงคุณหนู]กู้หว่านชิงยิ้มค้าง ในหัวแต่ละคน! นางไม่ได้ไปตายน้า“เช่นนั้นเข้าไปกันเถิด”กู้เฉิงอวี้ก้าวเท้านำหน้า ก่อนจะหันไปคว้าข้อมือน้องให้เดินตามเสียทีฝ่ามืออุ่นช่วยให้นางสงบจิตสงบใจได้ดี สองขาก้าวเข้าสู่ถ้ำเสือทหารเฝ้าประตูโค้งคำนับทำความเคารพขุนพลกู้เฉิงอวี้ จากนั้นมีสาวใช้เป็นคนนำทางไปยังเรือนประธานเมื่อเข้าสู่ห้องโถงรับรองแขก กู้หว่านชิงนึกว่าห้องโถงพระราชวัง ทั้งโอ่อ่าและห
last updateZuletzt aktualisiert : 2026-08-19
Mehr lesen
บทที่ 5 เริ่มแผนสำรอง
บทที่ 5 เริ่มแผนสำรอง“หว่านหว่าน”กู้หว่านชิงที่กำลังตกอยู่ในภวังค์ความคิดได้สติกลับมาจึงหันหาคนเรียก“เจ้ากังวลเรื่องเหยียนอ๋องหรือ” กู้เฉิงอวี้ถาม ตั้งแต่ร่ำลาเหยียนอ๋องกระทั่งออกมาถึงหน้าประตูจวน น้องสาวเงียบไปถนัดตา หนำซ้ำใบหน้าผ่องแผ้วยังเคร่งเครียดเหมือนมีเรื่องให้คิดมากอีกต่างหากกู้หว่านชิงส่ายหน้าปฏิเสธ แม้ในใจจะกู่ร้องว่าใช่!!“เปล่าเจ้าค่ะ ข้าแค่คิดอะไรเพลิน ๆ เอ๊ะ พี่ใหญ่ไม่ต้องไปส่งข้าที่จวนหรอก ข้าว่าจะนั่งรถเล่นชมเมืองสักหน่อย” หญิงสาวห้ามปรามเมื่อเห็นกู้เฉิงอวี้บอกคนติดตามว่าตัวเขาจะไปส่งนางกลับจวนก่อนเข้าค่ายทหารกู้หว่านชิงไม่ลืมส่งยิ้มหวานเป็นการขอบคุณ“ขอบคุณพี่ใหญ่ที่มาเป็นเพื่อนข้า ถ้าไม่ได้พี่ หว่านหว่านคงสิ้นใจอยู่ในนั้นแล้ว”กู้เฉิงอวี้หลุดหัวเราะ ยีหัวน้องสาวด้วยความเอ็นดู อยากจะปลอบน้องด้วยการปฏิเสธว่าท่านอ๋องมิได้น่ากลัวถึงเพียงนั้น กระนั้นก็ไม่อยากโป้ปด เนื่องจากเขาอายุเท่าเหยียนอ๋อง จึงเรียกได้ว่าเติบโตมาด้วยกัน บางครั้งก็ยังหวั่นเกรงสหายคนนี้ หรือบางทีก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายนับตนเป็นสหายหรือไม่“ข้าไม่ยอมให้เจ้าสิ้นใจง่ายๆ”“หว่านหว่านได้ยินแล้วก็ดีใจ เจอกัน
last updateZuletzt aktualisiert : 2026-08-24
Mehr lesen
บทที่ 6 ขนมน้ำดอกไม้
บทที่ 6 ขนมน้ำดอกไม้หนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมานี้กู้หวานชิงต้องอยู่อย่างหวาดระแวงถึงขั้นฝันร้ายว่าเห็นตัวเองเดินโซซัดโซเซ ชนนู่นชนนี่ไปทั่วเพราะไม่มีหัว! ส่วนนางคือหัวที่กลิ้งหลุน ๆ อยู่บนพื้น ร้องเรียกให้ลำตัวเดินมาหาฮือ ฝันสยองเกินไปแล้วถึงอย่างนั้นก็ไม่มีเหตุการณ์ร้ายเกิดขึ้นในชีวิตจริงเหยียนอ๋องไม่ได้โผล่มาที่จวนเลยด้วยซ้ำ ไม่เหมือนในนิยายเลยแหะ ทันทีที่เขารู้ว่ากู้ซูหนิงโดนรังแกก็บุกมาที่จวน ส่งคำขู่และสายตาดุร้ายให้นางร้ายหวาดกลัว หารู้ไม่ว่ายิ่งไปสร้างความอิจฉาในใจของกู้หว่านชิงแต่เอาเถิด แบบนี้ก็ดีแล้ว ทำให้นางได้เริ่มภารกิจพิชิตใจตระกูลกู้อย่างราบรื่น อีกทั้งยังดำเนินควบคู่ไปกับการทดลองทำขนมไทย เพราะที่นี่ไม่มีวัตถุดิบที่ต้องการหลายอย่าง ไม่ว่ากะทิหรือใบเตย โธ่ อดทำเปียกปูนของโปรดเลย“วันนี้เป็นขนมน้ำดอกไม้เจ้าค่ะ”กู้หว่านชิงรับถาดขนมจากเสี่ยวเถาที่เดินเข้ามาในห้องรับประทานอาหารกลายเป็นกิจวัตรประจำวันไปเสียแล้วที่หลังมื้ออาหารเย็นของทุกวัน คุณหนูรองสกุลกู้จะเอาขนมที่ตนเองปรับสูตรแล้วมาให้สมาชิกตระกูลกู้ได้ลิ้มลองกันกู้หว่านชิงวางจานที่มีขนมขนาดครึ่งฝ่ามือตรงกลางโต๊ะแล้วกลั
last updateZuletzt aktualisiert : 2026-08-24
Mehr lesen
บทที่ 7 มัจจุราชมาเก็บเกี่ยววิญญาณ
บทที่ 7 มัจจุราชมาเก็บเกี่ยววิญญาณกู้หว่านชิงโดนลงโทษให้นั่งคุกเข่าสำนึกผิดที่หน้าเรือนของกู้ซูหนิง แม้นางจะปฏิเสธหัวชนฝาว่าไม่ได้ตั้งใจ ทว่าผลลัพธ์ได้เกิดขึ้นแล้ว ประกอบกับผลจากการกระทำร้ายกาจในอดีตที่ตัวนางร้ายเคยทำ ล้วนส่งผลมาถึงตอนนี้“หากเป็นเมื่อก่อน ข้าคงเชื่อคำพูดของเจ้าโดยไม่ซักถาม แต่หว่านชิง เจ้าทำให้ทุกคนยากจะเชื่อใจ ครั้งนี้ไม่ว่าเจ้าตั้งใจหรือไม่ แต่ซูหนิงได้รับบาดเจ็บเพราะเจ้า เรื่องนี้เจ้าต้องสำนึกผิด” กู้เจิ้งหยวนกล่าวเสียงแข็ง ไม่ยอมผ่อนปรนให้ลูกสาวอีกต่อไปกู้หว่านชิงจึงนั่งคุกเข่าโดยไม่ปริปากบ่นอีก อย่างไรเสียนางก็ไม่ระมัดระวังเองจริง ๆ ทำให้กู้ซูหนิงโดนลวกทั้งแขนและลำตัว ถ้วยกระเบื้องที่เพิ่งนึ่งเสร็จใหม่ ๆ ร้อนจัดจนสามารถสร้างแผลไหม้ได้งานเลี้ยงเปิดตัวจึงถูกเลื่อนออกไปโดยปริยายและยังไม่มีกำหนดการใหม่กู้หว่านชิงไม่รู้ว่าตัวเองนั่งคุกเข่ามานานกี่ชั่วยามแล้ว แสงอาทิตย์ยามบ่ายสาดใส่จนเหงื่อไหลอาบไปทั้งร่าง ขาทั้งสองข้างเป็นเหน็บชาจนบัดนี้ไร้ความรู้สึก ไหล่เล็กห่อเหี่ยว สองมือกุมแน่นบนตักกู้เหวินชิงกลับมายังจวนหลังได้ทราบข่าว เขาเดินผ่านไปโดยไม่แม้จะชายตามองนางเลย
last updateZuletzt aktualisiert : 2026-08-24
Mehr lesen
บทที่ 7/2 มัจจุราชมาเก็บเกี่ยววิญญาณ 2
 รัศมีอำมหิตแผ่ซ่านกดดันจนหายใจลำบากนางรู้ด้วยว่าเขามาด้วยเหตุผลใดหัวใจดวงน้อยเต้นระส่ำด้วยความกลัว ขนลุกซู่ มือไม้เย็นเฉียบ ข้อความที่นางไม่เคยเห็นจากเขาปรากฏเด่นชัดเหนือศีรษะ เรืองรองท่ามกลางแสงสลัว ราวกับมัจจุราชมาเก็บเกี่ยววิญญาณของนาง[กำจัดนาง]ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังคงให้โอกาสคุณหนูรองสกุลกู้“อย่าได้คิดทำร้ายหรือแตะต้องกู้ซูหนิงอีก” เสียงทุ้มแหบต่ำดังขึ้นเป็นจังหวะจะโคนและเชื่องช้า ราวกับต้องการให้นางจดจำใส่สมอง“...” ปลายกระบี่ขยับเข้าใกล้ จนกู้หว่านชิงต้องเชิดคางขึ้นหลบคมโลหะ“หากกล้าก็ลองดู”“...” ความเย็นของโลหะสัมผัสที่ใต้คาง“กระบี่เล่มนี้ไม่มีความเมตตา”ดวงตากลมหลุบมองกระบี่เล่มงาม
last updateZuletzt aktualisiert : 2026-08-24
Mehr lesen
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status