LOGINจ้าวฉีเสวียน
ชินอ๋องซื่อจื่อ เป็นที่หมายปองของเหล่าสตรี เป็นบุรุษที่เอาแต่ใจ ไม่ค่อยใส่ใจใครเท่าที่ควร
หวงลี่ฟาง
คุณหนูตระกูลใหญ่ที่โชคชะตาพลิกผัน กลายเป็นสาวงามอุ่นเตียงของชินอ๋องซื่อจื่อ นิสัยเรียบง่าย สงบสุภาพ นุ่มนวลอ่อนหวาน ยอมรับทุกชะตากรรมนำพา
จ้าวเฟิงฉี
ท่านประมุขสำนักยวี้จู๋อันยิ่งใหญ่
รุ่ยเหยียน
นายหญิงใหญ่แห่งหูเตี๋ย อดีตคือหญิงแพศยา ทิ้งลูกทิ้งสามี หนีตามชายชู้
จ้าวเล่อเสีย
น้องสาวของจ้าวฉีเสวียน นิสัยใจร้อนวู่วาม ยึดมั่นคุณธรรม
********************************
ปฐมบท พรหมจรรย์ข้า? ผู้ใดกัน?
สำนักยวี้จู๋
เพราะต้องการฝึกสุดยอดวิชา ซื่อจื่อน้อย จ้าวฉีเสวียน จึงเร่งเดินทางจากจวนชินอ๋องตั้งแต่เมื่อวานขึ้นมายังหุบเขาผนึกมาร การกักตนฝึกฝนเริ่มต้นขึ้นทันทีที่ฝ่าเท้าเหยียบพื้นดินที่นี่
ทว่ามิคาด เกิดเหตุผิดพลาดประการใดก็สุดรู้ หรืออาจเพราะคลั่งไคล้วิชายุทธ์แบบสุดกู่ก็เป็นได้
จึงทำให้จ้าวฉีเสวียนที่คร่ำเคร่งเคี่ยวกรำตนจนเกือบจะฝึกฝนถึงขั้นสุดท้ายกลับกลายเป็นร้อนรุ่มไปทั้งกาย คล้ายถูกไฟแผดเผาจนร่างแทบมอดไหม้
เขาพาเรือนกายกำยำของตนที่รู้สึกเสมือนกำลังจะปริแตกเพราะถูกเปลวเพลิงรุมเร้ากลับเข้าสำนักยวี้จู๋มาทันที
“เร่งปรับสมดุล ผสานหยินหยาง ก่อนธาตุไฟเข้าแทรก”
เสียงทุ้มห้าวของพี่ชายใหญ่จ้าวเฟิงฉีสั่งการอย่างเฉียบคม หลังจากนั้นสติของจ้าวฉีเสวียนพลันขาดสะบั้นลง ครั้นตื่นมาอีกทีกลับพบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงกับสตรีผู้หนึ่ง
ทั้งเขาและนาง ต่างเปล่าเปลือย ทั้งสาบเหงื่อและกลิ่นคาว คละคลุ้งทั่วห้อง
จ้าวฉีเสวียนที่แม้ไม่เคยมีค่ำคืนวสันต์ แต่ไหนเลยจะไม่รู้ว่าเกิดสิ่งใด
เขาเพิ่งถูกเปิดบริสุทธิ์ร่วมรักกับสตรี!
ชายหนุ่มถึงขั้นกุมขมับ เจ็บแสบไปทั่วแผงอกและแผ่นหลัง ครั้นเอี้ยวตัวก้มมองจึงเห็นเรือนกายตนมีแต่รอยเล็บจิกข่วน
จ้าวฉีเสวียนระงับโทสะได้ยากยิ่ง
ให้ตายเถิด!
นางเป็นใคร บังอาจมาก
ฝ่ามือหนาสะบัดผ้าห่มเปิดออกดังพรึ่บ คิดว่าต้องปลุกสตรีไร้ยางอายให้ตื่นขึ้นมารับโทษทัณฑ์
แต่สตรีผู้นี้กลับยังนอนหลับตาพริ้ม มิรู้เรื่องราว
ถึงกับเป็นดรุณีสะคราญโฉมที่เริ่มแตกเนื้อสาวนางหนึ่ง
บนดวงหน้านวลเนียนอมชมพูระเรื่อแบบมีเลือดฝาดและเนื้อตัวผุดผาดสะอาดตาเผยชัดเจนว่าถูกกระทำอย่างโหดร้าย ทั้งรอยจูบช้ำๆ รอยดูดเป็นจ้ำๆ เกลื่อนกระจายอยู่ทั่วเรือนกาย
จ้าวฉีเสวียนถึงกับอึ้ง ดวงตาคมวูบไหว
คล้ายมองเห็นบัวดอกหนึ่งที่ใกล้จะผลิบาน นวลเนื้อสีขาวอมชมพูระเรื่อนั้นแลดูอ่อนหวานน่าทะนุถนอมยิ่ง ทว่าคนกลับเด็ดกระชากบุปผาที่ยังไม่ทันแย้มบานเต็มที่มาบดขยี้ทำลายเสียสิ้น
เขาเลื่อนสายตามองสำรวจทั่วตัวนางอีกคราตั้งแต่ด้านบนที่มีเรือนผมนุ่มลื่นน่าสัมผัสแผ่สยายลงเบื้องล่าง จากเนินอกอวบตึง เอวคอดกิ่ว หน้าท้องแบนราบ เนินเนื้อบุปผาชุ่มฉ่ำ ปลีกน่องขาวอร่ามงามตา ทุกส่วนไม่มีที่ใดไม่มีริ้วรอยจากการขบกัดดูดเม้ม
ฉับพลันหัวใจชายหนุ่มพลันเต้นกระหน่ำรุนแรง เมื่อเห็นหยาดโลหิตพรหมจรรย์เด่นชัด
จ้าวฉีเสวียนยิ่งมองให้รู้สึกยิ่งปวดศีรษะ
บุรุษกุมขมับหนักมือกว่าเก่า
เขารังแกสตรีโดยไม่รู้ตัว
ท่ามกลางความคิดวกวนสับสน บนเตียงนอนหนานุ่ม หญิงสาวร่างเปลือยชุ่มเหงื่อยังคงหลับใหลทอดกายงามระหง
ชายหนุ่มมองอย่างเย็นชา ทว่าลึกๆ ในแววตากลับแฝงความระมัดระวังในที
เมื่อคืนเป็นเขาเองที่ติดอกติดใจจนหยุดกลางคันมิได้ ต่อให้ย้อนเวลากลับไป คาดว่าตนก็คงมิอาจยั้งใจให้หยุดลงอยู่ดี
เพียงเผลอใจรัก จึงพลั้งผูกใจภักดิ์ รักเพียงท่านตลอดไป
ชายหนุ่มจูบแก้มนางซ้ำๆ “ไม่ได้ นั่นมันเห็นแก่ตัวเกินไป ก่อนแต่งงานข้าเห็นแก่ตัวกับเจ้ามากพอแล้ว”หวงลี่ฟางให้รู้สึกเห็นใจสามีจริงๆ นางลูบแผ่นหลังกว้าง ปลอบโยนเขา“จริงๆ แล้วท่านวางแผนมีลูกตอนไหนกันแน่”จ้าวฉีเสวียนยอมรับตามตรง “ข้าแต่งงานกับเจ้าตอนยี่สิบ ยามนี้อายุแค่ยี่สิบเอ็ด คิดอยากใช้ชีวิตข้าวใหม่ปลามันกับเจ้าไปอีกสักเก้าปีสิบปี มีลูกคนแรกตอนอายุสามสิบกว่าปีก็ไม่สาย”หวงลี่ฟางเงยหน้าจากแผงอกเขา เบิกตามองจนกลมโต “แต่ตอนนั้นข้าก็ยี่สิบแปดยี่สิบเก้า เกือบสามสิบแล้วนะ”ชายหนุ่มมุ่นคิ้ว “มารดาเจ้ายังมีตอนอายุสามสิบหกได้เลย”“...!?”หลายเดือนต่อมา...ในที่สุดหวงลี่ฟางก็เจ็บท้องคลอดบุตรคนแรกของพวกเขาคือผู้ชาย ข่าวดีนี้แพร่กระจายไปทั่วเมืองผิงโจวอย่างรวดเร็ว ทุกคนต่างร่วมอวยพรถ้วนหน้า ความกังวลแทนจวนชินอ๋องได้รับการบรรเทาจนหมดไปนอกจากความเป็นห่วงเป็นใยของชาวประชาจะเจือจางลง หวงลี่ฟางรู้สึกว่าความต้องการความสุขสมทางเพศของจ้าวฉีเสวียนก็เหมือนจะเบาบางลงเช่นกันเนื่องจากทุกวันนี้เขาเอาแต่ดูแลบุตรชายตลอดเวลา กระทั่งเวลาลูกหลับก็ยังหอบหมอนกับผ้าห่มไปนอนเฝ้า หวงลี่ฟางที่
“ท่านดูออกด้วยหรือ? ข้าคิดว่าเก็บสีหน้าได้ดีแล้วเชียว” นางเงียบไปชั่วครู่ ค่อยๆ ยอมรับความจริงด้วยเสียงแผ่วเบา “ข้ากำลังรู้สึกผิดที่แต่งงานเป็นปี แต่ท้องของตัวเองยังว่างเปล่า”ท่านชายใหญ่มีลูกเต็มเรือน ท่านหญิงเล่อเองก็มีลูกทันทีหลังแต่งงานเพียงสามเดือน ทุกคนล้วนแยกครอบครัวไปแล้ว ในขณะที่จวนชินอ๋องนั้น ภาระหนักตกอยู่ที่จ้าวฉีเสวียนแต่นางในฐานะฮูหยินของเขากลับไม่สามารถมอบทายาทให้เขาได้ แล้วภายหน้าใครจะช่วยแบ่งเบาภาระให้เขาจ้าวเล่อเสียเอียงหน้ามองพี่สะใภ้รองใกล้ๆ นางถาม “เพราะก่อนหน้านี้ท่านดื่มยาห้ามครรภ์มากเกินไปใช่หรือไม่?”หวงลี่ฟางไม่มีความลับกับจ้าวเล่อเสียอยู่แล้ว“ใช่! ข้าดื่มมันทุกครั้งที่อยู่กับอาเสวียน”นั่นคือนับจำนวนไม่ถ้วนเลยทีเดียว จ้าวฉีเสวียนกร้าวแกร่งทรงพลังและเอาแต่ใจเป็นที่สุด ยาก็ทั้งเข้มและข้น ขมเกินบรรยายจ้าวเล่อเสียย่อมเห็นอกเห็นใจพี่สะใภ้ นึกอยากก่นด่าพี่ชายเหลือเกิน แต่เพราะตั้งครรภ์อยู่จึงจำต้องยั้งปากยั้งอารมณ์เอาไว้ นางจับมืออีกฝ่ายมาลูบเบาๆ ปลอบใจอย่างจริงจัง “ข้าได้ข่าวว่ามารดาของพี่สะใภ้ที่ไม่อาจมีบุตรได้อีก แต่พอได้รับยาสมุนไพรจากท่านตา
เด็กน้อยเล่าความฝันอันสูงสุดให้นางฟังระหว่างปักผ้าอย่างตกอกตั้งใจจริงจังเกินวัย ทำให้ร่างกลมๆ เล็กๆ ที่นั่งขดตัวปักผ้ามองดูคล้ายตุ๊กตามาก เสี่ยวเมากับเสี่ยวไป๋นั่งเฝ้าซูเหมยไม่ไปไหน ยามนี้จึงมีสิ่งมีชีวิตตัวน้อยนั่งเรียงเป็นก้อนกลมๆ เล็กๆ ตรงตั่งยาวริมหน้าต่าง เกิดเป็นภาพที่ทำให้คนมองนึกเอ็นดูไม่สิ้นสุดโดยแท้หวงลี่ฟางชอบซูเหมยมาก นางจึงสอนสั่งอย่างไม่หวงแหน “เด็กดี เจ้ามีความคิดเช่นนี้ อาจารย์จะกล้าละเลยเจ้าได้อย่างไร”วันเวลาของนางยามสามีห่างไกลมีงานเพิ่มขึ้นเพื่อบรรเทาความเหงาหนึ่งอย่าง นั่นก็คือรับเป็นอาจารย์สอนปักผ้าให้บุตรสาวของเถ้าแก่ซู ดูแลอีกฝ่ายอย่างรักใคร่เอ็นดูด้วยความน่ารักน่าชังช่างจำนรรจาของซูเหมย ท้ายที่สุด หวงลี่ฟางก็คิดอยากมีลูกเป็นของตัวเองอย่างจริงจังหลายเดือนต่อมาจ้าวฉีเสวียนก็เดินทางกลับเข้าเมืองผิงโจว ชายหนุ่มกลับมาพร้อมชัยชนะที่มอบให้แด่ชินอ๋อง นอกจากปกป้องชายแดนไว้ได้ เขายังร่วมกับจ้าวเฟิงฉีช่วยยึดครองและบุกเบิกดินแดนแห่งใหม่ ผู้นำในศึกครั้งนี้คือโจวอวี่ บุรุษผู้นี้คือชายคนรักของจ้าวเล่อเสีย โจวอวี่มุมานะบากบั่นฝ่าฟันหมายสร้างตัวตนให้ยิ่งใหญ่เพื่อมาสู่ขอจ
การเดินทางไกลสะสางงานราชกิจของจ้าวฉีเสวียนมักกินเวลานานหลายเดือน ครั้งนี้ก็เช่นกันก่อนนั้น หวงลี่ฟางมักต้องทนอยู่อย่างเดียวดายในคฤหาสน์หนิงเทียนเพียงลำพัง นางคิดถึงจ้าวฉีเสวียนแทบขาดใจ ยังดีที่มีเสี่ยวเมากับเสี่ยวไป๋อยู่ด้วย กระนั้นความเงียบเหงาอ้างว้างกลับไม่ลดทอนลงเท่าใดแม้วันนี้แตกต่าง เนื่องจากนางมีพระชายาเพ่ยหนิงและน้องสะใภ้อย่างจ้าวเล่อเสีย ทั้งยังมีหน้าที่ดูแลงานต่างๆ จนล้นมือ เรียกได้ว่าแทบไม่มีเวลาคิดถึงใครเลย แต่ก็นั่นล่ะ พอว่างชั่วครู่ นางก็เอาแต่คิดถึงเขาตลอดเวลาอยู่ดีวันนี้หลังจากดูแลเสี่ยวเมากับเสี่ยวไป๋กินข้าวจนไปวิ่งเล่นกับยุ่นเอ๋อร์แล้ว หวงลี่ฟางก็ออกนอกจวนไปดูแลร้านค้าในปกครอง โดยมีบ่าวชายหญิงติดตามจำนวนหนึ่งตามฐานะที่เปลี่ยนแปลง หลังจากร่วมสะสางภารกิจกับเสี่ยวเยว่เสร็จสิ้น นางยังไม่ลืมแวะทักทายเถ้าแก่ร้านผ้าปักเฉกสหายเก่าที่มีมิตรไมตรีอันดีต่อกัน เพราะหากไม่มีเขา นางคงไม่มีเงินเก็บเป็นกอบเป็นกำในวันวานเมื่อนางเข้ามาในร้าน เสียงของเถ้าแก่ก็ดังมาแต่ไกล“ไอ่โยว ซื่อจื่อเฟย ไฉนไม่ส่งคนมาแจ้งล่วงหน้าขอรับ ข้าจะได้ตระเตรียมการต้อนรับอย่างดีไว้รอท่าน”
เสี่ยวเยว่ก็คือสตรีที่ครั้งหนึ่งหวงลี่ฟางเคยเข้าใจผิดคิดว่าเป็นสาวงามที่ได้สิทธิพิเศษติดตามจ้าวฉีเสวียนครั้งนั้นนางน้อยอกน้อยใจอย่างยิ่งก่อนได้กระต่ายขาวมา“ข้าต้องรีบลุกขึ้นไปเตรียมตัวเจ้าค่ะ ปล่อยข้าเถอะ”ชายหนุ่มเริ่มเข้าสู่ภาวะซึมเซาและงอแงเหมือนเด็กจริงๆ “มิใช่ว่าเจ้าปรับความเข้าใจกับมารดาแล้วไม่รักข้าเท่าเดิมกระมัง กระทั่งเวลาเล็กน้อยให้ได้อยู่ด้วยกันนานขึ้นเจ้าก็ไม่ใส่ใจร่วมมือ”อาการเช่นนี้ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าเกิดขึ้นกับวีรบุรุษผู้กล้า ที่ภายนอกต่อธารกำนัลองอาจสง่างามยิ่งกว่าชายชาตรีทุกคนจ้าวฉีเสวียนเผยด้านนี้เฉพาะกับหวงลี่ฟาง มีเพียงนางที่เขาจะกลายเป็นเด็กชายตัวโตที่เอาแต่ใจ มิใช่ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุขุมลุ่มลึกหวงลี่ฟางแย้มยิ้มนึกเอ็นดูสามีเหลือเกิน นางพลิกกาย เอื้อมแขนเรียวเล็กคล้องลำคอของเขา ยื่นใบหน้านวลนุ่มเข้าหาใบหน้าคมคาย กดจมูกเบาๆ ที่สันกราม“ใช่เจ้าค่ะ นอกจากไม่รักเท่าเดิมยังรักเพิ่มขึ้นหลายเท่า”สุ้มเสียงอันอ่อนหวานของนางมิใช่แค่ง้องอนสามีจอมเกเร แต่เต็มไปด้วยความจริงใจ ตั้งแต่ได้ปรับความเข้าใจกับมารดา ได้คุยได้สนทนาจนกระจ่างแจ้งแก่ใจหลากห
“อ๊ะ! ซื่อจื่อ ท่านเอาแต่ใจเช่นนี้ไม่ได้นะ ที่นี่ไม่เหมาะ”“ก่อนหน้านี้เรายังไม่ได้แต่งงานจึงมิอาจกระทำ แต่ตอนนี้เราสองเป็นสามีภรรยาโดยสมบูรณ์แล้ว ย่อมไม่มีคำว่า ‘เรื่องบัดสี’ ในเรือนมารดาทั้งสิ้น เรือนเจ้าคือเรือนข้า เตียงเจ้าก็เช่นกัน” จ้าวฉีเสวียนทาบทับภรรยา ห่อหุ้มนางไว้ทั้งตัวด้วยสองแขนกว้าง ทว่าเพียงก้มหน้าซุกซอกคอหอมหวานกลับมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น“ลี่ลี่ เจ้าอยู่ในนี้หรือไม่?”“...!?”เรียกได้ว่าขัดจังหวะนกยวนยางมิให้สำเริงสำราญเล่นน้ำโดยแท้ เสียงนั้นคือรุ่ยเหยียนมิใช่ใคร หวงลี่ฟางพลันแตกตื่นตกใจ เผลอกระทุ้งเข่าโดนจุดสำคัญอันอ่อนไหวของจ้าวฉีเสวียนทันใดชายหนุ่มจุกจนตกเตียงทันที“ท่านพี่ ข้ามิได้ตั้งใจ” ปากบอกไม่ตั้งใจแต่ก็รีบผลักสามีให้พ้นทางเพื่อแต่งกายจนมิดชิด จากนั้นก็ออกมาพบมารดา“ท่านแม่”“ลี่ลี่ พาแม่หลบหน้าเสิ่นหยวนสักครู่เถิด เขาแทบมิให้แม่เดินเหินด้วยตัวเองแล้ว แม่ตั้งครรภ์นะมิได้พิการเสียหน่อย” “ได้เจ้าค่ะ ทางนี้”สองแม่ลูกพากันหายลับไปทางห้องด้านในอย่างเร็ว“เจ้า...” จ้าวฉีเสวียนถึงขั้นพูดไม่ออกเมื่อแต่งกายจนเรียบร้อยแล้วเดินมาที่หน้าเรือนจึงเห็นบุรุษผู้คลุ้มคลั




![จะไม่ทนกับบทบาทนางร้าย [รีไรท์ตอนจบ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

