LOGINความรักบนความแตกต่าง ระหว่างลูกชาย ‘มหาเศรษฐี’ กับลูกสาว ‘คนรับใช้’ ถึงแม้จะเลิกรากันไป แต่พวกเขาหลีกหนีกันไม่พ้น เพราะพวกเขาได้ฝากหัวใจไว้กับอีกคนเมื่อ 9 ปีก่อน พวกเขาจึงกลับมารักกันอีกครั้งในวันที่เติบโต แต่เพราะชาติกำเนิดของ ‘พิยดา’ ต้อยต่ำ จะวันนี้ หรือวันไหน ‘ความรัก’ จึงเป็นได้แค่ ‘ความลับ’ และนับถอยหลังรอวันเลิกรา
View Moreเสียงของหนักหล่นจากกำแพงสูงลงมากองบนทางเท้า เรียกความสนใจจากคนเดินถนน พวกเขาพบร่างกายร้าวระบมของเด็กสาวคนหนึ่งนอนงอตัวบนพื้น คนส่วนใหญ่ใช้ชีวิตต่อไป ตัดสินเด็กสาวไปแล้วว่าใจแตก เกเร มีเด็กนิสัยดีที่ไหนจะปีนกำแพงออกมาทั้งที่โรงเรียนยังไม่เลิก มีแค่ส่วนน้อยเท่านั้นที่รุดเข้ามาพยุงเด็กสาวให้ลุกขึ้น แล้วก็ต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าใบหน้า แขน ขาเด็กสาวเปื้อนคราบเลือดและร่องรอยถูกทำร้าย เครื่องแบบนักเรียนที่สวมใส่ก็ถูกกรีดจนเห็นไปถึงข้างใน
“ถูกใครทำร้ายมาเหรอน้อง ให้พี่พาไปหาหมอไหม”
ชายใจดีเสนอ เด็กสาวไม่ตอบรับดึงมือออกกิริยาหวาดผวา เดินโซซัดโซเซลากขาเดินหาป้ายรถเมล์ที่ใกล้ที่สุด ระหว่างทางมีคนเสนอช่วยเป็นระยะ ทว่าเด็กสาวหวาดกลัวเกินกว่าจะรับความช่วยเหลือจากใคร ลากขาข้างขวาที่เจ็บหนักจากการถูกมีดกรีดมาตามทางเท้า ต่อสู้กับอากาศร้อนอบอ้าวจนเจอป้ายรถเมล์
มีรถคันหนึ่งจอดเทียบแต่กำลังเคลื่อนตัวออกไป สภาพร่างกายอย่างนี้ไม่มีทางตามทัน เด็กสาวขอให้รถเมล์รอ ทว่าเสียงร้องไห้และน้ำตาที่พรั่งพรูออกมามีมากเกินไปกลบเสียงจนหมด
ไม่รู้ว่ารถจะผ่านทางกลับบ้านหรือเปล่า แค่อยากไปจากที่นี่ กลัวครูสังเกตเห็นเครื่องแบบนักเรียนแล้วมาลากตัวกลับไป สำหรับเด็กนักเรียนที่มาจากครอบครัวมีฐานะ โรงเรียนนานาชาติแห่งนั้นเปรียบเหมือนสวรรค์ แต่แกะดำเพียงหนึ่งเดียวในโรงเรียนอย่าง พิยดา ไม่ต่างไปจากนรก
เด็กสาวเข้าเรียนชั้นมัธยมปลายเกือบจบชั้นปี แต่ไม่มีเพื่อนแม้แต่คนเดียว ถูกเพื่อนร่วมชั้นและรุ่นพี่รุมแกล้งทุกวัน คนเห็นกันหมดทั้งโรงเรียนทว่าไม่มีใครให้ความช่วยเหลือ แม้แต่คนที่เรียกตัวเองว่าแม่พิมพ์ของชาติก็ไม่แม้แต่จะยื่นมือเข้ามาช่วย มิหนำซ้ำพวกเขายังเรียกคนที่ถูกทำร้ายอย่างหล่อนเข้าไปต่อว่า เพียงเพราะเหตุง่ายๆ ต่อให้ด่าแทบตายพิยดาก็ไม่มีพ่อแม่มาปกป้อง
พ่อ คือคนที่ไม่เคยเห็นหน้าและไม่รู้ว่าเป็นใคร
แม่ คือหญิงพิการถูกหลอกเข้ามาทำงานกลางคืนในเมืองหลวง ตำรวจบุกเข้ามาจับเจ้าของสถานบันเทิง หลังได้รับรายงานว่าเป็นแหล่งมั่วสุมของพวกค้ามนุษย์ แม่หลุดพ้นมาได้ แต่เพราะความพิการหลายอย่างจึงไร้ที่ไป
นักธุรกิจคนหนึ่งสะดุดตาเข้ากับรูปร่างหน้าตาหญิงพิการที่สวยเกินกว่าจะเป็นคนเร่ร่อน รับแม่กลับมาอาศัยในบ้านคนรับใช้ เมตตาถึงขั้นสั่งสืบที่อยู่ และพากลับไปส่ง แต่เมื่อรู้ว่าแม่ไม่มีบ้านและไม่มีญาติคนไหนต้องการรับกลับไปเป็นภาระ เขาไม่มีทางเลือกจำใจรับกลับมากรุงเทพ ให้แม่ทำงานบ้านแลกกับเงินและพักบ้านคนรับใช้
ก่อนรับมาทำงานเขาคงคิดคำนวณมาเป็นอย่างดีว่าคุ้ม เทียบกับค่าแรงสมัยนั้น เขาสามารถจ้างหญิงพิการไม่มีที่ไปได้ราคาถูก แต่เขาคำนวณผิด เพราะเพียงแค่ไม่กี่เดือนต่อจากนั้นท้องหญิงพิการก็ขยายใหญ่จนคนรอบข้างผิดสังเกตและตรวจพบการตั้งครรภ์
เด็กคนนั้นคือ พิยดา หลายปีที่เกิดมาไม่เคยมีวันไหนไม่ถูกล้อเลียนชาติกำเนิด ว่ามีแม่เป็นคนพิการเคยขายตัวจนท้อง
“ขึ้นมาเลยน้อง!”
กระเป๋ารถเมล์ชายได้ยินเสียงผู้โดยสารบนรถทักท้วง สอดส่องสายตามองไปด้านหลังเห็นเด็กสาวมีสภาพย่ำแย่ร้องบอกคนขับให้จอดก่อนโหนประตูออกมาเรียก เด็กสาวเกือบจะทรุดตัวลงบนพื้นถนนด้วยความสิ้นหวัง ได้ยินเสียงทรงพลังเจือปนความเมตตาก็มีเรี่ยวแรงขึ้นมา พาร่างกายบอบช้ำขึ้นไปบนรถคันนั้นสำเร็จ
“หนู หน้าไปโดนอะไรมาลูก”
ชายชราขาไม่ดีสละที่นั่งให้เด็กสาว รถเมล์กระชากตัวแกเกือบล้ม เด็กสาวคว้าแขนชายแก่กลับมานั่งที่เดิม ทรุดตัวนั่งลงบนพื้นถัดจากที่นั่งของแกก้มหน้าร้องไห้ถูกคนมองทั้งรถ
“ไม่เป็นไรน้อง พี่ไม่คิดเงิน”
วินมอเตอร์ไซค์จากป้ายรถเมล์ มาส่งเด็กสาวหน้าประตูคฤหาสน์หลังใหญ่ติดป้ายชื่อ อัศวเมฆินทร์ ปฏิเสธการรับเหรียญจากฝ่ามือเด็กสาวจำนวนยี่สิบบาท เด็กสาวก้มมองเงินในมือ ซาบซึ้งในความมีน้ำใจของคนเดินดินกินข้าวแกงที่มักจะเห็นใจคนระดับเดียวกัน แตกต่างจากคนอีกชนชั้นที่รังเกียจคนจน
คฤหาสน์ตั้งอยู่บนพื้นที่สองพันตารางเมตร ตัวตึกสูงสองชั้น เก้าห้องนอน สิบห้าห้องน้ำ ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ตัวบ้านไม่ได้ใหม่ก่อสร้างมานานกว่าห้าสิบปีตกทอดมรดกมาถึงคุณไกรสรประมุขคนปัจจุบัน
ช่วงบ่ายวันธรรมดานอกจากคนรับใช้ก็ไม่มีเจ้านายคนไหนอยู่บ้าน คุณไกรสรมีภาระงานในบริษัทขนส่งยักษ์ใหญ่ ส่วนลูกๆ ของท่านทั้งสองคน คนโตเข้าไปช่วยงานบริษัท คนเล็กยังเรียนหนังสือ เป็นเหตุผลหลักที่เลือกกลับบ้านในช่วงเวลานี้ จะได้ไม่ต้องตอบคำถามคนเหล่านั้น ว่าไปถูกใครทำร้ายมา บอกไปไม่ถูกด่ากลับว่าสร้างปัญหาก็หนีไม่พ้นจะต้องถูกถากถาง
พื้นคอนกรีตพิมพ์ลายร้อนจากแสงแดด เด็กสาวลูบแขนบรรเทาความร้อน เดินอย่างระมัดระวังไม่ลงน้ำหนักบนท่อนขาข้างที่เจ็บ ลัดเลาะผ่านสวนดอกไม้เลียบคฤหาสน์ไปยังบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้
เด็กสาวปลดสายกระเป๋าวางลงเก้าอี้ไม้หน้าบ้าน ตักน้ำจากถังที่ตั้งไว้รองน้ำฝนมาล้างหน้าจนสะอาด บางส่วนกระเด็นข้ามาในปากก็กลืนกินมันลงไปด้วยอย่างไม่รังเกียจ นั่งพักจนขาสองข้างหายสั่น เพิ่งจะสังเกตเห็นว่าประตูบ้านปิดสนิทราวกับว่าไม่มีใครอยู่ข้างใน แต่ถ้าไม่มีใครอยู่แล้วทำไมไม่ใส่กุญแจ ไม่ล็อกประตูรั้วป้องกันผู้ไม่หวังดีลักลอบเข้ามา
เด็กสาวเดินเท้าเปล่าบนพื้นปูนเย็นไปหมุนลูกบิดประตูก็แปลกใจไปกันใหญ่เมื่อบ้านไม่ได้ล็อก
“แม่จ๋า”
แม่บกพร่องทางการได้ยินต่อให้เรียกเสียงดังมากแค่ไหนก็ไม่รับรู้ แค่อยากส่งเสียงเผื่อว่าจะมีใครสักคนอยู่ข้างใน“ยายจ๋า พิมกลับมาแล้ว”
ส่งเสียงผ่านริมฝีปากแตกยับอีกครั้ง เปลี่ยนจากเรียกหาแม่เป็นเรียกหาหญิงชราที่เลี้ยงดูตนเองมาตั้งแต่แรกเกิด ทว่าก็ไม่มีเสียงใดตอบรับกลับมาเช่นเคย กระทั่งมั่นใจว่าไม่มีใครอยู่จึงลากขาเจ็บๆ กลับไปเอากระเป๋า เดินขึ้นบันไดไม้ผุพังไปยังห้องนอนชั้นสองที่แชร์กับแม่สองคน ยกขาขึ้นบันไดแต่ละขั้นทำเอาเด็กสาวเจ็บจนน้ำตาเล็ด
เอี๊ยด เอี๊ยด
เสียงขาเตียงโยกดังมาจากห้องนอน ประสานกับเสียงทุ้มต่ำที่ถึงแม้เด็กสาวจะไม่ประสีประสาก็รู้ว่ามันคืออะไร เด็กสาวตัวสั่น จับราวบันไดด้วยมือที่สั่นเทาพยุงกายขึ้นไปบนยอดบันไดตั้งใจฟังให้ชัดเจนอีกครั้ง พลันเข่าอ่อนทรุดลงบนพื้นเมื่อมั่นใจว่าเสียงดังมาจากห้องนอนแม่
คำถามขึ้นมาเต็มหัวว่าแม่สมยอมหรือเปล่า ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร ระหว่างลุงสมศักดิ์กับคุณไกรสรที่อยู่บ้านเดียวกัน แต่ไม่ว่าจะเป็นใคร เด็กสาวก็ยอมรับไม่ได้ แม่ที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ปกป้องลูกไม่ได้ ก็ไม่ควรจะปล่อยตัวเองให้ตั้งท้องและคลอดลูกคนที่สองออกมาให้คนรังเกียจ พิยดารูปร่างผอมบาง ส่วนสูงน้อย น้ำหนักน้อย ส่งผลให้ฝีเท้าเบาตามไปด้วย กว่าคนข้างในจะรู้ตัวว่าประตูไม้บานเก่าถูกผลักเข้ามาก็สายเกินไป
ทั้งสองคนประสานสายตากันด้วยความรู้สึกที่แตกต่าง เด็กสาวแทบลืมหายใจ ส่วนคุณไกรสรคว้าผ้าห่มมาปิดบังร่างกายเปลือยเปล่า โดยไม่คิดจะห่มผ้าให้หญิงพิการตัวเปลือย ถูกกระทำลึกซึ้งทว่าหล่อนหลับใหลด้วยฤทธิ์ยา เด็กสาวน้ำตานองหน้า ลมหายใจติดขัดเป็นห้วงๆ อากาศรอบตัวหายไปหมดจวนเจียนจะขาดสติ
“นี่มันอะไร ฮือๆ คุณทำอะไรแม่หนู!”
“แกมาได้ยังไง นี่มันเวลาเรียนไม่ใช่เหรอ!”
เจ้าบ้านโกรธจนควบคุมสติไว้ไม่อยู่ ตวัดขอบผ้าห่มพันรอบท่อนล่าง ตรงรี่เข้าไปสะบัดข้อมือตบหน้าเต็มแรงจนแกฟุบล้มบนพื้น
“แกไม่มีสิทธิ์มองฉันด้วยสายตาแบบนั้น! ฉันจะทำอะไรกับแม่แกก็ได้! รู้บ้างไหมว่าฉันหมดเงินเท่าไหร่ให้แกได้เติบโต ได้เรียนหนังสือ ฉันต้องทุ่มเทเงินทองไปเท่าไหร่กับพวกแก!”
“คุณทำอย่างนี้กับแม่นานหรือยัง ฮือ... เพิ่งทำใช่ไหม ไม่ใช่ทำ... ตั้งแต่วันแรกที่พาแม่มาอยู่ด้วย”
“ทำไม สงสัยว่าฉันเป็นพ่อแกงั้นเหรอ! จะใช่ หรือไม่ใช่ ฉันก็ชุบเลี้ยงแกมาจนโต!”
“ที่ถาม ฮือ... เพราะหนูไม่อยากให้ใช่!”
“เด็กเนรคุณ แกไม่อยากให้ฉันเป็นพ่อแกงั้นเหรอ!”
กระหน่ำทุบตีเข้ากลางไหล่ลูกสาวที่ตนเองไม่ยอมรับ
“ใครจะอยากมีพ่อแบบนี้! ฮือๆ แค่โยนเศษข้าวมาให้ ยังกล้าทวงบุญคุณอีกเหรอ! คุณเลี้ยงหนูให้เป็นคนรับใช้! หนูถูกแกล้ง ถูกด่า ถูกทำร้ายมากแค่ไหนคุณก็ไม่เคยสนใจ! ปล่อยให้พวกเขาทำร้ายหนู! บังคับหนูเข้าโรงเรียนไฮโซไปให้พวกเขารุมตบทุกวัน คุณก็ไม่เคยสนใจ หนูไม่อยากเกิดมา! ไม่อยากมีชีวิตแบบนี้ หนูเกลียดคุณ! เกลียดแม่! เกลียดคนที่ทำให้หนูเกิดมา! ถ้าคนนั้นเป็นคุณ หนูก็ยิ่งเกลียด”
พฤติกรรมก้าวร้าวจากเด็กอ่อนต่อโลกแสดงออกมาครั้งแรกนับจากแรกเกิด เขาโกรธและเสียใจในเวลาเดียวกันที่ตบลูกสาวจนแกเลือดไหล และเพิ่งสังเกตเห็นว่าร่างกายเด็กสาวเต็มไปด้วยรอยแผล เสื้อกับกระโปรงก็ถูกกรีดจนขาด จะตามไปแต่ทำไม่ได้เนื่องจากร่างกายไม่มีเสื้อผ้า หงุดหงิดตัวเอง ย้อนกลับมาสวมเสื้อผ้าให้ตนเองและหญิงพิการ ที่มักจะอาศัยช่วงคนอื่นไม่อยู่บ้านวางยานอนหลับปลุกปล้ำ หญิงพิการอาจจะรู้สึกถึงความผิดปกติ แต่หล่อนพูดไม่ได้จึงเก็บความเจ็บปวดไว้ในใจ กว่าจะจัดการเสื้อผ้าได้ก็เสียเวลาหลายนาที ตามมาถึงหน้าบ้านเด็กสาวก็หายตัวไปแล้ว
ช่วงเวลาบีบคั้นหัวใจมาถึง เมื่อรถตู้คันใหญ่เคลื่อนมาจอดหน้าบ้านเดี่ยวน้ำเพชรถูกขอร้องให้เดินทางมาที่นี่ก่อนหน้าศรันย์จะมาถึงเกือบหนึ่งชั่วโมง ทำแผลให้คุณไกรสรเรียบร้อยแล้วหล่อนออกมารอหน้าบ้าน มีคุณไกรสรตามมานั่งเฝ้าข้างประตู หล่อนรีบวิ่งเข้าไปดูอาการหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมแขนน้องชาย เศร้าสะเทือนใจกับสภาพร่างกายภายนอกของพิยดาที่พังยับเยินเกินกว่าจะเรียกได้ว่ามนุษย์ที่มีเลือดเนื้อจิตใจ“พี่เพชร ช่วยพิมด้วย ช่วยด้วย ฮึก... พิมหมดสติไปแล้ว...”ดวงตาศรันย์บวมแดง โอบอุ้มพิยดาไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม หน้าตาน่าสงสารจนน้ำเพชรเห็นแล้วอ่อนใจถ้าหากเจ็บแทนได้เขาคงจะยอมเจ็บแทน ใบหน้าพริ้มเพราอ่อนแรงซบอยู่กลางอกกว้าง จากคนเคยมีใบหน้าสวยหวานมองจากมุมไกลยังงดงามตรึงตาตรึงใจ กลับซีดเซียวและมีรอยฟกช้ำกระจายเต็มหน้า ตามไรผมมีคราบเลือดแห้งเขรอะ ใต้ฐานจมูกก็มีคราบเลือดจางๆ ผสมรวมกับคราบน้ำมูกน้ำตา มอมแมมเกินกว่าน้ำเพชรจะใจร้ายได้ลง“พี่เข้าใจแล้ว รีบพาพิมเข้าไปในบ้านเร็วเข้า” นำทางน้องชายพาหญิงสาวเข้าไปในบ้าน สั่งให้วางเรือนร่างอ
ไกลถึงสุดทางเดิน มีคนของเสี่ยเฝ้าสองคนแต่พวกมันก็ถูกสอยจนร่วงลงสลบเหมือดไปตามระเบียบ ด้วยฝีมือพยัคฆ์สองหนุ่มที่เก่งกาจวิชาต่อสู้มือเปล่าและอาวุธหลายชนิด ไม่นานนักก็มีคนของมันวิ่งลงบันไดตามมาเป็นโขยงปิดล้อมพื้นที่ จนเสี่ยนกหมดหวังจะรอดพ้นจากเงื้อมมือ“พังเข้าไป”“ฮือ... ฮือ...”“พิม...”ตัวเขาชา เมื่อเข้ามาเห็นเรือนร่างเกือบเปลือย และได้ยินเสียงร้องไห้คร่ำครวญขอความเห็นใจจากหญิงคนรักภาพในหัวศรันย์ตัดไปช่วงหนึ่ง หลอดไฟในสมองขาด ไม่เห็นแสงใดนอกจากแสงปืนที่เล็งยิงใส่ไอ้เดนคนหลายนัด ร่างเกือบเปลือยของเพศชายจำนวนห้าชีวิตร้องเสียงดัง แตกตื่นกระโดดลงจากเตียงวิ่งหนีลูกปืนจ้าละหวั่น พวกมันวิ่งหนีไปหลบมุมไหนของห้องศรันย์ตามไปไล่ยิง ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น ลูกกระสุนฝังแขนฝังขาบางคนจนคาวเลือด แต่ศรันย์ไม่หยุดจะไปจ่อหัวยิงจนกระทั่งเลขาฯ คนสนิทเข้ามาสงบสติอารมณ์“มึงไม่เห็นเหรอมันทำพิม! เอาปืนกูคืนมาไอ้เอ็ม เอาคืนมา! กูจะฆ่าพวกมัน กูจะไม่ปล่อยให้ใครหน้าไหนรอดออกไป!”“คุณรันต้องมีสติครับ! คนของเราเข
ปัง ปัง ปัง!เกิดความโกลาหลครั้งใหญ่ในบ่อนหลังจบการรัวปืนชุดใหญ่ ผีพนันวิ่งหนีกันให้วุ่นจนเกือบจะเหยียบกันตาย ต่างคนต่างวิ่งหนีเอาชีวิตรอดกลัวมีเหตุยิงกันตายพลาดโดนลูกหลงจะซวยเอา นักเลงคุมบ่อนชักปืนออกมาพร้อมต่อสู้ แม้จะยังจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าเกิดอะไรขึ้น แต่คนของศรันย์แทรกซึมเข้ามาก่อนหน้านี้ ย่องเข้าข้างหลังจัดการพวกมันเรียงตัวและยึดอาวุธปืน เคลียร์ทางให้คนอื่นๆ เข้าไปเก็บกวาดคนของบ่อนให้สิ้นซาก เปิดทางให้ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำที่ควงปืนเข้ามาอย่างน่าเกรงขาม“ไล่คนไม่รู้เรื่องออกไป พวกที่เหลือจับมันมัดไว้!”นักเลงคุมบ่อนมีจำนวนมาก แต่คนแล้วคนเล่าก็ลงมานอนใต้ตีนคนของศรันย์ มีหลุดมาคนหนึ่ง มันไม่มีอาวุธศรันย์จึงวาดลวดลายเต็มที่ก่อนจะใช้ฝ่าเท้าที่หุ้มด้วยรองเท้าหนัง เหยียบศีรษะของมันกดให้ติดไว้บนพื้น“ไอ้นกเจ้านายมึงอยู่ไหน!”“เสี่ย... เสี่ยไม่อยู่ เสี่ย... เสี่ยยังไม่เข้ามาในบ่อน”“กูจะถามอีกครั้งว่าไอ้นกอยู่ไหน!”ชักปลายกระบอกปืนอยู่ในท่
เสี่ยนกยิงปืนขึ้นเพดาน“มึงยังจะต่อรองอีกไหม!”“เอาตัวมันไปขังไว้ในห้องรับรอง! เฝ้าหน้าห้องไว้ให้ดีๆ อย่าให้มันหนีไปได้! แขกคนไหนเสนอราคาดีที่สุด กับจ่ายเงินลงขันครบห้าคนเมื่อไหร่ พวกมึงเปิดห้องให้แขกเข้าไปเอากับมันได้เลย! ไม่จำกัดเวลา! อ้อ! พวกมึงถามแขกด้วยล่ะ อยากใช้ถุงยางไหม บ่อนกูมีบริการให้เลือกฟรีครบทุกไซซ์ ทุกสี ทุกกลิ่น หรือถ้าจะเอามันสดๆ ก็ตามใจแขก เพราะอย่างนังนี่ มากกว่าห้าku-yพร้อมกันมันก็เคยโดนมาแล้ว มันคงไม่ซีเรียสหรอกว่าใครจะ ‘เอา’ มันแบบไหน!”“ถ้าจะทำกับกูขนาดนี้ มึงยิงกูเลยสิ! ฮึก... ยิงเลย! กูขอสาปแช่งมึงให้มึงกับบ่อนของมึงฉิบหาย แช่งให้มึงไม่ตายดี! มึงทำกูได้ แต่ถ้ามึงทำแม่กูเมื่อไหร่ กูจะเป็นหมาขี้เรื้อนที่กัดมึงจนกะโหลกยุบ! จะตามฆ่าลูก ฆ่าเมีย ฆ่าคนในครอบครัวมึงแล้วกูจะฆ่าตัวตายตาม มึงจำคำพูดกูไว้!”“อีพิม! มึงตายซะเถอะ!”ลูกน้องเข้ามาแย่งปืนไม่ให้เสี่ยนกยิงหญิงสาว เพราะเพื่อนร่วมงานอีกคนกำลังลากตัวหล่อนออกไปจากห้อง เกรงว่าเพื่อนจะโดนลูกหลงเสี่ยนกพาร่างกายที่มี





