เข้าสู่ระบบ“แล้วดีพอในความหมายของมึงคือแบบไหนวะ แบบไหนที่เรียกว่าดี”
“แบบกูไง” ตอบแบบไม่ต้องเสียเวลาคิดแล้วก็ยกแก้วเหล้าที่บีบเกือบร้าวขึ้นมาดื่มต่อ
“เหรอ ฮ่า ๆ โทษทีนะที่กูขำ” ชัชชัยอดขำพรวดออกมาไม่ได้ จะพูดว่าไงดีละ เขาคิดว่าเพื่อนของเขากำลังเยินยอตัวเองมากเกินไปหน่อย
“ขำอะไรของมึงวะ นี่กูพูดจริง ๆ นะ ไม่มีใครดีสำหรับเอิร์นได้เท่ากูอีกแล้ว” ตั้งแต่เด็กก็ไม่เห็นจะมีผู้ชายคนไหนที่ดูจะเป็นคนดีในสายตาของอินทัช เพราะเหตุนี้ไงเขาถึงยอมเสียสละตัวเองมาแต่งงานกับอารีรัตน์
“ถ้ามึงดีนักแล้วขอเลิกกับเขาทำไมวะ”
“เอ้า ก็กูไม่ได้รักเอิร์นไงมึง คนขอเลิกมันก็จะมีกี่เหตุผลกันวะ แล้วกูก็บอกเอิร์นดี ๆ กูไม่ได้นอกใจหรือทำเรื่องเลว ๆ แล้วถึงมาขอเลิกเว้ย”
“เออครับ มึงมันคนดี ประเสริฐจนยากจะหาชายใดมาเทียบได้ แล้วมึงได้ถามเขาไหม”
“ถามอะไรวะ”
“มึงเคลมว่าตัวเองเป็นคนที่ดีที่สุดสำหรับน้องเอิร์น แล้วมึงได้ถามเขาไหมว่าในสายตาของเอิร์นมึงดีขนาดนั้นหรือเปล่า กูว่านะตอนนี้น้องเอิร์นคงมองว่ามึงเหี้ย...”
“เฮ้ย ไอ้ชัช มึงหลอกด่ากูเหรอ”
ไอ้เพื่อนเวร คนกำลังเคลิ้มและหลงใหลไปกับความดีในความคิดของตัวเองอยู่ แต่ไอ้นี่มันมาพูดซะความดีที่อินทัชคิดกลายเป็นคนเลวขึ้นมาทันที
“กูไม่ได้หลอกด่า แต่ด่าเลย คนดีที่ไหนมันถึงได้ทิ้งลูกทิ้งเมียวะ น้องเอิร์นก็ดูแลมึงอย่างดีและลูกมึงก็กำลังน่ารักแต่มึงดันขอเลิกได้ลงคอ ถ้ากูเป็นน้องเอิร์นก็คงไม่มองว่ามึงดีหรอกว่ะไอ้โอบ เป็นกูนะจะหาผัวใหม่ที่ดีกว่ามึง กูบอกเลยนะ คนอย่างมึงแม่งไม่ใช่คนดี”
“ไอ้เชี่ยนี่ มึงยังอยากเป็นเพื่อนกูอยู่ไหมไอ้ชัช” มันพูดจาไม่เข้าหูหลายครั้งแล้วนะ แม่ง!
“แหมมึง ทำมาขึ้นนะ” พูดจี้ใจดำหน่อยทำเป็นสร่างเมานะมึงไอ้โอบ
“กูแค่เลิกกับเอิร์นแต่กูไม่ได้ทิ้งลูก” เขาตั้งใจทำมาเองกับมือจะทิ้งได้ยังไง อันนาคือสิ่งล้ำค่ามากที่สุดของเขา ไม่ได้รักแม่ของลูกแต่ไม่ได้แปลว่าเขาจะไม่รักลูก ใครมันจะไม่รักลูกของตัวเองวะ
“กูกลับละ ค่าเหล้าเก็บบิลมาให้กูด้วยเดี๋ยวกูเลี้ยงเอง ฉลองชีวิตโสดของกู”
อินทัชพูดไว้แค่นั้นแล้วลุกจากเก้าอี้ เดินโซซัดโซเซเล็กน้อยเพราะวันนี้เขาดื่มหนักกว่าปกติ หอบร่างของตัวเองจนเดินมาถึงรถ เปิดประตูเข้าไปนั่ง เปิดแอร์ให้เย็นๆ หน่อยเพราะรู้สึกหัวร้อนนิด ๆ กับคำพูดของชัชชัย ปิดเปลือกตาลง อินทัชตั้งใจว่าจะของีบสักหน่อยเพื่อให้อาการเมาของตัวเองดีขึ้นเพราะตอนนี้เขาขับรถไม่ได้ มึนหัวขนาดนี้ขับออกไปถ้าไม่ตายก็โดนด่านดักอยู่ดี
วันรุ่งขึ้น
“โอ๊ย ปวดหัวโว๊ย” เสียงอวดครวญดังขึ้นพร้อมดวงตาทั้งสองข้างค่อย ๆ เปิดเปลือกตาที่หนักอึ้งช้า ๆ อาการปวดศีรษะอย่างหนักเป็นผลพวงจากการที่อินทัชดื่มแอลกอฮอล์เกินขนาดไปเมื่อคืน ร่างกายของเขาถึงได้รู้สึกหนักอึ้งเหมือนวิญญาณยังไม่กลับเข้าร่าง ดวงตาทั้งสองข้างตื่นแล้วแต่สติสัมปชัญญะยังไม่เข้าที่เข้าทาง ยังมึนแต่ก็พอรู้ว่าทั้งคืนเขานอนอยู่บนรถและยังจอดหน้าผับที่เดิม
“ฉิบหายละ!” ฉิบหายมากจริง ๆ เมื่อหน้าของลูกน้อยโผล่เข้ามาในหัว เป็นใบหน้าของอันนาที่ทำหน้างอนและจะทำหน้าแบบนี้ทุกครั้งที่เจ้าตัวเล็กงอนปะป๊า
“ปะป๊าขอโทษนะลูก” พูดขอโทษแต่ไปไม่ถึงลูกสาวเพราะมือกำลังคลำหาโทรศัพท์มือถือของตัวเอง ตอนนี้ไม่ได้อยู่ในกระเป๋ากางเกง แล้วแม่งกูทำหล่นไว้ที่ไหนวะ! บ่นตัวเองไปก็พลิกซ้ายพลิกขวาจนในที่สุดก็เจอ
“กูนั่งทับตอนไหนเนี่ย” ช่างเรื่องนี้ไปก่อน ตอนนี้ต้องรีบกดเบอร์โทรหาอารีรัตน์ ‘แม่ของลูก’ คือชื่อที่อินทัชใช้บันทึกเบอร์โทรศัพท์ของอารีรัตน์ไว้ กดโทรออก แต่...
‘หมายเลขที่ท่านเรียกยังไม่เปิดใช้บริการ’
“อะไรวะ” ดึงโทรศัพท์ที่แนบหูอยู่ออกมาเพื่อดูว่าเขากดโทรถูกเบอร์หรือเปล่า ‘ก็เบอร์เอิร์น’ เบอร์โทรของอารีรัตน์จะอยู่ที่รายการโทรออกครั้งล่าสุดเสมอเพราะโทรหาเธอคนเดียวส่วนเรื่องงานจะใช้อีกเบอร์
“หรือเอิร์นปิดเครื่อง?” ตั้งคำถามกับตัวเองไปเรื่อยในขณะที่กดโทรออกอีกครั้งและก็เหมือนเดิม เสียงปลายสายยังเป็นเสียงของระบบตอบรับอัตโนมัติที่ตอบอินทัชและเขามั่นใจว่าไม่ได้กดเบอร์ผิดเพราะเขาจำเบอร์ของอารีรัตน์ได้ จำได้ทุกตัวเลขเพราะเธอใช้เบอร์นี้มาตั้งแต่มัธยมแล้วและเขาเป็นคนเลือกเบอร์นี้ให้เธอด้วยตัวเองจะจำไม่ได้ได้ยังไงกัน
“เอิร์นปิดเบอร์นี้ทำไม” ตั้งคำถามกับตัวเองอีกครั้งเมื่ออินทัชมั่นใจแล้วว่าเสียงปลายสายเป็นเสียงที่บอกว่าหมายเลขนี้ปิดใช้บริการไม่ใช่ปิดเครื่องแค่ชั่วคราว
แต่สิ่งที่เขาอยากรู้คือ ทำไมอารีรัตน์ต้องทำแบบนั้นด้วย หากเธอจะโกรธที่เขาขอเลิกอันนี้อินทัชเข้าใจได้เพราะเรื่องนี้มันเป็นความต้องการของเขาเพียงฝ่ายเดียวและเขาไม่ได้ให้เวลาเธอได้เตรียมใจ แต่เขาไม่เห็นเหตุผลที่เธอจะต้องเปลี่ยนเบอร์นี้หรืออย่างน้อยก็ต้องคิดถึงอันนาบ้างไหม เธอไม่คิดว่าเขาจะอยากโทรหาลูกเลยหรือไง
“บ้านชานเมือง” อินทัชนั่งสงบสติอารมณ์ของตัวเองอยู่ในรถเงียบ ๆ เขากำลังโมโหอารีรัตน์มากที่เธอกล้าทำแบบนี้กับเขาแต่ความโกรธไม่สามารถทำให้เขาไปหาลูกได้ เพราะฉะนั้น สิ่งที่อินทัชควรทำคือตั้งสติของตัวเองและใช้ความคิดว่าบ้านชานเมืองของอารีรัตน์อยู่ที่ไหน ‘ไม่รู้เว้ย!!’
เรารู้จักกันมานานมากแต่งงานกันมาก็หลายปีจนมีลูกหนึ่งคนแล้ว แต่ทำไมเธอไม่เคยบอกเรื่องบ้านหลังนี้ให้เขารู้เลย เมื่อวานที่อารีรัตน์ขนของออกไปเขาก็มัวแต่ดีใจกับชีวิตโสดของตัวเองจนลืมขอโลเคชั่นบ้านหลังนั้นไว้ พอนึกได้ก็คิดว่าเดี๋ยวค่อยโทรไปถามแต่อินทัชไม่คิดเลยว่าเขาต้องมาเจออารีรัตน์ทำกับเขาแบบนี้
เปลี่ยนทั้งเบอร์แถมยังนิสัยไม่ดีไม่ยอมทิ้งโลเคชั่นไว้ให้เขาอีก “เอิร์นแย่มาก!” อยากเปลี่ยนเบอร์ก็เปลี่ยนไปสิไม่ได้ห้าม แต่เรื่องบ้านอย่างน้อยก็ควรปักหมุดไว้ให้เขาสักหน่อย ไม่คิดว่าเขาจะอยากไปหาลูกเลยหรือไง
“แล้วกูจะทำไงต่อวะเนี่ย โอ๊ย!!” หงุดหงิด หาทางออกไม่ได้เลยระบายอารมณ์ของตัวเองโดยการทุบไปที่พวงมาลัยรถแรง ๆ แต่ดันเจ็บ โทสะยังไม่ลดลงเพิ่มเติมคือปวดมือ มีอะไรจะแย่กว่านี้อีกไหมถ้ามีก็เพิ่มมาเลยนะเอามาให้หมดในวันนี้ โกรธอารีรัตน์ก็โกรธ โมโหที่อับจนหนทางก็โมโห คิดถึงอันนามากด้วย
เมื่อคืนอินทัชตั้งใจจะไปหาลูก อยากไปดูว่าบ้านใหม่ที่เมียเก่าของเขาพาลูกย้ายไปอยู่จะดูดีไหม ปลอดภัยต่ออันนาหรือเปล่าแล้วอันนาจะชอบไหม แต่ดันเมาหัวทิ่มและหลับคารถไปเสียก่อนเขาเลยไม่ได้ทำอย่างที่ตั้งใจไว้
“บ้านชานเมืองจะไปยากอะไร โทรถามอิงค์ก็ได้วะ”
อินทัชตัดสินใจขับรถกลับบ้านเพื่อไปอาบน้ำล้างตัวก่อนจะไปทำงานและระหว่างนั้นเขาจะโทรหาอิงค์ น้องสาวของเขา สองคนนั้นเป็นเพื่อนสนิทกันหากอารีรัตน์จะตัดขาดจากเขา เธอก็คงไม่ตัดขาดกับเพื่อนรักหรอกน่า
“เฮ้ย ยิ้มหน้าบานเลยนะมึง” ชัชชัยเอ่ยแซวและน้ำเสียงเต็มไปด้วยความหมั่นไส้อย่างไม่ปิดบัง“เอ้า ก็กูเป็นผู้ชายที่มีความสุขที่สุดในโลกนี่หว่า จะไม่ให้กูยิ้มได้ยังไงวะ มึงอย่ามาอิจฉากู” ยกขวดเหล้าขึ้นแล้วบริการรินใส่แก้วให้เพื่อนชัช“เออ ๆ กูอิจฉามึงมากเพื่อนโอบ อิจฉาโคตร ๆ ที่มึงได้เมียดี” อันนี้เรื่องจริง อารีรัตน์ทั้งสวยและน่ารัก แถมยังใจดีใจกว้างยิ่งกว่ามหาสมุทรที่ยอมให้โอกาสไอ้เพื่อนเลวของเขาได้ปรับปรุงตัว“แต่กูก็ยังสงสารน้องเอิร์นว่ะ”“อ่าว ไอ้เชี่ย” จะดีอยู่แล้วเชียว“ทั้งที่ได้โอกาสหาผัวใหม่ที่ดีกว่ามึงแล้วแท้ ๆ”“ไอ้ชัช ไอ้ปากหมา มึงไม่ต้องแดกแล้วเหล้าเนี่ย มาแดกตีนกูก่อน” มันก็ชอบพูดจาไม่เข้าหูเขาอยู่เรื่อย เอะอะจะให้เอิร์นหาผัวใหม่ตลอด โมโหวุ้ย!“มึงก็ใจร้อน กูพูดแซวหน่อยไม่ได้เลยนะ” แซวที่แปลว่าสะกิดสันตีนมัน“ตอนนี้กูเป็นผัวที่ดีมาก เมียรักเมียหลงสุด ๆ และกูจะไม่ทำพลาดอีกแล้วมึง” คิดย้อนกลับไปแล้วขยาด ไม่ขอเจอแบบนั้นอีกแล้ว ตอนนี้มุ่งมั่นสร้างครอบครัวที่อบอุ่นและมีความสุข มอบความรักให้เมียเช้าเย็น...:“ลูกสาวเราแรงเยอะมากเลยเอิร์น” คนเป็นพ่อบ่นอุบหลังจากใช้พลังงานเล่นกับลูก
กระเช้าแยมผลไม้ตัวมัมถูกส่งมอบจากมือของอินทัชสู่มือของปณิธาน เป็นกระเช้าที่อินทัชตั้งใจจัดด้วยตัวเอง(เมียบังคับให้จัดกระเช้าด้วยตัวเอง) เพื่อนำมาขอโทษคุณผอ.หนุ่มสำหรับเหตุการณ์ที่อินทัชทำร้ายร่างกายโดยเจตนา“เรื่องวันนั้นผมต้องขอโทษคุณชินจากใจจริงครับ เพราะความหึงหวงและใช้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลจึงทำให้ผมกระทำแบบนั้นต่อคุณชิน ผมเสียใจอย่างสุดซึ้งและหวังว่าคุณชินจะไม่ถือโทษโกรธเคือง” ประโยคที่ถูกกลั่นออกมาจากใจ ‘จริงใจไหมเนี่ย’ ปณิธานก็จะเชื่อตามที่อินทัชเอ่ยออกมา แม้ว่าใบหน้าของคู่กรณีจะดูไม่จริงใจสักเท่าไหร่ก็ตาม“ผมยินดีรับคำขอโทษของคุณโอบครับ”จะไม่รับก็คงไม่ได้เพราะสักขีพยานยืนกันเต็มไปหมด ไหนจะอารีรัตน์ มินตรา อันนา ตังเม และบุคลากรในห้องธุรการอีกเป็นสิบคน“เรื่องมันแล้วไปแล้วครับ ผมไม่โกรธคุณโอบหรอก”ปณิธานไม่ได้จะพูดเพื่อให้ตัวเองดูเป็นคนดี และที่เขาไม่โกรธก็เพราะเข้าใจในอารมณ์หึงหวงของอินทัช คนที่กำลังอยู่ในช่วงง้อภรรยาแล้วต้องมาเห็นภรรยาขึ้นรถไปกับผู้ชายคนอื่น จะไม่ให้หึงได้ยังไงกันและอีกหนึ่งเหตุผลที่ไม่โกรธก็เพราะปณิธานรับรู้ได้ถึงความรักที่อินทัชมีต่ออารีรัตน์ แม้ว่าอินทัชจ
“พี่รู้ว่าเอิร์นกลัว” ความรู้ทันและอ่านใจเธอออกตลอดทำให้อารีรัตน์หลบสายตามองไปทางอื่น เธอกลัวจริง ๆ อย่างที่เขาพูดนั่นแหละ“พี่เคยทำให้เอิร์นเสียใจและพี่ทำลายคำว่าครอบครัวเพราะพี่ไม่รู้ใจของตัวเอง พี่ทำพลาดไปแล้วเอิร์น พี่เสียใจทำสิ่งที่พี่พลาดไป แต่พี่อยากขอให้เอิร์นเชื่อใจพี่อีกสักครั้ง พี่สัญญาว่าพี่จะไม่ทำให้เอิร์นต้องเสียใจอีก เพราะมันจะไม่มีแบบนั้นอีกแล้ว ผู้ชายที่ไม่รู้ใจตัวเองคนนั้นมันตายจากไปแล้วเอิร์น ตอนนี้เหลือแค่พี่โอบของเอิร์น พี่โอบที่รักเอิร์นสุดหัวใจ”เขาไม่ได้จะปากหวานพูดเพื่อหว่านล้อมให้เธอมาหลง ที่อินทัชพูดออกไปก็มั่นใจทั้งนั้น“ครั้งหนึ่งพี่เคยคิดว่าพี่ไม่ต้องการเอิร์น ไม่ต้องการคำว่าครอบครัว นั่นเพราะพี่ไม่รู้ใจตัวเอง แต่วันที่พี่เสียคำว่าครอบครัวไป พี่กลับได้รู้ว่าอิสรภาพที่พี่อยากได้มันไม่มีความหมายเลยถ้าชีวิตของพี่ขาดสองหัวใจที่พี่รัก พี่ไม่ต้องการอิสรภาพแบบนั้นแล้วเอิร์น ตอนนี้พี่รู้แล้วว่าเอิร์นและอันนาคือชีวิต คือลมหายใจของพี่ เป็นทุกอย่างของพี่”“วันที่ได้กลับมาเจอเอิร์น พี่ก็ปากดีไปงั้นเอง แต่หัวใจของพี่มันโคตรจะดีใจและพี่รู้ว่าเอิร์นมองว่ามันเป็นระยะเวลา
“ที่หัวพี่ไม่เจ็บเท่าไหร่ พี่เจ็บที่ใจมากกว่า แต่ก็ขอบคุณนะที่เป็นห่วงกัน” อารีรัตน์บีบมือเข้าหากันแน่นเพื่อเก็บอาการของตัวเองเอาไว้“...”เจ็บที่ใจ เธอรู้ว่าอินทัชหมายถึงเรื่องที่เธอสร้างแผนหลอกให้เขามาแต่งงานด้วย อารีรัตน์รู้ว่ายังไงคนที่กัดไม่ปล่อยอย่างอินทัชต้องไม่ยอมทำเป็นลืมเรื่องนี้ง่าย ๆ เขาต้องการคำขอโทษจากเธอ และอารีรัตน์ก็ยินดีที่จะขอโทษเขาอยู่แล้วเพียงแต่เธอแค่ขอเวลาทำใจสักนิดก่อนที่เขาคุยเรื่องนี้กับเขา“ถ้า...พี่โอบไม่ได้เป็นอะไรมาก ก็ดีแล้วค่ะ คุณพ่อกับคุณแม่และก็อิงค์มารอเยี่ยมพี่โอบด้วยนะคะ”พูดจบก็รีบทำท่าจะเดินหนีคนเจ็บตัวมาหมาด ๆ แต่ดูเหมือนว่าอินทัชจะไม่ยอมปล่อยให้คนที่เล่นกับหัวใจของเขาต้องลอยนวล ห่างแค่สองก้าวของเธอก็เหมือนแค่หนึ่งก้าวสำหรับเขาเท่านั้น ยื่นมือออกไปก็จับมือนุ่มของเธอได้แล้ว“คิดจะเดินหนีพี่ไปแบบนี้เลยเหรอ เอิร์นไม่เป็นห่วงพี่เลยใช่ไหม” ถามใส่คนที่ไม่ยอมหมุนตัวกลับมามองหน้ากัน เธอกำลังน้ำตาคลออยู่แน่ อินทัชมั่นใจเพราะเขารู้จักอารีรัตน์ดี เธออารมณ์อ่อนไหวง่ายจะตายที่หันหลังให้เพราะไม่อยากให้เขาเห็นว่าจริง ๆ แล้วเธอแคร์และเป็นห่วงเขามาก จะหาว่าหลงตั
“เอิร์น เอิร์น!” เสียงเรียกชื่ออารีรัตน์ดังขึ้นซ้ำ ๆ แต่เจ้าของชื่อยังคงเหม่อมองประตูที่หน้าห้องฉุกเฉิน สองมืออันเย็นเฉียบบีบเข้าหากันแน่น ใจพะวักพะวนเป็นห่วงคนที่ยังอยู่หลังบานประตูนั้น‘พี่โอบจะเป็นยังไงบ้าง เขาปลอดภัยหรือยัง แล้วเขาเจ็บมากไหม’ความเป็นห่วงเป็นกังวลเกิดขึ้นมากมายในอกของอารีรัตน์ เธอไม่สามารถละสายตาไปจากประตูห้องฉุกเฉินได้เลย ไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไรทั้งนั้น ดวงตาทั้งสองข้างมีน้ำตาเอ่อคลอจนสามารถไหลลงมาได้ตลอดเวลาแต่เธอก็ต้องขืนมันเอาไว้เพราะไม่อยากร้องไห้ให้อันนาเห็น ลูกสาวของเธอยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพ่อของเขา“เอิร์นจ๊ะ อิงค์กับพ่อและแม่ของพี่โอบเดินทางมาถึงแล้วนะ” มินตรายกมือขึ้นวางบนบ่าของเพื่อนแล้วบีบเบา ๆ เพื่อเรียกสติอารีรัตน์ตัวเธอเองก็ใจหายตอนที่รู้ข่าวว่าอินทัชประสบอุบัติเหตุ ทั้งเธอและอารีรัตน์กำลังดูแลลูกค้าอยู่ที่คาเฟ่หลังจากรับสายโทรศัพท์ของโรงพยาบาลอารีรัตน์ก็แทบล้มทันที แต่เพื่อนของเธอก็ยังฝืนและรีบขับรถตรงมาที่โรงพยาบาลส่วนเธออาสาไปรับอันนาและตังเมที่โรงเรียนและพาเด็ก ๆ มาที่นี่“อื้ม ขอบคุณจ้ะมิน” อารีรัตน์รีบกะพริบตาถี่ ๆ เพื่อไล่ม่านน้ำตาออกไป
“เบื้องหลัง? มันยังไงกันแน่อิงค์ พี่เริ่มไม่เข้าใจแล้วอะ” มันเป็นยังไงกันแน่ ทำไมชีวิตแต่งงานของเขากับอารีรัตน์ถึงได้มีคำว่าเบื้องหลังมาเกี่ยวข้อง(การแต่งงานของพี่โอบกับเอิร์น เป็นการวางแผนจากพวกเราทุกคน)“วางแผนอะไร” นี่มันอะไรกันวะเนี่ย กลิ่นเริ่มจะไม่ดีแล้วนะยิ่งอิงค์เล่าก็เหมือนกับว่าเขาถูกหลอกให้เข้าใจผิดจนต้องยอมเอ่ยปากและขอเป็นคนแต่งงานกับอารีรัตน์(เรื่องที่บ้านเอิร์นจะย้ายไปอยู่อังกฤษอันนี้คือเรื่องจริง เรื่องที่เอิร์นไม่อยากย้ายไปกับพ่อแม่อันนี้ก็เรื่องจริง แต่เรื่องที่เอิร์นต้องแต่งงานกับลูกเพื่อนพ่อ อันนี้ไม่ใช่เรื่องจริงมันเป็นเรื่องที่พวกเราช่วยกันคิดเพื่อที่...)“เพื่อที่พี่จะเป็นคนอาสาแต่งงานกับเอิร์นเอง ใช่ไหม นี่เล่นอะไรกันอะ รู้ไหมว่าเรื่องแต่งงานมันไม่ใช่เรื่องเล็กนะ”อินทัชเคยด่าตัวเองในวันที่เขาขอจบความสัมพันธ์กับอารีรัตน์ วันนั้นเขาโทษตัวเองที่เป็นคนเลือกที่จะแต่งงานกับเธอโดยไม่มีพื้นฐานมาจากคำว่ารักและคิดว่าตัวเองมองเรื่องนี้เหมือนเล่นขายของ แต่เมื่อคิดดูดี ๆ เพราะเขารักเธอมาตลอดต่างหากเขาถึงได้เลือกที่จะเอาตัวเองไปแต่งงานกับเธอเพราะไม่อยากเสียเธอให้ใคร แต่ไม่







