LOGINวันแรกของการเข้ามาอยู่ในบ้านหลังใหม่ สถานการณ์หลายอย่างก็ดูจะคลี่คลายไปในทางที่ดี แม้อันดาจะนึกหวาดระแวงอยู่บ้างแต่ก็ไม่มากมายเหมือนกับที่ผ่านมา
ตอนที่ยังอยู่กับพ่อแม่บุญธรรม อันดาต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเอง งานบ้านทุกอย่างเป็นหน้าที่ของเขาไม่เว้นแม้แต่ตอนที่ยังเรียนมัธยมปลายก็ยังต้องไปหารับจ้างทำงานช่วยเหลือครอบครัวอยู่ตลอด จนกระทั่งเขาถูกขายแลกกับเงินจำนวนหนึ่ง
ถึงชีวิตจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่กลับกันชีวิตของอันดากลับมีความเป็นอยู่ที่แตกต่างจากตอนอยู่กับพ่อแม่บุญธรรมอย่างสิ้นเชิง แม้ในสายตาของคนอื่นเขาจะถูกปฏิบัติเหมือนสัตว์ตัวหนึ่งที่อยู่ในฟาร์ม แต่ถ้าเทียบเรื่องการกินอยู่มันดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งกับบ้านหลังใหม่ยิ่งแล้วใหญ่ มากสุดก็แค่ถูกกักบริเวณ แต่ที่เหลือเขาสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติทุกอย่าง ไม่รู้สึกเลยว่าโดนกดขี่อย่างที่ผ่านมา
แบบนีเราจะกลายเป็นคนขี้เกียจสันหลังยาวไหมนะ?
เด็กหนุ่มตั้งคำถามนี้กับตัวเองในใจ อนาคตหลังจากคลอดเด็กแล้ว เขาจะได้รับอิสระกลับคืน หลังจากนั้นโลกใบนี้อาจจะกลายเป็นขุมนรกจริง ๆ สำหรับเขาก็ได้ แต่จะคิดมากไปตอนนี้ก็เปล่าประโยชน์ เพราะยังไงก็ยังมีเวลาอีกตั้งหลายเดือนจนกว่าจะถึงเวลานั้น
อันดาลูบท้องของตัวเองพลางนั่งพิงโซฟาคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ตอนนี้เป็นเวลาหกโมงเย็น ตะวันใกล้จะลาลับขอบฟ้าเต็มที แต่แปลกที่เขาเองไม่ได้รู้สึกหิวเลยแม้แต่น้อย อาหารที่กาญจนีน้ำมาเสิร์ฟให้แม้จะมีสีสันน่ารับประทาน แต่ไม่นานมันก็เย็นชืดเพราะไม่ได้รับการแตะต้องจากว่าที่คุณแม่เลย
“น้องอันดา ทำไมไม่ทานข้าวเย็นล่ะคะ ไม่ถูกปากเหรอ”
“ผมไม่หิวเลยครับ รู้สึกว่ายังอิ่มอยู่เลย”
“อิ่มอะไรกันล่ะคะ ตั้งแต่น้องอันดามาถึงที่นี่ก็ผ่านมาตั้งหลายชั่วโมงแล้ว ทานสักหน่อยนะคะ”
อันดามองสเต็กปลาแซลมอนที่เขาพยายามเมินมันมาตลอดด้วยความรู้สึกแขยง หน้าตาของมันดูดีเสียก็ตรงที่กลิ่นมันฉุนไปหน่อย หรืออาจจะเป็นไปได้ว่าเขาไม่เคยกินปลาชนิดนี้เลย ถึงได้ไม่ได้รู้สึกอยากจะกินมันเท่าไหร่
แต่ด้วยสีหน้าคาดหวังของกาญจนีทำให้เด็กหนุ่มตัดสินใจใช้ช้อนจิ้มเนื้อปลาชิ้นเล็กขึ้นมาลอง แต่พอยื่นมาใกล้ปาก จมูกดันสูดกลิ่นของมันเข้าไปเต็ม ๆ
อั๊วะ!
พอได้กลิ่นมากขึ้น เขาก็เริ่มมีอาการคลื่นไส้อยากจะอาเจียนจนต้องรีบลุกไปเข้าห้องน้ำ ตอนนี้ไม่ว่าอะไรก็ดูจะเหม็นไปหมดทั้งที่ก่อนหน้านี้กินได้ไม่มีปัญหา เกิดอะไรขึ้นกันแน่
“แย่เลยนะคะ พี่ขอโทษจริง ๆที่ไม่ได้เอะใจเรื่องนี้เลย” กาญจนีรีบเข้ามาช่วยลูบหลังให้กับอันดา ก่อนจะต่อว่าตัวเองที่ไม่ยอมสอบถามให้ดีก่อน
“ไม่ใช่ความผิดของพี่กาญหรอกครับ ผมเองก็เพิ่งจะมามีอาการวันนี้นี่แหละครับ ปกติแล้วก็ไม่ได้แพ้อะไรหรอก”
“แล้วก่อนหน้า น้องอันดาทานอะไรบ้างคะ มีอะไรที่ชอบเป็นพิเศษรึเปล่า”
“ผมกินได้ทุกอย่างครับ ไม่แพ้อะไร แต่คงเพราะก่อนหน้านั้นกินแค่ข้าวต้มกับผลไม้ด้วยละมั้งครับ ก็เลยไม่รู้ว่าแพ้อะไรบ้างนอกเหนือจากนี้”
“อย่างน้อยตอนนี้ก็รู้แล้วหนึ่งอย่าง ถ้าอย่างนั้นพี่จะไปเตรียมผลไม้มาให้แทนดีกว่า เราค่อยเป็นค่อยไปนะคะ”
“ขอบคุณนะครับ”
ท้ายที่สุดแล้ว ถึงจะมีตัวเลือกมากมายขนาดไหนอันดาก็กินอะไรไม่ค่อยได้อยู่ดี แค่แอปเปิ้ลสองชิ้นเล็ก ๆ ก็รู้สึกว่าเต็มท้องแล้ว ไหนจะอาการวิงเวียนที่เดี๋ยวมาเดี่ยวไปจนทำอะไรแทบไม่ได้อีก
“เฮ้อ!”
อันดาพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียง เขาพยายามข่มตายังไงก็นอนไม่หลับ ยิ่งนอนก็ยิ่งเวียนหัว เด็กหนุ่มต้องลุกขึ้นขยับหาเอาตำแหน่งที่เหมาะสม แล้วก็พบว่าการเอนตัวทำมุม 45 องศาเป็นตัวเลือกที่ไม่แย่เลยในตอนนี้ มือเรียวควานหยิบเอายาดมที่ถูกวางเตรียมไว้ข้างหัวเตียงขึ้นมาสูดดม ดูท่าแล้วคืนนี้คงต้องนอนท่านี้ไปก่อน
เมื่อมองดูนาฬิกาที่หัวเตียงก็เพิ่งจะเป็นเวลา 5 ทุ่ม ทั้งที่ภายในห้องมีทีวี แต่อันดาก็ไม่ได้สนใจเขาเลือกที่จะเดินไปเปิดผ้าม่านมองดูท้องฟ้าเงียบ ๆ มากกว่า
แต่คงเพราะหน้าต่างอยู่ตรงหัวเตียงพอดิบพอดี อันดาจึงต้องเปลี่ยนทิศทางของการนอนเล็กน้อย เขาวางหมอนลงบนปลายเตียงแทนแล้วทบมันให้สูงขึ้นเพื่อที่จะนอนพิงได้
“ค่อยยังชั่ว”
ถึงจะดูไม่ถูกที่ถูกทาง แต่ก็ทำให้เจ้าตัวสบายตัวขึ้นมาก ท้องฟ้าคืนนี้มืดมิดมองอะไรแทบไม่เห็น แต่กลับเป็นสิ่งเดียวที่กล่อมให้คนที่นอนเอนตัวอยู่บนเตียงหลับลงอย่างง่ายดาย
**********
“แปลกคน”
“อะไรเหรอครับ พี่เจษฎ์”
“เปล่า”
เจษฎาที่กำลังยืนสูบบุหรี่อยู่บริเว ณด้านนอกของผับแห่งหนึ่งปิดจอมือถือของตัวเองลงทันทีที่มีคนเอ่ยทัก ปกติแล้วเขาเป็นคนสูบบุหรี่ไม่จัดยกเว้นว่าช่วงไหนที่เครียดหรือมีเรื่องให้คิดเป็นพิเศษ
“ดูช่วงนี้พี่เครียด ๆ นะครับ คืนนี้ให้เฟรมช่วยปลอบใจดีมั้ย”
“พรุ่งนี้เราไม่มีเรียนรึไง”
“ถ้ามีก็แล้วไงล่ะครับ ผมอยากไปกับพี่มากกว่า”
หนุ่มวัยนักศึกษาเกาะแขนของเจษฏาด้วยสายตาที่เว้าวอน เขาเผลอพยักหน้าไม่รู้ตัวเพราะความเคยชิน
เจษฎาไม่มีแฟนมานานหลายปีแล้ว เขาเบื่อกับความสัมพันธ์ที่ต้องตามหึงตามหวงจึงได้ครองตัวเป็นโสดมาตลอดและเลือกใช้เวลาไปกับความฉาบฉวยแทน ยิ่งตอนนี้มีเรื่องให้คิดมากยิ่งแล้วใหญ่ วัน ๆ แทบไม่ได้มีเวลาหาความสุขใส่ตัวนอกจากเฝ้าติดตามสืบหาข่าวคราวเกี่ยวกับคนที่จงใจจะทำลายครอบครัวของเขา
“ก็เอาสิ”
เขาตอบตกลง อย่างน้อยหาทางระบายความเครียดสักหน่อยก็น่าจะดี จริง ๆ แล้วเจษฎาไม่ได้มีคนในสเปกชัดเจน แต่เขาชอบคนอายุอ่อนกว่ามากกว่าคนวัยเดียวกัน ปัญหาก็คือมันไม่ได้หาคู่นอนที่เข้าใจกฏกติกาของวันไนท์ได้ง่าย ๆ ส่วนมากพอได้แล้วก็มักจะชอบทำตัวเป็นเจ้าของเขาทั้งที่ตกลงกันไว้แต่แรกแล้วว่าไม่เกี่ยวกับความรู้สึก
แต่ทำไงได้ แม้จะต้องเจอคนประเภทที่ไม่รักษาคำพูดอยู่บ่อยครั้ง แต่เจษฎาก็ยังชอบคนอายุน้อยกว่าอยู่ดี แล้วพลันภาพใบหน้าจิ้มลิ้มของอันดาก็แว็บเข้ามาในหัว
ให้ตายเถอะ
จะบอกยังไงดีว่านั่นแหละตรงเผงกับภาพในหัวที่เขาเคยนึกวาดฝันไว้ ว่าถ้ามีแฟนก็อยากจะได้แบบนี้สักครั้ง
“พี่เจษฎ์ เป็นอะไรไปอีกแล้วครับ หมู่นี่พี่ดูเหม่อ ๆ นะ”
“เปล่า พี่ก็แค่มึนหัวนิดหน่อย ไปเถอะ จะได้ไม่เสียเวลา” เจษฎาตัดบทเพราะไม่อยากตอบคำถามอะไรอีก เขาไม่ต้องการให้เรื่องของอันดากับลูกที่เกิดจากน้ำเชื้อของเขากลายมาเป็นตัวปัญหาสำหรับการใช้ชีวิตนักหรอก ดังนั้นละเว้นอันดาเอาไว้ในฐานที่เข้าใจก็พอแล้ว
“ฮึก..ก….” เสียงสะอื้นจากคนตัวเล็กยังคงดังขึ้นไม่หยุดหลังจากที่ผ่านช่วงเวลานาทีชีวิตไปอีกครั้ง อันดายืนมองลูกที่นอนหลับสนิทอยู่ในตู้อบ ระยะเวลาจากหลังคลอดมาจนถึงตอนนี้ก็สองทิตย์เข้าไปแล้ว แต่ทุกครั้งที่มาหาลูกแล้วเห็นตำแหน่งเข็มน้ำเกลือที่เปลี่ยนทุกวันก็อดสงสารไม่ได้ ด.ช.ชนกันต์ อิทธิรารักษ์ ชื่อที่อยู่บนหน้าตู้อบมีความหมายว่าผู้ซึ่งเป็นที่รักของผู้คน อันดามองแล้วได้แค่เพียงกระพริบตาถี่ยกขึ้นปากน้ำตาลวก ๆ ขณะที่เจษฎาก็คอยยืนปลอบอยู่ข้าง ๆ เขาทำทุกอย่างแล้วเพื่อเด็กคนนี้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังรู้สึกว่าตัวเองยังทำหน้าที่ได้ไม่สมบูรณ์ “ไม่เป็นไรนะคนดี ลูกเราจะปลอดภัย” “คุณพยาบาลบอกว่าถ้าลูกแข็งแรงก็พาออกมาอุ้มป้อนนมเองได้แล้ว ผมอยากอุ้มเขา” แต่เพราะอาการของลูกน้อยยังไม่อยู่ในเกณฑ์ปกติ อันดาจึงทำได้เพียงสอดมือเข้าไปสัมผัสตัวของลูกน้อยเท่านั้น “นายยังเจ็บแผลอยู่รึเปล่า” “ไม่แล้วครับ แต่ผมสงสารลูก” น้ำเสียงที่อ่อนโยนจากคนรักทำให้อันดารู้สึกอุ่นใจไม่น้อย แผลผ่าตัดตอนนี้ดีขึ้นตามลำดับ อย่างน้อยที่สุดเขาก็ไม่ต้องมากังวลเรื่องของตัวเองอีกแล้ว เหลือก็เพ
“คุณหมอสวัสดีครับ” “หมออะไรกัน เรียกอาเถอะลูก” สารสินอมยิ้มน้อย ๆ โบกไม้โบกมือเป็นเชิงห้ามเมื่อเห็นว่าอันดาพยายามจะลุกขึ้นมาทักทายเขา “อะไรกันครับคุณอา ไม่ทันไรจะมาชิงตัดหน้ารับอันดาเป็นลูกเป็นหลานก่อนได้ยังไงกันครับ เดี๋ยวคุณแม่ก็น้อยใจกันพอดี” บุษบงกำลังจะอ้าปากต่อว่าลูกชายตัวดีที่พักนี้ทำตัวอย่างกับคนเกษียณแล้วอยู่ติดบ้าน แต่พอเห็นหน้าอันดาทีไรเป็นได้ต้องเก็บคำพูดกลืนลงคอเสียทุกครั้งไป “ผมผ่านมาแถวนี้ก็เลยแวะมาเยี่ยม พี่บุษย์สบายดีนะครับ” “สบายดี ถ้าไม่มีเรื่องอะไรให้ปวดหัวน่ะนะ” เจ้าของบ้านพูดพร้อมกับปรายตามองลูกชายตัวเองเล็กน้อย ก่อนหน้านั้นสารสินจินตนาการไม่ออกเลยว่าปัญหาของครอบครัวนี้จะจบลงยังไง แต่ดูแล้วหลังจากนี้คงจะไม่เป็นปัญหา “ว่าแต่อันดาเป็นยังไงบ้าง เตรียมตัวรึยัง มะรืนนี้แล้วใช่มั้ย” “เห็นบ่นว่าอึดอัดท้องมาตั้งแต่เช้าแล้ว เธอมาก็ดีเหมือนกันสิน จะได้ช่วยดูอาการเขาให้หน่อย ถ้าหมอผ่าคลอดเป็นเธอก็ดีสิ ฉันจะได้หายเครียดขึ้นมาบ้าง” “อย่าห่วงเลยพี่บุษย์ หมอพีรพลเจ้าของเคสอันดาเป็นรุ่นน้องผมเอง เชื่อมือเขาได้” “เฮ้อ ฉันก็ยังไม่วา
อายุครรภ์ของอันดาใกล้ถึงกำหนดคลอดเข้ามาทุกที แต่ในแต่ละวันของเด็กหนุ่มไม่ได้ราบเรียบเสมอไป บางวันดีก็ดีบางวันก็ย่ำแย่ โดยเฉพาะเรื่องภูมิแพ้ที่มักจะเกิดผื่นขึ้นตามตัวของเจ้าตัวอยู่บ่อยครั้ง “คราวนี้แพ้อะไรอีก ทำไมวันนี้มีรอยแดงที่แขนเต็มไปหมด” เจษฎาเลิกแขนเสื้อคนตัวเล็กขึ้นทั้งสองข้างพร้อมกับจับมือพลิกดูทั้งสองด้านอย่างพินิจพิเคราะห์ “ไม่รู้สิครับ ผมก็ไม่ได้ทำอะไรนะ” เจ้าตัวพยายามนึกหาสาเหตุว่าไปทำอะไรมาบ้างระหว่างนั้น แต่นึกยังไงก็นึกไม่ออก “เมื่อวานตอนที่ฉันไม่อยู่ นายทำอะไรบ้าง” “ก็ไม่ได้ทำอะไรนะครับ ก็แค่ยืนรดน้ำผักนิดหน่อย อืม..แล้วก็ใส่ปุ๋ยด้วย” “ปุ๋ยงั้นเหรอ นายได้ใส่ถุงมือรึเปล่า” เด็กหนุ่มพยักหน้า ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าขนาดป้องกันทุกอย่างเขาก็ยังจะแพ้ได้อีก ขนาดเป็นเพียงน้ำปุ๋ยที่ฉีดพรมเบา ๆ ไม่ได้สัมผัสด้วยมือโดยตรง แต่รอยแดงกลับลามเป็นปื้นทั่วทั้งแขน “พอเลยนะ ไม่ต้องไปยุ่งกับผักพวกนั้นอีกแล้ว มันโตจนผลิใบขนาดนั้นไม่ตายง่าย ๆหรอก” “แต่อีกอาทิตย์สองอาทิตย์นี้ก็น่าจะเก็บได้แล้วนะครับ ถ้ามันตายก่อนก็คงเสียดายแย่” “ยังจะมาเสียดายอีก ช่ว
สองวันถัดมางานแถลงข่าวของนางบุษบง อิทธิรารักษ์ถูกจัดขึ้นที่บ้านโดยสำนักข่าวที่สามารถเข้าทำข่าวได้จะต้องมีบัตรเชิญเท่านั้น ในขณะที่เจษฎาพาอันดาออกไปเที่ยวชมธรรมชาติข้างนอก ปล่อยทุกอย่างให้นิลนีจัดการ หญิงสูงวัยปรึกษาทั้งผู้หลักผู้ใหญ่ ทนายส่วนตัว รวมไปถึงบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำการรักษาอันดามาตลอดและได้ข้อสรุปที่เห็นพ้องต้องกันว่าการเปิดเผยเรื่องของการตั้งครรภ์ของอันดาเป็นผลเสียมากกว่าผลดี และเพื่อไม่ให้เรื่องบานปลายเกินควบคุม บุษบงจึงตัดสินใจแถลงคนเดียว แม้แต่ลูกชายและลูกสาวก็ไม่ให้ยุ่ง ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน แต่ความสวยสง่าในแบบฉบับผู้ดีของบุษบงกลับไม่เคยลดลงเลย เมื่อถึงเวลาแถลง หญิงสูงวัยนั่งหลังตรงประสานมือวางไว้บนตัก ฉีกยิ้มเล็กน้อยให้กับกล้องทุกตัวที่จับจ้องมาที่ตน ทำให้นักข่าวที่มาร่วมงานต่างก็พยายามวางตัวให้สมเกียรติกับที่ได้รับเชิญ “มีรถฉุกเฉินจากโรงพยาบาลมาจอดรอด้วย แสดงว่ามีคุณหมอมาร่วมแถลงด้วยรึเปล่านะ” นักข่าวสองคนหันไปคุยกันเตรียมพร้อมสำหรับการทำข่าวในครั้งนี้ บุษบงเริ่มต้นด้วยการกล่าวถึงความรู้สึกที่มีต่อข่าวทั้งหลายโดยที่ไม่จำเป็นต้องมีบทพูดหร
สามวันถัดมาดูเหมือนข่าวคราวของตระกูลอิทธิรารักษ์จะไม่ได้ซาลงเลย เรื่องของอันดากลายเป็นที่ถกเถียงกันในวงกว้าง โดยเฉพาะประเด็นที่ว่า ผู้ชายท้องได้ มีจริงหรือ? ประเด็นนี้มีผู้คนในโลกโซเชียลให้ความสนใจมากมายและก็มีผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายที่ออกมาให้ข้อมูลถึงความเป็นไปได้แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครกล้ายืนยันอยู่ดี นักข่าวถึงขั้นบุกเข้าไปเค้นถามหมอที่โรงพยาบาลที่อันดาเคยเข้ารักษาตัว แต่ด้วยจรรยาบรรณทางการแพทย์ทำให้นักข่าวหิวแสงเหล่านี้ไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือกลับไปอย่างที่ตั้งใจไว้ แต่ก็ไม่วายตั้งธงกันแล้วว่าเป็นเพราะอิทธิพลของเงินมากกว่าที่ปิดปากหมอได้เสียสนิท ทุกเช้าที่นิลนีขับรถไปทำงาน เธอจะเห็นนักข่าวจากหลายสำนักมารอทำข่าวอยู่ที่หน้าบ้านเสมอ เธอกำชับทุกคนตลอดเพื่อให้หลีกเลี่ยงคนพวกนี้ แม้แต่เจษฎาเองก็เลือกที่จะเมินเฉยไม่ตอบโต้อะไร สิ่งที่ชายหนุ่มโฟกัสที่สุดตอนนี้คือเบี่ยงเบนความสนใจของอันดาไม่ให้ไปเห็นข่าวแย่ ๆ พวกนี้อย่างน้อยก็จนกว่าจะคลอด และเพราะข่าวลือทั้งหลายเกี่ยวข้องกับครอบครัวอิทธิรารักษ์ ดังนั้นจึงมีคนโทรหาบุษบงเพื่อถามข่าวคราวแทบไม่หวาดไม่ไหว จนเธอต้องสั่งให้งดการติดต่อไม่
บุษบงไม่ออกงานสังคม ไม่คบค้าสมาคมกับใครมานานหลายปีแล้ว ในตอนนั้นเธอเกิดความรู้สึกอับอายที่ลูกชายไม่ได้ดั่งใจ จะไปอวดใครก็ไม่กล้า จึงได้แต่ปลีกตัวออกมาใช้ชีวิตและทำใจเงียบ ๆ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามีข่าวซุบซิบเกี่ยวกับตระกูลอิทธิรารักษ์บ้างประปราย แต่บุษบงก็ไม่เคยสนใจ ยิ่งสามีมาตายจากไปก่อน หญิงสูงวัยก็ยิ่งหมดแรงจูงใจในการใช้ชีวิตจึงปิดกั้นตัวเองจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง เพิ่งจะเริ่มมาติดตามข่าวสารหาความรู้ใหม่ ๆ ใส่ตัวก็ไม่นานมานี้ แต่พอได้เจอพาดหัวข่าวก็แทบจะสำลักน้ำที่เพิ่งดื่มเข้าไป อดีตนักธุรกิจหญิงชื่อดังไม่ปลื้ม ลูกชายเป็นเกย์ ตัวอักษรย่อพร้อมกับภาพบุคคลอันแสนเลือนลางปรากฎอยู่ในกรอบเล็ก ๆ ของหน้าหนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าวและโยงมาถึงพาดหัวข่าวข้างต้น ในข่าวไม่มีอะไรมากนอกจากบอกว่าคนทั้งสองเป็นคู่รักกันเนื้อหาเป็นการพูดถึงเรื่องของชีวิตเด็กคนหนึ่งที่จู่ ๆ ก็ตกถังข้าวสารและไต่เต้าด้วยวิธีการขายตัว นอกจากนั้นยังมีเนื้อหาและชีวประวัติของเด็กคนนั้นพอสังเขป “ยัยนิล ช่วยแม่ดูทีสิ นี่มันอะไรกัน” นิลนีไล่อ่านบทความนั้นอย่างละเอียดพร้อมกับเปิดหาข่าว ๆ อื่น ๆ จากใ