Share

แค่คิดก็... 35

last update Last Updated: 2026-01-12 22:06:29

               สิบห้านาทีไม่ขาดไม่เกิน ข้าวต้มทรงเครื่องที่โรยหน้าด้วยกุ้งแม่น้ำตัวโตถูกวางบนโต๊ะกลางห้องรับแขกกว้าง พร้อมกับร่างสูงของพ่อครัวมือสมัครเล่นที่ทิ้งตัวลงบนโซฟาหนานุ่มอย่างถือวิสาสะ ข้างกันนั้นก็มีเจ้าของห้องที่ยังนั่งเขี่ยแท็บเล็ตเครื่องเล็กในมือไปมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“งานยังไม่เสร็จอีกเหรอคุณ?” เมื่อไม่เห็นคนข้างกายมีปฏิกิริยาโต้ตอบ ซ้ำยังขมวดคิ้วขุ่นจนแทบจะผูกกันเป็นปม คนลอบมองอยู่ครู่ใหญ่ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม

“เสร็จแล้ว เล่นเกมอยู่” คนถูกถามตอบตามจริงพลางเอ่ยถามกลับ “ว่าแต่ คุณใช้ครัวเสร็จแล้วใช่ไหมคะ?”

“ทำไม? จะไล่กลับห้องหรือไง” คนถูกถามหัวเราะคล้ายรู้ทัน

“เปล่าค่ะ แค่จะใช้ครัวต่อ” คนที่ยังจดจ้องจอแท็บเล็ตตอบกลับเรียบเรื่อย รู้อยู่แล้วว่าคงไม่สามารถลากคนข้างกายออกไปจากห้องได้ หากเจ้าตัวไม่สมัครใจเดินออกไปเอง

                 คำตอบที่ไม่ตรงตามความคิดทำให้เพทายต้องเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนความสงสัยที่เคลือบไว้ในดวงตาสีถ่านจะเริ่มแปรเปลี่ยนไปโดยที่คนข้างกันไม่ทันสังเกต “ผมทำกับข้าวเผื่อคุณแล้ว ไม่รู้เหรอ?” 

“ต้องรู้อยู่แล้วสิ” คนที่รู้อยู่แล้วตั้งแต่เห็นปริมาณวัตถุดิบที่เพทายหอบหิ้วมาตอบกลับด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะยื่นแท็บเล็ตในมือให้คู่สนทนาแล้วเอ่ยตัดบท “ฝากเล่นต่อนะ ฉันจะไปชงชา”

               คนถูกฝากหัวเราะในลำคอคล้ายถูกใจกับคำตอบที่ได้รับ อาจเพราะไม่คาดคิดว่ากะรัตจะสามารถสรรหาคำตอบที่อยู่นอกกรอบความคิดของเขาออกมาได้ในทุกครั้งที่พบกัน  จึงกลายเป็นตัวเขาเองที่รู้สึกประหลาดใจขึ้นมาเสมอเมื่อยามได้อยู่ใกล้เธอเช่นในเวลานี้..

               หลังมื้ออาหารเช้าที่เกิดขึ้นตอนเกือบเที่ยงวันจบลง แขกไม่ได้รับเชิญที่ยังไม่มีวี่แววว่าจะสมัครใจเดินกลับห้องพักของตนเองที่อยู่ห่างไปเพียงไม่กี่สิบเมตร ก็กลับเลือกนอนเอกเขนกขวางกั้นโซฟากว้างกลางห้องรับแขกไว้อย่างถือสิทธิ จนสุดท้ายก็กลายเป็นเจ้าของห้องที่ทนไม่ไหว จนต้องอัปเปหิตัวเองให้ถอยห่างออกจากบริเวณนั้นแทน

“คุณ...จะไม่ไล่ผมกลับห้องหน่อยเหรอ?” เสียงทุ้มติดจะผิดหวังกลายๆเอ่ยถาม หลังจากรออยู่นานเจ้าของห้องก็ไม่ยอมเอ่ยปากไล่อย่างใจหวัง

“คิดว่าไงล่ะคะ?” คำตอบที่มาพร้อมเสียงหัวเราะเบาๆ ทำให้คนถามอดไม่ได้ที่จะมองค้อนไปยังคู่สนทนา

“ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ...ถ้าสนับสนุนส่งๆไปซะ ผมก็จะระอาไปเอง” คนที่เริ่มระอาไปเองบ่นกระปอดกระแปด

“..แสนรู้” คนสนับสนุนส่งๆเอ่ยชมเสียงหวาน

“ไม่ใช่หมา!” เพทายบ่นเสียงขุ่น ก่อนจะดีดตัวขึ้นจากโซฟาตัวยาวที่ยึดเป็นฐานที่มั่นอยู่ร่วมชั่วโมง แล้วเดินมานั่งตรงข้ามคู่สนทนาที่ปักหลักเล่นเกมอยู่บริเวณโต๊ะกินข้าวทันที

“แน่นอนสิค่ะ หมาน่ารักกว่าคุณตั้งเยอะ”

“..ใจร้าย!”

               คนถูกกล่าวหาว่าใจร้ายยักไหล่ไม่ยี่หระ ก่อนจะวางแท็บเล็ตที่ถูกเล่นเกมจนหมดแบตเตอรี่ลงบนโต๊ะคล้ายหมดความสนใจ แต่ก็ต้องชะงักไปเมื่อเงยหน้าขึ้นมาแล้วสานสบเข้ากับดวงตาสีถ่านของเพทาย ที่กำลังนั่งท้าวคางมองอยู่ด้วยรอยยิ้มมุมปาก 

“จะอยู่อีกนานไหมคะ?” สุดท้ายคนถูกมองก็ถอนใจอีกหน ก่อนเอ่ยถามคล้ายเหนื่อยหน่าย

“ทำไม? เริ่มอยากจะไล่ผมออกไปแล้วเหรอ” คนชอบสรรหาวิธียั่วยุเอ่ยถามกลั้วรอยยิ้ม

               คนตัดสินใจนั่งท้าวค้างเช่นกันส่ายหน้าเป็นเชิงปฏิเสธ ก่อนรอยยิ้มมุมปากที่ผุดขึ้นมาบนดวงหน้าสวยหวานจะทำให้เพทายต้องเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม แต่เมื่อเห็นประกายวาววับจับดวงตาคู่งามจนเต้นระยับ คนมั่นใจในตัวเองว่าสามารถยั่วอารมณ์ของคนตรงหน้าได้กลับรู้สึกระแวงในใจขึ้นมาเสียเอง

“..คิดอะไรอยู่” สุดท้ายก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม

“อย่ารู้เลยค่ะ เพราะคุณต้องไม่ปลื้มแน่ๆ ฉันรับประกัน” คนถูกถามตอบปัดเสียงใส

“งั้นผมว่า ผมกลับก่อนน่าจะดีกว่า” ดวงตากลมหวานที่สอดประสานมาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยือก ทำให้คนเริ่มเห็นเค้าลางความอันตรายตัดสินใจล่าถอย

“เชิญค่ะ” เธอตอบรับด้วยรอยยิ้ม แต่ทว่าดวงตากลมใสทอประกายหวานกลับฉายประกายขบขันอยู่จางๆ

               เพทายมองประกายเจ้าเล่ห์แสนกลที่ซ่อนซุกไว้ในดวงตาคู่งาม แล้วก็อดมองค้อนแกมค่อนขอดไม่ได้

ฝากไว้ก่อนเถอะ!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เพทายลายกะรัต   ตอนพิเศษ 248

    ร่างสูงผอมแลดูบอบบางจนเกือบจะคล้ายคนอมโรคหยุดชะงัก เมื่อสายตาที่มองตรงไปข้างหน้าเพียงอย่างเดียวจนถึงเมื่อครู่สังเกตเห็นบางอย่างตรงหางตา ดูเหมือนจะมีร่างเล็กป้อมเหมือนซาลาเปาเดินได้กำลังพยายามใช้นิ้วเล็กๆกดปุ่มสีเขียวบนเครื่องถ่ายเอกสาร แต่เพราะขาสั้นเกินไปจึงต้องเขย่งจนสุดตัวลูกใครนะ? ท่าทางน่าจะซนเอาเรื่องเพราะอยากรู้ว่าเจ้าตัวเล็กจะทำยังไงกับระยะห่างอีกหลายคืบ ร่างสูงผอมจึงเปลี่ยนเส้นทางจากห้องประธานกรรมการของ ‘วัฒนากร เอ็นจิเนียริ่ง’ ที่มีเพื่อนสนิทของพี่เขยรออยู่ มาเป็นทางเข้าห้องเอกสารที่ภายในมีเด็กชายวัยประมาณห้าขวบเศษกำลังปีนป่ายเครื่องถ่ายเอกสารด้วยความมุ่งมั่นปกติเขาค่อนข้างเกลียดเด็กและไม่นิยมเข้าใกล้ ขนาดหลานสาวหน้าตาจิ้มลิ้มเหมือนตุ๊กตาอย่างพลอยชมพูก็ยังไม่สามารถลบความรู้สึกเหล่านั้นออกไปได้ น่าแปลกที่เจ้าตัวเล็กหน้าตามอมแมมเหมือนคลุกน้ำหมึกตรงหน้ากลับดึงดูดใจอย่างประหลาด“ลุงจะทำงานเหรอ? ให้ผมช่วยคับ”เสียงเล็กๆที่ดังเจื้อยแจ้วอยู่บนพื้นเบื้องล่างทำให้คนเกลียดเด็กสะดุ้ง ไม่คิดว่าเจ้าตัวเล็กจะว่องไวขนาดนี้ทั้งที่ตัวกลมเหมือนหมูออมสิน“ให้ผมช่วยคับ”เด็กน้อยย้ำคำเดิมอีกค

  • เพทายลายกะรัต   ตอนพิเศษ 247

    ท้องฟ้าสีเทาและเสียงครืนๆเป็นระยะทำให้บรรยากาศรอบกายหม่นหมองอย่างน่าประหลาด เด็กหนุ่มวัยสิบสามปีเศษในชุดดำสนิทแหงนมองท้องฟ้าอีกครั้ง ก่อนจะเหลือบมองเขม่าควันไฟจากปล่องเมรุที่กำลังลอยสูงไปบนฟ้า พลันน้ำตาก็ค่อยๆรินไหลออกมาจากดวงตาสีถ่านคู่นั้นเขาใช้แขนเสื้อปาดน้ำตาลวกๆเมื่อรู้สึกถึงความอ่อนแอที่ทับถมจิตใจ แล้วหลบมุมไปนั่งเงียบๆที่ม้าหินอ่อนข้างศาลาวัดทั้งที่ดวงตายังแดงก่ำ...ไม่อยากเสียน้ำตาให้พ่อแม่ใจร้ายที่ฆ่าตัวตายแล้วปล่อยให้ตัวเองต้องอยู่บนโลกกว้างนี้เพียงลำพัง! แต่ถึงจะโกรธแค่ไหนความรู้สึกสูญเสียที่ถาโถมเข้ามาก็ทำให้ความเสียใจมีมากกว่าหลายเท่า“หนูขอนั่งด้วยได้ไหม?”เสียงเล็กๆที่แหบพร่าดังขึ้นข้างกายของคนที่กำลังจะร้องไห้อีกรอบต้องชะงักไป“ก็นั่งสิ แต่อย่าเสียงดังนะมันน่ารำคาญ!” “อืม ขอบคุณนะ” เสียงนั้นตอบกลับเบาๆ แล้วไม่พูดอะไรออกมาอีกราวกับว่ากลัวจะถูกตำหนิความเงียบนั้นทำให้เด็กหนุ่มอดไม่ได้จนต้องเงยหน้ามองคนที่มาขอนั่งด้วย เด็กผู้หญิงหน้าตาขลุกขมอมที่เอาแต่กอดตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลเข้มไว้แน่นเหมือนเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวเดียวที่พอจะมีได้ เธออยู่ในชุดสีดำสนิทเช่นเดียวกับเขา ก็พอจะเดาได้

  • เพทายลายกะรัต   บทส่งท้าย.. 246

    ช่อดอกไม้ขนาดกะทัดรัดแต่มีน้ำหนักพอดูถูกโยนจนลอยละลิ่วตามประสาดอกไม้งานแต่ง เพียงแต่ช่อดอกไม้ในคราวนี้อาจจะน่าสงสารกว่าช่อดอกไม้ในงานแต่งอื่นๆนิดหน่อย เพราะคนรอรับดอกไม้มีแต่ผู้ชาย? ต้องขอบคุณไอเดียสุดล้ำของเจ้าสาวสุดสวยนามว่ากะรัต ที่ดันนึกสนุกด้วยการเพิ่มดอกไม้งานแต่งเข้ามาอีกช่อ! พร้อมกับสร้างเงื่อนไขเล็กน้อยแต่กลับสามารถดึงดูดใจคนในงานได้เป็นอย่างดี‘จะมีผ้าขาวกั้นเวทีไว้ แล้วเราสองคนจะโยนช่อดอกไม้พร้อมกันนะคะ...สองคนที่รับช่อดอกไม้ได้ จะได้ตั๋วฟรีพร้อมที่พักสำหรับสามวันสองคืนให้ไปเที่ยวด้วยกันค่ะ!’เพราะเพื่อนของบ่าวสาวล้วนแล้วแต่เป็นคนโสดเสียส่วนมาก ผลตอบรับจึงแสดงออกมาให้เห็นด้วยจำนวนแขกเกือบทั้งงานที่ไปออรวมกันตรงหน้าเวที..“ไม่ไปแย่งดอกไม้กับเขาหรือไง?” น้ำเสียงขบขันของผู้อาวุโสเขื่อนเพชรตั้งคำถาม“คุณปู่ก็ยังนั่งอยู่นะครับ ไม่ได้ไปแย่งดอกไม้เหมือนกัน” ณัฐนัยตอบกลับลอยลมพลางจิบคอกเทลในมือด้วยท่าทางเรื่อยเฉื่อย เหลือบมองความวุ่นวายหน้าเวทีแล้วรู้สึกเหมือนกำลังเห็นสงครามขนาดย่อมของเหล่าชายฉกรรจ์“บ๊ะ! ถ้าลุกไปย่าของเจ้าพีทก็แพ่นกบาลแยกสิว่ะ!” น้ำเสียงกริ่งเกรงแกมขบขันตอบกลับ“ผ

  • เพทายลายกะรัต   เส้นทางของโชคชะตา 245

    ดวงตากลมใสกวาดมองภาพสะท้อนของตัวเองผ่านกระจกบานยาวจรดพื้นด้วยความพึงพอใจ วันนี้เธออยู่ในชุดเกาะอกสีขาวปักเลื่อมเงินประดับด้วยระบายลูกไม้อย่างพอเหมาะที่รับกับกระโปรงยีนฟูฟ่องเหนือเข่าเล็กน้อย กะรัตหมุนอีกรอบเหมือนต้องการชื่นชมชุดแต่งงานที่ออกแบบเอง แต่คงเพราะไม่ค่อยชินกับรองเท้าเท่าไรจึงเสียหลักเซถลาได้อย่างง่ายๆ เคราะห์ดีที่ใครอีกคนเปิดประตูเข้ามาแล้วช้อนอุ้มไว้ได้ทัน“เปลี่ยนเป็นรองเท้าผ้าใบดีไหม?”คนถูกถามครุ่นคิดครู่เดียว ค่อยยกมือกอดอกพลางส่ายหน้าปฏิเสธ“ไม่เอาค่ะ รองเท้าคู่นี้มันเข้ากับชุดนี้มากกว่า”“เดี๋ยวก็สะดุดอีก” เพทายค่อนขอดแต่ก็กระชับวงแขนขึ้นอีกนิด รู้ดีว่าถ้าหากกะรัตเริ่มยกมือขึ้นกอดอกแบบนี้แสดงว่าเธอไม่ค่อยชอบใจในสิ่งที่เขาพูดออกมาเท่าไร ก็เลยทำได้เพียงถอนใจแล้วบ่นเสียงอ่อน “แต่ถ้าเมื่อกี้พี่มาไม่ทัน เราก็คงเอาหัวไปวัดความแข็งของพื้นแล้วนะ”คนที่เกือบเอาหัวไปวัดความแข็งของพื้นทำหูทวนลม มือบางที่กอดอกอยู่จนถึงเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นขยับเนกไทหูกระต่ายที่ทำจากผ้ายีนที่เข้าคู่กับสีกระโปรงของตัวเองให้เจ้าของวงแขนกว้างเล็กน้อย “ถ้าสะดุดอีก..” เสียงหวานเว้นวรรคเล็กน้อยเหมือนจะค

  • เพทายลายกะรัต   เส้นทางของโชคชะตา 244

    กำหนดการงานแต่งหลังผ่านความช่วยเหลืออย่างหนักหน่วงและเต็มไปด้วยความหวังดีของบรรดาญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย ทำให้กะรัตและเพทายเริ่มไม่แน่ใจว่า...สรุปแล้วมันคือการแต่งงานของคนสองคนหรือเป็นการแต่งงานของสองครอบครัวกันแน่? แต่ได้ความคิดเห็นที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันว่าน่าจะเป็นอย่างหลังเพราะในตอนแรกกะรัตและเพทายเห็นพ้องต้องกันว่าควรจัดงานแต่งเล็กๆที่มีเฉพาะ ‘คนกันเอง’ เท่านั้น แต่พอพูดคุยกับครอบครัวทั้งสองฝ่ายดูเหมือน ‘คนกันเอง’ จะขยายตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นงานเลี้ยงที่มีจำนวนแขกหลายร้อยคนตอนไหนก็ไม่ค่อยแน่ชัด..“เดี๋ยวนะ! ทำไมจำนวนซองงานแต่งมันงอกขึ้นมาอีกแล้วล่ะ?” กะรัตร้องถามด้วยความตกใจ เมื่อกวาดตาอ่านใบรายชื่อแขกฉบับล่าสุดที่จันทร์เจ้าส่งให้“คุณมาริสาท่านให้คนเอารายชื่อมาเพิ่มเมื่อเย็นวานนี้ เห็นบอกว่าเป็นเพื่อนของท่านที่ทำไร่ชาอยู่ทางเหนือ ถ้าไม่เชิญเกรงว่าจะเสียมารยาทค่ะ” เลขาคนสนิทแจกแจง“ห้าสิบคนเลยนะคะ ถ้าทำไร่ชาทั้งหมดไม่กินพื้นที่ภูเขาไปสองลูกครึ่งแล้วเหรอ?” กะรัตหัวเราะแกนๆก่อนจะรับแฟ้มเอกสารอีกฉบับมาอ่านทวนแล้วค่อยจรดปลายปากกาอนุมัติ “ช่วงบ่ายพิงค์มีนัดสัมภาษณ์หัวหน้าฝ่ายก

  • เพทายลายกะรัต   เส้นทางของโชคชะตา 243

    สองเรื่องที่สินธรร้องขอไม่ได้หนักหนาสาหัสอะไรในความรู้สึกของกะรัต ตรงข้ามมันกลับฟังดูเป็นคำขอที่น่าพิศวงและไม่สมเป็นเขาเสียด้วยซ้ำไป แต่ความเคลือบแคลงสงสัยก็ไม่ได้วนเวียนอยู่ในความคิดนานนักเพราะไม่กี่วันหลังจากนั้น เพชรลดาก็โทร.มาแจ้งข่าวทั้งที่ยังร่ำไห้ปริ่มจะขาดใจว่าสินธรจากไปแล้วงานศพของสินธรถูกจัดเจ็ดวันเต็มตามคำขอของเจ้าตัว ตลอดสัปดาห์ของการจัดงานกะรัตสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติหลายอย่าง อย่างแรกคือมารดาของเธอดูไม่ค่อยเศร้าเท่าไรกับการจากไปของน้องชายสุดที่รัก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเพชรลดาที่ร้องไห้จนเป็นลมล้มพับไปหลายหน...ในวันเผาค่อยเห็นว่านพเก้ายืนปาดน้ำตาเงียบๆอยู่หน้าเมรุ มองกลุ่มควันที่ลอยไกลไปบนท้องฟ้ากว้างราวกับกำลังบอกลาส่วนอีกเรื่องที่สร้างความฉงนให้อย่างแท้จริง คือการร่ำไห้อย่างหนักหน่วงของเลขาคนสนิทของเธอเอง จันทร์เจ้าดูเจ็บปวดกับการจากไปของสินธรมากกว่าพบธรรมที่คอยช่วยประคองอยู่ข้างๆเสียอีก กะรัตค่อยมาเข้าใจความหมายของน้ำตาในตอนหลัง เมื่อได้รู้ว่าเด็กในการอุปการะของสินธรเมื่อหลายปีก่อนไม่ได้มีเพียงพบธรรมแต่ยังรวมไปถึงจันทร์เจ้าด้วยอีกคน..‘น้าอยากให้เธอตามจันทร์เจ้ากลับมาทำ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status