LOGIN“เห้ย!อีตุ๊ด!!!”ทันทีที่ฉันหันมามองอีกข้างของผนังห้องก็ต้องตกใจเพราะมีร่างผิวดำทะมึนของอีตุ๊ดนอนอยู่ข้างๆฉันและที่สำคัญมันไม่ได้ใส่เสื้อผ้า ฉันเบิกตาโตขึ้นด้วยความตกใจรีบเปิดผ้าห่มดูร่างกายตัวเองทันที แล้วก็ต้องร้องอ้าปากค้างแหกปากร้องลั่นด้วยความตกใจ เพราะร่างกายของฉันไม่ได้มีอะไรสวมหรือใส่อยู่เลย
“ย๊ากกกกกกกอุ๊บบบ!!”เสียงของฉันขาดหายไปทันทีเพราะอีตุ๊ดมันเอาหมอนมาอุดปากฉัน อีบ้า!!!!! มันจะฆ่าฉันเรอะ! “หยุด!หุบปากเหม็นๆของเธอได้แล้วนางชะนี!!!”เขาตะโกนใส่หูฉัน มันกล้าดียังไงว่ามาว่าฉันปากเหม็นนะฮ่ะ พรึบ “อื้อ”อีตุ๊ดร้องออกมาด้วยความทรมานเพราะฉันได้เบี่ยงร่างกายขึ้นมาคร่อมร่างเขาแทนและหยิบหมอนมากดลงไปที่หน้าของเขาทันที “ตายซะเถอะ!!!”ฉันพูดขึ้นและกดมือให้แรงขึ้นเพราะตอนนี้เขาได้ดิ้นและมือทั้งสองข้างของเขาได้จับหมอนดันสู้กับฉัน เขายิ่งขัดขืนฉันก็ยิ่งใช้กำลังอุดหมอนให้หนักขึ้นและกดลงไปตามแรงอารมณ์ของฉัน “เอือกกกกก”เสียงคนร้องดังเอือกสุดท้ายก่อนที่ร่างกายของคนใต้ร่างฉันแน่นิ่งไป ทำให้ฉันได้สติรีบจับหมอนใบใหญ่ดึงออกมาจากหน้าของเขา ก็เห็นว่าอีตุ๊ดนั้นนอนหลับตาแน่นิ่งไปแล้ว “ตายแล้วเหรอว่ะ?!”ฉันพูดขึ้นด้วยความตกใจ พลางยื่นนิ้วชี้ไปตรงรูจมูกของเขาเพื่อดูว่าเขายังหายใจอยู่รึป่าว “เห้ย!ไม่หายใจ!!!”ฉันร้องขึ้นด้วยความตกใจเพราะเขาไม่ได้หายใจแล้ว ฉันรีบคว้าข้อมือของเขามาวัตรชีพจรทันทีแต่ก็ไม่พบว่าชีพจรเต้นอยู่ พรึบ “ฉันไม่ได้ตั้งใจ ตุ๊ดฉันขอโทษ”ฉันเอ่ยบอกจากความรู้สึกผิดของฉัน “ก็ใครใช้ให้เธอมาว่าปากฉันเหม็นกันล่ะย่ะ!”ฉันพูดบอกเขาไป ใช่สิฉันต้องปั้มหัวใจให้เขา เมื่อนึกได้ดังนั้นฉันจึงขยับร่างของฉันมานั่งอยู่ข้างๆกายของคนที่นอนแน่นิ่งไม่หายใจไปและนั่งชันเข่าเพื่อจะได้ปั้มหัวใจให้เขาง่ายขึ้น พรึบ พรึบ “ฟื้นสิ อีตุ๊ด!!!”ฉันปั้มหัวใจไปก็พูดบอกเขาไปให้ฟื้นขึ้นมา แต่เขาก็ไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นขึ้นมาได้เลย มีทางเดียวคือเม้าท์ทูเม้าท์ผายปอดเพื่อเอาอากาศให้เข้าไปในร่างกายของเขา พรึบ “ฟู่ๆๆๆๆฟูวววว”ฉันเอามือบีบจมูกของเขาและก้มหน้าลงเอาปากประกบปากและเริ่มเป่าลมลงไปให้ช่องปากของเขา ฟุบ “เห้อออออออออ”ฉันล้มตัวลงนอนลงข้างๆเขาอย่างคนหมดแรง ฉันทั้งผายปอดให้เขาทั้งปั้มหัวใจให้เขาจนหลายสิบนาทีเขาก็ไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นหรือหายใจเลย นี้ฉันฆ่าคนตายจริงๆเหรอเนี่ย “ฉันเพิ่งจะอายุ19เอง มือของฉันก็ต้องมาเปื้อนเลือดเพราะฆ่าตุ๊ดแล้วเหรอเนี่ย!”ฉันพูดขึ้นพลางชูมือทั้งสองข้างสูงขึ้นและพลิกมือไปพลิกมือมา “ในคุกจะลำบากไหมนะ คุณแม่เอาฉันตายแน่ๆเลย เห้อออออออออออ”ฉันบ่นขึ้นพลางเอามือมาทึ้งหัวตังเองและผ่อนลมหายใจออกมาอย่างยาวเหยียด และค่อยๆปิดเปลือกตาลงอย่างคนที่มองไปทางไหนก็มืดแปดด้าน ฉันคิดอะไรไม่ออกทั้งนั้น ฉันจะทำยังไงกับศพอีตุ๊ดนี้ดี ฉันจะต้องไปที่สถานีตำรวจและไปบอกเขาว่าฉันฆ่าตุ๊ดตายแบบนี้ใช่รึป่าวน่ะ อนาคตที่สวยงามของฉันกำลังจะดับลง เสื้อกาวร์สีขาวที่ฉันจะต้องสวมเพื่อรักษาคนไข้กำลังจะพังทลายลงเพราะอีตุ๊ดนี้คนเดียว “คนบ้าอะไรว่ะ ตายง่ายจัง!”ฉันพูดขึ้นอย่างหงุดหงิดและค่อยๆปล่อยให้สมองของฉันว่างเปล่าลงขอนอนสักงีบเเล้วพอตื่นมาค่อยหาวิธีจัดการศพของตุ๊ดนี้ 15:30น. “อื้ออออออออ”ฉันครางขึ้นด้วยความขี้เกียจอีกครั้ง ฉันไม่รู้ว่าตัวเองหลับไปนานเท่าไหร่ที่ฉันต้องตื่นขึ้นมาเพราะฉันปวดฉี่ “ปวดอะไรตอนนี้ กำลังนอนหลับสบายๆอยู่เลย”ฉันบ่นขึ้นด้วยความหงุดหงิดเพราะฉันเป็นคนที่ชอบนอนกลางวันมากกว่ากลางคืน เพราะกลางคืนฉันคือนักท่องเที่ยวยามราตรียังไงล่ะ พรึบ “ห้องน้ำอยู่ไหน?”ฉันลุกขึ้นจากเตียงและค่อยๆลืมตามองหาห้องนำ้“ใช่ค่ะ ชอบผู้ชาย”ฉันตอบเขาไปตามความจริง คำใบ้บ้าๆของพี่รหัสฉันเองแหละ(งั้นโอเครตามนั้นห้างSร้านอาหารDที่เหลือไปหาเองว่าคนไหน)พี่พายุบอกฉัน“ค่ะ ขอบคุณค่ะ”ฉันพูดเสร็จก็ตัดสายพี่พายุทิ้งและนอนต่อเพราะนี้มันเพิ่งจะสิบเอ็ดโมงเช้าเหลือเวลาอีกตั้งสองชั่วโมงแหนะห้าง S ร้านอาหารD“คนไหนว่ะเนี่ย ผู้ชายหรือผู้หญิงลืมถามพี่พายุ”ฉันพูดบ่นขึ้นและค่อยๆไล่สายตามองผู้คนในร้านที่มีทั้งผู้หญิงผู้ชาย เด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายทั้งผู้ชายและผู้หญิงนั่งอยู่เต็มร้านไปหมด และที่ทีสะดุดตาฉันก็คงจะมีแต่ผู้ชายที่นั่งคุยกับพี่ไดมอนด์อยู่นั้นแหละ วันนี้ฉันใส่กางเกงขาสั้นและเสื้อสายเดี่ยวคลุมตัวเสื้อแขนยาวตัวสีเขียนอ่อนสวมหมวกสีขาวและตามด้วยแว่นกันแดดสีดำ“มาอยู่ที่นี้ได้ยังไงว่ะ?”ฉันพูดขึ้นเมื่อพี่ไดมอนด์เงยหน้ามาสบเข้ากับฉัน เขายิ้มหวานให้ฉันและกวักมือเรียกฉันให้เดินเข้าไปหาเขา ฉันจึงต้องจำใจเดินเข้าไปหาเขา“พี่สาวน่ารักจังเลยนะครับ^_^”เสียงนุ่มทุ้มเอ่ยขึ้นเมื่อฉันเดินผ่านโต๊ะของกลุ่มเด็กนักเรียนมอปลายสามคนที่สวมชุดเครื่องแบบกางเกงนักเรียนสีนำ้เงินสามคนโรงเรียนนี้ค่าเทอมแพงอยู่เหมือนกันน่ะ“ย่ะ ฉันรู้
“มันเป็นใครว่ะ เดินเข้าออกห้องคนอื่นเหมือนบ้านตัวเองเลย!”ฉันพูดขึ้นและค่อยๆย่องๆเดินไปยังห้องอาบนำ้เพื่อจะดูว่าเงานั้นเป็นของใคร เพราะฉันปิดไฟในห้องทุกดวงเลยไม่สามารถมองเห็นหน้าตาของเงาปริศนานั้นได้แต่มันไม่ใช่ผีแน่นอน“มันเป็นคน เพราะว่าถ้าเป็นผีมันจะเปิดประตูทำไม มันต้องเดินผ่านประตูไปเลย หึๆๆ ฉลาดจริงๆไต้ฝุ่นเอ้ย^_^”ฉันพูดขึ้นและยกแขนขึ้นมากอดอกและยิ้มอย่างภาคภูมิใจ ดีน่ะที่ฉันกินยาแก้ปวดท้องไปแล้วน่ะเลยไม่ค่อยปวดเท่าไหร่“เห้ย!ผู้ชาย!”ฉันพูดขึ้นเมื่อแอบมองทะลุไปยังห้องอาบนำ้ที่เป็นประตูกระจกใสที่ตอนนี้มีไอนำ้เกาะตู้กระจกอยู่บางแต่ก็สามารถมองเห็นว่าร่างของคนที่อยู่ในห้องอาบนำ้นั้นเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย“ใครว่ะ พี่พายุเหรอ?”ฉันยังคงพูดกับตัวเอง แต่พี่พายุเพิ่งจะบินไปเมื่อเช้านี้เองน่ะ เพราะฉะนั้นไม่ใช่พี่พายุแน่นอน! ฉันทิ้งตัวลงนั่งบนที่นั่งหน้าห้องอาบนำ้เพื่อรอให้ร่างนั้นออกมาจากห้องอาบนำ้ พอร่างนั้นเดินออกมาปุป ฉันก็จะยกไม้เบสบอลฟาดหัวมันไปเลย หึๆๆ“เล่นกับใครไม่เล่น มาเล่นกับคนอย่างไต้ฝุ่น^_^”ฉันพูดขึ้นและแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย ไม่ว่ามันจะเป็นใคร ถ้าล้วงคอหูเห่าขนาดนี้ อย่าคิดว่ามั
“โอ้ยยย”ฉันร้องขึ้นเมื่อขยับตัวลุกขึ้นนั่งเพื่อจะลุกออกจากที่นอน เอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าตังค์กับคีย์การ์ดแต่ฉันก็ต้องแปลกใจเมื่อคีย์มันถูกวางไว้ข้างกระเป๋าตังค์ของฉันสองใบ ฉันจำได้ว่าฉันทำมันหายที่ไหนไม่รู้หนึ่งใบแต่เมื่อสองสามวันก่อนมากลับปรากฎอยู่ที่ห้องของฉันครบทั้งสองใบเลย“อื้อออออ”ฉันกัดฟันและค่อยๆก้าวขาเดินเรื่อยๆไปตามห้องต่างๆที่อยู่ในคอนโดของฉัน จนไปถึงหน้าประตูห้อง ฉันก็สวมรองเท้าหูคีบและเปิดประตูออกไปยังทางเดินมุ่งหน้าไปยังลิฟท์ที่อยู่เบื้องหน้าฉัน คุณพ่อกับคุณแม่และพี่พายุไปดูงานที่ต่างประเทศ เลยไม่สามารถมีใครมาดูแลฉันได้เลยสักคน หนูผิงฉันก็เกรงใจเธอไม่ค่อยกล้าขอร้องให้เธอมาดูแลฉัน“สวัสดีครับ^_^”พี่ยามหน้าซุปเปอร์มาร์เก็ตเอ่ยทักทายฉันพร้อมกับทำท่าตะเบ๊ะฉันก็ยิ้มให้เขา“สวัสดีค่ะพี่ยาม^_^”ฉันเอ่ยทักทายเขากลับ ฉันกับเขาค่อนข้างสนิทกันน่ะ เพราะเขาจะขึ้นไปประจำที่ชั้นของฉันบ้างเป็นบางทีเป็นคนส่งดอกไม้จากหนุ่มๆให้ฉัน“กลับมาตอนไหนเหรอครับ ผมไม่ยักจะเห็น”พี่ยามเอ่ยถามฉันในขณะที่ฉันกำลังจะเดินผ่านเขาเข้าไปในซุปเปอร์มาร์เก็ต ฉันก็หันไปมองหน้าเขาอย่างนึกแปลกใจ เขาพูดถึงอะไรฉันไม่เข
00:00น.ไค พิธิวัชร์...“ฉันมาทำอะไรที่นี้?”ผมเอ่ยถามตัวเองไปและมองไปยังร่างบางที่กำลังนอนหลับไหลอยู่บนที่นอนสีหวานของเธอใบหน้าหวานกำลังหลับปุ๋ยเหมือนเด็กๆผิดกับผมที่เนื้อตัวเปียกโชกไปหมดเพราะฝนข้างนอกตกหนักมาก กว่าผมจะเข้ามาที่นี้ได้ไม่ใช่เรื่องง่ายจริงๆ แต่ยัยนี้เซอะซะมีคีย์การ์ดเข้าห้องสองใบแต่ยันนี้ดั้นไปทำตกไว้ที่ห้องของผมอันหนึ่งซึ่งผมกะว่าจะเอามาคืนเธอแค่นั้นเองน่ะ จริงๆน่ะ ผมพูดจริงๆ“ขอใช้ห้องนำ้หน่อย”ผมพูดขออนุญาตเจ้าของห้องที่กำลังนอนหลับอยู่ในท่าที่อุบาทมาก ต้องขอให้คำว่าอุบาทจริงๆ เป็นผู้หญิงแท้ๆแต่นอนก้นเปิดโชว์อยู่นั้นแหละ ที่จริงเธอสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวยาวน่ะแต่ดูเหมือนเธอจะใส่เพียงแพนตี้สีขาวตัวเดียวและเธอกำลังนอนควำ้หน้าอยู่ก้นงอนโด่งขึ้นขาทั้งสองข้างอ้าออกจากกัน เนี่ยเห็นไหมผมบอกแล้วว่ะอุบาท!พรึบผมเดินเข้ามาในห้องนำ้แลเริ่มถอดเสื้อผ้าเพื่อจะอาบนำ้เพราะเสื้อผ้าของผมเปียกโชกไปหมดซ่าาาาาาาาาา“ทำไมใจต้องเต้นแรงเวลาอยู่ใกล้เธอ?”ผมหลับตาลงพร้อมกับยกมือขึ้นมากุมหน้าอกข้างซ้ายของตัวเอง“ทำไมต้องคอยอยากรู้อยากเห็นว่าวันๆหนึ่งเธอคนนี้ทำอะไร?”“ทำไมใจต้องวูบๆวาบๆหวิวๆเวลาท
“น้องฝุ่นมายังไงครับ?”พี่ไดมอนด์เอ่ยถามฉันในขณะที่เราสองคนกินข้าวกันเสร็จแล้ว“ขับรถมา”ฉันตอบเขาไปตามความจริง พี่ไดมอนด์ก็ยิ้มขำกับท่าทางของฉัน“ขำอะไรคะ?”ฉันเอ่ยถามเขาไป เขาก็ยิ้มหวานให้ฉัน“ขำคนสวยครับ”เขาตอบฉันมา ฉันก็ยิ้มหวานส่งไปให้เขาทีหนึ่ง “ขอบคุณนะคะที่ชมว่าสวย”“ครับ ก็จริงหนิครับยิ่งโตยิ่งสวย^-^”“แหวะ!”เสียงของบุคคลที่สามทำเสียงขึ้น“เป็นอะไรว่ะ?!!”พี่ไดมอนด์หันไปมองหน้าพนักงานเด็กเข็นรถเข็นอย่างเอาเรื่อง ฉันจึงหันไปมองตามเขาก็พบว่าเด็กที่เข็นรถเข็นมันหน้าตาคุ้นๆ“ป่าวครับ”เสียงพนักงานตอบกลับมา ฉันก็เลิกสนใจเขาและหันมามองหน้าพี่ไดมอนด์ต่อ เขามีอายุมากกว่าฉันหกปี เขามีความเป็นใหญ่สูงและมีความเป็นผู้นำตรงนี้ก็เป็นเสน่ห์ของเขาอีกแบบหนึ่ง ผู้ชายที่ขยันทำงานและประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย“แล้วมึงทำเสียงอ้วกทำไม มึงเลี่ยนอะไรหนักหนา!!!”พี่ไดมอนด์ลุกขึ้นยืนและชี้หน้าว่าพนักงานของร้านอาหารแห่งนี้ ฉันที่ไม่ชอบเห็นคนอื่นถูกรังแก“พี่ไดมอนด์คะ ฝุ่นขอตัวกลับก่อนนะคะ มหาลัยใกล้จะเปิดแล้วฝุ่นต้องไปเตรียมตัว”ฉันลุกขึ้นยืนและเอ่ยบอกพี่ไดมอนด์ไป เขาก็เลิกสนใจพนักงานคนนั้นและหันมาให้
คอนโดA10:30น.ไต้ฝุ่น ตรีชฏา...“ฮัลโหล”ฉันกดรับสายและพูดตอบปลายสายไปทันที(อยู่ไหน?ทำอะไรอยู่?กินข้าวรึยัง?)เสียงดัดเล็กแหลมเอ่ยถามฉันกลับมาแทบจะทันทีหลังจากที่ฉันพูดเสียงกรอกใส่ปลายสายไป“อยู่คอนโดกำลังจะออกไปกินข้าวนี้แหละ มีอะไร?”ฉันพูดด้วยนำ้เสียงเร่งรีบ เพราะตอนนี้ฉันรีบจริงๆนั้นแหละ ฉันสวมรองเท้าส้นสูงและรีบเปิดประตูคอนโดออกมาเพื่อจะออกไปข้างนอกวันนี้ฉันมีนัดทานข้าวกับพี่ไดมอนด์ว่าที่คู่หมั้นของฉันเอง(ป๊าวว ก็แค่ถามดู)“อ๋อเหรอจ๊ะ ถ้าไม่มีอะไรแค่นี้น่ะ!!”ฉันพูดรัวเร็วมันจะโทรมากวนประสาทฉันทำไมตอนนี้ คนยิ่งรีบๆอยู่พลานให้อารมณ์เสียอยู่ได้(ย่ะ รีบร้อนแบบนี้ สงสัยจะออกไปกินข้าวกับผู้ชาย)เสียงดัดจริตเล็กแหลมเอ่ยออกมาด้วยนำ้เสียงกระแหนะกระแหนฉัน“ใช่ จะออกไปหาผู้ใหม่เบื่อของเดิมๆ!!!”ฉันพูดด้วยอารมณ์หงุดหงิดและตะคอกใส่ปลายสายไปจนปลายสายเงียบเสียงไปสักพัก“แค่นี้แหละ รำคาญ!!!”ฉันพูดเสร็จและกดตัดสายทิ้งทันที และเดินกระทืบเท้าไปยังโรงจอดรถชั้นของฉันและบึ้งรถออกไปยังสถานที่นัดหมายของเราสองคนทันที ความจริงฉันขอนัดกับพี่ไดมอนด์นอกรอบเองแหละ เพราะคุณพ่อของฉันท่านบังคับให้ฉันหมั้นกับพี่ได







