Mag-log inกฤตินยืนมองตามท้ายรถของตนที่มีพลทหารทำหน้าที่ขับไปส่งเกวลีและปยุตเดินทางกลับเข้ากรุงเทพเคลื่อนไปจนลับสายตาด้วยความรู้สึกโล่งอก ต่อไปก็เหลือปัญหาเรื่องทัชชาที่เขาจะต้องจัดการแก้ไขให้จบเร็วที่สุด เพราะเขายังมีปัญหาใหญ่กว่าอย่างเรื่องของไอ้เสี่ยดำเกิงรอให้กลับไปจัดการอยู่นายทหารหนุ่มสูดลมหายใจเต็มปอดเตรียมตัวที่จะกลับไปรับมือกับทัชชา ไม่รู้ว่าเธอจะออกฤทธิ์ออกเดชสักแค่ไหนกับการเจรจาสงบศึกและคำขอโทษของเขา แค่คิดชายหนุ่มก็ถอนหายหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะเดินลัดเราะแทรกตัวไปตามพุ่มไม้ทะลุสวนหลังบ้านผ่านรั้วไม้ระแนงออกไปยังที่ดินรกร้างซึ่งมีบ้านไม้ทรุดโทรมปลูกสร้างอยู่โดดเด่นกลางลานดินที่รายล้อมไปด้วยแมกไม้นานาพันธ์“กรี๊ดดดด...ปล่อยฉันออกไปเดี๋ยวนี้นะ” เสียงโวยวายของทัชชาลอยตามสายลมผ่านเข้าโสตหูของเขาตั้งแต่ยังไม่ทันโผล่พ้นแนวไม้ซะด้วยซ้ำ“เฮ้อ...ยายสิบแปดหลอดเอ๊ย อาละวาดลั่นทุ่งแบบนี้จะคุยกันดี ๆ รู้เรื่องไหมวะเนี่ย” เขาสบถขณะถอนหายใจและรีบเร่งฝีเท้าเดินตรงไปยังบ้านไม้ที่เห็นอยู่ตรงหน้า“ไอ้ชาติชั่ว ไอ้สารเลว แกอยู่ที่ไหนกลับมาปล่อยฉันออกไปเดี๋ยวนี้นะ ไอ้ลูกหมา” ทัชชาตะโกนด่าชายหนุ่มซึ่งกำลังวิ่
ย่ะ...หล่อนหายไปแค่สัปดาห์เดียวไม่ได้หายไปเป็นปีนะยะแม่เกวลี ถามซะอย่างกับไม่ได้เจอกันเป็นปีอย่างนั้นแหละ” เบ็ตตี้ต่อว่าด้วยความหมั่นไส้“อะไรมันก็เกิดขึ้นได้ทุกเวลาทุกนาทีนี่คะ พอกรีนต้องมาผ่านวินาทีเป็นวินาทีตายแบบนี้ก็อดนึกถึงทุกคนขึ้นมาไม่ได้ เกือบไปแล้วจริง ๆ นะคะพี่เบ็ต กรีนเกือบเอาชีวิตไม่รอด เกือบไม่มีโอกาสได้กลับไปเจอทุกคน มันเลยทำให้กรีนได้คิดหลายอย่างนะค่ะ”“มันก็จริงเนอะ ชีวิตคนเรามันไม่แน่นอน จะตายวันตายพรุ่งกันก็ไม่รู้ เพราะฉะนั้นมีเรื่องอะไรผิดข้องหมองใจก็อภัย ๆ ให้กันซะ ก่อนจะตายจากกันไปโดยไม่มีโอกาสได้ทำความเข้าใจก็ดี พี่น่ะอยากเห็นพวกเธอทั้งสี่คนมีชีวิตที่สดใสและก็เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันมาตลอดตั้งแต่พวกเรารวมทีมกันแล้วรู้ไหม”“ขอบคุณค่ะพี่เบ็ต นับจากวันนี้ไปกรีนจะเลิกมองทุกคนในแง่ร้ายซะที กรีนสัญญาว่าจะเลิกกวนโมโหยายสามสาวนั่นจริง ๆ ค่ะพี่”“ดีย่ะ แต่จะว่าไปช่วงนี้พวกหล่อนทุกคนดูจะดวงซวยเหมือนกันหมดเลยนะ แคสซี่ก็เพิ่งโดนแฟนคลับนายโรมแกล้งที่ห้างจนเกือบหน้าแตกกลางเวที ดีนะน้องคุณช่วยไว้ได้เลยไม่ ส่วนยายนิ่มก็กำลังพยายามพิชิตใจคุณณกุลสุดฤทธิ์ แล้วยิ่งไล่ล่ารายนั้นจะยิ่ง
“คุณช่าไม่มีวันทำเรื่องแบบนี้ได้หรอกพี่กาย เธอก็แค่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง ถึงจะแค้นกรีนแค่ไหนแต่ก็คงไม่ทำกันถึงขนาดนี้แน่ ส่วนคุณยุต...เขาช่วยกรีนไว้หลายครั้ง กรีนมั่นใจว่าพวกเขาไม่ใช่คนร้ายค่ะ”เกวลีเอ่ยด้วยความมั่นใจ ถึงเธอจะไม่รู้จักทัชชาเป็นการส่วนตัว แต่จากเสียงล่ำลือเกี่ยวกับความเก่งกาจในการทำงานหน้าที่พีอาร์บริษัทของหญิงสาวและความมีน้ำใจเอื้อเฟื้อแก่เพื่อนร่วมงานแม้เจ้าหล่อนจะมีนิสัยแรง ๆ หลายอย่างก็ตาม เกวลีจึงมั่นใจว่าผู้หญิงอย่างทัชชาไม่มีทางทำเรื่องร้ายกาจขนาดนี้ได้แน่ ๆ“พี่ว่าอย่าเพิ่งวางใจนักก็ดี ถึงเรื่องในวันนี้จะไม่เกี่ยวกับหล่อน แต่ผู้หญิงอารมณ์ร้ายเจ้าคิดเจ้าแค้นอย่างยายนั่น สักวันอาจสร้างปัญหาให้แกก็ได้ ใครจะไปรู้” กฤตินเผลอเอ่ยถึงหญิงสาวเจ้าอารมณ์คนนั้นตามที่รู้สึก“พี่กายพูดเหมือนกับว่ารู้จักกับคุณช่าแล้วอย่างนั้นแหละ” เกวลีขมวดคิ้วเอียงคอมองพี่ชายเหมือนจะจับพิรุธ“เปล่า...ฉันจะไปรู้จักหล่อนได้ยังไง” กฤตินรีบปฏิเสธเสียงสูงพร้อมกับลุกขึ้นยืนเต็มความสูงรีบหาทางเลี่ยงเอาตัวรอดจากสายตาระแวงของเกวลีทันที“เดี๋ยวฉันไปดูอาการบอดี้การ์ดของแกหน่อยดีกว่า เขาอุตส่าห์เสี่ย
กฤตินทำมือส่งสัญญาณให้ลูกน้องออกไปก่อน รอกระทั่งทุกคนลับตาจึงโอบบ่าน้องสาวพากันเดินตรงไปมุมห้องซึ่งมีโต๊ะและเก้าอี้ไม้วางเป็นชุดรับแขกอยู่ในมุมนั้น มีเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นในขณะที่น้องสาวของเขาไม่อยู่ซึ่งเขาจำเป็นต้องเล่าให้เกวลีฟังโดยละเอียดจึงต้องนั่งคุยกันยาวทีเดียว “เกือบไปเหมือนกัน โชคดีที่คุณณกุลกับพี่เบ็ตตี้ออกมาแก้ข่าวเรื่องของแกสำเร็จซะก่อน” กฤตินถอนหายใจเมื่อนึกถึงเหตุการณ์วุ่นวายที่เกิด“ข่าว! พวกนักข่าวเขาเขียนถึงกรีนว่ายังไงฮะพี่กาย”เจ้าของข่าวคาว ๆ ถามด้วยความรู้สึกไม่สบายใจที่เรื่องของเธอจะสร้างความร้อนใจให้กับอาณกุลและพี่เบ็ตตี้ซึ่งช่วงนี้ทั้งสองคนจะพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกเหลือเกิน ผ่านเรื่องแคสซี่ไปได้ไม่เท่าไหร่ เธอก็สร้างเรื่องเดือดร้อนให้ตามแก้อีกแล้ว แม้เหตุที่เกิดจะไม่ใช่ความผิดของเธอก็ตาม แต่เธอก็ยังรู้สึกผิดต่อผู้มีพระคุณทั้งสองอยู่ดี“ไม่มีอะไรแล้วหละ คนพวกนั้นก็ต้องสร้างกระแสให้หนังสือตัวเองขายดี แกไม่ต้องไปสนใจหรอกน่า” กฤตินโบกมือพร้อมกับเอ่ยราวไม่ใช่เรื่องใหญ่“ก็แล้วเขาเขียนว่ายังไงล่ะ ขนาดพี่เบ็ตกับอาณกุลต้องออกมาแก้ข่าวเองแสดงว่าไม่ใช่เรื่องเล็กแน
“โชคดีที่พวกเขามาไม่ทันเห็นนางกินรีตอนถอดปีกถอดหางเล่นน้ำนะ” ปยุตกระซิบแหย่หญิงสาวเบา ๆ พอได้ยินกันแค่สองคน“...” เธอสะบัดตามองค้อนโดยไม่ต่อความกับเขารีบเดินหนีเข้าไปพูดคุยกับนายทหารหนุ่มคนหนึ่งแทนปยุตมองหญิงสาวยิ้ม ๆ แต่ทันทีที่คิดถึงเหตุการณ์ในค่ำคืนซึ่งเพิ่งผ่านพ้นไป รอยยิ้มค่อย ๆ เลือนหายพร้อมเสียงถอนหายใจพรืดใหญ่ แววตาแสดงให้เห็นถึงความเครียด เขายังคิดไม่ตกว่าจะแก้ปัญหาที่เกิดจากความผิดพลาดของตนในครั้งนี้อย่างไร เดินหน้ารับผิดชอบเธอ...ก็เท่ากับทำผิดต่อวิญญาณของแพรไหม แต่ถ้าไม่ เขาก็ผิดต่อเกวลีเช่นกัน เขาควรตัดสินใจอย่างไรกับเรื่องนี้ดี“อะไรนะ! พวกมึงเจอตัวน้องกูแล้วอย่างนั้นเหรอ” กฤตินตะโกนผ่านโทรศัพท์ในมือดังลั่นเมื่อเพื่อนนายทหารโทรมารายงานข่าวคราวของเกวลี“แล้วตอนนี้ยายกรีนอยู่ที่ไหน อยู่กับใคร” เขาถามเสียงรัวพลางจดจ่ออยู่กับคำตอบของปลายสาย“บอกยายกรีนด้วยว่ากูจะไปหาเดี๋ยวนี้” กฤตินฝากถึงน้องสาวก่อนตัดสายเมื่อได้รับคำตอบนายทหารหนุ่มถอนหายใจแรง รู้สึกโล่งอกไปเปราะกับเรื่องของเกวลีแต่กับเรื่องของหญิงสาวอีกคนนี่สิ เขายังตัดสินใจไม่ถูกว่าจะทำเช่นไรกับเธอ ถ้าสิ่งที่ทัชชาพูดมาโ
ดังนั้นทันทีที่ตะวันสาดแสงลอดผ่านปากถ้ำ หญิงสาวรีบหอบหัวใจบอบช้ำของเธอเดินตรงไปที่ลำธาร หวังใช้ความเย็นฉ่ำแห่งสายน้ำชะล้างความโศกเศร้าในคราวนี้ได้บ้าง เธอคร่ำครวญสะอื้นเสียดายตัวอยู่อย่างนั้นเกือบสองชั่วโมงกระทั่งผิวเนื้อเย็นซีดกว่าจะทำใจยอมรับด้วยหัวใจเจ็บปวดหัวใจที่เคยเผชิญกับความรวดร้าวเพราะน้ำคำคนสั่งให้เธอปกป้องใจตัวเองด้วยการสร้างกำแพงปิดกั้นความเจ็บปวดทุกชนิด เธอจึงตัดใจโยนความรู้สึกทรมานที่เกิดทิ้งไว้ใต้แผ่นน้ำและผืนป่าแห่งนี้ เธอจะถือซะว่าความสูญเสียของตัวเองในคราวนี้ คือค่าตอบแทนที่เขาเคยช่วยชีวิตเธอไว้หลายครั้งหลายคราวนับจากวันนี้ต่อไป เธอกับเขาไม่มีสิ่งใดติดค้างกันอีก...เมื่อคิดได้แบบนั้นหญิงสาวจึงตั้งใจจะกลับไปดูอาการของเขาอีกครั้งแต่เมื่อหมุนตัวเดินขึ้นจากลำธารทั้งกายเปล่าเปลือยกลับต้องเผชิญหน้ากับคนป่วยโดยไม่ทันตั้งตัวก็ทำเอาเกวลีอายจนแทบจะโดดกลับลงลำธารไปอีกครั้ง เธอรีบหมุนตัวหันหลังให้สายตากวาดสำรวจของเขาพร้อมตวาดแว้ดเสียงเขียว“หันไปเดี๋ยวนี้นะ แล้วก็ห้ามหันกลับมามองจนกว่าฉันจะแต่งตัวเสร็จด้วย”“...”ชายหนุ่มระบายลมหายใจแรงไม่สนใจเสียงแหลมของเธอ รู้สึกโล่งอกที่เห็







