LOGIN"ทำตัวห่วยแตกชิบหายดันพร่ำเพ้ออยากจะเป็นคนที่ดูแลเธอให้ดีที่สุดคงทำได้อยู่หรอก"
View Moreตอนที่ 1
ปัญหารุมเร้า ‘คะแนน’หญิงสาววัย 20ต้น ๆ พึ่งกลับมาจากมหาลัย แต่ก็ต้องแปลกใจเล็กน้อยเมื่อหน้าบ้านมีคนมายืนมุงอยู่หลายคนเธอขมวดคิ้ว ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปใกล้ “ป้านิด…พากันมาทำอะไรตรงนี้จ๊ะ…” เธอเอ่ยถามเสียงหวาน ใบหน้าผุดรอยยิ้มขึ้นมาเล็ก ๆ “นี่คะ..รีบไปดูยายแกที่โรงพยาบาลเร็ว..” “กะ…เกิดอะไรขึ้นคะ” “ก็ยายแกล้มหัวฟาดพื้นไปน่ะสิ..ป่านนี้ไม่รู้เป็นยังไงบ้าง ที่ป้ามาก็จะมาบอกแกนี่แหละ” “อะไรนะ!” เธอไม่รอให้หญิงวัยกลางตอบ รีบไปที่โรงพยาบาลในทันที คะแนนเติบโตมากับยายเพียงสองคน ตั้งแต่จำความได้ เธอก็ไม่มีพ่อแม่ ยายเป็นคนเก็บเธอมาเลี้ยงตั้งแต่ยังเป็นทารกเพียงไม่กี่วัน ช่วงเย็นของทุกวัน ยายจะไปขายข้าวแกงที่ตลาดและคะแนนก็มักจะไปช่วยอยู่เสมอ ชีวิตนี้เธอไม่มีใครอีกแล้ว…นอกจากยายเพียงคนเดียว “ยาย!” ทันทีที่มาถึงเธอก็วิ่งกรูเข้าไปที่หน้าเคาน์เตอร์ ใบหน้าตอนนี้มีแต่รอยคราบน้ำตา คะแนนหยุดยืนอยู่ที่หน้าห้องฉุกเฉินหัวใจหล่นวูบไปที่ตาตุ่ม “ญาติคุณยายพิสมัยใช่มั้ยคะ..” เสียงใสของพยาบาลดังขึ้นจากด้านหลัง เธอพยักหน้ารัวในขณะที่ยังไม่หยุดร้องไห้ “เชิญทางนี้ก่อนค่ะ” เธอเดินก้าวออกไปจากหน้าห้องฉุกเฉินช้า ๆ ตามพยาบาลสาวไปจนถึงหน้าเคาต์เตอร์พยาบาล “ก่อนหน้านี้คนไข้มีโรคประจำตัวอยู่ใช่มั้ยคะ..” “ใช่ค่ะ…เป็นความดัน” “ตอนนี้ไม่ใช่แค่ความนะคะ..ยังเป็นโรคไตเรื้อรังด้วย” “ไตเรื้อรัง..มะความว่ายังไงคะ” “ก็คงต้องฟอกไตไปตลอดชีวิตค่ะ…แต่ว่าตอนนี้มีไตที่สามารถปลูกถ่ายได้..ที่เข้ากับคนไข้ได้” “แล้วแบบไหนมันดีกว่ากันคะ…” “ตอนนี้ปลูกถ่ายไตใหม่คงดีที่สุดแล้วค่ะ…ถ้าฟอกไตก็ต้องฟอกไปตลอดชีวิต คนไข้ไม่สามารถทำงานหนัก ๆ ได้ อาจจะมีเหนื่อยงายาส่งผลกับอวัยวะอื่นด้วยอายุสั้นกว่าการปลูกถ่ายไตค่ะ…ญาติคนไข้ตัดสินใจได้เลยนะคะว่าจะเลือกแบบไหน แต่ว่าการที่จะหาไตที่เข้ากันได้นี่ไม่ง่ายเลยนะคะ บางคนเขารอกันเป็นปีๆ” “แล้วจะเสี่ยงเกินไปรึเปล่าคะ” “ผ่าตัดมีความเสี่ยงอยู่แล้วค่ะ….แต่ไม่ต้องห่วงนะคะทางเรามีหมอที่เชี่ยวชาญทางด้านนี้โดยเฉพาะ” “ละแล้วค่าใช้จ่าย….” “ประเมินราคาให้ก็อยู่ที่สามแสนห้าค่ะ” “สามแสนห้าเลยเหรอคะ” “ญาติคนไข้พิจารณาดูนะคะ…ว่าแบบไหนดีกว่า” “ค่ะ…ขอฉันคิดดูก่อนนะคะ” คะแนนนั่งลงบนเก้าอี้อย่างหมดแรง ยายขายข้าวแกงส่งเธอเรียนตั้งแต่เด็ก คนหาเช้ากินค่ำแบบพวกเราจะมีเงินที่ไหนมาเก็บถึงสามแสนอย่าว่าแต่สามแสนเลยหมื่นนึงตอนนี้ก็ไม่มี เพราะพึ่งจ่ายค่าเทอมให้เธอไป “ยายจ๋า..หนูจะหาทางช่วยยายนะ” หญิงสาวน้ำตาคลอเบ้าพูดออกมาด้วยเสียงสะอื้น ร่างอรชรสั่นสะท้านไปตามจังหวะที่เธอร้องไห้ “ฮึก ฮือ” คะแนนกลับเข้ามาที่บ้านอีกครั้ง บ้านไม้ขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ในซอย “เงินเก็บไม่มีแบบนี้..แล้วฉันจะทำยังไง” หญิงสาวตัดสินใจเดินไปหาป้านิดบ้านข้าง ๆ อย่างลังเล แต่จะให้ทำไงได้ก็เธอไม่มีทางเลือกนี่น่า “ใครน่ะ…” เมื่อเสียงเคาะประตูดังขึ้น คนจากด้านในก็ตะโกนถามออกมา “หนูเอง..” “อ้าวคะแนน..เข้ามาก่อนสิ” “ยายเป็นไงมั่ง…” เธอนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ช้า ๆ อย่างเกรงใจ “ยังไม่ออกจากห้องอซียูเลย..” “ตายจริง” “หมอบอกต้องทำการปลูกถ่ายไต..” “ผ่าตัดงั้นเหรอ...” “ใช่ค่ะ…ป้านิดพอจะมีเงินให้หนูยืมมั้ยคะ” “เท่าไหร่ล่ะ…” “สี่แสนค่ะ...” “ตายจริง…เยอะขนาดนั้นเชียว ถ้าอย่างนั้นป้าคงไม่มีให้ยืมหรอก” “หนูไม่รู้ว่าจะหันหน้าไปหาใคร…หนูอยู่กับยายแค่สองคนไม่มีพี่มีน้องที่ไหน” เธอก้มหน้าร้องไห้สะอื้นออกมาอีกครั้ง “ป้าเข้าใจ…แต่สี่แสนมันเยอะมากจริง ๆ สำหรับคนแบบเรา ไม่มีวิธีอื่นรักษาแล้วเหรอ” “หมอบอกนี่คือโอกาสดี..กว่าจะหาไตมาเปลี่ยนไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ” “…….” “หนูมืดไปหมดเลย….ไม่รู้จะทำอะไร ถ้าไม่มียายหนูก็ไม่รู้จะอยู่ไปเพื่ออะไร” “อย่าพูดแบบนั้นสิลูก….” “ทำอะไรกันน่ะ…” เสียงหวานของคนที่กำลังลงมาจากบันไดทำให้การสนทนาต้องหยุดลง “อ้าวสา..จะไปทำงานแล้วเหรอลูก” “อื้อ..ยัยคะเป็นอะไรถึงร้องไห้..” “พี่สา….” “คุยกับน้องหน่อยนะ…เดี๋ยวแม่ไปหาอะไรมาให้ทาน” “ว่าไงเป็นอะไรร้องไห้..” “ยายหนูต้องผ่าตัด..” “อะไรนะ เมื่อเช้ายังเห็นดี ๆ อยู่เลย ไงเป็นงั้นได้” “หนูไม่มีเงินเลย….” “ไปทำงานกับฉันมั้ยล่ะ…” “เอาสิ…” “ต้องการเท่าไหร่ล่ะ..เผื่อฉันช่วยได้” “สี่แสน” “จะบ้ารึไง!สี่แสน!…” “จริง ๆนะ” “คงไม่มีงานไหนที่ไดเงินสี่แสนภายในวันนี้พรุ่งนี้หรือมะรืนนี้หรอกนะ ปีนึงจะได้ถึงสี่แสนรึเปล่าก็ไม่รู้…” “ไม่มีทางอื่นแล้วเหรอ..” “ฉันน่ะทำงานที่บาร์ เป็นสายเอ็นเตอร์เทรนได้เยอะสุดก็คืนล่ะหมื่นสองหมื่น แต่นาน ๆ ที ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดีคนไม่ค่อยเข้าร้านกันหรอก….แต่ถ้าอยากได้เงินจริง ๆ ก็ต้องยอมแลก” “แลก?แลกอะไร” “มีเสี่ยรวย ๆ เยอะ เด็ก ๆ อย่างเธอน่ะสบาย ๆ ไปตอนนี้ก็ได้เลยสี่แสน ฉันก็อยากทำเหมือนกันแต่ติดที่ฉันอายุเท่าเสี่ยไปแล้ว เสี่ยที่ไหนจะมาเอา…” “แบบนั้นฉันไม่ทำหรอก..ให้ตายก็ไม่ทำ” “ก็แค่ถามดู..แต่แกรู้เอาไว้เลยนะว่าเงินสี่แสนน่ะมันไม่ใช่น้อย ๆ จะหามาได้ยังไง ฉันพูดตรง ๆ ต่อให้แกขายบ้านที่อยู่ตอนนี้ก็ไม่ถึง ขายข้าวแกงพันหม้อก็ไม่รู้จะได้รึเปล่า เว้นแต่จะถูกหวย แต่มันจะเป็นไปได้ยังไงล่ะ” “แต่ฉันก็มีศักดิ์ศรีนะ..ถึงจะจน” “ทะนงในศักดิ์ศรีมันก็ดีอยู่หรอก…แต่ศักดิ์ศรีที่แกมีมันกินได้รึเปล่า เงินเท่านั้นที่ทำให้อยู่รอด ที่ฉันทำก็เพื่อแม่ทั้งนั้น ถึงใครจะมองว่าฉันขายตัวก็เถอะ..คำพูดของคนมันไม่ได้เลวร้ายเท่าการไม่มีเงินนะ” “แต่ยังไง…” “ฉันรู้ว่าแกไม่กล้า…ฉันก็ไม่อยากเป็นคนไม่ดีที่แนะนำให้น้องไปขายตัวเหมือนกัน…ถือซะว่าฉันไม่ได้พูดอะไรแล้วกันนะ” “นะ..หนูอยากลองดู” “หื้ม….” “หนูจะเป็นอะไรก็ได้…แต่ขอแค่ยายปลอดภัย ชีวิตนี้หนูมีแค่ยาย….แม้แต่ชีวิตหนูก็ให้ได้” “เอาจริงเหรอ” “จะลองดู….” “เธออายุเท่าไหร่…” “20กว่า ๆ” “จะไม่เสียใจใช่มั้ย” “ถ้าหนูไม่ทำอะไรเลย...หนูคงเสียใจมากกว่านี้” “กลับไปคิดให้ดี ๆ ก่อน” “ไม่มีเวลาแล้ว…” “งั้นตามฉันมาเถอะ…” คะแนนเดินตามหลังนิสาไปขึ้นรถ รถแล่นออกมาได้ไม่นานก็ถึงที่หมาย “จำเอาไว้นะคะแนน.ถ้าเปลี่ยนใจก็วิ่งออกมา” “ค่ะ….” “อย่าเสียใจไปเลย…ถ้าจะต้องทำในสิ่งที่ต้องทำถึงมันจะฝืนมากก็เถอะ ตอนนั้นฉันก็คิดแบบนี้เหมือนกัน แต่พอหันกลับไปมองแม่ที่ลำบาก ที่โดนทุบตีจากพวกเงินกู้นอกระบบแล้วฉันทำใจไม่ได้จริง ๆ ฉันก็คิดเหมือนเธอ…นอกจากแม่แล้วฉันก็ไม่ต้องการอะไรอีก” “…….” “ไปกันเถอะ เดี๋ยวฉันจะพาเธอหาเจ๊ที่ดูแลที่นี่นะ…เขาจะพาเเธอไปหาคนพวกนั้นเอง” คะแนนลังเลเล็กน้อยแต่ก็ตัดสินใจก้าวขาลงจากรถภายในไม่กี่วิ เธอสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดเดินตามหลังนิสาไปตอนที่ 69ครอบครัวผ่านไปห้าปี ชื่อของ เวกัสกลายเป็นที่รู้จักในวงการธุรกิจอย่างกว้างขวาง เขาคือซีอีโอหนุ่มที่ก่อตั้งและผลักดันบริษัทให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด จนสื่อต่างประเทศยังต้องเอ่ยถึงในวัยเพียงไม่ถึงสามสิบ เขาก็ได้ขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในผู้บริหารที่อายุน้อยที่สุด แต่เต็มไปด้วยวิสัยทัศน์เฉียบแหลม สไตล์การทำงานเด็ดขาด ทว่ามีเสน่ห์เฉพาะตัวที่ทำให้คู่ค้าหลายรายยอมร่วมงานด้วยอย่างเต็มใจใบหน้าคมสันที่กาลเวลากลับเพิ่มความน่ามองมากกว่าลด ดวงตาคมที่เคยซุกซนในวัยเรียน ตอนนี้แฝงด้วยความมั่นใจและอำนาจ แต่เมื่ออยู่กับครอบครัวก็ยังคงอบอุ่นเหมือนเดิม เส้นผมสีดำสนิทถูกจัดทรงอย่างเรียบร้อยในชุดสูทตัดพอดีตัว บนเวทีงานมอบรางวัลนักธุรกิจดาวรุ่งแห่งปี แสงไฟสปอตไลต์สาดลงบนร่างสูงในชุดสูทสีดำเข้มของเวกัส เสียงปรบมือดังก้องทั่วฮอลล์เมื่อเขาก้าวขึ้นมายืนหน้ามายโครโฟนชายหนุ่มสูดหายใจเล็กน้อย ก่อนจะส่งรอยยิ้มให้ผู้ฟัง “ผมอยากบอกว่ารางวัลนี้…ไม่ได้เกิดจากผมคนเดียว” เสียงทุ้มหนักแน่นแต่แฝงด้วยความอ่อนโยนเขาเว้นจังหวะ มองไปยังมุมหนึ่งของฮอลล์ที่คะแนนและลูกนั่งอยู่ “แรงผลักดันที่สำคัญที่สุดในชีวิตผ
ตอนที่ 69หอมหน่อย|NCค่ำคืนเงียบสงัด เสียงลมอ่อน ๆ พัดแผ่วผ่านม่านหน้าต่าง ภายในห้องนอนมีเพียงแสงโคมไฟหัวเตียงสีส้มอุ่น ๆ ส่องสลัว ๆ ลูกน้อยนอนหลับสนิทอยู่ในเปลข้างเตียง เสียงลมหายใจสม่ำเสมอของเด็กน้อยทำให้บรรยากาศยิ่งสงบคะแนนนอนตะแคงอยู่บนเตียง กำลังเลื่อนสายตาอ่านหนังสือเล่มบาง ๆ อยู่เงียบ ๆ ข้างกาย เวกัสก็นอนพิงหมอนมองเธอด้วยสายตาที่ไม่ปกติเท่าไหร่ ริมฝีปากเขาแต้มรอยยิ้มบาง แต่ในแววตามีประกายซุกซนที่เธอคุ้นเคยดี“มองอะไร...หื้ม” เธอถามเสียงแผ่วโดยไม่ละสายตาจากหน้ากระดาษ“มองเมีย…คิดถึงเมีย…” เขาตอบตรง ๆ เสียงทุ้มต่ำแฝงความอ้อนอย่างเห็นได้ชัดคะแนนเหลือบตาขึ้นเล็กน้อย ยิ้มมุมปาก “ลูกเพิ่งหลับนะ อย่าเสียงดัง”เวกัสพลิกตัวเข้ามาใกล้ เธอรู้สึกได้ถึงความอุ่นจากร่างเขา ก่อนที่ปลายจมูกจะมาแตะข้างแก้มเธออย่างออดอ้อน “หอมหน่อย....น่าเอาจัง”เขาไม่รอให้เธอตอบต่อ มือหนาลูบจากเอวขึ้นไปจนถึงเนินอก บีบเคล้นเบา ๆ ผ่านเนื้อผ้าบาง ริมฝีปากก็กดจูบซอกคอช้า ๆ ลมหายใจร้อนเป่ารดจนเธอขนลุก“เวกัส…อย่า…” เสียงเธอสั่น แต่ปลายนิ้วกลับจิกผ้าปูเบา ๆ ราวกับไม่ได้ปฏิเสธจริงจังชายหนุ่มยิ้มร
ตอนที่ 68รับปริญญาคุณพ่อเดือนต่อมากลิ่นหอมอ่อน ๆ ของผัดผักกับซุปไก่ลอยคลุ้งไปทั่วครัว คะแนนยืนอยู่หน้าเตาในชุดผ้ากันเปื้อนสีครีม มือขวากำตะหลิวค่อย ๆ คนซุปในหม้ออย่างใจเย็น เส้นผมบางส่วนรวบขึ้นหลวม ๆ ปล่อยปอยผมลงมาปรกแก้มเล็กน้อยเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ดังแผ่วจากด้านหลัง ก่อนที่ความอบอุ่นของอ้อมแขนกว้างจะโอบรอบเอวเธอเข้ามาอย่างแนบแน่น แผ่นอกอุ่นและกลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ที่คุ้นเคยแตะจมูกในทันที“เวกัส…ทำอะไร” เธอเอ่ยถามพลางเหลือบมองไหล่เขาที่โน้มลงมาเกยข้างแก้ม“ก็คิดถึง”ชายหนุ่มกระชับวงแขนแน่นขึ้นเล็กน้อย ปลายคางวางพาดบนไหล่เธอ ดวงตาเหลือบมองในหม้อเหมือนจะสนใจอาหาร แต่สายตากลับหยุดอยู่ที่ใบหน้าของเธอมากกว่า“ทำอะไรกิน” เขากระซิบข้างหู น้ำเสียงทุ้มอุ่นจนเธอเผลอหัวเราะเบา ๆ“ก็อาหารเช้าไง คุณอย่ามากวน เดี๋ยวไหม้”“หอมจัง” เขาว่าพลางกอดรัดเอวเธอแน่นขึ้นอีกนิด เหมือนจงใจไม่ให้เธอขยับไปไหน“กับข้าวเหรอ”“มึง”คะแนนส่ายหน้าอย่างระอาแต่แก้มกลับร้อนขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ ความอบอุ่นจากวงแขนเขากับไอร้อนจากหน้าเตาทำให้เช้านี้เหมือนจะร้อนกว่าทุกวัน “รีบไปแต่งตัวสิ วันนี้รับปริญญาไม่ใช
ตอนที่ 67คุณพ่อมือใหม่เช้าวันใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นตอนนี้ลูกชายอายุเดือนกว่า ๆ แล้ว เวกัสตื่นก่อนเสียงนาฬิกาปลุกเสียอีก แสงแดดอ่อนส่องลอดผ่านผ้าม่านสีขาวในห้องนอน เขาลุกขึ้นอย่างเงียบที่สุด กลัวจะปลุกคะแนนที่ยังนอนหลับสนิทอยู่ข้าง ๆเสียงกระซิบเบา ๆ จากเปลข้างเตียงทำให้เขาหันไปมอง เจ้าตัวเล็กขยับแขนเล็ก ๆ พลิกตัวไปมา ริมฝีปากขยับนิด ๆ ราวกับกำลังจะร้อง เวกัสเดินเข้าไปใกล้ โน้มตัวลงจนใบหน้าห่างเพียงคืบ “ตื่นเช้าจังนะ…เอเกนลูกป๊า” น้ำเสียงเขานุ่มราวกับกล่อมให้ลูกยังอยู่ในฝันดีต่อเขาเอื้อมมือไปรับตัวน้อยขึ้นมาอย่างชำนาญ แม้จะยังไม่คุ้นเคยนัก แต่เขาก็เรียนรู้วิธีอุ้มจากที่ดูพยาบาลสอนในโรงพยาบาล ชายหนุ่มวางเจ้าตัวเล็กพาดบ่า มืออีกข้างลูบหลังเบา ๆ เพื่อปลอบ เสียงฮึมฮัมต่ำ ๆ ของเขากลายเป็นจังหวะที่ทำให้ลูกค่อย ๆ สงบลง“มาม๊ายังหลับอยู่ ให้แม่พักอีกหน่อยนะ” เขาพูดพลางก้าวเท้าไปทางมุมห้องที่มีโต๊ะเปลี่ยนผ้าอ้อมเตรียมไว้ เวกัสค่อย ๆ วางลูกลงบนเบาะนุ่ม พลางแกะผ้าอ้อมออกด้วยท่าทางจริงจัง ริมฝีปากเม้มแน่น“ลูกป๊า”แม้จะมีจังหวะเงอะงะเล็กน้อย แต่เขาก็เปลี่ยนผ้าอ้อมได้สำเร็จ จากนั้นก





