FAZER LOGIN“แม่บอกแล้วว่าให้พาเจ้ารันไปหาหมอ อาการที่ลูกแกเป็นไม่ใช่เล่นๆ แล้วนะ ปล่อยไว้นานๆ จะแย่เอา” คนเป็นย่าห่วงใย อยากเห็นหลานชายมีสภาวะทางอารมณ์เหมือนเด็กคนอื่นๆ
“เมื่อกี้ผมลองแล้วครับ แต่รันเขาไม่ยอม เขาบอกว่าต้องการแม่กลับคืน”
“หะ! อยากได้แม่กลับคืน” คุณนิภาร้องลั่น ศรุตพยักหน้าแทนคำตอบ และนั่นยิ่งทำให้ท่านถึงกับเบ้ปาก
“โอ๊ย! อย่าได้พามาเหยียบบ้านฉันเป็นครั้งที่สองเชียวนะ ผู้หญิงสกปรกพรรณนั้นมีอะไรให้น่าพิศวาสไม่ทราบ” แค่นึกถึงก็พานให้ขนกายลุกพอง
“สำหรับเราเขาอาจไม่ใช่คนดี แต่สำหรับรัน… บางทีเด็กก็ต้องการแม่นะครับ” ศรุตมีท่าทีใจอ่อน คุณนิภารีบส่ายหน้าพัลวัน
“อย่าเชียวนะตารุต อย่าคิดพาแม่นั่นเข้ามาในตระกูลเราอีกเด็ดขาด!” มารดาชี้หน้าสั่ง หัวเด็ดตีนขาดยังไงก็ไม่มีวันยอมให้ผู้หญิงสารเลวกลับมามีบทบาทในสายตาอีก
“ผมไม่ได้คิดจะพาเขากลับมาสักหน่อย”
ศรุตรู้ดีว่ามารดาเกลียด ‘อดีตภรรยา’ เข้าไส้ ความเลวทรามที่หล่อนสร้างไว้กลายเป็นเรื่องน่าขยะแขยงสำหรับทุกคนในบ้าน ตัวเขาเองกว่าจะผ่านจุดๆ นั้นมาได้ต้องใช้เวลาทำใจอยู่เป็นปี หลุดพ้นจากนรกแล้วศรุตก็ไม่คิดอยากหวนกลับไปอีก สู้เดินหน้าต่อเพื่อลูกยังจะดีซะกว่า
“ฉันก็เตือนไว้ก่อน เห็นแกทำหน้าละห้อยแล้วก็กลัวใจ”
เพราะเมื่อก่อนศรุตนั้นรักและหลงแม่นั่นมาก คุณนิภาจึงต้องคอยพูดเตือนสติบุตรชาย ไม่อยากให้ไปคว้าก้อนกรวดมาชื่นชมเหมือนในอดีต
“ตอนนี้ผมคิดแต่เรื่องรันครับ ผมไม่อยากให้ลูกกลายเป็นเด็กก้าวร้าว”
“ถ้าห่วงลูกจริงก็ไม่ต้องทำมันแล้วงานน่ะ ออกมาดูแลตารันซะก็สิ้นเรื่อง” คุณนิภาเสนอแนะ ศรุตรีบส่ายหน้าทันที
“ไม่ได้หรอกครับคุณแม่ ที่บริษัทฯ งานเยอะมาก ถ้าผมวางมือสักคนโครงการต่างๆ จะไปต่อยังไง”
ห่วงลูกก็ห่วง แต่หน้าที่ของผู้บริหารที่ต้องรับผิดชอบคุณภาพชีวิตของพนักงานนับพันนั้นมีมากกว่า ศรุตไม่อาจละเลยความสำคัญตรงส่วนนี้ได้
“ส่วนหนึ่งที่ตารันมันดื้อก็เพราะแกนั่นแหละ” คุณนิภาว่าใส่
“ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะครับ”
“ก็ถ้าแกเลิกบ้างานแล้วใส่ใจมันมากกว่านี้ เด็กมันคงไม่โหยหาแม่หรอก” คุณนิภาลองมองในมุมของหลานชาย
“รันเขารู้ว่าผมต้องทำงาน อีกอย่างผมก็จ้างพี่เลี้ยงมาช่วยดูแลแล้ว แต่คุณแม่ก็เห็นว่ารันเป็นยังไง ซึ่งจะว่าลูกผมอย่างเดียวก็ไม่ถูก แม่พี่เลี้ยงพวกนั้นก็ไม่อดทนเอาซะเลย นิดๆ หน่อยๆ ก็พากันลาออก” คนเข้าข้างลูกกล่าว คุณนิภาถอนหายใจปลงตก ดูเหมือนปัญหาหลานชายจอมดื้อรั้นคงลากยาวไปอีกนาน
“เรื่องของแกนะ จะจ้างใครมาคราวนี้ก็ช่วยดูให้มันดีๆ หน่อย ประเภทหนักไม่เอาเบาไม่สู้ก็ไม่ต้องไปรับมัน”
ว่าไปอย่างนั้นแหละ ต่อให้คนหนักเอาเบาสู้มาทำงานแล้วต้องเจอเด็กอย่างศรัน ก็ไม่มีใครทานทนพิษสงได้นานหรอก ข้อนี้คุณนิภารู้ดี
“ครับคุณแม่ ครั้งนี้ผมจะเลือกคนที่หน่วยก้านดีมารับหน้าที่ดูแลตารัน” สนทนากับมารดาเสร็จสิ้น ศรุตก็เตรียมตัวออกไปทำงานเนื่องจากมีเอกสารสำคัญเข้าด่วน เขาเลยต้องยอมสละช่วงเวลาวันหยุดทิ้ง ศรันยืนมองรถคันหรูของพ่อค่อยๆ ขับเคลื่อนออกพ้นรั้วประตูบ้านผ่านหน้าต่างบานใหญ่ เด็กน้อยกำหมัดแน่น
สุดท้ายผู้ชายคนนั้นก็ไม่เคยไยดีลูกอย่างเขา…!
.......................................................
หลังจากเซ็นเอกสารเสร็จสิ้น ศรุตก็รีบกลับบ้านไปพักผ่อนเนื่องจากรู้สึกปวดหัว สองมือหนานวดคลึงขมับเบาๆ เพื่อสร้างความผ่อนคลาย หลับตาปลดปล่อยความเหนื่อยล้า สารถีคนสนิทที่ทำงานอยู่กับครอบครัวมานานเหลือบมองเจ้านายสุดหล่อ
“คุณรุตอย่าเพิ่งคิดมากเรื่องคุณหนูนะครับ เด็กๆ ก็แบบนี้ เดี๋ยวอะไรๆ ก็จะดีขึ้น” ลุงสมหมาย ผู้ทำหน้าที่ขับรถให้กับศรุตตั้งแต่เด็กจนโตกล่าว เขาเห็นชายหนุ่มมาแต่เล็กแต่น้อย รักใคร่เสมือนบุตรหลาน มีความหวังดีให้อีกฝ่ายเสมอ ศรุตเองก็ไม่ใช่คนถือตัวว่าเป็นนาย เคารพลุงสมหมายประหนึ่งญาติคนหนึ่งในครอบครัว อาจเป็นเพราะว่าชายกลางคนทำงานให้วงศ์ตระกูลมานาน ตั้งแต่ตอนที่บิดาของเขายังมีชีวิตอยู่ ศรุตก็มีลุงสมหมายเป็นเพื่อนเล่นมาโดยตลอด
“แต่รันไม่เหมือนเด็กคนอื่นนะครับลุง ทั้งดื้อและรั้นไม่ฟังใคร” ศรุตถอนหายใจ คนฟังยิ้มขัน
“ก็คงเหมือนคุณรุตในวัยเยาว์ ตอนนั้นก็ช่างเถียงช่างรั้นใส่คุณท่านเป็นประจำ”
“โธ่ลุงครับ ผมตอนนั้นดื้อตามประสา แต่รันเขามีปมเรื่องแม่ ผมสงสารลูก” แววตาคมคายรู้สึกผิด เขารู้ตัวดีว่าศรันมองเขาเป็นผู้ร้าย เป็นคนพรากแม่ออกไปจากอก
“เด็กอย่างคุณหนูต้องใช้ความเข้าใจในการเข้าหาครับ” ลุงสมหมายว่า
“ผมก็พยายามเต็มที่แล้วนะครับ แต่ลุงก็รู้ว่าผมมีภาระต้องดูแล ถ้าจะให้หมกตัวอยู่กับรันทั้งวันผมคงทำไม่ได้”
“ก็เลยต้องจ้างพี่เลี้ยงมาช่วยดูแลใช่ไหมครับ”
เรื่องพี่เลี้ยงนี่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับบุตรชายมาหลายปี ศรันต่อต้านทุกทาง แผลงฤทธิ์จนไม่มีใครกล้ามาทำงานด้วย
“ครับ ตอนนี้ผมก็กำลังหาคนใหม่อยู่ คงต้องเลือกดีๆ หน่อย พวกหนักไม่เอาเบาไม่สู้ต้องปล่อยผ่าน”
กี่รายๆ เข้ามาเต็มที่อยู่ได้ไม่เกินห้าวัน ศรุตเหนื่อยใจ ดูเหมือนความหวังที่จะให้ลูกชายเข้ากับผู้อื่นได้นั้นริบหรี่เหลือเกิน
“ถ้าคุณรุตไม่รังเกียจ ผมพอจะรู้จักอยู่คนหนึ่ง หนักเอาเบาสู้ แล้วก็มีความอดทนสูง”
“ใครครับลุง?” ศรุตให้ความสนใจต่อคำพูดประโยคนั้นทันที
“หลานสาวผมเองครับ แต่ไม่ใช่ญาติแท้ๆ หรอก เรียกว่าเป็นคนรู้จักที่มักคุ้นกันมานานจะดีกว่า” ลุงสมหมายขยายความ ศรุตพยักหน้ารับ
“แล้วเขาทำงานอะไรครับ”
ก่อนจะรับใครเขาต้องแน่ใจก่อนว่าบุคคลนั้นๆ มีคุณสมบัติเพียบพร้อม ไม่ใช่อ้าแขนรับแบบสุ่มสี่สุ่มห้า ขึ้นชื่อว่าเอาคนนอกเข้าบ้านอะไรก็ไม่น่าไว้ใจทั้งนั้น
“ตอนนี้ก็ทำงานเป็นผู้ช่วยครูสอนเด็กอนุบาลครับ ที่ผมเสนอก็เพราะเห็นว่าฝ่ายนั้นคุ้นเคยกับเด็กๆ ดี เลยคิดว่าน่าจะดูแลคุณหนูรันได้”
“ผู้หญิงหรือผู้ชายครับลุง”
ลุงสมหมายอมยิ้ม เหลือบตามองเจ้านายหนุ่มผ่านกระจกบานเล็กเหนือศีรษะ
“ผู้หญิงครับ สวยด้วยน้า” น้ำเสียงหยอกเย้าในท่าที ศรุตส่ายหน้าพลางพูดว่า
“สวยจริงเปล่า ลุงจะอวยโดยไม่มีหลักฐานไม่ได้นะ”
เขาแสร้งว่า จังหวะที่รถคันหรูติดสัญญาณจราจรนั้น ชายกลางคนก็รีบหยิบมือถือออกจากกระเป๋าเสื้อ แล้วเลื่อนเปิดรูปคนสวยที่ว่าให้ชายหนุ่มดูเป็นขวัญตา
“นี่ครับคุณรุต” ลุงสมหมายยื่นมือถือให้ศรุต
ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอสี่เหลี่ยมกว้างทำให้เขาตกตะลึงไปชั่วขณะ ใบหน้ารูปไข่จิ้มลิ้มพริ้มเพรา จมูกโด่งรั้นมาพร้อมริมฝีปากอวบอิ่มน่ารัก ผมยาวสลวยดำขลับน่าสัมผัส นัยน์ตาหวานกลมโตเป็นประกาย คุณพ่อลูกหนึ่งถึงกับเผลอตัวยิ้มออกมายามมองภาพสตรีผ่านมือถือของลุงสมหมาย
“ไงครับคุณรุต สวยอย่างที่ผมคุยไว้ไหม”
“ยังรับประกันไม่ได้หรอกลุง บางทีรูปมันก็หลอกตาเรา ผู้หญิงสมัยนี้สวยได้แอพเยอะแยะไป” เขาว่าไปงั้น แต่ใจลึกๆ ดูออกว่าภาพที่เห็นจริงแท้ร้อยเปอร์เซ็น
“ว่าแต่คุณรุตสนใจไหมครับ ถ้าคุณรุตสนใจผมจะไปติดต่อเรื่องคุณหนูให้” ชายกลางคนไม่ถือสาคำพูดของศรุต รู้ดีว่านั่นคือฟอร์มของผู้ชายอย่างเขา
“ผมน่ะสนใจ แต่หลานลุงเขาจะสนใจหรือเปล่า”
แววตาคนพูดเป็นประกาย คำว่า ‘สนใจ’ ของเขามันมีนัยยะบางอย่างแอบแฝงอยู่ลึกๆ
“ถ้าคุณรุตเสนอเงินเดือนดีๆ ผมว่าไม่ยากครับ”
เรื่องเงินเดือนไม่ใช่ปัญหาอยู่แล้ว ถ้าผู้หญิงคนนี้ปราบพยศบุตรชายของเขาได้ เสียเท่าไหร่เท่ากัน
“ว่าแต่… เธอโสดไหมครับ?”
เสียงเข้มเอ่ยถาม สารถีคนสนิทถึงกับหัวเราะลั่นรถ
“โสดสนิทครับ!”
“เย้ เมียท้องแล้วโว๊ย!!!”ศรุตดีใจแหกปากตะโกนร้องลั่นบ้านหลังจากรสรินยืนยันถึงการมีทายาทตัวน้อยๆ ศรันกระโดดโลดเต้นไปกับบิดา เขาเองก็อยากมีน้องมานาน จะได้มีเพื่อนเล่นก็คราวนี้“ท้องแล้วเหรอ?” คุณนิภาที่ลุ้นอยู่รีบถาม“ครับแม่ รสบอกว่าขึ้นสองขีดครับ”เสียงเข้มตื้นตัน ประคองเมียรักให้นั่งลงบนโซฟา“แต่รสอยากไปตรวจให้แน่ใจอีกทีค่ะ เผื่อมันไม่ชัวร์”รสรินยังไม่อยากดีใจไปก่อน ทว่าพอได้ยินเมียรักพูดเช่นนั้นศรุตก็เริ่มคอตก“อ้าว… หมายความว่าไงอ่ะ จะไม่ท้องเหรอ” ถ้าไม่ท้องเห็นทีคนที่เสียใจที่สุดไม่แคล้วเป็นเขากับเจ้าลูกชายตัวดีแน่ศรันทำหน้าเศร้าตามพ่อ…“ไปกันใหญ่แล้วค่า รสคิดว่าน่าจะท้องแต่แค่อยากได้ความมั่นใจเท่านั้น”แน่ล่ะ! หล่อนอยากกินแต่ของเปรี้ยวของดอง ปกติเคยชอบกินของแบบนี้เสียที่ไหน กลับบ้านไปคราวก่อนมารดาก็ทักว่าอวบขึ้น มีน้ำมีนวลผิวพรรณผ่องใส คนเป็นแม่แนะนำให้ซื้อที่ตรวจครรภ์มาตรวจ เพราะอาการที่รสรินเป็นคืออาการของคนที่กำลังจะขึ้นแท่นเป็นคุณแม่“ไปตรวจก็ดีนะลูก จะได้ฝากท้องด้วยเลย”คุณนิภาเอ็นดูรสรินมาก ตั้งแต่มีเธอคนนี้มาเป็นลูกสะใภ้บ้านหลังนี้ก็มีแต่ความสุข หญิงสาวปฏิบัติตัวดีทุกกร
รสรินมีอาการดีขึ้นตามลำดับเพราะได้รับการรักษาอย่างดีเยี่ยม… หรืออีกนัยหนึ่งคือได้บุรุษพยาบาลหน้าหล่อคอยประคบประหงมเจ้าหล่อนตลอดเวลา“คุณไม่ทำงานหรือคะ?”เสียงหวานเอ่ยถาม เธอนอนพักฟื้นมาห้าวันแล้วก็ยังเห็นเขาเฝ้าไม่ห่าง หนำซ้ำยังชอบไล่คนอื่นให้กลับบ้านไวๆ เพื่อที่ตัวเองจะได้อยู่กับหญิงสาวสองต่อสอง แต่ไม่ทั้งหมดนะ เพราะมีอยู่สองคนที่ศรุตไม่กล้าไล่คือ มาลาและพิมพ์มาดา“งานทำเมื่อไหร่ก็ได้ เมียป่วยอยู่ ต้องเฝ้าเมีย” ศรุตตอบหน้าตาย ทำเอาคนถามถึงกับอายม้วน โชติและคุณนิภาส่ายหน้ามองด้วยรอยยิ้ม คนป่วยหยิกเนื้อหนาเต็มแรงหนึ่งที“เจ็บนะ หนอยแน่! หยิกมาได้เดี๋ยวจับปล้ำคาเตียงซะเลยนิ” ศรุตไม่สลด ทำท่าจะกระโจนเข้าใส่หญิงสาว“ฮึ่มๆ” คุณนิภากระแอมไอเรียกร้องความสนใจ บุตรชายหันไปมองมารดาแล้วทำหน้าทะเล้น“อะไรกันครับคุณแม่ อยากได้หลานเพิ่มอีกคนไม่ใช่หรือครับ” ได้ทีเจ้าลูกชายก็เอาใหญ่ คุณนิภาบอกว่าอยากได้หลานเพิ่มแต่ขอเป็นผู้หญิงนะ เพราะจะได้จับแต่งตัวคุยเรื่องไฮแฟชั่นกับตน ศรันเป็นเด็กผู้ชายไม่พอ อีกทั้งยังเป็นเด็กที่ชอบเก็บตัวเงียบและอยู่คนเดียวเป็นหลัก ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร ดีหน่อยที่ช่วงหลังเริ่มเข้า
“เธอเป็นใคร เข้ามาในบ้านนี้ได้ยังไง!” รสรินที่ตัดสินใจเดินมาดูถึงกับผงะ เมื่อเห็นว่ามีผู้หญิงหน้าตาสวยจัดจ้านคนหนึ่งกำลังถ่ายเทเครื่องเพชรของคุณนิภาใส่ถุงผ้าสีดำอย่างลวกๆ“ยัยบ้านี่! สาระแนนักนะ” ผู้บุกรุกกัดฟันกรอด รีบจัดการกับสิ่งของมีค่าโดยไม่สนใจมดแมลงน่ารำคานอุตส่าห์สืบจนรู้ว่าวันนี้คุณนิภาไปนอนค้างบ้านเพื่อน อีกทั้งศรุตก็กลับดึกเพราะติดประชุมใหญ่ พระเจ้ายังส่งนังผู้หญิงน่ารำคานมาขัดขวางทางของเธออีก“อย่านะ เธอไม่มีสิทธิ์ขโมยของๆ คนในบ้านหลังนี้!”รสรินไม่เห็นด้วยกับการกระทำต่ำช้า เธอพยายามยื้อยุดฉุดกระชากถุงผ้าสีดำมายังตน“นังพี่เลี้ยงจอมจุ้น ทำไมหะ? หรือว่าหล่อนอยากเก็บเอาไว้ใส่เอง อย่าคิดนะว่าฉันรู้ไม่ทันเธอ” โจรสาวเดือดดาล“เธอเป็นใคร แล้วรู้จักฉันได้ยังไง”รสรินแปลกใจ ผู้หญิงคนนี้ทำทีเหมือนรู้จักกับเธอมาก่อน ทั้งๆ ที่เธอมั่นใจว่าแม้แต่หน้าของหล่อนเธอก็ไม่เคยเห็น“ฉันเป็นใครไม่สำคัญ แล้วที่ฉันพูดมันผิดไหมล่ะ หล่อนเองก็อยากได้ของเหล่านี้จนตัวสั่น!”“ฉันไม่นิยมอยากได้ของๆ คนอื่น” รสรินตอบโต้“หล่อนจะคิดยังไงก็ช่าง ถอยไป!”ผู้บุกรุกผลักร่างบางให้พ้นทาง“ฉันไม่ให้ไป เธอจะไปไหนไม
“หนักค่ะ” ร่างบางร้องบอก รสรินอายจนไม่กล้าสบตาคนเบื้องบน“เพิ่งเสร็จใครเขาหนักกัน แบบนี้เขาเรียกว่าโล่งเบาสบายตัว” ศรุตยักคิ้วเย้ายวนด้วยรอยยิ้ม รสรินจึงทุบไหล่เขาไปหนึ่งทีแก้เขิน“คนบ้า!” ดูหล่อนทำหน้าเข้า ผู้หญิงอะไรน่ารักน่าชัง น่าฟัดน่าขยี้“มีความสุขไหม” แววตาหนุ่มประกายวับ ยิ่งเขาพูดเสียงนุ่มทุ้มรสรินก็ยิ่งอายจนไม่กล้ามองหน้า มือหนาต้องจับปลายคางบังคับให้หล่อนสบตาด้วย“ว่าไง สุขหรือไม่”เขารู้ว่าหล่อนยังใหม่นักสำหรับเรื่องอย่างว่า“ฉัน” เกิดมาไม่เคยคิดว่าต้องทำอะไรแบบนี้ รสรินก็แค่ผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่ง หล่อนใช้ชีวิตเรียบง่ายไปวันๆ ทว่าต้องพลิกผันเจอผู้ชายเพลย์บอยตัวฉกาจอย่างเขา“มันไม่ใช่เรื่องน่าอายเลยรสริน เดี๋ยวอีกหน่อยเราก็ต้องหมั้นและแต่งงานกันในที่สุด”“คุณพร้อมที่จะแต่งงานแล้วหรือคะ” รสรินถาม“แล้วทำไมฉันต้องไม่พร้อมด้วยล่ะ” ศรุตถามกลับ มีแต่เธอที่ชอบปฏิเสธเขาท่าเดียว“ก็คุณเคยบอกว่าคุณยังไม่ เอ่อ… ยังไม่รักฉัน” พูดแล้วก็หลบตา เม้มปากอิ่มแน่น“แต่ตอนนี้รักแล้วไง” เสียงเข้มแหบพร่ากระซิบ“อะไรกัน ทำไมความรู้สึกเปลี่ยนไวนักล่ะคะ”ตกลงหล่อนจะไว้ใจเขาได้ไหมเนี่ย“จริงๆ ก็น่าจ
“มะ ไม่!”รสรินปฎิเสธทั้งๆ ที่ร่างกายพร้อมมอบให้แก่เขา หญิงสาวไม่ได้อยากเป็นแบบนี้เลยสักนิด แต่เธอห้ามตัวเองไม่ได้“ไม่ให้ก็จะเอา หิวมานานแล้ว จะกินให้เกลี้ยงเลย”คนเอาแต่ใจไม่แคร์ รสรินเกลียดนักเชียว ถ้าคิดจะบังคับกันตั้งแต่แรกแล้วจะพูดขอให้มากความทำไม“คนบ้า อะ อื้ม!”เสียงหวานถูกกลืนลงลำคอเมื่อริมฝีปากหยักหนาเคลื่อนปิดทับเรียวปากนุ่ม ศรุตสอดลิ้นเข้าไปยังวังวนเสน่หา ดูดรัดลิ้นเล็กไร้เดียงสาจนสติของสาวเจ้าแตกกระเจิง จุมพิตเร่าร้อนมาพร้อมความอ่อนหวานจนไม่อาจขัดขืน รสรินเริ่มปล่อยกายไปกับความละมุนที่เขามอบให้ ศรุตจึงคลายข้อมือเรียวทั้งสองข้างที่เขาตรึงไว้ในทีแรก เพราะมั่นใจว่าเธอไม่คิดต่อต้านอีกต่อไปรสรินยกมือคล้องลำคอแกร่ง หัวใจของศรุตเบิกบานยิ่งกว่าต้นไม้ที่ได้รับน้ำทิพย์ เขากอดรัดร่างแน่งน้อยแล้วจูบแลกลิ้นดูดดื่ม“อื้ม พะ พอก่อนค่ะ”รสรินต้องเป็นฝ่ายร้องห้ามเพราะหล่อนหายใจไม่ทัน ศรุตยอมถอนเรียวปากออกอย่างเสียดายแต่ไม่เป็นไร เรือนร่างนี้ยังมีอะไรให้เขาได้ค้นหาอีกเยอะ“ไปที่เตียงกันนะ”เสียงทุ้มกระซิบ เขาจัดการอุ้มเจ้าหล่อนเดินไปยังเตียงกว้าง บรรจงวางร่างบางอย่างทนุถนอม รสรินไม่ละสา
“ทำบ้าอะไรของคุณ ปล่อยเดี๋ยวนี้เลยนะ!”รสรินโวยวาย มองซ้ายแลขวาด้วยกลัวว่าจะมีใครมาเห็น โดยเฉพาะเด็กชายวัยเก้าขวบที่กำลังนั่งระบายสีอยู่ที่ห้องนั่งเล่น“กลิ่นหอมน่ากินจังเลย” นอกจากไม่ปล่อยเขายังทำหน้ามึน“ปล่อย!” เจ้าหล่อนตาแข็ง มือเรียวดันแผงอกกว้างไว้มั่น ไม่ยอมให้เขาบดเบียดเนื้อตัวง่ายๆ“ถ้าลูกชายคุณมาเห็นจะทำยังไง ทำไมถึงได้ทำอะไรประเจิดประเจ้อแบบนี้”“อ่ะๆ พูดแบบนี้แสดงว่าต้องทำในที่ลับตาคนใช่ไหมจ๊ะ”ชายหนุ่มยิ้มยียวน โน้มใบหน้าชิดแก้มนวล รสรินรีบหันหนีแทบไม่ทัน“คนบ้า!”ให้ตายเถอะ เพราะแบบนี้ไงหล่อนถึงไม่อยากทำงานกับเขาแล้ว ผู้ชายเจ้าเล่ห์จอมมารยา จ้องแต่จะหาเรื่องรังแกไม่เว้นวัน“ยิ่งดิ้นยิ่งตื่นนะจ๊ะ” เสียงเข้มแหบพร่า ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดใบหูเล็ก รสรินสะท้านทรวง“ทุเรศ!” หล่อนไม่รู้จะสรรหาคำใดมาด่าเขาแล้ว คนอย่างศรุตยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ“ปากดีเสียจริงแม่พี่เลี้ยงคนสวย มามะ ขอดูดปากชิมรสชาติหน่อยสิ อยากรู้นักว่าจะเผ็ดร้อนเหมือนวาจาหรือเปล่า”ศรุตพยายามบังคับกรอบหน้าหวานให้รับจูบดุเดือด หญิงสาวดิ้นหนีสุดชีวิต มือเรียวทั้งผลักทั้งดันอกกว้างจนคนตัวโตเซซังแทบล้ม รสรินรีบวิ่งหนีขึ







