LOGINอัทธวีร์โทรศัพท์ไปหาศิศิราตามเบอร์ที่ปรากฏอยู่ในนามบัตร ทันทีที่ปลายทางรับเขาก็ได้ยินเสียงหวานกังวานใสดังมาตามสาย
“สวัสดีค่ะ”
“ผมเองนะซิน”
คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่นกับเสียงที่ได้ยิน เพราะเป็นเสียงที่เธอไม่คุ้นเคย
“คุณเป็นใคร!”
“ไม่ได้เจอกันนานหลายปีถึงกับจำไม่ได้เลยเหรอว่าผมเป็นใคร”
“ถ้าจะโทรมากวนประสาทกันล่ะก็ฉันจะวางสาย” พูดจบก็ตัดสายทันที
การกระทำของหญิงสาวสร้างความไม่พอใจให้อัทธวีร์เป็นอย่างมาก
“ยัยตัวแสบถึงกับกล้าตัดสายทิ้งเลยเหรอ แล้วเราจะได้เห็นดีกัน”
อัทธวีร์โทรกลับไปอีกครั้ง รออยู่นานกว่าอีกฝ่ายจะยอมรับสาย
“ผมเอง...อย่าเพิ่งวางสายนะ”
“ผมเองน่ะใคร!! ถ้าไม่บอกแล้วฉันจะรู้ได้ยังไงว่าคุณเป็นใคร”
“อัทธวีร์ นิธิพัฒน์โภคิน ทีนี้จำได้หรือยัง”
“โทรมามีธุระอะไรคะ”
“ผมอยากพบคุณ พรุ่งนี้คุณว่างไหม ถ้าว่างก็ออกมาเจอกันหน่อย”
“ที่ไหน!”
อัทธวีร์บอกเวลาและสถานที่ เขาเลือกร้านอาหารศิรินทรา ซึ่งเป็นกิจการของว่าที่แม่ยายเป็นสถานที่นัดพบ
“ได้ค่ะ ฉันจะไปพบคุณตามเวลานัด”
“พรุ่งนี้พบกัน” เขาตอบกลับไปก่อนจะวางสาย
“ใครโทรมา” ศิรินทราเอ่ยถามเมื่อเดินนำโกโก้ร้อนเข้ามาในห้องนอนของบุตรสาว
“คุณอัทธวีร์ค่ะแม่”
“นี่จ้ะโกโก้ร้อนของลูก”
ศิศิรารับเครื่องดื่มแก้วนั้นจากมารดาพร้อมกับเอ่ยคำขอบคุณ
“ดูเหมือนแม่ไม่แปลกใจเลยนะคะที่เขาโทรหาซิน”
“น้าพกาโทรมาเล่าให้แม่ฟังเมื่อสักครู่นี้เองว่าเธอได้พูดเรื่องแต่งงานกับคุณอัทธ์แล้ว”
“แล้วเขาว่ายังไงคะ”
“ตอนแรกเขาก็ปฏิเสธ”
“ไม่แปลกหรอกค่ะแม่ คุณอัทธ์ไม่ชอบให้ใครบังคับ ยิ่งถูกบังคับก็ยิ่งต่อต้าน”
“เขาไม่เต็มใจที่จะแต่งงานกับซิน แล้วซินล่ะคิดอย่างไรกับเรื่องนี้”
“ที่จริงซินก็ไม่ได้อยากจะแต่งงานกับเขานะคะแม่ แต่เป็นเพราะคุณย่าขอร้องซินจึงปฏิเสธไม่ได้ทั้งที่ใจอยากทำ”
“ดีแล้วที่ซินตัดสินใจแบบนั้น เพราะคุณย่ามีบุญคุณกับเราสองคนแม่ลูกมาก ถ้าคุณย่าไม่ยื่นมือเข้ามาช่วยเราในวันนั้น แม่กับซินก็คงไม่มีวันนี้ วันที่เรายืนได้อย่างแข็งแรงด้วยขาของตัวเอง และแม่ได้เห็นซินเป็นด็อกเตอร์อย่างที่หวังไว้ ฉะนั้นเมื่อมีโอกาสที่จะตอบแทนบุญคุณท่านก็ควรจะที่จะทำโดยไม่ลังเล”
“ซินถึงได้ยอมทำตามคำขอของคุณย่ากับแม่ไงคะ”
“ขอบใจนะลูกที่ยอมทำตามคำขอของแม่” ศิรินทราเอ่ยพร้อมกับโอบกอดบุตรสาว ที่เป็นเสมือนแก้วตาดวงใจของตนเอง
“ในเมื่อคุณอัทธ์ปฏิเสธ การแต่งงานของเขากับซินจะยังมีขึ้นอีกไหมคะ”
“น้าพกามีวิธีที่ทำให้เขารับปากว่าจะยอมแต่งงานกับซิน แต่เขาขอเวลาสามเดือนเพื่อคบหาดูใจ และทำความคุ้นเคยกับซินก่อน ว่าแต่คุณอัทธ์โทรหาซินทำไม”
“เขาอยากเจอซินค่ะ เราก็เลยนัดเจอกันวันพรุ่งนี้ที่ร้านอาหารของแม่”
“ใครเป็นคนเลือกสถานที่”
“คุณอัทธ์”
“ลูกจะไปตามนัดใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ เพราะซินอยากรู้ว่าเขานัดเจอซินทำไม”
“ก็อาจจะอยากพูดคุยและสานสัมพันธ์กับซิน”
“สานสัมพันธ์หรือตัดสัมพันธ์กันแน่คะแม่”
“พรุ่งนี้ซินก็คงจะได้รับคำตอบเองล่ะว่าคุณอัทธ์มาพบซินทำไม คืนนี้ต้องออกไปเก็บข้อมูลทำวิจัยอีกหรือเปล่าลูก”
“พักหนึ่งวันค่ะแม่เพราะคิมเขาไม่ว่าง”
“แม่ไม่กวนเวลาทำงานของซินแล้ว อย่านอนให้ดึกมากนักนะ”
“ราตรีสวัสดิ์ค่ะแม่”
“ฝันดีลูก”
เมื่อศิรินทราคล้อยหลังเดินจากไป ศิศิราก็หวนนึกถึงเรื่องราวในวัยเด็กของเธอและอัทธวีร์ การพบกันของเธอและเขาแต่ละครั้งเขาจะถูกเธอกลั่นแกล้งเสมอ เหตุเพราะเธอไม่ชอบท่าทางขี้เก๊กของเขา แรกๆ ก็ทำไปเพราะเกิดความหมั่นไส้แต่นานไปก็รู้สึกสนุกที่ได้แกล้งให้เขาโกรธจนหัวฟัดหัวเหวี่ยง
เขาจะยังจดจำเหตุการณ์เหล่านั้นได้หรือไม่
และยังแค้นเคืองเธออยู่อีกหรือเปล่า
หรือว่าลืมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปจนหมดสิ้น
ในเวลาเดียวกันนั้นเองอัทธวีร์ได้โทรศัพท์ไปชวนสิงหนาทออกมาดื่มด้วยกันที่ผับแห่งหนึ่ง เมื่อไปถึงเขาพบเพื่อนรักนั่งดื่มอยู่ก่อนแล้วจึงเดินตรงเข้าไปทักทาย
“มานานหรือยัง” อัทธวีร์เอ่ยถาม
“สักพักแล้ว นายกลับมาเมืองไทยตั้งแต่เมื่อไร”
“มาถึงวันนี้เอง รู้สึกเบื่อๆ ก็เลยชวนนายออกมาดื่ม”
“เบื่อเรื่องอะไร!” “ก็คุณย่าจะจับฉันคลุมถุงชนกับแม่ตัวแสบคู่ปรับเก่าในวัยเด็กของฉันน่ะสิ” “สมัยนี้ยังมีการจับคลุมถุงชนกันหลงเหลืออยู่อีกเหรอ” “ก็คุณย่าของฉันนี่ไง” “แล้วนายตอบท่านไปว่ายังไง” “ฉันก็ปฏิเสธ คุณย่าถึงขั้นจะตัดขาดความสัมพันธ์ และขู่ว่าจะตัดฉันออกจากกองมรดก พร้อมกับยกทรัพย์สมบัติทั้งหมดให้กับองค์กรการกุศล” สิงหนาทหัวเราะเมื่อเห็นสีหน้าที่บ่งบอกถึงความเซ็งสุดขีดของเพื่อน “นายหัวเราะอะไร มันตลกตรงไหน ฉันกำลังพูดเรื่องซีเรียสกับนายอยู่นะ” “โอเค ขอโทษก็ได้ นึกแล้วก็อดขำไม่ได้ ใครจะคาดคิดว่าคาสโนว่าตัวพ่ออย่างนาย สุดท้ายจะต้องมาเจอกับสถานการณ์เช่นนี้” “ถ้านายเป็นฉันนายจะทำยังไงกับเรื่องนี้” สิงหนาทไม่ตอบแต่เลือกที่จะย้อนถามกลับไป “แล้วนายมีวิธีรับมือกับเรื่องนี้ยังไง” “ฉันจะเกลี้ยกล่อมให้ศิศิราเป็นฝ่ายยกเลิกการแต่งงานในครั้งนี้ด้วยตัวเอง” “มันจะสำเร็จเหรอ คงไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกมั้ง” “ถึงจะไม่ง่ายแต่ก็ต
อัทธวีร์โทรศัพท์ไปหาศิศิราตามเบอร์ที่ปรากฏอยู่ในนามบัตร ทันทีที่ปลายทางรับเขาก็ได้ยินเสียงหวานกังวานใสดังมาตามสาย “สวัสดีค่ะ” “ผมเองนะซิน” คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่นกับเสียงที่ได้ยิน เพราะเป็นเสียงที่เธอไม่คุ้นเคย “คุณเป็นใคร!” “ไม่ได้เจอกันนานหลายปีถึงกับจำไม่ได้เลยเหรอว่าผมเป็นใคร” “ถ้าจะโทรมากวนประสาทกันล่ะก็ฉันจะวางสาย” พูดจบก็ตัดสายทันที การกระทำของหญิงสาวสร้างความไม่พอใจให้อัทธวีร์เป็นอย่างมาก “ยัยตัวแสบถึงกับกล้าตัดสายทิ้งเลยเหรอ แล้วเราจะได้เห็นดีกัน” อัทธวีร์โทรกลับไปอีกครั้ง รออยู่นานกว่าอีกฝ่ายจะยอมรับสาย “ผมเอง...อย่าเพิ่งวางสายนะ” “ผมเองน่ะใคร!! ถ้าไม่บอกแล้วฉันจะรู้ได้ยังไงว่าคุณเป็นใคร” “อัทธวีร์ นิธิพัฒน์โภคิน ทีนี้จำได้หรือยัง” “โทรมามีธุระอะไรคะ” “ผมอยากพบคุณ พรุ่งนี้คุณว่างไหม ถ้าว่างก็ออกมาเจอกันหน่อย” “ที่ไหน!” อัทธวีร์บอกเวลาและสถานที่ เขาเลือกร้านอาหารศิรินทรา ซึ่งเป็
“ไม่ครับคุณย่า” เขาปฏิเสธเสียงแข็ง “ถ้าแกยังดึงดันที่จะไม่ทำตามความต้องการของฉันล่ะก็ ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าย่า ฉันจะถือซะว่าไม่มีหลานอย่างแก” “ถึงขั้นจะตัดขาดความสัมพันธ์กันเลยเหรอครับคุณย่า” “ก็ถ้าแกไม่แต่งงานกับศิศิราก็คงต้องเป็นแบบนั้น หลานคนเดียวฉันตัดได้ และถ้าฉันกับพ่อแม่ของแกเป็นอะไรไปล่ะก็ทรัพย์สมบัติทั้งหมดของนิธิพัฒน์โภคินจะถูกยกให้กับการกุศล เงินสักบาทก็อย่าหวังว่าจะได้จากเรา” นอกจากจะตัดขาดความสัมพันธ์แล้ว เขายังจะถูกตัดขาดออกจากกองมรดกมหาศาลของนิธิพัฒน์โภคินอีกด้วย ฟ้าถล่มดินทลายเป็นอย่างไรอัทธวีร์เพิ่งจะเข้าใจก็วันนี้เอง “จะให้ผมแต่งงานกับผู้หญิงที่ผมไม่เคยรู้จักหน้าค่าตากันมาก่อนได้อย่างไรกันล่ะครับคุณย่า” อัทธวีร์โอดครวญ เขารู้สึกทดท้อในความโชคร้ายของตัวเอง ก่อนจะตวัดสายตามองหาตัวช่วย และก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นมารดาของเขา เขาวิงวอนเธอด้วยสายตาว่าให้ช่วยเหลือลูกชายสุดที่รักคนนี้ที ตอนนี้เขาต้องการตัวช่วยอย่างเร่งด่วน อณิมาจึงหันไปพูดกับมารดาของสามี “ที
ทันทีที่รถของสนามบินเลี้ยวเข้ามาจอดหน้าบ้าน อัทธวีร์ก็ตรงเข้าสวมกอดมารดาที่ออกมายืนรอเขา “คิดถึงแม่ที่สุด” “แม่ก็คิดถึงอัทธ์” “อาการของคุณย่าเป็นยังไงบ้างครับ” “เข้าไปดูเองแล้วกัน” เมื่อสองแม่ลูกเดินเข้าไปด้านใน อัทธวีร์กลับพบว่าคุณย่าสบายดีไม่ได้มีอาการป่วยใดใดให้เห็นแม้แต่น้อย นอกจากไม่ป่วยแล้วยังมีสุขภาพแข็งแรงมากด้วยซ้ำ “คุณพ่อบอกผมว่าคุณย่าป่วยหนัก” “ย่าดูเหมือนคนป่วยไหมล่ะ” “แล้วทำไมคุณพ่อต้องบอกผมแบบนั้น” “ย่าเป็นคนสั่งให้พ่อเราพูดแบบนั้นเอง” “ถ้าคุณย่าอยากพบผมก็แค่บอกมาตามตรงก็ได้นี่ครับ ไม่เห็นต้องสร้างเรื่องน่าตกใจแบบนี้เลย” “ก็ถ้าเราไม่พูดแบบนั้นอัทธ์จะรีบกลับมาที่นี่เหรอ” คำตอบของผู้เป็นย่าทำให้อัทธวีร์ถึงกับพูดตัดพ้อ ที่ทุกคนเอาเรื่องความเป็นความตายของคุณย่ามาล้อเล่นกับเขาเช่นนี้ “ตั้งแต่ผมทราบข่าวเรื่องคุณย่าป่วย ผมเป็นห่วงและวิตกกังวลไปต่างๆ นานาว่าคุณย่าจะเป็นอะไรมากหรือเปล่า ทำให้กินไม่ได้นอนไม่หลับ ต้อ
อัทธวีร์เพลย์บอยหนุ่มนักฟุตบอลอนาคตไกลสายเลือดไทย ที่มีโอกาสไปค้าแข้งกับทีมฟุตบอลที่อังกฤษ ซึ่งแม้จะเป็นทีมเล็กๆ และถือเป็นทีมฟุตบอลที่ค่อนข้างใหม่มากในวงการฟุตบอลอังกฤษ ถึงกระนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะถูกวางตัวให้เป็นหนึ่งในผู้เล่นตัวจริงของทีม ผลงานของเขาเป็นที่จับตามองในวงการฟุตบอล เพราะในการแข่งขันที่ผ่านๆ มาเขาทำผลงานได้ดี และพาทีมมาวินได้ในนาทีสุดท้ายถึงสามครั้งติดต่อกัน แต่ก็ต้องพักการแข่งขันอย่างไม่มีกำหนด เพราะอาการบาดเจ็บเรื้อรังและยังได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงในการแข่งขันครั้งล่าสุด แพทย์ที่ทำการรักษาลงความเห็นว่าอัทธวีร์ควรจะพักเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ ไม่ควรฝืนลงฝึกซ้อมหรือลงแข่งขันในตอนนี้ ทำให้ทางต้นสังกัดมีคำสั่งให้เขาพักรักษาตัวโดยไม่มีกำหนด จนกว่าจะหายเป็นปกติ หรือแพทย์ที่ทำการรักษาลงความเห็นว่าเขาลงแข่งได้แล้วจึงจะกลับมาลงแข่งขันอีกครั้ง อัทธวีร์จึงใช้ชีวิตเสเพลได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลกับการฝึกซ้อม มีข่าวของเขาควงสาวไม่ซ้ำหน้าตามสไตล์หนุ่มเนื้อหอม ที่มีพร้อมทั้งรูปสมบัติและทรัพย์สมบัติแพร่หลายให้เห็นเกือบทุกวันในอินเตอร์เนต และ





![ม่านรักไฟเสน่หา NC30+ [โคแก่กินหญ้าอ่อน]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

