INICIAR SESIÓNตวงรักถอนหายใจเฮือก พลางเอามือนวดขมับเบาๆ เมื่อคืนเธอนอนแทบไม่หลับเลย แถมยังตื่นแต่เช้าเสียด้วย เธอกำลังเหมือนนับเวลาถอยหลัง รอเพลิงกลับมาที่สวนส้มตะวันฉายพร้อมกับ...คนรัก
คิดมาถึงตรงนี้แล้วหญิงสาวก็ถอนใจอีกเฮือก ชนิตสิรีกับนราวิชญ์เหมือนจะยังไม่ตื่นทั้งคู่ ตวงรักกำลังเตรียมอาหารเช้าในครัวหลังจากที่ไปเดินเตร่ช่วยงานที่สวนส้มมาเล็กน้อยแล้ว เธอไม่อยากปล่อยตัวเองให้ว่างเลยจริงๆ ใจมันคิดไปถึงแต่ใบหน้าคมสันของใครบางคน ทำไมกันนะ ...หรือว่าที่เธอเจ็บปวดมากขนาดนี้ เพราะเธอกำลัง...
เพล๊ง! แก้วกาแฟเลื่อนหลุดมือเมื่อเจ้าตัวเหม่อลอยกับความรู้สึกของตัวเอง เสียงแก้วแตกทำให้ตวงรักตื่นจากภวังค์ และรีบก้มลงเก็บเศษแก้วแตกทันที
“ยายตวง ทำอะไรน่ะ เสียงดังจัง”
ชนิตสิรีว่าก่อนจะย่นคิ้วเมื่อเห็นเพื่อนสนิทกับกำลังก้มๆ เงยๆ กับพื้นครัวมีเศษแก้วกระจายเกลื่อน
“อะไรน่ะ ทำแก้วแตกหรือไง มาน้องช่วย”
“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ วันนี้ตวงทำข้าวต้มกุ้ง แล้วก็จะชงกาแฟเผื่อพี่วิชญ์น่ะ ดันซุ่มซ่ามทำแก้วแตก”
“วันนี้พี่เพลิงจะพาแฟนมาจริงๆ เหรอนะ ดีจังน้องจะรอดู ตอนที่ยายเวียร์หน้าเหลือสองนิ้ว”
ชนิตสิรียิ้มกริ่ม แล้วเริ่มหยิบจับช่วยเพื่อนสนิทเตรียมอาหารเช้า
“อืม...เราก็อยากเห็น”
เสียงของตวงรักเครือแผ่ว มือเรียวสั่นเมื่อเอาเศษแก้วไปทิ้ง หญิงสาวกัดริมฝีปาก หลับตา พยายามนับหนึ่งให้ถึงร้อย เพื่อสงบใจตัวเอง เป็นอะไรไปนะยัยตวง ทำไมต้องเสียใจด้วย น้ำตาอย่าไหลนะ เธอกลัวประการหลังที่สุด มันจะฟ้องใครต่อใครเข้าน่ะสิ ว่าเธอรู้สึกอย่างไรกับนายจ้างหนุ่ม
“เดี๋ยวยายตัววุ่นนั่นก็ต้องมาขอทานข้าวเช้ากับเรา เชื่อสิตวง”
ชนิตสิรีย่นจมูก เมื่อเตรียมจานชามเสร็จแล้ว น้องขอเป็นเด็กเสริ์ฟอาหารให้แม่เวียร์นะ จะทำให้แสบเลย”
“จะไปแกล้งอะไรพี่เวียร์เค้าล่ะ”
ตวงรักหันมาปรามเพื่อนรัก ก่อนจะยกโถข้าวต้ม เดินตามหลังชนิตสิรีมาที่โต๊ะอาหาร
“แค่พี่เวียร์เห็นแฟนคุณเพลิง ก็เกินพอแล้ว เห็นคนที่เรารักมีคนอื่น เจ็บปวดมากนะยัยน้อง”
“หืม?”
กระแสเสียงบางอย่างของเพื่อนรักทำให้ชนิตสิรีเอะใจอะไรบางอย่าง เธอหันมามองตวงรัก ที่กำลังตักข้าวต้มใส่ชาม ใบหน้าสวยคมหวานของเพื่อนสนิทดูเศร้าอย่างบอกไม่ถูก นัยน์ตาคมกลมโตมีรอยหมอง แถมมีรอยช้ำที่ขอบตาจนเห็นได้ชัด ชนิตสิรีกระแอมเบาๆ
“ยายตวง เอ่อ...เธอกับพี่เพลิงสนิทกันมากไหม ?”
“ก็อืม...”
ตวงรักยิ้มเศร้า ๆ
“ก็เรื่องที่ว่าเค้าจะเป็นเกย์น่ะแหละ ตวงเลยอาสาช่วย ตวงเห็นใจคุณย่าหญิง แล้วก็เห็นใจคุณเพลิงด้วย ก็เลยอยากจะช่วย หลังๆ มาตวงกับคุณเพลิงก็เลยสนิทกัน เขานับตวงเป็นเพื่อนรักด้วยนะ”
ตวงรักเผลอว่าเสียงแผ่ว เธอก็คงเป็นได้เพียงแค่นั้นสินะ เพื่อนรักของเขา...
“พี่เพลิงนับเธอเป็นเพื่อนรักเลยเหรอยายตวง ว้าว!”
ชนิตสิรียังคงมองใบหน้าของเพื่อนรักไม่วางตา ตวงรักกัดริมฝีปาก แล้วพยักหน้า ก่อนจะชวนชนิตสิรีคุยเรื่องอื่นเสีย เพื่อให้พ้นจากเรื่องที่เธอกำลังเจ็บปวดหัวใจไม่ยอมหยุดเสียที
“กินข้าวกันก่อนเลย หรือจะรอพี่วิชญ์ล่ะยัยน้อง”
“เอ่อ...”
ชื่อของนราวิชญ์ทำให้ชนิตสิรีอดหน้าแดงเรื่อขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ กว่าเธอจะหนีกลับห้องได้ก็แทบตาย เพราะเขาทับเธอไว้เกือบทั้งตัว คิดแล้วชนิตสิรีก็ยิ่งหน้าร้อนตัวร้อนไปหมด ตวงรักมองเพื่อนสนิทที่หน้าแดงขึ้นเรื่อยๆ ก็ขมวดคิ้ว สายตาเธอบังเอิญไปเห็นรอยประหลาดที่ซอกคอของเพื่อนรัก ที่เห็นได้ชัดเพราะชนิตสิรีสวมเสื้อเชิ้ตสีอ่อนคอกว้าง รอยนั้นมีตรงบริเวณเนินอกเพื่อนรักอีกสองสามรอย มันเป็นจ้ำๆ เธอจึงทักทันที
“อะไรกัดคอน่ะยัยน้อง แดงเชียว หรือจะแพ้แมลงนะ เอายาหรือเปล่า? ”
“อุ้ย!”
ชนิตสิรีถึงกับทำตาโต ใบหน้าแดงยิ่งกว่าเดิม แล้วกัดริมฝีปากอิ่ม นึกถึงว่า‘แมลง’ ตัวไหนกันนะที่มาก่อเหตุกับเนื้อตัวของเธอ ตวงรักมองแล้วก็หรี่ตา
“ทำไมหน้าแดง ตัวแดงไปหมดล่ะยัยน้อง แพ้หรือเปล่า ไหนดูหน่อยสิ ในสวนแบบนี้บางทีมีตัวอะไรแปลกๆ เผื่อจะแพ้หนัก”
“ไม่มีอะไรนะยายตวง”
มือเธอกุมคอเสื้อไว้แน่นเลยทีเดียว ความง่วงงุนเพราะไม่ใคร่ได้นอนนักทำให้ชนิตสิรีไม่ได้สำรวจตัวเองก่อนออกมาจากห้องของเธอ หญิงสาวโบกมือห้ามเพื่อนพัลวันเลยทีเดียว
“ยัยน้องนี่ก็แปลก ไม่ให้ดูไม่ดูก็ได้ หายาทาเสียนะ เป็นห่วงหรอก”
ตวงรักย่นจมูกใส่เพื่อนรัก ที่ยังคงหน้าแดงจัด กุมคอเสื้อตัวเองไว้แน่น ชนิตสิรีกลัดกระดุมถึงเม็ดบนสุดเลยทีเดียวแล้ว ตอนที่ตวงรักเอาชามข้าวต้มกรุ่นควันหอมให้กับเธอ ตวงรักมองเพื่อนก่อนจะส่ายหน้าช้าๆ แล้วบ่นพึมพำ
“กลัวยาหรือไงกันนะ ทำเป็นเด็กไปได้ คอยดูนะถ้าแพ้ ผื่นขึ้นทั้งตัวหมดสวยล่ะก็ จะสมน้ำหน้าให้”
“อรุณสวัสดิ์ครับ น้องตวง ยัยน้อง”
น้ำเสียงห้าวทุ้มที่ดังขึ้นทำเอาชนิตสิรีถึงกับสะดุ้งโหยง เธอแทบจะมุดหนีเขาลงไปอยู่ใต้โต๊ะทานข้าวเสียแล้วถ้าทำได้ ใจเต้นแรงขึ้นมาทันที นราวิชญ์มองคนตัวเล็กที่กำลังนั่งอยู่ด้วยสายตาวาวหวาน ก่อนจะทรุดลงนั่งข้างเธอ ตวงรักเอ่ยฟ้องกับพี่ชายของชนิตสิรีทันที มือเธอก็ตักข้าวต้มให้ชายหนุ่มไปด้วย
“อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่วิชญ์ ดูยัยน้องหน่อยนะคะ ไม่รู้ไปโดนตัวอะไรกัดมา คอแดงเลยค่ะ ตวงจะหายาทาให้ก็ไม่เอา ทำงอแงเป็นเด็ก”
“ตัวอะไรกัดหรือจ๊ะ ไหนพี่ดูหน่อย”
นราวิชญ์หรี่ตา พลางอมยิ้ม ขณะที่ชนิตสิรีทำตาดุๆ ใส่เขา หน้าแดงเรื่อ เธอพยายามเอามือปิดตรง ‘ร่องรอย’ ของแมลงจอมเจ้าชู้ แต่นราวิชญ์ก็เห็นเข้าจนได้ นัยน์ตาคมเป็นประกายวับ ภาพหวานและรสละมุนกรุ่นเข้ามาในหัวใจเขาทันที ชายหนุ่มยิ้ม ก่อนจะกระซิบข้างหูน้องน้อยเสียงเบา
“ตัวอะไรกัดนะ”
“ตัวเองน่ะแหละ”
ชนิตสิรีตอบเสียงเบา หน้าแดงจัด แล้วแอบหยิกชายหนุ่มใต้โต๊ะ ทำเอานราวิชญ์ต้องสูดปาก ก่อนจะมองเธออย่างคาดโทษ
“เดี๋ยวเถอะ พี่จะกัดให้แดงทั้งตัวเลย คุณยายจะได้ให้เราแต่งงานกันเร็วๆ”
“คนบ้า!”
ชนิตสิรีแอบว่าเขา แล้วก็ต้องสะดุ้งเมื่อตวงรักทักเธออย่างเป็นห่วงขึ้นมาอีกรอบ
“ถ้าแพ้มากคันมาก ทายานะยัยน้อง”
“จ้ะ น้องคงไม่แพ้หรอก แค่แมลงเจ้าชู้น่ะยายตวง”
ว่าแล้วเธอก็หันมาย่นจมูกใส่นราวิชญ์ ที่หัวเราะหึ หึ อย่างอารมณ์ดี ตวงรักมองแล้วก็นึกสงสัยอะไรบางอย่าง หากแต่เธอก็สะบัดหน้าเบาๆ ว่าตัวเองคิดเลอะเทอะไปเสียแล้ว หญิงสาวคนข้าวต้มและเริ่มทานอาหารของตัวเองช้าๆ ใจกระหวัดนึกถึงใครบางคนที่ชอบข้าวต้มกุ้ง เขาชมว่าเธอทำอร่อยมาก
เฮ้อ...นึกแล้วตวงรักก็ชักจะทานอาหารไม่อร่อยเสียแล้ว เธอกำลังคิดหาวิธีที่จะไม่ต้องอยู่เห็นหน้าคนรักของเพลิง ว่าจะทำอย่างไรดี แค่รู้ยังเจ็บขนาดนี้ ถ้าเห็นจะเจ็บขนาดไหนหนอ
เสียงรถยนต์แล่นเข้ามาในบ้าน ทำให้ทุกคนมองสบตากัน แล้วร่างสูงเพรียวเย้ายวนของใครคนหนึ่งก็ถือวิสาสะ เดินก้าวเข้ามาในบ้าน เมื่อชนิตสิรีเห็นแขกยามเช้าเข้าก็ถึงกับวางช้อนอย่างกระแทกกระทั้น
“สวัสดีค่ะ ทุกคน เพลิงยังไม่กลับมาอีกเหรอคะ โรงแรมที่คุณวิชญ์แนะนำ บริการดีมากเลยค่ะ”
ญาตาวีทรุดนั่งตรงกันข้ามกับชนิตสิรีแบบไม่ต้องรอใครเชิญ ก่อนจะหันมายิ้มหวานให้กับตวงรักที่กำลังคนข้าวต้มในชามของตัวเองเล่น
“ขอพี่สักถ้วยนะคะ น้องตวงทำอาหารอร่อย แม่ครัวที่โรงแรมยังสู้ไม่ได้เลย”
“หน้าด้าน”
ชนิตสิรีว่าลอยๆ ทำเอาญาตาวีคอแข็ง ขณะที่นราวิชญ์กระแอมเป็นเชิงปราม
“เดี๋ยวตวงจัดการให้นะคะ”
“ยายตวง อย่าตักให้เยอะนักนะ น้องกลัวไม่อิ่ม ข้าวต้มฝีมือตวงอร่อยมาก น้องก็ชอบเหมือนกัน”
ชนิตสิรีว่าทันที ญาตาวีหรี่ตา ถ้าเธอจะต่อสู้กับน้องสาวของเพลิง เธอต้องใจเย็น เพราะชนิตสิรีฤทธิ์มาก ปากจัดนัก นัยน์ตาคมหวานเหลือบไปเห็นรอยอะไรบางอย่างโดยบังเอิญที่ซอกคอของหญิงสาว ที่เห็นได้รำไรยามเจ้าตัวขยับตัว ญาตาวียิ้มเยือนทันที ร่องรอยแบบนี้เธอเดาได้ง่ายดาย และไม่พลาดว่ามันคือ ‘รอย’ อะไร น้องสาวสุดท้องของบ้านภัทรภูมิเดชาก็เปรี้ยวไม่ใช่หยอกเหมือนกัน
“ตัวอะไรกัดคอหรือคะ คุณน้อง”
“อุ๊ย!”
ชนิตสิรียกมือขึ้นกุมคอของตัวเองทันที แล้วหน้าแดงซ่าน เคาระห์ดีที่เธอปิดกระดุมขึ้นสูง มันจึงเห็นรอยจ้ำแค่รอยเดียว คำทักของญาตาวีไม่ทำให้แค่ชนิตสิรีหน้าแดง นราวิชญ์เองก็ถึงกับสำลักข้าวต้ม
“น้ำค่ะพี่วิชญ์”
ตวงรักรีบรินน้ำให้เขาอย่างตกใจ ญาตาวีหรี่ตาแล้วเอ่ยเสียงหวาน
“อืม ตัวแบบนี้พี่ก็เคยโดนกัดนะคะ”
เสียงนั้นเอ่ยอย่างมีเลศนัย
“อีกสองวันคงจางไปบ้าง ตัวแบบนี้ชอบกัดตอนกลางคืน ในห้องนอน แถมสองต่อสองเสียด้วย จริงไหมคะ คุณนราวิชญ์ ระวังน้องสาวหน่อยนะคะ หึ หึ”
“....”
คราวนี้ทั้งสองหนุ่มสาวเงียบทั้งคู่ แถมแอบหันมองสบตากันอีกต่างหาก ต่างฝ่ายก็หน้าแดงซ่านขึ้นมาทันที ตวงรักมองอาการของชนิตสิรีและนราวิชญ์ก่อนจะเอียงคออย่างสงสัย คำพูดของญาตาวีกำกวมชวนให้คิดมาก ญาตาวีหัวเราะเสียงแหลม หน้าแดงขนาดนี้คงจะโกรธน้องสาวมากแน่ๆ ทำไมนราวิชญ์ที่เป็นผู้ชายจะไม่รู้เล่า ว่ามันร่องรอยของอะไร แมลงที่ไหนก็ทำแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด
“พี่เวียร์เคยโดนกัด มันตัวอะไรล่ะคะ เผื่อยัยน้องจะแพ้ ตวงไล่ให้ไปทายาก็ไม่ยอมทา”
“อืม...” ญาตาวีหันมายิ้มกริ่ม ตอนนี้สองหนุ่มสาวยิ่งหน้าแดงจัดไปกันใหญ่
“เดี๋ยวก็หายไปเองล่ะค่ะ มีแต่อยากจะโดนกัดซ้ำมากกว่า เพราะตอนโดนกัดคงสนุกน่าดู จริงไหมคะ คุณน้อง”
“จริงค่ะ”
ชนิตสิรีรับคำ พลางหน้าแดงก่ำ ขณะที่นราวิชญ์กระแอม มือใหญ่เอื้อมบีบมือเธอใต้โต๊ะทานอาหารเบาๆ
“คุณเวียร์ก็คงชอบโดนกัด โดนแล้ว โดนอีก รอยใหม่ไม่สะใจ ถึงมาตามหารอยเก่า”
“นังเด็กบ้า!”
ขันติของญาตาวี กลายเป็นขันแตกจนได้ เธอลุกพรวดขึ้นแล้วชี้หน้าชนิตสิรี ที่ลืมอายเรื่องร่องรอยที่คอของตัวเองแล้ว ลุกพรวดขึ้นเหมือนกัน
“ทำไม หรือน้องจะพูดอะไรผิดคะ คุณเวียร์”
เสียงรถยนต์แล่นเข้ามาเหมือนจะเป็นกรรมการห้ามทัพสองสาวขึ้นเสียก่อน เสียงเอกพงษ์หัวหน้าคนงานดังขึ้นทักทายคนที่ขับรถเข้ามา ทำให้ญาตาวีเดินแกมวิ่งไปที่หน้าบ้านทันที คนที่เธอรอคอยมาถึงแล้วชนิตสิรีเองก็รีบลุกอย่างไม่ยอมแพ้ เธอเดินมาคว้าแขนเพื่อนรัก ไม่สงสัยกับอาการขืนตัวของตวงรักแม้แต่น้อย ให้เดินตามหลังญาตาวีไปติดๆ ตวงรักเองแทบจะลากขาเดิน เพราะไม่อยากเห็นว่าเพลิงมากับใคร
“เพลิงขา หายไปไหนมาคะ เวียร์คิดถึงมากเลย”
ญาตาวีปรี่ไปหาเพลิงทันทีเมื่อเห็นเขา เพลิงยิ้มให้เธอไม่ปฏิเสธสักนิด หรือทำท่ารังเกียจเธอเลย ญาตาวีรู้สึกเหมือนใจมาเมื่อเขาไม่ได้สะบัดหรือว่าพูดรุนแรงใส่เธอ มือเรียวเกาะแขนเขาไว้แน่น แล้วแนบแก้มกับแขนเขาอย่างเอาใจ เพลิงปลดมือเธอออกโดยละม่อม แล้วพูดเสียงทุ้ม
“ผมมีคนจะแนะนำให้รู้จักน่ะครับ เวียร์”
“พี่เพลิงคะ”
ชนิตสิรีวิ่งมาหาเขาเป็นรายต่อมา แถมยังฉุดพี่ชายเธอให้ยืนไกลกับญาตาวีเสียด้วย เธอถลึงตาใส่สาวสวยเมื่อญาตาวีทำท่าจะเกาะแขนเพลิงอีกรอบ ตวงรักที่เดินตามชนิตสิรีมองหา ‘ใคร’ บางคนที่เพลิงน่าจะพามาด้วย แต่เธอก็ไม่เห็นใครเลยสักคน หญิงสาวย่นคิ้ว นราวิชญ์ที่ตามมาเป็นคนสุดท้าย ทักเพลิงเสียงเรียบๆ เมื่อผู้เป็นพี่ชายมองเขาแล้วเลิกคิ้ว
“ยัยน้องเค้าคิดถึงนาย เลยชวนฉันมาหา”
“น้องชวนพี่วิชญ์หนีงานมาเองล่ะค่ะ มาขวางใครบางคน พี่เพลิงรู้จักนางมารร้ายไหมคะ”
ญาตาวีถลึงตาตอบชนิตสิรี แล้วยิ้มหวานให้กับเพลิง
“ไหนละคะ คนที่เพลิงจะแนะนำให้รู้จัก”
“สักครู่นะครับ ยัยน้องปล่อยพี่ก่อนนะจ๊ะ พี่จะพาคนสำคัญของพี่มาแนะนำให้รู้จัก”
สายตาคมกริบตวัดมองเลยใบหน้าของน้องสาว ไปยังใบหน้าสวยคมหวาน ที่กำลังเมินไปทางอื่นไม่ยอมสบตาเขา เขากำลังอยากทดสอบหัวใจของใครบางคน เพลิงคิดในใจ ก่อนจะยิ้มเจ้าเล่ห์ แล้วเดินไปที่รถของเขา ที่ติดฟิลม์ไว้ค่อนข้างมืด ชายหนุ่มเปิดประตูรถ และใครคนหนึ่งก็ก้าวมา ทุกคนที่กำลังยืนอยู่หน้าบ้านจ้องมองมายังพวกเขาทั้งสองเป็นตาเดียว ก่อนจะมีอาการแตกต่างกันไป
ชายหนุ่มร่างสูงเพรียว เขาเตี้ยกว่าเพลิงเพียงเล็กน้อยไม่ถึงห้าเซนติเมตร ใบหน้าคมคาย หุ่นล่ำ อวดกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ จากเสื้อเชิ้ตที่ปิดกระดุมเกือบเม็ดสุดท้าย เขาสวมกางเกงยืนฟิตเปรี๊ยะ ก่อนจะเดินโอบไหล่กับเพลิงเข้ามาในบ้าน เพลิงหันไปยิ้มกับชายหนุ่มผู้นั้น ก่อนจะพูดแนะนำเสียงทุ้ม
“นี่ คเชนทร คนรักของพี่เอง”
สิ้นเสียงแนะนำของเพลิง ที่ตอกย้ำความสัมพันธ์ด้วยการจุ๊บข้างแก้มชายหนุ่มหน้าตาคมเข้มที่กำลังหน้าแดงเรื่อเบาๆ ทุกคนก็อุทานพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมายว่า
“หา!”
“พี่เพลิงคะ เมื่อไหร่เราจะไปเที่ยวกันเสียที” เสียงหวานเอ่ยถามออดๆ เมื่อเงยมองหน้าคนที่กำลังใช้แขนพาดท่อนเอวของเธอไว้อยู่ เพลิงก้มลงมองคนตัวเล็ก หวานจัดที่เขาละเลียดดื่มชิมมาทั้งคืนอย่างไม่รู้เบื่อ ด้วยสายตาสุดแสนจะเจ้าเล่ห์ แสนกล ก่อนจะเอ่ยตอบเธอเสียงทุ้ม“เดี๋ยวบ่ายนี้พี่จะพาไป รับรองเลยว่าที่แรกที่พาไป น้องตวงจะต้องประทับใจสุดๆ”“ที่ไหนคะ” เธอทำตาโตแป๋วอย่างอยากรู้ พร้อมกับพลิกตัวขึ้นเท้าแขนมองเขา ซึ่งเมื่อเธอทำแบบนั้น ผ้าห่มที่ใช้ห่อตัวก็หลุดลุ่ยลง อวดทรวงสาวขาวนวล มีรอยตำหนิตรงที่คนร้ายกาจ ไปจัดการตีตราไว้จนมันเป็นรอยแดงๆ ซึ่งพอเห็นร่อยรองนั้นแล้ว เพลิงก็ทำตาหวานฉ่ำ แล้วดึงเธอเข้ามากอด ก่อนจะกระซิบเสียงพร่า“จ่ายค่าไกด์มาก่อน รับรองเดี๋ยวได้เที่ยวแน่ๆ”“ค่าไกด์อะไรกัน ปล่อยนะคะพี่เพลิง ตวงจะช้ำไปหมดแล้ว เมื่อคืนก็แทบไม่ได้นอน” เธอพึมพำเสียงออด เล่นเอาคนตัวโตหัวเราะเบาๆ แต่มีหรือคนบ้าพลังอย่างเพลิงจะยอมปล่อยของหวานในอ้อมแขนไปได้ง่ายๆ “เดี๋ยวก็นอนนะ เรามีเวลานอนกันอีกตั้งนาน นะจ๊ะ นะ นะ น้องตวง” คนอ้อน อ้อนไปก็จูบไป เล่นเอาตวงรักแทบจะละลายเป็นไอศกรีม เพราะฝีปากและฝีมือเขา
“ปวดขาไหมคะคุณเพลิง”ตวงรักถามเขาอย่างเป็นห่วง เมื่อพิธีผ่านพ้นไปจนถึงพิธีส่งตัว เมื่อผู้ใหญ่ให้ศีลพรเสร็จแล้ว จึงปล่อยให้หนุ่มสาวอยู่ด้วยกันตามลำพัง เธอกำลังปลดเครื่องประดับออกจากตัว เพลิงหรี่ตาลง เขากำลังคิดออกเมื่อตอนเธอพูดนี่แหละ ว่าขาของเขาพึ่งจะหาย ชายหนุ่มเลยแกล้งทำเป็นเซแล้วพูดเสียงออด“เจ็บอยู่นิดๆ นะครับ พี่กลัวจะอาบน้ำไม่ไหว น้องตวงอาบให้หน่อยนะครับ”“อะไรนะคะ”ตวงรักอุทานอย่างตกใจ พลางหรี่ตามองคนเจ้าเล่ห์ หากแต่เพลิงก็ทำหน้าซีดได้อย่างสมบทบาท ตวงรักเดินเข้าไปหาเขา คนตัวโตเลยตวัดร่างนุ่มเข้ามากอด แล้วซบหน้ากับบริเวณหน้าท้องนุ่มทำเอาตวงรักตัวแข็ง“พี่เจ็บจริงๆ นะจ๊ะ คงอาบไม่ถนัด น้องตวงไปช่วยหน่อยนะ เราแต่งงานกันแล้วนะจ๊ะ นะ”“อาบเองเถอะค่ะ”ตวงรักหน้าแดงก่ำ เธอไม่หลงกลเขาหรอกน่า เขาแค่เจ็บขานะไม่ได้เป็นอะไรมากมายจนถึงกับจะอาบน้ำเองไม่ได้ เพลิงหัวเราะหึ หึ แล้วพูดเสียงอ้อนต่อไปว่า“ใจร้ายจัง จะปล่อยให้สามีไปก้มๆ เงยๆ ทำอะไรไม่สะดวกในห้องน้ำเหรอจ๊ะ เกิดพี่ลื่นล้มหัวแตกไป น้องตวงก็เสียใจน่ะสิ”“ดีใจสิไม่ว่า คนเจ้าเล่ห์อย่างคุณเพลิง ให้เลือดออกเสียบ้าง ตวงจะดีใจมากเลยค่ะ
ภาพของสองหนุ่มสาวบนเวที ทำให้ชนิตสิรีที่ไปเข้าห้องน้ำแล้วมายืนอยู่ใต้ต้นส้มต้นใหญ่ มองแล้วก็อมยิ้ม เมื่อเห็นความรักของเพื่อนเต็มไปด้วยความสุข เธอสะดุ้งเมื่อมีเสื้อสูทสีขาวสวมทับมาบนแขนเปลือย วันนี้ ชนิตสิรีเลือกชุดกระโปรงผ้าพลิ้ว สีส้มโอโรสสายเดี่ยว ประดับดอกไม้เทียมดอกใหญ่ไว้ตรงอกเสื้อ ผมเธอเกล้าเป็นมวยอย่างเก๋ จากฝืมือของภาสวินีที่มาช่วยแต่งหน้าและแต่งตัวให้กับเจ้าสาว รวมมาถึงเพื่อนเจ้าสาวอย่างเธอด้วย ตอนนี้สามสาวไปยืนรอรับช่อดอกไม้ที่ด้านล่างเวที ตั้งใจกันมากเลยทีเดียว“พี่วิชญ์”“สวมเสื้อทับดีกว่านะจ๊ะ เสื้อของน้องเป็นสายเดี่ยว อากาศเชียงใหม่กลางคืนเย็นๆ เดี๋ยวเป็นหวัด”นราวิชญ์ว่า ตอนนี้เขาเหลือเสื้อเชิ้ตสีส้มอ่อนด้านใน ปลดกระดุมลงสองสามเม็ด เผยให้เห็นอกกว้าง ชนิตสิรีย่นจมูกอย่างรู้ทัน“แหม...ค่ะ คุณลุงวิชญ์”“ใครเป็นลุงกัน เดี๋ยวเถอะ”นัยน์ตาคมกริบส่งประกายคาดโทษ ชนิตสิรีเลยหัวเราะกิ๊ก ตอนนี้ชายหนุ่มโดนให้ไปทำงานที่ภูเก็ต เหมือนจะเป็นการแกล้งจากคุณย่าหญิง ข้อหานัวเนียหลานสาวในปกครองของท่านเหลือเกิน ร่วมมือกันกับจิตรา ทำเอานราวิชญ์แทบจะอกแตกอยู่แล้ว ที่ไม่ได้เห็นหน้าหวานๆ ขอ
“สวยจังเลย ยัยตวง”ชนิตสิรีมองเพื่อนรักอย่างตะลึง ตวงรักสวยสง่าในชุดแต่งงานสีส้มอ่อน เป็นเสื้อคอวี แขนพอง เข้ารูป ปล่อยชายกระโปรงยาวฟูฟ่องด้วยผ้าเนื้อเบาราวใยบัว ประดับด้วยริบบิ้นสีทองคาดที่เอวผูกโบว์ไว้ด้านหลัง ด้านหลังของเสื้อผ่าลึกเล็กน้อย ขับผิวขาวอมชมพูให้ยิ่งลออตา เรือนผมประดับด้วยดอกส้มสีขาวหอมกรุ่น ปล่อยยาวถึงกลางหลัง ม้วนเป็นลอนใหญ่ทิ้งตัวสวย เครื่องประดับเป็นมุกสีชมพูเม็ดเล็ก สวมเป็นสร้อยคอ และต่างหู ตวงรักหันมายิ้มให้กับเพื่อนรัก ใบหน้าตกแต่งไว้อ่อนๆ ด้วยโทนสีชมพูอมส้ม ทำให้ดูลออตางดงามไปหมดทั้งใบหน้า “ขอบใจจ้ะ”“เอาไปเอามา ตวงแต่งงานก่อนน้องจนได้”ชนิตสิรีหัวเราะเบาๆ เลยโดนเพื่อนรักค้อนเอาขวับ แถมแอบหยิกเธอเอาเสียด้วยจนชนิตสิรีต้องร้องโอ๊ย! “หยิกน้องทำไมกันนะ เจ็บนะยัยตวง”“อยากจะทำมากกว่าหยิกอีก ใครล่ะ ทำให้ตวงแต่งงานเร็วแบบนี้ พี่ชายตัวแสบของยัยน้องน่ะแหละ”ตวงรักว่าแล้วก็หน้าแดงจัด เมื่อนึกถึงภาพเหตุการณ์วันนั้น เมื่อได้จูบ เพลิงก็เริ่มลืมตัว พาให้เธอคล้อยตามเขาไปด้วย เมื่อชนิตสีรีเปิดประตูพรวดพราดเข้ามาพร้อมกับคุณย่าหญิง จึงเห็นภาพหวานเข้าเต็มตาเพลิงจึงถูกบรรด
“ตอนแรก ผมก็อยากจะแกล้งคุณตวงจริงๆ นั่นแหละครับ แกล้งคุณย่าหญิงด้วย มีอย่างที่ไหน มาหาว่าผมเป็นเกย์ ผมก็โกรธนะครับ”“แล้วทำไม ต้องทำแบบนั้นด้วยละคะ”ตวงรักว่าเสียงอ่อน เพลิงหัวเราะเบาๆ ก่อนจะทำไก๋ เขาแอบจูบเรือนผมนิ่มหอมของตวงรัก“ทำแบบไหนครับ ผมทำอะไรกัน ก็แค่แกล้งเป็นเกย์เท่านั้นเอง คุณตวงจะได้เอาไปรายงานคุณย่าหญิงไงละครับ เลยต้องแกล้งให้สมบทบาทหน่อย”“สมบทบาทอะไรกัน” ตวงรักหน้าแดง “ก็คุณเพลิงแกล้งขอกอดตวง บางทีก็...อื้ม เห็นตวงโง่หรือไงนะ คุณเพลิงคงจะหัวเราะเยาะตอนที่ตวงกังวลแทนคุณ แถมคิดวิธีช่วยคุณสารพัด”“ผมกำลังชื่นใจต่างหาก” เพลิงว่าเสียงทุ้ม“ผมไม่เคยหัวเราะเยาะคุณตวงเลย ชื่นใจแล้วก็อิ่มใจ ที่ได้มีโอกาสรู้จักผู้หญิงน่ารักๆ คนที่ทำอะไรเพื่อคนอื่นโดยไม่ได้คิดถึงผลตอบแทน คนที่ยอมเสนอตัวเป็นเพื่อน ยามที่ผมไม่มีใคร ยอมที่จะรับผมเป็นเพื่อน แม้ว่าผมจะกลายเป็นคนที่สังคมลงความเห็นว่าผิดปรกติ” “ตวงไม่ได้ดีแบบนั้นเสียหน่อย” ตวงรักว่าอุบอิบ “ตวงยอมไปทำงานที่คุณย่าหญิงสั่ง เพราะตวงอยากไปสวิส แล้วก็อยากได้เงินต่างหาก ใครบอกว่าตวงไม่อยากได้ผลตอบแทนละคะ”“รายงานคุณย่าแล้ว คุณตวงจะกล
“นี่แผนคุณอีกแล้วใช่ไหมคุณเพลิง! ปล่อยตวงไปนะ ตวงไม่อยากเจอหน้าคุณ”“โธ่...”เพลิงอยากจะไปกอดร่างบางหอมกรุ่น อยากจะจูบแก้มนวลเพราะคิดถึงใจจะขาด อยากจะคุกเข่าขอร้องให้เธอเห็นใจ หากแต่สภาพร่างกายเขาก็ไม่เอื้ออำนวยนัก แล้วถ้ารอตัวเองหายก็คงอีกเดือนเต็มๆ ป่านนั้นไม่รู้ว่าตวงรักจะยิ่งโกรธเกลียดเขาไปมากกว่านี้อีกหรือเปล่า“ไม่ต้องมาโธ่ มาทำหน้าซื่อ แต่ใจคดกับตวงเลยนะ บอกยัยน้องมาเปิดประตูเดี๋ยวนี้เลยนะ คอยดูนะออกไปได้ ตวงจะเล่นงานให้เข็ด ยัยน้องนะยัยน้อง”“ฟังผมบ้างสิครับ ผมมีเหตุผลนะ ที่หลอกคุณตวง”เพลิงว่าเสียงอ่อย พยายามทำหน้าให้น่าสงสารมากที่สุด ตวงรักกอดอก แล้วทำหน้าเชิด เธอกัดริมฝีปาก พลางส่ายหน้าช้าๆ “ไม่ต้องมาพูดหรอค่ะ ตวงไม่อยากจะฟัง คุณคงเห็นตวงหลอกง่ายสินะ ถึงหลอก...”ใบหน้านวลแดงเรื่อทันที เมื่อนึกทบทวนอะไรหลายๆ อย่าง ซึ่งเธอแน่ใจว่าเพลิงต้องแกล้งแน่นอน ทั้งแกล้งเมา แกล้งจีบสาวไม่เป็น โอ๊ย! อีตาบ้า นอกจากจะหลอกเราว่าเป็นเกย์ไม่พอ ทำให้เรากลุ้มใจเกือบตายยังมาหลอกแต๊ะอั๋งเราอีกเขากอดเธอ แถมหอมแก้มเธอไปกี่ครั้งแล้วเล่า หน็อย...ยิ่งให้อภัยไม่ได้หรอก ตวงรักกัดริมฝีปากจนเจ็บ ต







