Masuk
หญิงสาวคนหนึ่งนั่งกอดเข่าอยู่มุมห้อง ภายในห้องมืดสนิทไร้แสงไฟ แม้แต่พระจันทร์ที่เคยส่องแสงทุกค่ำคืน คืนนี้กลับถูกเมฆบดบัง น้ำตาของรุจิเรศไหลรินตั้งแต่ถูกพาตัวมาอยู่ห้องนี้ ในความรู้สึกเธอ มันคล้ายกับคุกมืดในหนังเรื่องหนึ่งที่เคยดูเหลือเกิน มีทั้งกลิ่นอับชื้น แมลงสาบที่ไต่ตามขาและแขนของเธอ เสียงหนูที่ดังไม่หยุด นั่นไม่เท่ากับเสียงตุ๊กแกร้องประสานกันหลายตัว เธอไม่รู้ว่าสัตว์ทั้งหลายเหล่านี้อยู่ตรงไหนบ้าง เพราะดวงตาของเธอนั้นมองเห็นอยู่อย่างเดียวคือ ความมืดมิด รุจิเรศจึงเลือกที่จะนั่งอยู่ตรงนี้ ไม่ขยับเขยื้อนไปไหน
เสียงไขกุญแจดังอยู่ตรงประตู ก่อนที่ประตูนั้นจะถูกเปิดออก แสงไฟที่อยู่หน้าห้องส่องกระทบกับดวงหน้าหวาน จนเธอต้องหรี่ตาลงเพื่อลดอาการแสบตา ร่างของบุรุษสูงใหญ่ยืนเด่นตระหง่านอยู่หน้าประตูห้อง จ้องมองมายังร่างสาวไม่ไหวติง ความแค้นเคืองถูกเปล่งประกายวาบวับมาจากดวงตาคู่นั้น
“ป้าพุ่ม เอาตัวคุณหนูสกปรกคนนี้ไปอาบน้ำอาบท่าให้เรียบร้อย แล้วพาขึ้นไปหาฉันที่ห้อง”
บุรุษคนนั้นสั่งเสียงเย็นเฉียบ คำพูดที่เย็นเฉียบที่ไหลเข้ามาในหูของเธอนั้น ทำให้หัวใจดวงน้อยเกิดความหนาวเหน็บขึ้นฉับพลัน หนาวลึกลงไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ ยิ่งคำพูดของเขาในประโยคท้าย จุดเยือกแข็งของความหนาวบังเกิดขึ้นในจิตใจของเธอทันที เวลาที่เธอไม่อยากให้มาถึง กำลังคืบคลานเข้ามาหาเธออย่างเชื่องช้า พอเขาพูดจบร่างงามสง่าก็หมุนกายเดินออกไปจากหน้าประตูทันที ก่อนที่ร่างของป้าพุ่มจะเดินเข้ามาในห้อง
“ไปค่ะ ไปอาบน้ำ”
ป้าพุ่มหญิงวัยห้าสิบเจ็ดปีเดินเข้ามาหาร่างเล็กที่ใบหน้ามีแต่คราบน้ำตาม เนื้อตัวมีแต่รอยฝุ่น ทำให้บดบังความขาวของสีผิว
“หนูนาไม่อยากไป” รุจิเรศพูดทั้งน้ำตา สะอื้นไห้ราวกับเด็กหลงทางหาทางกลับบ้านไม่ถูก ใช่ ตอนนี้เออยากกลับบ้านมากที่สุด แม้ว่าที่นั่นจะเป็นนรกสำหรับเธอตั้งแต่เกิดก็ตาม แต่ยังดีกว่าอยู่ที่นี่ อยู่กับคนที่ไม่รู้จัก อยู่กับสถานที่ที่ไม่คุ้น อยู่กับชายร่างใหญ่เจ้าของเสียงดุจน้ำแข็งคนนั้น
“คุณต้องไปค่ะ ถ้าคุณไม่อยากให้พ่อของคุณ หรือว่าคนในครอบครัวของคุณต้องเดือดร้อน”
ป้าพุ่มพูดอย่างใจเย็น น้ำเสียงไม่แข็งกระด้างมากเกินไป แต่ก็ไม่อ่อนหวาน นางพูดด้วยเหตุผล เหตุผลที่จะทำให้รุจิเรศไปกับนางแต่โดยดี
รุจิเรศนึกถึงบิดา นึกถึงครอบครัวที่อีกฝ่ายพูดออกมา ตั้งแต่จำความได้เธอเคยมีคำว่า ครอบครัว กับเขาด้วยหรือ เท่าที่จำได้อ้อมกอดของคนที่เป็นพ่อจะโอบกอดเธอไม่เกินสิบครั้งตั้งแต่เธอเกิดมา พี่สาวฝาแฝดต่างมารดาก็หาได้นับถือว่าเธอเป็นน้องสาวไม่ โขกสับเธอยิ่งกว่าทาสในเรือนเบี้ย โดยที่บิดาไม่เคยห้ามปรามเลยสักครั้งเดียว ดีที่ว่าท่านยังให้ที่พักพิง ส่งเสียให้ร่ำเรียนหนังสือ เธอมีความคิดอย่างหนึ่งว่า การศึกษาจะทำให้เธอมีชีวิตที่ดีขึ้น หาเงินเลี้ยงตัวเอง
คำว่าบุญคุณทีมีต่อผู้ให้กำเนิด ความรักบิดาที่มีอยู่อย่างเต็มเปี่ยมในหัวใจ แม้ว่าเธอจะไม่เคยได้รับความรักนั้นตอบกลับมา ทำให้เธอตัดสินใจจะมาเป็นนางบำเรอ ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ของบิดา เป็นการทดแทนบุญคุณที่เธอไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
“หนูนากลัว” เธอพูดออกไปเสียงสั่นเครือ ยังไม่ยอมลุกไปไหน
“ความกลัวคือสิ่งที่คุณต้องเผชิญเมื่ออยู่ที่นี่ อย่าลืมสิคะ คุณพ่อของคุณตกลงอะไรไว้กับคุณคมน์ ถ้าคุณไม่ลุกก็ไม่มีใครว่านะคะ แต่พ่อและครอบครัวของคุณก็เตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้ได้เลย”
ป้าพุ่มไม่พูดต่อว่าบิดาและครอบครัวของรุจิเรศต้องเจอกับอะไรบ้าง เพราะนางเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่า สิ่งที่คมน์จะมอบให้กับคนในตระกูล ธนากรดิรก รวมทั้งสาวร่างเล็กคนนี้เลือดเนื้อเชื้อไขของผู้หญิงที่ชื่ออังคณานั้น ไม่รู้ว่าจะมากมายแค่ไหน สิ่งที่นางสัมผัสได้จากคมน์ก็คือ ความโหดเหี้ยมที่มีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม บวกกับความอาฆาตที่เกาะกินในใจของคมน์มานานนับยี่สิบเอ็ดปี มันมากมายนัก มากเกินกว่าที่ใครจะประมาณได้
รุจิเรศค่อยๆ ชันกายลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า น้ำตาไหลรินออกมาอีกระลอก เสียงสะอื้นหนักขึ้นกว่าเดิม ป้าพุ่มประคองสาวร่างบางที่มีอาการอ่อนเพลีย ออกไปจากห้องเก็บของที่อยู่ชั้นใต้ดินของบ้านราชพฤกษ์ ตัวหญิงสาวไปขัดสีฉวีวรรณ เพื่อที่คืนนี้รุจิเรศจะต้องสังเวยร่างกายให้กระทิงดุผู้บ้าคลั่งในความแค้น พร้อมจะขวิดกระต่ายน้อยที่เขาหมายตาเอาไว้ตั้งแต่เกิด เขารอมาถึงยี่สิบเอ็ดปี รอจนกว่าเนื้อกระต่ายน้อยจะหวานได้ที่ เพื่อที่เขาจะได้ชิมและชำระแค้นอย่างสาสมใจ
<><><><><><><><><>
เท้าเล็กๆ ที่เดินตามร่างของป้าพุ่มค่อนข้างสั่น บางครั้งเธอมีความรู้สึกว่าขาทั้งสองข้างแทบจะยกไม่ขึ้น ดวงตาเศร้ามองบันไดไม้ขัดเงาเนื้อดีที่ทอดตัวสู่ชั้นที่สองของบ้านด้วยหัวใจสั่นไม่เป็นจังหวะ อยากจะหมุนตัวกลับแล้ววิ่งออกไปจากบ้านหลังนี้ แต่ก็ทำไม่ได้อย่างที่ใจคิดอีก ภาระที่เธอแบกไว้บนบ่ามันมากมายเกินกว่าจะหันหลังกลีบ มีแต่เผชิญหน้าและยินยอมเท่านั้น
“คุณคมน์ไม่ชอบให้ใครขัดใจโดยเฉพาะผู้หญิง คุณคมน์สั่งให้ทำอะไรก็ทำเข้าใจมั้ย?”
ป้าพุ่มหันมาบอกสาวร่างเล็กที่ยืนมองนางตาแป๊ว ใสซื่อบริสุทธ์จนนางเองอดที่จะสงสารไม่ได้ หากรุจิเรศไม่ใช่สายเลือดของอังคณาก็จะดีไม่น้อย คมน์อาจจะเมตตาปราณีไม่ใจร้ายกับเธอมากเกินไป จนต้องคลานลงเตียงเหมือนกับหญิงสาวบางคนที่เดินเข้ามาในชีวิตของคมน์ ป้าพุ่มสังเวชในใจยิ่งนักเมื่อมองร่างกายที่เล็กแกนของสาวตรงหน้า ไม่รู้ว่าจะทนคมน์ได้มากน้อยแค่ไหน ไม่ช็อกตายในครั้งแรกก็ถือว่าเก่งแล้ว
“คุณคมน์ดุเหรอคะป้า?” น้ำเสียงของคนที่ถามออกจะขลาดๆ
“กับบางคนเท่านั้น ตามป้าขึ้นมาได้แล้วคุณคมน์ไม่ชอบคอยผู้หญิงใครนานด้วย”
เป็นอีกเรื่องที่รุจิเรศต้องรู้เอาไว้ คมน์ไม่ชอบคอยผู้หญิงคนไหนนาน เพราะเขาคิดว่าผู้หญิงที่ซื้อมาได้ด้วยเงิน ต้องตรงต่อเวลาทำงานให้เต็มที่กับเงินที่เขาเสียไป ทางทอดยาวของบันไดที่เธอเดินขึ้นไปนั้น ทำไมมันสั้นเหลือเกินในความรู้สึกของเธอ เออยากให้มันมีสักพันขั้นจะได้ประวิงเวลาไว้ให้นานที่สุด มันไม่เป็นอย่างที่คาดหวัง บันไดเพียงยี่สิบเก้าขั้นเดินไม่ถึงหนึ่งนาทีก็ถึงแล้ว
Chapter30อังคณาดีใจจนอยากจะกรีดร้องออกมาดังๆ เมื่อมองทะเบียนหย่าในมือ เธอเดินกรีดกรายลงมาจากที่ว่าการอำเภอด้วยรอยยิ้มอันแสนสุข ในที่สุดเธอก็ทำสำเร็จ หย่าขาดกับปิติตามสัญญาที่ให้ไว้กับคมน์ ต่อไปนี้เธอนะได้เป็นภรรยาของคมน์ออกนอกหน้าเสียที ไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ อย่างที่เคยเป็นมา ต่างกับอีกคนที่เดินลงมาจากที่ว่าการอำเภอด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด แววตามีแต่ความโกรธ ไม่คิดเลยว่าคนที่เขาไว้ใจและรักมากที่สุดจะทำกับเขาเช่นนี้ มีหรือที่เขาจะยอมให้อังคณามาลูบคมได้ง่ายๆ การที่เขายอมหย่าไม่ได้หมายความว่าเลิกรากับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้“อะไรกันอัง อังพูดว่าอะไรนะ?” ปิติเอ่ยถามซ้ำอีกครั้ง หวังว่าคำพูดที่เขาได้ยินเมื่อครู่ มันไม่ใช่เรื่องจริง อังคณาไม่ได้ขอหย่าขาดจากเขา“อังบอกว่า อังขอหย่าจากท่านค่ะ” เธอพูดชัดถ้อยชัดคำ ปิติเซไปเล็กน้อย สีหน้าตกตะลึงไม่คาดฝันว่าจะได้ยินคำนี้ มันเกิดอะไรขึ้นนี่ มันเกิดอะไรขึ้น เหตุใดอังคณาจึงขอหย่าขาดกับเขา หรือเป็นเพราะระยะหลังมานี้เขาไม่มีเวลาให้เธอ เนื่องจากเขามีภารกิจที่ต้องจัดการ ทั้งเรื่องส่วนตัวและเรื่องการเมือง“ถ้าอังขอหย่ากับฉันเพราะฉันไม่มีเวลาให้ ฉันขอโท
Chapter29“ญาติคุณคมน์เหรอคะ?” รุจิเรศถามต่อ“ก็ไม่เชิง พอเห็นหน้าแล้วจะรู้เองแหละ ส่วนเรื่องที่ขอไปเที่ยว อยากไปก็ไปแต่อย่ากลับดึกนะ”เขาเอ่ยอนุญาตทั้งๆ ที่ในใจไม่อยากให้เธอไปไหนเลย พอมาคิดๆ อีกที การได้ออกไปเที่ยวในครั้งนี้ อาจจะเป็นความสุขครั้งสุดท้ายของเธอก็ได้ ทันทีที่อังคณาย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ ความทุกข์อย่างแสนสาหัสที่มาพร้อมกับความเจ็บปวดรวดร้างใจ จะโถมทับอยู่ในใจของเธอตลอดกาล ให้รุจิเรศมีความสุขในวันนี้เพื่อความทุกข์ที่เธอจะเจอในวันข้างหน้า แค่คิดก็สะใจแล้ว“ขอบคุณค่ะ หนูนาจะได้โทรไปบอกตั้มให้มารับที่นี่”เธอพูดด้วยรอยยิ้ม คนที่ฟังอยู่สะดุดชื่อนี้ยิ่งนัก ชื่อนี้ถ้าคาดเดาไม่ผิดเป็นชื่อเล่นของผู้ชาย คมน์ประมวลชื่อเพื่อนๆ ของหญิงสาวที่เขาเคยได้รับจากนักสืบ ไม่มีชื่อนี้ในหมู่เพื่อนสนิทหรือเพื่อนร่วมคณะของเธอเลยสักคน โผล่มาได้ยังไงเนี่ย อีกอย่างเขาก็ลืมถามไปเลยว่าคนที่จะไปดูหนังด้วยเป็นใคร ผู้หญิงหรือว่าผู้ชาย“เพื่อนที่ชื่อตั้มผู้หญิงหรือว่าผู้ชาย?” น้ำเสียงค่อนข้างเข้มเอ่ยถาม“ผู้ชายค่ะ เป็นเพื่อนกันตอนเรียนมหาวิทยาลัยค่ะ ตั้มเคยจีบหนูนาด้วยนะคะ แต่ว่าหนูนาคิดกับตั้มแบบเพื
Chapter28“อา กรี๊ดดดด อือ คุณคมน์”เธอครางอย่างมีความสุขเมื่อกายสาวถูกเหวี่ยงไปยังดินแดนสวรรค์เบื้องบน อาการบีบกระชับของเนื้อนุ่มด้านในทำให้เขาเกิดความเสียวที่มาพร้อมกับความมันเกินห้ามใจ รุกเร้าถาโถมมากขึ้นไปอีกเป็นเท่าตัว ปล่อยเสียงครางต่ำออกมาเพื่อระบายความกระสันซ่านที่อัดแน่นอยู่ในความกร้าวแกร่งแสนยิ่งใหญ่“อืม โอว เมียจ๋า มันเหลือเกิน สุดยอดเลย”แม้ว่าวันนี้เขาจะปลดปล่อยกับอังคณามาแล้วถึงสองครั้ง ทว่าความกำหนัดที่อยู่ในร่างกายของคมน์ยังมีอยู่มากล้น คมน์ยอมรับเลยว่ารุจิเรศทำให้เขามีความสุขมากที่สุด หัวใจอิ่มเอิบยามที่ได้ปล่อยสายพันธ์อุ่นร้อนเข้าไปในร่างสาว มันเบิกบานราวกับเดินอยู่ท่ามกลางสวยดอกไม้ ความเสียวเหนือคณานับสถิตอยู่ในร่างของเขาตลอดเวลาที่มีการเสพสม รุจิเรศคือแม่มดสำหรับเขาคมน์จับร่างสาวให้พลิกนอนหงายโดยที่ตัวตนของเขายังฝังลึกในร่างกายของเธอ จากนั้นก็ดึงร่างเล็กให้เข้ามาหาร่างของเขา จับขาเรียวทั้งสองข้างของเธอพับงอแล้วโย้ไปข้างหน้า กดลงให้เข่ามนแนบติดกับใบหูของเธอเองทั้งซ้ายและขวา ท่านี้ทำให้กลีบสาวงดงามลอยเด่นขึ้นสูง คมน์ก้าวขึ้นมาบนเตียง กางขาเล็กน้อย ย่อตัวลงมานิดๆ จา
Chapter27โดยมีเธอ...หญิงสาวไร้ฝีมือเป็นคนเติมเชื้อเพลิง รุจิเรศมีพลังบางอย่างในตัว แม้ว่าเธอจะไม่เจนจัด ไม่เก่งกาจเหมือนหญิงคนไหน แต่สามารถทำให้เขาเกิดประจุไฟฟ้าหลายกำลังโวลต์ ความแรงและร้อนของกระแสไฟฟ้าที่ได้รับ ทำให้เขาแทบชีวาวายได้อย่างไม่ยาก ยิ่งตอนที่ปลายลิ้นไล้ตามกายแกร่งและตอนที่เธอเม้มดูดปลายยอดความเสียวสะท้านพุ่งเข้าไปในหัวใจของเขาทันที จนบางครั้งเขาอยากจะระเบิดความซ่านเสียวที่ได้รับ ออกมาเป็นสายนทีอุ่นร้อนเสียให้ได้“ขึ้นมานี่ ขึ้นมาทับตัวผัว”คมน์สั่งเสียงสั่นเสียงพร่า รุจิเรศทำตามแต่โดยดีเลื่อนร่างกายขึ้นทาบทับร่างของเขา มือใหญ่จัดท่วงท่าให้กับเธอตามความต้องการของเขา ฝ่ามือนุ่มเท้าลงบนที่นอนข้างหัวไหล่ของเขา ในขณะที่หัวเข่าทั้งสองข้างของเธอคุกเข่าข้างสะโพกหนา กลายเป็นว่าตอนนี้รุจิเรศเท้าแขนคุกเข่าคร่อมร่างกายกำยำอยู่ ชายหนุ่มเริ่มทำตามความเรียกร้องของหัวใจทันทีมือใหญ่โน้มลำคอสาวให้ก้มต่ำ เพื่อที่เขาจะได้จูบเธออย่างสะดวก ปลายลิ้นหนาพัดวีลิ้นนุ่มอย่างกระหาย จูบของเธออร่อยล้ำเหลือประมาณ จูบครั้งใดหัวใจมันซู่ซ่าขึ้นมาทันที เขาละจากปากนุ่มหลังจากที่หมั่นเพียรจูบเธออย่างยาวนาน
Chapter26“ระยะหลังมานี้งานคุณคมน์ยุ่งมากเลยนะคะ กลับบ้านดึกทุกวันเลยบางคืนก็ไม่กลับ ดูแลสุขภาพบ้างนะคะหนูนาเป็นห่วง”คำห่วงใยที่หลุดออกมาจากปากของรุจิเรศ ทำให้คนที่ฟังอยู่ถึงกับสะอึก ความใสซื่อของเธอกำลังทำให้เขาพ่ายแพ้ รุจิเรศเชื่อเขาอย่างสนิทในเลยว่า การเดินทางกลับบ้านที่ผิดเวลาของเขานั้นมาจากเรื่องงาน อีกทั้งวันหยุดเสาร์อาทิตย์ที่เขามักพาเธอไปเที่ยวก็ไม่ได้เป็นเหมือนก่อน เพราะเขาต้องทุ่มเวลาในการหลอกล่ออังคณา โดยอ้างว่าต้องไปพบลูกค้าหรือไม่ก็นัดตีกอล์ฟ หญิงสาวไม่เคยถามต่อว่า ไปกับใคร จะกลับเมื่อไหร่ เพราะคิดว่าทุกอย่างที่เขาทำนั้น เพื่องานทั้งสิ้น“จ้ะ รู้แล้วจ้ะ แต่ว่าตอนนี้อยากออกกำลังกายก่อนนอนมากกว่า ร่างกายจะได้แข็งแรง”น้ำเสียงของเขาราบเรียบ แต่ดวงตาเปล่งประกายวับวาว คนตัวเล็กที่ไม่เคยรู้เท่าทันคนตัวใหญ่ ทำสีหน้างุนงง คลายลำแขนที่รัดร่างของเขาออก ช้อนสายตาเพ่งมองเขาด้วยความสงสัย“ออกกำลังกายตอนนี้น่ะเหรอคะ นี่มันดึกแล้วนะคะ” คมน์อยากจะบ้าตายกับความซื่อของเธอ รุจิเรศไม่รู้เลยหรือว่า การออกกำลังกายที่เขาพูดถึงนั้นหมายถึงอะไร“ออกดึกๆ แบบนี้แหละดี เรียกเหงื่อ เรียกความอ่อนเพลีย
Chapter2523.50 น.คมน์ชะงักฝีเท้าที่กำลังก้าวเดินผ่านห้องรับแขก เมื่อเห็นร่างของรุจิเรศนอนเหยียดยาวอยู่บนโซฟา ดวงตาหวานหลับพริ้ม ข้างกายของเธอมีโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กวางอยู่ คมน์เดินเข้ามาหยุดมองร่างสาวที่นอนหลับใหลอย่างใช้ความคิด เธอคงจะมารอเขากลับบ้านแล้วคงเผลอหลับไปแน่ๆ อารมณ์ดีๆ ของเขามาสะดุดทันทีที่ชุดนอนบางเบาของเธอ มันบางจนเห็นชุดชั้นในที่เธอสวมใส่ จะโทษรุจิเรศที่ใส่ชุดล่อแหลมแบบนี้ก็ไม่ได้ เนื่องจากเขาเป็นคนซื้อให้เธอสวมใส่เอง ดีนะที่บ้านหลังนี้ไม่มีผู้ชายอื่นเข้ามาเดินวุ่นวายที่นี่ จะมีเพียงแต่นุกูลหลานชายของเขาเท่านั้น ดีอีกอย่างหนึ่งก็คือ ตอนนี้นุกูลไปต่างจังหวัด ไม่อย่างนั้นเขาคงคลั่งแน่ๆ หากมีชายใดได้เห็นร่างกายของกระต่ายน้อยตอนนี้ แม้คนนั้นจะเป็นหลานของเขาก็ตาม คมจึงรีบอุ้มร่างเล็กขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะเดินตรงไปที่บันได“คุณหนูนารอคุณคมน์ตั้งแต่หัวค่ำ ทำไมไม่โทรมาบอกคุณหนูนาคะว่าจะกลับดึก เธอจะได้ไม่ต้องมานั่งคอย” เสียงของป้าพุ่มดังไล่หลังของคมน์ เท้าหนาที่กำลังจะเดินขึ้นบันไดชักเท้ากลับมาทันที“ผมมีธุระ” เขาตอบสั้นๆ“ป้าไม่รู้หรอกนะคะว่าธุระของคุณคมน์คืออะไร แต่ห
Chapter5“กรี๊ดด อา อา กรี๊ดด อือ”เสียงใสกรีดร้องสลับกับร้องครวญคราง เมื่อเธอก้าวผ่านไปยังวิมานอันไกลโพ้นนั้นอีกครั้ง ส่วนคมน์ยังตั้งหน้าตั้งตากับการดื่นน้ำทิพย์หวานฉ่ำที่หลั่งรินออกมาเป็นสาย รสชาตินั้นหวานเกินพรรณนา เขามอบความสุขให้กระต่ายน้อยหลายครั้งแล้ว นับจากนี้เขาจะตักตวงความสุขจากร่างกายของ
Chapter4“อา อืม คุณคมน์”เสียงครางของรุจิเรศดังมาไม่ขาดสาย เช่นเดียวกับนิ้วของเขาลูบไล้ไม่ยอมหยุด ไม่ลูบเปล่าเขาสะกิดพลอยสีชมพูไปด้วย เธอแทบจะมอดม้วยอยู่ใต้ร่างเขา สั่นราวกับลูกนกที่อยู่ท่ามกลางสายฝนเย็นฉ่ำ“อือ คุณคมน์ ไม่ คุณคมน์ เจ็บ”ความเจ็บเล็กๆ เกิดขึ้นเมื่อนิ้วใหญ่ของเขาแทรกลึกเข้าไปในกลีบ
Chapter3“อ้าปากแล้วแลบลิ้นออกมา” รุจิเรศไม่รู้ว่าเขาสั่งแบบนี้ทำไม อยากจะทำตามคำสั่งหากแต่ปากของเธอไม่ยอมขยับเหมือนที่ใจคิด“อ้าปากแล้วแลบลิ้นออกมา”เขาสั่งอีกรอบ น้ำเสียงหงุดหงิดทำให้สาวน้อยบังคับให้ขากรรไกรของปากทำงาน ค่อยๆ เปิดปากออก แล้วแลบลิ้นออกมาตามคำสั่งของเขา ร่างทั้งร่างของรุจิเรศแข็งดุจ
Chapter2 “จำเอาไว้นะ ถ้าไม่อยากเจ็บตัวอย่าขัดใจหรือว่าเถียงคุณคมน์เข้าใจมั้ย?”ป้าพุ่มกำชับอีกรอบเมื่อเดินมาหยุดหน้าประตูห้องทางด้านซ้ายมือของชั้นสอง หัวใจของรุจิเรศหวาดกลัวกับการก้าวเดินเข้าไปในห้องตรงหน้าเหลือเกิน ในความรู้สึกของเธอตอนนี้ราวกับว่ากำลังเดินเข้าไปในลานประหาร“หนูนากลัว หนูนากลัวคุ







