ログイン“อ้าปากแล้วแลบลิ้นออกมา” รุจิเรศไม่รู้ว่าเขาสั่งแบบนี้ทำไม อยากจะทำตามคำสั่งหากแต่ปากของเธอไม่ยอมขยับเหมือนที่ใจคิด
“อ้าปากแล้วแลบลิ้นออกมา”
เขาสั่งอีกรอบ น้ำเสียงหงุดหงิดทำให้สาวน้อยบังคับให้ขากรรไกรของปากทำงาน ค่อยๆ เปิดปากออก แล้วแลบลิ้นออกมาตามคำสั่งของเขา ร่างทั้งร่างของรุจิเรศแข็งดุจดั่งหินทันทีเมื่อลิ้นของเขาแตะสัมผัสที่ปลายลิ้นเล็กๆ ของเธอ ก่อนที่ลิ้นใหญ่จะไล้เลียลิ้นเล็กที่หดร่นเข้าไปในปากของเธอ เขาไม่ปล่อยให้จังหวะดีๆ อย่างนี้หลุดลอยไป ฉกจูบปากอิ่มแสนเย้ายวนทันที
เป็นครั้งแรกที่รุจิเรศได้รู้จักกับรสจูบ มันซาบซ่านหวามหวิวอย่างนี้เองหรือ ปลายลิ้นใหญ่พุ่งล้ำเข้ามาฉกเฉวียนลิ้นเล็กของเธอด้วยความเร่าร้อน สมองของสาวน้อยอ่อนหัดเริ่มงงงวย ยามที่ลิ้นใหญ่แลกรัดเกี่ยวพันลิ้นนุ่ม ดูดดึงเข้าไปในโพรงปากของเขา อาการสั่นประสาทของกระต่ายน้อยเกิดขึ้นในฉับพลัน
มือแกร่งทำงานไปพร้อมกับปากของเขา แยกสาบเสื้อคลุมออกจากกันให้มากกว่าเดิม เพื่อให้มือของเขาบีบเคล้นทรวงอกใหญ่ได้ถนัด ฝ่ามือบีบจับความนุ่มแน่นตึงอย่างเมามัน แบฝ่ามือออกก่อนจะคลึงเคล้าให้ยอดอกของเธอนั้นเสียดสีกับกลางฝ่ามือหนา ปทุมถันห่อตัวเป็นเม็ดสวยรับความเสียวสะท้านที่อาบซ่านไปทั้งกาย ร่างสาวสั่นระริก กลีบปากที่เขายังคงบดเคล้าไม่ห่างนั้นสั่นจนคมน์รู้สึกได้ ดวงตาของสาวน้อยแรกแย้มสะลึมสะลือเหมือนคนครึ่งหลับครึ่งตื่น
“พร้อมแล้วใช่มั้ย”
เขาถามเมื่อละจากปากนุ่มสีทับทิม รุจิเรศอยากจะตอบออกไปเหลือเกินว่า ‘ไม่พร้อม’ ทว่าเขากลับไม่เปิดโอกาสให้เธอตอบ คมน์แนบริมฝีปากลงมาอีกครั้ง สอดปลายลิ้นสากใหญ่เข้ารัดเกี่ยวพันพัวลิ้นนุ่ม พลิ้วสะบัดอย่างเร่าร้อน บางครั้งดูอ่อนโยน บางคราดุดัน จนเธอบังเกิดความหวามไหวที่รินไหลไปทั่วร่างกาย มนต์สะกดที่เธอได้รับจากการจุมพิต ทำให้สาวน้อยไม่รู้เลยว่าตอนนี้ร่างกายของเธอถูกตวัดให้นอนราบบนที่นอน มารู้ตัวอีกทีเมื่อแผ่นหลังสัมผัสกับความเย็นบนที่นอน โดยมีร่างหนาเกยทับร่างเล็ก
ตาประสานตาด้วยความตั้งใจของเขา ดวงตากลมโตของรุจิเรศเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ประหม่า เปล่งประกายความใสซื่อ ใสซื่ออย่างนั้นหรือ ดวงตาของอังคณาตอนนั้นก็ใสซื่อแบบนี้ แต่แล้วเธอก็จากเขาไปแต่งงานกับคนอื่น ลูกสาวก็คงเหมือนแม่เพราะลูกไม้มันหล่นไม่ไกลต้น แม่ร่านยังไงลูกสาวก็คงไม่ต่างกัน อย่าหลงเสน่ห์เด็ดขาด
ดวงตาคมกริบสีน้ำตาลเข้มของคมน์ที่เธอเห็นนั้นเต็มไปด้วยเสน่ห์ แต่ร้อนแรงเหมือนไฟยามที่เธอสบตาครั้งใด เรียกเหงื่อให้ผุดขึ้นตามร่างกาย เนื่องจากมันร้อนราวกับว่าเธอยืนอยู่ท่ามกลางแสงอาทิตย์ มันแฝงไว้ซึ่งความแค้นที่เดือดปะทุในดวงตาของเขา
ริมฝีปากหนาแทะเล็มไปตามหน้าผากด้วยการจูบเบาๆ ไล้ไปยังดวงตาทั้งสองข้าง จมูกรั้นหยุดนิ่งที่เรียวปากอวบอิ่ม บดจูบอยู่สักพักก่อนจะเลื่อนไปตามลำคอระหง ในขณะที่มือหนาค่อยๆ ถอดชุดคลุมออกจากร่างกายของรุจิเรศ ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศทำให้ร่างสาวเกิดความหนาวสั่นแล้วยิ่งสั่นมาขึ้นไปอีก เมื่อมือใหญ่ลูบไล้ไปมาตามร่างเปลือยเปล่าของเธอ
ความนุ่มละมุนของผิวเนื้อที่เขาได้สัมผัส ทั้งเนียนและนุ่มคนที่ลูบไล้เกิดความเพลิดเพลินยิ่งนัก ความหอมจากกลิ่นกายสาวที่คละเคล้ากับความหอมจากครีมอาบน้ำ ทำให้เขาสูดดมกลิ่นหอมจรุงใจเข้าไปเต็มปอด ซุกไซร้ไปรอบลำคอขาว ริมฝีปากและลมหายใจของเขาทำให้ร่างกายสาวร้อนผ่าว ผิวกายขาวนวลแดงเรื่อ ลมหายใจหอบถี่เหมือนตื่นเต้น มือเล็กจับมาผู้ที่นอนไว้แน่นอย่างหวาดกลัว
มือหนาบีบเคล้นทรวงอกตูมเต่งอย่างเมามัน สลับกับเคล้นคลึงทั้งสองข้างเต้า ไม่นานนักริมฝีปากหนาก็เดินทางมาถึงภูเขาสองลูกใหญ่โดยมีเม็ดถันสีแดงอ่อนตั้งชันอย่างสวยงาม ดวงตาของเขาเหมือนจะพร่ามัวไปชั่วขณะ เมื่อได้เห็นความสวยงามตระการตา ความสวยงามที่เขาไม่เคยเห็นบนร่างกายของผู้หญิงคนไหนมาก่อน ลิ้นหนานำล่องทันที ไล้เลียไปตามฐานอกเรื่อยขึ้นสูงจนถึงเม็ดถัน ใช้ลิ้นแตะสัมผัสเบาๆ จนเม็ดถันของเธอสั่น หลังจากนั้นจึงดูดกลืนความสวยงามนั้นเข้าไปในปาก
“อา อือ” เสียงหวานครางออกมาอย่างลืมตัว ความสะท้านเสียวแล่นเข้ามาตามผิวเนื้อแทรกซึมเข้าไปในร่างกายของเธอ อวัยวะทุกส่วนในร่างกายดูจะปั่นป่วน ท้องน้อยเนียนสวยตอบรับความเสียวซ่านจนหดเกร็ง ร่างกายบิดเร้าไปมาเสมือนงูที่คดเคี้ยวไปบนพื้นทราย
คมน์ตอนนี้คล้ายกับเด็กแรกเกิดที่หมายจะดื่มนมมารดาให้อิ่มท้อง เขาละเลงปลายลิ้นไปบนเม็ดถันอย่างสนุกลิ้น บางครั้งดูดกลืนหายเข้าไปในโพรงปากอุ่นร้อนอย่างสนุกปาก หูของเขาได้ฟังเสียงหวานครางกระเส่าไปด้วย ยิ่งทำให้อารมณ์ของเขาไต่ระดับมากยิ่งขึ้น
ร่างกายสาวตอนนี้สั่นราวกับเจ้าเข้าไม่มีผิดเพี้ยน เธอสั่นเพราะอารมณ์ปรารถนากระพือดั่งเปลวไฟที่ลุกไหม้ผืนป่า มันลามไปเรื่อยๆ จากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง จุดที่หนักที่สุดน่าจะเป็นบริเวณช่องท้อง ก่อนจะจมดิ่งไปอยู่บริเวณใจกลางร่างสาว สั่นที่สองก็คือ ไอร้อนบางอย่างที่ดุนดันอยู่บริเวณข้างสะโพกมน สิ่งนั้นอยู่ภายในผ้าขนหนูสีขาวของเขา มันดิ้น
ไปมาคล้ายกับว่าอยากจะออกมาหายใจ แม้ว่าเธอจะไร้เดียงสาในเรื่องเกมรัก แต่ไม่ไร้เดียงสาพอจะไม่รู้ว่า ความร้อนผ่าวที่ดิ้นไปมานั้นคืออะไร
“อือ อืม” เสียงครางครั้งนี้ดูจะมีลมหายใจที่ขาดห้วงระบายออกมาด้วย สาเหตุที่เธอเป็นเช่นนี้ก็เพราะฝ่ามือใหญ่ของเขาทาบวางใจกลางร่างสาวอวบใหญ่เกินตัว ตามสัญชาติญาณของสาวแรกผลิเธอหนีบขาของตัวเองเอาไว้แน่น จนเขาไม่สามารถสัมผัสเนินสวรรค์ของกระต่ายน้อยได้โดยง่าย แต่ก็ไม่ยากเกินความสามารถของเขาเหมือนกัน
“โอ๊ย” รุจิเรศครางเจ็บเบาๆ เมื่อถูกไรฟันคมกริบกัดที่เม็ดถัน ทำให้ขาที่หนีบเกร็งเอาไว้คลายออก ส่งผลให้เขาใช้ขาที่ก่ายร่างสาวดันขาที่ข้างขวาของเธอให้ออกห่าง ทำให้เขาสามารถลูบไล้เนินอวบได้อย่างถนัดมือ วินาทีนี้สาวน้อยคิดอะไรไม่ออกทั้งสิ้น ความเสียวที่ได้รับในครั้งก่อนถูกโถมถับมากยิ่งขึ้นอีกหลายชั้น อาการเกร็งที่มีอยู่ก่อนหน้าดูจะหนักขึ้นกว่าเดิม นิ้วชี้ของคมน์กรีดไปตามร่องดอกไม้ไปมา ขึ้นลงอย่างแผ่วเบา เสียดสีกับพลอยสีชมพู
Chapter4“อา อืม คุณคมน์”เสียงครางของรุจิเรศดังมาไม่ขาดสาย เช่นเดียวกับนิ้วของเขาลูบไล้ไม่ยอมหยุด ไม่ลูบเปล่าเขาสะกิดพลอยสีชมพูไปด้วย เธอแทบจะมอดม้วยอยู่ใต้ร่างเขา สั่นราวกับลูกนกที่อยู่ท่ามกลางสายฝนเย็นฉ่ำ“อือ คุณคมน์ ไม่ คุณคมน์ เจ็บ”ความเจ็บเล็กๆ เกิดขึ้นเมื่อนิ้วใหญ่ของเขาแทรกลึกเข้าไปในกลีบพฤกษา นิ้วหนาสัมผัสถึงน้ำหวานที่สกัดออกมาจากความรู้สึกเสียวซ่านของเธอ คมน์เกิดความกระชุ่มกระชวยขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เสมือนกับว่าร่างกายของเขากำลังรอคอยที่จะสัมผัสร่างกายของกระต่ายน้อยตัวนี้ กระต่ายน้อยที่เขาหมายมั่นเอาไว้ตั้งแต่เธอเกิดมา“อา อา” เธอครางกระเส่าเมื่อปลายนิ้วใหญ่เริ่มขยับจากช้าไปเร็ว ส่วนปากหนายังคงดูดกลืนเม็ดถันไม่ยอมห่าง สลับกันทั้งสอง ดูดกลืน ละเลงลิ้นอย่างเอร็ดอร่อย สำหรับเธอนั้นไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเดินไปทางไหนระหว่างดิ่งลงสู่ทะเลลึกหรือว่ากระโดดขึ้นไปบนดี เพราะว่าเวลานี้ร่างกายทุกสัดส่วนร้อนรุ่มอยากจะได้น้ำมาดับความร้อน อีกใจก็อยากจะกระโดดขึ้นไปบนฟากฟ้า เพื่อเธอจะได้ไปถึงสวรรค์ที่เห็นรำไรแรงขยับปลายนิ้วเพิ่มอัตราความเร็วมากขึ้นเรื่อย นิ้วโป้งหาได้นิ่งเฉยสะกิดพลอยชมพูไปพรา
Chapter3“อ้าปากแล้วแลบลิ้นออกมา” รุจิเรศไม่รู้ว่าเขาสั่งแบบนี้ทำไม อยากจะทำตามคำสั่งหากแต่ปากของเธอไม่ยอมขยับเหมือนที่ใจคิด“อ้าปากแล้วแลบลิ้นออกมา”เขาสั่งอีกรอบ น้ำเสียงหงุดหงิดทำให้สาวน้อยบังคับให้ขากรรไกรของปากทำงาน ค่อยๆ เปิดปากออก แล้วแลบลิ้นออกมาตามคำสั่งของเขา ร่างทั้งร่างของรุจิเรศแข็งดุจดั่งหินทันทีเมื่อลิ้นของเขาแตะสัมผัสที่ปลายลิ้นเล็กๆ ของเธอ ก่อนที่ลิ้นใหญ่จะไล้เลียลิ้นเล็กที่หดร่นเข้าไปในปากของเธอ เขาไม่ปล่อยให้จังหวะดีๆ อย่างนี้หลุดลอยไป ฉกจูบปากอิ่มแสนเย้ายวนทันทีเป็นครั้งแรกที่รุจิเรศได้รู้จักกับรสจูบ มันซาบซ่านหวามหวิวอย่างนี้เองหรือ ปลายลิ้นใหญ่พุ่งล้ำเข้ามาฉกเฉวียนลิ้นเล็กของเธอด้วยความเร่าร้อน สมองของสาวน้อยอ่อนหัดเริ่มงงงวย ยามที่ลิ้นใหญ่แลกรัดเกี่ยวพันลิ้นนุ่ม ดูดดึงเข้าไปในโพรงปากของเขา อาการสั่นประสาทของกระต่ายน้อยเกิดขึ้นในฉับพลันมือแกร่งทำงานไปพร้อมกับปากของเขา แยกสาบเสื้อคลุมออกจากกันให้มากกว่าเดิม เพื่อให้มือของเขาบีบเคล้นทรวงอกใหญ่ได้ถนัด ฝ่ามือบีบจับความนุ่มแน่นตึงอย่างเมามัน แบฝ่ามือออกก่อนจะคลึงเคล้าให้ยอดอกของเธอนั้นเสียดสีกับกลางฝ่ามือหนา ปทุมถัน
Chapter2 “จำเอาไว้นะ ถ้าไม่อยากเจ็บตัวอย่าขัดใจหรือว่าเถียงคุณคมน์เข้าใจมั้ย?”ป้าพุ่มกำชับอีกรอบเมื่อเดินมาหยุดหน้าประตูห้องทางด้านซ้ายมือของชั้นสอง หัวใจของรุจิเรศหวาดกลัวกับการก้าวเดินเข้าไปในห้องตรงหน้าเหลือเกิน ในความรู้สึกของเธอตอนนี้ราวกับว่ากำลังเดินเข้าไปในลานประหาร“หนูนากลัว หนูนากลัวคุณคมน์”หยดน้ำตาเม็ดใสๆ คลออยู่ตรงขอบตาของคนที่พูด คนที่มองอยู่แทบจะร้องไห้ตามไปด้วย แต่จะทำอย่างไรได้เล่า จริงอยู่นางเป็นคนเก่าคนแก่ของบิดามารดาของคมน์ แล้วยังเป็นแม่นมของเขาอีกด้วย คมน์เชื่อฟังนางทุกเรื่องยกเว้นเรื่องนี้เรื่องเดียวที่เขาขอนางไว้ เรื่องที่จะแก้แค้นอังคณามารดาของรุจิเรศ“ป้ารู้ว่าหนูนากลัว แต่หนูนาอย่าลืมนะ หนูนาเลือกที่จะมาที่นี่ มาเพื่อบ้าน เพื่อพ่อแล้วก็เพื่อพี่ หนูนาต้องอดทนไว้แล้วเรื่องร้ายๆ มันก็จะผ่านไปเอง”ป้าพุ่มพูดให้กำลังใจได้เพียงเท่านี้ ป้าพุ่มเคาะประตูห้องก่อนจะเปิดบานประตูบานใหญ่เข้าไป รุจิเรศหันมามองหน้าป้าพุ่มอีกครั้ง นางพยักหน้าและยิ้มบางๆ เป็นกำลังใจให้ รุจิเรศเดินเข้าไปในห้องอย่างกล้าๆ กลัวๆ มองชายหนุ่มที่นั่งพิงหัวเตียงไม้ฉลุลายวิจิตสวยงาม หัวใจดวงน้อยเต้
Chapter1หญิงสาวคนหนึ่งนั่งกอดเข่าอยู่มุมห้อง ภายในห้องมืดสนิทไร้แสงไฟ แม้แต่พระจันทร์ที่เคยส่องแสงทุกค่ำคืน คืนนี้กลับถูกเมฆบดบัง น้ำตาของรุจิเรศไหลรินตั้งแต่ถูกพาตัวมาอยู่ห้องนี้ ในความรู้สึกเธอ มันคล้ายกับคุกมืดในหนังเรื่องหนึ่งที่เคยดูเหลือเกิน มีทั้งกลิ่นอับชื้น แมลงสาบที่ไต่ตามขาและแขนของเธอ เสียงหนูที่ดังไม่หยุด นั่นไม่เท่ากับเสียงตุ๊กแกร้องประสานกันหลายตัว เธอไม่รู้ว่าสัตว์ทั้งหลายเหล่านี้อยู่ตรงไหนบ้าง เพราะดวงตาของเธอนั้นมองเห็นอยู่อย่างเดียวคือ ความมืดมิด รุจิเรศจึงเลือกที่จะนั่งอยู่ตรงนี้ ไม่ขยับเขยื้อนไปไหน เสียงไขกุญแจดังอยู่ตรงประตู ก่อนที่ประตูนั้นจะถูกเปิดออก แสงไฟที่อยู่หน้าห้องส่องกระทบกับดวงหน้าหวาน จนเธอต้องหรี่ตาลงเพื่อลดอาการแสบตา ร่างของบุรุษสูงใหญ่ยืนเด่นตระหง่านอยู่หน้าประตูห้อง จ้องมองมายังร่างสาวไม่ไหวติง ความแค้นเคืองถูกเปล่งประกายวาบวับมาจากดวงตาคู่นั้น “ป้าพุ่ม เอาตัวคุณหนูสกปรกคนนี้ไปอาบน้ำอาบท่าให้เรียบร้อย แล้วพาขึ้นไปหาฉันที่ห้อง”บุรุษคนนั้นสั่งเสียงเย็นเฉียบ คำพูดที่เย็นเฉียบที่ไหลเข้ามาในหูของเธอนั้น ทำให้หัวใจดวงน้อย







