LOGIN“อ้าปากแล้วแลบลิ้นออกมา” รุจิเรศไม่รู้ว่าเขาสั่งแบบนี้ทำไม อยากจะทำตามคำสั่งหากแต่ปากของเธอไม่ยอมขยับเหมือนที่ใจคิด
“อ้าปากแล้วแลบลิ้นออกมา”
เขาสั่งอีกรอบ น้ำเสียงหงุดหงิดทำให้สาวน้อยบังคับให้ขากรรไกรของปากทำงาน ค่อยๆ เปิดปากออก แล้วแลบลิ้นออกมาตามคำสั่งของเขา ร่างทั้งร่างของรุจิเรศแข็งดุจดั่งหินทันทีเมื่อลิ้นของเขาแตะสัมผัสที่ปลายลิ้นเล็กๆ ของเธอ ก่อนที่ลิ้นใหญ่จะไล้เลียลิ้นเล็กที่หดร่นเข้าไปในปากของเธอ เขาไม่ปล่อยให้จังหวะดีๆ อย่างนี้หลุดลอยไป ฉกจูบปากอิ่มแสนเย้ายวนทันที
เป็นครั้งแรกที่รุจิเรศได้รู้จักกับรสจูบ มันซาบซ่านหวามหวิวอย่างนี้เองหรือ ปลายลิ้นใหญ่พุ่งล้ำเข้ามาฉกเฉวียนลิ้นเล็กของเธอด้วยความเร่าร้อน สมองของสาวน้อยอ่อนหัดเริ่มงงงวย ยามที่ลิ้นใหญ่แลกรัดเกี่ยวพันลิ้นนุ่ม ดูดดึงเข้าไปในโพรงปากของเขา อาการสั่นประสาทของกระต่ายน้อยเกิดขึ้นในฉับพลัน
มือแกร่งทำงานไปพร้อมกับปากของเขา แยกสาบเสื้อคลุมออกจากกันให้มากกว่าเดิม เพื่อให้มือของเขาบีบเคล้นทรวงอกใหญ่ได้ถนัด ฝ่ามือบีบจับความนุ่มแน่นตึงอย่างเมามัน แบฝ่ามือออกก่อนจะคลึงเคล้าให้ยอดอกของเธอนั้นเสียดสีกับกลางฝ่ามือหนา ปทุมถันห่อตัวเป็นเม็ดสวยรับความเสียวสะท้านที่อาบซ่านไปทั้งกาย ร่างสาวสั่นระริก กลีบปากที่เขายังคงบดเคล้าไม่ห่างนั้นสั่นจนคมน์รู้สึกได้ ดวงตาของสาวน้อยแรกแย้มสะลึมสะลือเหมือนคนครึ่งหลับครึ่งตื่น
“พร้อมแล้วใช่มั้ย”
เขาถามเมื่อละจากปากนุ่มสีทับทิม รุจิเรศอยากจะตอบออกไปเหลือเกินว่า ‘ไม่พร้อม’ ทว่าเขากลับไม่เปิดโอกาสให้เธอตอบ คมน์แนบริมฝีปากลงมาอีกครั้ง สอดปลายลิ้นสากใหญ่เข้ารัดเกี่ยวพันพัวลิ้นนุ่ม พลิ้วสะบัดอย่างเร่าร้อน บางครั้งดูอ่อนโยน บางคราดุดัน จนเธอบังเกิดความหวามไหวที่รินไหลไปทั่วร่างกาย มนต์สะกดที่เธอได้รับจากการจุมพิต ทำให้สาวน้อยไม่รู้เลยว่าตอนนี้ร่างกายของเธอถูกตวัดให้นอนราบบนที่นอน มารู้ตัวอีกทีเมื่อแผ่นหลังสัมผัสกับความเย็นบนที่นอน โดยมีร่างหนาเกยทับร่างเล็ก
ตาประสานตาด้วยความตั้งใจของเขา ดวงตากลมโตของรุจิเรศเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ประหม่า เปล่งประกายความใสซื่อ ใสซื่ออย่างนั้นหรือ ดวงตาของอังคณาตอนนั้นก็ใสซื่อแบบนี้ แต่แล้วเธอก็จากเขาไปแต่งงานกับคนอื่น ลูกสาวก็คงเหมือนแม่เพราะลูกไม้มันหล่นไม่ไกลต้น แม่ร่านยังไงลูกสาวก็คงไม่ต่างกัน อย่าหลงเสน่ห์เด็ดขาด
ดวงตาคมกริบสีน้ำตาลเข้มของคมน์ที่เธอเห็นนั้นเต็มไปด้วยเสน่ห์ แต่ร้อนแรงเหมือนไฟยามที่เธอสบตาครั้งใด เรียกเหงื่อให้ผุดขึ้นตามร่างกาย เนื่องจากมันร้อนราวกับว่าเธอยืนอยู่ท่ามกลางแสงอาทิตย์ มันแฝงไว้ซึ่งความแค้นที่เดือดปะทุในดวงตาของเขา
ริมฝีปากหนาแทะเล็มไปตามหน้าผากด้วยการจูบเบาๆ ไล้ไปยังดวงตาทั้งสองข้าง จมูกรั้นหยุดนิ่งที่เรียวปากอวบอิ่ม บดจูบอยู่สักพักก่อนจะเลื่อนไปตามลำคอระหง ในขณะที่มือหนาค่อยๆ ถอดชุดคลุมออกจากร่างกายของรุจิเรศ ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศทำให้ร่างสาวเกิดความหนาวสั่นแล้วยิ่งสั่นมาขึ้นไปอีก เมื่อมือใหญ่ลูบไล้ไปมาตามร่างเปลือยเปล่าของเธอ
ความนุ่มละมุนของผิวเนื้อที่เขาได้สัมผัส ทั้งเนียนและนุ่มคนที่ลูบไล้เกิดความเพลิดเพลินยิ่งนัก ความหอมจากกลิ่นกายสาวที่คละเคล้ากับความหอมจากครีมอาบน้ำ ทำให้เขาสูดดมกลิ่นหอมจรุงใจเข้าไปเต็มปอด ซุกไซร้ไปรอบลำคอขาว ริมฝีปากและลมหายใจของเขาทำให้ร่างกายสาวร้อนผ่าว ผิวกายขาวนวลแดงเรื่อ ลมหายใจหอบถี่เหมือนตื่นเต้น มือเล็กจับมาผู้ที่นอนไว้แน่นอย่างหวาดกลัว
มือหนาบีบเคล้นทรวงอกตูมเต่งอย่างเมามัน สลับกับเคล้นคลึงทั้งสองข้างเต้า ไม่นานนักริมฝีปากหนาก็เดินทางมาถึงภูเขาสองลูกใหญ่โดยมีเม็ดถันสีแดงอ่อนตั้งชันอย่างสวยงาม ดวงตาของเขาเหมือนจะพร่ามัวไปชั่วขณะ เมื่อได้เห็นความสวยงามตระการตา ความสวยงามที่เขาไม่เคยเห็นบนร่างกายของผู้หญิงคนไหนมาก่อน ลิ้นหนานำล่องทันที ไล้เลียไปตามฐานอกเรื่อยขึ้นสูงจนถึงเม็ดถัน ใช้ลิ้นแตะสัมผัสเบาๆ จนเม็ดถันของเธอสั่น หลังจากนั้นจึงดูดกลืนความสวยงามนั้นเข้าไปในปาก
“อา อือ” เสียงหวานครางออกมาอย่างลืมตัว ความสะท้านเสียวแล่นเข้ามาตามผิวเนื้อแทรกซึมเข้าไปในร่างกายของเธอ อวัยวะทุกส่วนในร่างกายดูจะปั่นป่วน ท้องน้อยเนียนสวยตอบรับความเสียวซ่านจนหดเกร็ง ร่างกายบิดเร้าไปมาเสมือนงูที่คดเคี้ยวไปบนพื้นทราย
คมน์ตอนนี้คล้ายกับเด็กแรกเกิดที่หมายจะดื่มนมมารดาให้อิ่มท้อง เขาละเลงปลายลิ้นไปบนเม็ดถันอย่างสนุกลิ้น บางครั้งดูดกลืนหายเข้าไปในโพรงปากอุ่นร้อนอย่างสนุกปาก หูของเขาได้ฟังเสียงหวานครางกระเส่าไปด้วย ยิ่งทำให้อารมณ์ของเขาไต่ระดับมากยิ่งขึ้น
ร่างกายสาวตอนนี้สั่นราวกับเจ้าเข้าไม่มีผิดเพี้ยน เธอสั่นเพราะอารมณ์ปรารถนากระพือดั่งเปลวไฟที่ลุกไหม้ผืนป่า มันลามไปเรื่อยๆ จากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง จุดที่หนักที่สุดน่าจะเป็นบริเวณช่องท้อง ก่อนจะจมดิ่งไปอยู่บริเวณใจกลางร่างสาว สั่นที่สองก็คือ ไอร้อนบางอย่างที่ดุนดันอยู่บริเวณข้างสะโพกมน สิ่งนั้นอยู่ภายในผ้าขนหนูสีขาวของเขา มันดิ้น
ไปมาคล้ายกับว่าอยากจะออกมาหายใจ แม้ว่าเธอจะไร้เดียงสาในเรื่องเกมรัก แต่ไม่ไร้เดียงสาพอจะไม่รู้ว่า ความร้อนผ่าวที่ดิ้นไปมานั้นคืออะไร
“อือ อืม” เสียงครางครั้งนี้ดูจะมีลมหายใจที่ขาดห้วงระบายออกมาด้วย สาเหตุที่เธอเป็นเช่นนี้ก็เพราะฝ่ามือใหญ่ของเขาทาบวางใจกลางร่างสาวอวบใหญ่เกินตัว ตามสัญชาติญาณของสาวแรกผลิเธอหนีบขาของตัวเองเอาไว้แน่น จนเขาไม่สามารถสัมผัสเนินสวรรค์ของกระต่ายน้อยได้โดยง่าย แต่ก็ไม่ยากเกินความสามารถของเขาเหมือนกัน
“โอ๊ย” รุจิเรศครางเจ็บเบาๆ เมื่อถูกไรฟันคมกริบกัดที่เม็ดถัน ทำให้ขาที่หนีบเกร็งเอาไว้คลายออก ส่งผลให้เขาใช้ขาที่ก่ายร่างสาวดันขาที่ข้างขวาของเธอให้ออกห่าง ทำให้เขาสามารถลูบไล้เนินอวบได้อย่างถนัดมือ วินาทีนี้สาวน้อยคิดอะไรไม่ออกทั้งสิ้น ความเสียวที่ได้รับในครั้งก่อนถูกโถมถับมากยิ่งขึ้นอีกหลายชั้น อาการเกร็งที่มีอยู่ก่อนหน้าดูจะหนักขึ้นกว่าเดิม นิ้วชี้ของคมน์กรีดไปตามร่องดอกไม้ไปมา ขึ้นลงอย่างแผ่วเบา เสียดสีกับพลอยสีชมพู
Chapter55“ที่พูดออกมาหมายความว่ายังไง อังกำลังจะบอกอะไร?”คมน์ถามด้วยน้ำเสียงคาดคั้น คำพูดประโยคแรกที่อังคณาพูดมาตอนที่เดินเข้ามาในห้อง เขานึกว่าฝันไป แต่พอได้ยินคำพูดแฝงความจริงเมื่อครู่ ทำให้เขาใจคอไม่ดี หัวใจเต้นแรงและเร็วมากกว่าเมื่อสักครู่“สิ่งที่อังอยากจะบอกก็คือ หนูนาเป็นลูกสาวคนเดียวของเราค่ะคมน์ หนูนาเป็นลูกสาวของเราค่ะ”“พูดบ้าอะไรของคุณ คุณพูดอะไรออกมาอัง จะบ้าเหรอ คุณมันบ้าไปแล้ว”คมน์ตะโกนพูดเหมือนคนรับไม่ได้กับสิ่งที่ได้ยิน สมองของเขาโล่งคิดอะไรไม่ออก ปากสั่น มือเย็นเฉียบ หัวใจไม่ต้องบอกเลยมันเต้นแรงมากแค่ไหน เต้นแรงจนเขารู้สึกเจ็บปวดไปหมดรุจิเรศทรุดกายลงนั่งริมเตียงอย่างคนหมดแรง หัวใจสาวแทบจะหยุดเต้น สมองของเธอเหมือนถูกของแข็งกระแทกอย่างแรง แรงจนเธอมึนงง ไม่รับรู้เรื่องราว ไม่รับรู้คำพูดของใครทั้งสิ้น จิตใจของรุจิเรศกำลังหลุดลอย“พูดความจริงไงคะ คมน์คงลืมครั้งสุดท้ายที่เรามีอะไรกัน คมน์ไม่ได้สวมถุงยาง อังเองก็ไม่ได้กินยาคุมด้วย อีกสองอาทิพย์อังก็แต่งงานกับพร้อมพงศ์แล้วก็ตั้งท้องในอีกสองเดือนต่อมา ตอนแรกอังก็ยังสับสนอยู่ว่าอังมีลูกกับใคร ระหว่างคุณกับคุณพร้อมพงศ์ เพรา
“พูดดีๆ ไม่ชอบ ชอบเจ็บตัวก็เอา เดี่ยวจัดให้ทั้งวันทั้งคืนเลย” เขาพูดขู่เสียงห้วนเข้ม หญิงสาวหน้าซีดเมื่อได้ยินคำข่มขู่ของเขา“คุณคมน์ต้องการให้หนูนาอยู่เพราะอยากจะแก้แค้นใช่หรือเปล่า อยากจะให้หนูนาเจ็บ อยากให้หนูนาเสียใจ อยากให้หนูนาร้องไห้ อยากให้หนูนาอกแตกตาย หนูนาก็เจ็บ เสียใจ ร้องไห้ อกแตกตายอยู่นี่ไง คุณคมน์ยังไม่สาแก่ใจใช่มั้ย ต้องให้หนูนาเป็นบ้าก่อนถึงจะสะใจใช่หรือเปล่าคะ”ทั้งหลายถูกปลดปล่อยออกมาจากลำคอผ่านปากบางอิ่มที่สั่นระริก น้ำตาเอ่อคลอ ดวงหน้าหวานเศร้าหมอง คมน์มองน้ำตา มองใบหน้าที่เศร้าโศก มองความเจ็บร้าวผ่านทางสายตาอมทุกข์ของรุจิเรศ หัวใจของเขาอ่อนยวบขึ้นมาทันที เพลิงแค้นแทบมลาย นิ้วใหญ่ปาดน้ำตาที่รินไหลของเธอ ก่อนจะซับด้วยริมฝีปากหนาอีกครั้งหนึ่ง“หนูนาของผัว ผัวรักเมียนะ ผัวขอโทษ”ครั้งนี้เขาพูดออกมาจากใจจริง ไม่ได้เสแสร้งแกล้งพูดแต่อย่างใดเลย คนที่ฟังอยู่ถึงกับใจสั่น อยากจะเชื่อคำพูดของเขา ทว่าความแค้นที่ฝังแน่นในใจของเขา การที่เขาพาอังคณาผู้เป็นมารดามาอยู่ร่วมบ้านกับเธอด้วย มันยากยิ่งที่รุจิเรศจะเชื่อคำพูดของเขา คมน์พูดเพื่อให้เธอใจอ่อนและยอมอยู่บ้านราชพฤกษ์ต่อเท่าน
“ขอบใจที่บอก แต่ไม่ว่าจะยังไง คนที่จะกระเด็นออกไปจากบ้านหลังนี้ก็คือหนูนา ไม่ใช่ฉัน จำเอาไว้ฉันคนเดียวเท่านั้นที่จะได้เป็นคุณผู้หญิง” อังคณาพูดใส่หน้าป้าพุ่มที่พยายามลุกขึ้นยืน“คุณมันใจดำ หนูนาคือลูกของคุณนะ”“ก็แค่ลูก ขนาดพ่อกับแม่ฉันยังไม่สนใจเลย กะอีแค่เด็กที่อาศัยท้องฉันมาเกิดจะอะไรกันมากมาย ฉันไม่สนใจหรอก รู้ไว้ซะด้วย คนที่ฉันสนใจมากที่สุดคือตัวของฉันเอง”ป้าพุ่มเอามือมาทาบที่อกเป็นการแสดงความตกใจที่ได้ยินคำพูดประโยคนี้ ผู้หญิงคนนี้เกินจะเยียวยาแล้ว อังคณาเลวทั้งกายและใจ ไม่มีจิตสำนึกของคำว่า แม่ เลยแม้แต่น้อย อังคณาพูดจบก็เดินออกไปจากห้องรับประทานอาหารทันที“แกเกิดมาเพื่อทำลายชีวิตฉันจริงๆ เลย ฉันไม่มีวันยอมให้แกเสวยสุขอยู่ที่นี่แน่นอน”อังคณาพูดอย่างหมายมั่น เดินตรงไปชั้นบนด้วยจิตใจที่แน่วแน่ เธอคิดแผนจัดการกับรุจิเรศออกไปจากบ้านหลังนี้ ออกไปจากชีวิตของคมน์แบบถาวร ลูกสาวของนางไม่มีทางกลับมาเหยียบบ้านหลังนี้ตลอดชีวิต รุจิเรศตื่นตั้งแต่ไก่ยังไม่ทันขัน เธอลุกขึ้นอาบน้ำและแต่งตัวให้เรียบร้อย ก่อนจะมาซุกตัวนอนบนเตียงโดยใช้ผ้าห่มผืนหนาคลุมกาย รอจังหวะให้คมน์ท
“ดีเหลือเกินหนูนาจ๋า เสียวสุดๆ โอ แน่นมากเลย”เสียงห้าวครางต่ำออกมา พลางขยับนิ้วมือทั้งสองนิ้วควบคู่กับกระโจนกายแกร่งทะลวงลึกเข้าไปในกลีบสาว ความแน่นที่คมน์ได้รับจึงมากขึ้น ความเสียวสะท้านก็มากตามไปด้วย“คุณคมน์เจ็บ หนูนาเจ็บ อา”“ทั้งเจ็บทั้งเสียวเลยใช่มั้ยหนูนา เธอต้องเจอหนักกว่านี้อีกแน่”ใช่ มันเจ็บอย่างที่เขาพูดออกมาจริงๆ แรงรักที่เขาทะยานเข้าใส่หนักหน่วง รุนแรงจนกายสาวแหลกละเอียดไม่มีชิ้นดี เจ็บเกินเจ็บ ปวดเกินปวด ทุกข์ระทมเกินทานรับ นิ้วมือใหญ่ถูกชักออก เพื่อที่เขาจะกระหน่ำซัดเธอได้ง่ายขึ้น เน้นน้ำหนักได้มากขึ้นตามห้วงอารมณ์โทสะที่ครอบงำในหัวใจกระต่ายน้อยแบกรับความเจ็บปวดจากความรุนแรงของกระทิงดุทั้งน้ำตา หวังเพียงว่านับต่อจากนี้เธอจะไม่ได้รับรู้ความรู้สึกเจ็บปวดอย่างนี้อีกต่อไปแล้ว มันคงไม่มีอะไรปวดร้าวหัวใจมากกว่านี้อีกแล้ว อังคณารู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมากที่เช้านี้คมน์ไม่ลงมาทานอาหารเช้า อีกทั้งเมื่อวานหลังจากที่รับประทานอาหารร่วมกันแล้ว คมน์พาเธอไปส่งที่ห้องนอนที่เขาจัดเตรียมไว้ให้ ก่อนจะขอตัวและเดินออกไปจากห้องนอนของเธออย่างรวดเร็ว ไม่มาอยู่เคล้าคลอ
Chapter51“มันสายไปแล้วหนูนา”เขาคำรามเสียงเข้ม ก่อนจะก้าวลงจากเตียงจัดการกับเสื้อผ้าของตัวเองอย่างรวดเร็ว รุจิเรศเองไม่ได้นิ่งดูดายปล่อยให้เขามาจัดการเธอง่ายๆ ออกแรงกระชากเศษกระโปรงที่ถูกผูกไว้กับหัวเตียงให้หลุดหรือขาดออกจากกัน มันไม่เป็นผลปมที่ผูกติดกับหัวเตียงไม่หลุดออก เศษผ้าก็ไม่ฉีกขาดออกจากกันอย่างที่หวังเอาไว้ด้วย“ดิ้นให้ตาย พยายามจนถึงเช้าเธอก็ไม่รอดหรอก กระต่ายน้อย”เขาก้าวขึ้นมาบนเตียงดวงตาคมเข้มมองร่างสาวด้วยความกระหาย เรือนร่างเปล่าเปลือยของรุจิเรศทำให้ใจหนุ่มเต้นแรงได้ทุกครั้ง สวยสด กลิ่นกายหอมถูกใจ ความหวานจากน้ำเสาวรสทำให้เขาอิ่มเอม ไม่เบื่อหน่าย ไม่ล้างราความเสน่หา มือใหญ่จับปลายเท้าที่เหวี่ยงมาโดนร่างกายของเขา จากนั้นก็จับเรียวทั้งสองข้างของเธอตั้งชันแล้วแยกออกกว้าง“คุณคมน์ อย่าทำหนูนาเลยนะคะ”คนตัวเล็กเว้าวอนคนตัวใหญ่อีกครั้ง เธอรู้ดีว่าตอนนี้กลีบกุหลาบช่อสวยยังไม่พร้อมสำหรับเรือนกายแกร่งอวบใหญ่ หากรุกล้ำคืบคลานเข้าไป ความเจ็บปวดต้องเกิดขึ้นกับตัวของเธอเองแน่นอน แต่นั่นแหละคือสิ่งที่คมน์ต้องการให้เกิดขึ้นกับสาวใต้ร่างคนนี้“โอ๊ย...คุณคมน์ คุณคมน์ หนูนาเจ็บ ฮือ”รุจ
Chapter50“คุณคมน์ไม่ต้องทำไขสือ คุณคมน์รู้ดีว่าใครคือแม่ของหนูนา?” เธอย้อนเขาเสียงเครือสั่นปะปนกับเสียงสะอื้น“ผัวไม่รู้จริงๆ ว่าใครเป็นแม่ของเมีย บอกหน่อยได้มั้ย บอกให้ผัวตาสว่างว่าใครคือแม่ของเมีย” เขาพูดได้น่าตบมาก เธอไม่คิดเลยว่าผู้ชายที่เธอรักจะเป็นคนที่เจ้าเล่ห์และแกล้งมึนได้เก่งขนาดนี้“หนูนายังเจ็บไม่พอใช่มั้ย ต้องให้หนูนาอกแตกตายไปก่อน ถึงจะสาแก่ใจกับความแค้นที่คุณคมน์มีต่อคุณแม่ คุณคมน์ใจร้าย ใจร้ายที่สุดเลย ฮือ”คำพูดของรุจิเรศทำให้คมน์ตกใจไม่น้อย เมื่อคืนนี้เขาบอกกับเธอเพียงว่าเคยคบหาและมีความสัมพันธ์กับมารดาของเธอเท่านั้น ไม่ได้บอกเรื่องความแค้นแต่อย่างใดเลย รุจิเรศรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร รู้เรื่องความแค้นที่ฝังในจิตใจของเขาจากใครกัน ความแค้นของเขามีไม่กี่คนที่รู้ หนึ่งคือเขา สองคือป้าพุ่ม ต้องเป็นป้าพุ่มแน่นอน รุจิเรศคงไปถามป้าพุ่มเกี่ยวกับความสงสัยและไม่แน่ใจในคำบอกเล่าของเขาเมื่อคืนนี้ คงอยากรู้ใจแทบขาดว่ามันเป็นคำจริงหรือคำลวง คนเดียวที่จะให้คำตอบกับกระต่ายน้อยได้ก็คือ ป้าพุ่ม เพราะนางรู้เรื่องราวต่างๆ ดีที่สุด เขาพลิกร่างสาวให้นอนราบไปบนเตียงนอน ก่อนจะใช้ร่างกายบึกบึ
Chapter5“กรี๊ดด อา อา กรี๊ดด อือ”เสียงใสกรีดร้องสลับกับร้องครวญคราง เมื่อเธอก้าวผ่านไปยังวิมานอันไกลโพ้นนั้นอีกครั้ง ส่วนคมน์ยังตั้งหน้าตั้งตากับการดื่นน้ำทิพย์หวานฉ่ำที่หลั่งรินออกมาเป็นสาย รสชาตินั้นหวานเกินพรรณนา เขามอบความสุขให้กระต่ายน้อยหลายครั้งแล้ว นับจากนี้เขาจะตักตวงความสุขจากร่างกายของ
Chapter4“อา อืม คุณคมน์”เสียงครางของรุจิเรศดังมาไม่ขาดสาย เช่นเดียวกับนิ้วของเขาลูบไล้ไม่ยอมหยุด ไม่ลูบเปล่าเขาสะกิดพลอยสีชมพูไปด้วย เธอแทบจะมอดม้วยอยู่ใต้ร่างเขา สั่นราวกับลูกนกที่อยู่ท่ามกลางสายฝนเย็นฉ่ำ“อือ คุณคมน์ ไม่ คุณคมน์ เจ็บ”ความเจ็บเล็กๆ เกิดขึ้นเมื่อนิ้วใหญ่ของเขาแทรกลึกเข้าไปในกลีบ
Chapter2 “จำเอาไว้นะ ถ้าไม่อยากเจ็บตัวอย่าขัดใจหรือว่าเถียงคุณคมน์เข้าใจมั้ย?”ป้าพุ่มกำชับอีกรอบเมื่อเดินมาหยุดหน้าประตูห้องทางด้านซ้ายมือของชั้นสอง หัวใจของรุจิเรศหวาดกลัวกับการก้าวเดินเข้าไปในห้องตรงหน้าเหลือเกิน ในความรู้สึกของเธอตอนนี้ราวกับว่ากำลังเดินเข้าไปในลานประหาร“หนูนากลัว หนูนากลัวคุ
Chapter1หญิงสาวคนหนึ่งนั่งกอดเข่าอยู่มุมห้อง ภายในห้องมืดสนิทไร้แสงไฟ แม้แต่พระจันทร์ที่เคยส่องแสงทุกค่ำคืน คืนนี้กลับถูกเมฆบดบัง น้ำตาของรุจิเรศไหลรินตั้งแต่ถูกพาตัวมาอยู่ห้องนี้ ในความรู้สึกเธอ มันคล้ายกับคุกมืดในหนังเรื่องหนึ่งที่เคยดูเหลือเกิน มีทั้งกลิ่นอับชื้น แมลงสาบที่ไต่ตามขาและแขนของเธอ







