Home / รักโบราณ / เพียงนางที่ข้าจะรัก / บทที่ 2 เครื่องต่อชีวิตน้อยๆของนาง ตอนปลาย

Share

บทที่ 2 เครื่องต่อชีวิตน้อยๆของนาง ตอนปลาย

last update Huling Na-update: 2025-10-05 21:57:49

ช่วงเย็นวันเดียวกัน

ในที่สุดข่าวสำคัญที่นายน้อยเหว่ยซินรอคอยก็มาถึง นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้นางเดินมาเมืองหลวงก่อนกำหนด

“เรียนนายน้อย คนผู้นั้นเริ่มเคลื่อนไหวแล้วขอรับ เป็นไปตามที่ท่านคาดการณ์ไว้ไม่มีผิด” บุรุษชุดดำเอ่ยรายงานเจ้านาย พร้อมมอบจดหมายในมือให้องครักษ์ที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานของนาง

มือขาวรับจดหมายมาเปิดอ่าน แววตาพลันเปลี่ยนเป็นคมกล้า เมื่ออ่านจบจึงเผาจดหมายทิ้ง “จับตาดูอย่าให้คลาดสายตา หาทางส่งคนของเราเข้าจวนหลังนั้นให้จงได้ ข้าต้องการหลักฐานยืนยัน ว่าตาแก่นั่นคิดการใหญ่จริง” นางมอบคำสั่งใหม่ให้ลูกน้องตรงหน้า จากนั้นจึงหันมากำชับองครักษ์คนสนิท

“ปี้หลาง กำชับคนของเราให้คุ้มกันแม่นางอู๋ดีๆ หากเห็นท่าไม่ดีให้พาตัวนางออกมา อย่าให้เป็นอันตรายเด็ดขาด ส่วนสายลับที่เราจับได้ จัดการให้เรียบร้อย…อย่าให้หลงเหลือเศษซากล่ะ”

น้ำเสียงของผู้เป็นนายเยียบเย็น แม้แต่ปี้หลางยังหนาวเยือกไปถึงขั้วหัวใจ นายน้อยเหว่ยยามดี ดีใจหาย ทว่ายามร้าย…แค่คิดก็ขนหัวลุก!

เห็นทีคนร้ายทั้งสามคงกินดีหมีหัวใจเสือ*เข้าไป ถึงได้กล้าลอบเข้ามาในจวนเหว่ยตี้ยามวิกาลเมื่อเจ็ดวันก่อน

หลังถูกจับได้และสอบถามด้วยวิธีละมุนละม่อม โดยการบดกระดูกคนร้ายทีละส่วน ปี้หลางจึงเค้นเอาความจริงออกมาจากปากนักโทษได้สำเร็จ เพียงแต่น่าเสียดายที่คนร้ายไม่รู้ว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังแท้จริงคือใคร มีเพียงชื่อของผู้ว่าจ้างที่พวกมันรู้

ข้อมูลเพียงเท่านี้มู่ซูซินก็พอเดาได้ว่า เรื่องนี้ต้องมีส่วนเกี่ยวข้อง กับการที่นางปฏิเสธคำขอซื้อยาห้ามเลือดและยารักษาบาดแผลฉกรรจ์สำหรับใช้ในกองทัพจำนวนมาก จากบุคคลลึกลับเมื่อหลายเดือนก่อน

ส่วนแม่นางอู๋คือนางคณิกามีชื่อของหอเซียงอวี้ นางขายศิลปะแต่ไม่ขายเรือนร่าง เป็นสตรีที่ ฉู่ปิน บุตรชายของเสนาบดีคลังไปติดพันอยู่

มู่ซูซินสงสัยว่าฉู่ปิน อาจเป็นคนคนเดียวกันกับบุคคลลึกลับผู้นั้น เพราะได้ข้อมูลสำคัญมาจากแม่นางอู๋ ประจวบเหมาะกับชื่อของผู้ว่าจ้างที่คนร้ายยอมคายออกมา เฟ่ยทง คือคนที่ไปมาหาสู่กับฉู่ปินอยู่เป็นประจำ

ครึ่งเดือนก่อนถึงกำหนดอภิเษกสมรส ครอบครัวเจ้าเมืองตงเฉิงก็เดินทางเข้าเมืองหลวงเพื่อตระเตรียมจวนที่ซื้อไว้ มู่ซูซินบัดนี้กลับมาเป็นคุณหนูใหญ่ผู้น่าสงสาร ถูกดวงพิฆาตของฉีอ๋องกัดกินจนเกือบชะตาขาดอยู่หลายหน

นางสวมหมวกเหวยเม่า*เพื่ออำพรางใบหน้า โดยอ้างว่ายังมีรอยแดงจากผื่นหัดจึงไม่อยากให้ผิวโดนแดดโดนลมก่อนงานแต่ง

เมื่อเจิ้งฮองเฮาทราบข่าวเรื่องว่าที่ชายาฉีอ๋องเดินทางถึงเมืองหลวงแล้ว นางรีบส่งนางกำนัลและมามาหลายคนมาช่วยอบรมกิริยามารยาท รวมถึงธรรมเนียมปฏิบัติของราชวงศ์ให้มู่ซูซินก่อนถึงวันอภิเษก

การกระทำข้ามหน้าข้ามตาของฮองเฮาสร้างความขุ่นเคืองใจให้ซูเฟยจนนั่งไม่ติด นางแล่นไปฟ้องฮ่องเต้ถึงห้องทรงงาน ทว่าฮ่องเต้ฮุ่ยจงไม่อยากก้าวก่ายความบาดหมางในวังหลัง จึงรับสั่งอย่างเป็นกลางว่า

“ให้ฮองเฮาออกหน้าน่ะดีแล้ว ซูเฟยจะได้ไม่เหนื่อย หากเกิดเรื่องผิดพลาดขึ้นมา ฮองเฮาจะได้รับผิดชอบไปคนเดียว”

ซูเฟยได้ยินอย่างนั้นจึงเดินกลับตำหนักอย่างสบายใจ อันที่จริงนางก็ไม่ได้อยากข้องแวะกับว่าที่หลานสะใภ้คนนี้อยู่แล้ว

จุดประสงค์แท้จริงของฮองเฮาที่ส่งคนของตนมาดูแลมู่ซูซิน เป็นเพราะนางต้องการทราบว่าฝ่ายหญิงหน้าตาท่าทางเป็นอย่างไร พอจะมีหวังทำให้ฉีอ๋องลุ่มหลงได้บ้างหรือเปล่า นางอุตส่าห์เป่าหูฮ่องเต้เรื่องสมรสพระราชทานนี้อยู่ตั้งนาน จะให้แผนการนี้ล้มเหลวไม่ได้!

มามาคนสนิทกลับมารายงานเจิ้งฮองเฮาเรื่องรูปร่างหน้าตา และท่าทางของมู่ซูซินตามความเป็นจริง

“คุณหนูใหญ่มู่ปีนี้อายุสิบเจ็ด กำลังเป็นสาวสะพรั่งรูปร่างเย้ายวน ผิวขาวเนียนละเอียด งดงามหยาดเยิ้มยิ่งกว่าคุณหนูฉู่ฟางอิ๋งอีกเพคะ กิริยามารยาทก็เรียบร้อย แต่ค่อนข้างจะขี้อาย โดยรวมแล้วหม่อมฉันสามารถช่วยขัดเกลาให้ดีขึ้นได้เพคะ”

เจิ้งฮองเฮาพอพระทัยในสิ่งที่ได้ยิน โดยเฉพาะเรื่องที่มู่ซูซินงดงามกว่าฉู๋ฟางอิ๋ง ที่ชื่อว่าเป็นยอดพธูอันดับหนึ่งของเมืองหลวง

“กู่มามา เจ้าช่วยสอนวิธียั่วยวนและปรนนิบัติบุรุษให้นางด้วย ข้าต้องการให้ฉีอ๋องลุ่มหลงนางจนลืมฉู๋ฟางอิ๋ง หากเป็นไปได้ให้หาทางเกลี้ยกล่อมให้นางยอมเป็นคนของข้า คอยรายงานความเคลื่อนไหวของฉีอ๋อง แล้วข้าจะช่วยสนับสนุนนางและครอบครัวของนางอย่างเต็มที่”

“เพคะ” กู่มามารับคำนายเหนือหัวจากนั้นจึงออกจากวังตรงกลับจวนสกุลมู่

กว่าจะถึงวันอภิเษก มู่ซูซินถูกมามาของเจิ้งฮองเฮาเคี่ยวกรำ เรื่องธรรมเนียมปฏิบัติของเชื้อพระวงศ์ ไปจนถึงวิธียั่วยวนและปรนนิบัติบุรุษจนหูชา นางอยากจะบอกกู่มามาเหลือเกินว่า ขอให้นางรอดตายจากเงื้อมมือฉีอ๋องก่อนเถอะ

อีกอย่าง…หากรวมอายุของนางในชาตินี้เข้ากับชาติที่แล้ว ปีนี้นางอายุเกือบถึงครึ่งศตวรรษพอดี แม่เจ้า! เพราะฉะนั้นเรื่องยั่วยวนหรือปรนนิบัติบุรุษ นางพอมีประสบการณ์สั่งสมไม่ต้องมาสอนจระเข้ว่ายน้ำเจ้าค่ะ!

ต้นฤดูสารท

ในที่สุดก็มาถึงวันสำคัญ ขบวนเจ้าบ่าวเดินทางออกจากตำหนักเว่ยจง โดยมีขันทีคนสนิทของฮ่องเต้ร่วมขบวนมาด้วย เพื่อให้แน่ใจว่าฉีอ๋องจะเป็นผู้ไปรับเจ้าสาวด้วยตนเอง ไม่ได้ส่งไก่โต้งไปรับตัวเจ้าสาวเหมือนที่บางคนเคยทำ

ดูจากสภาพการณ์แล้ว เฟิ่งเสวียนจีคงเป็นเจ้าบ่าวที่หน้าไร้อารมณ์ที่สุดในปฐพี ตลอดเส้นทางมารับเจ้าสาว พระพักตร์พักตร์หล่อเหลาที่สมควรประดับด้วยรอยยิ้ม กลับเย็นชาประหนึ่งฉาบไว้ด้วยน้ำแข็งพันปีกระทั่งมาถึงจวนตระกูลมู่ก็ยังไม่ยอมละลายน้ำแข็ง

ครอบครัวตระกูลมู่แต่ละคนมือสั่นระริก แทบอยากจะปรี่เข้าไปบีบคอลูกเขยสูงศักดิ์ให้ตายคามือ แม้แต่เสี่ยวเหยียนน้อยยังหมั่นไส้พี่เขยจนกัดฟันดังกรอด

ลี่มีหรี่ตามองบุรุษที่กำลังจะเป็นสามีนายหญิงของมันด้วยดวงตาวาวโรจน์ ร่างกายอ้วนฟูเครียดเกร็งเหมือนกำลังจะไปออกรบ กะว่าหากฉีอ๋องเล่นตุกติกมันจะข่วนอีกฝ่ายให้หน้าแหก แง้วววว!!!

หลังกราบไหว้ฟ้าดินเสร็จเรียบร้อย มู่ซูซินที่บัดนี้กลายเป็นพระชายาฉีอ๋องถูกต้องตามประเพณี ถูกแม่สื่อพาตัวมายังห้องหอ ประคองนางมานั่งที่เตียงเพื่อรอเจ้าบ่าวมาเปิดผ้าคลุมหน้า จากนั้นจึงผละไปปล่อยให้สาวใช้ทั้งสองคอยดูแล

เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่แถวนั้นแล้วมู่ซูซินจึงเปิดผ้าคลุมหน้าออก รีบสุมหัววางแผนรับมือฉีอ๋องทันที

*******************

*กินดีหมีหัวใจเสือ : มีความกล้ามากกว่าปกติ

“หมวกเหวยเม่า : หมวกที่มีลักษณะคล้ายร่ม มีผ้าโปร่งหรือม่านยาวลงมาปิดบังใบหน้าถึงลำคอ

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 50 องค์รัชทายาทแห่งต้าเว่ย ตอนปลาย

    ทันทีที่พิธีแต่งตั้งองค์รัชทายาทแห่งต้าเว่ยเสร็จสิ้นอย่างเป็นทางการ อันอ๋องเว่ยเหวินเฟยมิอาจกลั้นน้ำตาแห่งความปีติยินดีได้อีกต่อไป ระยะเวลาแปดปีที่เขาต้องรับหน้าที่สำคัญนี้แทนพี่ชาย ช่างยาวนานราวชั่วชีวิต! ในที่สุดเขาก็เป็นอิสระ จะได้ออกไปท่องเที่ยวทำการค้ากับแคว้นข้างเคียงดังเช่นวันวานเสียที! เพียงแต่… “อันอ๋อง พ่อขอบใจเจ้ามาก หลายปีที่ผ่านมาเจ้าช่วยแบ่งเบาภาระหน้าที่พ่อได้เยอะ เอาอย่างนี้แล้วกัน เสด็จอาของเจ้าต้องการสละตำแหน่งชินอ๋องเพื่อออกเดินทางท่องเที่ยว พ่อจะแต่งตั้งเจ้าเป็นชินอ๋องแทน จะได้อยู่ช่วยงานพ่อต่อและคอยสั่งสอนองค์รัชทายาทไปด้วย ดีหรือไม่” สิ้นรับสั่งของฮ่องเต้ ดวงพักตร์งามพิลาสของเว่ยเหวินเฟยพลันเผือดสี คนงามร่างกายซวนเซจากความสะเทือนใจอันหาที่สุดไม่ได้! นี่เขายังไม่หมดเวรหมดกรรมต่องานนี้อีกหรือ?!!! “ม่ายยยยยย…” คร่อก! อันอ๋องลมจับหมดสติอยู่ในอ้อมแขนของคนรักต่อหน้าต่อตาฮ่องเต้ ความฝันที่จะกลับไปท่องเที่ยวเป็นอันต้องพับไปก่อน…อนิจจา เกิดมาเป็นเว่ยเหวินเฟยชีวิตไม่ง่ายเลยจริงๆ สวนอรุณรัก เรือนอรุณเคียงใจ ลานกิจกรรมด้านข้างเรือน เวลานี้ครื้นเครงไปด้วยเสียงหัวเราะข

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 50 องค์รัชทายาทแห่งต้าเว่ย ตอนต้น

    บทที่ 50 องค์รัชทายาทแห่งต้าเว่ย บทสนทนาของพี่น้องแว่วเข้าหูพี่ใหญ่อย่างเว่ยลี่จวิน ที่วันนี้ขอไปฝึกยิงธนูแทนการเล่นพิณหนึ่งวัน เด็กหญิงหมายมาดว่าโตขึ้น นางจะต้องเป็นแม่ทัพหญิงเหมือนอย่างท่านทวดเจียงอิ่งให้จงได้! แต่ถึงกระนั้นนางก็มิได้ละทิ้งการฝึกฝนศาสตร์ทั้งสี่ของคุณหนูในห้องหอ หาไม่แล้วท่านทวดไทเฮาจะทรงน้อยพระทัยจนเสวยไม่ลงอีก! เกิดเป็นเว่ยลี่จวิน ชีวิตไม่ได้สุขสบายอย่างที่ใครๆคิด…เช้าฝึกวรยุทธ สายฝึกคัดอักษร บ่ายนอนกลางวัน ตื่นมาฝึกเล่นพิณ ช่วงเย็นพาพี่หลางจื่อไปเดินเล่น หลังอาหารเย็นต้องฝึกเดินหมากกับเสด็จพ่ออีก! ท่านหญิงน้อยอย่างนาง ตารางชีวิตแน่นเอี๊ยดเหมือนอย่างที่เสด็จแม่พูดไม่มีผิด! ท่านหญิงน้อยมีรูปโฉมพริ้มเพรา ดวงเนตรคมกริบเหมือนของเย่หลินราวถอดแบบกันมา หรี่มองน้องชายฝาแฝด ที่กำลังตะล่อมน้องคนเล็กอย่างเจ้าเล่ห์ “อย่าบอกนะว่าฉีเอ๋อร์กำลังหลอกล่อให้ฮ่าวเอ๋อร์รับตำแหน่งองค์รัชทายาทแทนน่ะ!” ท่านหญิงน้อยพึมพำกับตนเอง ทว่าเข้าหูขององครักษ์สองหลิวชัดเจน “…” องครักษ์สองหลิว เอ่อ…กระหม่อมควรเร่งไปรายงานท่านอ๋องดีไหม ในศาลากลางสวน เว่ยเทียนฉียิ้มกริ่มกระชับมือของน้องน้อย อ้

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 49 ทวยเทพอวยพรให้ข้า ตอนปลาย

    …หลังผ่านไปสามวัน ในที่สุดหลางจื่อก็ได้มีโอกาสพบหน้าน้องๆ ของมันเป็นครั้งแรก พี่ชายตัวฟูเดินตามพ่อจ๋าไปหาแม่จ๋าที่เพิ่งให้นมน้องๆ ของมันเสร็จ ก่อนที่นางจะกลับเข้าห้องอยู่ไฟ “หลางจื่อ น้องๆของเจ้า คนนี้เป็นผู้หญิงชื่อ เว่ยลี่จวิน” เสวี่ยหนิงเอียงห่อผ้าให้หลางจื่อเห็นหน้าน้องสาว จากนั้นจึงรับบุตรชายมาจากมารดา เอียงห่อผ้าให้เห็นบุตรชายเช่นกัน “และคนนี้เป็นผู้ชายชื่อ เว่ยเทียนฉี ต่อไปเจ้าต้องดูแลปกป้องพวกเขาให้ดีๆนะ เป็นพี่ชายแล้วห้ามซุกซนเอาแต่ใจเหมือนเมื่อก่อน เข้าใจหรือไม่” สุ้มเสียงของเสวี่ยหนิงนุ่มนวล นางยื่นมืออีกข้างมาลูบหัวเจ้าตัวโตด้วยความเอ็นดู หลางจื่อเองก็ถูหัวของมันกับฝ่ามือนุ่มของแม่จ๋าอย่างรักใคร่ ภาพตรงหน้างดงามอบอุ่น จนเว่ยลี่หยางแอบน้ำตาคลอจากความสุขท่วมท้นหัวใจ ‘ทวยเทพอวยพรให้ข้าโดยแท้ ชีวิตนี้ข้าไม่ต้องการสิ่งใดอีกแล้ว…’ หลางจื่อส่งเสียงครางแผ่วในลำคอ ยื่นจมูกดมห่อผ้าฟุดฟิด “ทำไมน้องๆ ของข้าถึงหน้าตาเหมือนลูกฟักแบบนี้ ไม่เห็นหล่อเหมือนข้าเลย แล้วจะคุยกับข้ารู้เรื่องหรือนี่” มันเอียงหัวทำหน้าหมาสงสัย ก่อนหันไปหาอวิ๋นเอ๋อร์ที่นั่งอยู่ข้างๆเย่หลิน สุนัขสองตัวสื่อสา

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 49 ทวยเทพอวยพรให้ข้า ตอนต้น

    บทที่ 49 ทวยเทพอวยพรให้ข้า เสียงร้องของทารกแรกเกิดดังสะท้อนไปทั้งตำหนัก เป็นสิ่งชี้ชัดว่าเจ้าตัวน้อยปอดแข็งแรงเพียงใด บรรดาผู้ใหญ่ที่นั่งบ้างยืนบ้าง ต่างลุ้นกันตัวโก่งว่าทายาทคนแรกของจวิ้นอ๋องและพระชายาจะเป็นชายหรือหญิง “ร้องเสียงดังขนาดนี้ ผู้ชายแน่ๆ” อันอ๋องที่มารอลุ้นทันทีเมื่อทราบข่าว ว่าพี่สะใภ้เจ็บท้องคลอดลูกเปล่งเสียงประกาศยืนยันเพศของทารก ราวกับตนเป็นผู้เชี่ยวชาญ ส่วนคนเป็นพ่อดีใจจนพูดไม่ออก ตั้งท่าจะผลักประตูห้องคลอด ทว่าถูกเฉินกั๋วกงที่แม้จะอายุมากแล้ว แต่ยังแข็งแรงและเปี่ยมด้วยพละกำลังยื้อตัวเอาไว้ “ท่านตา ปล่อยข้า ข้าจะเข้าไปหาหนิงเอ๋อร์กับลูก!” “ท่านอ๋องใจเย็นๆก่อน รอคนข้างในทำความสะอาดห้องคลอดให้เรียบร้อย เดี๋ยวกูกูก็มาเปิดประตูให้เอง” ท่านหญิงเจียงอิ่งผู้ผ่านการคลอดบุตรมาสองครั้ง เอ่ยบอกหลานชายที่เพิ่งกลายเป็นพ่อคนหมาดๆ และในเสี้ยวลมหายใจนั้นเอง… ผ่างงง!!! ประตูห้องคลอดเปิดออก ใบหน้าเปรมปรีดิ์ เปี่ยมล้นด้วยความสุขของซูลี่ปรากฏอยู่หน้าประตู “เป็นท่านหญิงน้อยเพคะ! จ้ำม่ำสมบูรณ์เหมือนลูกหมีน้อยเลยเพคะ” นางบอกข่าวดีทุกคนเสียงสดใส ทว่ากลับกลายเป็นข่าวสะเทือนใจของอันอ๋

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 48 ดีใจจนลืมตัว ตอนปลาย

    เสวี่ยหนิงรีบส่ายศีรษะบอกคนตัวโตว่าตนไม่ได้เป็นอะไร อาจเป็นเพราะเมื่อคืนนอนดึกและตื่นเช้าเลยหน้ามืดไปเท่านั้น ทว่าคนรักเมียมีหรือจะปล่อยผ่าน แทนที่จะตรงไปจวนเผิงกั๋วกงเพื่อร่วมงานเลี้ยง เขากลับสั่งสารถีให้ขับกลับตำหนักหรงจวิน และตามหมอประจำตำหนักมาตรวจอาการพระชายาอย่างเร่งด่วน ภายในห้องบรรทม หมอหลวงจับชีพจรผ่านผ้าไหมสีขาวบนข้อมือของเสวี่ยหนิง ทว่าเพียงครู่สั้นๆ ก็หันมากล่าวรายงานอาการป่วยของพระชายากับจวิ้นอ๋องด้วยรอยยิ้ม “ขอแสดงความยินดีด้วยพะย่ะค่ะท่านอ๋อง พระชายาตั้งครรภ์ได้เดือนกว่าแล้ว” เว่ยลี่หยางลมหายใจสะดุด จับตัวหมอหลวงเขย่าจนหัวสั่นหัวคลอนจากความตื่นเต้นดีใจ “ท่านหมอบอกว่าชายาของข้าตั้งครรภ์แล้วอย่างนั้นรึ นางตั้งครรภ์จริงๆ ใช่ไหม ท่านหมอไม่ได้หลอกข้านะ” แหง่กๆๆๆ “พะ พะ พะย่ะ พะย่ะค่ะ” ทรงปล่อยกระหม่อมก่อนนนน หมอหลวงเริ่มหน้าเขียว เสวี่ยหนิงที่คราแรกดีใจเรื่องที่ตนตั้งครรภ์ สีหน้าพลันเปลี่ยนเป็นตกตะลึง เมื่อเห็นสภาพของหมอหลวงในกำมือของเว่ยลี่หยาง “ว้าย! ท่านอ๋องเบามือเพคะ อย่าเขย่าตัวท่านหมอแบบนั้น เดี๋ยวเส้นเลือดในสมองแตกกันพอดี!” โอ้ย อกอีแป้นจะแตก สวามีของนางตัวใ

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 48 ดีใจจนลืมตัว ตอนต้น

    บทที่ 48 ดีใจจนลืมตัว ท่ามกลางบรรยากาศละมุนละไม รอบกายสดชื่นจากกลิ่นแดดอ่อนยามเช้า ทอแสงสะท้อนน้ำค้างบนยอดหญ้าและสมุนไพร ผสมผสานกันอย่างลงตัวกับสีสันสดใสของดอกไม้ ที่กำลังชูช่อโอ้อวดความงาม ต้อนรับฤดูกาลใหม่แห่งชีวิต เถียนเจียถิงก้อนเนื้อในอกเต้นระรัว หลังได้ยินคำสารภาพความในใจจากปากเหรินหมิง พวงแก้มใสของหญิงสาวแรกรุ่นมีริ้วแดงพาดผ่าน แต่กระนั้นบุตรีของทหารหาญกลับยืนหยัด ไม่หลบเลี่ยงสายตาหวานซึ้งของชายหนุ่ม “ท่านป๋อ ชอบข้า?” “ใช่ ข้าชอบเจ้าถิงเอ๋อร์ ชอบมากด้วย ข้าอยากอยู่เคียงข้างเจ้า อยากปกป้องเจ้าและรอยยิ้มสดใสของเจ้า ขอโอกาสให้ข้าได้หรือไม่” ทั้งที่มีคำพูดมากมายอยากเอ่ยกับนาง ทว่าเขาประหม่าจนใจสั่นมือเย็นเฉียบ เลยพูดออกมาได้เพียงเท่านี้…ความรู้สึกตื่นเต้นจนแทบคลั่งเช่นนี้ ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แม้แต่กับซ่งเจียวเจียว เขาเพิ่งมารู้ตัวว่าที่ผ่านมา ตนเองไม่ได้รักซ่งเจียวเจียวอย่างที่เข้าใจ แต่คุ้นเคยกับการที่ต้องปกป้องดูแลนางตามที่เคยรับปากเจ้ากรมโยธาไว้ รวมถึงทำเพื่อเอาคืนเชียนเสวี่ยหนิง ที่ใช้เล่ห์เหลี่ยมจนได้แต่งกับเขาในครานั้น หากกล่าวกันจริงๆ เขาช่างเป็นบุรุษที่โง่เง่าโดยแท้

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status