Home / รักโบราณ / เพียงนางที่ข้าจะรัก / บทที่ 3 หม่อมฉันไม่ได้ทำสิ่งใดเลยจริงๆ ตอนต้น

Share

บทที่ 3 หม่อมฉันไม่ได้ทำสิ่งใดเลยจริงๆ ตอนต้น

last update Last Updated: 2025-10-05 21:57:57

“ลี่อิ่ง สัญญาข้อตกลงการแต่งงานที่ร่างไว้เอามารึเปล่า”

“อยู่นี่เจ้าค่ะ เอ้ย เพคะ” ลี่อิ่งดึงสมุดพับออกมาจากอกเสื้อยื่นให้เจ้านาย

“ไม่ต้องมากพิธี รอให้ข้ารอดตายพ้นคืนนี้ไปก่อนค่อยมาพูดเพคะ” มู่ซูซินแกล้งเย้าลี่อิ่ง ก่อนเปลี่ยนมากระซิบถามลี่เจินเสียงเบาราวยุงบินผ่าน “ลี่เจิน ยากระทิงเมามายพร้อม?”

“พร้อมเจ้าค่ะ เมื่อไหร่ที่ท่านอ๋องก้าวเข้ามาในห้อง รับรองว่าเสร็จแน่นอนเจ้าค่ะ คิกๆๆ” ลี่เจินหัวเราะคิกอย่างเจ้าเล่ห์ เรื่องสูตรยาเอาไว้ใช้กลั่นแกล้งคนนางถนัดนัก

“สมมุติว่าท่านอ๋องแข็งแกร่งยิ่งกว่ากระทิงแล้วไม่ยอมเมามาย เช่นนั้นจะทำอย่างไรเจ้าคะ” ลี่อิ่งเป็นคนรอบคอบจึงเอ่ยถามเพื่อป้องกันความผิดพลาด

“ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ข้าคงต้องจิ้มเข็มยาสลบใส่เขาแล้วล่ะ” มู่ซูซินเปิดเข็มเงินที่ซ่อนไว้ในสาบเสื้อให้สาวใช้ดู

(0;0!) สาวใช้สองลี่ คุณหนูของพวกนางพกเข็มยาสลบเข้าห้องหอเสียด้วย สมกับที่เป็นนายน้อยแห่งหอเหว่ยตี้ ไม่เคยลดการป้องกันตัวเองแม้แต่ก้าวเดียว!

ราวยามโหย่ว (17:00-18:59) เสียงฝีเท้าหนักดังขึ้นหน้าห้องหอ บานประตูถูกผลักออกอย่างไม่เบามือนัก ทว่าเจ้าบ่าวในชุดสีแดงสง่างาม ดวงพักตร์ยังคงเฉยชาไม่บ่งบอกอารมณ์ เขายืนตระหง่านอยู่หน้าประตูไม่ยอมก้าวเข้ามาเสียอย่างนั้น

สาวใช้ทั้งสองที่คอยอยู่เป็นเพื่อนเจ้าสาวรีบเดินออกไปจากห้องหออย่างรู้งาน วรกายสูงสง่าถึงได้ยอมก้าวเข้ามาด้านใน ตามมาด้วยเสียงปิดประตูด้วยฝีมือสาวใช้ของมู่ซูซิน

เฟิ่งเสวียนจีขมวดคิ้วอย่างไม่ชอบใจนัก ขยับขาเดินผ่านม่านไข่มุก กลิ่นหอมอ่อนโชยเข้าจมูก ขายาวก้าวมาหาชายาของตนอย่างไม่เร่งรีบ เมื่ออยู่ห่างจากนางราวหนึ่งจั้ง* สุรเสียงทุ้มต่ำเย็นชาถึงดังขึ้น

“เปิ่นหวางแต่งกับเจ้าตามพระบัญชาของฝ่าบาท เพราะฉะนั้นอย่าคาดหวังว่าเปิ่นหวางจะพิศวาสเข้าหอกับเจ้า พรุ่งนี้เช้าพ่อบ้านของตำหนักจะพาเจ้าไปยังเรือนที่จัดเตรียมไว้” รับสั่งเรียกแทนตนเองอย่างห่างเหินจบก็เตรียมหันหลังจากไป แต่ถูกเสียงหวานไพเราะรื่นหูของมู่ซูซินฉุดรั้งไว้เสียก่อน

“ท่านอ๋องจะไม่ทรงเปิดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวตามธรรมเนียมเสียหน่อยหรือเพคะ หม่อมฉันทราบดีว่าทรงมิได้เต็มใจแต่งกับหม่อมฉัน และในทางกลับกันหม่อมฉันก็ไม่มีทางเลือก ทรงน่าจะรู้ดีกว่าหม่อมฉัน ว่าหากขัดพระราชโองการของฝ่าบาทจะมีโทษเยี่ยงไร…

ขอทรงโปรดเมตตา อยู่เจรจาเรื่องการใช้ชีวิตร่วมกันกับหม่อมสักหน่อยเถิดนะเพคะ หม่อมฉันสัญญาว่าจะไม่รบกวนเวลาของพระองค์นานนัก” น้ำเสียงอ่อนหวานเว้าวอนเจือสั่นเครือ เอื้อนเอ่ยอย่างน่าสงสาร หากเป็นบุรุษอื่นคงหันกลับมาหานางแล้ว…ทว่ามิใช่กับบุรุษตรงหน้า

เฟิ่งเสวียนจีหาได้สนใจคำวิงวอนของนาง ขยับขาเตรียมหันหลังจากไป ทว่าในฉับพลันนั้นร่างกายเกิดซวนเซมีอาการคล้ายคนมึนเมาสุรา สติสัมปชัญญะยังอยู่ถึงแปดเก้าส่วน เพียงแต่มิอาจควบคุมร่างกายให้ยืนหรือก้าวขาต่อไปได้อย่างมั่นคง

ร่างสูงจำต้องนั่งลงบนเก้าอี้ของโต๊ะอาหารกลางห้อง ซึ่งมีสุราอาหารมงคลจัดเตรียมรอไว้ เขาเอื้อมหยิบป้านน้ำชามารินดื่มด้วยตนเอง ถึงแม้จะดื่มชาไปหลายจอก ร่วมกับเดินพลังเพื่อขับไล่อาการมึนเมา แต่กลับมิช่วยให้รู้สึกดีขึ้น เขาเริ่มเอะใจ หยัดกายเดินซวนเซไปหาร่างบางบนเตียง สะบัดมือเปิดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวอย่างหยาบกระด้าง ตั้งใจจะตะคอกถามด้วยความโกรธเกรี้ยว

ทว่าเมื่อได้ยลโฉมงามพิลาสราวไม่มีอยู่จริง กอปรกับดวงตากลมโตฉ่ำน้ำแวววาวน่าหลงใหล กลีบปากอวบอิ่มเผยอเล็กน้อยดูเย้ายวน

ภาพหญิงงามเบื้องหน้าทำเขาคอแห้งผากขึ้นมากะทันหัน ทั้งที่ตนเพิ่งดื่มชาไปหลายจอก สุ้มเสียงที่หลุดออกมาจากริมฝีปากหยักได้รูปจึงมีเพียงคำว่า

“จะ…เจ้า เจ้า”

ดวงตากลมโตทรงเสน่ห์กะพริบปริบๆ ขนตายาวหนาเป็นแพกระพือขึ้นลงราวปีกผีเสื้อ นางจ้องเขาด้วยแววตาใสซื่อไร้พิษภัย ขยับลุกขึ้นยืนยอบกายแช่มช้อยให้สามี ก่อนเอ่ยแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ

“หม่อมฉัน มู่ซูซิน ปีนี้อายุสิบเจ็ด ถวายพระพรฉีอ๋องเพคะ” นางสงสัยว่าฉีอ๋องอาจจำชื่อนางไม่ได้ เลยต้องแนะนำตัวใหม่อีกรอบเพราะเห็นพูดแค่ เจ้า เจ้า

คนตัวโตจ้องร่างระหงเบื้องหน้าตาค้าง คำปรามาสที่ตั้งใจจะกล่าวก่อนหน้านี้เลือนหายไปจากความคิด คาดไม่ถึงว่านางจะมาไม้นี้

เขากับนางกราบไหว้ฟ้าดินเสร็จสรรพตามประเพณีตามด้วยส่งตัวเข้าหอเรียบร้อย เพิ่งจะมาแนะนำตัวเนี่ยนะ! ให้ตายเถอะ! นี่นางล้มป่วยหลายหนจนสติฟั่นเฟือนไปแล้วหรืออย่างไร

ริมฝีปากหยักอ้าแล้วหุบอยู่หลายคราราวต้องการเอ่ยบางสิ่ง สุดท้ายกลับเปลี่ยนใจพลางขยับขาต้องการจากไป ทว่าร่างกายเกิดโงนเงนอีกครั้ง

“อ๊ะ ท่านอ๋องระวังเพคะ ทรงนั่งลงก่อนดีกว่าเพคะ” มู่ซูซินปรี่เข้ามาพยุงร่างสูงประคองเขาไปนั่งพักที่เตียงอย่างเกร็งๆ

ร่างสูงนั่งนิ่งไม่ไหวติง ดวงเนตรคู่คมจดจ้องใบหน้างามด้วยสายตาไม่ไว้ใจ รับสั่งเรื่องที่คิดออกมาในที่สุด

“เจ้าวางยาเปิ่นหวาง?”

มู่ซูซินทำหน้าตื่นตกใจสุดชีวิตประหนึ่งผู้บริสุทธิ์ถูกใส่ความ แต่ถึงจะถูกเขาจับได้นางก็ไม่มีทางยอมรับเด็ดขาด แค่ทำให้เขาขาแข้งอ่อนออกไปจากห้องไม่ได้ หาใช่จะหมายชีวิตเสียหน่อย

“ท่านอ๋อง หม่อมฉันจะทำเช่นนั้นไปเพื่ออะไรเพคะ! หากทรงเป็นอะไรขึ้นมาคนที่จะเดือดร้อนก็คือตัวของหม่อมฉันและครอบครัว แล้วหม่อมฉันมีเหตุผลใดที่จะหาเรื่องใส่ตัวให้ฝ่าบาทลงโทษประหารยกตระกูลเพคะ

อีกทั้งพวกเราไม่เคยมีความแค้นกันมาก่อน หากมิใช่เพราะสมรสพระราชทาน มีหรือคนต่ำต้อยอย่างหม่อมฉัน จะมีโอกาสมายืนต่อหน้าพระพักตร์ของท่านอ๋องในวันนี้ ขอทรงโปรดเมตตาเชื่อหม่อมฉันเถิดนะเพคะ หม่อมฉันไม่ได้ทำสิ่งใดเลยจริงๆ!”

สีหน้าของมู่ซูซินเหมือนกำลังจะร้องไห้อยู่ร่อมร่อ กลีบปากอิ่มสีแดงสดสั่นระริก น้ำตาคลอหน่วย ดวงหน้าหวานล้ำสลดหดหู่และแฝงการอ้อนวอนอยู่ในที

เฟิ่งเสวียนจีนั่งนิ่งไม่พูดจาอยู่ชั่วอึดใจ ตรึกตรองถึงข้ออ้างที่นางกล่าวมา นั่นสินะหากเขาเป็นอะไรขึ้นมาตระกูลมู่ได้ถูกประหารยกตระกูลแน่ บางทีเขาอาจระแวงมากเกินไป จากนั้นจึงเหยียดแผ่นหลังก่อนรับสั่งกับนางเสียงเข้ม

*******************

*จั้ง : หนึ่งจั้งเท่ากับ10 ฉื่อ หรือประมาณ 3.3 เมตร

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   ตอนพิเศษ นายน้อยคนใหม่แห่งหอเหว่ยตี้ ~4

    สองปีต่อมา มู่เหยียนเติบใหญ่ขึ้นมากร่างกายกำยำจากการฝึกวรยุทธ์กับท่านตาอย่างหนัก สุ้มเสียงแตกหนุ่มบัดนี้ทุ้มต่ำเสนาะหู รูปโฉมหล่อเหลาอันตรายต่อจิตใจของสตรีมากขึ้นทุกวัน บรรดาแม่สื่อต่างย่ำเท้ามาทาบทามคุณชายมู่เหยียน จนธรณีประตูทางเข้าจวนเจ้าเมืองแทบสึก! หลังปีใหม่ หอเหว่ยตี้ก็ได้รับเทียบเชิญอย่างเป็นทางการจากชินอ๋องแห่งแคว้นต้าเซี่ย เขาประสงค์ให้หอโอสถเหว่ยตี้ไปเปิดที่เมืองหลวงของแคว้น เนื่องจากในหน้าหนาวของทุกๆปี ประชาชนของต้าเซี่ยจำนวนไม่น้อยมักเจ็บป่วยและเสียชีวิตจากโรคปอดอักเสบ ชินอ๋องเซี่ยหย่งเหอ ทราบมาว่าหอเหว่ยตี้มีโอสถชั้นยอดหลายอย่าง จึงอยากให้หอเหว่ยตี้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ โดยการไปเปิดหอโอสถที่เมืองหลวงเป็นสาขาแรก หยางหย่าถิงในฐานะนายใหญ่ตอบรับคำเชิญนี้ โดยที่นายน้อยเหว่ยอี้จะเป็นตัวแทนไปเจรจา ใช้เวลาในการเดินทางราวยี่สิบวันจากต้าเฟิ่งมายังเมืองหลวงของต้าเซี่ย ตำหนักชินอ๋อง งานเลี้ยงรับรองนายน้อยเหว่ยอี้ ถูกจัดขึ้นที่ลานตำหนักติดกับสระบัวและน้ำตกจำลองเพื่อคลายร้อน การตกแต่งประดับประดาสวยงามสมเกียรติชินอ๋องแห่งต้าเซี่ย เมื่อได้เวลาเซี่ยหย่งเหอและพระชายาทั้งสอง รวมถึ

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   ตอนพิเศษ นายน้อยคนใหม่แห่งหอเหว่ยตี้ ~3

    แม่เล้าของหอราตรีจรัส ครั้นได้เห็นเด็กหนุ่มรูปงามสองคน แต่งกายด้วยอาภรณ์ราคาแพง ก็รีบปรี่เข้ามาต้อนรับพร้อมรอยยิ้มการค้าอย่างมืออาชีพ “คุณชายสองท่านนี้ไม่ทราบว่าคืนนี้มากินดื่มหรือต้องการมาหาความสำราญกันเจ้าคะ” มู่เหยียนผู้มีประสบการณ์รีบออกตัวรับหน้าอย่างทันท่วงที “พี่สาวคนสวย คืนนี้พวกข้าขอเริ่มด้วยการกินดื่มก่อนก็แล้วกัน หากนึกครึ้มอกครึ้มใจขึ้นมาทีหลัง ค่อยหาความสำราญก็ยังไม่สาย ลูกน้องของข้าจองระเบียงส่วนตัวชั้นสองมองเห็นแม่น้ำไว้ ถ้าอย่างไรพี่สาวคนสวยช่วยพาน้องชายไปที” พูดจบก็วางถุงใส่เงินที่มีน้ำหนักไม่น้อยใส่มือแม่เล้าอย่างรู้งาน แม่เล้ายกพัดกลมขึ้นมาแตะแผ่นอกของเด็กหนุ่มเบาๆ อย่างมีจริต “แหม ปากหวานเสียจริงนะเจ้าคะ “จากนั้นจึงเดินนำไปยังระเบียงชั้นสองที่ถูกจับจองไว้ ” เชิญคุณชายตามข้ามาทางนี้เจ้าค่ะ” อาหรงดวงตาเบิกโพลงยิ่งกว่าเก่า คาดไม่ถึงว่าสหายของตนจะเชี่ยวชาญการใช้ชีวิตในหอโคมแดงขนาดนี้! องครักษ์ของมู่เหยียนที่เดินตามหลังมากลั้นขำกันจนไหล่สั่น คุณชายน้อยเลียนแบบจดจำท่าทางการพูดการจาของพี่สาวมาได้เหมือนเป๊ะ บนระเบียงส่วนตัวชั้นสอง ประตูเปิดกว้างสามารถมองเห็

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   ตอนพิเศษ นายน้อยคนใหม่แห่งหอเหว่ยตี้ ~2

    เฟิ่งเสวียนจียืนกอดอกอยู่ในเงามืด เอียงคอถามน้องภรรยาที่กำลังตั้งท่าจะกระโจนขึ้นหลังคาด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ “…” มู่เหยียน หมดกันถูกจับได้เสียแล้ว! “แหะๆ พี่เขยดึกๆ ดื่นๆ ไม่หลับไม่นอน ออกมาทำอะไรแถวๆ นี้หรือพะย่ะค่ะ พระชายาหลับแล้วหรือ ท่านอ๋องถึงออกมาเดินชมดาวยามค่ำคืนคนเดียว” “ข้าต้องถามเจ้ามากกว่า ดึกดื่นค่อนคืนไม่หลับไม่นอน แต่งตัวซะหล่อแบบนี้มีนัดกับใครที่ไหนรึเปล่า” ดวงเนตรคู่คมมองสำรวจเสื้อผ้าที่มู่เหยียนใส่ ถึงจะเป็นสีเข้มทว่ากลับดูหรูหรามีระดับ แค่มองก็รู้ว่าเจ้าตัวต้องมีนัดแน่ๆ มู่เหยียนถอนหายใจแผ่ว คำว่าอาบน้ำร้อนมาก่อนมันเป็นอย่างนี้เองสินะ แค่เห็นชุดที่เขาสวมใส่ก็ดูออกทันที “ปิดบังท่านอ๋องไม่ได้เลยจริงๆ กระหม่อมมีนัดจริงๆ นั่นแหละพะย่ะค่ะ” “แล้วทำไมไม่ออกทางหน้าตำหนักให้มันดีๆ จะโดดขึ้นหลังคาหนีออกไปให้องครักษ์สงสัยทำไม หืม?” “เดินออกไปง่ายๆ แบบนั้นมันไม่เร้าใจพะย่ะค่ะ แอบออกไปแบบนี้มันตื่นเต้นกว่า” (*_*’) เฟิ่งเสวียนจีถึงกับเงิบเมื่อได้ยินคำตอบจากปากน้องภรรยา พี่น้องคู่นี้สมกับที่มีสายเลือดเดียวกันจริงๆ! ชอบทำอะไรลับๆ ล่อๆ ให้คนสงสัย…พี่เขยอย่างเขาหัวจะ

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   ตอนพิเศษ นายน้อยคนใหม่แห่งหอเหว่ยตี้ ~1

    ช่วงปลายวสันตฤดู จวนเจ้าเมืองตงเฉิงมีงานใหญ่ คุณชายน้อยมู่เหยียนปีนี้อายุครบสิบห้าแล้ว จึงได้เวลาทำพิธีสวมหมวกครั้งแรก ซึ่งเป็นพิธีที่แสดงว่าเขาได้เข้าสู่วัยผู้ใหญ่แล้ว และเป็นการบ่งบอกว่าเขาพร้อมที่จะรับผิดชอบต่อสังคมและครอบครัว นั่นหมายถึงหลังเสร็จสิ้นพิธี มู่เหยียนจะกลายเป็นนายน้อยคนใหม่ของหอเหว่ยตี้แทนพี่สาวทันที นามที่ใช้คือ เหว่ยอี้ ในวันสำคัญนี้ แม้แต่หยางเทียนอี้ผู้เป็นตาก็เดินทางมาจากเมืองชิงหลินเพื่อร่วมฉลอง มู่ซูซินพร้อมสามีและลูกๆ ของนางเดินทางจากเมืองหลวงเพื่อมาร่วมงานสำคัญนี้ ตลอดการเดินทางหลายวันเฟิ่งเสวียนจีแทบเก็บอาการไม่อยู่ ไม่มีใครรู้ว่าเขาดีใจมากแค่ไหน ที่ต่อไปชายาตัวน้อยไม่ต้องรับผิดชอบหน้าที่นายน้อยแห่งหอเหว่ยตี้อีกแล้ว เขาใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัวทุกครั้ง ยามที่ชายาต้องเดินทางไปต่างเมืองเพื่อทำงาน หลังเสร็จสิ้นพิธีสมาชิกทุกคนในครอบครัวก็มารวมตัวกันอยู่ที่โถงพักผ่อนในเรือนของฮูหยินผู้เฒ่า มู่เหยียนในวัยสิบห้าปีรูปร่างสูงสง่ามีราศีมิต่างจากเชื้อพระวงศ์ ใบหน้าหล่อเหลาค่อนไปทางงดงามดูราวปีศาจจิ้งจอกจำแลงเหมือนพี่สาวไม่มีผิด อีกทั้งช่างเจรจาพา

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   ตอนพิเศษ เมื่อองครักษ์มีรักย่อมต้องทุ่มสุดตัว ~4

    เย่เฟิงคล้ายเห็นแสงสว่างที่ปลายทาง รีบพยักหน้ารับด้วยความมั่นใจ ผู้ช่วยแม่ครัวจึงคลายมือออก ปล่อยให้ชายหนุ่มเริ่มนวดแป้งด้วยตนเอง ในขณะที่มือก็กำลังนวดแป้ง ในหัวก็จินตนาการไปว่า ตนกำลังนวดต้นขานุ่มๆของลี่เจินไปด้วย และอาจเป็นเพราะตั้งใจมากไปนิดเลยเผลอคิดดังไปหน่อย ”ขาของเจ้าช่างนุ่มนวลเหลือเกินเจินเอ๋อร์“ ”…“ ทั้งแม่ครัวและผู้ช่วยคิ้วกระตุกยิกๆ พ่อหนุ่มองครักษ์กำลังสิ่งใดอยู่กันแน่!!! จากแป้งสีขาวนวลเวลานี้กลายเป็นก้อนแป้งสีชมพูเข้ม เพราะชายหนุ่มใส่ผงกุหลาบหนักมือไปนิด แต่ไม่เป็นไรแม่ครัวบอกกับเขาอย่างนั้น คราวหน้าค่อยลดปริมาณลง ถึงตอนนี้ แป้งพร้อม ไส้พร้อม ในที่สุดก็มาถึงขั้นตอนการห่อก่อนกดใส่พิมพ์ขนม ผู้ช่วยแสดงวิธีนวดแป้งทั้งสองสีให้กลายเป็นก้อนเดียว รวมไปถึงวิธีแผ่แป้งและห่อไส้ ก่อนนำไปกดใส่พิมพ์ขนมบัวหิมะ “น่ากินมากเลยขอรับ” เอ่ยชื่นชมจบก็ลงมือทำเองบ้าง เพียงแต่… “ทำไมมันยากเย็นอย่างนี้เนี่ย! ทำไมข้าห่อแล้วแป้งถึงแตกไส้ทะลัก ไม่เห็นเรียบเนียนเหมือนของท่านป้าเลย” “…” ผู้ช่วยแม่ครัว ข้าควรเวทนาคนหรือสงสารขนมดีเนี่ย “แรกก็เป็นแบบนี้แหละ ทำบ่อยๆเดี๋ยวก็ชำนาญขึ้

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   ตอนพิเศษ เมื่อองครักษ์มีรักย่อมต้องทุ่มสุดตัว ~3

    ไม่ใช่เพียงแค่หานจิ้งที่เดินหน้าเกี้ยวพานลี่อิ่งอย่างเปิดเผย แม้แต่องครักษ์เงาขั้นหนึ่งอย่างเย่เฟิง ก็ขอฉีอ๋องย้ายตำแหน่งงานมาเป็นองครักษ์ขั้นหนึ่งของพระชายามู่ซูซินแทน เหตุผลหลักคือเขาทำงานให้พระชายาจนคุ้นเคยไปแล้ว ส่วนเหตุผลรองคือหัวใจของเขาเฝ้าติดตามลี่เจินไปแล้วนั่นเอง เรียกกลับมาเท่าไหร่หัวใจเจ้ากรรมก็ไม่ยอมเชื่อฟัง เย่เฟิงเลยตั้งปณิธานว่า เขาจะไม่ยอมแพ้องครักษ์รุ่นน้องอย่างหานจิ้งเด็ดขาด ชีวิตนี้เขาต้องได้แต่งลี่เจินเป็นภรรยาผูกผม! หากทำไม่ได้ก่อนอายุสามสิบ เย่เฟิงจะไปออกบวชมันให้มันรู้แล้วรู้รอด! ครัวหลักของตำหนักเว่ยจง แม่ครัวฝ่ายขนมหวานมุมปากกระตุกยิกๆ ขณะยืนมององครักษ์ของพระชายากวนแป้งทำขนมบัวหิมะกุหลาบ “เอ่อ ท่านองครักษ์เจ้าคะ กวนแป้งไม่ต้องออกแรงขนาดนั้นก็ได้เจ้าค่ะ ค่อยๆทำไป ท่านเล่นกวนแรงและเร็วแบบนี้ แป้งมันก็กระเด็นออกจากกระทะหมดสิเจ้าคะ แล้วจะเหลือให้กินไหมเนี่ย! โอย ข้าจะเป็นลม” พูดจบก็ยกยาดมขึ้นมาสูดเข้าปอดดัง ฟื้ด... บรรดาสาวใช้ในโรงครัวยกมือป้องปากหัวเราะคิกคักด้วยความเอ็นดูในตัวเย่เฟิง คาดไม่ถึงว่าองครักษ์หน้าเข้มผู้นี้ จะยอมลงทุนมาเรียน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status