Home / รักโบราณ / เพียงนางที่ข้าจะรัก / บทที่ 3 หม่อมฉันไม่ได้ทำสิ่งใดเลยจริงๆ ตอนต้น

Share

บทที่ 3 หม่อมฉันไม่ได้ทำสิ่งใดเลยจริงๆ ตอนต้น

last update Last Updated: 2025-10-05 21:57:57

“ลี่อิ่ง สัญญาข้อตกลงการแต่งงานที่ร่างไว้เอามารึเปล่า”

“อยู่นี่เจ้าค่ะ เอ้ย เพคะ” ลี่อิ่งดึงสมุดพับออกมาจากอกเสื้อยื่นให้เจ้านาย

“ไม่ต้องมากพิธี รอให้ข้ารอดตายพ้นคืนนี้ไปก่อนค่อยมาพูดเพคะ” มู่ซูซินแกล้งเย้าลี่อิ่ง ก่อนเปลี่ยนมากระซิบถามลี่เจินเสียงเบาราวยุงบินผ่าน “ลี่เจิน ยากระทิงเมามายพร้อม?”

“พร้อมเจ้าค่ะ เมื่อไหร่ที่ท่านอ๋องก้าวเข้ามาในห้อง รับรองว่าเสร็จแน่นอนเจ้าค่ะ คิกๆๆ” ลี่เจินหัวเราะคิกอย่างเจ้าเล่ห์ เรื่องสูตรยาเอาไว้ใช้กลั่นแกล้งคนนางถนัดนัก

“สมมุติว่าท่านอ๋องแข็งแกร่งยิ่งกว่ากระทิงแล้วไม่ยอมเมามาย เช่นนั้นจะทำอย่างไรเจ้าคะ” ลี่อิ่งเป็นคนรอบคอบจึงเอ่ยถามเพื่อป้องกันความผิดพลาด

“ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ข้าคงต้องจิ้มเข็มยาสลบใส่เขาแล้วล่ะ” มู่ซูซินเปิดเข็มเงินที่ซ่อนไว้ในสาบเสื้อให้สาวใช้ดู

(0;0!) สาวใช้สองลี่ คุณหนูของพวกนางพกเข็มยาสลบเข้าห้องหอเสียด้วย สมกับที่เป็นนายน้อยแห่งหอเหว่ยตี้ ไม่เคยลดการป้องกันตัวเองแม้แต่ก้าวเดียว!

ราวยามโหย่ว (17:00-18:59) เสียงฝีเท้าหนักดังขึ้นหน้าห้องหอ บานประตูถูกผลักออกอย่างไม่เบามือนัก ทว่าเจ้าบ่าวในชุดสีแดงสง่างาม ดวงพักตร์ยังคงเฉยชาไม่บ่งบอกอารมณ์ เขายืนตระหง่านอยู่หน้าประตูไม่ยอมก้าวเข้ามาเสียอย่างนั้น

สาวใช้ทั้งสองที่คอยอยู่เป็นเพื่อนเจ้าสาวรีบเดินออกไปจากห้องหออย่างรู้งาน วรกายสูงสง่าถึงได้ยอมก้าวเข้ามาด้านใน ตามมาด้วยเสียงปิดประตูด้วยฝีมือสาวใช้ของมู่ซูซิน

เฟิ่งเสวียนจีขมวดคิ้วอย่างไม่ชอบใจนัก ขยับขาเดินผ่านม่านไข่มุก กลิ่นหอมอ่อนโชยเข้าจมูก ขายาวก้าวมาหาชายาของตนอย่างไม่เร่งรีบ เมื่ออยู่ห่างจากนางราวหนึ่งจั้ง* สุรเสียงทุ้มต่ำเย็นชาถึงดังขึ้น

“เปิ่นหวางแต่งกับเจ้าตามพระบัญชาของฝ่าบาท เพราะฉะนั้นอย่าคาดหวังว่าเปิ่นหวางจะพิศวาสเข้าหอกับเจ้า พรุ่งนี้เช้าพ่อบ้านของตำหนักจะพาเจ้าไปยังเรือนที่จัดเตรียมไว้” รับสั่งเรียกแทนตนเองอย่างห่างเหินจบก็เตรียมหันหลังจากไป แต่ถูกเสียงหวานไพเราะรื่นหูของมู่ซูซินฉุดรั้งไว้เสียก่อน

“ท่านอ๋องจะไม่ทรงเปิดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวตามธรรมเนียมเสียหน่อยหรือเพคะ หม่อมฉันทราบดีว่าทรงมิได้เต็มใจแต่งกับหม่อมฉัน และในทางกลับกันหม่อมฉันก็ไม่มีทางเลือก ทรงน่าจะรู้ดีกว่าหม่อมฉัน ว่าหากขัดพระราชโองการของฝ่าบาทจะมีโทษเยี่ยงไร…

ขอทรงโปรดเมตตา อยู่เจรจาเรื่องการใช้ชีวิตร่วมกันกับหม่อมสักหน่อยเถิดนะเพคะ หม่อมฉันสัญญาว่าจะไม่รบกวนเวลาของพระองค์นานนัก” น้ำเสียงอ่อนหวานเว้าวอนเจือสั่นเครือ เอื้อนเอ่ยอย่างน่าสงสาร หากเป็นบุรุษอื่นคงหันกลับมาหานางแล้ว…ทว่ามิใช่กับบุรุษตรงหน้า

เฟิ่งเสวียนจีหาได้สนใจคำวิงวอนของนาง ขยับขาเตรียมหันหลังจากไป ทว่าในฉับพลันนั้นร่างกายเกิดซวนเซมีอาการคล้ายคนมึนเมาสุรา สติสัมปชัญญะยังอยู่ถึงแปดเก้าส่วน เพียงแต่มิอาจควบคุมร่างกายให้ยืนหรือก้าวขาต่อไปได้อย่างมั่นคง

ร่างสูงจำต้องนั่งลงบนเก้าอี้ของโต๊ะอาหารกลางห้อง ซึ่งมีสุราอาหารมงคลจัดเตรียมรอไว้ เขาเอื้อมหยิบป้านน้ำชามารินดื่มด้วยตนเอง ถึงแม้จะดื่มชาไปหลายจอก ร่วมกับเดินพลังเพื่อขับไล่อาการมึนเมา แต่กลับมิช่วยให้รู้สึกดีขึ้น เขาเริ่มเอะใจ หยัดกายเดินซวนเซไปหาร่างบางบนเตียง สะบัดมือเปิดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวอย่างหยาบกระด้าง ตั้งใจจะตะคอกถามด้วยความโกรธเกรี้ยว

ทว่าเมื่อได้ยลโฉมงามพิลาสราวไม่มีอยู่จริง กอปรกับดวงตากลมโตฉ่ำน้ำแวววาวน่าหลงใหล กลีบปากอวบอิ่มเผยอเล็กน้อยดูเย้ายวน

ภาพหญิงงามเบื้องหน้าทำเขาคอแห้งผากขึ้นมากะทันหัน ทั้งที่ตนเพิ่งดื่มชาไปหลายจอก สุ้มเสียงที่หลุดออกมาจากริมฝีปากหยักได้รูปจึงมีเพียงคำว่า

“จะ…เจ้า เจ้า”

ดวงตากลมโตทรงเสน่ห์กะพริบปริบๆ ขนตายาวหนาเป็นแพกระพือขึ้นลงราวปีกผีเสื้อ นางจ้องเขาด้วยแววตาใสซื่อไร้พิษภัย ขยับลุกขึ้นยืนยอบกายแช่มช้อยให้สามี ก่อนเอ่ยแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ

“หม่อมฉัน มู่ซูซิน ปีนี้อายุสิบเจ็ด ถวายพระพรฉีอ๋องเพคะ” นางสงสัยว่าฉีอ๋องอาจจำชื่อนางไม่ได้ เลยต้องแนะนำตัวใหม่อีกรอบเพราะเห็นพูดแค่ เจ้า เจ้า

คนตัวโตจ้องร่างระหงเบื้องหน้าตาค้าง คำปรามาสที่ตั้งใจจะกล่าวก่อนหน้านี้เลือนหายไปจากความคิด คาดไม่ถึงว่านางจะมาไม้นี้

เขากับนางกราบไหว้ฟ้าดินเสร็จสรรพตามประเพณีตามด้วยส่งตัวเข้าหอเรียบร้อย เพิ่งจะมาแนะนำตัวเนี่ยนะ! ให้ตายเถอะ! นี่นางล้มป่วยหลายหนจนสติฟั่นเฟือนไปแล้วหรืออย่างไร

ริมฝีปากหยักอ้าแล้วหุบอยู่หลายคราราวต้องการเอ่ยบางสิ่ง สุดท้ายกลับเปลี่ยนใจพลางขยับขาต้องการจากไป ทว่าร่างกายเกิดโงนเงนอีกครั้ง

“อ๊ะ ท่านอ๋องระวังเพคะ ทรงนั่งลงก่อนดีกว่าเพคะ” มู่ซูซินปรี่เข้ามาพยุงร่างสูงประคองเขาไปนั่งพักที่เตียงอย่างเกร็งๆ

ร่างสูงนั่งนิ่งไม่ไหวติง ดวงเนตรคู่คมจดจ้องใบหน้างามด้วยสายตาไม่ไว้ใจ รับสั่งเรื่องที่คิดออกมาในที่สุด

“เจ้าวางยาเปิ่นหวาง?”

มู่ซูซินทำหน้าตื่นตกใจสุดชีวิตประหนึ่งผู้บริสุทธิ์ถูกใส่ความ แต่ถึงจะถูกเขาจับได้นางก็ไม่มีทางยอมรับเด็ดขาด แค่ทำให้เขาขาแข้งอ่อนออกไปจากห้องไม่ได้ หาใช่จะหมายชีวิตเสียหน่อย

“ท่านอ๋อง หม่อมฉันจะทำเช่นนั้นไปเพื่ออะไรเพคะ! หากทรงเป็นอะไรขึ้นมาคนที่จะเดือดร้อนก็คือตัวของหม่อมฉันและครอบครัว แล้วหม่อมฉันมีเหตุผลใดที่จะหาเรื่องใส่ตัวให้ฝ่าบาทลงโทษประหารยกตระกูลเพคะ

อีกทั้งพวกเราไม่เคยมีความแค้นกันมาก่อน หากมิใช่เพราะสมรสพระราชทาน มีหรือคนต่ำต้อยอย่างหม่อมฉัน จะมีโอกาสมายืนต่อหน้าพระพักตร์ของท่านอ๋องในวันนี้ ขอทรงโปรดเมตตาเชื่อหม่อมฉันเถิดนะเพคะ หม่อมฉันไม่ได้ทำสิ่งใดเลยจริงๆ!”

สีหน้าของมู่ซูซินเหมือนกำลังจะร้องไห้อยู่ร่อมร่อ กลีบปากอิ่มสีแดงสดสั่นระริก น้ำตาคลอหน่วย ดวงหน้าหวานล้ำสลดหดหู่และแฝงการอ้อนวอนอยู่ในที

เฟิ่งเสวียนจีนั่งนิ่งไม่พูดจาอยู่ชั่วอึดใจ ตรึกตรองถึงข้ออ้างที่นางกล่าวมา นั่นสินะหากเขาเป็นอะไรขึ้นมาตระกูลมู่ได้ถูกประหารยกตระกูลแน่ บางทีเขาอาจระแวงมากเกินไป จากนั้นจึงเหยียดแผ่นหลังก่อนรับสั่งกับนางเสียงเข้ม

*******************

*จั้ง : หนึ่งจั้งเท่ากับ10 ฉื่อ หรือประมาณ 3.3 เมตร

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 50 องค์รัชทายาทแห่งต้าเว่ย ตอนปลาย

    ทันทีที่พิธีแต่งตั้งองค์รัชทายาทแห่งต้าเว่ยเสร็จสิ้นอย่างเป็นทางการ อันอ๋องเว่ยเหวินเฟยมิอาจกลั้นน้ำตาแห่งความปีติยินดีได้อีกต่อไป ระยะเวลาแปดปีที่เขาต้องรับหน้าที่สำคัญนี้แทนพี่ชาย ช่างยาวนานราวชั่วชีวิต! ในที่สุดเขาก็เป็นอิสระ จะได้ออกไปท่องเที่ยวทำการค้ากับแคว้นข้างเคียงดังเช่นวันวานเสียที! เพียงแต่… “อันอ๋อง พ่อขอบใจเจ้ามาก หลายปีที่ผ่านมาเจ้าช่วยแบ่งเบาภาระหน้าที่พ่อได้เยอะ เอาอย่างนี้แล้วกัน เสด็จอาของเจ้าต้องการสละตำแหน่งชินอ๋องเพื่อออกเดินทางท่องเที่ยว พ่อจะแต่งตั้งเจ้าเป็นชินอ๋องแทน จะได้อยู่ช่วยงานพ่อต่อและคอยสั่งสอนองค์รัชทายาทไปด้วย ดีหรือไม่” สิ้นรับสั่งของฮ่องเต้ ดวงพักตร์งามพิลาสของเว่ยเหวินเฟยพลันเผือดสี คนงามร่างกายซวนเซจากความสะเทือนใจอันหาที่สุดไม่ได้! นี่เขายังไม่หมดเวรหมดกรรมต่องานนี้อีกหรือ?!!! “ม่ายยยยยย…” คร่อก! อันอ๋องลมจับหมดสติอยู่ในอ้อมแขนของคนรักต่อหน้าต่อตาฮ่องเต้ ความฝันที่จะกลับไปท่องเที่ยวเป็นอันต้องพับไปก่อน…อนิจจา เกิดมาเป็นเว่ยเหวินเฟยชีวิตไม่ง่ายเลยจริงๆ สวนอรุณรัก เรือนอรุณเคียงใจ ลานกิจกรรมด้านข้างเรือน เวลานี้ครื้นเครงไปด้วยเสียงหัวเราะข

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 50 องค์รัชทายาทแห่งต้าเว่ย ตอนต้น

    บทที่ 50 องค์รัชทายาทแห่งต้าเว่ย บทสนทนาของพี่น้องแว่วเข้าหูพี่ใหญ่อย่างเว่ยลี่จวิน ที่วันนี้ขอไปฝึกยิงธนูแทนการเล่นพิณหนึ่งวัน เด็กหญิงหมายมาดว่าโตขึ้น นางจะต้องเป็นแม่ทัพหญิงเหมือนอย่างท่านทวดเจียงอิ่งให้จงได้! แต่ถึงกระนั้นนางก็มิได้ละทิ้งการฝึกฝนศาสตร์ทั้งสี่ของคุณหนูในห้องหอ หาไม่แล้วท่านทวดไทเฮาจะทรงน้อยพระทัยจนเสวยไม่ลงอีก! เกิดเป็นเว่ยลี่จวิน ชีวิตไม่ได้สุขสบายอย่างที่ใครๆคิด…เช้าฝึกวรยุทธ สายฝึกคัดอักษร บ่ายนอนกลางวัน ตื่นมาฝึกเล่นพิณ ช่วงเย็นพาพี่หลางจื่อไปเดินเล่น หลังอาหารเย็นต้องฝึกเดินหมากกับเสด็จพ่ออีก! ท่านหญิงน้อยอย่างนาง ตารางชีวิตแน่นเอี๊ยดเหมือนอย่างที่เสด็จแม่พูดไม่มีผิด! ท่านหญิงน้อยมีรูปโฉมพริ้มเพรา ดวงเนตรคมกริบเหมือนของเย่หลินราวถอดแบบกันมา หรี่มองน้องชายฝาแฝด ที่กำลังตะล่อมน้องคนเล็กอย่างเจ้าเล่ห์ “อย่าบอกนะว่าฉีเอ๋อร์กำลังหลอกล่อให้ฮ่าวเอ๋อร์รับตำแหน่งองค์รัชทายาทแทนน่ะ!” ท่านหญิงน้อยพึมพำกับตนเอง ทว่าเข้าหูขององครักษ์สองหลิวชัดเจน “…” องครักษ์สองหลิว เอ่อ…กระหม่อมควรเร่งไปรายงานท่านอ๋องดีไหม ในศาลากลางสวน เว่ยเทียนฉียิ้มกริ่มกระชับมือของน้องน้อย อ้

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 49 ทวยเทพอวยพรให้ข้า ตอนปลาย

    …หลังผ่านไปสามวัน ในที่สุดหลางจื่อก็ได้มีโอกาสพบหน้าน้องๆ ของมันเป็นครั้งแรก พี่ชายตัวฟูเดินตามพ่อจ๋าไปหาแม่จ๋าที่เพิ่งให้นมน้องๆ ของมันเสร็จ ก่อนที่นางจะกลับเข้าห้องอยู่ไฟ “หลางจื่อ น้องๆของเจ้า คนนี้เป็นผู้หญิงชื่อ เว่ยลี่จวิน” เสวี่ยหนิงเอียงห่อผ้าให้หลางจื่อเห็นหน้าน้องสาว จากนั้นจึงรับบุตรชายมาจากมารดา เอียงห่อผ้าให้เห็นบุตรชายเช่นกัน “และคนนี้เป็นผู้ชายชื่อ เว่ยเทียนฉี ต่อไปเจ้าต้องดูแลปกป้องพวกเขาให้ดีๆนะ เป็นพี่ชายแล้วห้ามซุกซนเอาแต่ใจเหมือนเมื่อก่อน เข้าใจหรือไม่” สุ้มเสียงของเสวี่ยหนิงนุ่มนวล นางยื่นมืออีกข้างมาลูบหัวเจ้าตัวโตด้วยความเอ็นดู หลางจื่อเองก็ถูหัวของมันกับฝ่ามือนุ่มของแม่จ๋าอย่างรักใคร่ ภาพตรงหน้างดงามอบอุ่น จนเว่ยลี่หยางแอบน้ำตาคลอจากความสุขท่วมท้นหัวใจ ‘ทวยเทพอวยพรให้ข้าโดยแท้ ชีวิตนี้ข้าไม่ต้องการสิ่งใดอีกแล้ว…’ หลางจื่อส่งเสียงครางแผ่วในลำคอ ยื่นจมูกดมห่อผ้าฟุดฟิด “ทำไมน้องๆ ของข้าถึงหน้าตาเหมือนลูกฟักแบบนี้ ไม่เห็นหล่อเหมือนข้าเลย แล้วจะคุยกับข้ารู้เรื่องหรือนี่” มันเอียงหัวทำหน้าหมาสงสัย ก่อนหันไปหาอวิ๋นเอ๋อร์ที่นั่งอยู่ข้างๆเย่หลิน สุนัขสองตัวสื่อสา

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 49 ทวยเทพอวยพรให้ข้า ตอนต้น

    บทที่ 49 ทวยเทพอวยพรให้ข้า เสียงร้องของทารกแรกเกิดดังสะท้อนไปทั้งตำหนัก เป็นสิ่งชี้ชัดว่าเจ้าตัวน้อยปอดแข็งแรงเพียงใด บรรดาผู้ใหญ่ที่นั่งบ้างยืนบ้าง ต่างลุ้นกันตัวโก่งว่าทายาทคนแรกของจวิ้นอ๋องและพระชายาจะเป็นชายหรือหญิง “ร้องเสียงดังขนาดนี้ ผู้ชายแน่ๆ” อันอ๋องที่มารอลุ้นทันทีเมื่อทราบข่าว ว่าพี่สะใภ้เจ็บท้องคลอดลูกเปล่งเสียงประกาศยืนยันเพศของทารก ราวกับตนเป็นผู้เชี่ยวชาญ ส่วนคนเป็นพ่อดีใจจนพูดไม่ออก ตั้งท่าจะผลักประตูห้องคลอด ทว่าถูกเฉินกั๋วกงที่แม้จะอายุมากแล้ว แต่ยังแข็งแรงและเปี่ยมด้วยพละกำลังยื้อตัวเอาไว้ “ท่านตา ปล่อยข้า ข้าจะเข้าไปหาหนิงเอ๋อร์กับลูก!” “ท่านอ๋องใจเย็นๆก่อน รอคนข้างในทำความสะอาดห้องคลอดให้เรียบร้อย เดี๋ยวกูกูก็มาเปิดประตูให้เอง” ท่านหญิงเจียงอิ่งผู้ผ่านการคลอดบุตรมาสองครั้ง เอ่ยบอกหลานชายที่เพิ่งกลายเป็นพ่อคนหมาดๆ และในเสี้ยวลมหายใจนั้นเอง… ผ่างงง!!! ประตูห้องคลอดเปิดออก ใบหน้าเปรมปรีดิ์ เปี่ยมล้นด้วยความสุขของซูลี่ปรากฏอยู่หน้าประตู “เป็นท่านหญิงน้อยเพคะ! จ้ำม่ำสมบูรณ์เหมือนลูกหมีน้อยเลยเพคะ” นางบอกข่าวดีทุกคนเสียงสดใส ทว่ากลับกลายเป็นข่าวสะเทือนใจของอันอ๋

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 48 ดีใจจนลืมตัว ตอนปลาย

    เสวี่ยหนิงรีบส่ายศีรษะบอกคนตัวโตว่าตนไม่ได้เป็นอะไร อาจเป็นเพราะเมื่อคืนนอนดึกและตื่นเช้าเลยหน้ามืดไปเท่านั้น ทว่าคนรักเมียมีหรือจะปล่อยผ่าน แทนที่จะตรงไปจวนเผิงกั๋วกงเพื่อร่วมงานเลี้ยง เขากลับสั่งสารถีให้ขับกลับตำหนักหรงจวิน และตามหมอประจำตำหนักมาตรวจอาการพระชายาอย่างเร่งด่วน ภายในห้องบรรทม หมอหลวงจับชีพจรผ่านผ้าไหมสีขาวบนข้อมือของเสวี่ยหนิง ทว่าเพียงครู่สั้นๆ ก็หันมากล่าวรายงานอาการป่วยของพระชายากับจวิ้นอ๋องด้วยรอยยิ้ม “ขอแสดงความยินดีด้วยพะย่ะค่ะท่านอ๋อง พระชายาตั้งครรภ์ได้เดือนกว่าแล้ว” เว่ยลี่หยางลมหายใจสะดุด จับตัวหมอหลวงเขย่าจนหัวสั่นหัวคลอนจากความตื่นเต้นดีใจ “ท่านหมอบอกว่าชายาของข้าตั้งครรภ์แล้วอย่างนั้นรึ นางตั้งครรภ์จริงๆ ใช่ไหม ท่านหมอไม่ได้หลอกข้านะ” แหง่กๆๆๆ “พะ พะ พะย่ะ พะย่ะค่ะ” ทรงปล่อยกระหม่อมก่อนนนน หมอหลวงเริ่มหน้าเขียว เสวี่ยหนิงที่คราแรกดีใจเรื่องที่ตนตั้งครรภ์ สีหน้าพลันเปลี่ยนเป็นตกตะลึง เมื่อเห็นสภาพของหมอหลวงในกำมือของเว่ยลี่หยาง “ว้าย! ท่านอ๋องเบามือเพคะ อย่าเขย่าตัวท่านหมอแบบนั้น เดี๋ยวเส้นเลือดในสมองแตกกันพอดี!” โอ้ย อกอีแป้นจะแตก สวามีของนางตัวใ

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 48 ดีใจจนลืมตัว ตอนต้น

    บทที่ 48 ดีใจจนลืมตัว ท่ามกลางบรรยากาศละมุนละไม รอบกายสดชื่นจากกลิ่นแดดอ่อนยามเช้า ทอแสงสะท้อนน้ำค้างบนยอดหญ้าและสมุนไพร ผสมผสานกันอย่างลงตัวกับสีสันสดใสของดอกไม้ ที่กำลังชูช่อโอ้อวดความงาม ต้อนรับฤดูกาลใหม่แห่งชีวิต เถียนเจียถิงก้อนเนื้อในอกเต้นระรัว หลังได้ยินคำสารภาพความในใจจากปากเหรินหมิง พวงแก้มใสของหญิงสาวแรกรุ่นมีริ้วแดงพาดผ่าน แต่กระนั้นบุตรีของทหารหาญกลับยืนหยัด ไม่หลบเลี่ยงสายตาหวานซึ้งของชายหนุ่ม “ท่านป๋อ ชอบข้า?” “ใช่ ข้าชอบเจ้าถิงเอ๋อร์ ชอบมากด้วย ข้าอยากอยู่เคียงข้างเจ้า อยากปกป้องเจ้าและรอยยิ้มสดใสของเจ้า ขอโอกาสให้ข้าได้หรือไม่” ทั้งที่มีคำพูดมากมายอยากเอ่ยกับนาง ทว่าเขาประหม่าจนใจสั่นมือเย็นเฉียบ เลยพูดออกมาได้เพียงเท่านี้…ความรู้สึกตื่นเต้นจนแทบคลั่งเช่นนี้ ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แม้แต่กับซ่งเจียวเจียว เขาเพิ่งมารู้ตัวว่าที่ผ่านมา ตนเองไม่ได้รักซ่งเจียวเจียวอย่างที่เข้าใจ แต่คุ้นเคยกับการที่ต้องปกป้องดูแลนางตามที่เคยรับปากเจ้ากรมโยธาไว้ รวมถึงทำเพื่อเอาคืนเชียนเสวี่ยหนิง ที่ใช้เล่ห์เหลี่ยมจนได้แต่งกับเขาในครานั้น หากกล่าวกันจริงๆ เขาช่างเป็นบุรุษที่โง่เง่าโดยแท้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status