Beranda / รักโบราณ / เพียงนางที่ข้าจะรัก / บทที่ 3 หม่อมฉันไม่ได้ทำสิ่งใดเลยจริงๆ ตอนปลาย

Share

บทที่ 3 หม่อมฉันไม่ได้ทำสิ่งใดเลยจริงๆ ตอนปลาย

last update Terakhir Diperbarui: 2025-10-05 21:58:07

“ได้ เปิ่นหวางจะลองเชื่อเจ้าดูสักครั้ง แต่ถ้าจับได้ว่าเจ้ากล้าวางยาเปิ่นหวางล่ะก็ ถึงตอนนั้นก็อย่าหาว่าเปิ่นหวางอำมหิต!” น้ำเสียงในท้ายประโยคเหี้ยมเกรียมไร้ซึ่งความปราณี

ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อยด้วยความหวาดกลัว รีบปฏิเสธน้ำเสียงหนักแน่น

“หม่อมฉันมิกล้าทำเช่นนั้นแน่นอนเพคะ ขอท่านอ๋องทรงวางพระทัย” นางไม่ได้โกหกจริงๆนะ

คนที่วางยาเขาไม่ใช่นาง แต่เป็นลี่เจิน อีกทั้งยากระทิงเมามายมิใช่ยาพิษอยู่ในร่างกายเพียงครึ่งชั่วยามก็จะสลายไปเอง ตรวจไปก็ไม่มีทางพบ แถมฝีมือการวางยาของลี่เจินก็ไม่ใช่ง่อยๆ ท่านตาของนางสั่งสอนมากับมือเชียวนะ

ดวงพักตร์หล่อเหลาพิศมองชายาพระราชทานของตนด้วยสายตาอ่านยากครู่หนึ่ง จากนั้นจึงเปล่งเสียงรับสั่งถามถึงเรื่องที่นางเกริ่นไว้ก่อนหน้านี้

“ที่เจ้าบอกต้องการเจรจากับเปิ่นหวางเรื่องการใช้ชีวิตในตำหนักนี้ ไหนลองว่ามาซิ”

เรือนร่างอรชรในชุดเจ้าสาวสีแดงงดงาม ที่กำลังยืนก้มหน้าอย่างเจียมตัว รีบเงยขึ้นด้วยความกระตือรือร้น ก้าวขาเดินไปที่ปลายเตียง หยิบสมุดพับขึ้นมาจากข้างเสาของเตียงและยื่นให้เขาด้วยสองมือ

“ท่านอ๋องจะทรงเมตตาซินเอ๋อร์ ช่วยอ่านข้อความในนี้สักเล็กน้อยจะได้หรือไม่เพคะ”

ในนั้นคือข้อตกลงที่นางร่างไว้ มุมล่างซ้ายมือคือชื่อและลายนิ้วของนาง เฟิ่งเสวียนจีคิ้วกระตุกเมื่อได้อ่านข้อตกลงในสัญญาการแต่งงาน สตรีตรงหน้าเป็นใครถึงคิดว่าเขาจะยอมให้ความร่วมมือ

“เฮอะ! เจ้าคิดว่าเปิ่นหวางเป็นคนใจดีมีเมตตา จนยอมทำตามคำขอ ปล่อยให้เจ้าเสวยสุขอยู่ในตำหนักแห่งนี้เป็นเวลาครึ่งปีเชียวรึ มู่ซูซิน” น้ำเสียงที่เปล่งออกมาเยียบเย็นกึ่งข่มขู่

คนตัวเล็กหลุบตาต่ำ บีบมือตัวเองแน่นเปลี่ยนไปนั่งพับเพียบบนพื้น ขยับปากสีแดงสดต่อรองกับคนตัวโตด้วยท่าทางบอบบางราวกับจะแตกหักได้ทุกเมื่อ

“ท่านอ๋องโปรดคิดเสียว่า เลี้ยงซินเอ๋อร์ไว้ดูเล่นหรือเอ็นดูแบบน้องสาวก็ได้นี่เพคะ ซินเอ๋อร์กินไม่เยอะรับรองว่าไม่เปลืองแน่นอน นอกจากนี้ยังทำอาหารเป็นและอร่อยด้วยนะเพคะ

ถ้าท่านอ๋องไม่เชื่อ พรุ่งนี้ให้ซินเอ๋อร์ทำอาหารมาให้ลองเสวยดีไหมเพคะ นอกจากทำอาหารอร่อยแล้ว ซินเอ๋อร์ยังดูแลม้าก็เก่งมากเลยนะเพคะ” นางรีบบรรยายสรรพคุณความดีของตนให้เขาฟังเสียงเจื้อยแจ้ว พร้อมคลี่รอยยิ้มประจบประแจงร่วมไปด้วย

ประโยคที่ว่า ‘ดูแลม้าเก่ง’ ดึงความสนใจของเฟิ่งเสวียนจีได้จริงๆ

เขารู้มาจากอาเต๋อว่า ในจวนเจ้าเมืองตงเฉิงมีคอกม้า ที่นั่นมีแม่พันธุ์ม้าเหงื่อโลหิตสวยมากตัวหนึ่ง ส่วนม้าตัวอื่นๆ ก็แข็งแรงสุขภาพดี รูปร่างสง่างามได้สัดส่วนเทียบได้กับม้าของเขาเลยทีเดียว

การที่จะดูแลม้าให้สุขภาพดีมีรูปร่างสวยงามได้ขนาดนี้ ผู้ดูแลต้องมีความรู้และเชี่ยวชาญเกี่ยวกับม้ามากพอสมควร

จากที่ตั้งใจจะสั่งให้องครักษ์สังหารนางทิ้งด้วยการจับแขวนคอ แล้วบอกว่ากับทุกคนว่านางผูกคอตายไปเองเพราะอับอายที่ถูกเขาทอดทิ้งในคืนเข้าหอ เปลี่ยนเป็นมานั่งฟังข้อเสนอของนางต่อด้วยความสนใจ

“เจ้าแน่ใจนะว่าดูแลม้าเป็น ถ้าพูดไม่จริง เปิ่นหวางจะจับเจ้ายัดใส่โลงแล้วส่งกลับเมืองตงเฉิง”

แหม! ขู่เก่งเหลือเกินนะท่านอ๋อง!!

“แน่ใจที่สุดเลยเพคะ!” ถ้าไม่แน่ใจนางไม่กล้าเสนอตัวเป็นอันขาด เรื่องดูแลม้ากับเรื่องกินนางมั่นใจเต็มสิบส่วน

พอได้เห็นท่าทางมั่นอกมั่นใจของคนตัวเล็ก เฟิ่งเสวียนจียกมุมปาก รับสั่งถามย้ำเรื่องข้อตกลงในการสัญญาแต่งงานระหว่างเขากับนาง “เมื่อครบหกเดือนเจ้าจะเดินทางกลับเมืองตงเฉิงและจะไม่กลับมาให้ข้าเห็นหน้าอีก?”

“เพคะ” มู่ซูซินพยักหน้ารัวเป็นไก่จิกข้าวสาร

“ทำไมถึงต้องเป็นหกเดือน สามเดือนก็พอมั้ง”

“สามเดือนสั้นไปเพคะ หกเดือนกำลังดี ฝ่าบาทจะได้ไม่เพ่งเล็ง…” รีบยกฮ่องเต้มาเป็นข้ออ้างอย่างเต็มปากเต็มคำ

“อา เป็นเช่นนั้น” แม้ว่าน้ำเสียงจะเย็นชาแต่กลับแฝงความยียวนอยู่ในนั้น

“เป็นเช่นนั้นเพคะ” มู่ซูซินยังคงยิ้มหวานตอบกลับไป

“หึ!…” เสียงแค่นจมูกดังขึ้นสั้นๆ จ้องตาโฉมสะคราญด้วยแววตาคมปลาบ ราวคมกระบี่ที่พาดอยู่บนคอระหงของนาง

มู่ซูซินพอจับทางได้จึงรีบเอ่ยวาจาต่อทันที

“พอครบหกเดือนปุ๊บ ซินเอ๋อร์จะหายเข้ากลีบเมฆปั๊บ ไม่ข้องแวะเรื่องใดๆ ของท่านอ๋องแน่นอนเพคะ…แค่ท่านอ๋องอย่างเพิ่งแต่งชายาใหม่หรือรับอนุเข้าตำหนักก่อนครบสัญญาก็พอ ซินเอ๋อร์ไม่อยากให้ท่านพ่อท่านแม่ต้องเสียหน้าก่อนที่ซินเอ๋อร์จะย้ายกลับไปเมืองตงเฉิงถาวรน่ะเพคะ” รอยยิ้มประจบประแจงหายไป ใบหน้างามก้มต่ำเล็กน้อย เปล่งวาจาออกมาเสียงเบา ท่าทางเจียมเนื้อเจียมตัวสุดๆ

ส่วนเหตุผลแท้จริงที่มู่ซูซิน ขอให้เฟิ่งเสวียนจีอย่าเพิ่งรับชายารองหรืออนุชายาเข้าตำหนัก เพราะนางขี้เกียจมาเสียเวลารับมือหญิงสาวพวกนั้น หาใช่เพราะหึงหวงสามี

เพราะเท่าที่ได้ยินมา คุณหนูฉู่ฟางอิ๋งสตรีที่ฉีอ๋องพึงใจ ถูกเลี้ยงดูมาประหนึ่งไข่มุกล้ำค่ากลางมือของบิดา ภายนอกดูงดงามบริสุทธิ์ประดุจดอกบัวขาว แต่กลับมีนิสัยดื้อรั้นเอาแต่ใจและชอบเอาชนะเป็นที่สุด หากฉู่ฟางอิ๋งแต่งเข้ามาเป็นชายารองในเร็วๆนี้ อีกฝ่ายคงได้มาหาเรื่องกลั่นแกล้งนางไม่เว้นวันแน่ พนันได้เลย!

และด้วยนิสัยแท้จริงของนาง จะให้มาเล่นบทพระชายาเอกผู้มีจิตใจเมตตา ไม่ถือสาหาความอีกฝ่ายคงไม่มีทางเป็นไปได้ ฟาดมาฟาดกลับนะเจ้าคะ อย่าหาว่าไม่เตือน

ยังไม่รวมที่นางต้องลอบออกจากตำหนัก ไปสวมบทนายน้อยเหว่ยซินเมื่อถึงเวลาเป็นบางครั้ง

ส่วนเรื่องจะรับมือฉีอ๋องอย่างไรในหกเดือนนี้ นางคงต้องวางแผนดีๆ เพราะทรราชอย่างเขาคงรับมือได้ไม่ง่าย มู่ซูซินต้องพร้อม!

บรรยากาศในห้องหอที่สมควรอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความหวานชื่นกลับอึมครึมจนน่าอึดอัด

ชั่วขณะหนึ่ง เฟิ่งเสวียนจีรู้สึกคุ้นเคยกับกลิ่นอายของนางอย่างประหลาด ท่าทางประจบประแจงแต่แฝงการต่อรองแบบนี้ เหมือนเคยประสบมาจากที่ไหนสักแห่ง…

*****************

อ๋อง คุ้นๆชิมิ นึกไม่ออกล่ะสิท่า

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   ตอนพิเศษ นายน้อยคนใหม่แห่งหอเหว่ยตี้ ~4

    สองปีต่อมา มู่เหยียนเติบใหญ่ขึ้นมากร่างกายกำยำจากการฝึกวรยุทธ์กับท่านตาอย่างหนัก สุ้มเสียงแตกหนุ่มบัดนี้ทุ้มต่ำเสนาะหู รูปโฉมหล่อเหลาอันตรายต่อจิตใจของสตรีมากขึ้นทุกวัน บรรดาแม่สื่อต่างย่ำเท้ามาทาบทามคุณชายมู่เหยียน จนธรณีประตูทางเข้าจวนเจ้าเมืองแทบสึก! หลังปีใหม่ หอเหว่ยตี้ก็ได้รับเทียบเชิญอย่างเป็นทางการจากชินอ๋องแห่งแคว้นต้าเซี่ย เขาประสงค์ให้หอโอสถเหว่ยตี้ไปเปิดที่เมืองหลวงของแคว้น เนื่องจากในหน้าหนาวของทุกๆปี ประชาชนของต้าเซี่ยจำนวนไม่น้อยมักเจ็บป่วยและเสียชีวิตจากโรคปอดอักเสบ ชินอ๋องเซี่ยหย่งเหอ ทราบมาว่าหอเหว่ยตี้มีโอสถชั้นยอดหลายอย่าง จึงอยากให้หอเหว่ยตี้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ โดยการไปเปิดหอโอสถที่เมืองหลวงเป็นสาขาแรก หยางหย่าถิงในฐานะนายใหญ่ตอบรับคำเชิญนี้ โดยที่นายน้อยเหว่ยอี้จะเป็นตัวแทนไปเจรจา ใช้เวลาในการเดินทางราวยี่สิบวันจากต้าเฟิ่งมายังเมืองหลวงของต้าเซี่ย ตำหนักชินอ๋อง งานเลี้ยงรับรองนายน้อยเหว่ยอี้ ถูกจัดขึ้นที่ลานตำหนักติดกับสระบัวและน้ำตกจำลองเพื่อคลายร้อน การตกแต่งประดับประดาสวยงามสมเกียรติชินอ๋องแห่งต้าเซี่ย เมื่อได้เวลาเซี่ยหย่งเหอและพระชายาทั้งสอง รวมถึ

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   ตอนพิเศษ นายน้อยคนใหม่แห่งหอเหว่ยตี้ ~3

    แม่เล้าของหอราตรีจรัส ครั้นได้เห็นเด็กหนุ่มรูปงามสองคน แต่งกายด้วยอาภรณ์ราคาแพง ก็รีบปรี่เข้ามาต้อนรับพร้อมรอยยิ้มการค้าอย่างมืออาชีพ “คุณชายสองท่านนี้ไม่ทราบว่าคืนนี้มากินดื่มหรือต้องการมาหาความสำราญกันเจ้าคะ” มู่เหยียนผู้มีประสบการณ์รีบออกตัวรับหน้าอย่างทันท่วงที “พี่สาวคนสวย คืนนี้พวกข้าขอเริ่มด้วยการกินดื่มก่อนก็แล้วกัน หากนึกครึ้มอกครึ้มใจขึ้นมาทีหลัง ค่อยหาความสำราญก็ยังไม่สาย ลูกน้องของข้าจองระเบียงส่วนตัวชั้นสองมองเห็นแม่น้ำไว้ ถ้าอย่างไรพี่สาวคนสวยช่วยพาน้องชายไปที” พูดจบก็วางถุงใส่เงินที่มีน้ำหนักไม่น้อยใส่มือแม่เล้าอย่างรู้งาน แม่เล้ายกพัดกลมขึ้นมาแตะแผ่นอกของเด็กหนุ่มเบาๆ อย่างมีจริต “แหม ปากหวานเสียจริงนะเจ้าคะ “จากนั้นจึงเดินนำไปยังระเบียงชั้นสองที่ถูกจับจองไว้ ” เชิญคุณชายตามข้ามาทางนี้เจ้าค่ะ” อาหรงดวงตาเบิกโพลงยิ่งกว่าเก่า คาดไม่ถึงว่าสหายของตนจะเชี่ยวชาญการใช้ชีวิตในหอโคมแดงขนาดนี้! องครักษ์ของมู่เหยียนที่เดินตามหลังมากลั้นขำกันจนไหล่สั่น คุณชายน้อยเลียนแบบจดจำท่าทางการพูดการจาของพี่สาวมาได้เหมือนเป๊ะ บนระเบียงส่วนตัวชั้นสอง ประตูเปิดกว้างสามารถมองเห็

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   ตอนพิเศษ นายน้อยคนใหม่แห่งหอเหว่ยตี้ ~2

    เฟิ่งเสวียนจียืนกอดอกอยู่ในเงามืด เอียงคอถามน้องภรรยาที่กำลังตั้งท่าจะกระโจนขึ้นหลังคาด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ “…” มู่เหยียน หมดกันถูกจับได้เสียแล้ว! “แหะๆ พี่เขยดึกๆ ดื่นๆ ไม่หลับไม่นอน ออกมาทำอะไรแถวๆ นี้หรือพะย่ะค่ะ พระชายาหลับแล้วหรือ ท่านอ๋องถึงออกมาเดินชมดาวยามค่ำคืนคนเดียว” “ข้าต้องถามเจ้ามากกว่า ดึกดื่นค่อนคืนไม่หลับไม่นอน แต่งตัวซะหล่อแบบนี้มีนัดกับใครที่ไหนรึเปล่า” ดวงเนตรคู่คมมองสำรวจเสื้อผ้าที่มู่เหยียนใส่ ถึงจะเป็นสีเข้มทว่ากลับดูหรูหรามีระดับ แค่มองก็รู้ว่าเจ้าตัวต้องมีนัดแน่ๆ มู่เหยียนถอนหายใจแผ่ว คำว่าอาบน้ำร้อนมาก่อนมันเป็นอย่างนี้เองสินะ แค่เห็นชุดที่เขาสวมใส่ก็ดูออกทันที “ปิดบังท่านอ๋องไม่ได้เลยจริงๆ กระหม่อมมีนัดจริงๆ นั่นแหละพะย่ะค่ะ” “แล้วทำไมไม่ออกทางหน้าตำหนักให้มันดีๆ จะโดดขึ้นหลังคาหนีออกไปให้องครักษ์สงสัยทำไม หืม?” “เดินออกไปง่ายๆ แบบนั้นมันไม่เร้าใจพะย่ะค่ะ แอบออกไปแบบนี้มันตื่นเต้นกว่า” (*_*’) เฟิ่งเสวียนจีถึงกับเงิบเมื่อได้ยินคำตอบจากปากน้องภรรยา พี่น้องคู่นี้สมกับที่มีสายเลือดเดียวกันจริงๆ! ชอบทำอะไรลับๆ ล่อๆ ให้คนสงสัย…พี่เขยอย่างเขาหัวจะ

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   ตอนพิเศษ นายน้อยคนใหม่แห่งหอเหว่ยตี้ ~1

    ช่วงปลายวสันตฤดู จวนเจ้าเมืองตงเฉิงมีงานใหญ่ คุณชายน้อยมู่เหยียนปีนี้อายุครบสิบห้าแล้ว จึงได้เวลาทำพิธีสวมหมวกครั้งแรก ซึ่งเป็นพิธีที่แสดงว่าเขาได้เข้าสู่วัยผู้ใหญ่แล้ว และเป็นการบ่งบอกว่าเขาพร้อมที่จะรับผิดชอบต่อสังคมและครอบครัว นั่นหมายถึงหลังเสร็จสิ้นพิธี มู่เหยียนจะกลายเป็นนายน้อยคนใหม่ของหอเหว่ยตี้แทนพี่สาวทันที นามที่ใช้คือ เหว่ยอี้ ในวันสำคัญนี้ แม้แต่หยางเทียนอี้ผู้เป็นตาก็เดินทางมาจากเมืองชิงหลินเพื่อร่วมฉลอง มู่ซูซินพร้อมสามีและลูกๆ ของนางเดินทางจากเมืองหลวงเพื่อมาร่วมงานสำคัญนี้ ตลอดการเดินทางหลายวันเฟิ่งเสวียนจีแทบเก็บอาการไม่อยู่ ไม่มีใครรู้ว่าเขาดีใจมากแค่ไหน ที่ต่อไปชายาตัวน้อยไม่ต้องรับผิดชอบหน้าที่นายน้อยแห่งหอเหว่ยตี้อีกแล้ว เขาใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัวทุกครั้ง ยามที่ชายาต้องเดินทางไปต่างเมืองเพื่อทำงาน หลังเสร็จสิ้นพิธีสมาชิกทุกคนในครอบครัวก็มารวมตัวกันอยู่ที่โถงพักผ่อนในเรือนของฮูหยินผู้เฒ่า มู่เหยียนในวัยสิบห้าปีรูปร่างสูงสง่ามีราศีมิต่างจากเชื้อพระวงศ์ ใบหน้าหล่อเหลาค่อนไปทางงดงามดูราวปีศาจจิ้งจอกจำแลงเหมือนพี่สาวไม่มีผิด อีกทั้งช่างเจรจาพา

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   ตอนพิเศษ เมื่อองครักษ์มีรักย่อมต้องทุ่มสุดตัว ~4

    เย่เฟิงคล้ายเห็นแสงสว่างที่ปลายทาง รีบพยักหน้ารับด้วยความมั่นใจ ผู้ช่วยแม่ครัวจึงคลายมือออก ปล่อยให้ชายหนุ่มเริ่มนวดแป้งด้วยตนเอง ในขณะที่มือก็กำลังนวดแป้ง ในหัวก็จินตนาการไปว่า ตนกำลังนวดต้นขานุ่มๆของลี่เจินไปด้วย และอาจเป็นเพราะตั้งใจมากไปนิดเลยเผลอคิดดังไปหน่อย ”ขาของเจ้าช่างนุ่มนวลเหลือเกินเจินเอ๋อร์“ ”…“ ทั้งแม่ครัวและผู้ช่วยคิ้วกระตุกยิกๆ พ่อหนุ่มองครักษ์กำลังสิ่งใดอยู่กันแน่!!! จากแป้งสีขาวนวลเวลานี้กลายเป็นก้อนแป้งสีชมพูเข้ม เพราะชายหนุ่มใส่ผงกุหลาบหนักมือไปนิด แต่ไม่เป็นไรแม่ครัวบอกกับเขาอย่างนั้น คราวหน้าค่อยลดปริมาณลง ถึงตอนนี้ แป้งพร้อม ไส้พร้อม ในที่สุดก็มาถึงขั้นตอนการห่อก่อนกดใส่พิมพ์ขนม ผู้ช่วยแสดงวิธีนวดแป้งทั้งสองสีให้กลายเป็นก้อนเดียว รวมไปถึงวิธีแผ่แป้งและห่อไส้ ก่อนนำไปกดใส่พิมพ์ขนมบัวหิมะ “น่ากินมากเลยขอรับ” เอ่ยชื่นชมจบก็ลงมือทำเองบ้าง เพียงแต่… “ทำไมมันยากเย็นอย่างนี้เนี่ย! ทำไมข้าห่อแล้วแป้งถึงแตกไส้ทะลัก ไม่เห็นเรียบเนียนเหมือนของท่านป้าเลย” “…” ผู้ช่วยแม่ครัว ข้าควรเวทนาคนหรือสงสารขนมดีเนี่ย “แรกก็เป็นแบบนี้แหละ ทำบ่อยๆเดี๋ยวก็ชำนาญขึ้

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   ตอนพิเศษ เมื่อองครักษ์มีรักย่อมต้องทุ่มสุดตัว ~3

    ไม่ใช่เพียงแค่หานจิ้งที่เดินหน้าเกี้ยวพานลี่อิ่งอย่างเปิดเผย แม้แต่องครักษ์เงาขั้นหนึ่งอย่างเย่เฟิง ก็ขอฉีอ๋องย้ายตำแหน่งงานมาเป็นองครักษ์ขั้นหนึ่งของพระชายามู่ซูซินแทน เหตุผลหลักคือเขาทำงานให้พระชายาจนคุ้นเคยไปแล้ว ส่วนเหตุผลรองคือหัวใจของเขาเฝ้าติดตามลี่เจินไปแล้วนั่นเอง เรียกกลับมาเท่าไหร่หัวใจเจ้ากรรมก็ไม่ยอมเชื่อฟัง เย่เฟิงเลยตั้งปณิธานว่า เขาจะไม่ยอมแพ้องครักษ์รุ่นน้องอย่างหานจิ้งเด็ดขาด ชีวิตนี้เขาต้องได้แต่งลี่เจินเป็นภรรยาผูกผม! หากทำไม่ได้ก่อนอายุสามสิบ เย่เฟิงจะไปออกบวชมันให้มันรู้แล้วรู้รอด! ครัวหลักของตำหนักเว่ยจง แม่ครัวฝ่ายขนมหวานมุมปากกระตุกยิกๆ ขณะยืนมององครักษ์ของพระชายากวนแป้งทำขนมบัวหิมะกุหลาบ “เอ่อ ท่านองครักษ์เจ้าคะ กวนแป้งไม่ต้องออกแรงขนาดนั้นก็ได้เจ้าค่ะ ค่อยๆทำไป ท่านเล่นกวนแรงและเร็วแบบนี้ แป้งมันก็กระเด็นออกจากกระทะหมดสิเจ้าคะ แล้วจะเหลือให้กินไหมเนี่ย! โอย ข้าจะเป็นลม” พูดจบก็ยกยาดมขึ้นมาสูดเข้าปอดดัง ฟื้ด... บรรดาสาวใช้ในโรงครัวยกมือป้องปากหัวเราะคิกคักด้วยความเอ็นดูในตัวเย่เฟิง คาดไม่ถึงว่าองครักษ์หน้าเข้มผู้นี้ จะยอมลงทุนมาเรียน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status