Home / รักโบราณ / เพียงนางที่ข้าจะรัก / บทที่ 3 หม่อมฉันไม่ได้ทำสิ่งใดเลยจริงๆ ตอนปลาย

Share

บทที่ 3 หม่อมฉันไม่ได้ทำสิ่งใดเลยจริงๆ ตอนปลาย

last update Huling Na-update: 2025-10-05 21:58:07

“ได้ เปิ่นหวางจะลองเชื่อเจ้าดูสักครั้ง แต่ถ้าจับได้ว่าเจ้ากล้าวางยาเปิ่นหวางล่ะก็ ถึงตอนนั้นก็อย่าหาว่าเปิ่นหวางอำมหิต!” น้ำเสียงในท้ายประโยคเหี้ยมเกรียมไร้ซึ่งความปราณี

ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อยด้วยความหวาดกลัว รีบปฏิเสธน้ำเสียงหนักแน่น

“หม่อมฉันมิกล้าทำเช่นนั้นแน่นอนเพคะ ขอท่านอ๋องทรงวางพระทัย” นางไม่ได้โกหกจริงๆนะ

คนที่วางยาเขาไม่ใช่นาง แต่เป็นลี่เจิน อีกทั้งยากระทิงเมามายมิใช่ยาพิษอยู่ในร่างกายเพียงครึ่งชั่วยามก็จะสลายไปเอง ตรวจไปก็ไม่มีทางพบ แถมฝีมือการวางยาของลี่เจินก็ไม่ใช่ง่อยๆ ท่านตาของนางสั่งสอนมากับมือเชียวนะ

ดวงพักตร์หล่อเหลาพิศมองชายาพระราชทานของตนด้วยสายตาอ่านยากครู่หนึ่ง จากนั้นจึงเปล่งเสียงรับสั่งถามถึงเรื่องที่นางเกริ่นไว้ก่อนหน้านี้

“ที่เจ้าบอกต้องการเจรจากับเปิ่นหวางเรื่องการใช้ชีวิตในตำหนักนี้ ไหนลองว่ามาซิ”

เรือนร่างอรชรในชุดเจ้าสาวสีแดงงดงาม ที่กำลังยืนก้มหน้าอย่างเจียมตัว รีบเงยขึ้นด้วยความกระตือรือร้น ก้าวขาเดินไปที่ปลายเตียง หยิบสมุดพับขึ้นมาจากข้างเสาของเตียงและยื่นให้เขาด้วยสองมือ

“ท่านอ๋องจะทรงเมตตาซินเอ๋อร์ ช่วยอ่านข้อความในนี้สักเล็กน้อยจะได้หรือไม่เพคะ”

ในนั้นคือข้อตกลงที่นางร่างไว้ มุมล่างซ้ายมือคือชื่อและลายนิ้วของนาง เฟิ่งเสวียนจีคิ้วกระตุกเมื่อได้อ่านข้อตกลงในสัญญาการแต่งงาน สตรีตรงหน้าเป็นใครถึงคิดว่าเขาจะยอมให้ความร่วมมือ

“เฮอะ! เจ้าคิดว่าเปิ่นหวางเป็นคนใจดีมีเมตตา จนยอมทำตามคำขอ ปล่อยให้เจ้าเสวยสุขอยู่ในตำหนักแห่งนี้เป็นเวลาครึ่งปีเชียวรึ มู่ซูซิน” น้ำเสียงที่เปล่งออกมาเยียบเย็นกึ่งข่มขู่

คนตัวเล็กหลุบตาต่ำ บีบมือตัวเองแน่นเปลี่ยนไปนั่งพับเพียบบนพื้น ขยับปากสีแดงสดต่อรองกับคนตัวโตด้วยท่าทางบอบบางราวกับจะแตกหักได้ทุกเมื่อ

“ท่านอ๋องโปรดคิดเสียว่า เลี้ยงซินเอ๋อร์ไว้ดูเล่นหรือเอ็นดูแบบน้องสาวก็ได้นี่เพคะ ซินเอ๋อร์กินไม่เยอะรับรองว่าไม่เปลืองแน่นอน นอกจากนี้ยังทำอาหารเป็นและอร่อยด้วยนะเพคะ

ถ้าท่านอ๋องไม่เชื่อ พรุ่งนี้ให้ซินเอ๋อร์ทำอาหารมาให้ลองเสวยดีไหมเพคะ นอกจากทำอาหารอร่อยแล้ว ซินเอ๋อร์ยังดูแลม้าก็เก่งมากเลยนะเพคะ” นางรีบบรรยายสรรพคุณความดีของตนให้เขาฟังเสียงเจื้อยแจ้ว พร้อมคลี่รอยยิ้มประจบประแจงร่วมไปด้วย

ประโยคที่ว่า ‘ดูแลม้าเก่ง’ ดึงความสนใจของเฟิ่งเสวียนจีได้จริงๆ

เขารู้มาจากอาเต๋อว่า ในจวนเจ้าเมืองตงเฉิงมีคอกม้า ที่นั่นมีแม่พันธุ์ม้าเหงื่อโลหิตสวยมากตัวหนึ่ง ส่วนม้าตัวอื่นๆ ก็แข็งแรงสุขภาพดี รูปร่างสง่างามได้สัดส่วนเทียบได้กับม้าของเขาเลยทีเดียว

การที่จะดูแลม้าให้สุขภาพดีมีรูปร่างสวยงามได้ขนาดนี้ ผู้ดูแลต้องมีความรู้และเชี่ยวชาญเกี่ยวกับม้ามากพอสมควร

จากที่ตั้งใจจะสั่งให้องครักษ์สังหารนางทิ้งด้วยการจับแขวนคอ แล้วบอกว่ากับทุกคนว่านางผูกคอตายไปเองเพราะอับอายที่ถูกเขาทอดทิ้งในคืนเข้าหอ เปลี่ยนเป็นมานั่งฟังข้อเสนอของนางต่อด้วยความสนใจ

“เจ้าแน่ใจนะว่าดูแลม้าเป็น ถ้าพูดไม่จริง เปิ่นหวางจะจับเจ้ายัดใส่โลงแล้วส่งกลับเมืองตงเฉิง”

แหม! ขู่เก่งเหลือเกินนะท่านอ๋อง!!

“แน่ใจที่สุดเลยเพคะ!” ถ้าไม่แน่ใจนางไม่กล้าเสนอตัวเป็นอันขาด เรื่องดูแลม้ากับเรื่องกินนางมั่นใจเต็มสิบส่วน

พอได้เห็นท่าทางมั่นอกมั่นใจของคนตัวเล็ก เฟิ่งเสวียนจียกมุมปาก รับสั่งถามย้ำเรื่องข้อตกลงในการสัญญาแต่งงานระหว่างเขากับนาง “เมื่อครบหกเดือนเจ้าจะเดินทางกลับเมืองตงเฉิงและจะไม่กลับมาให้ข้าเห็นหน้าอีก?”

“เพคะ” มู่ซูซินพยักหน้ารัวเป็นไก่จิกข้าวสาร

“ทำไมถึงต้องเป็นหกเดือน สามเดือนก็พอมั้ง”

“สามเดือนสั้นไปเพคะ หกเดือนกำลังดี ฝ่าบาทจะได้ไม่เพ่งเล็ง…” รีบยกฮ่องเต้มาเป็นข้ออ้างอย่างเต็มปากเต็มคำ

“อา เป็นเช่นนั้น” แม้ว่าน้ำเสียงจะเย็นชาแต่กลับแฝงความยียวนอยู่ในนั้น

“เป็นเช่นนั้นเพคะ” มู่ซูซินยังคงยิ้มหวานตอบกลับไป

“หึ!…” เสียงแค่นจมูกดังขึ้นสั้นๆ จ้องตาโฉมสะคราญด้วยแววตาคมปลาบ ราวคมกระบี่ที่พาดอยู่บนคอระหงของนาง

มู่ซูซินพอจับทางได้จึงรีบเอ่ยวาจาต่อทันที

“พอครบหกเดือนปุ๊บ ซินเอ๋อร์จะหายเข้ากลีบเมฆปั๊บ ไม่ข้องแวะเรื่องใดๆ ของท่านอ๋องแน่นอนเพคะ…แค่ท่านอ๋องอย่างเพิ่งแต่งชายาใหม่หรือรับอนุเข้าตำหนักก่อนครบสัญญาก็พอ ซินเอ๋อร์ไม่อยากให้ท่านพ่อท่านแม่ต้องเสียหน้าก่อนที่ซินเอ๋อร์จะย้ายกลับไปเมืองตงเฉิงถาวรน่ะเพคะ” รอยยิ้มประจบประแจงหายไป ใบหน้างามก้มต่ำเล็กน้อย เปล่งวาจาออกมาเสียงเบา ท่าทางเจียมเนื้อเจียมตัวสุดๆ

ส่วนเหตุผลแท้จริงที่มู่ซูซิน ขอให้เฟิ่งเสวียนจีอย่าเพิ่งรับชายารองหรืออนุชายาเข้าตำหนัก เพราะนางขี้เกียจมาเสียเวลารับมือหญิงสาวพวกนั้น หาใช่เพราะหึงหวงสามี

เพราะเท่าที่ได้ยินมา คุณหนูฉู่ฟางอิ๋งสตรีที่ฉีอ๋องพึงใจ ถูกเลี้ยงดูมาประหนึ่งไข่มุกล้ำค่ากลางมือของบิดา ภายนอกดูงดงามบริสุทธิ์ประดุจดอกบัวขาว แต่กลับมีนิสัยดื้อรั้นเอาแต่ใจและชอบเอาชนะเป็นที่สุด หากฉู่ฟางอิ๋งแต่งเข้ามาเป็นชายารองในเร็วๆนี้ อีกฝ่ายคงได้มาหาเรื่องกลั่นแกล้งนางไม่เว้นวันแน่ พนันได้เลย!

และด้วยนิสัยแท้จริงของนาง จะให้มาเล่นบทพระชายาเอกผู้มีจิตใจเมตตา ไม่ถือสาหาความอีกฝ่ายคงไม่มีทางเป็นไปได้ ฟาดมาฟาดกลับนะเจ้าคะ อย่าหาว่าไม่เตือน

ยังไม่รวมที่นางต้องลอบออกจากตำหนัก ไปสวมบทนายน้อยเหว่ยซินเมื่อถึงเวลาเป็นบางครั้ง

ส่วนเรื่องจะรับมือฉีอ๋องอย่างไรในหกเดือนนี้ นางคงต้องวางแผนดีๆ เพราะทรราชอย่างเขาคงรับมือได้ไม่ง่าย มู่ซูซินต้องพร้อม!

บรรยากาศในห้องหอที่สมควรอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความหวานชื่นกลับอึมครึมจนน่าอึดอัด

ชั่วขณะหนึ่ง เฟิ่งเสวียนจีรู้สึกคุ้นเคยกับกลิ่นอายของนางอย่างประหลาด ท่าทางประจบประแจงแต่แฝงการต่อรองแบบนี้ เหมือนเคยประสบมาจากที่ไหนสักแห่ง…

*****************

อ๋อง คุ้นๆชิมิ นึกไม่ออกล่ะสิท่า

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 50 องค์รัชทายาทแห่งต้าเว่ย ตอนปลาย

    ทันทีที่พิธีแต่งตั้งองค์รัชทายาทแห่งต้าเว่ยเสร็จสิ้นอย่างเป็นทางการ อันอ๋องเว่ยเหวินเฟยมิอาจกลั้นน้ำตาแห่งความปีติยินดีได้อีกต่อไป ระยะเวลาแปดปีที่เขาต้องรับหน้าที่สำคัญนี้แทนพี่ชาย ช่างยาวนานราวชั่วชีวิต! ในที่สุดเขาก็เป็นอิสระ จะได้ออกไปท่องเที่ยวทำการค้ากับแคว้นข้างเคียงดังเช่นวันวานเสียที! เพียงแต่… “อันอ๋อง พ่อขอบใจเจ้ามาก หลายปีที่ผ่านมาเจ้าช่วยแบ่งเบาภาระหน้าที่พ่อได้เยอะ เอาอย่างนี้แล้วกัน เสด็จอาของเจ้าต้องการสละตำแหน่งชินอ๋องเพื่อออกเดินทางท่องเที่ยว พ่อจะแต่งตั้งเจ้าเป็นชินอ๋องแทน จะได้อยู่ช่วยงานพ่อต่อและคอยสั่งสอนองค์รัชทายาทไปด้วย ดีหรือไม่” สิ้นรับสั่งของฮ่องเต้ ดวงพักตร์งามพิลาสของเว่ยเหวินเฟยพลันเผือดสี คนงามร่างกายซวนเซจากความสะเทือนใจอันหาที่สุดไม่ได้! นี่เขายังไม่หมดเวรหมดกรรมต่องานนี้อีกหรือ?!!! “ม่ายยยยยย…” คร่อก! อันอ๋องลมจับหมดสติอยู่ในอ้อมแขนของคนรักต่อหน้าต่อตาฮ่องเต้ ความฝันที่จะกลับไปท่องเที่ยวเป็นอันต้องพับไปก่อน…อนิจจา เกิดมาเป็นเว่ยเหวินเฟยชีวิตไม่ง่ายเลยจริงๆ สวนอรุณรัก เรือนอรุณเคียงใจ ลานกิจกรรมด้านข้างเรือน เวลานี้ครื้นเครงไปด้วยเสียงหัวเราะข

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 50 องค์รัชทายาทแห่งต้าเว่ย ตอนต้น

    บทที่ 50 องค์รัชทายาทแห่งต้าเว่ย บทสนทนาของพี่น้องแว่วเข้าหูพี่ใหญ่อย่างเว่ยลี่จวิน ที่วันนี้ขอไปฝึกยิงธนูแทนการเล่นพิณหนึ่งวัน เด็กหญิงหมายมาดว่าโตขึ้น นางจะต้องเป็นแม่ทัพหญิงเหมือนอย่างท่านทวดเจียงอิ่งให้จงได้! แต่ถึงกระนั้นนางก็มิได้ละทิ้งการฝึกฝนศาสตร์ทั้งสี่ของคุณหนูในห้องหอ หาไม่แล้วท่านทวดไทเฮาจะทรงน้อยพระทัยจนเสวยไม่ลงอีก! เกิดเป็นเว่ยลี่จวิน ชีวิตไม่ได้สุขสบายอย่างที่ใครๆคิด…เช้าฝึกวรยุทธ สายฝึกคัดอักษร บ่ายนอนกลางวัน ตื่นมาฝึกเล่นพิณ ช่วงเย็นพาพี่หลางจื่อไปเดินเล่น หลังอาหารเย็นต้องฝึกเดินหมากกับเสด็จพ่ออีก! ท่านหญิงน้อยอย่างนาง ตารางชีวิตแน่นเอี๊ยดเหมือนอย่างที่เสด็จแม่พูดไม่มีผิด! ท่านหญิงน้อยมีรูปโฉมพริ้มเพรา ดวงเนตรคมกริบเหมือนของเย่หลินราวถอดแบบกันมา หรี่มองน้องชายฝาแฝด ที่กำลังตะล่อมน้องคนเล็กอย่างเจ้าเล่ห์ “อย่าบอกนะว่าฉีเอ๋อร์กำลังหลอกล่อให้ฮ่าวเอ๋อร์รับตำแหน่งองค์รัชทายาทแทนน่ะ!” ท่านหญิงน้อยพึมพำกับตนเอง ทว่าเข้าหูขององครักษ์สองหลิวชัดเจน “…” องครักษ์สองหลิว เอ่อ…กระหม่อมควรเร่งไปรายงานท่านอ๋องดีไหม ในศาลากลางสวน เว่ยเทียนฉียิ้มกริ่มกระชับมือของน้องน้อย อ้

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 49 ทวยเทพอวยพรให้ข้า ตอนปลาย

    …หลังผ่านไปสามวัน ในที่สุดหลางจื่อก็ได้มีโอกาสพบหน้าน้องๆ ของมันเป็นครั้งแรก พี่ชายตัวฟูเดินตามพ่อจ๋าไปหาแม่จ๋าที่เพิ่งให้นมน้องๆ ของมันเสร็จ ก่อนที่นางจะกลับเข้าห้องอยู่ไฟ “หลางจื่อ น้องๆของเจ้า คนนี้เป็นผู้หญิงชื่อ เว่ยลี่จวิน” เสวี่ยหนิงเอียงห่อผ้าให้หลางจื่อเห็นหน้าน้องสาว จากนั้นจึงรับบุตรชายมาจากมารดา เอียงห่อผ้าให้เห็นบุตรชายเช่นกัน “และคนนี้เป็นผู้ชายชื่อ เว่ยเทียนฉี ต่อไปเจ้าต้องดูแลปกป้องพวกเขาให้ดีๆนะ เป็นพี่ชายแล้วห้ามซุกซนเอาแต่ใจเหมือนเมื่อก่อน เข้าใจหรือไม่” สุ้มเสียงของเสวี่ยหนิงนุ่มนวล นางยื่นมืออีกข้างมาลูบหัวเจ้าตัวโตด้วยความเอ็นดู หลางจื่อเองก็ถูหัวของมันกับฝ่ามือนุ่มของแม่จ๋าอย่างรักใคร่ ภาพตรงหน้างดงามอบอุ่น จนเว่ยลี่หยางแอบน้ำตาคลอจากความสุขท่วมท้นหัวใจ ‘ทวยเทพอวยพรให้ข้าโดยแท้ ชีวิตนี้ข้าไม่ต้องการสิ่งใดอีกแล้ว…’ หลางจื่อส่งเสียงครางแผ่วในลำคอ ยื่นจมูกดมห่อผ้าฟุดฟิด “ทำไมน้องๆ ของข้าถึงหน้าตาเหมือนลูกฟักแบบนี้ ไม่เห็นหล่อเหมือนข้าเลย แล้วจะคุยกับข้ารู้เรื่องหรือนี่” มันเอียงหัวทำหน้าหมาสงสัย ก่อนหันไปหาอวิ๋นเอ๋อร์ที่นั่งอยู่ข้างๆเย่หลิน สุนัขสองตัวสื่อสา

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 49 ทวยเทพอวยพรให้ข้า ตอนต้น

    บทที่ 49 ทวยเทพอวยพรให้ข้า เสียงร้องของทารกแรกเกิดดังสะท้อนไปทั้งตำหนัก เป็นสิ่งชี้ชัดว่าเจ้าตัวน้อยปอดแข็งแรงเพียงใด บรรดาผู้ใหญ่ที่นั่งบ้างยืนบ้าง ต่างลุ้นกันตัวโก่งว่าทายาทคนแรกของจวิ้นอ๋องและพระชายาจะเป็นชายหรือหญิง “ร้องเสียงดังขนาดนี้ ผู้ชายแน่ๆ” อันอ๋องที่มารอลุ้นทันทีเมื่อทราบข่าว ว่าพี่สะใภ้เจ็บท้องคลอดลูกเปล่งเสียงประกาศยืนยันเพศของทารก ราวกับตนเป็นผู้เชี่ยวชาญ ส่วนคนเป็นพ่อดีใจจนพูดไม่ออก ตั้งท่าจะผลักประตูห้องคลอด ทว่าถูกเฉินกั๋วกงที่แม้จะอายุมากแล้ว แต่ยังแข็งแรงและเปี่ยมด้วยพละกำลังยื้อตัวเอาไว้ “ท่านตา ปล่อยข้า ข้าจะเข้าไปหาหนิงเอ๋อร์กับลูก!” “ท่านอ๋องใจเย็นๆก่อน รอคนข้างในทำความสะอาดห้องคลอดให้เรียบร้อย เดี๋ยวกูกูก็มาเปิดประตูให้เอง” ท่านหญิงเจียงอิ่งผู้ผ่านการคลอดบุตรมาสองครั้ง เอ่ยบอกหลานชายที่เพิ่งกลายเป็นพ่อคนหมาดๆ และในเสี้ยวลมหายใจนั้นเอง… ผ่างงง!!! ประตูห้องคลอดเปิดออก ใบหน้าเปรมปรีดิ์ เปี่ยมล้นด้วยความสุขของซูลี่ปรากฏอยู่หน้าประตู “เป็นท่านหญิงน้อยเพคะ! จ้ำม่ำสมบูรณ์เหมือนลูกหมีน้อยเลยเพคะ” นางบอกข่าวดีทุกคนเสียงสดใส ทว่ากลับกลายเป็นข่าวสะเทือนใจของอันอ๋

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 48 ดีใจจนลืมตัว ตอนปลาย

    เสวี่ยหนิงรีบส่ายศีรษะบอกคนตัวโตว่าตนไม่ได้เป็นอะไร อาจเป็นเพราะเมื่อคืนนอนดึกและตื่นเช้าเลยหน้ามืดไปเท่านั้น ทว่าคนรักเมียมีหรือจะปล่อยผ่าน แทนที่จะตรงไปจวนเผิงกั๋วกงเพื่อร่วมงานเลี้ยง เขากลับสั่งสารถีให้ขับกลับตำหนักหรงจวิน และตามหมอประจำตำหนักมาตรวจอาการพระชายาอย่างเร่งด่วน ภายในห้องบรรทม หมอหลวงจับชีพจรผ่านผ้าไหมสีขาวบนข้อมือของเสวี่ยหนิง ทว่าเพียงครู่สั้นๆ ก็หันมากล่าวรายงานอาการป่วยของพระชายากับจวิ้นอ๋องด้วยรอยยิ้ม “ขอแสดงความยินดีด้วยพะย่ะค่ะท่านอ๋อง พระชายาตั้งครรภ์ได้เดือนกว่าแล้ว” เว่ยลี่หยางลมหายใจสะดุด จับตัวหมอหลวงเขย่าจนหัวสั่นหัวคลอนจากความตื่นเต้นดีใจ “ท่านหมอบอกว่าชายาของข้าตั้งครรภ์แล้วอย่างนั้นรึ นางตั้งครรภ์จริงๆ ใช่ไหม ท่านหมอไม่ได้หลอกข้านะ” แหง่กๆๆๆ “พะ พะ พะย่ะ พะย่ะค่ะ” ทรงปล่อยกระหม่อมก่อนนนน หมอหลวงเริ่มหน้าเขียว เสวี่ยหนิงที่คราแรกดีใจเรื่องที่ตนตั้งครรภ์ สีหน้าพลันเปลี่ยนเป็นตกตะลึง เมื่อเห็นสภาพของหมอหลวงในกำมือของเว่ยลี่หยาง “ว้าย! ท่านอ๋องเบามือเพคะ อย่าเขย่าตัวท่านหมอแบบนั้น เดี๋ยวเส้นเลือดในสมองแตกกันพอดี!” โอ้ย อกอีแป้นจะแตก สวามีของนางตัวใ

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 48 ดีใจจนลืมตัว ตอนต้น

    บทที่ 48 ดีใจจนลืมตัว ท่ามกลางบรรยากาศละมุนละไม รอบกายสดชื่นจากกลิ่นแดดอ่อนยามเช้า ทอแสงสะท้อนน้ำค้างบนยอดหญ้าและสมุนไพร ผสมผสานกันอย่างลงตัวกับสีสันสดใสของดอกไม้ ที่กำลังชูช่อโอ้อวดความงาม ต้อนรับฤดูกาลใหม่แห่งชีวิต เถียนเจียถิงก้อนเนื้อในอกเต้นระรัว หลังได้ยินคำสารภาพความในใจจากปากเหรินหมิง พวงแก้มใสของหญิงสาวแรกรุ่นมีริ้วแดงพาดผ่าน แต่กระนั้นบุตรีของทหารหาญกลับยืนหยัด ไม่หลบเลี่ยงสายตาหวานซึ้งของชายหนุ่ม “ท่านป๋อ ชอบข้า?” “ใช่ ข้าชอบเจ้าถิงเอ๋อร์ ชอบมากด้วย ข้าอยากอยู่เคียงข้างเจ้า อยากปกป้องเจ้าและรอยยิ้มสดใสของเจ้า ขอโอกาสให้ข้าได้หรือไม่” ทั้งที่มีคำพูดมากมายอยากเอ่ยกับนาง ทว่าเขาประหม่าจนใจสั่นมือเย็นเฉียบ เลยพูดออกมาได้เพียงเท่านี้…ความรู้สึกตื่นเต้นจนแทบคลั่งเช่นนี้ ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แม้แต่กับซ่งเจียวเจียว เขาเพิ่งมารู้ตัวว่าที่ผ่านมา ตนเองไม่ได้รักซ่งเจียวเจียวอย่างที่เข้าใจ แต่คุ้นเคยกับการที่ต้องปกป้องดูแลนางตามที่เคยรับปากเจ้ากรมโยธาไว้ รวมถึงทำเพื่อเอาคืนเชียนเสวี่ยหนิง ที่ใช้เล่ห์เหลี่ยมจนได้แต่งกับเขาในครานั้น หากกล่าวกันจริงๆ เขาช่างเป็นบุรุษที่โง่เง่าโดยแท้

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status