Beranda / รักโบราณ / เพียงนางที่ข้าจะรัก / บทที่ 4 โดนแค่นี้ถึงกับหูแดง ตอนต้น

Share

บทที่ 4 โดนแค่นี้ถึงกับหูแดง ตอนต้น

last update Terakhir Diperbarui: 2025-10-05 21:58:16

“ในเมื่อเจ้ายืนยันว่าไม่กล้า ข้าก็จะลองเชื่อเจ้าดูสักครั้ง”

เฟิ่งเสวียนจียอมรับข้อเสนอในสัญญาการแต่งงาน รวมถึงยินยอมให้นางเอาแมวมาเลี้ยงที่ตำหนักตามคำขอ แต่ยังไม่วายที่จะข่มขู่ ว่าถ้าหากม้าของเขาเกิดรอยขีดข่วนหรือเป็นอะไรขึ้นมา เขาจะส่งนางไปเยือนแดนน้ำพุเหลือง และห้ามแมวของนางทำตำหนักสกปรก มิฉะนั้นอย่าหาว่าเขาใจร้าย

“…” มู่ซูซินแอบกลอกตามองบนในความคิด ขู่เก่งเหลือเกินนะ นิสัยช่างไม่เข้ากับหน้าตา เสียของจริงๆ!

หลังจากแอบบ่นเขาในใจเสร็จถึงได้เงยหน้าขึ้น เอ่ยรับปากเขาเสียงอ่อย

“ซินเอ๋อร์น้อมรับคำสั่งท่านอ๋องเพคะ ถ้าอย่างไรซินเอ๋อร์ขอรบกวนท่านอ๋องอีกสักนิดนึงนะเพคะ ขอทรงช่วยประทับลายนิ้วมือ…ตรงนี้ด้วยได้หรือไม่เพคะ เพื่อความอุ่นใจ”

นางคลานเข่าเข้ามาหาเขา เอียงตัวไปทางขวา ยกนิ้วเรียวยาวราวต้นหอมชี้ไปยังชื่อของเขาที่นางเขียนไว้แล้ว

“ทำไม เจ้าไม่เชื่อใจข้า?”

“เชื่อเพคะ! ซินเอ๋อร์เชื่อใจท่านอ๋อง เพียงแต่…ซินเอ๋อร์อยากได้ลายนิ้วมือท่านอ๋องเอาไว้กราบไหว้บูชาคืนนี้ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ผีเจ้าที่เจ้าทางจะได้ไม่มาอำซินเอ๋อร์ตอนนอนหลับเพคะ” ดุขนาดนี้แม้แต่ผียังกลัว เชื่อสิ!

“…” เฟิ่งเสวียนจีมุมปากกระตุกหลังได้ฟังเหตุผลแปลกๆของนาง แต่ก็มิได้ต่อว่าหรือตำหนิใดๆ

“เรื่องมากเสียจริง ตอนนี้ไม่มีชาดสำหรับใช้ประทับ เอาไว้พรุ่งนี้ข้าจะกลับมาทำให้”

“เดี๋ยวก่อนเพคะ ทำแบบนี้ก็ได้” เสียงไพเราะดังขึ้นเพื่อเสนอแนะตัวช่วยอย่างกระตือรือร้น

ในเสี้ยวลมหายใจถัดมา สิ่งที่เฟิ่งเสวียนจีคาดไม่ถึงพลันบังเกิด มู่ซูซินขยับมือ จับนิ้วโป้งของเขากดลงบนกลีบปากอวบอิ่มของนาง จากนั้นนำไปกดลงบนหนังสือสัญญา ลายนิ้วมือจากชาดสีแดงบนริมฝีปากหญิงสาว ประทับลงบนกระดาษเรียบร้อย มู่ซูซินคลี่ยิ้มสดใสด้วยความพอใจ ทั้งยังเอ่ยขอบคุณเขาเสียงหวาน

“เรียบร้อยแล้วเพคะ ขอบพระทัยท่านอ๋อง”

คนตัวโตนั่งตัวแข็งทื่อพูดอะไรไม่ออกไปแล้ว ความร้อนขุมหนึ่งแผ่ซ่านจากลำคอไปจนถึงใบหู สัมผัสนุ่มหยุ่นจากกลีบปากอิ่มเย้ายวนของหญิงสาว ยังตราตรึงอยู่บนปลายนิ้วโป้งไม่จางหาย จังหวะการเต้นของหัวใจพลันกระตุก นี่เขาเพิ่งถูกนางหลอกกินเต้าหู้สดๆร้อนๆ

“มู่ซูซิน เจ้า!”

“หืม? ซินเอ๋อร์ทำไมหรือเพคะ” ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เอียงหน้าถามเขาอย่างใสซื่อ คล้ายไม่รู้ว่าตนเพิ่งทำอะไรลงไป

อากัปกิริยาของนางยามนี้น่ารักน่าเอ็นดูราวกระต่ายน้อย ทำเฟิ่งเสวียนจีรู้สึกอยากยกมือไปลูบหัวทุยของนางเล่นขึ้นมาตะหงิดๆ ทว่ารีบสลัดความรู้สึกนี้ออกจากความคิดอย่างรวดเร็ว

มาจนถึงตอนนี้ อาการมึนเมาที่เคยมีดีขึ้นมาก ร่างสูงจึงลุกขึ้นจากเตียง ชี้นิ้วไปยังประตูที่อยู่ใกล้ฉากกั้น

“คืนนี้เจ้าไปนอนที่ห้องข้างๆนั่น เข้าไปทางประตูนั้นได้ พรุ่งนี้เช้าพ่อบ้านจะพาเจ้ายังไปเรือนที่จัดไว้ให้ ช่วงบ่ายเจ้าเริ่มงานดูแลม้าได้เลย” รับสั่งโดยไม่มองหน้าคนบนพื้น ขยับขาเดินไปยังห้องอาบน้ำ

(*_*”) มู่ซูซิน แบบนี้เรียกว่าได้ทีรีบจิกหัวใช้สินะ

”ซินเอ๋อร์น้อมรับคำสั่งฉีอ๋องเพคะ” นางรับคำเขาอย่างเชื่อฟัง ดวงตาคู่สวยมองตามแผ่นหลังกว้างไปจนลับสายตา ทว่าในเสี้ยวอึดใจนั้น แววตาพลันเปลี่ยนเป็นกรุ้มกริ่ม เมื่อมองเห็นใบหูของเขาที่ยังเป็นสีแดงไม่หาย

‘โดนแค่นี้ถึงกับหูแดง น่ารักเหมือนกันนะเนี่ย คิกๆๆๆ’

ราวกลางยามเหม่า (05:00-06:59) มู่ซูซินลืมตาตื่น ขยับตัวลงจากเตียงก้าวตรงไปยังห้องนอนใหญ่ ซึ่งบัดนี้ปราศจากเงาของฉีอ๋อง นางจึงเดินไปเปิดประตูเรียกสาวใช้คนสนิทให้เข้ามาช่วยแต่งตัว

ทันทีที่ได้พบหน้าเจ้านาย ลี่อิ่งรีบกระซิบถามถึงเรื่องสำคัญ ค่ำคืนที่ผ่านมานางกับลี่เจินลุ้นกันแทบตาย “พระชายาได้สิ่งที่ต้องการมาหรือไม่เพคะ”

“อืม เรียบร้อยแล้ว หลังช่วยข้าแต่งตัวเสร็จ ลี่เจินช่วยไปตามพ่อบ้านของตำหนักให้หน่อย ข้าอยากย้ายไปที่เรือนเร็วๆ มีหลายอย่างต้องทำวันนี้ กลัวว่าจะเสร็จไม่ทันช่วงบ่าย เพราะข้าต้องไปทำหน้าที่คนดูแลม้าให้ท่านอ๋อง”

มือของลี่อิ่งที่กำลังหวีผมให้เจ้านายชะงักค้างกลางอากาศ แทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน คุณหนูของนางกลายคนเลี้ยงม้าของฉีอ๋อง! อย่าบอกนะว่านี่คือข้อแลกเปลี่ยน

มู่ซูซินเดาความคิดสาวใช้ของตนออกจึงพยักหน้าเป็นเชิงรับ

“โถ คุณหนูของบ่าว” ลี่อิ่งครางเสียงแผ่ว ดูท่าว่าเจ้านายของนาง คงจุติมาจากดาวคนเลี้ยงม้า ถึงได้หนีหน้าที่นี้ไม่พ้น แต่ก็อีกล่ะนะ การได้ดูแลม้าเป็นความชอบส่วนตัวของมู่ซูซินอยู่แล้ว ช่วงเช้าเป็นพระชายาฉีอ๋อง ตกบ่ายเป็นคนดูแลม้า ชีวิตไม่ซ้ำซากจำเจ

เมื่อได้เวลาพ่อบ้านของตำหนักก็มาถึงพอดี ชายวัยกลางอายุราวห้าสิบนามว่า เหวินซาน หรือ เหวินกงกง ท่าทางเข้มงวดแววตาเฉียบคมสมกับเป็นคนสนิทของอ๋องทรราช!

เขาทำความเคารพนายหญิงของตำหนักอย่างให้เกียรติ ก่อนเดินนำไปยังเรือนอู่ถง ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของตำหนักเว่ยจง เป็นเรือนที่อยู่ใกล้คอกม้าที่สุด สะดวกต่อการเดินไปทำงานอย่างไม่มีข้อกังขา!

คล้อยหลังเหวินกงกงและพาพระชายามู่ นางกำนัลคนหนึ่งที่ซุ่มอยู่แถวนั้น แอบมากระซิบถามนางกำนัลผู้มีหน้าที่ทำความสะอาดห้องบรรทมของฉีอ๋อง เรื่องของผ้ารองเลือดพรหมจรรย์ ก่อนผละไปด้วยรอยยิ้ม

เรือนอู่ถง

“ท่านอ๋องรับสั่งให้กระหม่อมจัดเตรียมเรือนแห่งนี้ให้พระชายาเป็นพิเศษ ทั้งยังกำชับมาด้วยว่าในช่วงบ่าย เอ่อ…”

เหวินกงกงมีท่าทีลังเล กำลังตรึกตรองว่าควรใช้คำพูดแบบใด ที่ฟังแล้วไม่ทำร้ายจิตใจดวงน้อยของพระชายา เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ปล่อยให้หญิงสาวทั้งสามเลิกคิ้วสูงรอฟังความ

“ในช่วงบ่าย พระชายาอย่าลืมไปเยี่ยมชมคอกม้าตามที่สัญญาไว้ด้วยนะพะย่ะค่ะ”

“โธ่ นึกว่าเรื่องสำคัญอะไร ขอบคุณเหวินกงกงมากเจ้าค่ะ รบกวนช่วยบอกท่านอ๋องให้ที ว่าข้าไม่ผิดสัญญาแน่นอน” ที่แท้ก็เรื่องนี้ ปล่อยให้นางลุ้นเสียจนตัวเกร็ง

“ขอพระชายาอย่าได้เกรงใจ ท่านอ๋องกำชับไว้ว่าให้ดูแลพระชายาเป็นอย่างดีพะย่ะค่ะ” เหวินกงกงยิ้มในหน้ากล่าวตอบมาอย่างนอบน้อม

เหวินกงกงมีลางสังหรณ์ว่า กำลังจะมีวีรบุรุษยากผ่านด่านหญิงงามเพิ่มขึ้นอีกคน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   ตอนพิเศษ นายน้อยคนใหม่แห่งหอเหว่ยตี้ ~4

    สองปีต่อมา มู่เหยียนเติบใหญ่ขึ้นมากร่างกายกำยำจากการฝึกวรยุทธ์กับท่านตาอย่างหนัก สุ้มเสียงแตกหนุ่มบัดนี้ทุ้มต่ำเสนาะหู รูปโฉมหล่อเหลาอันตรายต่อจิตใจของสตรีมากขึ้นทุกวัน บรรดาแม่สื่อต่างย่ำเท้ามาทาบทามคุณชายมู่เหยียน จนธรณีประตูทางเข้าจวนเจ้าเมืองแทบสึก! หลังปีใหม่ หอเหว่ยตี้ก็ได้รับเทียบเชิญอย่างเป็นทางการจากชินอ๋องแห่งแคว้นต้าเซี่ย เขาประสงค์ให้หอโอสถเหว่ยตี้ไปเปิดที่เมืองหลวงของแคว้น เนื่องจากในหน้าหนาวของทุกๆปี ประชาชนของต้าเซี่ยจำนวนไม่น้อยมักเจ็บป่วยและเสียชีวิตจากโรคปอดอักเสบ ชินอ๋องเซี่ยหย่งเหอ ทราบมาว่าหอเหว่ยตี้มีโอสถชั้นยอดหลายอย่าง จึงอยากให้หอเหว่ยตี้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ โดยการไปเปิดหอโอสถที่เมืองหลวงเป็นสาขาแรก หยางหย่าถิงในฐานะนายใหญ่ตอบรับคำเชิญนี้ โดยที่นายน้อยเหว่ยอี้จะเป็นตัวแทนไปเจรจา ใช้เวลาในการเดินทางราวยี่สิบวันจากต้าเฟิ่งมายังเมืองหลวงของต้าเซี่ย ตำหนักชินอ๋อง งานเลี้ยงรับรองนายน้อยเหว่ยอี้ ถูกจัดขึ้นที่ลานตำหนักติดกับสระบัวและน้ำตกจำลองเพื่อคลายร้อน การตกแต่งประดับประดาสวยงามสมเกียรติชินอ๋องแห่งต้าเซี่ย เมื่อได้เวลาเซี่ยหย่งเหอและพระชายาทั้งสอง รวมถึ

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   ตอนพิเศษ นายน้อยคนใหม่แห่งหอเหว่ยตี้ ~3

    แม่เล้าของหอราตรีจรัส ครั้นได้เห็นเด็กหนุ่มรูปงามสองคน แต่งกายด้วยอาภรณ์ราคาแพง ก็รีบปรี่เข้ามาต้อนรับพร้อมรอยยิ้มการค้าอย่างมืออาชีพ “คุณชายสองท่านนี้ไม่ทราบว่าคืนนี้มากินดื่มหรือต้องการมาหาความสำราญกันเจ้าคะ” มู่เหยียนผู้มีประสบการณ์รีบออกตัวรับหน้าอย่างทันท่วงที “พี่สาวคนสวย คืนนี้พวกข้าขอเริ่มด้วยการกินดื่มก่อนก็แล้วกัน หากนึกครึ้มอกครึ้มใจขึ้นมาทีหลัง ค่อยหาความสำราญก็ยังไม่สาย ลูกน้องของข้าจองระเบียงส่วนตัวชั้นสองมองเห็นแม่น้ำไว้ ถ้าอย่างไรพี่สาวคนสวยช่วยพาน้องชายไปที” พูดจบก็วางถุงใส่เงินที่มีน้ำหนักไม่น้อยใส่มือแม่เล้าอย่างรู้งาน แม่เล้ายกพัดกลมขึ้นมาแตะแผ่นอกของเด็กหนุ่มเบาๆ อย่างมีจริต “แหม ปากหวานเสียจริงนะเจ้าคะ “จากนั้นจึงเดินนำไปยังระเบียงชั้นสองที่ถูกจับจองไว้ ” เชิญคุณชายตามข้ามาทางนี้เจ้าค่ะ” อาหรงดวงตาเบิกโพลงยิ่งกว่าเก่า คาดไม่ถึงว่าสหายของตนจะเชี่ยวชาญการใช้ชีวิตในหอโคมแดงขนาดนี้! องครักษ์ของมู่เหยียนที่เดินตามหลังมากลั้นขำกันจนไหล่สั่น คุณชายน้อยเลียนแบบจดจำท่าทางการพูดการจาของพี่สาวมาได้เหมือนเป๊ะ บนระเบียงส่วนตัวชั้นสอง ประตูเปิดกว้างสามารถมองเห็

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   ตอนพิเศษ นายน้อยคนใหม่แห่งหอเหว่ยตี้ ~2

    เฟิ่งเสวียนจียืนกอดอกอยู่ในเงามืด เอียงคอถามน้องภรรยาที่กำลังตั้งท่าจะกระโจนขึ้นหลังคาด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ “…” มู่เหยียน หมดกันถูกจับได้เสียแล้ว! “แหะๆ พี่เขยดึกๆ ดื่นๆ ไม่หลับไม่นอน ออกมาทำอะไรแถวๆ นี้หรือพะย่ะค่ะ พระชายาหลับแล้วหรือ ท่านอ๋องถึงออกมาเดินชมดาวยามค่ำคืนคนเดียว” “ข้าต้องถามเจ้ามากกว่า ดึกดื่นค่อนคืนไม่หลับไม่นอน แต่งตัวซะหล่อแบบนี้มีนัดกับใครที่ไหนรึเปล่า” ดวงเนตรคู่คมมองสำรวจเสื้อผ้าที่มู่เหยียนใส่ ถึงจะเป็นสีเข้มทว่ากลับดูหรูหรามีระดับ แค่มองก็รู้ว่าเจ้าตัวต้องมีนัดแน่ๆ มู่เหยียนถอนหายใจแผ่ว คำว่าอาบน้ำร้อนมาก่อนมันเป็นอย่างนี้เองสินะ แค่เห็นชุดที่เขาสวมใส่ก็ดูออกทันที “ปิดบังท่านอ๋องไม่ได้เลยจริงๆ กระหม่อมมีนัดจริงๆ นั่นแหละพะย่ะค่ะ” “แล้วทำไมไม่ออกทางหน้าตำหนักให้มันดีๆ จะโดดขึ้นหลังคาหนีออกไปให้องครักษ์สงสัยทำไม หืม?” “เดินออกไปง่ายๆ แบบนั้นมันไม่เร้าใจพะย่ะค่ะ แอบออกไปแบบนี้มันตื่นเต้นกว่า” (*_*’) เฟิ่งเสวียนจีถึงกับเงิบเมื่อได้ยินคำตอบจากปากน้องภรรยา พี่น้องคู่นี้สมกับที่มีสายเลือดเดียวกันจริงๆ! ชอบทำอะไรลับๆ ล่อๆ ให้คนสงสัย…พี่เขยอย่างเขาหัวจะ

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   ตอนพิเศษ นายน้อยคนใหม่แห่งหอเหว่ยตี้ ~1

    ช่วงปลายวสันตฤดู จวนเจ้าเมืองตงเฉิงมีงานใหญ่ คุณชายน้อยมู่เหยียนปีนี้อายุครบสิบห้าแล้ว จึงได้เวลาทำพิธีสวมหมวกครั้งแรก ซึ่งเป็นพิธีที่แสดงว่าเขาได้เข้าสู่วัยผู้ใหญ่แล้ว และเป็นการบ่งบอกว่าเขาพร้อมที่จะรับผิดชอบต่อสังคมและครอบครัว นั่นหมายถึงหลังเสร็จสิ้นพิธี มู่เหยียนจะกลายเป็นนายน้อยคนใหม่ของหอเหว่ยตี้แทนพี่สาวทันที นามที่ใช้คือ เหว่ยอี้ ในวันสำคัญนี้ แม้แต่หยางเทียนอี้ผู้เป็นตาก็เดินทางมาจากเมืองชิงหลินเพื่อร่วมฉลอง มู่ซูซินพร้อมสามีและลูกๆ ของนางเดินทางจากเมืองหลวงเพื่อมาร่วมงานสำคัญนี้ ตลอดการเดินทางหลายวันเฟิ่งเสวียนจีแทบเก็บอาการไม่อยู่ ไม่มีใครรู้ว่าเขาดีใจมากแค่ไหน ที่ต่อไปชายาตัวน้อยไม่ต้องรับผิดชอบหน้าที่นายน้อยแห่งหอเหว่ยตี้อีกแล้ว เขาใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัวทุกครั้ง ยามที่ชายาต้องเดินทางไปต่างเมืองเพื่อทำงาน หลังเสร็จสิ้นพิธีสมาชิกทุกคนในครอบครัวก็มารวมตัวกันอยู่ที่โถงพักผ่อนในเรือนของฮูหยินผู้เฒ่า มู่เหยียนในวัยสิบห้าปีรูปร่างสูงสง่ามีราศีมิต่างจากเชื้อพระวงศ์ ใบหน้าหล่อเหลาค่อนไปทางงดงามดูราวปีศาจจิ้งจอกจำแลงเหมือนพี่สาวไม่มีผิด อีกทั้งช่างเจรจาพา

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   ตอนพิเศษ เมื่อองครักษ์มีรักย่อมต้องทุ่มสุดตัว ~4

    เย่เฟิงคล้ายเห็นแสงสว่างที่ปลายทาง รีบพยักหน้ารับด้วยความมั่นใจ ผู้ช่วยแม่ครัวจึงคลายมือออก ปล่อยให้ชายหนุ่มเริ่มนวดแป้งด้วยตนเอง ในขณะที่มือก็กำลังนวดแป้ง ในหัวก็จินตนาการไปว่า ตนกำลังนวดต้นขานุ่มๆของลี่เจินไปด้วย และอาจเป็นเพราะตั้งใจมากไปนิดเลยเผลอคิดดังไปหน่อย ”ขาของเจ้าช่างนุ่มนวลเหลือเกินเจินเอ๋อร์“ ”…“ ทั้งแม่ครัวและผู้ช่วยคิ้วกระตุกยิกๆ พ่อหนุ่มองครักษ์กำลังสิ่งใดอยู่กันแน่!!! จากแป้งสีขาวนวลเวลานี้กลายเป็นก้อนแป้งสีชมพูเข้ม เพราะชายหนุ่มใส่ผงกุหลาบหนักมือไปนิด แต่ไม่เป็นไรแม่ครัวบอกกับเขาอย่างนั้น คราวหน้าค่อยลดปริมาณลง ถึงตอนนี้ แป้งพร้อม ไส้พร้อม ในที่สุดก็มาถึงขั้นตอนการห่อก่อนกดใส่พิมพ์ขนม ผู้ช่วยแสดงวิธีนวดแป้งทั้งสองสีให้กลายเป็นก้อนเดียว รวมไปถึงวิธีแผ่แป้งและห่อไส้ ก่อนนำไปกดใส่พิมพ์ขนมบัวหิมะ “น่ากินมากเลยขอรับ” เอ่ยชื่นชมจบก็ลงมือทำเองบ้าง เพียงแต่… “ทำไมมันยากเย็นอย่างนี้เนี่ย! ทำไมข้าห่อแล้วแป้งถึงแตกไส้ทะลัก ไม่เห็นเรียบเนียนเหมือนของท่านป้าเลย” “…” ผู้ช่วยแม่ครัว ข้าควรเวทนาคนหรือสงสารขนมดีเนี่ย “แรกก็เป็นแบบนี้แหละ ทำบ่อยๆเดี๋ยวก็ชำนาญขึ้

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   ตอนพิเศษ เมื่อองครักษ์มีรักย่อมต้องทุ่มสุดตัว ~3

    ไม่ใช่เพียงแค่หานจิ้งที่เดินหน้าเกี้ยวพานลี่อิ่งอย่างเปิดเผย แม้แต่องครักษ์เงาขั้นหนึ่งอย่างเย่เฟิง ก็ขอฉีอ๋องย้ายตำแหน่งงานมาเป็นองครักษ์ขั้นหนึ่งของพระชายามู่ซูซินแทน เหตุผลหลักคือเขาทำงานให้พระชายาจนคุ้นเคยไปแล้ว ส่วนเหตุผลรองคือหัวใจของเขาเฝ้าติดตามลี่เจินไปแล้วนั่นเอง เรียกกลับมาเท่าไหร่หัวใจเจ้ากรรมก็ไม่ยอมเชื่อฟัง เย่เฟิงเลยตั้งปณิธานว่า เขาจะไม่ยอมแพ้องครักษ์รุ่นน้องอย่างหานจิ้งเด็ดขาด ชีวิตนี้เขาต้องได้แต่งลี่เจินเป็นภรรยาผูกผม! หากทำไม่ได้ก่อนอายุสามสิบ เย่เฟิงจะไปออกบวชมันให้มันรู้แล้วรู้รอด! ครัวหลักของตำหนักเว่ยจง แม่ครัวฝ่ายขนมหวานมุมปากกระตุกยิกๆ ขณะยืนมององครักษ์ของพระชายากวนแป้งทำขนมบัวหิมะกุหลาบ “เอ่อ ท่านองครักษ์เจ้าคะ กวนแป้งไม่ต้องออกแรงขนาดนั้นก็ได้เจ้าค่ะ ค่อยๆทำไป ท่านเล่นกวนแรงและเร็วแบบนี้ แป้งมันก็กระเด็นออกจากกระทะหมดสิเจ้าคะ แล้วจะเหลือให้กินไหมเนี่ย! โอย ข้าจะเป็นลม” พูดจบก็ยกยาดมขึ้นมาสูดเข้าปอดดัง ฟื้ด... บรรดาสาวใช้ในโรงครัวยกมือป้องปากหัวเราะคิกคักด้วยความเอ็นดูในตัวเย่เฟิง คาดไม่ถึงว่าองครักษ์หน้าเข้มผู้นี้ จะยอมลงทุนมาเรียน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status