Beranda / รักโบราณ / เพียงนางที่ข้าจะรัก / บทที่ 4 โดนแค่นี้ถึงกับหูแดง ตอนต้น

Share

บทที่ 4 โดนแค่นี้ถึงกับหูแดง ตอนต้น

last update Tanggal publikasi: 2025-10-05 21:58:16

“ในเมื่อเจ้ายืนยันว่าไม่กล้า ข้าก็จะลองเชื่อเจ้าดูสักครั้ง”

เฟิ่งเสวียนจียอมรับข้อเสนอในสัญญาการแต่งงาน รวมถึงยินยอมให้นางเอาแมวมาเลี้ยงที่ตำหนักตามคำขอ แต่ยังไม่วายที่จะข่มขู่ ว่าถ้าหากม้าของเขาเกิดรอยขีดข่วนหรือเป็นอะไรขึ้นมา เขาจะส่งนางไปเยือนแดนน้ำพุเหลือง และห้ามแมวของนางทำตำหนักสกปรก มิฉะนั้นอย่าหาว่าเขาใจร้าย

“…” มู่ซูซินแอบกลอกตามองบนในความคิด ขู่เก่งเหลือเกินนะ นิสัยช่างไม่เข้ากับหน้าตา เสียของจริงๆ!

หลังจากแอบบ่นเขาในใจเสร็จถึงได้เงยหน้าขึ้น เอ่ยรับปากเขาเสียงอ่อย

“ซินเอ๋อร์น้อมรับคำสั่งท่านอ๋องเพคะ ถ้าอย่างไรซินเอ๋อร์ขอรบกวนท่านอ๋องอีกสักนิดนึงนะเพคะ ขอทรงช่วยประทับลายนิ้วมือ…ตรงนี้ด้วยได้หรือไม่เพคะ เพื่อความอุ่นใจ”

นางคลานเข่าเข้ามาหาเขา เอียงตัวไปทางขวา ยกนิ้วเรียวยาวราวต้นหอมชี้ไปยังชื่อของเขาที่นางเขียนไว้แล้ว

“ทำไม เจ้าไม่เชื่อใจข้า?”

“เชื่อเพคะ! ซินเอ๋อร์เชื่อใจท่านอ๋อง เพียงแต่…ซินเอ๋อร์อยากได้ลายนิ้วมือท่านอ๋องเอาไว้กราบไหว้บูชาคืนนี้ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ผีเจ้าที่เจ้าทางจะได้ไม่มาอำซินเอ๋อร์ตอนนอนหลับเพคะ” ดุขนาดนี้แม้แต่ผียังกลัว เชื่อสิ!

“…” เฟิ่งเสวียนจีมุมปากกระตุกหลังได้ฟังเหตุผลแปลกๆของนาง แต่ก็มิได้ต่อว่าหรือตำหนิใดๆ

“เรื่องมากเสียจริง ตอนนี้ไม่มีชาดสำหรับใช้ประทับ เอาไว้พรุ่งนี้ข้าจะกลับมาทำให้”

“เดี๋ยวก่อนเพคะ ทำแบบนี้ก็ได้” เสียงไพเราะดังขึ้นเพื่อเสนอแนะตัวช่วยอย่างกระตือรือร้น

ในเสี้ยวลมหายใจถัดมา สิ่งที่เฟิ่งเสวียนจีคาดไม่ถึงพลันบังเกิด มู่ซูซินขยับมือ จับนิ้วโป้งของเขากดลงบนกลีบปากอวบอิ่มของนาง จากนั้นนำไปกดลงบนหนังสือสัญญา ลายนิ้วมือจากชาดสีแดงบนริมฝีปากหญิงสาว ประทับลงบนกระดาษเรียบร้อย มู่ซูซินคลี่ยิ้มสดใสด้วยความพอใจ ทั้งยังเอ่ยขอบคุณเขาเสียงหวาน

“เรียบร้อยแล้วเพคะ ขอบพระทัยท่านอ๋อง”

คนตัวโตนั่งตัวแข็งทื่อพูดอะไรไม่ออกไปแล้ว ความร้อนขุมหนึ่งแผ่ซ่านจากลำคอไปจนถึงใบหู สัมผัสนุ่มหยุ่นจากกลีบปากอิ่มเย้ายวนของหญิงสาว ยังตราตรึงอยู่บนปลายนิ้วโป้งไม่จางหาย จังหวะการเต้นของหัวใจพลันกระตุก นี่เขาเพิ่งถูกนางหลอกกินเต้าหู้สดๆร้อนๆ

“มู่ซูซิน เจ้า!”

“หืม? ซินเอ๋อร์ทำไมหรือเพคะ” ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เอียงหน้าถามเขาอย่างใสซื่อ คล้ายไม่รู้ว่าตนเพิ่งทำอะไรลงไป

อากัปกิริยาของนางยามนี้น่ารักน่าเอ็นดูราวกระต่ายน้อย ทำเฟิ่งเสวียนจีรู้สึกอยากยกมือไปลูบหัวทุยของนางเล่นขึ้นมาตะหงิดๆ ทว่ารีบสลัดความรู้สึกนี้ออกจากความคิดอย่างรวดเร็ว

มาจนถึงตอนนี้ อาการมึนเมาที่เคยมีดีขึ้นมาก ร่างสูงจึงลุกขึ้นจากเตียง ชี้นิ้วไปยังประตูที่อยู่ใกล้ฉากกั้น

“คืนนี้เจ้าไปนอนที่ห้องข้างๆนั่น เข้าไปทางประตูนั้นได้ พรุ่งนี้เช้าพ่อบ้านจะพาเจ้ายังไปเรือนที่จัดไว้ให้ ช่วงบ่ายเจ้าเริ่มงานดูแลม้าได้เลย” รับสั่งโดยไม่มองหน้าคนบนพื้น ขยับขาเดินไปยังห้องอาบน้ำ

(*_*”) มู่ซูซิน แบบนี้เรียกว่าได้ทีรีบจิกหัวใช้สินะ

”ซินเอ๋อร์น้อมรับคำสั่งฉีอ๋องเพคะ” นางรับคำเขาอย่างเชื่อฟัง ดวงตาคู่สวยมองตามแผ่นหลังกว้างไปจนลับสายตา ทว่าในเสี้ยวอึดใจนั้น แววตาพลันเปลี่ยนเป็นกรุ้มกริ่ม เมื่อมองเห็นใบหูของเขาที่ยังเป็นสีแดงไม่หาย

‘โดนแค่นี้ถึงกับหูแดง น่ารักเหมือนกันนะเนี่ย คิกๆๆๆ’

ราวกลางยามเหม่า (05:00-06:59) มู่ซูซินลืมตาตื่น ขยับตัวลงจากเตียงก้าวตรงไปยังห้องนอนใหญ่ ซึ่งบัดนี้ปราศจากเงาของฉีอ๋อง นางจึงเดินไปเปิดประตูเรียกสาวใช้คนสนิทให้เข้ามาช่วยแต่งตัว

ทันทีที่ได้พบหน้าเจ้านาย ลี่อิ่งรีบกระซิบถามถึงเรื่องสำคัญ ค่ำคืนที่ผ่านมานางกับลี่เจินลุ้นกันแทบตาย “พระชายาได้สิ่งที่ต้องการมาหรือไม่เพคะ”

“อืม เรียบร้อยแล้ว หลังช่วยข้าแต่งตัวเสร็จ ลี่เจินช่วยไปตามพ่อบ้านของตำหนักให้หน่อย ข้าอยากย้ายไปที่เรือนเร็วๆ มีหลายอย่างต้องทำวันนี้ กลัวว่าจะเสร็จไม่ทันช่วงบ่าย เพราะข้าต้องไปทำหน้าที่คนดูแลม้าให้ท่านอ๋อง”

มือของลี่อิ่งที่กำลังหวีผมให้เจ้านายชะงักค้างกลางอากาศ แทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน คุณหนูของนางกลายคนเลี้ยงม้าของฉีอ๋อง! อย่าบอกนะว่านี่คือข้อแลกเปลี่ยน

มู่ซูซินเดาความคิดสาวใช้ของตนออกจึงพยักหน้าเป็นเชิงรับ

“โถ คุณหนูของบ่าว” ลี่อิ่งครางเสียงแผ่ว ดูท่าว่าเจ้านายของนาง คงจุติมาจากดาวคนเลี้ยงม้า ถึงได้หนีหน้าที่นี้ไม่พ้น แต่ก็อีกล่ะนะ การได้ดูแลม้าเป็นความชอบส่วนตัวของมู่ซูซินอยู่แล้ว ช่วงเช้าเป็นพระชายาฉีอ๋อง ตกบ่ายเป็นคนดูแลม้า ชีวิตไม่ซ้ำซากจำเจ

เมื่อได้เวลาพ่อบ้านของตำหนักก็มาถึงพอดี ชายวัยกลางอายุราวห้าสิบนามว่า เหวินซาน หรือ เหวินกงกง ท่าทางเข้มงวดแววตาเฉียบคมสมกับเป็นคนสนิทของอ๋องทรราช!

เขาทำความเคารพนายหญิงของตำหนักอย่างให้เกียรติ ก่อนเดินนำไปยังเรือนอู่ถง ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของตำหนักเว่ยจง เป็นเรือนที่อยู่ใกล้คอกม้าที่สุด สะดวกต่อการเดินไปทำงานอย่างไม่มีข้อกังขา!

คล้อยหลังเหวินกงกงและพาพระชายามู่ นางกำนัลคนหนึ่งที่ซุ่มอยู่แถวนั้น แอบมากระซิบถามนางกำนัลผู้มีหน้าที่ทำความสะอาดห้องบรรทมของฉีอ๋อง เรื่องของผ้ารองเลือดพรหมจรรย์ ก่อนผละไปด้วยรอยยิ้ม

เรือนอู่ถง

“ท่านอ๋องรับสั่งให้กระหม่อมจัดเตรียมเรือนแห่งนี้ให้พระชายาเป็นพิเศษ ทั้งยังกำชับมาด้วยว่าในช่วงบ่าย เอ่อ…”

เหวินกงกงมีท่าทีลังเล กำลังตรึกตรองว่าควรใช้คำพูดแบบใด ที่ฟังแล้วไม่ทำร้ายจิตใจดวงน้อยของพระชายา เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ปล่อยให้หญิงสาวทั้งสามเลิกคิ้วสูงรอฟังความ

“ในช่วงบ่าย พระชายาอย่าลืมไปเยี่ยมชมคอกม้าตามที่สัญญาไว้ด้วยนะพะย่ะค่ะ”

“โธ่ นึกว่าเรื่องสำคัญอะไร ขอบคุณเหวินกงกงมากเจ้าค่ะ รบกวนช่วยบอกท่านอ๋องให้ที ว่าข้าไม่ผิดสัญญาแน่นอน” ที่แท้ก็เรื่องนี้ ปล่อยให้นางลุ้นเสียจนตัวเกร็ง

“ขอพระชายาอย่าได้เกรงใจ ท่านอ๋องกำชับไว้ว่าให้ดูแลพระชายาเป็นอย่างดีพะย่ะค่ะ” เหวินกงกงยิ้มในหน้ากล่าวตอบมาอย่างนอบน้อม

เหวินกงกงมีลางสังหรณ์ว่า กำลังจะมีวีรบุรุษยากผ่านด่านหญิงงามเพิ่มขึ้นอีกคน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 50 องค์รัชทายาทแห่งต้าเว่ย ตอนปลาย

    ทันทีที่พิธีแต่งตั้งองค์รัชทายาทแห่งต้าเว่ยเสร็จสิ้นอย่างเป็นทางการ อันอ๋องเว่ยเหวินเฟยมิอาจกลั้นน้ำตาแห่งความปีติยินดีได้อีกต่อไป ระยะเวลาแปดปีที่เขาต้องรับหน้าที่สำคัญนี้แทนพี่ชาย ช่างยาวนานราวชั่วชีวิต! ในที่สุดเขาก็เป็นอิสระ จะได้ออกไปท่องเที่ยวทำการค้ากับแคว้นข้างเคียงดังเช่นวันวานเสียที! เพียงแต่… “อันอ๋อง พ่อขอบใจเจ้ามาก หลายปีที่ผ่านมาเจ้าช่วยแบ่งเบาภาระหน้าที่พ่อได้เยอะ เอาอย่างนี้แล้วกัน เสด็จอาของเจ้าต้องการสละตำแหน่งชินอ๋องเพื่อออกเดินทางท่องเที่ยว พ่อจะแต่งตั้งเจ้าเป็นชินอ๋องแทน จะได้อยู่ช่วยงานพ่อต่อและคอยสั่งสอนองค์รัชทายาทไปด้วย ดีหรือไม่” สิ้นรับสั่งของฮ่องเต้ ดวงพักตร์งามพิลาสของเว่ยเหวินเฟยพลันเผือดสี คนงามร่างกายซวนเซจากความสะเทือนใจอันหาที่สุดไม่ได้! นี่เขายังไม่หมดเวรหมดกรรมต่องานนี้อีกหรือ?!!! “ม่ายยยยยย…” คร่อก! อันอ๋องลมจับหมดสติอยู่ในอ้อมแขนของคนรักต่อหน้าต่อตาฮ่องเต้ ความฝันที่จะกลับไปท่องเที่ยวเป็นอันต้องพับไปก่อน…อนิจจา เกิดมาเป็นเว่ยเหวินเฟยชีวิตไม่ง่ายเลยจริงๆ สวนอรุณรัก เรือนอรุณเคียงใจ ลานกิจกรรมด้านข้างเรือน เวลานี้ครื้นเครงไปด้วยเสียงหัวเราะข

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 50 องค์รัชทายาทแห่งต้าเว่ย ตอนต้น

    บทที่ 50 องค์รัชทายาทแห่งต้าเว่ย บทสนทนาของพี่น้องแว่วเข้าหูพี่ใหญ่อย่างเว่ยลี่จวิน ที่วันนี้ขอไปฝึกยิงธนูแทนการเล่นพิณหนึ่งวัน เด็กหญิงหมายมาดว่าโตขึ้น นางจะต้องเป็นแม่ทัพหญิงเหมือนอย่างท่านทวดเจียงอิ่งให้จงได้! แต่ถึงกระนั้นนางก็มิได้ละทิ้งการฝึกฝนศาสตร์ทั้งสี่ของคุณหนูในห้องหอ หาไม่แล้วท่านทวดไทเฮาจะทรงน้อยพระทัยจนเสวยไม่ลงอีก! เกิดเป็นเว่ยลี่จวิน ชีวิตไม่ได้สุขสบายอย่างที่ใครๆคิด…เช้าฝึกวรยุทธ สายฝึกคัดอักษร บ่ายนอนกลางวัน ตื่นมาฝึกเล่นพิณ ช่วงเย็นพาพี่หลางจื่อไปเดินเล่น หลังอาหารเย็นต้องฝึกเดินหมากกับเสด็จพ่ออีก! ท่านหญิงน้อยอย่างนาง ตารางชีวิตแน่นเอี๊ยดเหมือนอย่างที่เสด็จแม่พูดไม่มีผิด! ท่านหญิงน้อยมีรูปโฉมพริ้มเพรา ดวงเนตรคมกริบเหมือนของเย่หลินราวถอดแบบกันมา หรี่มองน้องชายฝาแฝด ที่กำลังตะล่อมน้องคนเล็กอย่างเจ้าเล่ห์ “อย่าบอกนะว่าฉีเอ๋อร์กำลังหลอกล่อให้ฮ่าวเอ๋อร์รับตำแหน่งองค์รัชทายาทแทนน่ะ!” ท่านหญิงน้อยพึมพำกับตนเอง ทว่าเข้าหูขององครักษ์สองหลิวชัดเจน “…” องครักษ์สองหลิว เอ่อ…กระหม่อมควรเร่งไปรายงานท่านอ๋องดีไหม ในศาลากลางสวน เว่ยเทียนฉียิ้มกริ่มกระชับมือของน้องน้อย อ้

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 49 ทวยเทพอวยพรให้ข้า ตอนปลาย

    …หลังผ่านไปสามวัน ในที่สุดหลางจื่อก็ได้มีโอกาสพบหน้าน้องๆ ของมันเป็นครั้งแรก พี่ชายตัวฟูเดินตามพ่อจ๋าไปหาแม่จ๋าที่เพิ่งให้นมน้องๆ ของมันเสร็จ ก่อนที่นางจะกลับเข้าห้องอยู่ไฟ “หลางจื่อ น้องๆของเจ้า คนนี้เป็นผู้หญิงชื่อ เว่ยลี่จวิน” เสวี่ยหนิงเอียงห่อผ้าให้หลางจื่อเห็นหน้าน้องสาว จากนั้นจึงรับบุตรชายมาจากมารดา เอียงห่อผ้าให้เห็นบุตรชายเช่นกัน “และคนนี้เป็นผู้ชายชื่อ เว่ยเทียนฉี ต่อไปเจ้าต้องดูแลปกป้องพวกเขาให้ดีๆนะ เป็นพี่ชายแล้วห้ามซุกซนเอาแต่ใจเหมือนเมื่อก่อน เข้าใจหรือไม่” สุ้มเสียงของเสวี่ยหนิงนุ่มนวล นางยื่นมืออีกข้างมาลูบหัวเจ้าตัวโตด้วยความเอ็นดู หลางจื่อเองก็ถูหัวของมันกับฝ่ามือนุ่มของแม่จ๋าอย่างรักใคร่ ภาพตรงหน้างดงามอบอุ่น จนเว่ยลี่หยางแอบน้ำตาคลอจากความสุขท่วมท้นหัวใจ ‘ทวยเทพอวยพรให้ข้าโดยแท้ ชีวิตนี้ข้าไม่ต้องการสิ่งใดอีกแล้ว…’ หลางจื่อส่งเสียงครางแผ่วในลำคอ ยื่นจมูกดมห่อผ้าฟุดฟิด “ทำไมน้องๆ ของข้าถึงหน้าตาเหมือนลูกฟักแบบนี้ ไม่เห็นหล่อเหมือนข้าเลย แล้วจะคุยกับข้ารู้เรื่องหรือนี่” มันเอียงหัวทำหน้าหมาสงสัย ก่อนหันไปหาอวิ๋นเอ๋อร์ที่นั่งอยู่ข้างๆเย่หลิน สุนัขสองตัวสื่อสา

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 49 ทวยเทพอวยพรให้ข้า ตอนต้น

    บทที่ 49 ทวยเทพอวยพรให้ข้า เสียงร้องของทารกแรกเกิดดังสะท้อนไปทั้งตำหนัก เป็นสิ่งชี้ชัดว่าเจ้าตัวน้อยปอดแข็งแรงเพียงใด บรรดาผู้ใหญ่ที่นั่งบ้างยืนบ้าง ต่างลุ้นกันตัวโก่งว่าทายาทคนแรกของจวิ้นอ๋องและพระชายาจะเป็นชายหรือหญิง “ร้องเสียงดังขนาดนี้ ผู้ชายแน่ๆ” อันอ๋องที่มารอลุ้นทันทีเมื่อทราบข่าว ว่าพี่สะใภ้เจ็บท้องคลอดลูกเปล่งเสียงประกาศยืนยันเพศของทารก ราวกับตนเป็นผู้เชี่ยวชาญ ส่วนคนเป็นพ่อดีใจจนพูดไม่ออก ตั้งท่าจะผลักประตูห้องคลอด ทว่าถูกเฉินกั๋วกงที่แม้จะอายุมากแล้ว แต่ยังแข็งแรงและเปี่ยมด้วยพละกำลังยื้อตัวเอาไว้ “ท่านตา ปล่อยข้า ข้าจะเข้าไปหาหนิงเอ๋อร์กับลูก!” “ท่านอ๋องใจเย็นๆก่อน รอคนข้างในทำความสะอาดห้องคลอดให้เรียบร้อย เดี๋ยวกูกูก็มาเปิดประตูให้เอง” ท่านหญิงเจียงอิ่งผู้ผ่านการคลอดบุตรมาสองครั้ง เอ่ยบอกหลานชายที่เพิ่งกลายเป็นพ่อคนหมาดๆ และในเสี้ยวลมหายใจนั้นเอง… ผ่างงง!!! ประตูห้องคลอดเปิดออก ใบหน้าเปรมปรีดิ์ เปี่ยมล้นด้วยความสุขของซูลี่ปรากฏอยู่หน้าประตู “เป็นท่านหญิงน้อยเพคะ! จ้ำม่ำสมบูรณ์เหมือนลูกหมีน้อยเลยเพคะ” นางบอกข่าวดีทุกคนเสียงสดใส ทว่ากลับกลายเป็นข่าวสะเทือนใจของอันอ๋

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 48 ดีใจจนลืมตัว ตอนปลาย

    เสวี่ยหนิงรีบส่ายศีรษะบอกคนตัวโตว่าตนไม่ได้เป็นอะไร อาจเป็นเพราะเมื่อคืนนอนดึกและตื่นเช้าเลยหน้ามืดไปเท่านั้น ทว่าคนรักเมียมีหรือจะปล่อยผ่าน แทนที่จะตรงไปจวนเผิงกั๋วกงเพื่อร่วมงานเลี้ยง เขากลับสั่งสารถีให้ขับกลับตำหนักหรงจวิน และตามหมอประจำตำหนักมาตรวจอาการพระชายาอย่างเร่งด่วน ภายในห้องบรรทม หมอหลวงจับชีพจรผ่านผ้าไหมสีขาวบนข้อมือของเสวี่ยหนิง ทว่าเพียงครู่สั้นๆ ก็หันมากล่าวรายงานอาการป่วยของพระชายากับจวิ้นอ๋องด้วยรอยยิ้ม “ขอแสดงความยินดีด้วยพะย่ะค่ะท่านอ๋อง พระชายาตั้งครรภ์ได้เดือนกว่าแล้ว” เว่ยลี่หยางลมหายใจสะดุด จับตัวหมอหลวงเขย่าจนหัวสั่นหัวคลอนจากความตื่นเต้นดีใจ “ท่านหมอบอกว่าชายาของข้าตั้งครรภ์แล้วอย่างนั้นรึ นางตั้งครรภ์จริงๆ ใช่ไหม ท่านหมอไม่ได้หลอกข้านะ” แหง่กๆๆๆ “พะ พะ พะย่ะ พะย่ะค่ะ” ทรงปล่อยกระหม่อมก่อนนนน หมอหลวงเริ่มหน้าเขียว เสวี่ยหนิงที่คราแรกดีใจเรื่องที่ตนตั้งครรภ์ สีหน้าพลันเปลี่ยนเป็นตกตะลึง เมื่อเห็นสภาพของหมอหลวงในกำมือของเว่ยลี่หยาง “ว้าย! ท่านอ๋องเบามือเพคะ อย่าเขย่าตัวท่านหมอแบบนั้น เดี๋ยวเส้นเลือดในสมองแตกกันพอดี!” โอ้ย อกอีแป้นจะแตก สวามีของนางตัวใ

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 48 ดีใจจนลืมตัว ตอนต้น

    บทที่ 48 ดีใจจนลืมตัว ท่ามกลางบรรยากาศละมุนละไม รอบกายสดชื่นจากกลิ่นแดดอ่อนยามเช้า ทอแสงสะท้อนน้ำค้างบนยอดหญ้าและสมุนไพร ผสมผสานกันอย่างลงตัวกับสีสันสดใสของดอกไม้ ที่กำลังชูช่อโอ้อวดความงาม ต้อนรับฤดูกาลใหม่แห่งชีวิต เถียนเจียถิงก้อนเนื้อในอกเต้นระรัว หลังได้ยินคำสารภาพความในใจจากปากเหรินหมิง พวงแก้มใสของหญิงสาวแรกรุ่นมีริ้วแดงพาดผ่าน แต่กระนั้นบุตรีของทหารหาญกลับยืนหยัด ไม่หลบเลี่ยงสายตาหวานซึ้งของชายหนุ่ม “ท่านป๋อ ชอบข้า?” “ใช่ ข้าชอบเจ้าถิงเอ๋อร์ ชอบมากด้วย ข้าอยากอยู่เคียงข้างเจ้า อยากปกป้องเจ้าและรอยยิ้มสดใสของเจ้า ขอโอกาสให้ข้าได้หรือไม่” ทั้งที่มีคำพูดมากมายอยากเอ่ยกับนาง ทว่าเขาประหม่าจนใจสั่นมือเย็นเฉียบ เลยพูดออกมาได้เพียงเท่านี้…ความรู้สึกตื่นเต้นจนแทบคลั่งเช่นนี้ ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แม้แต่กับซ่งเจียวเจียว เขาเพิ่งมารู้ตัวว่าที่ผ่านมา ตนเองไม่ได้รักซ่งเจียวเจียวอย่างที่เข้าใจ แต่คุ้นเคยกับการที่ต้องปกป้องดูแลนางตามที่เคยรับปากเจ้ากรมโยธาไว้ รวมถึงทำเพื่อเอาคืนเชียนเสวี่ยหนิง ที่ใช้เล่ห์เหลี่ยมจนได้แต่งกับเขาในครานั้น หากกล่าวกันจริงๆ เขาช่างเป็นบุรุษที่โง่เง่าโดยแท้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status