Home / รักโบราณ / เพียงนางที่ข้าจะรัก / บทที่ 4 โดนแค่นี้ถึงกับหูแดง ตอนปลาย

Share

บทที่ 4 โดนแค่นี้ถึงกับหูแดง ตอนปลาย

last update Huling Na-update: 2025-10-05 21:58:30

เรือนอู่ถงนับว่ากว้างขวางสะดวกสบาย เครื่องเรือนแต่ละชิ้นล้ำค่าสมฐานะ สาวใช้ บ่าวชายและองครักษ์ครบตามจำนวนที่ตำแหน่งพระชายาเอกพึงมี

ด้านข้างเรือนทางฝั่งค่อนไปทางทิศใต้ มีสวนดอกไม้ สระบัวและศาลาริมน้ำ มองแล้วร่มรื่นสบายตาน่าพักผ่อน การได้รับความเอาใจใส่เช่นนี้ อยู่เหนือความคาดหมายของมู่ซูซินไปมาก

คราแรกนางคิดว่าเขาจะส่งนางมาอยู่เรือนเล็กๆ ค่อนไปทางทรุดโทรมห่างไกลผู้คนเสียอีก เห็นทีนางต้องประเมินเขาใหม่เสียแล้ว บางทีฉีอ๋องอาจไม่ได้เลวบริสุทธิ์อย่างที่ใครๆ เข้าใจก็เป็นได้

หลังจัดข้าวของเข้าที่ กินมื้อเที่ยงเสร็จ เสร็จมู่ซูซินก็เปลี่ยนมาใส่ชุดทะมัดทะแมงสีแดงเข้ม เดินตรงไปยังคอกม้าอย่างร่าเริง เพื่อทำงานที่ได้รับมอบหมายตามสัญญา

ผู้ดูแลม้าทั้งสองคนมารอนางอยู่แล้วตามคำสั่งของนายเหนือหัว พวกเขาความเคารพนางอย่างนอบน้อม จากนั้นจึงพาเดินดูม้าทั้งสิบสองตัว

ภายในคอกที่ใหญ่ที่สุด อาชาเหงื่อโลหิตคู่หนึ่งถูกเลี้ยงไว้ในนั้น พวกมันรีบรุดมาที่ขอบรั้วอย่างลิงโลด เมื่อสัมผัสถึงกลิ่นอายคุ้นเคย ขยับหัวขอให้นางลูบจมูกลูบแผงคอด้วยท่าทางออดอ้อนประหนึ่งเด็กน้อยอ้อนมารดา

พฤติกรรมของม้าทั้งสองตัว สร้างความประหลาดใจให้ผู้ดูแล เป็นเพราะปกติพวกมันมีนิสัยหยิ่งทะนงไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ง่ายๆ แต่เวลานี้กลับแสดงออกว่าดีใจนักหนาเมื่อได้พบพระชายาฉีอ๋อง เป็นไปได้หรือไม่ว่าพวกมันชอบคนงาม?

พวกเขาจึงบอกกับนางตามความจริง เรื่องที่พวกตนดูม้าทั้งสองตัวนี้มาหลายปี ทว่ายังไม่เคยได้รับการต้อนรับเช่นนี้มาก่อน

มู่ซูซินฟังแล้วระบายยิ้มกว้างจนตาโค้ง สีหน้าเต็มไปด้วยความปลาบปลื้มปีติ

“จริงหรือ ข้าดีใจที่ม้าของท่านอ๋องชอบข้า แบบนี้ค่อยเบาใจหน่อย ข้าจะได้ไม่โดนท่านอ๋องตำหนิ คิกๆๆ” เสียงหัวเราะด้วยความสดใสของนาง ลอยเข้าหูร่างสูงที่เพิ่งเดินมาถึง

เฟิ่งเสวียนจีตั้งใจมาแอบดู ว่านางจะดูแลม้าได้จริงเหมือนอย่างที่คุยอวดไว้หรือเปล่า แต่เมื่อได้เห็นอาชาเหงื่อโลหิตที่ปกติหวงตัวหนักหนา กำลังคลอเคลียมู่ซูซินอย่างออดอ้อนจึงอดประหลาดใจไม่ได้

หากจะมองว่าเพราะนางเป็นสตรี อาชาทั้งสองจึงอ่อนโยนด้วยก็คงไม่ใช่ เพราะเขาเคยพาพวกมันออกไปขี่เล่นนอกเมือง โดยชวนฉู่ฟางอิ๋งไปด้วย ทว่าพวกมันไม่ยอมให้นางเข้าใกล้ ทำท่าจะพยศใส่จนฉู่ฟางอิ๋งหวาดกลัว เขาเลยต้องให้หานเย่กับหานจิ้งพาพวกมันไปวิ่งเล่นแทน

นอกจากเขาและคนดูแลม้า ยังมีอีกหนึ่งคนที่อาชาทั้งสองชอบคลอเคลียด้วย คนผู้นั้นคือ…

นายน้อยแห่งหอเหว่ยตี้!

“น่าสนใจจริงๆ” สุรเสียงทุ้มต่ำรับสั่งขึ้นมาลอยๆ เริ่มสนใจในตัวมู่ซูซินขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว

ในฉับพลันนั้นความคิดบางอย่างพลันผุดขึ้นในหัว วรกายสูงก้าวเข้ามาในคอกม้า เปล่งเสียงถามคนตัวเล็กในชุดทะมัดทะแมงอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

“ขี่ม้าเป็นรึเปล่า”

สุรเสียงก้องกังวานสะกดทุกคนตรงนั้นให้หันมาตามเสียง ก่อนแสดงความเคารพกันอย่างพร้อมเพรียง

“คารวะท่านอ๋อง”

“ไม่ต้องมากพิธี เปิ่นหวางถามว่าขี่ม้าเป็นรึเปล่า”

มู่ซูซินเงยหน้ามองคนตัวสูงด้วยสีหน้าฉงน ใบหน้าเรียวรูปไข่มีแก้มอิ่มเอิบ ผิวพรรณสดใสเปล่งปลั่งจนแทบคั้นน้ำออกมาได้ ดวงตาคู่สวยวามวาวราวลูกกวางน้อย ริมฝีปากอวบอิ่มแดงเรื่อราวผลอิงเถา* ยิ่งมองยิ่งงดงามจนยากจะละสายตา เรียวคิ้วสวยเลิกขึ้นเล็กน้อย ชี้นิ้วเรียวเข้าหาตนเอง

“ทรงถามซินเอ๋อร์หรือเพคะ”

เฟิ่งเสวียนจีโดนภาพสาวงามสะกดสายตาอีกครั้ง หัวใจเต้นผิดจังหวะไปคราหนึ่ง ลำคอรู้สึกแห้งผากต้องลอบกลืนน้ำลายไปอึกใหญ่ก่อนรับสั่งตอบนาง

“ใช่ เปิ่นหวางถามเจ้า ว่าอย่างไร ขี่ม้าเป็นหรือไม่”

“ขะ ขี่เป็นเพคะแต่ไม่เก่ง แค่วิ่งเหยาะๆพอได้ ไม่กล้าให้ม้าวิ่งเร็ว กลัวเพคะ” เสียงหวานตอบกลับมาอ้อมแอ้มท่าทางประหม่าอย่างเป็นธรรมชาติ

สาวใช้สองลี่ก้มหน้างุดยิ่งกว่าเก่า ไม่กล้าเงยขึ้นมาเพราะกลัวโดนจับพิรุธในแววตา ด้วยว่าเจ้านายของพวกนางเชี่ยวชาญการขี่ม้ายิงธนูไม่แพ้บุรุษ ครั้นมาเห็นมู่ซูซินทำตัวอ่อนแอราวตุ๊กตากระเบื้องเยี่ยงนี้เลยไม่ชิน เพราะปกติถึกทนอย่างกับสิงโตหินฮวากั่งฉือ* ที่ตั้งตระหง่านอยู่หน้าจวน ผ่านร้อนผ่านหนาวมานับร้อยนับพันปี!

วรกายสูงใหญ่ก้าวมาใกล้ชายาของตน ยกปลายนิ้วเชยคางมนของมู่ซูซิน เพ่งมองดวงตาคู่งามกลมโตที่กำลังสั่นระริก “ไปขี่ม้าเล่นกับเปิ่นหวางนอกเมือง”

จากนั้นจึงสั่งให้คนดูแลม้าพาอาชาตัวโปรดทั้งสองออกมาใส่อานและบังเหียน เมื่อเสร็จเรียบร้อยเขายื่นบังเหียนม้าเพศเมียให้นาง “เจ้าขี่เถาฮวาก็แล้วกัน”

มือเรียวรับบังเหียนมาอย่าง งง งง “เอ่อ ท่านอ๋องจะให้ซินเอ๋อร์ขี่ม้าตัวนี้จริงๆหรือเพคะ ไม่กลัวว่าซินเอ๋อร์จะทำให้เถาฮวาเจ็บตัวโดยใช่เหตุหรือเพคะ”

“ถ้าเถาฮวาเป็นอะไรขึ้นมา เปิ่นหวางจะจับเจ้าฝังทั้งเป็น”

ดวงตากลมโตของมู่ซูซินเบิกกว้าง ตกตะลึงในถ้อยคำของเฟิ่งเสวียนจี นี่คงเป็นแผนคิดกำจัดนางแบบแนบเนียนสินะ ไม่มีทางเสียล่ะ

“ถ้าเช่นนั้น ซินเอ๋อร์ขออนุญาตไม่ไปเพคะ ขออยู่กวาดคอกม้าดีกว่า ยังไม่อยากถูกฝังทั้งเป็น”

“เจ้ากล้าขัดคำสั่งเปิ่นหวาง?” เฟิ่งเสวียนจีกดเสียงต่ำขณะรับสั่งถาม

“มิบังอาจเพคะ แค่ยังไม่อยากถูกฝังทั้งเป็น…ท่านอ๋องปล่อยซินเอ๋อร์ไปเถิดนะเพคะ เดี๋ยวซินเอ๋อร์ลงโทษตัวเองด้วยการไม่กินมื้อเย็นก็ได้” ใบหน้างามสลดหดหู่ รีบเสนอบทลงโทษให้ตัวเอง ดีกว่าให้อีกฝ่ายเป็นคนระบุโทษ

ทว่าการอ้อนวอนของนางกลับไม่เป็นผล คนตัวโตสาวเท้าเขามาใกล้แสยะยิ้มไม่น่าไว้ใจ ก้มช้อนอุ้มร่างนุ่มนิ่มขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว

“ว้าย จะทรงทำสิ่งใดเพคะ” มู่ซูซินร้องเสียงหลงยกแขนคล้องลำคอแกร่งด้วยความตกใจ

*******************

*ผลอิงเถา : ลูกเชอร์รี่

*ฮวากั่วฉือ : หินแกรนิต

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 50 องค์รัชทายาทแห่งต้าเว่ย ตอนปลาย

    ทันทีที่พิธีแต่งตั้งองค์รัชทายาทแห่งต้าเว่ยเสร็จสิ้นอย่างเป็นทางการ อันอ๋องเว่ยเหวินเฟยมิอาจกลั้นน้ำตาแห่งความปีติยินดีได้อีกต่อไป ระยะเวลาแปดปีที่เขาต้องรับหน้าที่สำคัญนี้แทนพี่ชาย ช่างยาวนานราวชั่วชีวิต! ในที่สุดเขาก็เป็นอิสระ จะได้ออกไปท่องเที่ยวทำการค้ากับแคว้นข้างเคียงดังเช่นวันวานเสียที! เพียงแต่… “อันอ๋อง พ่อขอบใจเจ้ามาก หลายปีที่ผ่านมาเจ้าช่วยแบ่งเบาภาระหน้าที่พ่อได้เยอะ เอาอย่างนี้แล้วกัน เสด็จอาของเจ้าต้องการสละตำแหน่งชินอ๋องเพื่อออกเดินทางท่องเที่ยว พ่อจะแต่งตั้งเจ้าเป็นชินอ๋องแทน จะได้อยู่ช่วยงานพ่อต่อและคอยสั่งสอนองค์รัชทายาทไปด้วย ดีหรือไม่” สิ้นรับสั่งของฮ่องเต้ ดวงพักตร์งามพิลาสของเว่ยเหวินเฟยพลันเผือดสี คนงามร่างกายซวนเซจากความสะเทือนใจอันหาที่สุดไม่ได้! นี่เขายังไม่หมดเวรหมดกรรมต่องานนี้อีกหรือ?!!! “ม่ายยยยยย…” คร่อก! อันอ๋องลมจับหมดสติอยู่ในอ้อมแขนของคนรักต่อหน้าต่อตาฮ่องเต้ ความฝันที่จะกลับไปท่องเที่ยวเป็นอันต้องพับไปก่อน…อนิจจา เกิดมาเป็นเว่ยเหวินเฟยชีวิตไม่ง่ายเลยจริงๆ สวนอรุณรัก เรือนอรุณเคียงใจ ลานกิจกรรมด้านข้างเรือน เวลานี้ครื้นเครงไปด้วยเสียงหัวเราะข

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 50 องค์รัชทายาทแห่งต้าเว่ย ตอนต้น

    บทที่ 50 องค์รัชทายาทแห่งต้าเว่ย บทสนทนาของพี่น้องแว่วเข้าหูพี่ใหญ่อย่างเว่ยลี่จวิน ที่วันนี้ขอไปฝึกยิงธนูแทนการเล่นพิณหนึ่งวัน เด็กหญิงหมายมาดว่าโตขึ้น นางจะต้องเป็นแม่ทัพหญิงเหมือนอย่างท่านทวดเจียงอิ่งให้จงได้! แต่ถึงกระนั้นนางก็มิได้ละทิ้งการฝึกฝนศาสตร์ทั้งสี่ของคุณหนูในห้องหอ หาไม่แล้วท่านทวดไทเฮาจะทรงน้อยพระทัยจนเสวยไม่ลงอีก! เกิดเป็นเว่ยลี่จวิน ชีวิตไม่ได้สุขสบายอย่างที่ใครๆคิด…เช้าฝึกวรยุทธ สายฝึกคัดอักษร บ่ายนอนกลางวัน ตื่นมาฝึกเล่นพิณ ช่วงเย็นพาพี่หลางจื่อไปเดินเล่น หลังอาหารเย็นต้องฝึกเดินหมากกับเสด็จพ่ออีก! ท่านหญิงน้อยอย่างนาง ตารางชีวิตแน่นเอี๊ยดเหมือนอย่างที่เสด็จแม่พูดไม่มีผิด! ท่านหญิงน้อยมีรูปโฉมพริ้มเพรา ดวงเนตรคมกริบเหมือนของเย่หลินราวถอดแบบกันมา หรี่มองน้องชายฝาแฝด ที่กำลังตะล่อมน้องคนเล็กอย่างเจ้าเล่ห์ “อย่าบอกนะว่าฉีเอ๋อร์กำลังหลอกล่อให้ฮ่าวเอ๋อร์รับตำแหน่งองค์รัชทายาทแทนน่ะ!” ท่านหญิงน้อยพึมพำกับตนเอง ทว่าเข้าหูขององครักษ์สองหลิวชัดเจน “…” องครักษ์สองหลิว เอ่อ…กระหม่อมควรเร่งไปรายงานท่านอ๋องดีไหม ในศาลากลางสวน เว่ยเทียนฉียิ้มกริ่มกระชับมือของน้องน้อย อ้

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 49 ทวยเทพอวยพรให้ข้า ตอนปลาย

    …หลังผ่านไปสามวัน ในที่สุดหลางจื่อก็ได้มีโอกาสพบหน้าน้องๆ ของมันเป็นครั้งแรก พี่ชายตัวฟูเดินตามพ่อจ๋าไปหาแม่จ๋าที่เพิ่งให้นมน้องๆ ของมันเสร็จ ก่อนที่นางจะกลับเข้าห้องอยู่ไฟ “หลางจื่อ น้องๆของเจ้า คนนี้เป็นผู้หญิงชื่อ เว่ยลี่จวิน” เสวี่ยหนิงเอียงห่อผ้าให้หลางจื่อเห็นหน้าน้องสาว จากนั้นจึงรับบุตรชายมาจากมารดา เอียงห่อผ้าให้เห็นบุตรชายเช่นกัน “และคนนี้เป็นผู้ชายชื่อ เว่ยเทียนฉี ต่อไปเจ้าต้องดูแลปกป้องพวกเขาให้ดีๆนะ เป็นพี่ชายแล้วห้ามซุกซนเอาแต่ใจเหมือนเมื่อก่อน เข้าใจหรือไม่” สุ้มเสียงของเสวี่ยหนิงนุ่มนวล นางยื่นมืออีกข้างมาลูบหัวเจ้าตัวโตด้วยความเอ็นดู หลางจื่อเองก็ถูหัวของมันกับฝ่ามือนุ่มของแม่จ๋าอย่างรักใคร่ ภาพตรงหน้างดงามอบอุ่น จนเว่ยลี่หยางแอบน้ำตาคลอจากความสุขท่วมท้นหัวใจ ‘ทวยเทพอวยพรให้ข้าโดยแท้ ชีวิตนี้ข้าไม่ต้องการสิ่งใดอีกแล้ว…’ หลางจื่อส่งเสียงครางแผ่วในลำคอ ยื่นจมูกดมห่อผ้าฟุดฟิด “ทำไมน้องๆ ของข้าถึงหน้าตาเหมือนลูกฟักแบบนี้ ไม่เห็นหล่อเหมือนข้าเลย แล้วจะคุยกับข้ารู้เรื่องหรือนี่” มันเอียงหัวทำหน้าหมาสงสัย ก่อนหันไปหาอวิ๋นเอ๋อร์ที่นั่งอยู่ข้างๆเย่หลิน สุนัขสองตัวสื่อสา

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 49 ทวยเทพอวยพรให้ข้า ตอนต้น

    บทที่ 49 ทวยเทพอวยพรให้ข้า เสียงร้องของทารกแรกเกิดดังสะท้อนไปทั้งตำหนัก เป็นสิ่งชี้ชัดว่าเจ้าตัวน้อยปอดแข็งแรงเพียงใด บรรดาผู้ใหญ่ที่นั่งบ้างยืนบ้าง ต่างลุ้นกันตัวโก่งว่าทายาทคนแรกของจวิ้นอ๋องและพระชายาจะเป็นชายหรือหญิง “ร้องเสียงดังขนาดนี้ ผู้ชายแน่ๆ” อันอ๋องที่มารอลุ้นทันทีเมื่อทราบข่าว ว่าพี่สะใภ้เจ็บท้องคลอดลูกเปล่งเสียงประกาศยืนยันเพศของทารก ราวกับตนเป็นผู้เชี่ยวชาญ ส่วนคนเป็นพ่อดีใจจนพูดไม่ออก ตั้งท่าจะผลักประตูห้องคลอด ทว่าถูกเฉินกั๋วกงที่แม้จะอายุมากแล้ว แต่ยังแข็งแรงและเปี่ยมด้วยพละกำลังยื้อตัวเอาไว้ “ท่านตา ปล่อยข้า ข้าจะเข้าไปหาหนิงเอ๋อร์กับลูก!” “ท่านอ๋องใจเย็นๆก่อน รอคนข้างในทำความสะอาดห้องคลอดให้เรียบร้อย เดี๋ยวกูกูก็มาเปิดประตูให้เอง” ท่านหญิงเจียงอิ่งผู้ผ่านการคลอดบุตรมาสองครั้ง เอ่ยบอกหลานชายที่เพิ่งกลายเป็นพ่อคนหมาดๆ และในเสี้ยวลมหายใจนั้นเอง… ผ่างงง!!! ประตูห้องคลอดเปิดออก ใบหน้าเปรมปรีดิ์ เปี่ยมล้นด้วยความสุขของซูลี่ปรากฏอยู่หน้าประตู “เป็นท่านหญิงน้อยเพคะ! จ้ำม่ำสมบูรณ์เหมือนลูกหมีน้อยเลยเพคะ” นางบอกข่าวดีทุกคนเสียงสดใส ทว่ากลับกลายเป็นข่าวสะเทือนใจของอันอ๋

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 48 ดีใจจนลืมตัว ตอนปลาย

    เสวี่ยหนิงรีบส่ายศีรษะบอกคนตัวโตว่าตนไม่ได้เป็นอะไร อาจเป็นเพราะเมื่อคืนนอนดึกและตื่นเช้าเลยหน้ามืดไปเท่านั้น ทว่าคนรักเมียมีหรือจะปล่อยผ่าน แทนที่จะตรงไปจวนเผิงกั๋วกงเพื่อร่วมงานเลี้ยง เขากลับสั่งสารถีให้ขับกลับตำหนักหรงจวิน และตามหมอประจำตำหนักมาตรวจอาการพระชายาอย่างเร่งด่วน ภายในห้องบรรทม หมอหลวงจับชีพจรผ่านผ้าไหมสีขาวบนข้อมือของเสวี่ยหนิง ทว่าเพียงครู่สั้นๆ ก็หันมากล่าวรายงานอาการป่วยของพระชายากับจวิ้นอ๋องด้วยรอยยิ้ม “ขอแสดงความยินดีด้วยพะย่ะค่ะท่านอ๋อง พระชายาตั้งครรภ์ได้เดือนกว่าแล้ว” เว่ยลี่หยางลมหายใจสะดุด จับตัวหมอหลวงเขย่าจนหัวสั่นหัวคลอนจากความตื่นเต้นดีใจ “ท่านหมอบอกว่าชายาของข้าตั้งครรภ์แล้วอย่างนั้นรึ นางตั้งครรภ์จริงๆ ใช่ไหม ท่านหมอไม่ได้หลอกข้านะ” แหง่กๆๆๆ “พะ พะ พะย่ะ พะย่ะค่ะ” ทรงปล่อยกระหม่อมก่อนนนน หมอหลวงเริ่มหน้าเขียว เสวี่ยหนิงที่คราแรกดีใจเรื่องที่ตนตั้งครรภ์ สีหน้าพลันเปลี่ยนเป็นตกตะลึง เมื่อเห็นสภาพของหมอหลวงในกำมือของเว่ยลี่หยาง “ว้าย! ท่านอ๋องเบามือเพคะ อย่าเขย่าตัวท่านหมอแบบนั้น เดี๋ยวเส้นเลือดในสมองแตกกันพอดี!” โอ้ย อกอีแป้นจะแตก สวามีของนางตัวใ

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 48 ดีใจจนลืมตัว ตอนต้น

    บทที่ 48 ดีใจจนลืมตัว ท่ามกลางบรรยากาศละมุนละไม รอบกายสดชื่นจากกลิ่นแดดอ่อนยามเช้า ทอแสงสะท้อนน้ำค้างบนยอดหญ้าและสมุนไพร ผสมผสานกันอย่างลงตัวกับสีสันสดใสของดอกไม้ ที่กำลังชูช่อโอ้อวดความงาม ต้อนรับฤดูกาลใหม่แห่งชีวิต เถียนเจียถิงก้อนเนื้อในอกเต้นระรัว หลังได้ยินคำสารภาพความในใจจากปากเหรินหมิง พวงแก้มใสของหญิงสาวแรกรุ่นมีริ้วแดงพาดผ่าน แต่กระนั้นบุตรีของทหารหาญกลับยืนหยัด ไม่หลบเลี่ยงสายตาหวานซึ้งของชายหนุ่ม “ท่านป๋อ ชอบข้า?” “ใช่ ข้าชอบเจ้าถิงเอ๋อร์ ชอบมากด้วย ข้าอยากอยู่เคียงข้างเจ้า อยากปกป้องเจ้าและรอยยิ้มสดใสของเจ้า ขอโอกาสให้ข้าได้หรือไม่” ทั้งที่มีคำพูดมากมายอยากเอ่ยกับนาง ทว่าเขาประหม่าจนใจสั่นมือเย็นเฉียบ เลยพูดออกมาได้เพียงเท่านี้…ความรู้สึกตื่นเต้นจนแทบคลั่งเช่นนี้ ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แม้แต่กับซ่งเจียวเจียว เขาเพิ่งมารู้ตัวว่าที่ผ่านมา ตนเองไม่ได้รักซ่งเจียวเจียวอย่างที่เข้าใจ แต่คุ้นเคยกับการที่ต้องปกป้องดูแลนางตามที่เคยรับปากเจ้ากรมโยธาไว้ รวมถึงทำเพื่อเอาคืนเชียนเสวี่ยหนิง ที่ใช้เล่ห์เหลี่ยมจนได้แต่งกับเขาในครานั้น หากกล่าวกันจริงๆ เขาช่างเป็นบุรุษที่โง่เง่าโดยแท้

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status