Home / รักโบราณ / เพียงนางที่ข้าจะรัก / บทที่ 5 กรี๊ด…ใครก็ได้ช่วยด้วย ตอนต้น

Share

บทที่ 5 กรี๊ด…ใครก็ได้ช่วยด้วย ตอนต้น

last update Last Updated: 2025-10-05 21:58:38

ฟึ่บ! เฟิ่งเสวียนจีวางมู่ซูซินบนหลังม้าโดยที่นางไม่ทันตั้งตัว ก่อนเดินไปกระโดดขึ้นม้าอีกตัวด้วยท่วงท่าสง่างาม เปล่งเสียงออกคำสั่งเด็ดขาดโดยไม่สนใจท่าทางตื่นตระหนกของร่างบางบนหลังม้าแต่อย่างใด

“หากเจ้าปีนลงมาเปิ่นหวางจะหักขาเจ้าซะ”

(*_*”)มู่ซูซินที่กำลังจะปีนลงมาจากหลังม้าชะงักกึก

“คนใจร้าย!เผด็จการที่สุดเลย!” ใบหน้างามง้ำงอ อมลมแก้มป่องจำต้องยอมไปขี่ม้ากับเขาอย่างมิอาจขัดขืน

ดวงเนตรคู่คมเหลือบมองดวงหน้างามที่กำลังบึ้งตึงปราดหนึ่ง มุมปากกดลึกแววตาฉายประกายขบขัน

องครักษ์สองหานสบตากันอย่างมีความนัย ‘ท่านอ๋องยิ้ม!’

ขบวนขี่ม้าออกทางประตูหลังจวนโดยใช้เส้นทางเลียบแม่น้ำไปจนถึงประตูเมืองฝั่งตะวันตก ด้านนอกเป็นพื้นที่โล่งมีป่าไผ่ข้างทางอากาศไม่ร้อนอบอ้าวเพราะเป็นต้นฤดูสารทแล้ว

ในขณะที่มู่ซูซินถูกบังคับให้ออกไปขี่ม้าเป็นเพื่อนฉีอ๋องอย่างไม่เต็มใจอยู่นั้น หมัวมัวจากตำหนักซูเฟยที่มารอรับผ้ารองเลือดพรหมจรรย์ตามธรรมเนียม เพื่อนำไปแสดงแก่ญาติผู้ใหญ่ที่เป็นสตรีของฝ่ายชายได้นำผ้าไปมอบให้ซูเฟยตามคำสั่ง

ฟ่านซูเฟยเมื่อเห็นว่าผ้ายังขาวสะอาดปราศจากคราบเปรอะเปื้อนใดๆ รอยยิ้มแห่งความยินดีผุดพรายบนดวงพักตร์ “นับว่าฉีอ๋องรู้ว่าอะไรควรไม่ควร ส่งข่าวไปจวนตระกูลไป๋เรื่องที่ฉีอ๋องไม่ได้เข้าหอกับพระชายาบ้านนอกคนนั้น อย่าลืมทำอย่างเงียบๆ ด้วยล่ะ” รับสั่งบอกหมัวมัวข้างกายด้วยสีหน้ารื่นเริง ซูเฟยยังไม่ยอมแพ้เรื่องที่ต้องการดึงตระกูลไป๋มาเป็นพวก

จวนตระกูลฉู่

เพล้ง! เพล้ง!

“กรี๊ดดด ข้าไม่ยอม!ท่านอ๋องทำแบบนี้กับข้าได้ยังไง!”

เสียงข้าวของถูกปาลงพื้นเคล้าเสียงกรีดร้องของฉู่ฟางอิ๋งดังขึ้นในรือนเจียวเมิ่ง เมื่อช่วงเช้านางยังดีใจที่ฉีอ๋องไม่ได้เข้าหอกับมู่ซูซิน ตามที่นางกำนัลคนหนึ่งในตำหนักเว่ยจงรายงานมา

แต่ใครจะคิดว่าพอตกบ่ายฝ่ายชายกลับพาผู้หญิงคนนั้นออกไปขี่ม้าเล่น และยังยอมให้นางขี่อาชาเหงื่อโลหิตที่เขาแสนจะหวงแหน!

สาวใช้คนสนิทรีบไปตามฮูหยินรอง ต่งโหยว มารดาของฉู่ฟางอิ๋งให้มาช่วยปลอบบุตรสาวอย่างเร่งรีบ เพราะนอกจากต่งซื่อไม่มีใครสามารถทำให้คุณหนูสามผู้นี้สงบลงได้ สาวใช้หลายคนไม่อยากเข้าใกล้ยามนางอาละวาดเพราะกลัวโดนลูกหลง

ตงซื่อที่เพิ่งมาถึงมองสภาพสาวใช้ที่นั่งตัวสั่นงันงกอยู่หน้าเรือนเจียวเมิ่งก่อนถอนหายใจหนัก

“อิ๋งเอ๋อร์ หยุดอาละวาดได้แล้ว ใครทำอะไรให้เจ้าไม่พอใจอย่างนั้นรึ”

เพียงได้เห็นหน้ามารดาฉู่ฟางอิ๋งโผเข้าสู่อ้อมอกผู้ให้กำเนิด น้ำตาเม็ดโตพรั่งพรูเป็นสายจากความน้อยเนื้อต่ำใจในตัวฉีอ๋อง “ฮือ…อ ท่านแม่ ท่านต้องช่วยลูกนะเจ้าคะ ฮึก ท่านอ๋อง…”

เรื่องราวที่เฟิ่งเสวียนจีพาพระชายาออกไปขี่ม้าเล่นนอกเมืองถูกเล่าให้ต่งซื่อฟัง

“มิใช่ว่าเจ้าเพิ่งบอกแม่เมื่อช่วงสาย ว่าท่านอ๋องไม่ได้เข้าหอกับชายาหรอกรึ เหตุไฉนตอนนี้ถึงได้ยอมให้นางขี่ม้าที่ทรงหวงแหนนักหนาได้กันล่ะ ลูกไม่ได้ฟังมาผิดแน่นะ”

“ไม่ผิดแน่เจ้าค่ะ” ฉู่ฟางอิ๋งบอกกับมารดา เรื่องที่ตนแอบซื้อตัวสาวใช้คนหนึ่งในตำหนักเว่ยจงไว้ ข่าวที่ได้มาไม่ผิดพลาดแน่นอน ต่งซื่อนั่งนิ่งไปครู่หนึ่งคล้ายกำลังตรึกตรองบางสิ่ง เสี้ยวลมหายใจต่อมาดวงตาของนางพลันทอประกาย

”อีกสิบวันจะเป็นวันเกิดของท่านอัครมหาเสนาบดีซ่ง ฉีอ๋องต้องพาพระชายาไปร่วมงานแน่ แม่ไม่เชื่อหรอกว่าหากท่านอ๋องได้เห็นเจ้าแล้วจะไม่รู้สึกอะไร ระหว่างนี้แม่จะช่วยคิดแผนเล่นงานพระชายาบ้านนอกคนนั้นไปพลางๆ

มิสู้วันพรุ่งนี้ เจ้าเรียกคนมาสั่งตัดชุดและเลือกเครื่องประดับใหม่จะดีกว่า อย่าให้น้อยหน้าสตรีบ้านนอกคนนั้นเด็ดขาด และที่สำคัญ เจ้าต้องทำให้ท่านอ๋องและทุกคนในงานประทับใจ ว่าเจ้าต่างหากคือสตรีที่คู่ควรกับท่านอ๋อง”

สีหน้าของฉู่ฟางอิ๋งดีขึ้นมากเมื่อได้ยินถ้อยคำของมารดา ใช่แล้ว นางไม่มีทางยอมแพ้ผู้หญิงคนนั้นเด็ดขาด!

มู่ซูซินไม่รู้ตัวเลยว่าการออกไปขี่ม้าอย่างไม่เต็มใจกับเฟิ่งเสวียนจี ทำให้นางถูกฉู่ฟางอิ๋งเขม่นเป็นที่เรียบร้อย

เปลือกตาของนางกระตุกไม่หยุดในขณะที่กำลังขี่เถาฮวาสุดสวยด้วยความระมัดระวังอย่างสุดชีวิต เพื่อไม่ให้มันเกิดรอยขีดข่วนใดๆอยู่นั้น

บุรุษตัวโตนิสัยเสียแถมเป็นจอมเผด็จการกลับไม่ปล่อยให้นางขี่ม้ากินลมชมทิวทัศน์สบายใจอย่างที่คิด

แต่กลับควบอาชาเหงื่อโลหิตเพศผู้นาม เหลยถิง ด้วยความเร็วสูงวิ่งผ่านหน้านางไปจนฝุ่นตลบปล่อยให้นางกินฝุ่นแดงเป็นของว่างยามบ่าย

แค่กๆๆ มู่ซูซินไอจนหน้าดำหน้าแดงแอบก่นด่าเฟิ่งเสวียนจีไปยันบรรพบุรุษ

“เด็กแว้นยุคจีนโบราณเอ้ย! ลูกฮ่องเต้สุนัข นิสัยกวนประสาทบ้าอำนาจอยู่ว่างไม่เป็นต้องหาเรื่องให้ชาวบ้านเดือดร้อนมิต่างจากบิดา แถมยังหน้าหนาโรคจิตชอบบังคับจิตใจคนอื่น เด็กโข่งขาดความอบอุ่นบรรพบุรุษไม่สั่งสอน ฝากไว้ก่อนเถอะ!”

เรื่องยังไม่จบแค่นั้น คนที่คิดว่าควบม้าไปไกลแล้วกลับมาโผล่ข้างๆนางราวกับผีสาง ได้ทันเห็นนางกำลังทำปากขมุบขมิบพร่ำบ่นอะไรบางอย่างเข้าพอดี

“เจ้ากำลังแอบด่าเปิ่นหวางลับหลัง?”

ร่างบางบนหลังม้าสะดุ้งโหยง “ท่านอ๋อง! ตกใจหมดเลยเพคะโผล่มาไม่ให้สุ้มให้เสียงแบบนี้ เกิดซินเอ๋อร์ตกใจทำเถาฮวาเป็นรอยจะมาโทษกันไม่ได้นะเพคะ”

“อย่ามานอกเรื่อง เปิ่นหวางถามว่าเจ้ากำลังแอบด่าเปิ่นหวางลับหลังอยู่รึเปล่า”

“ใครจะไปกล้าทำแบบนั้นเพคะ ซินเอ๋อร์แค่ท่องกลอนชมธรรมชาติไปเรื่อย” นางเถียงกลับมาอย่างไวใครจะไปยอมรับว่าแอบด่าเขาจริงนางไม่ได้โง่เสียหน่อย

“อย่าให้จับได้ก็แล้วกันว่าเจ้าแอบด่าเปิ่นหวางลับหลัง” เฟิ่งเสวียนจีหรี่ตามองคนตัวเล็กที่กำลังแถหน้าซื่อตาใส เขาแสยะยิ้มร้ายก่อนฟาดมือไปที่ก้นของเถาฮวาพร้อมออกคำสั่งให้มันออกวิ่ง “ไป!”

ทันทีที่ม้าสาวถูกตีก้นพร้อมคำสั่งเสียงเข้มของเจ้านาย มันก็ทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็ว มู่ซูซินที่ไม่ทันระวังส่งเสียงหวีดร้องด้วยความตกใจเกือบพลัดตกจากหลังม้า “กรี๊ดดด”

คราแรกนางเกือบจะลืมตัวเตรียมตั้งท่าตีลังกาเล่นท่าสวย เหมือนตอนฝึกขี่ม้ายิงธนูแบบผาดโผนในค่ายฝึกองครักษ์ของหอเหว่ยตี้อยู่แล้วเชียว ทว่ายังมีสติจึงไม่เผลอหลุดจากบทสตรีบ้านนอกแสนบอบบางไร้พิษภัย

ท่อนแขนเรียวรีบเปลี่ยนมากอดคอเถาฮวาแน่น หลับตาปี๋กรีดร้องขอความช่วยเหลือเสียงหลงแทน

“กรี๊ด…ใครก็ได้ช่วยด้วย ช่วยหยุดม้าที ข้ากลัว ฮือออ”

คนตัวโตขี้แกล้งมองสภาพของหญิงสาวด้วยความชอบใจ คิดว่าปล่อยให้นางแหกปากร้องไปอีกสักพักค่อยสั่งให้ลูกน้องไปหยุดเถาฮวา

หานจิ้งเห็นท่าไม่ดีรีบหันไปถามเจ้านาย “ท่านอ๋อง จะปล่อยพระชายาไว้แบบนั้นหรือพะย่ะค่ะ อีกไม่ไกลก็จะถึงทะเลสาบพระชายาว่ายน้ำไม่เป็นนะพะย่ะค่ะ“

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   ตอนพิเศษ นายน้อยคนใหม่แห่งหอเหว่ยตี้ ~4

    สองปีต่อมา มู่เหยียนเติบใหญ่ขึ้นมากร่างกายกำยำจากการฝึกวรยุทธ์กับท่านตาอย่างหนัก สุ้มเสียงแตกหนุ่มบัดนี้ทุ้มต่ำเสนาะหู รูปโฉมหล่อเหลาอันตรายต่อจิตใจของสตรีมากขึ้นทุกวัน บรรดาแม่สื่อต่างย่ำเท้ามาทาบทามคุณชายมู่เหยียน จนธรณีประตูทางเข้าจวนเจ้าเมืองแทบสึก! หลังปีใหม่ หอเหว่ยตี้ก็ได้รับเทียบเชิญอย่างเป็นทางการจากชินอ๋องแห่งแคว้นต้าเซี่ย เขาประสงค์ให้หอโอสถเหว่ยตี้ไปเปิดที่เมืองหลวงของแคว้น เนื่องจากในหน้าหนาวของทุกๆปี ประชาชนของต้าเซี่ยจำนวนไม่น้อยมักเจ็บป่วยและเสียชีวิตจากโรคปอดอักเสบ ชินอ๋องเซี่ยหย่งเหอ ทราบมาว่าหอเหว่ยตี้มีโอสถชั้นยอดหลายอย่าง จึงอยากให้หอเหว่ยตี้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ โดยการไปเปิดหอโอสถที่เมืองหลวงเป็นสาขาแรก หยางหย่าถิงในฐานะนายใหญ่ตอบรับคำเชิญนี้ โดยที่นายน้อยเหว่ยอี้จะเป็นตัวแทนไปเจรจา ใช้เวลาในการเดินทางราวยี่สิบวันจากต้าเฟิ่งมายังเมืองหลวงของต้าเซี่ย ตำหนักชินอ๋อง งานเลี้ยงรับรองนายน้อยเหว่ยอี้ ถูกจัดขึ้นที่ลานตำหนักติดกับสระบัวและน้ำตกจำลองเพื่อคลายร้อน การตกแต่งประดับประดาสวยงามสมเกียรติชินอ๋องแห่งต้าเซี่ย เมื่อได้เวลาเซี่ยหย่งเหอและพระชายาทั้งสอง รวมถึ

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   ตอนพิเศษ นายน้อยคนใหม่แห่งหอเหว่ยตี้ ~3

    แม่เล้าของหอราตรีจรัส ครั้นได้เห็นเด็กหนุ่มรูปงามสองคน แต่งกายด้วยอาภรณ์ราคาแพง ก็รีบปรี่เข้ามาต้อนรับพร้อมรอยยิ้มการค้าอย่างมืออาชีพ “คุณชายสองท่านนี้ไม่ทราบว่าคืนนี้มากินดื่มหรือต้องการมาหาความสำราญกันเจ้าคะ” มู่เหยียนผู้มีประสบการณ์รีบออกตัวรับหน้าอย่างทันท่วงที “พี่สาวคนสวย คืนนี้พวกข้าขอเริ่มด้วยการกินดื่มก่อนก็แล้วกัน หากนึกครึ้มอกครึ้มใจขึ้นมาทีหลัง ค่อยหาความสำราญก็ยังไม่สาย ลูกน้องของข้าจองระเบียงส่วนตัวชั้นสองมองเห็นแม่น้ำไว้ ถ้าอย่างไรพี่สาวคนสวยช่วยพาน้องชายไปที” พูดจบก็วางถุงใส่เงินที่มีน้ำหนักไม่น้อยใส่มือแม่เล้าอย่างรู้งาน แม่เล้ายกพัดกลมขึ้นมาแตะแผ่นอกของเด็กหนุ่มเบาๆ อย่างมีจริต “แหม ปากหวานเสียจริงนะเจ้าคะ “จากนั้นจึงเดินนำไปยังระเบียงชั้นสองที่ถูกจับจองไว้ ” เชิญคุณชายตามข้ามาทางนี้เจ้าค่ะ” อาหรงดวงตาเบิกโพลงยิ่งกว่าเก่า คาดไม่ถึงว่าสหายของตนจะเชี่ยวชาญการใช้ชีวิตในหอโคมแดงขนาดนี้! องครักษ์ของมู่เหยียนที่เดินตามหลังมากลั้นขำกันจนไหล่สั่น คุณชายน้อยเลียนแบบจดจำท่าทางการพูดการจาของพี่สาวมาได้เหมือนเป๊ะ บนระเบียงส่วนตัวชั้นสอง ประตูเปิดกว้างสามารถมองเห็

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   ตอนพิเศษ นายน้อยคนใหม่แห่งหอเหว่ยตี้ ~2

    เฟิ่งเสวียนจียืนกอดอกอยู่ในเงามืด เอียงคอถามน้องภรรยาที่กำลังตั้งท่าจะกระโจนขึ้นหลังคาด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ “…” มู่เหยียน หมดกันถูกจับได้เสียแล้ว! “แหะๆ พี่เขยดึกๆ ดื่นๆ ไม่หลับไม่นอน ออกมาทำอะไรแถวๆ นี้หรือพะย่ะค่ะ พระชายาหลับแล้วหรือ ท่านอ๋องถึงออกมาเดินชมดาวยามค่ำคืนคนเดียว” “ข้าต้องถามเจ้ามากกว่า ดึกดื่นค่อนคืนไม่หลับไม่นอน แต่งตัวซะหล่อแบบนี้มีนัดกับใครที่ไหนรึเปล่า” ดวงเนตรคู่คมมองสำรวจเสื้อผ้าที่มู่เหยียนใส่ ถึงจะเป็นสีเข้มทว่ากลับดูหรูหรามีระดับ แค่มองก็รู้ว่าเจ้าตัวต้องมีนัดแน่ๆ มู่เหยียนถอนหายใจแผ่ว คำว่าอาบน้ำร้อนมาก่อนมันเป็นอย่างนี้เองสินะ แค่เห็นชุดที่เขาสวมใส่ก็ดูออกทันที “ปิดบังท่านอ๋องไม่ได้เลยจริงๆ กระหม่อมมีนัดจริงๆ นั่นแหละพะย่ะค่ะ” “แล้วทำไมไม่ออกทางหน้าตำหนักให้มันดีๆ จะโดดขึ้นหลังคาหนีออกไปให้องครักษ์สงสัยทำไม หืม?” “เดินออกไปง่ายๆ แบบนั้นมันไม่เร้าใจพะย่ะค่ะ แอบออกไปแบบนี้มันตื่นเต้นกว่า” (*_*’) เฟิ่งเสวียนจีถึงกับเงิบเมื่อได้ยินคำตอบจากปากน้องภรรยา พี่น้องคู่นี้สมกับที่มีสายเลือดเดียวกันจริงๆ! ชอบทำอะไรลับๆ ล่อๆ ให้คนสงสัย…พี่เขยอย่างเขาหัวจะ

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   ตอนพิเศษ นายน้อยคนใหม่แห่งหอเหว่ยตี้ ~1

    ช่วงปลายวสันตฤดู จวนเจ้าเมืองตงเฉิงมีงานใหญ่ คุณชายน้อยมู่เหยียนปีนี้อายุครบสิบห้าแล้ว จึงได้เวลาทำพิธีสวมหมวกครั้งแรก ซึ่งเป็นพิธีที่แสดงว่าเขาได้เข้าสู่วัยผู้ใหญ่แล้ว และเป็นการบ่งบอกว่าเขาพร้อมที่จะรับผิดชอบต่อสังคมและครอบครัว นั่นหมายถึงหลังเสร็จสิ้นพิธี มู่เหยียนจะกลายเป็นนายน้อยคนใหม่ของหอเหว่ยตี้แทนพี่สาวทันที นามที่ใช้คือ เหว่ยอี้ ในวันสำคัญนี้ แม้แต่หยางเทียนอี้ผู้เป็นตาก็เดินทางมาจากเมืองชิงหลินเพื่อร่วมฉลอง มู่ซูซินพร้อมสามีและลูกๆ ของนางเดินทางจากเมืองหลวงเพื่อมาร่วมงานสำคัญนี้ ตลอดการเดินทางหลายวันเฟิ่งเสวียนจีแทบเก็บอาการไม่อยู่ ไม่มีใครรู้ว่าเขาดีใจมากแค่ไหน ที่ต่อไปชายาตัวน้อยไม่ต้องรับผิดชอบหน้าที่นายน้อยแห่งหอเหว่ยตี้อีกแล้ว เขาใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัวทุกครั้ง ยามที่ชายาต้องเดินทางไปต่างเมืองเพื่อทำงาน หลังเสร็จสิ้นพิธีสมาชิกทุกคนในครอบครัวก็มารวมตัวกันอยู่ที่โถงพักผ่อนในเรือนของฮูหยินผู้เฒ่า มู่เหยียนในวัยสิบห้าปีรูปร่างสูงสง่ามีราศีมิต่างจากเชื้อพระวงศ์ ใบหน้าหล่อเหลาค่อนไปทางงดงามดูราวปีศาจจิ้งจอกจำแลงเหมือนพี่สาวไม่มีผิด อีกทั้งช่างเจรจาพา

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   ตอนพิเศษ เมื่อองครักษ์มีรักย่อมต้องทุ่มสุดตัว ~4

    เย่เฟิงคล้ายเห็นแสงสว่างที่ปลายทาง รีบพยักหน้ารับด้วยความมั่นใจ ผู้ช่วยแม่ครัวจึงคลายมือออก ปล่อยให้ชายหนุ่มเริ่มนวดแป้งด้วยตนเอง ในขณะที่มือก็กำลังนวดแป้ง ในหัวก็จินตนาการไปว่า ตนกำลังนวดต้นขานุ่มๆของลี่เจินไปด้วย และอาจเป็นเพราะตั้งใจมากไปนิดเลยเผลอคิดดังไปหน่อย ”ขาของเจ้าช่างนุ่มนวลเหลือเกินเจินเอ๋อร์“ ”…“ ทั้งแม่ครัวและผู้ช่วยคิ้วกระตุกยิกๆ พ่อหนุ่มองครักษ์กำลังสิ่งใดอยู่กันแน่!!! จากแป้งสีขาวนวลเวลานี้กลายเป็นก้อนแป้งสีชมพูเข้ม เพราะชายหนุ่มใส่ผงกุหลาบหนักมือไปนิด แต่ไม่เป็นไรแม่ครัวบอกกับเขาอย่างนั้น คราวหน้าค่อยลดปริมาณลง ถึงตอนนี้ แป้งพร้อม ไส้พร้อม ในที่สุดก็มาถึงขั้นตอนการห่อก่อนกดใส่พิมพ์ขนม ผู้ช่วยแสดงวิธีนวดแป้งทั้งสองสีให้กลายเป็นก้อนเดียว รวมไปถึงวิธีแผ่แป้งและห่อไส้ ก่อนนำไปกดใส่พิมพ์ขนมบัวหิมะ “น่ากินมากเลยขอรับ” เอ่ยชื่นชมจบก็ลงมือทำเองบ้าง เพียงแต่… “ทำไมมันยากเย็นอย่างนี้เนี่ย! ทำไมข้าห่อแล้วแป้งถึงแตกไส้ทะลัก ไม่เห็นเรียบเนียนเหมือนของท่านป้าเลย” “…” ผู้ช่วยแม่ครัว ข้าควรเวทนาคนหรือสงสารขนมดีเนี่ย “แรกก็เป็นแบบนี้แหละ ทำบ่อยๆเดี๋ยวก็ชำนาญขึ้

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   ตอนพิเศษ เมื่อองครักษ์มีรักย่อมต้องทุ่มสุดตัว ~3

    ไม่ใช่เพียงแค่หานจิ้งที่เดินหน้าเกี้ยวพานลี่อิ่งอย่างเปิดเผย แม้แต่องครักษ์เงาขั้นหนึ่งอย่างเย่เฟิง ก็ขอฉีอ๋องย้ายตำแหน่งงานมาเป็นองครักษ์ขั้นหนึ่งของพระชายามู่ซูซินแทน เหตุผลหลักคือเขาทำงานให้พระชายาจนคุ้นเคยไปแล้ว ส่วนเหตุผลรองคือหัวใจของเขาเฝ้าติดตามลี่เจินไปแล้วนั่นเอง เรียกกลับมาเท่าไหร่หัวใจเจ้ากรรมก็ไม่ยอมเชื่อฟัง เย่เฟิงเลยตั้งปณิธานว่า เขาจะไม่ยอมแพ้องครักษ์รุ่นน้องอย่างหานจิ้งเด็ดขาด ชีวิตนี้เขาต้องได้แต่งลี่เจินเป็นภรรยาผูกผม! หากทำไม่ได้ก่อนอายุสามสิบ เย่เฟิงจะไปออกบวชมันให้มันรู้แล้วรู้รอด! ครัวหลักของตำหนักเว่ยจง แม่ครัวฝ่ายขนมหวานมุมปากกระตุกยิกๆ ขณะยืนมององครักษ์ของพระชายากวนแป้งทำขนมบัวหิมะกุหลาบ “เอ่อ ท่านองครักษ์เจ้าคะ กวนแป้งไม่ต้องออกแรงขนาดนั้นก็ได้เจ้าค่ะ ค่อยๆทำไป ท่านเล่นกวนแรงและเร็วแบบนี้ แป้งมันก็กระเด็นออกจากกระทะหมดสิเจ้าคะ แล้วจะเหลือให้กินไหมเนี่ย! โอย ข้าจะเป็นลม” พูดจบก็ยกยาดมขึ้นมาสูดเข้าปอดดัง ฟื้ด... บรรดาสาวใช้ในโรงครัวยกมือป้องปากหัวเราะคิกคักด้วยความเอ็นดูในตัวเย่เฟิง คาดไม่ถึงว่าองครักษ์หน้าเข้มผู้นี้ จะยอมลงทุนมาเรียน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status