Beranda / รักโบราณ / เพียงนางที่ข้าจะรัก / บทที่ 5 กรี๊ด…ใครก็ได้ช่วยด้วย ตอนต้น

Share

บทที่ 5 กรี๊ด…ใครก็ได้ช่วยด้วย ตอนต้น

last update Terakhir Diperbarui: 2025-10-05 21:58:38

ฟึ่บ! เฟิ่งเสวียนจีวางมู่ซูซินบนหลังม้าโดยที่นางไม่ทันตั้งตัว ก่อนเดินไปกระโดดขึ้นม้าอีกตัวด้วยท่วงท่าสง่างาม เปล่งเสียงออกคำสั่งเด็ดขาดโดยไม่สนใจท่าทางตื่นตระหนกของร่างบางบนหลังม้าแต่อย่างใด

“หากเจ้าปีนลงมาเปิ่นหวางจะหักขาเจ้าซะ”

(*_*”)มู่ซูซินที่กำลังจะปีนลงมาจากหลังม้าชะงักกึก

“คนใจร้าย!เผด็จการที่สุดเลย!” ใบหน้างามง้ำงอ อมลมแก้มป่องจำต้องยอมไปขี่ม้ากับเขาอย่างมิอาจขัดขืน

ดวงเนตรคู่คมเหลือบมองดวงหน้างามที่กำลังบึ้งตึงปราดหนึ่ง มุมปากกดลึกแววตาฉายประกายขบขัน

องครักษ์สองหานสบตากันอย่างมีความนัย ‘ท่านอ๋องยิ้ม!’

ขบวนขี่ม้าออกทางประตูหลังจวนโดยใช้เส้นทางเลียบแม่น้ำไปจนถึงประตูเมืองฝั่งตะวันตก ด้านนอกเป็นพื้นที่โล่งมีป่าไผ่ข้างทางอากาศไม่ร้อนอบอ้าวเพราะเป็นต้นฤดูสารทแล้ว

ในขณะที่มู่ซูซินถูกบังคับให้ออกไปขี่ม้าเป็นเพื่อนฉีอ๋องอย่างไม่เต็มใจอยู่นั้น หมัวมัวจากตำหนักซูเฟยที่มารอรับผ้ารองเลือดพรหมจรรย์ตามธรรมเนียม เพื่อนำไปแสดงแก่ญาติผู้ใหญ่ที่เป็นสตรีของฝ่ายชายได้นำผ้าไปมอบให้ซูเฟยตามคำสั่ง

ฟ่านซูเฟยเมื่อเห็นว่าผ้ายังขาวสะอาดปราศจากคราบเปรอะเปื้อนใดๆ รอยยิ้มแห่งความยินดีผุดพรายบนดวงพักตร์ “นับว่าฉีอ๋องรู้ว่าอะไรควรไม่ควร ส่งข่าวไปจวนตระกูลไป๋เรื่องที่ฉีอ๋องไม่ได้เข้าหอกับพระชายาบ้านนอกคนนั้น อย่าลืมทำอย่างเงียบๆ ด้วยล่ะ” รับสั่งบอกหมัวมัวข้างกายด้วยสีหน้ารื่นเริง ซูเฟยยังไม่ยอมแพ้เรื่องที่ต้องการดึงตระกูลไป๋มาเป็นพวก

จวนตระกูลฉู่

เพล้ง! เพล้ง!

“กรี๊ดดด ข้าไม่ยอม!ท่านอ๋องทำแบบนี้กับข้าได้ยังไง!”

เสียงข้าวของถูกปาลงพื้นเคล้าเสียงกรีดร้องของฉู่ฟางอิ๋งดังขึ้นในรือนเจียวเมิ่ง เมื่อช่วงเช้านางยังดีใจที่ฉีอ๋องไม่ได้เข้าหอกับมู่ซูซิน ตามที่นางกำนัลคนหนึ่งในตำหนักเว่ยจงรายงานมา

แต่ใครจะคิดว่าพอตกบ่ายฝ่ายชายกลับพาผู้หญิงคนนั้นออกไปขี่ม้าเล่น และยังยอมให้นางขี่อาชาเหงื่อโลหิตที่เขาแสนจะหวงแหน!

สาวใช้คนสนิทรีบไปตามฮูหยินรอง ต่งโหยว มารดาของฉู่ฟางอิ๋งให้มาช่วยปลอบบุตรสาวอย่างเร่งรีบ เพราะนอกจากต่งซื่อไม่มีใครสามารถทำให้คุณหนูสามผู้นี้สงบลงได้ สาวใช้หลายคนไม่อยากเข้าใกล้ยามนางอาละวาดเพราะกลัวโดนลูกหลง

ตงซื่อที่เพิ่งมาถึงมองสภาพสาวใช้ที่นั่งตัวสั่นงันงกอยู่หน้าเรือนเจียวเมิ่งก่อนถอนหายใจหนัก

“อิ๋งเอ๋อร์ หยุดอาละวาดได้แล้ว ใครทำอะไรให้เจ้าไม่พอใจอย่างนั้นรึ”

เพียงได้เห็นหน้ามารดาฉู่ฟางอิ๋งโผเข้าสู่อ้อมอกผู้ให้กำเนิด น้ำตาเม็ดโตพรั่งพรูเป็นสายจากความน้อยเนื้อต่ำใจในตัวฉีอ๋อง “ฮือ…อ ท่านแม่ ท่านต้องช่วยลูกนะเจ้าคะ ฮึก ท่านอ๋อง…”

เรื่องราวที่เฟิ่งเสวียนจีพาพระชายาออกไปขี่ม้าเล่นนอกเมืองถูกเล่าให้ต่งซื่อฟัง

“มิใช่ว่าเจ้าเพิ่งบอกแม่เมื่อช่วงสาย ว่าท่านอ๋องไม่ได้เข้าหอกับชายาหรอกรึ เหตุไฉนตอนนี้ถึงได้ยอมให้นางขี่ม้าที่ทรงหวงแหนนักหนาได้กันล่ะ ลูกไม่ได้ฟังมาผิดแน่นะ”

“ไม่ผิดแน่เจ้าค่ะ” ฉู่ฟางอิ๋งบอกกับมารดา เรื่องที่ตนแอบซื้อตัวสาวใช้คนหนึ่งในตำหนักเว่ยจงไว้ ข่าวที่ได้มาไม่ผิดพลาดแน่นอน ต่งซื่อนั่งนิ่งไปครู่หนึ่งคล้ายกำลังตรึกตรองบางสิ่ง เสี้ยวลมหายใจต่อมาดวงตาของนางพลันทอประกาย

”อีกสิบวันจะเป็นวันเกิดของท่านอัครมหาเสนาบดีซ่ง ฉีอ๋องต้องพาพระชายาไปร่วมงานแน่ แม่ไม่เชื่อหรอกว่าหากท่านอ๋องได้เห็นเจ้าแล้วจะไม่รู้สึกอะไร ระหว่างนี้แม่จะช่วยคิดแผนเล่นงานพระชายาบ้านนอกคนนั้นไปพลางๆ

มิสู้วันพรุ่งนี้ เจ้าเรียกคนมาสั่งตัดชุดและเลือกเครื่องประดับใหม่จะดีกว่า อย่าให้น้อยหน้าสตรีบ้านนอกคนนั้นเด็ดขาด และที่สำคัญ เจ้าต้องทำให้ท่านอ๋องและทุกคนในงานประทับใจ ว่าเจ้าต่างหากคือสตรีที่คู่ควรกับท่านอ๋อง”

สีหน้าของฉู่ฟางอิ๋งดีขึ้นมากเมื่อได้ยินถ้อยคำของมารดา ใช่แล้ว นางไม่มีทางยอมแพ้ผู้หญิงคนนั้นเด็ดขาด!

มู่ซูซินไม่รู้ตัวเลยว่าการออกไปขี่ม้าอย่างไม่เต็มใจกับเฟิ่งเสวียนจี ทำให้นางถูกฉู่ฟางอิ๋งเขม่นเป็นที่เรียบร้อย

เปลือกตาของนางกระตุกไม่หยุดในขณะที่กำลังขี่เถาฮวาสุดสวยด้วยความระมัดระวังอย่างสุดชีวิต เพื่อไม่ให้มันเกิดรอยขีดข่วนใดๆอยู่นั้น

บุรุษตัวโตนิสัยเสียแถมเป็นจอมเผด็จการกลับไม่ปล่อยให้นางขี่ม้ากินลมชมทิวทัศน์สบายใจอย่างที่คิด

แต่กลับควบอาชาเหงื่อโลหิตเพศผู้นาม เหลยถิง ด้วยความเร็วสูงวิ่งผ่านหน้านางไปจนฝุ่นตลบปล่อยให้นางกินฝุ่นแดงเป็นของว่างยามบ่าย

แค่กๆๆ มู่ซูซินไอจนหน้าดำหน้าแดงแอบก่นด่าเฟิ่งเสวียนจีไปยันบรรพบุรุษ

“เด็กแว้นยุคจีนโบราณเอ้ย! ลูกฮ่องเต้สุนัข นิสัยกวนประสาทบ้าอำนาจอยู่ว่างไม่เป็นต้องหาเรื่องให้ชาวบ้านเดือดร้อนมิต่างจากบิดา แถมยังหน้าหนาโรคจิตชอบบังคับจิตใจคนอื่น เด็กโข่งขาดความอบอุ่นบรรพบุรุษไม่สั่งสอน ฝากไว้ก่อนเถอะ!”

เรื่องยังไม่จบแค่นั้น คนที่คิดว่าควบม้าไปไกลแล้วกลับมาโผล่ข้างๆนางราวกับผีสาง ได้ทันเห็นนางกำลังทำปากขมุบขมิบพร่ำบ่นอะไรบางอย่างเข้าพอดี

“เจ้ากำลังแอบด่าเปิ่นหวางลับหลัง?”

ร่างบางบนหลังม้าสะดุ้งโหยง “ท่านอ๋อง! ตกใจหมดเลยเพคะโผล่มาไม่ให้สุ้มให้เสียงแบบนี้ เกิดซินเอ๋อร์ตกใจทำเถาฮวาเป็นรอยจะมาโทษกันไม่ได้นะเพคะ”

“อย่ามานอกเรื่อง เปิ่นหวางถามว่าเจ้ากำลังแอบด่าเปิ่นหวางลับหลังอยู่รึเปล่า”

“ใครจะไปกล้าทำแบบนั้นเพคะ ซินเอ๋อร์แค่ท่องกลอนชมธรรมชาติไปเรื่อย” นางเถียงกลับมาอย่างไวใครจะไปยอมรับว่าแอบด่าเขาจริงนางไม่ได้โง่เสียหน่อย

“อย่าให้จับได้ก็แล้วกันว่าเจ้าแอบด่าเปิ่นหวางลับหลัง” เฟิ่งเสวียนจีหรี่ตามองคนตัวเล็กที่กำลังแถหน้าซื่อตาใส เขาแสยะยิ้มร้ายก่อนฟาดมือไปที่ก้นของเถาฮวาพร้อมออกคำสั่งให้มันออกวิ่ง “ไป!”

ทันทีที่ม้าสาวถูกตีก้นพร้อมคำสั่งเสียงเข้มของเจ้านาย มันก็ทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็ว มู่ซูซินที่ไม่ทันระวังส่งเสียงหวีดร้องด้วยความตกใจเกือบพลัดตกจากหลังม้า “กรี๊ดดด”

คราแรกนางเกือบจะลืมตัวเตรียมตั้งท่าตีลังกาเล่นท่าสวย เหมือนตอนฝึกขี่ม้ายิงธนูแบบผาดโผนในค่ายฝึกองครักษ์ของหอเหว่ยตี้อยู่แล้วเชียว ทว่ายังมีสติจึงไม่เผลอหลุดจากบทสตรีบ้านนอกแสนบอบบางไร้พิษภัย

ท่อนแขนเรียวรีบเปลี่ยนมากอดคอเถาฮวาแน่น หลับตาปี๋กรีดร้องขอความช่วยเหลือเสียงหลงแทน

“กรี๊ด…ใครก็ได้ช่วยด้วย ช่วยหยุดม้าที ข้ากลัว ฮือออ”

คนตัวโตขี้แกล้งมองสภาพของหญิงสาวด้วยความชอบใจ คิดว่าปล่อยให้นางแหกปากร้องไปอีกสักพักค่อยสั่งให้ลูกน้องไปหยุดเถาฮวา

หานจิ้งเห็นท่าไม่ดีรีบหันไปถามเจ้านาย “ท่านอ๋อง จะปล่อยพระชายาไว้แบบนั้นหรือพะย่ะค่ะ อีกไม่ไกลก็จะถึงทะเลสาบพระชายาว่ายน้ำไม่เป็นนะพะย่ะค่ะ“

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 50 องค์รัชทายาทแห่งต้าเว่ย ตอนปลาย

    ทันทีที่พิธีแต่งตั้งองค์รัชทายาทแห่งต้าเว่ยเสร็จสิ้นอย่างเป็นทางการ อันอ๋องเว่ยเหวินเฟยมิอาจกลั้นน้ำตาแห่งความปีติยินดีได้อีกต่อไป ระยะเวลาแปดปีที่เขาต้องรับหน้าที่สำคัญนี้แทนพี่ชาย ช่างยาวนานราวชั่วชีวิต! ในที่สุดเขาก็เป็นอิสระ จะได้ออกไปท่องเที่ยวทำการค้ากับแคว้นข้างเคียงดังเช่นวันวานเสียที! เพียงแต่… “อันอ๋อง พ่อขอบใจเจ้ามาก หลายปีที่ผ่านมาเจ้าช่วยแบ่งเบาภาระหน้าที่พ่อได้เยอะ เอาอย่างนี้แล้วกัน เสด็จอาของเจ้าต้องการสละตำแหน่งชินอ๋องเพื่อออกเดินทางท่องเที่ยว พ่อจะแต่งตั้งเจ้าเป็นชินอ๋องแทน จะได้อยู่ช่วยงานพ่อต่อและคอยสั่งสอนองค์รัชทายาทไปด้วย ดีหรือไม่” สิ้นรับสั่งของฮ่องเต้ ดวงพักตร์งามพิลาสของเว่ยเหวินเฟยพลันเผือดสี คนงามร่างกายซวนเซจากความสะเทือนใจอันหาที่สุดไม่ได้! นี่เขายังไม่หมดเวรหมดกรรมต่องานนี้อีกหรือ?!!! “ม่ายยยยยย…” คร่อก! อันอ๋องลมจับหมดสติอยู่ในอ้อมแขนของคนรักต่อหน้าต่อตาฮ่องเต้ ความฝันที่จะกลับไปท่องเที่ยวเป็นอันต้องพับไปก่อน…อนิจจา เกิดมาเป็นเว่ยเหวินเฟยชีวิตไม่ง่ายเลยจริงๆ สวนอรุณรัก เรือนอรุณเคียงใจ ลานกิจกรรมด้านข้างเรือน เวลานี้ครื้นเครงไปด้วยเสียงหัวเราะข

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 50 องค์รัชทายาทแห่งต้าเว่ย ตอนต้น

    บทที่ 50 องค์รัชทายาทแห่งต้าเว่ย บทสนทนาของพี่น้องแว่วเข้าหูพี่ใหญ่อย่างเว่ยลี่จวิน ที่วันนี้ขอไปฝึกยิงธนูแทนการเล่นพิณหนึ่งวัน เด็กหญิงหมายมาดว่าโตขึ้น นางจะต้องเป็นแม่ทัพหญิงเหมือนอย่างท่านทวดเจียงอิ่งให้จงได้! แต่ถึงกระนั้นนางก็มิได้ละทิ้งการฝึกฝนศาสตร์ทั้งสี่ของคุณหนูในห้องหอ หาไม่แล้วท่านทวดไทเฮาจะทรงน้อยพระทัยจนเสวยไม่ลงอีก! เกิดเป็นเว่ยลี่จวิน ชีวิตไม่ได้สุขสบายอย่างที่ใครๆคิด…เช้าฝึกวรยุทธ สายฝึกคัดอักษร บ่ายนอนกลางวัน ตื่นมาฝึกเล่นพิณ ช่วงเย็นพาพี่หลางจื่อไปเดินเล่น หลังอาหารเย็นต้องฝึกเดินหมากกับเสด็จพ่ออีก! ท่านหญิงน้อยอย่างนาง ตารางชีวิตแน่นเอี๊ยดเหมือนอย่างที่เสด็จแม่พูดไม่มีผิด! ท่านหญิงน้อยมีรูปโฉมพริ้มเพรา ดวงเนตรคมกริบเหมือนของเย่หลินราวถอดแบบกันมา หรี่มองน้องชายฝาแฝด ที่กำลังตะล่อมน้องคนเล็กอย่างเจ้าเล่ห์ “อย่าบอกนะว่าฉีเอ๋อร์กำลังหลอกล่อให้ฮ่าวเอ๋อร์รับตำแหน่งองค์รัชทายาทแทนน่ะ!” ท่านหญิงน้อยพึมพำกับตนเอง ทว่าเข้าหูขององครักษ์สองหลิวชัดเจน “…” องครักษ์สองหลิว เอ่อ…กระหม่อมควรเร่งไปรายงานท่านอ๋องดีไหม ในศาลากลางสวน เว่ยเทียนฉียิ้มกริ่มกระชับมือของน้องน้อย อ้

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 49 ทวยเทพอวยพรให้ข้า ตอนปลาย

    …หลังผ่านไปสามวัน ในที่สุดหลางจื่อก็ได้มีโอกาสพบหน้าน้องๆ ของมันเป็นครั้งแรก พี่ชายตัวฟูเดินตามพ่อจ๋าไปหาแม่จ๋าที่เพิ่งให้นมน้องๆ ของมันเสร็จ ก่อนที่นางจะกลับเข้าห้องอยู่ไฟ “หลางจื่อ น้องๆของเจ้า คนนี้เป็นผู้หญิงชื่อ เว่ยลี่จวิน” เสวี่ยหนิงเอียงห่อผ้าให้หลางจื่อเห็นหน้าน้องสาว จากนั้นจึงรับบุตรชายมาจากมารดา เอียงห่อผ้าให้เห็นบุตรชายเช่นกัน “และคนนี้เป็นผู้ชายชื่อ เว่ยเทียนฉี ต่อไปเจ้าต้องดูแลปกป้องพวกเขาให้ดีๆนะ เป็นพี่ชายแล้วห้ามซุกซนเอาแต่ใจเหมือนเมื่อก่อน เข้าใจหรือไม่” สุ้มเสียงของเสวี่ยหนิงนุ่มนวล นางยื่นมืออีกข้างมาลูบหัวเจ้าตัวโตด้วยความเอ็นดู หลางจื่อเองก็ถูหัวของมันกับฝ่ามือนุ่มของแม่จ๋าอย่างรักใคร่ ภาพตรงหน้างดงามอบอุ่น จนเว่ยลี่หยางแอบน้ำตาคลอจากความสุขท่วมท้นหัวใจ ‘ทวยเทพอวยพรให้ข้าโดยแท้ ชีวิตนี้ข้าไม่ต้องการสิ่งใดอีกแล้ว…’ หลางจื่อส่งเสียงครางแผ่วในลำคอ ยื่นจมูกดมห่อผ้าฟุดฟิด “ทำไมน้องๆ ของข้าถึงหน้าตาเหมือนลูกฟักแบบนี้ ไม่เห็นหล่อเหมือนข้าเลย แล้วจะคุยกับข้ารู้เรื่องหรือนี่” มันเอียงหัวทำหน้าหมาสงสัย ก่อนหันไปหาอวิ๋นเอ๋อร์ที่นั่งอยู่ข้างๆเย่หลิน สุนัขสองตัวสื่อสา

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 49 ทวยเทพอวยพรให้ข้า ตอนต้น

    บทที่ 49 ทวยเทพอวยพรให้ข้า เสียงร้องของทารกแรกเกิดดังสะท้อนไปทั้งตำหนัก เป็นสิ่งชี้ชัดว่าเจ้าตัวน้อยปอดแข็งแรงเพียงใด บรรดาผู้ใหญ่ที่นั่งบ้างยืนบ้าง ต่างลุ้นกันตัวโก่งว่าทายาทคนแรกของจวิ้นอ๋องและพระชายาจะเป็นชายหรือหญิง “ร้องเสียงดังขนาดนี้ ผู้ชายแน่ๆ” อันอ๋องที่มารอลุ้นทันทีเมื่อทราบข่าว ว่าพี่สะใภ้เจ็บท้องคลอดลูกเปล่งเสียงประกาศยืนยันเพศของทารก ราวกับตนเป็นผู้เชี่ยวชาญ ส่วนคนเป็นพ่อดีใจจนพูดไม่ออก ตั้งท่าจะผลักประตูห้องคลอด ทว่าถูกเฉินกั๋วกงที่แม้จะอายุมากแล้ว แต่ยังแข็งแรงและเปี่ยมด้วยพละกำลังยื้อตัวเอาไว้ “ท่านตา ปล่อยข้า ข้าจะเข้าไปหาหนิงเอ๋อร์กับลูก!” “ท่านอ๋องใจเย็นๆก่อน รอคนข้างในทำความสะอาดห้องคลอดให้เรียบร้อย เดี๋ยวกูกูก็มาเปิดประตูให้เอง” ท่านหญิงเจียงอิ่งผู้ผ่านการคลอดบุตรมาสองครั้ง เอ่ยบอกหลานชายที่เพิ่งกลายเป็นพ่อคนหมาดๆ และในเสี้ยวลมหายใจนั้นเอง… ผ่างงง!!! ประตูห้องคลอดเปิดออก ใบหน้าเปรมปรีดิ์ เปี่ยมล้นด้วยความสุขของซูลี่ปรากฏอยู่หน้าประตู “เป็นท่านหญิงน้อยเพคะ! จ้ำม่ำสมบูรณ์เหมือนลูกหมีน้อยเลยเพคะ” นางบอกข่าวดีทุกคนเสียงสดใส ทว่ากลับกลายเป็นข่าวสะเทือนใจของอันอ๋

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 48 ดีใจจนลืมตัว ตอนปลาย

    เสวี่ยหนิงรีบส่ายศีรษะบอกคนตัวโตว่าตนไม่ได้เป็นอะไร อาจเป็นเพราะเมื่อคืนนอนดึกและตื่นเช้าเลยหน้ามืดไปเท่านั้น ทว่าคนรักเมียมีหรือจะปล่อยผ่าน แทนที่จะตรงไปจวนเผิงกั๋วกงเพื่อร่วมงานเลี้ยง เขากลับสั่งสารถีให้ขับกลับตำหนักหรงจวิน และตามหมอประจำตำหนักมาตรวจอาการพระชายาอย่างเร่งด่วน ภายในห้องบรรทม หมอหลวงจับชีพจรผ่านผ้าไหมสีขาวบนข้อมือของเสวี่ยหนิง ทว่าเพียงครู่สั้นๆ ก็หันมากล่าวรายงานอาการป่วยของพระชายากับจวิ้นอ๋องด้วยรอยยิ้ม “ขอแสดงความยินดีด้วยพะย่ะค่ะท่านอ๋อง พระชายาตั้งครรภ์ได้เดือนกว่าแล้ว” เว่ยลี่หยางลมหายใจสะดุด จับตัวหมอหลวงเขย่าจนหัวสั่นหัวคลอนจากความตื่นเต้นดีใจ “ท่านหมอบอกว่าชายาของข้าตั้งครรภ์แล้วอย่างนั้นรึ นางตั้งครรภ์จริงๆ ใช่ไหม ท่านหมอไม่ได้หลอกข้านะ” แหง่กๆๆๆ “พะ พะ พะย่ะ พะย่ะค่ะ” ทรงปล่อยกระหม่อมก่อนนนน หมอหลวงเริ่มหน้าเขียว เสวี่ยหนิงที่คราแรกดีใจเรื่องที่ตนตั้งครรภ์ สีหน้าพลันเปลี่ยนเป็นตกตะลึง เมื่อเห็นสภาพของหมอหลวงในกำมือของเว่ยลี่หยาง “ว้าย! ท่านอ๋องเบามือเพคะ อย่าเขย่าตัวท่านหมอแบบนั้น เดี๋ยวเส้นเลือดในสมองแตกกันพอดี!” โอ้ย อกอีแป้นจะแตก สวามีของนางตัวใ

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 48 ดีใจจนลืมตัว ตอนต้น

    บทที่ 48 ดีใจจนลืมตัว ท่ามกลางบรรยากาศละมุนละไม รอบกายสดชื่นจากกลิ่นแดดอ่อนยามเช้า ทอแสงสะท้อนน้ำค้างบนยอดหญ้าและสมุนไพร ผสมผสานกันอย่างลงตัวกับสีสันสดใสของดอกไม้ ที่กำลังชูช่อโอ้อวดความงาม ต้อนรับฤดูกาลใหม่แห่งชีวิต เถียนเจียถิงก้อนเนื้อในอกเต้นระรัว หลังได้ยินคำสารภาพความในใจจากปากเหรินหมิง พวงแก้มใสของหญิงสาวแรกรุ่นมีริ้วแดงพาดผ่าน แต่กระนั้นบุตรีของทหารหาญกลับยืนหยัด ไม่หลบเลี่ยงสายตาหวานซึ้งของชายหนุ่ม “ท่านป๋อ ชอบข้า?” “ใช่ ข้าชอบเจ้าถิงเอ๋อร์ ชอบมากด้วย ข้าอยากอยู่เคียงข้างเจ้า อยากปกป้องเจ้าและรอยยิ้มสดใสของเจ้า ขอโอกาสให้ข้าได้หรือไม่” ทั้งที่มีคำพูดมากมายอยากเอ่ยกับนาง ทว่าเขาประหม่าจนใจสั่นมือเย็นเฉียบ เลยพูดออกมาได้เพียงเท่านี้…ความรู้สึกตื่นเต้นจนแทบคลั่งเช่นนี้ ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แม้แต่กับซ่งเจียวเจียว เขาเพิ่งมารู้ตัวว่าที่ผ่านมา ตนเองไม่ได้รักซ่งเจียวเจียวอย่างที่เข้าใจ แต่คุ้นเคยกับการที่ต้องปกป้องดูแลนางตามที่เคยรับปากเจ้ากรมโยธาไว้ รวมถึงทำเพื่อเอาคืนเชียนเสวี่ยหนิง ที่ใช้เล่ห์เหลี่ยมจนได้แต่งกับเขาในครานั้น หากกล่าวกันจริงๆ เขาช่างเป็นบุรุษที่โง่เง่าโดยแท้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status