LOGINเมื่อองค์หญิงองค์ชายวัยหัดรักถูกส่งออกนอกวัง สำนักศึกษาที่แสนสงบก็เริ่มวุ่นวาย จนต้องส่งพวกเขาไปทำภารกิจข้างนอกแทน (รุ่นลูกของเรื่องข้ามมิติมาเป็นจักรพรรดินีมากรัก)
View Moreท่ามกลางป่าเขาลำเนาไพรอันกว้างใหญ่ ชายชราผู้หนึ่งพาสตรีน้อยใบหน้างดงาม รูปร่างอรชรอ้อนแอ้นมายังแหล่งเก็บยาสมุนไพรชั้นยอดของแคว้น บริเวณนี้เป็นป่าไม้ที่ไม่มีสัตว์ป่าดุร้าย เขาจึงไว้วางใจปล่อยสตรีน้อยให้อยู่ตามลำพัง
“เล่อเอ๋อร์ เจ้าจงอยู่ศึกษาสมุนไพรที่นี่สักหนึ่งเดือนเถิด ปู่ทวดจะไปรักษาชาวบ้านบริเวณใกล้เคียง เมื่อถึงเวลาที่กำหนดจะกลับมารับเจ้า”
หลี่ซือเอ่ยกับหลานสาวที่มีนามว่าจ้าวอันเล่อ
เขารับจ้าวอันเล่อมาสั่งสอนเรื่องสมุนไพรและการรักษาโรคต่างๆ ตามพื้นที่ชนบท เพราะกลัวว่าหากเหลนของตนคนนี้อยู่ในเมืองใหญ่เจอแต่ความสะดวกสบาย นางจะลุ่มหลงเรื่องรักมากกว่าเรื่องเรียน
ตระกูลเขาเป็นหมอที่สืบทอดมาหลายชั่วอายุคน แต่ละคนเก่งกาจจนถูกยกย่องเป็นหมอเทวดา เขาย่อมต้องการให้ชนรุ่นหลังของตนสืบทอดเจตนารมณ์นี้ แม้จะมีเหลนสองคนเป็นองค์ชายกับองค์หญิงก็ตาม
ตอนนี้จ้าวโหย่วเต๋ออยู่ในสำนักวิชาหย่งผิง มีเพียงจ้าวอันเล่อที่ติดตามเขาไปแทบจะทุกที่
“เจ้าค่ะปู่ทวด” สตรีน้อยรับคำ นางย่อตัวทำความเคารพหลี่ซือท่านปู่ทวดของตน จากนั้นก็เข้าไปภายในป่าด้วยความรวดเร็ว
“ข้าไปทำความสะอาดกระท่อมก่อนนะเจ้าคะ”
หลี่ซือส่ายหน้าแล้วอมยิ้มเอ็นดู ให้นางอยู่ที่นี่เขาค่อยวางใจหน่อย คงไม่มีบุรุษผู้ใดมาทำให้นางใจแตก
........
กระท่อมน้อยในป่าสมุนไพร
จ้าวอันเล่อเก็บกวาดทำความสะอาดทุกห้องด้วยความตั้งใจ นานๆ จะมีโอกาสอยู่คนเดียว นางต้องใช้เวลานี้ให้เป็นประโยชน์
เรื่องเรียนนั้นต้องใส่ใจ แต่เรื่องรักก็อยากลอง
ครั้งอยู่ในวังหลวง นางแอบไปดูเสด็จพี่ของตนหรือองค์ชายทั้งสามพระองค์เล่นรักกับนางกำนัลบ่อยๆ เมื่อคิดถึงภาพดังกล่าวก็รู้สึกอยากลองบ้างว่าจะมีความรู้สึกอย่างไร
สตรีปลดอาภรณ์ของตนจนเหลือเพียงเรือนร่างเปลือยเปล่าที่ขาวผ่อง จากนั้นก็ขึ้นนอนบนเตียง อ้าขาเรียวออกกว้างแล้วส่งปลายนิ้วเรียวเล็กแหย่เข้าไปในโพรงรักช้าๆ
สอดไปได้แค่ข้อนิ้วมือเดียวสตรีก็เริ่มกลัวขึ้นมา นางจึงหมุนปลายนิ้วให้วนอยู่แค่ปากโพรงหวานสลับกับเลื่อนไล้ไปยังเกสรดอกไม้ของตน เพียงแค่สองบริเวณนี้ก็ทำให้นางปลดปล่อยความเสียวออกมาได้บ้าง
“ข้าอยากได้บุรุษบ้างจังเลย น่าจะรู้สึกเยอะกว่านี้” จ้าวอันเล่อบ่นกับตัวเองหลังจากรู้สึกเสียวจนตัวเกร็งเย็นวาบหวามทั่วทั้งร่าง
ขณะที่บ่นนางก็หยิบชุดมาใส่เหมือนเดิม จากนั้นก็หยิบตำราสมุนไพรขึ้นมาอ่านด้วยความตั้งใจ
ถ้านางมีความรู้ความสามารถมากกว่านี้ ท่านปู่ทวดจึงจะยินยอมให้นางไปสำนักศึกษาหย่งผิง สำนักศึกษาที่ไม่อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของราชวงศ์ แต่เป็นสำนักศึกษาที่ใหญ่ที่สุดในแคว้น
ห้าวันผ่านไป จ้าวอันเล่อทำกิจวัตรประจำวันตามปกติ คือตื่นขึ้นมาตอนเช้าอ่านตำรา จากนั้นจึงไปทำอาหารเช้า กินข้าวเสร็จเรียบร้อยก็จะออกสำรวจสมุนไพรทั่วบริเวณ สมุนไพรที่ยังเป็นต้นอ่อนก็จะเฝ้าตามดูการเจริญเติบโต แต่ถ้าพบสมุนไพรที่สามารถเก็บเกี่ยวได้ก็จะเก็บเกี่ยวมาไว้ใช้รักษาโรคในคนไข้ต่อไป
วันนี้ขณะที่จ้าวอันเล่อทำการสำรวจสมุนไพรอยู่นั้น สายตาก็เห็นร่องลมพัดผ่านต้นหญ้าที่สูงระดับบั้นเอวจนแหวกเป็นทางเดินยาว นางไม่คิดมากรีบเดินตามแนวทางเดินนั้นทันที
เท้าเล็กเดินขึ้นเนินเขาด้วยความเร็วที่คงที่ ไม่นานนักก็มาอยู่บนยอดเขาลูกหนึ่งที่ไม่ไกลกับกระท่อมน้อยของตน
จ้าวอันเล่อเดินเล่นบนยอดเขาหาเก็บผลไม้ป่ามากินเล่น ในจังหวะที่ลมแรงพัดมาอีกครั้ง ใบไม้และเถาวัลย์ก็ถูกลมพัดจนกระเด็นออกเห็นเป็นช่องอุโมงค์เล็กๆ เข้าไปภายในโพรงเขา
“ถ้ำอย่างนั้นหรือ จะมีสมุนไพรหรือสมบัติอะไรอยู่ในถ้ำหรือเปล่านะ”
สตรีมุดเข้าไปในอุโมงค์ขนาดพอดีตัว แล้วย่อตัวค่อยๆ เดินเข้าไปช้าๆ เมื่อเข้ามาลึกพอสมควรช่องทางก็เล็กลงจนทำให้นางต้องคลานเข่าแทน
แม้จะเล็กและแคบ เส้นทางก็มืดจนมองเห็นไม่ชัด แต่จ้าวอันเล่อก็ไม่ย่อท้อ นางคิดว่าเมื่อมีลมเข้าไปได้ อย่างไรเสียก็ไม่ขาดอากาศหายใจจนตายแน่นอน
สตรีน้อยคลานเข่าประมาณหนึ่งก้านธูปก็พ้นปลายอุโมงค์กลายเป็นถ้ำขนาดใหญ่โตมโหฬาร นางลุกขึ้นยืนมองแสงสะท้อนที่ระยิบระยับราวกับมีอัญมณีจำนวนมากเต้นระบำกับแสงไฟ
“สวยจังเลย นี่คือถ้ำของเทพเซียนหรืออย่างไร”
จ้าวอันเล่อมองด้วยความเพลิดเพลินสักพักก็เริ่มเดินสำรวจส่วนต่างๆ ของถ้ำ
ภายในถ้ำมีทะเลสาบน้ำสีเขียวมรกตแต่ใสจนมองเห็นก้นทะเลสาบ นอกจากนั้นยังมีแท่นหินจำนวนมากที่ถูกขัดเกลาไว้อย่างดีจนเหมือนกับเตียงขนาดใหญ่
สตรีเดินสำรวจไปเรื่อยๆ นางกางแขนออกลูบแท่นหินที่เย็นฉ่ำไปเรื่อยๆ จนสะดุดกับสิ่งที่ผิดปกติ
จ้าวอันเล่อหยุดฝีเท้าลงทันใด นางเขย่งดูบนแท่นหินเห็นหินก้อนหนึ่งที่มีลักษณะเหมือนบุรุษรูปร่างสมส่วนกำยำนั่งขัดสมาธิแต่หลังนอนหงายอยู่บนแท่นหิน
“นี่มันหุ่นหรือรูปปั้นกันนะ” สตรีพยายามปีนขึ้นแท่นหินเพื่อจะได้มองเห็นรูปปั้นนั้นชัดๆ
เมื่อขึ้นมาก็เห็นชัดเจนว่ารูปปั้นบุรุษดังกล่าวมีใบหน้าหล่อเหลาราวกับภาพแกะสลักของเทพเซียน กล้ามเนื้อหน้าอกหน้าท้องเป็นลอนสวยงาม ขนาดที่จ้าวอันเล่อไม่สันทัดเรื่องหญิงชายยังต้องลอบกลืนน้ำลายเมื่อเห็น
ดวงตากลมโตเลื่อนมาตรงจุดสำคัญของบุรุษ แกนกลางของเขาถูกมือทั้งสองบังเอาไว้จนมิด
“ว้า ปั้นรูปปั้นทั้งทีแทนที่จะทำให้ครบๆ” นางบ่นพลางลองเอื้อมมือไปดึงออก
“เอ๊ะ เอาออกได้นี่นา”
เมื่อรู้ว่าสามารถจับมือ แขนและขาขยับได้เหมือนกับตุ๊กตา จ้าวอันเล่อก็ไม่รอช้าจับรูปปั้นหรือหุ่นบุรุษนั้นนอนหงายกับแท่นหิน ดึงขาให้เหยียดยืดยาวและจับแขนวางด้านข้างลำตัวให้คล้ายกับคนที่กำลังนอนหลับ
ตอนนี้สายตาของนางจับจ้องแก่นกายของรูปปั้นไม่วางตา เดิมคิดว่ารูปปั้นตัวนี้คงขาดการแกะสลักจุดสำคัญของร่างกาย แต่เมื่อพอดึงมือออกถึงเห็นว่ารูปปั้นตัวนี้มีทุกอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ หนำซ้ำสามารถเรียกได้ว่าเป็นรูปปั้นที่มีรูปร่างดีมาก ดีเสียจนนั่งมองทั้งวันก็ไม่เบื่อ
“ทำรูปปั้นแต่ไม่ใส่เสื้อผ้าให้เนี่ยนะ”
จ้าวอันเล่อเดินสำรวจบนแท่นหิน ไม่นานนักก็พบเศษเสื้อผ้ากระจัดกระจาย นางจึงเข้าใจว่าเดิมรูปปั้นนี้คงใส่เสื้อผ้า แต่ถูกลมแรงพัดใส่เป็นระยะเวลานานจึงทำให้เสื้อผ้านั้นฉีกขาดออกจนหมด
สตรีกลับมานั่งยองๆ ข้างรูปปั้นอีกครั้ง คราวนี้ด้วยความอยากรู้ เมื่อเห็นแก่นกายของบุรุษอยู่ตรงหน้า และยิ่งไม่ใช่ของคนจริงๆ นางจึงรวบรวมความกล้าเอื้อมมือเล็กไปจับอย่างแผ่วเบา
วังหลวงหลังจากหลิวกวนรายงานเรื่องราวที่ตนเองพบเจอต่อจ้าวหลินอ้าย นางก็ถลึงตาใส่พระสวามีทั้งสามคนด้วยความโมโห“ลูกชายตัวดีของพวกท่านหาสะใภ้ได้รวดเร็วกันมาก เช่นนั้นพวกท่านก็จัดการเตรียมสินสอดกันเองละกัน”สตรีพูดแล้วก็ล้มลงนั่งบนเก้าอี้ดั่งคนอ่อนแรง “แล้วลูกสาวข้าล่ะ เป็นอย่างไรบ้าง” นางหลุบตามองหลี่เสินสวามีที่กำลังส่งยิ้มจอมปลอมให้ตนยิ้มเช่นนี้ บุตรสาวก็คงก่อเรื่องเช่นกันหลี่เสินรีบเดินไปบีบนวดไหล่สตรีทันที “พระองค์ทรงใจเย็นๆ ก่อนนะ ลูกสาวก็เอ่อ มีสามีแล้ว”“ชายผู้นั้นเป็นใคร เหตุใดถึงกล้าหาญชาญชัยมาข่มเหงลูกสาวข้า” จ้าวหลินอ้ายเสียงดังขึ้นมาทันที“เอ่อ เป็นลูกสาวเราที่ไปข่มเหงเขา”หลี่เสินตอบเสียงเบา ก่อนกระซิบให้ได้ยินกันแค่ไม่กี่คน “เจ้าสำนักหย่งผิงฝึกวิชาอยู่ ลูกสาวเราก็ไปรวบหัวรวบหางเขาขณะฝึกวิชา”“อะไรนะ” สตรีทำท่าคล้ายจะเป็นลม “เจ้าสำนักหย่งผิงเสียด้วย เขาอายุยืนยาวน่าจะเกินร้อยปี มาเสียผู้เสียคนเพราะลูกสาวเรา”
“ข้าเป็นชายพเนจร เข้ามาเห็นสตรีถูกจับมัดมือมัดเท้ากางแขนขาเช่นนี้ไหนเลยจะอดใจได้ หากพวกเจ้าเข้ามาช้ากว่านี้สักหน่อย พวกนางห้าคนย่อมต้องเป็นเมียของข้าทั้งหมด”เขาพูดพลางทำเสียงหัวเราะสะใจ แต่ในใจรู้สึกว่าตัวเองเป็นตัวร้ายอย่างไรอย่างนั้น“อ่อ ชายพเนจรที่ฉวยโอกาสสตรีเอานางมาเป็นเมียตอนที่ถูกจับมัดมือเท้าอย่างนั้นหรือ” เสียงพูดที่ทรงอำนาจพร้อมกับทอดถอนหายใจดังขึ้นจ้าวสืออิ้งหันไปมองเห็นหลิวกวนก็ร้องเรียกด้วยความดีใจ “น้าเขย ท่านมาได้สักที ข้ารอท่านนานแล้ว”หลิวกวนมองหลานชายด้วยความเอือมระอา นึกว่าจะได้กลับเมืองหลวงดีๆ กลายเป็นว่าแวะเมืองไหนย่อมต้องจัดการแก้ปัญหาที่เมืองนั้นดีที่จักรพรรดินีมีพระโอรสแค่สามพระองค์ หากมีมากกว่านั้นเขาคงปวดหัวจนต้องลาหยุดงานยาว“ทหารแม่ทัพโม่และองครักษ์เสื้อแพรรวบตัวคนนิกายนี้เกือบหมดแล้ว จึงมาถึงช้าเสียหน่อย” เขาพูดพลางยกมือส่งสัญญาณให้บรรดาลูกน้องแต่ละหน่วยที่ติดตามมาจับตัวคนที่เหลือ ตอนนี้อยู่ต่อหน้าคนจำนวนมาก จึงไม่สะดวกจะดุหลานชายคนนี้เมื่อชายชุดแดงและชายเสียสติถูกจับไป สตรีทั้งห้านางก็ได้รับความช่วยเหลือ พวกนางถูกพยุงตัวขึ้นมานั่งพักหลังจากนอนนิ่งขยั
จ้าวสืออิ้งที่แอบฟังอยู่มุ่นคิ้วสงสัย ‘นิกายบ้าบออะไรกัน ต้องกวาดล้างให้จบๆ’ เขาหลบออกไปข้างนอกโดยที่บุรุษผู้นั้นไม่ทันได้รู้ตัว เขาเป่านกหวีดพิเศษที่คนปกติทั่วไปไม่ได้ยินเสียง แต่คนที่อยู่ในรัศมีสิบลี้ ไม่ว่าจะคนของหน่วยองครักษ์เสื้อแพร องครักษ์ประจำตัวของราชวงศ์และหัวหน้าทหารภายใต้สังกัดของแม่ทัพโม่เถี่ยจะได้ยินเสียงนี้ดังชัดเจน นี่เป็นการเรียกกำลังพลคุ้มครององค์ชายของแคว้น จะใช้ต่อเมื่อมีภัยคุกคามถึงแก่ชีวิตเท่านั้น ‘หวังว่าจะมากันทัน’ จ้าวสืออิ้งมองท้องฟ้าที่สลัว อีกไม่ถึงหนึ่งชั่วยามคงเข้าสู่เวลากลางคืนแล้ว เขาลงบันไดกลับไปหาสตรีทั้งห้าคน เห็นว่าพวกนางยังอยู่ดีก็โล่งใจ บุรุษผู้นั้นจากไปแล้ว สตรีชุดแดงเรียกจ้าวสืออิ้งโดยไม่รีรอ“คุณชาย ข้าตายได้แต่คุณหนูข้าต้องรอด ท่านต้องช่วยนางด้วยนะเจ้าคะ” สตรีชุดเขียวหน้าตาบูดบึ้ง “หากข้าเสียพรหมจรรย์แต่พวกนางรอดทั้งหมด อย่างนั้นก็ได้ ข้ายอม เจ้าจะทำอะไรก็รีบๆ ทำเถอะ” “เหอะ ข้าเอาเจ้าไม่ลงหรอก” จ้าวสืออิ้งเชิดหน้าใส่นางแล้วเดินผ่านไป ถึงพูดไปเช่นนั้นแต่เขาก็จะรอจนถึงที่สุดแล้วค่อยว่ากันอีกที “คุณชาย
ทันทีที่เจ้าเมืองฝูพูดจบ ฝูเจียงหลีก็เงยหน้าหันมองจ้าวโหย่วเต๋อด้วยความตกใจ แต่เมื่อถูกจ้าวโหย่วเต๋อโอบกอดนางจึงรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยขึ้นมา “ข้าบอกแล้วว่าจะให้เจ้าเป็นฮูหยินของข้าอย่างถูกต้อง ข้าส่งข่าวไปบอกเสด็จแม่แล้ว เจ้ารอก่อนนะ” บุรุษพูดกับสตรีน้ำเสียงอ่อนโยน หลิวกวนกระแอมเสียงดัง เขาสั่งหน่วยองครักษ์เสื้อแพรเข้าตรวจสอบภายในจวนและควบคุมตัวเจ้าเมืองฝูกับเซียวรื่อไปสอบสวน ก่อนที่เขาจะจากไปก็ถลึงตาใส่และกระซิบข้างหูจ้าวโหย่วเต๋อด้วยน้ำเสียงหมั่นไส้ “เจ้าหลานชายตัวดี มีเมียพร้อมกันสองคนเชียวนะ หวังว่าน้องชายของเจ้าจะทำตัวดีๆ ล่ะ” จ้าวโหย่วเต๋อได้ฟังก็งุนงงสักพัก แต่เมื่อแปลความจากสิ่งที่ได้ยินก็หัวเราะชอบใจ“ไม่มีทาง สืออิ้งแสบสุดในบรรดาพวกข้าสี่พี่น้องแล้ว” เขาหัวเราะสักพักก็พูดกับฝูเจียงหลี “หวังว่าเจ้าจะไม่โกรธข้านะที่สั่งตรวจสอบตระกูลเจ้า หากไม่ได้ทำผิดหนักคงถูกหักเงินเดือนกับริบทรัพย์” เขาอธิบายให้นางฟังอย่างใจเย็น “ข้าเข้าใจ เอ้ย หม่อมฉันเข้าใจเพคะ” “พูดกับข้าธรรมดาก็ได้” บุรุษส่งยิ้มให้สตรีเขาโอบกอดนางออกจากจวนสกุ











