LOGIN
“แมะ”
“แมะๆ”
“แมะ”
“แมะๆ”
“ขา แม่อยู่นี่ค่ะ คนเก่งอยากได้ชุดนอนพี่หมีเหรอคะ”
มือน้อยสีขาวอมชมพูของฝาแฝดชายหญิงแข่งกันเหยียดสุดแขนมาแย่งชุดนอนลวดลายน่ารักจากมือแม่เพียง ทั้งตัวของเด็กๆ มีแค่แพมเพิส อากาศเย็นลงเด็กๆ เริ่มหนาว ประท้วงด้วยการเหยียดแขนเหยียดขาเร่งแม่ให้ใส่ชุดนอนให้เร็วๆ
“ชุดพี่หมีสีชมพูของน้องพริม น่ารัก”
“ชุดพี่หมีสีน้ำตาลของพี่พลับ ก็น่ารัก”
เพียงพิณเร่งใส่ชุดนอนให้คนน้องก่อนตามด้วยคนพี่ เธอเลี้ยงลูกเองทั้งตอนกลางวันและตอนกลางคืน มีบ้าง ที่เพื่อนวัยเด็กของเธอจะมาช่วยเลี้ยงน้องพลับกับน้องพริม แต่ไม่ทุกวัน เพราะเพื่อนของเธอก็มีลูก มีครอบครัวให้ต้องดูแล
เธอให้ลูกดื่มน้ำนมจากอก อยู่กับลูกทุกวัน มอบความรักความอบอุ่นให้ลูกเท่าที่แม่คนหนึ่งจะทำให้ได้
แก้มเด็กทั้งสองหอมที่สุด เพียงพิณอุ้มเด็กตากลมโตขึ้นมากล่อมทีละคน คนแรกฝาแฝดคนเล็กน้องพริมหลับเร็ว เพียงพิณอุ้มไปวางบนเปลทารก อภินันทนาการจากลุงเต ระบายรอยยิ้มอบอุ่นเมื่อฝาแฝดคนพี่ก็ผล็อยหลับไปเร็วไม่ต่างจากน้องสาว
ขอให้เป็นเด็กเลี้ยงง่ายไปจนโตนะลูกรัก
เพียงพิณปิดประตูให้เด็กๆ นอนในห้องออกมานั่งหลังโต๊ะตั้งคอมพิวเตอร์พกพา เธอเปิดหน้าไมโครซอฟเวิร์ดอ่านนิยายตอนล่าสุดที่เขียนค้างไว้เมื่อสัปดาห์ก่อนและเขียนต่อไม่ได้มาถึงตอนนี้
สายตาเธอว่างเปล่า คิดเนื้อหาตอนต่อไปไม่ได้จนเลยเที่ยงคืนหน้ากระดาษก็ยังว่างเปล่า ลมกลางคืนค่อนข้างเย็น เพียงพิณเดินไปที่หน้ากรอบหน้าต่างไม้เตรียมจะปิดหนีลม แต่ดวงดาวที่ลอยเด่นกลางฟ้าก็เปลี่ยนใจเธอให้หยุดมองมัน
นับจากวันเปิดพินัยกรรมผ่านมาถึงวันนี้ก็ใกล้จะครบสองปีแล้ว
ถ้าเธอไม่สละสิทธิ์การรับมรดก หุ้นทั้งหมดในโรงพยาบาลก็จะตกเป็นของเธอ
เธอคิดผิดไหมนะที่ปฏิเสธการรับมรดก
เธอได้แน่นอน เพราะไม่มีใครอยากแต่งงานกับเธอ
จะว่าดีใจ มันก็ดีใจ
จะว่าน่าสมเพช มันก็น่าสมเพช
สงสารก็แต่น้องพลับน้องพริมต้องมาลำบากไปกับเธอที่ไร้สมบัติ และโตมากับแม่เลี้ยงเดี่ยว ไม่มีพ่อ หรือครอบครัวอบอุ่นเหมือนเด็กคนอื่น ภาพสะท้อนของลูกๆ เหมือนเธอในวัยเด็กไม่มีผิด
กดกริ่งหน้าประตูนานมากไม่มีเสียงตอบรับ โทรหาก็ไม่รับสาย พัฒนะร้อนใจ ถือวิสาสะกดรหัสผ่านประตูเข้าไปยืนอึ้งกลางห้องโถงรีบหันหลังให้พี่ชาย ที่งัวเงียเคลื่อนใบหน้าออกจากหน้าอกหญิงแปลกหน้า ผ้าห่มเลื่อนหลุดจากแผ่นหลัง เผยรูปร่างขาวแน่นเนื้อที่เปลือยเปล่าไม่ต่างจากคนใต้ร่าง“พัฒน์เหรอ”“โทษทีพี่ ผมมีธุระด่วน”“อืม...”เสียงคนคุยกันรบกวนการนอนของเพียงพิณ เธอได้ยินเสียงกริ่งนานแล้วแต่เพราะอ่อนเพลียมากจึงไม่ยอมลืมตา แต่เมื่อมองเห็นว่ามีคนนอกอยู่ในห้อง เธอที่เปลือยเปล่าก็ร้องกรี๊ด กระชับผ้าห่มมาแนบเรือนร่างผลักปัณณ์ที่นอนทับเธอครึ่งคืนจนตัวเธอเกือบแบน กลิ้งลงไปนั่งเมาขี้ตาบนพรมผืนใหญ่“ขอโทษจริงๆ นะครับ ผมกลับก่อน ไว้จะโทรหา”“ไม่เป็นไร ไม่ต้องเกรงใจ ไม่ได้พิเศษนักหรอก ที่สำคัญเขากำลังจะกลับแล้ว”เพียงพิณหลุบสายตามองต่ำ ซ่อนความเสียใจที่ถูกเขาขับไล่ไสส่งทันทีที่เธอลืมตาตื่น“ค่ะ จะกลับเดี๋ยวนี้ แล้วจะไม่มาที่นี่อีก”“น่าจะเป็นข่าวดีที่สุดในรอบหลายปีเลยนะ”ถ้าการที่เห็นเธอเสียใจเป็นความสุขและความสนุกที่สุดในชีวิตปัณณ์ เพียงพิณก็ไม่อยากจะเห็นหน้าเขาอีกแล้วเธอร้องไห้ม้วนผ้าห่มคลุมร่างกายก่อนวิ่งเ
“กำลังสงสัยอยู่เหรอ”แสงไฟในคฤหาสน์ทองบริสุทธิ์ และเรือนน้อยเรือนใหญ่หลังอื่นที่ตั้งอยู่ในอาณาเขตเดียวกันดับไปหมดแล้ว พัฒนะเพิ่งจะเข้านอนไปได้หนึ่งชั่วโมง ก่อนจะมีสายเรียกเข้าจากเจ้าสัวทองดีให้มาพบท่านในเวลานี้ ย้ำชัดห้ามใช้เสียง และห้ามไม่ให้ใครเห็นเขาตกใจไปก่อนแล้ว กลัวจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับชายชราที่เป็นเจ้าของชีวิต แต่เมื่อมาถึง ชายชราที่ควรจะนอนหายใจรวยรินบนเตียง กลับลุกออกจากเตียงไปนั่งรินชาสบายอารมณ์บนชุดรับแขกมุมห้อง คู่กับคุณย่าธาราที่มีใบหน้าเรียบเฉย ราวกับหญิงชรารู้อยู่แล้วว่าสามีของท่านไม่ได้ป่วยใกล้ตาย“เปล่าครับคุณปู่”“เธอเก็บสีหน้าไม่เก่งเลยนะพัฒน์”“ขอโทษครับคุณย่า”“ขอโทษทำไม ย่าไม่ได้ดุพัฒน์เลยสักนิด”“มาจิบชาด้วยกันสิพัฒน์”ชายชราผายมือให้เด็กหนุ่มที่ท่านรักไม่ต่างจากหลานชายแท้ๆ มานั่งด้วยกัน“ครับ” พัฒนะไม่กล้ามองหน้าท่านดวงตาใต้กรอบแว่นทรงเหลี่ยมคู่นั้นลดลงมองน้ำชาที่ไหลออกจากเหยือกเซรามิกขนาดเล็กลงไปแก้ว ก่อนเจ้าของตระกูลจะเลื่อนแก้วใบนั้นมาตรงหน้า“ดื่มสิ หายกังวลก่อนค่อยมาคุยกัน”“ขอบคุณครับคุณปู่”ลูกกระเดือกกลางลำคอพัฒนะเคลื่อนไหวตามชาอุ่นที่ไหลผ่านลงสู
“มาแล้วค่ะ มีเนื้อส้มด้วยนะคะ ลองชิมดู” เธอยกแก้วเซรามิกสั่งทำพิเศษสกรีนรูปเขาที่หน้าบึ้งคู่กับเธอที่ยิ้มกว้างจนเห็นฟันมาจรดบนริมฝีปากปัณณ์“พอเถอะเพียง!”ความอดทนของปัณณ์น่าจะเลยขีดจำกัดไปแล้ว เขาถึงได้ปัดมือเธอทิ้งจนน้ำส้มหกไปเกือบครึ่งแก้วเพียงพิณเงียบไปไม่นานก็วางแก้ว ไปหาผ้ามาเช็ดขากางเกงให้เขา“พี่ปัณณ์ไม่ระวังเลย น้ำส้มหกหมดแล้ว ขากางเกงก็เปียก เพียงเช็ดให้นะคะ”“กระเป๋าอยู่ไหน ไปหยิบมา พี่จะกดเรียกรถมารับเธอ” เขาเหนื่อย อยากนอนพักผ่อนมากกว่าจะมาเสียเวลาอยู่กับเด็กพูดจาไม่รู้เรื่อง“แต่เราเพิ่งได้เจอกันเองนะคะ ยังไม่ถึงห้านาทีเลยด้วยซ้ำ”เมื่อวานเขาไล่เธอกลับหลังจากที่ได้เจอกันแค่สิบนาที ระยะเวลาที่สั้นลงทำเพียงพิณปวดแปลบกลางอกซ้าย เธอฝืนส่งยิ้มให้เขา จับที่หัวเข่าปัณณ์แหงนใบหน้าขึ้นสบสายตาคู่คม“เพียงคิดถึงพี่ปัณณ์นะคะถึงได้อยู่รอ เพียงอยากอยู่กับพี่ปัณณ์ เพียงขอค้างด้วยได้มั้ย เพียงเอาเสื้อผ้ามาด้วยค่ะ”พูดไม่รู้เรื่อง!“จะหน้าด้านหน้าทนไปถึงไหนเพียง!”ปัณณ์กระชากข้อศอกเล็ก ดึงกายท่อนบนของเพียงพิณขึ้นมาเกยบนตักกว้าง“พี่อยากอยู่คนเดียว ไม่ได้อยากมีเธอในชีวิต!”“...”“ก่อนกดร
“ขอโทษนะพี่” มันเรอ“ขอโทษนะพี่” มันผายลม“โทษทีพี่ พอดีช่วงนี้ท้องไส้ผมไม่ค่อยดี”“ไอ้เชี่ยเอ๊ย กูว่าเน่าทั้งท้องแล้วมั้ง” ไม่นอนมันแล้ว!ปัณณ์กระชากผ้าห่มออกจากน้องชายที่สวมแค่บ๊อกเซอร์ตัวเดียวเข้านอน สะบัดมือไล่กลิ่นไม่พึงประสงค์ เวลาเดียวกันก็เหยียดเท้าถีบบั้นท้ายมันให้กลิ้งลงไปกองบนพื้นใต้เตียง จ้ำเท้าลงจากเตียงไปกวาดเสื้อผ้าชุดเดิมมาสวมลวกๆหนุ่มจอมกวนแอบยิ้มจนพอใจ ก่อนจะขึ้นนั่งขัดสมาธิถามพี่ชายน้ำเสียงเคร่งเครียด“นี่มันจะตีหนึ่งแล้วนะพี่ จะใส่เสื้อผ้าไปไหน”“กลับห้อง”“ไหนว่าไม่อยากกลับไปนอนห้อง”“ดีกว่านอนดมตดมึง”“อยากกลับไปนอนกอดเมียก็บอกมาเถอะ”“มึงอยากโดนเตะเหรอ”“ปากอย่างใจอย่างนี่หว่า ว้ายๆๆ”“หุบปากไปเลยมึง”พี่ชายกระตุกท่อนขานิดเดียวปุณณ์รีบคว้าหมอนมาป้องศีรษะ กลัวจะมีของแข็งลอยมากลางอากาศแซวนิดแซวหน่อยไม่ได้ ไอ้คนใจร้าย!“มีผู้หญิงมาคอยเอาใจ กวาดห้อง เก็บห้อง ทำกับข้าวไว้รอ แถมยังได้อึ๊บฟรี ไม่ต้องลำบากออกไปหากินนอกบ้าน ดีจะตาย ทำเป็นเก๊กว่าไม่ชอบ ระวังเถอะ จะตกม้าตายเข้าสักวัน”“กูกลับล่ะ อ้อ กูแนะนำมึงด้วยความหวังดีนะปุณณ์ เข้าอาบอบนวดให้น้อยลง เปย์ผู้หญิงให้น้อย
‘ปัณณ์เคยบอกปู่ ว่าอยากเป็นหมอมารักษาปู่กับย่าใช่มั้ย’‘ใช่ฮะ ปัณณ์อยากเป็นหมอเหมือนพ่ออธิป’ ‘ปัณณ์ดูตึกตรงหน้าสิ ปู่สร้างโรงพยาบาลไว้ให้ปัณณ์ โตขึ้น ปัณณ์ช่วยปู่ดูแลโรงพยาบาลนะลูก เรียนหมอให้เก่งๆ เรียนหมอหัวใจยิ่งดี จะได้ช่วยดูแลน้องเพลงให้แข็งแรง’‘ฮะคุณปู่ ปัณณ์จะเป็นหมอหัวใจที่เก่งมาช่วยดูแลน้องเพลงแทนคุณปู่ ตึกสูงจังเลยฮะ หนึ่ง สอง สาม..’‘…’‘โอ้โห! สิบสองชั้นเลยเหรอฮะคุณปู่’‘ชอบมั้ย ของขวัญครบรอบสิบสองขวบของปัณณ์’‘ชอบที่สุดเลยฮะ’ท้ายรถของปุณณ์กับพัฒนะเคลื่อนออกไปไกล ปัณณ์กลับไม่หยุดเช็ดน้ำตา บอกน้องๆ ให้ทำใจ แต่ตัวเขาเองกลับทำใจไม่ได้รอยยิ้มอ่อนโยนและมืออบอุ่นคู่นั้นที่มักจะโอบกอดเขาด้วยความรัก เขาจะไม่มีโอกาสได้เห็นและได้รับอีกแล้วเหรอในวันเปิดตัวโรงพยาบาล ‘กรุงเทพฯ ธารา’ เพลงพฤกษาเพิ่งจะอายุห้าขวบ เธออ่อนแอทั้งยังขี้โรค ต้องนอนโรงพยาบาลบ่อยๆ เพราะป่วยโรคหัวใจพิการมาแต่กำเนิดคุณปู่สร้างโรงพยาบาลเพื่อให้หลานสาวเพียงคนเดียวในตระกูลได้รับการรักษาที่ดีที่สุด ดึงพ่ออธิปของปัณณ์กับปุณณ์ที่เป็นศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านหัวใจมาช่วยงาน และให้นั่งในตำแหน่งผู้อำนวยการคุณปู่ทองดีตามใจ
‘เสร็จงานแล้วรีบกลับบ้านนะคะ เพียงจะทำอาหารไว้รอ’ กดส่งข้อความด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม เก็บโทรศัพท์ไว้โดยไม่สนใจว่าเขาจะเข้ามาอ่านหรือเปล่า เพราะสุดท้ายแล้วถึงเขาจะห้าม เธอก็รั้นอยากไปอยู่ใกล้ๆ อยู่ดี ใบขับขี่รถยนต์มาอยู่ในกระเป๋าของเธอนานแล้ว แต่ ‘เพียงพิณ’ ไม่เคยกล้าขับรถยนต์ออกถนนใหญ่ตามลำพังเธอชำนาญทาง มาที่นี่ค่อนข้างบ่อยด้วยรถรับจ้างสาธารณะ แต่เธอไม่ชำนาญการขับรถเอาเสียเลย โชคยังดีที่มาถึงจุดหมายปลายทางโดยปลอดภัย ไม่ได้ขับรถไปขูดขีดกับใคร และเสาต้นใหญ่ในลานจอดรถชั้นใต้ดินคอนโดฯ ก็ไม่มีร่องรอยใหม่ทับรอยเก่าที่กระจกรถยนต์ของเธอเคยหักเพราะมันมาแล้วจอดรถเรียบร้อยแล้ว เพียงพิณเดินข้ามสะพานลอยไปเลือกซื้อวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหารเย็นในห้างสรรพสินค้า เมนูนี้เธอจดมาจากพี่สะใภ้ ฝึกทำที่บ้านจนอร่อยอยากจะทำให้คนรักได้ลองชิม เผื่อว่าเขาจะติดใจรสมือและอนุญาตให้เธอแวะมาหาบ่อยๆ โดยไม่บ่น หรือทำหน้าตาหงุดหงิดใส่ให้หัวใจของเธอห่อเหี่ยวซื้อวัตถุดิบมาครบแล้ว เพียงพิณหิ้วของเต็มสองมือกลับมาที่คอนโดฯ ของปัณณ์ รหัสผ่านเข้าห้องเขา เธอรู้ดี เขาจะเปลี่ยนสักกี่ครั้ง เธอก็เดาสุ่มถูกจนได้ ไม่มีอะไรสำคัญ







