เข้าสู่ระบบ‘เสร็จงานแล้วรีบกลับบ้านนะคะ เพียงจะทำอาหารไว้รอ’
กดส่งข้อความด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม เก็บโทรศัพท์ไว้โดยไม่สนใจว่าเขาจะเข้ามาอ่านหรือเปล่า เพราะสุดท้ายแล้วถึงเขาจะห้าม เธอก็รั้นอยากไปอยู่ใกล้ๆ อยู่ดี
ใบขับขี่รถยนต์มาอยู่ในกระเป๋าของเธอนานแล้ว แต่ ‘เพียงพิณ’ ไม่เคยกล้าขับรถยนต์ออกถนนใหญ่ตามลำพัง
เธอชำนาญทาง มาที่นี่ค่อนข้างบ่อยด้วยรถรับจ้างสาธารณะ แต่เธอไม่ชำนาญการขับรถเอาเสียเลย โชคยังดีที่มาถึงจุดหมายปลายทางโดยปลอดภัย ไม่ได้ขับรถไปขูดขีดกับใคร และเสาต้นใหญ่ในลานจอดรถชั้นใต้ดินคอนโดฯ ก็ไม่มีร่องรอยใหม่ทับรอยเก่าที่กระจกรถยนต์ของเธอเคยหักเพราะมันมาแล้ว
จอดรถเรียบร้อยแล้ว เพียงพิณเดินข้ามสะพานลอยไปเลือกซื้อวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหารเย็นในห้างสรรพสินค้า เมนูนี้เธอจดมาจากพี่สะใภ้ ฝึกทำที่บ้านจนอร่อยอยากจะทำให้คนรักได้ลองชิม เผื่อว่าเขาจะติดใจรสมือและอนุญาตให้เธอแวะมาหาบ่อยๆ โดยไม่บ่น หรือทำหน้าตาหงุดหงิดใส่ให้หัวใจของเธอห่อเหี่ยว
ซื้อวัตถุดิบมาครบแล้ว เพียงพิณหิ้วของเต็มสองมือกลับมาที่คอนโดฯ ของปัณณ์ รหัสผ่านเข้าห้องเขา เธอรู้ดี เขาจะเปลี่ยนสักกี่ครั้ง เธอก็เดาสุ่มถูกจนได้ ไม่มีอะไรสำคัญที่เกี่ยวกับเขาแล้วเธอจะจำไม่ได้ วันเดือนปีเกิด ตัวเลขที่ชอบ ส่วนสูง สัดส่วน เธอรู้ทั้งหมด
ปัณณ์ถึงได้หลุดปากเรียกเธอบ่อยๆ ว่า ‘มนุษย์เมียจอมตื๊อ’
“แปลกใจล่ะสิ ที่เพียงไม่ทำครัวพี่ปัณณ์ไหม้ ถ้าแอบดูแล้วเกิดหิวก็รีบกลับบ้านนะคะ เพียงจะรอกินข้าวเย็นพร้อมพี่ปัณณ์”
ยกจานอาหารสุดพิเศษไปอวดหน้ากล้องวงจรปิด ฉีกยิ้มแฉ่งเผื่อว่าปัณณ์จะลุ้นผ่านแอปว่าเธอจะเผาครัวเขาหรือเปล่า หรือไม่เขาอาจจะดูความเรียบร้อยภายในห้องย้อนหลัง
เพียงพิณไม่ปล่อยให้ครัวรก เธอเรียนรู้การเป็นแม่บ้านมืออาชีพมาจากพี่สะใภ้ ปัดกวาดเช็ดถูเรียบร้อย สะอาดเอี่ยมทั้งในห้องครัว ห้องนั่งเล่น ไปจนถึงห้องนอนของปัณณ์
เธอจัดที่นอน ลูบหมอน ดึงผ้าห่มให้ตึงก่อนออกมาอ่านต้นฉบับในไอแพดบนชุดรับแขกเพื่อฆ่าเวลาระหว่างรอปัณณ์กลับบ้าน
ถึงจะอยู่ด้วยกันมาหกเดือนในรูปแบบที่ลึกซึ้ง แต่เขายังไว้ตัว และไม่ยอมเปิดรับเธอเข้าไปในชีวิต ปัณณ์ไม่ยอมบอกตารางงานกับเธอ เพียงพิณไม่รู้ว่าเขาเข้าเวรกี่โมง ออกเวรกี่โมง ทำงานวันไหน หยุดงานวันไหน และถ้าวันไหนที่เขาติดผ่าตัดด่วน หรือไปสังสรรค์กับเพื่อน เธอไม่มีโอกาสได้รู้
จะได้เจอเขาก็ต่อเมื่อเธอรอไหว
บางคืนเขากลับบ้านสองทุ่มสามทุ่ม แต่บางคืนที่ดื่มเหล้าเขากลับตีหนึ่งตีสองก็เคยรอมาแล้ว วันนี้ก็เป็นอีกคืนอย่างนั้นเหรอที่เขาจะกลับดึก ดวงตาของเธอเลื่อนไปหยุดอยู่บนนาฬิกาแขวนผนังที่แสดงเวลาสี่ทุ่มครึ่ง แต่ยังไม่มีวี่แววว่าปัณณ์จะกลับมา
เธอโทรหาแล้ว เขาไม่รับสาย ข้อความทางไลน์เธอก็ส่งไป แต่ก็เหมือนเดิม เขาไม่อ่าน ไม่ตอบ
เพียงพิณยิ้มไม่ออก ร่างกายเธอหมดแรงดึงหมอนอิงมากอดด้วยท่าทางเหงาหงอย
ความรักนี่มันเข้าใจยากเสียจริง ทั้งที่ปัณณ์แสดงออกชัดเจนมาตลอดว่ารังเกียจ และไม่คิดจะเอาเธอไปทำพันธุ์ ทำไมเธอยังอยู่ตรงนี้ ทำไมไม่ยอมไปจากเขาสักที
เพราะเธอน่ารำคาญและช่างตื๊อแบบนี้ไง ถึงห้องนี้จะเป็นห้องของเขา แต่มันทำให้เขาไม่อยากกลับมาเพื่อจะได้ไม่ต้องเห็นหน้าเธอ
‘พี่ปัณณ์ติดงานเหรอคะ’
‘จะกลับมาตอนไหน’
‘เพียงเตรียมอาหารที่พี่ปัณณ์ชอบไว้’
ปัณณ์มีโอกาสได้อ่านข้อความจากเพียงพิณพริบตาเดียวเท่านั้นเขาปัดทิ้งทันที
‘เจ้าสัวทองดี’ ผู้ปกครองตระกูลทองบริสุทธิ์นอนหายใจรวยรินบนเตียงเล็ก อาการป่วยของท่านไม่ค่อยสู้ดีนักจึงเรียกคนในบ้านมารวมตัวกันเพื่อให้ทุกคนเตรียมใจ ไม่ใช่เวลาที่เขาจะไร้สาระไปกับเธอ มันเป็นเวลาโศกเศร้า
“ปู่ไม่รู้... ว่าปู่จะไปจากทุกคนตอนไหน ปู่ห่วงย่าที่สุด กลัวย่าจะเหงา ปู่ฝากดูแลย่าด้วยนะ บ้านหลังนี้ รวมถึงคนงานทุกคน และธุรกิจทั้งหมดของปู่ คงต้องฝากให้อธิป ปิติ มัลลิกา แล้วก็หลานๆ ทุกคนช่วยกันดูแล...”
หลานๆ ที่อยู่ล้อมรอบเตียงจับมือของท่านไปแนบข้างแก้ม พร่ำขอร้องให้ท่านมีสุขภาพยืนยาว แม้แต่หลานชายคนโตที่เข้มแข็งมากที่สุดในบ้านก็ยังร้องไห้ เจ้าสัวทองดีอยากอยู่กับทุกคนไปนานๆ แต่ใครเล่าจะฝืนสังขารได้ เมื่อถึงวัยที่จะต้องจากโลกนี้ จะวันไหน เวลาไหนท่านก็ไม่อาจคาดเดา
มัลลิกา สะใภ้ประจำตระกูลเข้ามานั่งซ้อนด้านหลังลูกสาวตอบรับความคาดหวังจากท่าน
“ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะคุณพ่อ ลิจะช่วยดูแลงานในบริษัท บ้าน แล้วก็คุณแม่ให้ดี ตอนนี้น้องเพลงเรียนจบปริญญาตรีแล้ว จากจะไปต่อโทเมืองนอกลิอาจจะให้อยู่ช่วยลิดูแลธุรกิจก่อน ทุกอย่างเข้าที่เมื่อไหร่ค่อยให้น้องเพลงบินไปเรียนต่อตามที่ตั้งใจไว้”
“ขอบใจมาก” ละสายตาจากลูกสะใภ้มาหยุดอยู่บนกรอบหน้าหลานสาว
“อยู่เป็นเพื่อนย่าสักปีก่อนนะลูก ถ้าอยากไปเรียนต่อรอให้ย่าหายเหงา น้องเพลงค่อยไป”
“น้องเพลงไม่ไปแล้วค่ะคุณปู่ น้องเพลงจะอยู่กับคุณปู่คุณย่า”
“ไม่ต้องร้องไห้ การเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมดา อธิปกับปัณณ์เป็นหมอ น่าจะเข้าใจ ธาราด้วยนะ เข้มแข็งไว้ เธอต้องเป็นเสาหลักในบ้านแทนฉัน ไม่ต้องร้องไห้เสียใจ ปู่ใช้ชีวิตมาคุ้มแล้ว จะตายวันนี้พรุ่งนี้ปู่ไม่เคยคิดเสียดายชีวิต จะเสียใจก็แต่... ปูนนี้แล้ว ปู่ไม่มีโอกาสได้อุ้มเหลนน้อยเลยสักคน”
ทั้งที่มีหลานๆ ที่เลี้ยงดูมาแต่เล็กด้วยกันถึงสี่คน แต่หลานๆ กลับไม่มีวี่แววว่าจะแต่งงานหรือมีความรัก ท้ายที่สุดชายชราเลื่อนสายตาอิดโรยมาหยุดบนใบหน้าอาบน้ำตาของหลานชายคนโต
“เรื่องนี้... ปู่หวังกับปัณณ์มากที่สุดเลยนะ เพราะถ้าจะให้ปู่คาดหวังกับปุณณ์ ปู่เกรงว่าเหลนน้อย อาจจะจำหน้าพ่อไม่ได้”
“ผมไม่ได้มั่วผู้หญิงขนาดนั้นนะครับคุณปู่ ถ้าคุณปู่ได้ยินอะไรไม่ดีเกี่ยวกับผม สันนิษฐานได้เลย ว่าพี่ปัณณ์ พัฒน์ แล้วก็น้องเพลงใส่ร้าย”
ปุณณ์โวยวาย สะบัดใบหน้าไปทางพี่ชายต่างมารดา ตามด้วยเพลงพฤกษา และพัฒนะ
“พี่ปุณณ์อย่าร้อนตัว น้องเพลงไม่เคยนินทาพี่ให้คุณปู่ฟังเลยสักครั้ง ยกเว้นวันไหนพี่ปุณณ์ติดสาวจนลืมนัด วันนั้นน้องเพลงบ่นยับ”
“ฟังเพลงพูดสิครับคุณปู่ หาว่าผมเห็นแก่ผู้หญิงมากกว่าน้อง” ความทะเล้นของปุณณ์ช่วยให้บรรยากาศดีขึ้นมาก ทุกคนหัวเราะ คนป่วยก็พลอยหัวเราะอารมณ์ดีไปกับหลานๆ
เป็นเวลาดึกมากแล้ว คุณย่าธาราอยากให้คุณปู่พักผ่อนจึงให้ทุกคนแยกย้ายกลับไป
พ่ออธิป พ่อปิติ และแม่มัลลิกาของเพลงพฤกษาแยกกันกลับไปก่อนหน้านั้นแล้ว เหลือแค่คนหนุ่มสาวที่อยู่กินข้าวต้มมื้อดึกและพูดคุยกันเกือบหนึ่งชั่วโมงกว่าจะแยกย้าย
“คุณปู่จะอยู่ได้นานหรือเปล่าคะ พี่ปัณณ์”
เพลงพฤกษาไม่ได้ย้ายออกไปอยู่ข้างนอกกับแม่ เธออาศัยกับคุณปู่คุณย่าเป็นหลักในคฤหาสน์หลังนี้ เพียงแต่ที่ตามออกมาเธอแค่จะมาส่งพี่ๆ ที่รถ สามหนุ่มมารถคนละคัน พวกเขามีที่พักและหน้าที่การงานต่างกัน
พัฒนะอยู่ใกล้เธอมากที่สุด เขาเป็นลูกชายของลุงปิติ มีเรือนเล็กตั้งแยกอยู่ต่างหากห่างออกไปไม่กี่ร้อยเมตร
พี่ปัณณ์กับพี่ปุณณ์มีห้องชุดใกล้ที่ทำงานอยู่ในตัวเมือง พี่ปัณณ์เป็นแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ พี่ปุณณ์เป็นสถาปนิก พี่พัฒน์เป็นทนาย เพลงพฤกษาเติบโตมากับพี่ๆ ทั้งสาม เธอจึงสนิทกับพวกเขามาก
“อาการคุณปู่ไม่ค่อยจะสู้ดี มีสัญญาณเตือนวาระสุดท้ายของชีวิตหลายอย่าง พี่คิดว่า... ท่านอาจจะเหลือเวลาอีกไม่นาน”
แพทย์เพียงคนเดียวในกลุ่มพูดออกมาเอง น้องๆ ทั้งสามคนเบือนหน้าไปคนละทางเพื่อซ่อนรอยน้ำตา ในฐานะที่เป็นพี่ใหญ่ปัณณ์วางมือลงบนบ่าน้องๆ
“เตรียมใจไว้เถอะนะ คุณปู่เหนื่อยมามากแล้ว”
กดกริ่งหน้าประตูนานมากไม่มีเสียงตอบรับ โทรหาก็ไม่รับสาย พัฒนะร้อนใจ ถือวิสาสะกดรหัสผ่านประตูเข้าไปยืนอึ้งกลางห้องโถงรีบหันหลังให้พี่ชาย ที่งัวเงียเคลื่อนใบหน้าออกจากหน้าอกหญิงแปลกหน้า ผ้าห่มเลื่อนหลุดจากแผ่นหลัง เผยรูปร่างขาวแน่นเนื้อที่เปลือยเปล่าไม่ต่างจากคนใต้ร่าง“พัฒน์เหรอ”“โทษทีพี่ ผมมีธุระด่วน”“อืม...”เสียงคนคุยกันรบกวนการนอนของเพียงพิณ เธอได้ยินเสียงกริ่งนานแล้วแต่เพราะอ่อนเพลียมากจึงไม่ยอมลืมตา แต่เมื่อมองเห็นว่ามีคนนอกอยู่ในห้อง เธอที่เปลือยเปล่าก็ร้องกรี๊ด กระชับผ้าห่มมาแนบเรือนร่างผลักปัณณ์ที่นอนทับเธอครึ่งคืนจนตัวเธอเกือบแบน กลิ้งลงไปนั่งเมาขี้ตาบนพรมผืนใหญ่“ขอโทษจริงๆ นะครับ ผมกลับก่อน ไว้จะโทรหา”“ไม่เป็นไร ไม่ต้องเกรงใจ ไม่ได้พิเศษนักหรอก ที่สำคัญเขากำลังจะกลับแล้ว”เพียงพิณหลุบสายตามองต่ำ ซ่อนความเสียใจที่ถูกเขาขับไล่ไสส่งทันทีที่เธอลืมตาตื่น“ค่ะ จะกลับเดี๋ยวนี้ แล้วจะไม่มาที่นี่อีก”“น่าจะเป็นข่าวดีที่สุดในรอบหลายปีเลยนะ”ถ้าการที่เห็นเธอเสียใจเป็นความสุขและความสนุกที่สุดในชีวิตปัณณ์ เพียงพิณก็ไม่อยากจะเห็นหน้าเขาอีกแล้วเธอร้องไห้ม้วนผ้าห่มคลุมร่างกายก่อนวิ่งเ
“กำลังสงสัยอยู่เหรอ”แสงไฟในคฤหาสน์ทองบริสุทธิ์ และเรือนน้อยเรือนใหญ่หลังอื่นที่ตั้งอยู่ในอาณาเขตเดียวกันดับไปหมดแล้ว พัฒนะเพิ่งจะเข้านอนไปได้หนึ่งชั่วโมง ก่อนจะมีสายเรียกเข้าจากเจ้าสัวทองดีให้มาพบท่านในเวลานี้ ย้ำชัดห้ามใช้เสียง และห้ามไม่ให้ใครเห็นเขาตกใจไปก่อนแล้ว กลัวจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับชายชราที่เป็นเจ้าของชีวิต แต่เมื่อมาถึง ชายชราที่ควรจะนอนหายใจรวยรินบนเตียง กลับลุกออกจากเตียงไปนั่งรินชาสบายอารมณ์บนชุดรับแขกมุมห้อง คู่กับคุณย่าธาราที่มีใบหน้าเรียบเฉย ราวกับหญิงชรารู้อยู่แล้วว่าสามีของท่านไม่ได้ป่วยใกล้ตาย“เปล่าครับคุณปู่”“เธอเก็บสีหน้าไม่เก่งเลยนะพัฒน์”“ขอโทษครับคุณย่า”“ขอโทษทำไม ย่าไม่ได้ดุพัฒน์เลยสักนิด”“มาจิบชาด้วยกันสิพัฒน์”ชายชราผายมือให้เด็กหนุ่มที่ท่านรักไม่ต่างจากหลานชายแท้ๆ มานั่งด้วยกัน“ครับ” พัฒนะไม่กล้ามองหน้าท่านดวงตาใต้กรอบแว่นทรงเหลี่ยมคู่นั้นลดลงมองน้ำชาที่ไหลออกจากเหยือกเซรามิกขนาดเล็กลงไปแก้ว ก่อนเจ้าของตระกูลจะเลื่อนแก้วใบนั้นมาตรงหน้า“ดื่มสิ หายกังวลก่อนค่อยมาคุยกัน”“ขอบคุณครับคุณปู่”ลูกกระเดือกกลางลำคอพัฒนะเคลื่อนไหวตามชาอุ่นที่ไหลผ่านลงสู
“มาแล้วค่ะ มีเนื้อส้มด้วยนะคะ ลองชิมดู” เธอยกแก้วเซรามิกสั่งทำพิเศษสกรีนรูปเขาที่หน้าบึ้งคู่กับเธอที่ยิ้มกว้างจนเห็นฟันมาจรดบนริมฝีปากปัณณ์“พอเถอะเพียง!”ความอดทนของปัณณ์น่าจะเลยขีดจำกัดไปแล้ว เขาถึงได้ปัดมือเธอทิ้งจนน้ำส้มหกไปเกือบครึ่งแก้วเพียงพิณเงียบไปไม่นานก็วางแก้ว ไปหาผ้ามาเช็ดขากางเกงให้เขา“พี่ปัณณ์ไม่ระวังเลย น้ำส้มหกหมดแล้ว ขากางเกงก็เปียก เพียงเช็ดให้นะคะ”“กระเป๋าอยู่ไหน ไปหยิบมา พี่จะกดเรียกรถมารับเธอ” เขาเหนื่อย อยากนอนพักผ่อนมากกว่าจะมาเสียเวลาอยู่กับเด็กพูดจาไม่รู้เรื่อง“แต่เราเพิ่งได้เจอกันเองนะคะ ยังไม่ถึงห้านาทีเลยด้วยซ้ำ”เมื่อวานเขาไล่เธอกลับหลังจากที่ได้เจอกันแค่สิบนาที ระยะเวลาที่สั้นลงทำเพียงพิณปวดแปลบกลางอกซ้าย เธอฝืนส่งยิ้มให้เขา จับที่หัวเข่าปัณณ์แหงนใบหน้าขึ้นสบสายตาคู่คม“เพียงคิดถึงพี่ปัณณ์นะคะถึงได้อยู่รอ เพียงอยากอยู่กับพี่ปัณณ์ เพียงขอค้างด้วยได้มั้ย เพียงเอาเสื้อผ้ามาด้วยค่ะ”พูดไม่รู้เรื่อง!“จะหน้าด้านหน้าทนไปถึงไหนเพียง!”ปัณณ์กระชากข้อศอกเล็ก ดึงกายท่อนบนของเพียงพิณขึ้นมาเกยบนตักกว้าง“พี่อยากอยู่คนเดียว ไม่ได้อยากมีเธอในชีวิต!”“...”“ก่อนกดร
“ขอโทษนะพี่” มันเรอ“ขอโทษนะพี่” มันผายลม“โทษทีพี่ พอดีช่วงนี้ท้องไส้ผมไม่ค่อยดี”“ไอ้เชี่ยเอ๊ย กูว่าเน่าทั้งท้องแล้วมั้ง” ไม่นอนมันแล้ว!ปัณณ์กระชากผ้าห่มออกจากน้องชายที่สวมแค่บ๊อกเซอร์ตัวเดียวเข้านอน สะบัดมือไล่กลิ่นไม่พึงประสงค์ เวลาเดียวกันก็เหยียดเท้าถีบบั้นท้ายมันให้กลิ้งลงไปกองบนพื้นใต้เตียง จ้ำเท้าลงจากเตียงไปกวาดเสื้อผ้าชุดเดิมมาสวมลวกๆหนุ่มจอมกวนแอบยิ้มจนพอใจ ก่อนจะขึ้นนั่งขัดสมาธิถามพี่ชายน้ำเสียงเคร่งเครียด“นี่มันจะตีหนึ่งแล้วนะพี่ จะใส่เสื้อผ้าไปไหน”“กลับห้อง”“ไหนว่าไม่อยากกลับไปนอนห้อง”“ดีกว่านอนดมตดมึง”“อยากกลับไปนอนกอดเมียก็บอกมาเถอะ”“มึงอยากโดนเตะเหรอ”“ปากอย่างใจอย่างนี่หว่า ว้ายๆๆ”“หุบปากไปเลยมึง”พี่ชายกระตุกท่อนขานิดเดียวปุณณ์รีบคว้าหมอนมาป้องศีรษะ กลัวจะมีของแข็งลอยมากลางอากาศแซวนิดแซวหน่อยไม่ได้ ไอ้คนใจร้าย!“มีผู้หญิงมาคอยเอาใจ กวาดห้อง เก็บห้อง ทำกับข้าวไว้รอ แถมยังได้อึ๊บฟรี ไม่ต้องลำบากออกไปหากินนอกบ้าน ดีจะตาย ทำเป็นเก๊กว่าไม่ชอบ ระวังเถอะ จะตกม้าตายเข้าสักวัน”“กูกลับล่ะ อ้อ กูแนะนำมึงด้วยความหวังดีนะปุณณ์ เข้าอาบอบนวดให้น้อยลง เปย์ผู้หญิงให้น้อย
‘ปัณณ์เคยบอกปู่ ว่าอยากเป็นหมอมารักษาปู่กับย่าใช่มั้ย’‘ใช่ฮะ ปัณณ์อยากเป็นหมอเหมือนพ่ออธิป’ ‘ปัณณ์ดูตึกตรงหน้าสิ ปู่สร้างโรงพยาบาลไว้ให้ปัณณ์ โตขึ้น ปัณณ์ช่วยปู่ดูแลโรงพยาบาลนะลูก เรียนหมอให้เก่งๆ เรียนหมอหัวใจยิ่งดี จะได้ช่วยดูแลน้องเพลงให้แข็งแรง’‘ฮะคุณปู่ ปัณณ์จะเป็นหมอหัวใจที่เก่งมาช่วยดูแลน้องเพลงแทนคุณปู่ ตึกสูงจังเลยฮะ หนึ่ง สอง สาม..’‘…’‘โอ้โห! สิบสองชั้นเลยเหรอฮะคุณปู่’‘ชอบมั้ย ของขวัญครบรอบสิบสองขวบของปัณณ์’‘ชอบที่สุดเลยฮะ’ท้ายรถของปุณณ์กับพัฒนะเคลื่อนออกไปไกล ปัณณ์กลับไม่หยุดเช็ดน้ำตา บอกน้องๆ ให้ทำใจ แต่ตัวเขาเองกลับทำใจไม่ได้รอยยิ้มอ่อนโยนและมืออบอุ่นคู่นั้นที่มักจะโอบกอดเขาด้วยความรัก เขาจะไม่มีโอกาสได้เห็นและได้รับอีกแล้วเหรอในวันเปิดตัวโรงพยาบาล ‘กรุงเทพฯ ธารา’ เพลงพฤกษาเพิ่งจะอายุห้าขวบ เธออ่อนแอทั้งยังขี้โรค ต้องนอนโรงพยาบาลบ่อยๆ เพราะป่วยโรคหัวใจพิการมาแต่กำเนิดคุณปู่สร้างโรงพยาบาลเพื่อให้หลานสาวเพียงคนเดียวในตระกูลได้รับการรักษาที่ดีที่สุด ดึงพ่ออธิปของปัณณ์กับปุณณ์ที่เป็นศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านหัวใจมาช่วยงาน และให้นั่งในตำแหน่งผู้อำนวยการคุณปู่ทองดีตามใจ
‘เสร็จงานแล้วรีบกลับบ้านนะคะ เพียงจะทำอาหารไว้รอ’ กดส่งข้อความด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม เก็บโทรศัพท์ไว้โดยไม่สนใจว่าเขาจะเข้ามาอ่านหรือเปล่า เพราะสุดท้ายแล้วถึงเขาจะห้าม เธอก็รั้นอยากไปอยู่ใกล้ๆ อยู่ดี ใบขับขี่รถยนต์มาอยู่ในกระเป๋าของเธอนานแล้ว แต่ ‘เพียงพิณ’ ไม่เคยกล้าขับรถยนต์ออกถนนใหญ่ตามลำพังเธอชำนาญทาง มาที่นี่ค่อนข้างบ่อยด้วยรถรับจ้างสาธารณะ แต่เธอไม่ชำนาญการขับรถเอาเสียเลย โชคยังดีที่มาถึงจุดหมายปลายทางโดยปลอดภัย ไม่ได้ขับรถไปขูดขีดกับใคร และเสาต้นใหญ่ในลานจอดรถชั้นใต้ดินคอนโดฯ ก็ไม่มีร่องรอยใหม่ทับรอยเก่าที่กระจกรถยนต์ของเธอเคยหักเพราะมันมาแล้วจอดรถเรียบร้อยแล้ว เพียงพิณเดินข้ามสะพานลอยไปเลือกซื้อวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหารเย็นในห้างสรรพสินค้า เมนูนี้เธอจดมาจากพี่สะใภ้ ฝึกทำที่บ้านจนอร่อยอยากจะทำให้คนรักได้ลองชิม เผื่อว่าเขาจะติดใจรสมือและอนุญาตให้เธอแวะมาหาบ่อยๆ โดยไม่บ่น หรือทำหน้าตาหงุดหงิดใส่ให้หัวใจของเธอห่อเหี่ยวซื้อวัตถุดิบมาครบแล้ว เพียงพิณหิ้วของเต็มสองมือกลับมาที่คอนโดฯ ของปัณณ์ รหัสผ่านเข้าห้องเขา เธอรู้ดี เขาจะเปลี่ยนสักกี่ครั้ง เธอก็เดาสุ่มถูกจนได้ ไม่มีอะไรสำคัญ







