LOGIN‘เสร็จงานแล้วรีบกลับบ้านนะคะ เพียงจะทำอาหารไว้รอ’
กดส่งข้อความด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม เก็บโทรศัพท์ไว้โดยไม่สนใจว่าเขาจะเข้ามาอ่านหรือเปล่า เพราะสุดท้ายแล้วถึงเขาจะห้าม เธอก็รั้นอยากไปอยู่ใกล้ๆ อยู่ดี
ใบขับขี่รถยนต์มาอยู่ในกระเป๋าของเธอนานแล้ว แต่ ‘เพียงพิณ’ ไม่เคยกล้าขับรถยนต์ออกถนนใหญ่ตามลำพัง
เธอชำนาญทาง มาที่นี่ค่อนข้างบ่อยด้วยรถรับจ้างสาธารณะ แต่เธอไม่ชำนาญการขับรถเอาเสียเลย โชคยังดีที่มาถึงจุดหมายปลายทางโดยปลอดภัย ไม่ได้ขับรถไปขูดขีดกับใคร และเสาต้นใหญ่ในลานจอดรถชั้นใต้ดินคอนโดฯ ก็ไม่มีร่องรอยใหม่ทับรอยเก่าที่กระจกรถยนต์ของเธอเคยหักเพราะมันมาแล้ว
จอดรถเรียบร้อยแล้ว เพียงพิณเดินข้ามสะพานลอยไปเลือกซื้อวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหารเย็นในห้างสรรพสินค้า เมนูนี้เธอจดมาจากพี่สะใภ้ ฝึกทำที่บ้านจนอร่อยอยากจะทำให้คนรักได้ลองชิม เผื่อว่าเขาจะติดใจรสมือและอนุญาตให้เธอแวะมาหาบ่อยๆ โดยไม่บ่น หรือทำหน้าตาหงุดหงิดใส่ให้หัวใจของเธอห่อเหี่ยว
ซื้อวัตถุดิบมาครบแล้ว เพียงพิณหิ้วของเต็มสองมือกลับมาที่คอนโดฯ ของปัณณ์ รหัสผ่านเข้าห้องเขา เธอรู้ดี เขาจะเปลี่ยนสักกี่ครั้ง เธอก็เดาสุ่มถูกจนได้ ไม่มีอะไรสำคัญที่เกี่ยวกับเขาแล้วเธอจะจำไม่ได้ วันเดือนปีเกิด ตัวเลขที่ชอบ ส่วนสูง สัดส่วน เธอรู้ทั้งหมด
ปัณณ์ถึงได้หลุดปากเรียกเธอบ่อยๆ ว่า ‘มนุษย์เมียจอมตื๊อ’
“แปลกใจล่ะสิ ที่เพียงไม่ทำครัวพี่ปัณณ์ไหม้ ถ้าแอบดูแล้วเกิดหิวก็รีบกลับบ้านนะคะ เพียงจะรอกินข้าวเย็นพร้อมพี่ปัณณ์”
ยกจานอาหารสุดพิเศษไปอวดหน้ากล้องวงจรปิด ฉีกยิ้มแฉ่งเผื่อว่าปัณณ์จะลุ้นผ่านแอปว่าเธอจะเผาครัวเขาหรือเปล่า หรือไม่เขาอาจจะดูความเรียบร้อยภายในห้องย้อนหลัง
เพียงพิณไม่ปล่อยให้ครัวรก เธอเรียนรู้การเป็นแม่บ้านมืออาชีพมาจากพี่สะใภ้ ปัดกวาดเช็ดถูเรียบร้อย สะอาดเอี่ยมทั้งในห้องครัว ห้องนั่งเล่น ไปจนถึงห้องนอนของปัณณ์
เธอจัดที่นอน ลูบหมอน ดึงผ้าห่มให้ตึงก่อนออกมาอ่านต้นฉบับในไอแพดบนชุดรับแขกเพื่อฆ่าเวลาระหว่างรอปัณณ์กลับบ้าน
ถึงจะอยู่ด้วยกันมาหกเดือนในรูปแบบที่ลึกซึ้ง แต่เขายังไว้ตัว และไม่ยอมเปิดรับเธอเข้าไปในชีวิต ปัณณ์ไม่ยอมบอกตารางงานกับเธอ เพียงพิณไม่รู้ว่าเขาเข้าเวรกี่โมง ออกเวรกี่โมง ทำงานวันไหน หยุดงานวันไหน และถ้าวันไหนที่เขาติดผ่าตัดด่วน หรือไปสังสรรค์กับเพื่อน เธอไม่มีโอกาสได้รู้
จะได้เจอเขาก็ต่อเมื่อเธอรอไหว
บางคืนเขากลับบ้านสองทุ่มสามทุ่ม แต่บางคืนที่ดื่มเหล้าเขากลับตีหนึ่งตีสองก็เคยรอมาแล้ว วันนี้ก็เป็นอีกคืนอย่างนั้นเหรอที่เขาจะกลับดึก ดวงตาของเธอเลื่อนไปหยุดอยู่บนนาฬิกาแขวนผนังที่แสดงเวลาสี่ทุ่มครึ่ง แต่ยังไม่มีวี่แววว่าปัณณ์จะกลับมา
เธอโทรหาแล้ว เขาไม่รับสาย ข้อความทางไลน์เธอก็ส่งไป แต่ก็เหมือนเดิม เขาไม่อ่าน ไม่ตอบ
เพียงพิณยิ้มไม่ออก ร่างกายเธอหมดแรงดึงหมอนอิงมากอดด้วยท่าทางเหงาหงอย
ความรักนี่มันเข้าใจยากเสียจริง ทั้งที่ปัณณ์แสดงออกชัดเจนมาตลอดว่ารังเกียจ และไม่คิดจะเอาเธอไปทำพันธุ์ ทำไมเธอยังอยู่ตรงนี้ ทำไมไม่ยอมไปจากเขาสักที
เพราะเธอน่ารำคาญและช่างตื๊อแบบนี้ไง ถึงห้องนี้จะเป็นห้องของเขา แต่มันทำให้เขาไม่อยากกลับมาเพื่อจะได้ไม่ต้องเห็นหน้าเธอ
‘พี่ปัณณ์ติดงานเหรอคะ’
‘จะกลับมาตอนไหน’
‘เพียงเตรียมอาหารที่พี่ปัณณ์ชอบไว้’
ปัณณ์มีโอกาสได้อ่านข้อความจากเพียงพิณพริบตาเดียวเท่านั้นเขาปัดทิ้งทันที
‘เจ้าสัวทองดี’ ผู้ปกครองตระกูลทองบริสุทธิ์นอนหายใจรวยรินบนเตียงเล็ก อาการป่วยของท่านไม่ค่อยสู้ดีนักจึงเรียกคนในบ้านมารวมตัวกันเพื่อให้ทุกคนเตรียมใจ ไม่ใช่เวลาที่เขาจะไร้สาระไปกับเธอ มันเป็นเวลาโศกเศร้า
“ปู่ไม่รู้... ว่าปู่จะไปจากทุกคนตอนไหน ปู่ห่วงย่าที่สุด กลัวย่าจะเหงา ปู่ฝากดูแลย่าด้วยนะ บ้านหลังนี้ รวมถึงคนงานทุกคน และธุรกิจทั้งหมดของปู่ คงต้องฝากให้อธิป ปิติ มัลลิกา แล้วก็หลานๆ ทุกคนช่วยกันดูแล...”
หลานๆ ที่อยู่ล้อมรอบเตียงจับมือของท่านไปแนบข้างแก้ม พร่ำขอร้องให้ท่านมีสุขภาพยืนยาว แม้แต่หลานชายคนโตที่เข้มแข็งมากที่สุดในบ้านก็ยังร้องไห้ เจ้าสัวทองดีอยากอยู่กับทุกคนไปนานๆ แต่ใครเล่าจะฝืนสังขารได้ เมื่อถึงวัยที่จะต้องจากโลกนี้ จะวันไหน เวลาไหนท่านก็ไม่อาจคาดเดา
มัลลิกา สะใภ้ประจำตระกูลเข้ามานั่งซ้อนด้านหลังลูกสาวตอบรับความคาดหวังจากท่าน
“ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะคุณพ่อ ลิจะช่วยดูแลงานในบริษัท บ้าน แล้วก็คุณแม่ให้ดี ตอนนี้น้องเพลงเรียนจบปริญญาตรีแล้ว จากจะไปต่อโทเมืองนอกลิอาจจะให้อยู่ช่วยลิดูแลธุรกิจก่อน ทุกอย่างเข้าที่เมื่อไหร่ค่อยให้น้องเพลงบินไปเรียนต่อตามที่ตั้งใจไว้”
“ขอบใจมาก” ละสายตาจากลูกสะใภ้มาหยุดอยู่บนกรอบหน้าหลานสาว
“อยู่เป็นเพื่อนย่าสักปีก่อนนะลูก ถ้าอยากไปเรียนต่อรอให้ย่าหายเหงา น้องเพลงค่อยไป”
“น้องเพลงไม่ไปแล้วค่ะคุณปู่ น้องเพลงจะอยู่กับคุณปู่คุณย่า”
“ไม่ต้องร้องไห้ การเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมดา อธิปกับปัณณ์เป็นหมอ น่าจะเข้าใจ ธาราด้วยนะ เข้มแข็งไว้ เธอต้องเป็นเสาหลักในบ้านแทนฉัน ไม่ต้องร้องไห้เสียใจ ปู่ใช้ชีวิตมาคุ้มแล้ว จะตายวันนี้พรุ่งนี้ปู่ไม่เคยคิดเสียดายชีวิต จะเสียใจก็แต่... ปูนนี้แล้ว ปู่ไม่มีโอกาสได้อุ้มเหลนน้อยเลยสักคน”
ทั้งที่มีหลานๆ ที่เลี้ยงดูมาแต่เล็กด้วยกันถึงสี่คน แต่หลานๆ กลับไม่มีวี่แววว่าจะแต่งงานหรือมีความรัก ท้ายที่สุดชายชราเลื่อนสายตาอิดโรยมาหยุดบนใบหน้าอาบน้ำตาของหลานชายคนโต
“เรื่องนี้... ปู่หวังกับปัณณ์มากที่สุดเลยนะ เพราะถ้าจะให้ปู่คาดหวังกับปุณณ์ ปู่เกรงว่าเหลนน้อย อาจจะจำหน้าพ่อไม่ได้”
“ผมไม่ได้มั่วผู้หญิงขนาดนั้นนะครับคุณปู่ ถ้าคุณปู่ได้ยินอะไรไม่ดีเกี่ยวกับผม สันนิษฐานได้เลย ว่าพี่ปัณณ์ พัฒน์ แล้วก็น้องเพลงใส่ร้าย”
ปุณณ์โวยวาย สะบัดใบหน้าไปทางพี่ชายต่างมารดา ตามด้วยเพลงพฤกษา และพัฒนะ
“พี่ปุณณ์อย่าร้อนตัว น้องเพลงไม่เคยนินทาพี่ให้คุณปู่ฟังเลยสักครั้ง ยกเว้นวันไหนพี่ปุณณ์ติดสาวจนลืมนัด วันนั้นน้องเพลงบ่นยับ”
“ฟังเพลงพูดสิครับคุณปู่ หาว่าผมเห็นแก่ผู้หญิงมากกว่าน้อง” ความทะเล้นของปุณณ์ช่วยให้บรรยากาศดีขึ้นมาก ทุกคนหัวเราะ คนป่วยก็พลอยหัวเราะอารมณ์ดีไปกับหลานๆ
เป็นเวลาดึกมากแล้ว คุณย่าธาราอยากให้คุณปู่พักผ่อนจึงให้ทุกคนแยกย้ายกลับไป
พ่ออธิป พ่อปิติ และแม่มัลลิกาของเพลงพฤกษาแยกกันกลับไปก่อนหน้านั้นแล้ว เหลือแค่คนหนุ่มสาวที่อยู่กินข้าวต้มมื้อดึกและพูดคุยกันเกือบหนึ่งชั่วโมงกว่าจะแยกย้าย
“คุณปู่จะอยู่ได้นานหรือเปล่าคะ พี่ปัณณ์”
เพลงพฤกษาไม่ได้ย้ายออกไปอยู่ข้างนอกกับแม่ เธออาศัยกับคุณปู่คุณย่าเป็นหลักในคฤหาสน์หลังนี้ เพียงแต่ที่ตามออกมาเธอแค่จะมาส่งพี่ๆ ที่รถ สามหนุ่มมารถคนละคัน พวกเขามีที่พักและหน้าที่การงานต่างกัน
พัฒนะอยู่ใกล้เธอมากที่สุด เขาเป็นลูกชายของลุงปิติ มีเรือนเล็กตั้งแยกอยู่ต่างหากห่างออกไปไม่กี่ร้อยเมตร
พี่ปัณณ์กับพี่ปุณณ์มีห้องชุดใกล้ที่ทำงานอยู่ในตัวเมือง พี่ปัณณ์เป็นแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ พี่ปุณณ์เป็นสถาปนิก พี่พัฒน์เป็นทนาย เพลงพฤกษาเติบโตมากับพี่ๆ ทั้งสาม เธอจึงสนิทกับพวกเขามาก
“อาการคุณปู่ไม่ค่อยจะสู้ดี มีสัญญาณเตือนวาระสุดท้ายของชีวิตหลายอย่าง พี่คิดว่า... ท่านอาจจะเหลือเวลาอีกไม่นาน”
แพทย์เพียงคนเดียวในกลุ่มพูดออกมาเอง น้องๆ ทั้งสามคนเบือนหน้าไปคนละทางเพื่อซ่อนรอยน้ำตา ในฐานะที่เป็นพี่ใหญ่ปัณณ์วางมือลงบนบ่าน้องๆ
“เตรียมใจไว้เถอะนะ คุณปู่เหนื่อยมามากแล้ว”
อดีตเมื่อนานมาแล้วณ โรงพยาบาลกรุงเทพฯ ธาราเธอเกือบจะ ‘ฆ่า’ หลานให้ตายด้วยมือคู่นี้นัยน์ตาเพียงพิณไหวสั่นและมีหยดน้ำใสทะลักล้นไม่ขาดสาย ขณะก้มลงมองมือคู่ร้ายกาจที่อุ้มหลานสาวไปกักขัง จนเป็นต้นเหตุให้โรคหัวใจของหลานสาวกำเริบ“ฮึก...”เพียงพิณกลัวหลานสาวจะตายเธอสั่นไปทั้งตัว หลบมุมแอบมองอยู่ห่าง ๆ ไม่กล้าเข้าไปใกล้ เพราะสิ่งที่เธอทำลงไปนั้นร้ายแรงเกินกว่าที่ใครจะให้อภัย เธอเฝ้ารอจนกระทั่งอาการป่วยของหลานสาวดีขึ้นและย้ายไปที่ห้องพักฟื้น ก็ยังตามไปแอบมองห่าง ๆ ผ่านกรอบกระจกหน้าประตูหลานสาวได้สติแล้ว แต่อาการยังไม่สู้ดีนัก ต้องนอนอยู่บนเตียงคนป่วยมีอุปกรณ์ช่วยชีวิตโยงเหนือร่าง เธอเห็นพี่ชายกับพี่สะใภ้ของเธอร้องไห้หนักเพราะสงสารลูกสาวเพียงพิณกัดปากจนเจ็บเธอเสียใจ แต่กว่าเธอจะสำนึกผิดได้มันก็สายเกินไปแล้วพลันร่างกายเธอชาและแข็งค้างเป็นหิน เมื่อบังเอิญประสานสายตากับชายคนหนึ่งที่เหลือบมองมาทางนี้ ตั้งสติได้ เพียงพิณรีบหันหลังให้ประตูบานนั้นและรีบเดินหนีปัณณ์ก้าวเท้ายาวตามมาคว้าท่อนแขนเธอ ลากเอาเรือนร่างบอบบางของเพียงพิณเข้ามาในบันไดหนีไฟ ฝ่ามือแกร่งขยุ้มเข้าที่ต้นแขนเล็กออกแรงผลักตัวเธ
Pun: เพียงPun: ไปรับเด็ก ๆ หรือยังPhiang: เรียบร้อยค่ะPhiang: กำลังกลับบ้านเพียงพิณส่งรูปชูสองนิ้วคู่กับเด็ก ๆ ที่ยังสวมยูนิฟอร์มนักเรียนPun: หิวกาแฟจังเธออ่านแล้วยิ้ม เขาชอบอ้อนให้พาลูกแวะไปหาที่ทำงานทุกทีPun: แต่คิดถึงเมียมากกว่าPun: แวะมาหาได้มั้ยPhiang: เอากาแฟกี่แก้วดีคะPun: แก้วเดียวก็พอPun: แต่เสิร์ฟให้ถึงปากนะ : )Phiang: กินให้หมด อย่าเผลอคายล่ะPun: ยกซด : XPhiang: ก่อนหื่น ไปตั้งใจทำงานให้เสร็จก่อนดีไหมคะคุณพ่อPun: 555เพียงพิณเขินจนจะข่วนเบาะ“คุณแม่คุยกับใครคับ”“คุณแม่ยิ้ม”“ยิ้มสวยมากด้วย”“ใช่ ยิ้มสวย น้องพริมจะฟ้องคุณพ่อ”ห้าขวบจริงไหมเนี่ยลูก ๆ ของเธอเพียงพิณเหล่ตามองเด็กฝาแฝดชายหญิงที่หวงแม่เป็นที่หนึ่ง จิ้มหน้าจอโทรศัพท์ที่รูปโพรไฟล์หนึ่งทีเปิดให้เด็กขี้สงสัยดู “คุณแม่คุยกับคนหล่อคนนี้ค่ะ”“ไหน”“ใคร”ลิงน้อยสองตัวแข่งกันยื่นมือป้อม ๆ มารับไปดูด้วยกัน“คุณพ่อนี่นา”“คุณแม่คุยกับคุณพ่อ”“คุณพ่อหล่อเนอะ”“อื้ม หล่อมาก”“พลับก็หล่อ”“พริมก็สวย”จากชมแม่ เปลี่ยนไปชมพ่อ สักพักเด็ก ๆ ก็ชมตัวเองสมแล้วกับที่เกิดมาเป็นลูกเธอ ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น ลูกของเธอนิสัย
ช่วงเวลาปิดเทอมของเด็ก ๆ ใกล้จะผ่านไป มันเร็วจนน่าใจหาย ปัณณ์ยกทั้งครอบครัวไปพักผ่อนที่บ้านเกิดของเพียงพิณ มีครอบครัวของเตชธรรมร่วมเดินทางไปด้วยกัน แทบจะเป็นกิจวัตรประจำปีของพวกเขาก็ว่าได้เพราะนับจากวันนั้นก็ผ่านมาเกือบสี่ปีแล้ว ที่พวกเขาสองครอบครัวมาพักผ่อนด้วยกัน“คุณแม่ขา หนูช่วยยกขนมไปส่งให้พี่คนสวยได้มั้ยคะ”“ได้ค่ะ ถือระวัง ๆ แล้วบอกพี่เขาด้วยนะคะ ว่าขนมได้แล้วค่ะ”คาเฟกลางสวนสตรอว์เบอร์รีของเพียงพิณมียอดขายค่อนข้างดี เปิดมาได้สามปีแล้ว เธอไม่ได้ลงมาบริหารด้วยตัวเองแต่จะบินมาดูความเรียบร้อยเดือนละหนึ่งครั้ง และว่าจ้างพอวาให้เข้ามาเป็นผู้จัดการร้าน เพื่อนของเพียงพิณดูแลร้านได้ดีมาก ค่าจ้างที่เธอให้เพื่อนก็มากกว่าเงินเดือนของผู้จัดการทั่วไปหลายเท่าที่ดินแปลงข้าง ๆ เธอก็กว้านซื้อมาหมดเตรียมขยายแปลงสตรอว์เบอร์รี ป้าเจ้าของที่ดินเมตตาขายให้ถูก ๆ เพราะทุกครั้งที่กลับบ้านเพียงพิณมักจะพาเด็ก ๆ ไปเยี่ยม ป้าเจ็บป่วยเข้าโรงพยาบาลเธอก็จะฝากพอวาไปเยี่ยม และเอาของกินของใช้ไปฝากทุกครั้ง“ขนมได้แล้วค่ะ พี่คนสวยกินให้อร่อยนะคะ” ลูกค้าโต๊ะนั้นเอ็นดูลูกสาวเจ้าของร้านที่มาช่วยแม่ทำงานน้องพริมในวั
บทสรุปนี้สร้างความเจ็บปวดให้ทุกคน แต่มันก็ผ่านไปแล้ว จะไม่มีเหตุการณ์เลวร้ายและคนร้ายที่จะมาทำอันตรายหลาน ๆ และเหลนน้อยทั้งสองคนของท่านอีกต่อไป ช่วงเวลาแบบนี้คุณธาราคิดถึงคุณทองดีจับใจ ถ้าท่านยังอยู่ ท่านคงจะจัดการปัญหาทุกอย่างได้โดยไม่ต้องมีใครเสียเลือดเนื้อเลยสักคน“คุณย่าเป็นยังไงบ้างครับ เพียงเล่าว่าคุณย่าเป็นลมหลายครั้ง ถ้าไม่สบาย พักผ่อนที่บ้านแล้วโทรมาเยี่ยมก็ได้ครับ ไม่ต้องลำบากมาเอง ผมเป็นห่วงคุณย่า กลัวจะเป็นลม หรือออกมาล้มอยู่ข้างนอก”“ย่าอยากมาเยี่ยมปัณณ์ ย่าเป็นห่วงที่สุดในโลก ปัณณ์ดีขึ้นแล้วจริง ๆ ใช่มั้ย ไม่มีอาการแทรกซ้อนแน่นะ”“ครับ เหลือแค่รอให้ร่างกายค่อย ๆ ฟื้นตัว ก็กลับมาเป็นปกติแล้วครับ งานนี้ต้องขอบคุณไอ้เต เพราะหมอหัวใจมือหนึ่งคนก่อนอย่างพ่อผมก็หนีไปอยู่ในคุกซะได้ โรงพยาบาลของเราก็เลยเหลือแค่ไอ้เตที่ผมพอจะฝากชีวิตไว้กับมันได้”“หมอเตเก่งมาก รอข่าวของปัณณ์เผยแพร่ออกไป ย่าเชื่อ ว่าคนไข้จะมาจองคิวรักษากับหมอเตแถวยาวไปถึงหน้าโรงพยาบาล”“ผมจะบอกมันให้นะครับ ว่าคุณย่าชื่นชม”“ย่ามีความสุขมาก ที่มีหลานเก่ง ๆ อยู่รอบตัว มีพัฒน์ มีปุณณ์มาคอยช่วยงานในบริษัท งานในโรงพยาบา
ความตายไม่เจ็บเลย หรือว่าความจริงแล้วมันง่ายกว่าพยายามนอนให้หลับเสียอีกร่างกายเธอเกร็งไปทุกส่วน และหงายหลังล้มตึงลงข้างล้อรถวิญญาณเธอหลุดออกจากร่างเหรอ? เธอถึงเห็นใบหน้าของปัณณ์เข้ามานั่งข้าง ๆ เขาเป็นห่วงเธอมาก เขย่าแขนเธอหลายครั้งเพื่อปลุกให้ตื่น“เพียง เพียง! ฟื้นสิเพียง!”เธอถูกยิงไปแล้วอาจจะที่หัวหรือไม่... ก็ที่หัวใจ“พี่... ปัณณ์”เสียงของเธออ่อนแรงคล้ายคนใกล้ตาย“พี่มาช่วยแล้ว เพียงฟื้นสิ!”“เพียง... จะตายแล้ว”เธอจะไม่ได้อยู่รักกับเขาอีกแล้วปัณณ์ไม่ยอมลดละ เขย่าแขนเธอต่อเนื่องทั้งพยายามจะลากตัวเธอไปอยู่ในที่ปลอดภัยอย่าพยายามเลยทิ้งเธอไว้ที่นี่ อีกไม่นานเธอก็สิ้นใจแล้วหยดน้ำตาไหลผ่านหางตาเพียงพิณลงสู่พื้นลานจอดรถในวัด“เพียง! ฟื้นเร็วเข้า เราต้องรีบหนีกันแล้ว!”“เพียงลุกไม่ไหว เพียง... ถูกยิง”เธอเบะปากร้องไห้ พูดเสียงแผ่วให้ปัณณ์ได้ร่ำลาเธอ บอกรักเธอเถอะก่อนจะไม่มีโอกาสได้คุยกันทั้งที่ยังเป็น ๆปัณณ์เหลียวมองกลับไปด้านหลังหลายครั้ง เขย่าเพียงพิณให้แรงขึ้นต่อมาเขาตะคอกใส่เธอจนแก้วหูเธอแทบแตก“บอกให้ลุกไงเพียง! เธอไม่ได้ถูกยิงโว้ย อย่าคิดไปเอง!”“ไม่ได้ถูกยิง?”พึมพำเสี
บ้านช่องใหญ่โตเงินทองก็กองเต็มบ้าน แต่กลับหาความสุขในชีวิตตัวเองไม่ได้ ราวกับว่าเหลืออยู่ตัวคนเดียวบนโลก ไม่มีลูก ไม่มีหลาน ไม่มีสามี ไม่มีครอบครัว หรือแม้แต่เครือญาติที่เคยสนิทต่างก็ห่างเหินออกไป ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลยหลังจากท่านเจ้าสัวเสียชีวิตเกิดอะไรขึ้น มันเป็นเพราะอะไรคนผิดคือท่านเหรอ...กรรมถึงได้ตามสนอง ให้ไม่เหลือคนข้าง ๆ ในวัยใกล้จะลาโลกไม่มาลองเป็นท่าน ใครเล่าจะมาเข้าใจความรู้สึกเบื้องหน้าของหญิงชราวัยเจ็ดสิบกว่าปี คือเจดีย์ธาตุขนาดใหญ่ที่มีภาพถ่ายขาวดำของเจ้าสัวทองดีที่มีรอยยิ้ม จุดนี้อยู่ห่างจากศาลาวัดออกมาค่อนข้างไกล คุณธาราจองล็อกในวัดไว้และให้เหลือพื้นที่รอบ ๆ เพื่อปลูกดอกไม้ จ้างคนให้เข้ามารดน้ำพรวนดินดูแลเจดีย์ธาตุ มาถึงวันนี้ดอกไม้เหล่านั้นจึงยังเบ่งบานสวยงามอากาศยามเช้าตรู่ค่อนข้างหนาวมือสองข้างของหญิงชราแห้งเหี่ยวจากการโดนลมและน้ำค้างยามเช้าเป็นระยะเวลาต่อเนื่องหลายชั่วโมงรวมแล้วเกือบสามชั่วโมงเลยก็ว่าได้ ที่ท่านตัดสินใจมานั่งพับเพียบอยู่ในมุมมืด มีกระบอกปืนพกสั้นสีดำวางอยู่ข้าง ๆ ตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะปลิดชีพตัวเองตามสามีและหลานสาวไปอยู่ในภพภูมิใหม่อายุปูนนี
คืนนี้เวรพัฒนะมานอนเฝ้าคุณปู่ชุดนอนผ้าซาตินค่อนข้างบางและโป๊เกินกว่าจะสวมใส่ให้ใครเห็น เพลงพฤกษาไม่ได้ใจกล้ามากพอจะใส่ลงไปยั่วยวนชายที่แอบชอบเธอนั่งบีบมือตัวเองหน้ากระจก คอยชำเลืองสายตาไปดูเวลาเป็นระยะ รอเวลาเลยเที่ยงคืนให้แม่บ้านและคนรับใช้กลับไปพักผ่อน ก่อนคุณหน
กดกริ่งหน้าประตูนานมากไม่มีเสียงตอบรับ โทรหาก็ไม่รับสาย พัฒนะร้อนใจ ถือวิสาสะกดรหัสผ่านประตูเข้าไปยืนอึ้งกลางห้องโถงรีบหันหลังให้พี่ชาย ที่งัวเงียเคลื่อนใบหน้าออกจากหน้าอกหญิงแปลกหน้า ผ้าห่มเลื่อนหลุดจากแผ่นหลัง เผยรูปร่างขาวแน่นเนื้อที่เปลือยเปล่าไม่ต่างจากคนใต้ร่าง“พัฒน์เหรอ”“โทษทีพี่ ผมมีธุระด
“กำลังสงสัยอยู่เหรอ”แสงไฟในคฤหาสน์ทองบริสุทธิ์ และเรือนน้อยเรือนใหญ่หลังอื่นที่ตั้งอยู่ในอาณาเขตเดียวกันดับไปหมดแล้ว พัฒนะเพิ่งจะเข้านอนไปได้หนึ่งชั่วโมง ก่อนจะมีสายเรียกเข้าจากเจ้าสัวทองดีให้มาพบท่านในเวลานี้ ย้ำชัดห้ามใช้เสียง และห้ามไม่ให้ใครเห็นเขาตกใจไปก่อนแล้ว กลัวจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับ
“มาแล้วค่ะ มีเนื้อส้มด้วยนะคะ ลองชิมดู” เธอยกแก้วเซรามิกสั่งทำพิเศษสกรีนรูปเขาที่หน้าบึ้งคู่กับเธอที่ยิ้มกว้างจนเห็นฟันมาจรดบนริมฝีปากปัณณ์“พอเถอะเพียง!”ความอดทนของปัณณ์น่าจะเลยขีดจำกัดไปแล้ว เขาถึงได้ปัดมือเธอทิ้งจนน้ำส้มหกไปเกือบครึ่งแก้วเพียงพิณเงียบไปไม่นานก็วางแก้ว ไปหาผ้ามาเช็ดขากางเกงให้เ







