อู๋ซื่อเดินตามเว่ยหมิงกลับไปที่เรือนหลัก ทั้งสองมิได้เอ่ยพูดสิ่งใดต่อกัน จนเว่ยหมิงแยกตัวไปที่ห้องตำรา อู๋ซื่อที่พาตัวแม่นมจินกลับมาก็รีบกลับไปที่ห้องของนาง
“เพ้ย!!! เป็นเช่นนี้ไปได้อย่างไร แล้วนังเด็กบ้านั้นถูกผีเข้าสิงหรืออย่างไร ถึงได้เปลี่ยนไปมากเพียงนี้” อู๋ซื่อยกแจกันขึ้นสูง นางอยากจะปาเสียให้แตกให้หมด แต่ก็ถูกแม่นมจินเข้ามาแย่งไปเก็บเข้าที่ไว้เสียก่อน
“ใจเย็นเจ้าค่ะ คุณหนูรองเพิ่งฟื้นจากพิษไข้ นางคงน้อยใจตามประสาเด็กเท่านั้น บ่าวว่ารอนางให้หายดีเสียก่อน ค่อยหว่านล้อมนางเรื่องเปลี่ยนตัวสาวใช้อีกครั้งก็ยังไม่สาย” แม่นมจินก็แปลกใจไม่น้อย ที่ซีเยว่นางเปลี่ยนไปมาก
ตอนที่นางอยู่รับใช้ซีเยว่ ก็แทบเรียกได้ว่าเป็นเจ้านายอีกคนหนึ่ง นางก็ไม่อยากให้เป็นเช่นนี้เหมือนกัน แต่ตอนนี้ในเมื่อทำอันใดไม่ได้ ก็คงได้แต่รอเวลา เพื่อหาวิธีทำให้ซีเยว่นางเปลี่ยนใจ
“เหอะ ข้าอยากจะรู้ว่ามันจะเก่งสักเพียงใด” นางทิ้งตัวนั่งลงอย่างหัวเสีย ยิ่งนึกถึงใบหน้าของซีเยว่ที่เหมือนกับมารดาของนางไม่มีผิด กำลังออดอ้อนเว่ยหมิงอยู่ อู๋ซื่อก็แทบอยากจะออกไปฆ่านางเสียให้รู้แล้วรู้รอด
“จริงเจ้าค่ะ ฮูหยินสงบใจก่อน ยังมีเรื่องของคุณหนูใหญ่ที่ยังต้องจัดการอีกนะเจ้าคะ”
อู๋ซื่อเมื่อเอ่ยถึงบุตรสาวของนางใบหน้าก็ดูผ่อนคลายขึ้นไม่น้อย นางจึงต้องจัดการเรื่องดูตัวของหลิวชิงกับตระกูลมู่อีก จึงได้ยอมเลิกสนใจเรื่องของซีเยว่ไปเสีย
ทางด้านซีเยว่ เมื่อทุกคนออกจากเรือนของนางไปหมดแล้ว ยามนี้เสี่ยวชุยที่ถูกตามตัวเข้ามารับใช้นาง ก็นั่งคุกเข่าอยู่ข้างเตียงพร้อมทั้งร่ำไห้ด้วยความดีใจออกมา
“หยุดร้องได้แล้ว เช่นนี้ข้าจะหลับลงได้อย่างไร” ซีเยว่ถอนหายใจออกมา
“บ่าว บ่าวดีใจเจ้าค่ะ ฮึก...”
“เรื่องที่ข้าคิดได้แล้วเช่นนั้นรึ ก่อนหน้านี้ข้าต้องขอโทษเจ้าที่ปล่อยให้เจ้าลำบากเสียหลายปี”
“หามิได้เจ้าค่ะ บ่าวยอมลำบากเช่นที่ผ่านมาได้ หากคุณหนูจะหลุดพ้นจากคนของฮูหยินเอก” นางเอ่ยเสียงเบาออกมา ด้วยกลัวว่าจะมีผู้ใดมาได้ยินเข้า
“เอาเถิด นับจากนี้ข้าจะไม่เชื่อในคำของอู๋ซื่อหรือแม่นมจินอีกแล้ว ช่วงนี้เจ้าก็คอยดูว่ามีสาวใช้คนใดที่ควรเรียกใช้ก็แล้วกัน หากมีอยู่ในใจบ้างแล้ว ก็เรียกมาช่วยงานเสียเลย เจ้าจะได้ไม่ต้องเหนื่อยมาก” ด้วยตอนนี้ไม่มีสาวใช้ในเรือนสักคน
จะให้เสี่ยวชุยจัดการเรื่องทั้งหมดก็เห็นจะไม่ไหว ซีเยว่จึงให้นางช่วยดูสาวใช้ที่ไว้ใจได้ ให้ครบตามจำนวนเดิมที่หายไป
“เจ้าค่ะ เช่นนั้นคุณหนูรองนอนพักก่อนนะเจ้าคะ บ่าวจะไปจัดการเรื่องสาวใช้ให้ท่าน”
“เสี่ยวชุย นับจากวันนี้ไป เจ้าคือแม่นมชุย ผู้ที่จะจัดการทุกเรื่องแทนข้า ข้าหวังว่าข้าจะดูคนไม่ผิดอีกครั้ง” นางมองเสี่ยวชุยที่กำลังลุกออกไปอย่างแข็งกร้าว
“บ่าวไม่มีทางหักหลังคุณหนูรองอย่างเด็ดขาด บ่าวเคยรับปากอนุถานไว้ ว่าจะดูแลคุณหนูอย่างดี บ่าวไม่มีทางลืมได้เลยเจ้าค่ะ” ใบหน้าของเสี่ยวชุยหมองลงเมื่อนึกถึงผู้เป็นนายที่ล่วงลับไปแล้ว
“อืม...ท่านแม่คงดีใจ ที่ข้าคิดได้เสียที” ซีเยว่เอ่ยออกมาเบาๆ กว่านางจะคิดได้ ก็ได้ตายไปแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อย้อนกลับมาแก้ไขเรื่องที่ผ่านมาได้ นางจะไม่มีทางปล่อยให้ตัวเองโง่จนตกเป็นเครื่องมือของคนพวกนั้นอีกแล้ว
เสี่ยวชุยที่กลายมาเป็นแม่นมชุยแล้ว ยิ้มกว้างอย่างยินดี ก่อนจะเดินออกไปจัดการเรื่องสาวใช้ให้ซีเยว่
สาวใช้จากเรือนของถานเหยา มารดาของซีเยว่ไม่น้อยที่ถูกส่งไปให้อยู่ตำแหน่งซักล้าง ไหนจะบ่าวทิ้งของเสียเช่นนาง ตอนนี้ก็ถึงเวลาแล้วที่ทุกคนจะกลับมาอยู่ตำแหน่งที่ควรจะเป็น เพื่อดูแลคุณหนูของตนอีกครั้ง
ร่างกายของซีเยว่ ที่เพิ่งจะกลับเข้าร่างเดิม ทั้งยังลงเหลือพิษไข้อยู่ภายในร่างกายของนางอีกมาก เพียงครู่เดียวนางก็หลับสนิทอีกครั้ง
เว่ยหมิงที่อยู่ในห้องตำรา ก็เรียกบ่าวคนสนิทที่ไว้ใจได้ของตนให้ไปสืบเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับซีเยว่ทั้งหมดอย่างละเอียด เขาหวังว่ายังจะแก้ไขเรื่องราวได้ทัน
ด้วยความฝันเมื่อคืนทำให้เขาหวาดกลัวไม่น้อย เขาเห็นซีเยว่นางถูกแม่นมจินวางยาพิษ จนนางสิ้นลมหายใจ
แม้จะบอกว่ามันเป็นเพียงแค่ความฝัน และเรื่องของตระกูลกู้ก็ยังมิได้เกิดขึ้น แต่พอเห็นนางล้มป่วยเกือบจะรักษาชีวิตไว้ไม่รอด ตัวเขาก็เกิดกังวลใจขึ้น
เว่ยหมิงมิได้เห็นซีเยว่นางตายในความฝันเท่านั้น เขายังเห็นถานเหยามาหาเขา พร้อมทั้งร่ำไห้กล่าวโทษที่เขาไม่ดูแลบุตรของนางตามที่ได้รับปากนางไว้
“ท่านพี่ ท่านโหดร้ายเสียเกินเหลือ ท่านปล่อยให้อาเยว่ถูกเลี้ยงดูมาเช่นนี้ได้อย่างไร อู๋ซื่อนางจะมารักบุตรของข้าเช่นบุตรของนางได้อย่างไร ในเมื่อท่านก็รู้ดี ว่านางเกลียดชังข้ามากเพียงใด แล้วนี่ ท่านยังปล่อยให้อาเยว่นางถูกพิษจนตาย” ถานเหยาร่ำไห้เสียแทบจะขาดใจ
“อาเหยา ขะ ข้าผิดไปแล้ว” เว่ยหมิงเอ่ยเสียงสั่น พยายามเดินเข้าไปในร่างของสตรีอันเป็นที่รัก แต่เขาก็ไม่อาจจะจับต้องตัวนางได้
“ในเมื่อตอนนี้ท่านมีโอกาสอีกครั้ง อย่าได้ทิ้งขว้างนางเช่นที่ผ่านมาอีกเล่า มิเช่นนั้น ข้าจะไม่มีวันให้อภัยท่านอย่างเด็ดขาด” ถานเหยาจ้องมองเว่ยหมิงอย่างโกรธเคือง ก่อนที่ร่างของนางจะเลือนหายไป
ตอนนี้เขาไม่อาจจะอ่านรายงานที่นำกลับมาที่จวนได้เลย มัวแต่ครุ่นคิดถึงความฝันของตนอยู่ตลอด
“อาเหยา ข้าจะไม่มีวันทำผิดอีกครั้ง” เว่ยหมิงเอ่ยออกมาอย่างเลื่อนลอย
ตัวเขามีบุตรหญิงชายไม่น้อย ที่เกิดจากอู๋ซื่อมีเพียงเว่ยหลิวชิง บุตรชายของเขาล้วนแต่เกิดจากอนุคนอื่น แม้บุตรของอนุจะถูกเลี้ยงดูมาต่างจากบุตรของภรรยาเอก แต่เขาก็ล้วนรักบุตรทุกคนเท่าเทียมกัน
มีเพียงซีเยว่ที่เขาจะเอ็นดูนางมากกว่าคนอื่นเสียหน่อย ด้วยที่นางสูญเสียมารดาไปตั้งแต่เล็ก เมื่อนางทำผิดเขาล้วนแต่ยอมหลับตาข้าง ไม่ลงโทษนางหนักเช่นที่ควร จนทำให้นางเอาแต่ใจตนเองเพิ่มเข้าไปใหญ่
เรื่องที่อู๋ซื่อบอกว่านางออกไปเที่ยวเล่น ในคราแรกเขาจึงเชื่ออย่างสนิทใจ ไม่ทันได้สืบเรื่องราวให้ดีแต่พอซีเยว่นางเอ่ยพูดเรื่องที่ออกไปซื้อของให้หลิวชิง เขาจึงต้องสืบเรื่องราวดู เพื่อไม่ให้ตนเองโง่เขลาอีกต่อไป
ซีเยว่นางถูกแม่นมชุยปลุกขึ้นมาเพื่อกินมื้อเย็น นางยังต้องดื่มยาที่หมอทิ้งไว้ให้อีกหลายมื้อ ถ้วยยาในมือของแม่นมชุย ที่ส่งกลิ่นไม่น่าดื่มออกมา ทำให้ซีเยว่นางเบือนหน้าหนีอย่างนึกรังเกียจ
“รีบดื่มตอนที่ร้อนเถิดเจ้าค่ะ” แม่นมชุยตักช้อนป้อนยาส่งให้ถึงปากของนาง
“ไม่ต้องเจ้าค่ะ ข้าดื่มเอง” หากกินทีละช้อนกว่าจะหมดนางคงได้อาเจียนออกมาเสียก่อน ซีเยว่กลั้นใจยกดื่มทีเดียวจนหมด ก่อนจะคว้าน้ำที่มือแม่นมชุยมาดื่มตามลงไปอย่างรวดเร็ว
“น้ำตาลก้อนเจ้าค่ะ” แม่นมชุยป้อนน้ำตาลก้อนให้นางอย่างใส่ใจ
“ขอบคุณเจ้าค่ะ” นางยิ้มออกมาเล็กน้อย
เพียงการใส่ใจเล็กน้อยเท่านี้ก็ทำให้ซีเยว่นางอบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูก หากเป็นเมื่อก่อนที่นางล้มป่วยมีแม่นมจินคอยดูแล นางไม่เคยได้กินน้ำตาลก้อนหลังกินยาเลยสักครั้ง
เว่ยหมิงได้แต่ถอนหายใจออกมา ก่อนจะผายมือให้ซีเยว่นางกลับมานั่งเช่นเดิม“ข้ามีเรื่องจะแจ้งให้ทุกคนรู้”เว่ยหมิงเอ่ยเล่าเรื่องราวที่ระหว่างสองตระกูลได้ทำสัญญาร่วมกัน และการมาเยือนของกู้หยางครั้งนี้ ก็เพื่อจะหาบุตรสาวตระกูลเว่ยแต่งเข้าจวนตระกูลกู้ซีเยว่ใบหน้าของนางเรียบเฉยมิได้แสดงท่าทีตกใจอันใด ในเมื่อนางรู้อยู่แล้วในเรื่องเหตุผลที่เขามาเยือนครั้งนี้บุตรสาวของเว่ยหมิงคนอื่น พร้อมออกเรือนต่างก็มองมาทางกู้หยางอย่างคาดหวัง ด้วยคิดว่าเขาจะรับพวกนางสักคนเข้าตระกูล“คุณชายกู้ ท่านประสงค์ต้องการแต่งผู้ใดเข้าจวนรึ” อู๋ซื่อเอ่ยถามออกมา พร้อมทั้งปรายตามองไปที่ซีเยว่วูบหนึ่ง“ข้ามาใคร่ครวญดูแล้ว หากจะให้เหมาะสมก็ควรจะต้องแต่งคุณหนูใหญ่เว่ยขอรับ” เขาอมยิ้มมองมาทางซีเยว่วูบหนึ่ง ก่อนจะหันไปมองนางอู๋ซื่อ“ไม่ได้!!! ตอนแรกท่านมิได้เอ่ยออกมาเช่นนี้ ท่านต้องการแต่งอาเยว่มิใช่รึ” นางอู๋ซื่อลุกขึ้นกรีดร้องออกมาอย่างเสียภาพลักษณ์ของนางหลิวชิงเบิกตากว้างมองเขาด้วยใบหน้าซีดขาว ซีเยว่ขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ หากนางได้ยินไม่ผิดตอนแรกเขาเอ่ยว่าต้องการแต่งกับนางเช่นนั้นรึเว่ยหมิงสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชั
นางจะไม่ยินดีได้อย่างไร ในเมื่อกู้หยางอยู่ถึงเมืองเจียงซานทางตอนใต้ของแคว้น ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองหลวงหลายพันหลี้ (1หลี้=500เมตร) หากซีเยว่นางแต่งออกไปก็ไม่ต้องสนใจว่านางจะเป็นเช่นไร ทั้งยังไม่ต้องมีนางให้อยู่รกหูรกตาอีกด้วย“ไม่ได้ เจ้าเลือกคนอื่นเถิด” อู๋ซื่อหันมามองหน้าสามีของนางอย่างไม่เข้าใจ กู้หยางก็เลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจเช่นกัน“เพราะอันใดขอรับ”“นางเป็นเพียงบุตรอนุ ให้แต่งกับเจ้าที่เป็นบุตรฮูหยินเอกของท่านนายอำเภอเห็นทีจะไม่เหมาะสม” คำกล่าวอ้างของเว่ยหมิงฟังขึ้นไม่น้อย หากมองกันตามฐานะก็เห็นว่าจะจริง“ท่านพี่ ก็ให้อาเยว่นางแต่งเข้าไปเป็นอนุของคุณชายกู้ก็ได้เจ้าค่ะ”เว่ยหมิงมองเตือนนางอู๋ซื่ออย่างดุดัน หากไม่เห็นแก่หน้านางที่เป็นถึงฮูหยินเอก เขาจะเอ่ยไล่นางออกจากห้องโถงกลับเรือนของนางไปเสีย“มิได้ ข้าจะให้นางแต่งกับขุนนางให้ปกครองของข้า แม้จะมีตำแหน่งเล็กๆ แต่นางจะแต่งเข้าไปเป็นฮูหยินเพียงหนึ่งเดียว” เขาไม่ต้องการให้บุตรสาวไปเป็นอนุของผู้ใด“เรื่องนี้ไม่ยากขอรับ เพราะข้าน้อยก็ไม่คิดจะให้นางแต่งเป็นอนุตั้งแต่แรกอยู่แล้ว” กู้หยางมองเว่ยหมิงอย่างจริงจัง“เจ้าเดินทางมาเหนื่อยๆ เรื่อ
บิดาของนางที่เป็นรองกรมกลาโหม อาหารที่อยู่ในมิติของนาง ล้วนแต่สามารถนำไปเป็นเสบียงของกองทัพได้“ขอบใจเจ้ามาก ไว้พ่อต้องการสิ่งใด จะบอกกล่าวเจ้าอย่างแน่นอน” เว่ยหมิงก็เห็นด้วยกับนาง เมื่อเขาเห็นกองข้าวสาร ของแห้งที่มีไม่น้อย ยังอดนึกไม่ได้ว่าหากส่งมอบให้พวกทหารจะดีเพียงใดทหารที่ชายแดนทั้งสี่ทิศ ล้วนแต่มีความเป็นอยู่ที่ลำบาก ผลผลิตที่ปลูกในพื้นที่เสบียงของหลวง ก็มิได้จะอุดมสมบูรณ์เท่าใด หากปีไหนผลผลิตไม่ดี พวกทหารย่อมต้องอดมื้อกินมื้ออย่างเลี่ยงไม่ได้“อาเยว่ เรื่องนี้เจ้าห้ามบอกผู้ใดเด็ดขาด เข้าใจหรือไม่” เขามองใบหน้าของบุตรสาวอย่างเคร่งเครียดหากคนอื่นรู้เรื่องของสิ่งที่นางมีอยู่ ไม่รู้ว่าจะเกิดความวุ่นวายมากเพียงใด“เจ้าค่ะ ลูกก็ไม่คิดจะบอกผู้ใดอยู่แล้ว” แม้แต่บิดาของนาง นางก็ไม่คิดจะบอก หากเขาไม่มาเห็นนางโผล่ออกมาจากมิติ นางก็คงจะเก็บเป็นความลับไว้กับตัว“เอาเถิด เรื่องอื่นไว้คุยกันภายหลัง ตอนนี้ออกไปด้านนอกกันก่อน” เขาเห็นว่าเข้ามาหลายชั่วยามแล้ว คนในจวนจะสงสัยเอาได้แต่เมื่อสองพ่อลูกออกมาด้านนอก จึงได้รู้จากปากของแม่นมชุย ว่าทั้งสองอยู่ภายในห้องด้วยกันเพียงหนึ่งชั่วยามเท่านั้นสอ
ด้วยรู้ว่าหากเขาเค้นถามสาวใช้ต่อ เรื่องที่นางใช้ให้ซีเยว่ออกไปซื้อของให้หลิวชิงจะต้องถูกเปิดโปงอย่างแน่ เขายังเห็นแก่หน้านางที่เป็นฮูหยินเอกอยู่ ที่เขาลงมือในวันนี้ ก็เพื่อเตือนนางไม่ได้รังแกซีเยว่เช่นที่ผ่านมาอีกแล้ว“เรื่องนี้ น้องจะจัดการให้ท่านพี่เองเจ้าค่ะ อย่าได้ทำให้ตนเองเหน็ดเหนื่อยเพิ่มเลย” อู๋ซื่อรู้ได้จากแววตาของเขา ว่าเขากำลังเตือนนางอยู่ ทั้งยังมอบทางลงให้นางอีกด้วย“ดี ข้าจะรอฟังการจัดการของเจ้า”เว่ยหมิงเขยิบเข้าไปใกล้อู๋ซื่อแล้วกระซิบบอกนางด้วยเสียงอันเบา “เงินรายเดือนของซีเยว่ เจ้าก็นำกลับคืนมาจากสาวใช้ของนางให้ครบ ทั้งเรื่องข้าวของตลอดหลายปีที่ผ่านมาที่นางควรได้ก็จัดการให้นางเสีย”อู๋ซื่อสะท้านออกมาด้วยความตกใจ แม้แต่เรื่องนี้เขาก็รู้ แล้วเรื่องที่ผ่านมาที่นางสั่งให้แม่นมสั่งสอนซีเยว่จนเสียนิสัย เขาจะไม่รู้ได้อย่างไร“จะ เจ้าค่ะ” นางก้มหน้าลง เพื่อไม่ให้เขาเห็นใบหน้าที่ซีดขาวของนางแววตาที่เกิดจากความไม่ยินยอมของอู๋ซื่อมองตามแผ่นหลังของสามีที่เดินจากไปอย่างโกรธแค้น นางได้แต่สาบานในใจว่านางจะต้องหาทางเอาคืนเรื่องในวันนี้ที่ทำให้นางเสียหน้าต่อหน้าสาวใช้อย่างแน่นอนเว่ย
“คุณหนูรองเป็นเพียงบุตรอนุ จะมีน้ำตาลก้อนเหลือเฟือได้อย่างไรเจ้าค่ะ ไว้ครั้งหน้าข้าจะขอฮูหยินนางให้ก็แล้วกัน” นางมักจะถูกแม่นมจินเอ่ยเช่นนี้จนนางคิดว่า นางถูกบิดาเพิกเฉยไม่ใส่ใจ ด้วยเพียงแค่ตัวนางเป็นบุตรของอนุ“เป็นหน้าที่ของบ่าวที่ต้องดูแลคุณหนูให้ดี คราวหลังอย่าได้ขอบใจบ่าวอีกนะเจ้าคะ” แม่นมชุยประคองซีเยว่ให้ลงนอน ก่อนจะห่มผ้าให้นางอย่างใส่ใจ“แม่นม ท่านไปพักเถิด” ซีเยว่เอ่ยบอก เมื่อเห็นว่าแม่นมชุยกำลังปูผ้าที่ข้างเตียงของนาง เพื่อนอนเฝ้า“บ่าวจะนอนเฝ้าคุณหนูเจ้าค่ะ เผื่อตกดึกมีไข้สูง บ่าวจะได้รู้ได้ทันที”“อืม...” ซีเยว่พยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะหลับตาลงตอนนี้ภายในเรือนของนางมีบ่าวเข้ามาทำงานอยู่ครบตามเดิมแล้ว แม่นมชุยก็จัดการได้อย่างดี พอได้คนครบก็ไปแจ้งเว่ยหมิงให้รับทราบ โดยไม่ผ่านอู๋ซื่อเลยต่อให้อู๋ซื่อจะไม่พอใจ ก็ไม่อาจจะเอ่ยสิ่งใดได้ ในเมื่อเว่ยหมิงเห็นดีเห็นงามด้วยกับเรื่องนี้“ไม่รู้ว่าท่านพี่เกิดใส่ใจนังเด็กบ้านั้นขึ้นมาได้อย่างไร” นางเอ่ยออกมาอย่างมีโทสะ กับแม่นมจิน“คงเห็นว่าคุณหนูรองนางไม่สบาย คงทำเพื่อเอาใจนาง แต่หากนางหายดีเมื่อใด นายท่านก็คงละเลยเช่นเดิมเจ้าค่ะ” แม่น
อู๋ซื่อเดินตามเว่ยหมิงกลับไปที่เรือนหลัก ทั้งสองมิได้เอ่ยพูดสิ่งใดต่อกัน จนเว่ยหมิงแยกตัวไปที่ห้องตำรา อู๋ซื่อที่พาตัวแม่นมจินกลับมาก็รีบกลับไปที่ห้องของนาง“เพ้ย!!! เป็นเช่นนี้ไปได้อย่างไร แล้วนังเด็กบ้านั้นถูกผีเข้าสิงหรืออย่างไร ถึงได้เปลี่ยนไปมากเพียงนี้” อู๋ซื่อยกแจกันขึ้นสูง นางอยากจะปาเสียให้แตกให้หมด แต่ก็ถูกแม่นมจินเข้ามาแย่งไปเก็บเข้าที่ไว้เสียก่อน“ใจเย็นเจ้าค่ะ คุณหนูรองเพิ่งฟื้นจากพิษไข้ นางคงน้อยใจตามประสาเด็กเท่านั้น บ่าวว่ารอนางให้หายดีเสียก่อน ค่อยหว่านล้อมนางเรื่องเปลี่ยนตัวสาวใช้อีกครั้งก็ยังไม่สาย” แม่นมจินก็แปลกใจไม่น้อย ที่ซีเยว่นางเปลี่ยนไปมากตอนที่นางอยู่รับใช้ซีเยว่ ก็แทบเรียกได้ว่าเป็นเจ้านายอีกคนหนึ่ง นางก็ไม่อยากให้เป็นเช่นนี้เหมือนกัน แต่ตอนนี้ในเมื่อทำอันใดไม่ได้ ก็คงได้แต่รอเวลา เพื่อหาวิธีทำให้ซีเยว่นางเปลี่ยนใจ“เหอะ ข้าอยากจะรู้ว่ามันจะเก่งสักเพียงใด” นางทิ้งตัวนั่งลงอย่างหัวเสีย ยิ่งนึกถึงใบหน้าของซีเยว่ที่เหมือนกับมารดาของนางไม่มีผิด กำลังออดอ้อนเว่ยหมิงอยู่ อู๋ซื่อก็แทบอยากจะออกไปฆ่านางเสียให้รู้แล้วรู้รอด“จริงเจ้าค่ะ ฮูหยินสงบใจก่อน ยังมีเรื่องข