Se connecterชายหนุ่มปลดล็อคให้กับหญิงสาวด้วยอารมณ์ที่หงุดหงิดสุดๆ ชนิดาเองก็ไม่รอช้ารีบลงมาจากรถคันหรูด้วยความรู้สึกเจ็บปวดไปทั้งหัวใจ ร่างบางเดินไปตามท้องถนนแบบคนไม่รู้ทิศทาง ไม่ใช่ว่าเธอไม่รู้ทางกลับคอนโดแต่ว่าเธอยังไม่อยากจะกลับไปอยู่เพียงลำพังก็เท่านั้นเอง
ร่างบางนั่งพักลงที่เก้าอี้สวนสาธารณะแถวๆ นั้น ใบหน้าสวยหวานยังคงมีนํ้าตาไหลลงมาไม่ขาดสาย เหมือนความรู้สึกทั้งหมดมันต้องการจะประท้วงให้เธอชินชากับความเจ็บปวด ชนิดาควานหามือถือในกระเป๋าแล้วชั่งใจอยู่พักหนึ่งจึงตัดสินใจกดเบอร์โทรฯ โทรฯ หารุ่นพี่หนุ่มคนสนิทในคณะเดียวกันกับเธอ
“พี่วัช…” สาวน้อยพึมพำชื่อของพี่หมอคนเก่งของเธอออกมา ในเวลานี้แบบนี้เธอต้องการเพื่อน เธอไม่ต้องการอยู่ต่อสู้กับความเจ็บเพียงลำพัง แม้ว่าใจจริงนั้นเธออยากจะโทรหาวรรณภามากกว่าก็ตาม แต่พอมาคิดอีกทีเธอก็ไม่อยากให้เพื่อนต้องมานั่งคิดมากและโทษว่าเป็นความผิดของตัวเองที่ทำให้เธอรู้สึกแย่
ชนิดาห่วงความรู้สึกของคนรอบข้างมากยิ่งกว่าตัวเอง
“พี่วัชคะ นี่ดาเองนะคะ” ชนิดาพยายามทำนํ้าเสียงให้เป็นปกติมากที่สุด
(ครับน้องดา นี่น้องดาอยู่ที่ไหนครับแล้วมีปัญหาอะไรกับไอ้คินมันหรือเปล่า ทำไมอยู่ดีๆ มันถึงต้องลากน้องดาออกไปแบบนั้นด้วยครับ)
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แต่พี่วัชออกมาหาดาหน่อยได้ไหมคะ ดาไม่อยากอยู่คนเดียว” สาวน้อยพูดในนํ้าเสียงติดอ้อน ไม่นานเธอก็ได้รับคำตอบจากปลายสาย
(โอเคครับ บอกที่ที่น้องดาอยู่มาครับเดี๋ยวพี่จะรีบไปหาทันทีเลย) ชนิดาบอกกับรุ่นพี่หนุ่มว่าตอนนี้เธออยู่ที่ไหน เมื่อเรียบร้อยทุกอย่างแล้วเธอจึงกดวางสายไปและรอให้วัชชระมาหาเธอตามสถานที่ที่เธอได้บอกเขา โดยที่ไม่รู้เลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งกำลังแอบมองเธอผ่านกระจกรถติดฟิล์มชั้นดีอยู่ไม่คลาดสายตา
ภาคินคนอวดเก่งและหยิ่งในศักด์ศรี ตอนนี้กำลังนั่งแอบมองสาวน้อยตรงหน้าด้วยหัวใจที่พะว้าพะวง หลังจากที่สาวเจ้าเธอลงจากรถได้ก็วิ่งแบบไม่คิดชีวิตนั้น ชายหนุ่มก็อดห่วงไม่ได้เลยต้องขับรถตามมาอยู่ห่างๆ แบบไม่ให้เธอรู้ตัว เพราะฉะนั้นเขาจึงเห็นทุกอย่างที่เธอร้องไห้และหยิบมือถือขึ้นมากดโทร.
โทร. หาใครกันนะ… ชนิดา?
และแล้วชายหนุ่มก็ได้คำตอบว่าสาวน้อยขี้แยนั้นโทร.หาใคร เมื่อภาพตรงหน้ากำลังมีอิทธิพลมากพอที่ทำให้ร่างกายของเขาแทบลุกเป็นไฟ ชนิดาโผเข้ากอดวัชชระเพื่อนรักของเขาราวกับเด็กเสียขวัญก็ไม่ปาน ท่าทีเสียอกเสียใจของหญิงสาวยิ่งทำให้ชายหนุ่มมั่นใจว่าเธอรังเกียจรังงอนในสัมผัสของเขา!
“หึ… หรือฉันจะมองเธอดีเกินไป ชนิดา”
ภาคินเค่นเสียงในลำคอแบบเย้ยหยันตัวเองและร่างบางที่ตอนนี้กำลังนั่งร้องไห้ แล้วให้เพื่อนรักตัวดีของเขาใช้นิ้วโป้งปาดนํ้าตาบนใบหน้าหวานใส ยิ่งเห็นว่าวัชชระได้กอดได้สัมผัสร่างกายของชนิดา เขาก็กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นมาอย่างน่ากลัว
“จะใกล้ชิดกันเกินไปแล้วนะ คิดจะอ่อยไอ้วัชหรือไงยัยแม่มด!” อารมณ์ตอนนี้ของเขามันคือคนพาลชัดๆ ชายหนุ่มตัดสินใจสตาร์ทรถทยานออกสู่ท้องถนน ยอมรับว่าเขาไม่อาจทนมองภาพบาดตาบาดใจแบบนั้นได้อีกต่อไป เขาไม่รู้ว่าตัวเองรู้สึกยังไงกับชนิดา แต่ที่รู้แน่ๆ ก็คือเขาไม่ชอบให้เธอทำตัวเหินห่างกับเขา เย็นชาต่อเขา และเขาก็ไม่ชอบให้ใครมาใกล้ชิดกับสาวน้อยหน้าหวาน โดยเฉพาะบรรดาพวกผู้ชาย
เรื่องราวของชนิดารบกวนหัวสมองของเขามาตลอดทางที่ขับรถกลับบ้าน ภาคินเดินกระแทกเท้าหนักๆ ขึ้นห้องนอนแล้วปิดประตูห้องเสียงดังลั่นจนบรรดาคนใช้ถึงกับต้องสะดุ้งไปตามๆ กัน ทุกคนในบ้านนี้รู้ดีว่าคุณชายของพวกเธอเวลาอารมณ์ดีก็ดีใจหาย แต่ถ้าวันไหนอารมณ์ร้ายขึ้นมาแล้วล่ะก็ ต่อให้หน้าอินทร์หน้าพรมมาจากไหนเขาก็ไม่สนใจ
“คุณชายเป็นอะไร?” ป้านวลคนเก่าคนแก่ของตระกูลถามกับสาวใช้คนหนึ่งที่กำลังล้างจานอยู่ คำตอบที่ได้รับก็คือการส่ายหน้าตอบกลับมาแบบเร็วๆ ของสาวใช้ หญิงวัยกลางคนจึงตัดสินใจเดินขึ้นบันไดไปเคาะที่ประตูห้องคุณชายของบ้าน
“คุณชายคะ ทานข้าวมาหรือยังคะ จะให้ป้านำอาหารขึ้นมาให้บนห้องหรือเปล่า” ป้านวลพูดถามด้วยนํ้าเสียงอ่อนโยน ในยามที่คุณชายอารมณ์ไม่ดีแบบนี้เห็นทีทั้งบ้านจะมีก็แต่หญิงชราคนเดียวที่จะสามารถกล้าเข้าหาคุณชายได้ เธอเลี้ยงคุณชายมาตั้งแต่แบเบาะ เธอจึงเป็นที่รักและที่เคารพของชายหนุ่มดี
“ไม่ต้องครับ ผมไม่หิว” นํ้าเสียงติดห้วนด้วยว่าตามอารมณ์นั้น ทำให้ป้านวลรู้ดีเลยว่าเขากำลังหงุดหงิดมากแค่ไหน และถ้าจะให้เธอเดาก็คงหนีไม่พ้นในเรื่องของความรัก
“ขอป้าเข้าไปหน่อยได้ไหมคะคุณชาย”
ชายหนุ่มที่ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงหนานุ่มพ่นลมหายใจออกมาก่อนจะลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูให้กับป้านวล หรือคนที่เขาเคารพมากจนเปรียบเสมือนเป็นแม่คนที่สอง รอยยิ้มอบอุ่นของหญิงชราทำให้เขาอารมณ์เย็นลงมากกว่าเดิมหลายเท่า
“ไม่สบายหรือเปลาคะ”
แกล้งถามไปอย่างนั้น โดยรู้อยู่เต็มอกว่าคุณชายสุดที่รักของเธอเป็นอะไร ชายหนุ่มส่ายหน้าแทนคำตอบ ก่อนจะนั่งลงบนเตียงกว้างแล้วหญิงชราก็ตามมานั่งด้วยติดๆ
“อกหักหรือคะ” คำถามนี้ของป้านวลทำเอาคุณชายถึงกับหันขวับมามองคนตั้งคำถามอย่างรวดเร็ว สายตาของเขาฉายชัดถึงความไม่พอใจ หงุดหงิด และร้อนรนจนทำให้หญิงชรามีความมั่นใจมากกว่าเดิม ว่าตนนั้นเข้าใจและคิดอะไรไม่มีผิด
“นินทาน้องดาให้ลูกฟังตลอดเลยใช่ไหมคะ”“ไม่มี้!” ภาคินรีบพูด เอ่ยเสียงสูงสีหน้าวิตกกังวล“โธ่เมียจ๋า ใครจะกล้านินทาน้องดากันล่ะจ๊ะ เมียพี่ทั้งสวยทั้งน่ารักขนาดนี้ใครจะกล้าว่ากัน”“ไม่กล้าก็ดีแล้วค่ะ รู้ใช่ไหมว่าเวลาที่น้องดาโกรธจะเกิดอะไรขึ้น” ภรรยาชี้หน้าสามี ภาคินกลืนนํ้าลายเหนียวหนืดลงคอ“ครับๆ” ภาคินพยักหน้า ร่างสูงดูดีขยับเข้าไปนั่งใกล้ร่างภรรยา มือหนาลูบท้องโตอย่างอ่อนโยน“ลูกจ๋า… พ่อไม่ทำให้แม่ดาโกรธหรอกเนอะ พ่อกลัวว่าหนูเกิดมาแล้วคิ้วจะผูกกันเป็นโบว์ แย่เลยทีนี้” คนตัวโตแกล้งเย้า ได้ผล ชนิดาตีเข้าที่แขนเขาแรงๆ“พี่คิน” ชนิดาลากเสียงฟอด“อีกแล้วนะคะ ทุกทีเลย”เสียงหวานเหวใส่ มือบางจับแก้มนวล“ก็เมียท้องนี่น่า จะจัดบทรักแบบหนักหน่วงก็ไม่ได้ เลยต้องแทะเล็มกันแบบนี้นี่แหละ แก้อยากไปวันๆ” คนพูดพูดราวกับว่ามันเป็นเรื่องปกติทั่วไป หากคนฟังนั้นหน้าแดงจนลามไปถึงใบหู“พี่คินหื่นตลอดเวลา คอยดูนะ คลอดลูกคนนี้แล้วน้องดาจะทำหมัน!” หญิงสาวเชิดหน้าใส่“STOP!” ภาคินเอ่ยเสียงดัง แสร้งทำตาดุใส่เธอ “ห้ามเด็ดขาดเลยนะน้องดา พี่คินไม่ยอมจริงๆ ด้วย”“ไม่ยอมก็ต้องยอมค่ะ หรือว่าพี่คินจะมาอุ้มท้องแทนน้อ
สิ้นคำพูดของภรรยาชายหนุ่มก็ไม่รอช้าประกบริมฝีปากเข้าหาอย่างรวดเร็ว จูบเร่าร้อนที่ปนไปด้วยความอ่อนหวานละมุนทำให้ชนิดาต้องหลับตาแน่นสองมือกำเสื้อยืดของร่างสูงเอาไว้เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยว ภาคินถอนจูบออกจากริมฝีปากอวบอิ่ม แม้ว่าจะเสียดายไม่น้อยหากเขาก็ต้องหักใจเพราะว่าเรือนกายนี้ยังมีอะไรอีกมากมายที่รอให้เขาค้นหามือหนาจัดการถอดชุดนอนออกจากร่างบาง ไม่หยุดอยู่แค่นั้นภาคินยังทำการปลดสายชุดชั้นในให้ออกด้วยมือข้างเดียวอีกต่างหาก จากนั้นก็เหลือเพียงปราการชิ้นสุดท้ายที่คงอยู่เพื่อปกปิดความสวยงามของชนิดา ไม่รอช้าเสือร้ายอย่างเขาก็รีบทำการปลดปล่อยมันในทันที เรือนร่างขาวนวลผ่องปรากฏแก่สายตาเหยี่ยว“สวยมาก… น้องดาของพี่” ภาคินครางเสียงเบาหวิว แม้ว่าจะเคยเห็นมาก่อนหน้าแล้ว แต่ทว่า… หัวใจก็ยังคงเต้นแรงราวกับว่าเพิ่งเห็นมันเป็นครั้งแรก ชนิดาสวยมากจริงๆชนิดาเหนียมอายในคำชมของสามี ภาคินไล้ริมฝีปากประทับจูบหญิงสาวไปทั่วตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า สร้างความรู้สึกร้อนลุ่มให้กับคนใต้ร่าง จากนั้นใบหน้าหล่อคมคายก็ค่อยๆ ลากไล้ปลายลิ้นขึ้นมายังดอกไม้งามที่ถูกปกคลุมด้วยกลุ่มเส้นแพรไหม เรียวขางามถูกจับแยกออกจากกันอย
เวลานี้ทุกคนได้ออกไปจากห้องกันหมดแล้วเหลือก็แต่ชนิดากับชายหนุ่ม พออยู่กันตามลำพังหัวใจของหญิงสาวก็เต้นรัวและแรงจนไม่สามารถที่จะควบคุมตัวเองได้ ชนิดาเดินไปหยุดยืนอยู่ที่หน้ากระจก ร่างบางจัดการถอดเครื่องประดับต่างๆ นานาออกจากตัว ภาคินยิ้มก่อนจะเดินเข้ามาสวมกอดภรรยาจากทางด้านหลัง จมูกโด่งหอมที่ซอกคอขาวเนียนทำให้ร่างบางถึงกับสั่นสะท้าน“น้องดาสวยมากเลยรู้ไหม สวยจนพี่คินจะอดใจไม่ไหวอยู่แล้ว“ ไม่พูดเปล่าริมฝีปากประทับจูบไปทั่วบริเวณต้นคอและหัวไหล่มน ชนิดาเอี้ยวตัวหันมาเผชิญหน้ากับชายหนุ่ม“อย่าค่ะพี่คิน” ฝ่ามือน้อยยันหน้าอกของเขาเอาไว้“ทำไมครับ เราแต่งงานกันแล้วนะ”ภาคินว่าก่อนจะไล่จูบไปทั่วต้นคอขาวเนียนอีกครั้ง ชนิดาต้องเพิ่มแรงดันอกแกร่งให้ร่างสูงพ้นตัว หญิงสาวยิ้มแหยๆ“น้องดาตัวเหม็นค่ะ อยากอาบนํ้า”“ดีเลย งั้นอาบด้วยกันนะ” ภาคินยิ้มดวงตาเป็นประกายให้ตายเถอะ! ทำไมเจ้าบ่าวของเธอถึงได้เจ้าเล่ห์แบบนี้นะ“ไม่เอาค่ะ น้องดาอยากอาบคนเดียวมากกว่า น้องดาอาบนํ้านานน่ะค่ะ พี่คินอาบทีหลังน้องดานะคะ” ชนิดาทำแก้มป่องใส่คนตรงหน้า ภาคินหยิกจมูกเจ้าสาวคนสวยอย่างหมันเขี้ยว“คร้าบ คุณภรรยา” ร่างสูงก้มหน้
“คุณเป็นคนหยิบได้ แต่ฉันเป็นคนเห็นก่อน เพราะฉะนั้นดอกไม้ช่อนี้เป็นของฉัน!” ไม่ว่าเปล่ามือบางก็แย่งเอาดอกไม้ในมือหนามาถือไว้อย่างชื่นชม วัชระเริ่มจะมีนํ้าโหขึ้นมาบ้างเสียแล้ว“ไม่มีมารยาท ผมเป็นคนหยิบก่อนดอกไม้ต้องเป็นของผม”“คุณต่างหากที่ไม่มีมารยาท เป็นผู้ชายซะเปล่าไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษเลย แค่ดอกไม้ช่อเดียวก็เสียสละให้ผู้หญิงเขาไม่ได้”ว่าแล้วก็เบ้ริมฝีปากใส่ ยิ่งไปกระตุ้นอารมณ์โกรธของฝ่ายตรงข้าม“ผมเป็นสุภาพบุรุษกับเฉพาะสุภาพสตรีเท่านั้น แต่กับคุณมันไม่ใช่”“ไม่ใช่ยังไง ฉันเองก็เป็นผู้หญิงเหมือนกัน”“คงจะเป็นผู้หญิงที่โสดมานาน อยากจะแต่งงานสินะ โอเค้! ผมให้ดอกไม้กับคุณก็ได้ เพราะว่าเห็นใจที่คุณอยากจะแต่งงานจนตัวสั่น เลยต้องมาแย่งดอกไม้เจ้าสาวกับคนอื่น” คำพูดของชายหนุ่มทำให้สาวน้อยมองดอกไม้ในมือไปมาอย่างงงๆ“เกี่ยวอะไรกับฉันอยากแต่งงานไม่ทราบ”“ก็ที่อยากได้ดอกไม้ก็เพราะว่าอยากแต่งงานไม่ใช่เหรอ ถ้าไม่ใช่ผู้หญิงที่อยากจะแต่งงานมีครอบครัวแล้วจะอยากได้ดอกไม้ของเจ้าสาวไปทำไมกัน”ดวงตากลมโตเบิกกว้างก่อนจะโยนช่อดอกไม้ใส่หน้าอกของชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว มือหนาเกือบจะรับเอาไว้ไม่ทัน วัชระฉุนจั
งานแต่งงานของภาคินและชนิดาถูกจัดขึ้นที่ริมทะเลท่ามกลางเสียงคลื่นกระทบหาดทราย บรรดาแขกเหรื่อที่มางานต่างเอ่ยปากชมว่าเขาทั้งสองช่างเป็นคู่ที่เหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก บิดามารดาของทั้งสองฝ่ายก็เลยพากันยิ้มแย้มซะจนหน้าบานเมื่อได้รับคำชมต่างๆ นานา ชนิดาแต่งกายด้วยชุดเจ้าสาวสีขาวสะอาดตา ใบหน้าหวานถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางชั้นดี ประดับเครื่องเพชรเครื่องพลอยที่ส่งแสงแวววาวให้คนอื่นได้ตาร้อนผ่าวกันเป็นแถว ร่างบางระหงสวยสง่าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า วรรณภามองเพื่อนด้วยความชื่นชม“โห ดา แกสวยมาก!” คนพูดลากเสียงยาว ทำเอาเจ้าสาวแอบเขิน“ชมเกินไป ถ้าจะสวยก็เป็นเพราะฝีมือการแต่งหน้าของแกนั่นแหละ”“แกก็ถ่อมตัวเกิ้น แกน่ะสวยอยู่แล้ว แต่งนิดเติมหน่อยเกินจะเพอร์เฟ็ค” วรรณภาพูดออกมาจากใจจริง ก๊อกๆ“เข้ามาได้ค่ะ” ชนิดาเอ่ยเสียงหวาน ไม่นานประตูก็ถูกเปิดพร้อมกับร่างบางของเด็กสาวคนหนึ่งที่สวมชุดเกาะอกสีฟ้าอ่อนเดินเข้ามาหาวรรณภาเพื่อนของเธอ“หนูจัดเตรียมขนมเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะคุณภา” สาวน้อยบอกเสียงใส“ดีมากจ้ะ” วรรณภายิ้ม“งั้นหนูขอตัวก่อนนะคะ จะลงไปดูความเรียบร้อยเสียหน่อย” สาวน้อยหน้าใสพูดด้วยรอยยิ้มเ
“สรุปว่าทุกคน รวมหัวกันหลอกดายังงั้นหรือคะ”“พวกเราทำเพราะหวังดีกับแกนะยัยดา” วรรณภาพูดกับเพื่อน วีระพงษ์เองก็พยักหน้าร่วมด้วย“แกกับพงษ์ก็เหมือนกัน เป็นเพื่อนฉันหรือเปล่าทำไมถึงหลอกฉันได้ลงคอ” ชนิดาพาลไปหาเพื่อนรักทั้งสอง“ยังมีอีกคนหนึ่งนะ” วรรณภาไม่พูดต่อ อมยิ้มกรายๆ“คุณป้าเหรอ?” ชนิดาพูดแบบไม่ค่อยอยากจะเชื่อนัก แต่พอได้รับการยืนยันจากคุณพิเชษและคุณบังอร ร่างบางก็ดิ้นเร่าด้วยความโมโห “ทำไมทุกคนใจร้ายกันแบบนี้ หลอกดากันหมดเลย”“เอ้า ก็ถ้าไม่หลอก แกจะยอมรับความจริงหรือยัยดา”วรรณภาพูดเสียงขึ้นจมูก“ความจริงอะไร”“ก็ความจริงที่ว่าแกรักพี่คินไง” คำพูดของเพื่อนทำเอาสาวเจ้าหน้าแดงเป็นลูกมะเขือเทศ เรียกเสียงหัวเราะได้ดีจากทุกคนที่อยู่ในที่นี้ โดยเฉพาะภาคิน“ใช่ครับ น้องดาบอกว่ารักพี่ และจะรักแค่คนเดียวด้วยนะ”ชายหนุ่มอมยิ้ม ชนิดาหันใบหน้ามาทำตาเขียวใส่“รักอะไรกัน ฉันไม่ได้พูดแบบนั้นสักหน่อย คุณมันขี้ตู่”หญิงสาวไม่ยอมรับ ภาคินมองหน้าทุกคนก่อนจะหยิบเอาไอโฟนรุ่นล่าสุดออกมาจากกระเป๋าเสื้อคนไข้ มือหนาจัดการสัมผัสที่หน้าจอ เสียงพูดและเสียงร้องไห้ของชนิดาดังชัดเจนในทันที







