Masuk
นิยายเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่สมมติขึ้น
ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องจริงแต่อย่างใด ชื่อบุคคล
และสถานที่ที่ปรากฏในเนื้อเรื่อง ไม่มีเจตนา
อ้างอิงหรือก่อให้เกิดความเสียหายใดๆ
“น้อยหน่า... จากนี้ต่อไปหนูต้องดูแลตัวเองนะลูก หนูต้องเป็นเด็กดี อย่าดื้อให้ลุงโรมเพื่อนพ่อต้องหนักใจ จากนี้ไปลุงโรมจะเป็นคนดูแลหนูแทนพ่อ”
ยุทธนาบอกลูกสาวด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง สั่นเครือ แต่ก็ไม่ยอมร้องไห้ แค่ขยับปากพูดก็เหนื่อย ในวันที่รู้ตัวแล้วว่าวาระสุดท้ายของตนกำลังใกล้เข้ามาทุกที หลังจากทรมานกับการรักษาตัวเพราะป่วยเป็นมะเร็งในสมองขั้นสุดท้าย ก้อนเนื้อร้ายอยู่ในตำแหน่งที่ยากยิ่งต่อการผ่าตัด
“คุณพ่อจะต้องไม่เป็นอะไรนะ... ฮือๆ”
น้อยหน่าน้ำตาซึม ก่อนที่หยาดน้ำตากลมเกลี้ยงจะกลิ้งลงมาอาบนวลแก้ม
แม้ว่าหล่อนจะถูกเลี้ยงดูให้เป็นคนเข้มแข็ง แต่วันนี้น้อยหน่าก็อดร้องไห้ไม่ได้จริงๆ สิ้นบิดาสักคนหล่อนก็คงไม่เหลือใครแล้ว ความรู้สึกเหมือนเรือที่ล่องลอยเคว้งคว้างในท่ามกลางหมาสมุทรเพียงลำพัง เพราะว่ามารดาก็เสียไปตั้งแต่ตอนที่หล่อนมีอายุได้เพียงขวบเศษๆ
“หนูต้องเข้มแข็ง... ต่อให้ไม่มีพ่อ... หนูก็ต้องดำเนินชีวิตต่อไปให้ได้... ไม่ต้องห่วง ไม่ต้องกังวล ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น... ลุงโรมจะเป็นคนดูแลหนูเอง”
ด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ทั้งที่เจ็บปวดเหลือเกิน หากชายผู้เป็นบิดาก็พยายามซ่อนสีหน้าเจ็บปวดจากสายตาของลูกสาว ยุทธนาอยากให้น้อยหน่าจดจำแต่ภาพสุดท้ายที่เป็นความสุข
ยุทธนาช่างเป็นบิดาที่น่าสรรเสริฐยิ่งนักในเรื่องของความอดทน อาจเป็นเพราะสายเลือดชายชาติทหารที่มีอยู่เต็มเปี่ยม ทำให้เขาเข้มแข็งอย่างที่เห็น
วันนี้น้ำตาของยุทธนาไม่มีไหลออกมาให้ลูกสาวเห็นสักหยด แม้ว่าโรคมะเร็งจะพรากชีวิตเขาไปในวันรุ่งขึ้นก็ตาม
สัปดาห์ต่อมา
ที่บ้านหลังน้อยท้ายซอย น้อยหน่านั่งรอคอยคนที่จะมารับหล่อนไปอยู่ต่างจังหวัดอย่างใจจดใจจ่อ
หญิงสาวยอมรับว่ารู้สึกกังวลใจไม่น้อยที่จะเจอหน้าชายซึ่งบิดาสั่งให้เรียกว่า ‘ลุงโรม’ เพราะหล่อนเคยได้ยินแต่ชื่อของเขา ยังไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าผู้ชายคนนี้เลยสักครั้ง อดนึกฉงนใจไม่ได้ว่าทำไมบิดาจึงไว้ใจให้เขาเป็นคนดูแลหล่อนต่อไป
ขณะที่สายตาเหม่อลอยของสาวน้อยกำลังทอดมองไปยังเวิ้งฟ้าเกลื่อนปุยเมฆ จู่ๆ เสียงเครื่องยนต์ของรถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อสีดำคันใหญ่ที่เคลื่อนเข้ามาจอดเลียบหน้าบ้าน ก็ทำให้น้อยหน่าสะดุ้ง
“ลุงโรม”
หญิงสาวเรียกชื่อเขาทั้งที่ก็ยังไม่เคยเห็นหน้า รถกระบะจอดนิ่งอยู่หน้าบ้าน จากนั้นผู้ชายร่างสูงใหญ่เกินกว่าร้อยแปดสิบเซนติเมตรก็ก้าวลงมาจากรถ
“น้อยหน่าใช่ไหม”
รอยยิ้มที่จุดขึ้นตรงมุมปากของคนที่เพิ่งมาถึง ทำให้เขาดูเป็นคนใจดีขึ้นมาทันที ทั้งที่ตอนไม่พูด ไม่ยิ้ม ใบหน้าของลุงโรมดูขรึมดุ แต่นั่นก็อาจจะเป็นเพราะว่าแผงหนวดสีดำดกหนาเป็นแพเหนือริมฝีปากบางของเขา ส่งให้ภาพของชายผิวเข้มตัวใหญ่กล้ามใหญ่ยิ่งดูน่ายำเกรง
“ใช่ค่ะ... เอ่อ สวัสดีค่ะลุงโรม”
น้อยหน่ากระพุ่มมือไหว้อ่อนช้อย ใครจะคาดคิดว่าผู้ชายที่บิดาของหล่อนเอ่ยถึงบ่อยๆ จะเป็นฝรั่งที่มีใบหน้าหล่อเหลาคมคร้ามสะดุดตาขนาดนี้
หน้าตาของลุงโรมยังดูหนุ่มมาก เขาตัวใหญ่มาก หุ่นยังฟิตเฟอร์มไปด้วยกล้ามเนื้อตึงเต็มอยู่ภายใต้เสื้อยืดสีขาวที่เขาสวมใส่
ทั้งที่วัยของลุงโรมใกล้เคียงกับบิดาของหล่อน แต่เขายังดูหนุ่มจนน่าประหลาดใจ บางทีอาจจะเป็นเพราะว่าการแต่งกายด้วยเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์นั่นเอง ที่ทำให้เขาดูแตกต่าง
น้อยหน่านึกสงสัยในความเป็นฝรั่ง หรือบางทีเขาอาจจะเป็นลูกครึ่ง เพราะว่ามีเค้าโครงหน้าละม้ายคล้ายชาวต่างชาติเหลือเกิน เส้นผมสีน้ำตาลเข้ม จมูกโด่งเป็นสันสวย ดวงตาสีสนิมเหล็ก และความสูงใหญ่ไม่น่าจะต่ำกว่าร้อยแปดสิบเซนติเมตร
“อันที่จริงลุงเข้ามาถึงพักใหญ่ๆ แล้ว แต่กรุงเทพฯ รถติดเหลือเกิน”
โรมกล่าวยิ้มๆ
“ขอโทษที่ลุงไม่ได้มาร่วมงานศพพ่อของหนู”
ในระหว่างที่จัดงานศพยุทธนา ตอนนั้นโรมยังติดธุระสำคัญอยู่ที่อเมริกา จึงไม่สามารถเดินทางกลับมาร่วมงานศพได้ทัน ครั้นพอกลับมาถึงเมืองไทยเขาก็รีบมารับลูกสาวของเพื่อนรักตามที่ได้ให้สัญญาเอาไว้ว่าจะช่วยดูแลน้อยหน่าต่อไป
“รอลุงนานมั้ยลูก”
ร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาใกล้ ยกมือขึ้นลูบศีรษะของหญิงสาวด้วยความเอ็นดู สุ้มเสียงของเขาบ่งบอกถึงความเป็นคนใจดี
“รอไม่นานค่ะ... แต่กังวลว่าลุงจะมามั้ย”
หญิงสาวตอบ
“ต้องมาสิจ๊ะ”
โรมเป็นคนรักษาสัญญาอย่างที่สุด เขาไม่เคยผิดคำพูด สำหรับเขาเมื่อพูดคำไหนก็ต้องเป็นคำนั้น
“ไม่คิดว่าหนูจะสวยขนาดนี้”
โรมยังตะลึงมอง ยอมรับว่ารู้สึกตกใจไม่น้อย เมื่อเห็นว่าลูกสาวของเพื่อนรักช่างสะสวยสะดุดตาเหลือเกิน ใครจะเชื่อว่าเด็กกะโปโลที่เขาเคยเห็นเมื่อนานมาแล้วจะเติบโตเป็นสาวสวยได้ถึงเพียงนี้
“อายุเท่าไรแล้ว”
หญิงสาวกล่าวชื่นชมเจ้าของฟาร์มอย่างออกนอกหน้า เรวัฒน์ยืนยิ้มแก้มแทบปริ“เออ… ยัยฝ้ายพ่อมีข่าวดีจะบอก… แต่ไม่รู้ว่าควรจะเรียกว่าข่าวร้ายหรือข่าวดี”มีความกังวลอยู่ในน้ำเสียงของเรืองฤทธิ์ ในสิ่งที่เขากำลังจะบอก“เรื่องอะไรวะ”เรวัฒน์สงสัย หัวคิ้วชิดเข้าหากัน“ก็ตอนนี้กูได้เลื่อนขั้นเป็นผู้จัดการฝ่ายขายส่วนภูมิภาค”“งั้นก็ข่าวดีสิคะคุณพ่อ”ปุยฝ้ายรีบเสริม“ใช่… ข่าวดี แต่ข่าวร้ายก็คือเดือนหน้าพ่อจะต้องย้ายไปประจำอยู่ที่เวียดนามตลอดทั้งปี… และถ้าสามารถทำยอดขายได้ดีพ่อจะต้องอยู่ต่ออีกปี”เรวัฒน์แอบดีใจกับประโยคที่ได้ยิน ถ้าสวรรค์ลิขิตให้เป็นแบบนี้ หนทางรักของเขากับปุยฝ้ายสะดวกแน่ๆ“กูห่วงก็แต่ลูกสาว… เพราะว่าเดือนหน้ายัยฝ้ายก็ต้องสอบเอ็นทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัย”ประโยคที่ได้ยินทำให้ความคิดบางอย่างผุดวาบเข้ามาในหัวของเรวัฒน์“เอางี้นะ… ถ้าเป็นแบบนี้ควรจะให้หนูฝ้ายเลือกเรียนที่มหาวิทยาลัยในภาคเหนือ แล้วให้หนูฝ้ายมาพักอยู่ที่ฟาร์มกับกู รับรองว่ากูจะช่วยดูแลเป็นอย่างดี… เรื่องนี้มึงไม่ต้องห่วง”เสียงของเรวัฒน์จริงจัง“นี่มึงพูดจริงหรือ?”เรืองฤทธิ์มองหน้าเพื่อนรักด้วยแววตาซาบซึ้ง“จริงสิวะ… หนูฝ้
“อูย... ลุงวัฒน์จ๋าหนูเสียว”ใบหน้าสวยบิดเบ้ทรมาน สองมือของหล่อนโอบกอดลำตัวหนาของเพื่อนพ่อเอาไว้แน่น เรวัฒน์ได้ใจรีบกดแก่นกายกระแทกเข้าใส่รูเนื้อฟิตแน่นของสาวน้อยไม่ยั้งบลั่กๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ“ซี้ด... ทั้งจุกทั้งแน่น... อูย หนูไม่ไหวแล้ว”ใบหน้าของปุยฝ้ายบิดเบ้ เรวัฒน์โอบใบหน้าของหล่อน รั้งขึ้นมาประกบริมฝีปากเข้าหากันแน่น ดูดปากแลกลิ้นกันนัวเนียขณะกระเด้าไปด้วย“ลุงขา… ดูดนมฝ้ายสิคะ ฝ้ายชอบให้คุณลุงดูดนม”ได้ยินที่หญิงสาวร้องขอ เรวัฒน์รีบก้มลงดูดนม ปุยฝ้ายพริ้มตาสยิว มือเรียวลูบไล้เกาะเกร็งจิกแผ่นหลังของเขาที่กำลังมอบความเสียวซ่านทั้งที่หัวนมและโพรงสวาท ความเจนจัดในลีลาร่วมเพศสร้างความเสียวซ่านแล่นร้าวเข้ามาปั่นป่วนอยู่ในอุ้งเชิงกรานบีบเกร็งของหล่อน อวัยวะเพศเสียดสีกันร้อน“อ๊ะ... อ๊อย... หนูไม่ไหวแล้ว” สาวน้อยสะบัดหน้าไปมา หลังจากนอนหงายถ่างขาอ้าซ่าให้หนุ่มใหญ่หื่นกามกระแทกท่อนเอ็นเข้าใส่อย่างหน่วงหนักมาพักใหญ่ๆ เนื้อตัวของปุยฝ้ายเริ่มสั่นเกร็ง ร่างกายกระตุกเกร็งติดกันหลายครั้งเหมือนจะถึงสวรรค์ กระทั่งเรวัฒน์เปล่งเสียงคำรามออกมา“อ๊ากกกก... ”เรวัฒน์กระแทกบั้นท้ายแรงรัวเข้าใส่ร
“อู้ว… น้ำหอยเยิ้มออกมาแล้ว ลุงใส่ให้นะคะคนดีของลุง”เรวัฒน์จัดให้ เขารีบขยับลงมายืนกับพื้น กระชากปลายเท้าน้อยๆ ของหญิงสาวมาที่ขอบเตียง จัดท่าทางด้วยการกดเข่าทั้งสองข้างของหล่อนให้แบะอ้า“โอ้ว... ของหนูสวยน่าเสียบสุดๆ”เขาตาวาวมองความเป็นสาวของหล่อน จับท่อนเอ็นเข้ามาเสียดสีกับปากรูเพื่อนำร่อง เตรียมพร้อมมอบความซ่านเสียวด้วยอาวุธประจำกายยาวใหญ่ที่สาวน้อยจ้องมองด้วยแววตาคาดหวังและรอคอย “อ๊อย... อูยยยย”โดนอีกแล้ว ดวงตาของหญิงสาวเหลือกลานไปชั่วขณะ เมื่อเรวัฒน์กดท่อนเอ็นเข้ามาในโพรงสวาทเสียงดังอั่ก“อู้ย… ซี้ดดด”สาวน้อยสะบัดใบหน้ากับความรู้สึกฝืดคับ หน่วงแน่นอยู่ภายใน ด้วยเรวัฒน์กระแทกใส่ล้ำลึกรุนแรงจนน้ำหอยทะลักสวนออกมาอาบท่อนเอ็น บดเน้นเข้ามาจนมิดสุดโคนไข่ บดโม่ล้ำลึกเท่าที่เขาจะใส่เข้ามาได้“โห... มิดเลยจ้ะหนูจ๋า”ดวงตาของเรวัฒน์เบิกโพลง น้ำเสียงตื่นเต้น มองภาพของการสอดใส่ด้วยแววตาสะใจ ยืนยันความลึกล้ำด้วยเส้นขนของเขาที่เสียดสีกับโคกเนินอวบนูนของหล่อน ก้อนไข่ที่โคนแท่งเอ็นคาคับอยู่กับปากรูสีชมพูเบ่งบวม ขมิบความเป็นชายยาวใหญ่ของเขา“อูย... อ๊อย... หนูเจ็บ... ”ไหล่สองข้างของคน
จูบเร่าร้อนของเพื่อนพ่อทำเอาหัวนมของปุยฝ้ายแข็งตั้งเป็นตุ่มไต เสียดสีดุนดันอยู่ภายใต้เสื้อบางๆ ที่กำลังโดนกระชากออกจากเรือนร่าง โดนเรวัฒน์จับถอดเสื้อผ้าจนเนื้อตัวเปลือยเปล่าล่อนจ้อน“อู้ว... นมสวยน่าดูดเหลือเกิน”เรวัฒน์ทนมองไม่ไหว รีบครอบริมฝีปากประกบหัวนมอย่างแรงเสียงดังจ๊วบ ทั้งเลียทั้งกะซวกดูดสลับไปมาทั้งสองข้างจนหญิงสาวร้องคราง ขนลุกซู่ มือไม้อ่อนเปลี้ยหวามไหว “ซี้ด... ลุงวัฒน์ขาหนูเสียว”สาวน้อยพริ้มตา ครวญครางเสียงสั่นพร่า เรวัฒน์กระตุกยิ้มได้ใจ ก็แน่ละสิเขาตั้งใจโลมเล้าให้หล่อนเสียว ได้ทีก็ทั้งดูดทั้งไซ้สองเต้าอวบใหญ่เมามัน หนั่นเนื้อสาวขาวเนียนจนเห็นเส้นเลือดสีเขียว กระจายเป็นสายรางๆ อยู่ภายใต้ผิวบอบบางน่าจูบน่าฟัด“อูย… ลุงวัฒน์ขาหัวนมหนูแดงหมดแล้ว”หญิงสาวหลับตาพริ้ม เรวัฒน์รู้ว่าหล่อนเริ่มหวามไหวมีอารมณ์ ยืนยันด้วยหัวนมทั้งสองข้างที่โดนดูดจนแข็งตั้งเป็นตุ่มไตแดงเรื่อ รูขุมขนรอบวงป้านลานหัวนมปูดพองเบ่งบวมขึ้นมาจนเห็นได้ชัด“อ๊ะ... อูย... ”ริมฝีปากของหญิงสาวห่อรัดเป็นวง หลุบตาลงมองสองเต้าที่กำลังโดนริมฝีปากของเรวัฒน์ครอบลงมาดูดเลียยอดปทุมเย้ายวนอย่างหื่นกระหาย“หน
เรวัฒน์ตามมาถึงห้องนอนของหญิงสาว ตรงเข้ากอดจูบหล่อนอย่างโหยหา“ลุงขอโทษที่หึงจนหน้ามืดตามัว”เขาสวมกอดหล่อนจากทางด้านหลัง วางคางไว้บนหัวไหล่กลมกลึง“ไม่รู้หรือไงว่าลุงรักหนูมาก”เสียงกระเส่ากระซิบข้างหู เบียดกายกำยำเข้าหาจากทางด้านหลัง แก่นกายคัดแข็งที่เสียดครูดอยู่ระหว่างกลีบก้นของสาวน้อยบ่งบอกให้รู้ว่าเรวัฒน์มีอารมณ์“หนูจ๋าลุงต้องการหนู” เรวัฒน์ดึงมือข้างหนึ่งของหล่อนมาทางด้านหลัง สัมผัสกับท่อนเนื้อร้อนผ่าวของเขาที่คัดแข็งขึ้นมาเป็นลำยาวอยู่ภายใต้เป้ากางเกง ซึ่งหล่อนก็ลูบคลำจนเกิดอาการร้อนวูบวาบในช่องท้องขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก “พอแล้วนะคะ… เอามาให้หนูจับทำไมก็ไม่รู้”ปุยฝ้ายหัวใจเต้นแรง ยิ่งลูบคลำของเขาหล่อนก็ยิ่งรู้สึกวูบวาบ เกิดอาการร้อนๆ หนาวๆ ราวจะเป็นไข้ “ดูสิ... มือสั่นเชียว... ลุงรู้นะว่าหนูจับของลุงแล้วมีอารมณ์ใช่ไหม” “ไม่มีค่ะ... ไม่มีอารมณ์อะไรทั้งนั้น” หญิงสาวยังโกรธกับเรื่องที่ร้านอาหาร นึกเกลียดแววตารู้ทันของเรวัฒน์ “ไม่ต้องอายนะคะ... มันเป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์... ตอบลุงมาตามความจริงนะคะ หนูมีอารมณ์ใช่ไหม” “ไม่..
ปุยฝ้ายรีบแนะนำ ซันนี่ยกมือขึ้นสวัสดี เรวัฒน์รับไหว้ด้วยสีหน้าเฉยเรียบไร้อารมณ์ ก่อนที่ปุยฝ้ายจะหันมาแนะนำซันนี่กับเรวัฒน์“ลุงวัฒน์คะนี่ซันนี่... เป็นเพื่อนของฝ้ายค่ะ”เรวัฒน์พยักหน้ารับด้วยสีหน้าที่ยังคงเรียบเฉยและไร้อารมณ์เช่นเคย“ฝ้ายมาทำอะไรที่นี่ครับ”ซันนี่ถามหญิงสาว“ช่วงนี้ฝ้ายมาอาศัยอยู่ที่บ้านลุงวัฒน์ค่ะ แล้วซันนี่ล่ะมาทำอะไรที่เชียงใหม่”“มาเที่ยวกับครอบครัวครับ”“ช่างบังเอิญ… ดีใจที่ได้เจอนะ”“เช่นกัน เอ่อ... เราขอตัวกลับก่อนนะ”ซันนี่รีบกล่าวอำลาอย่างรู้มารยาท เมื่อสังเกตเห็นสายตาของเรวัฒน์จ้องเขม็งมาที่เขาอย่างไม่สบอารมณ์นักในเวลาต่อมาเหตุการณ์เมื่อครู่แม้จะเป็นเพียงชั่วเวลาสั้นๆ ที่ซันนี่เข้ามาทักทายปุยฝ้าย แต่ก็ทำให้เรวัฒน์รู้สึกอึดอัดสุดๆ “ลุงวัฒน์จะทานอะไรดีคะ”ปุยฝ้ายถามขณะเอื้อมมือหยิบเมนูส่งให้เขา“ลุงไม่หิว… ”เรวัฒน์ตอบห้วนๆ ปุยฝ้ายรู้ว่าเขาโกรธ หล่อนจับสังเกตได้ในความผิดปกติ“เอ่อ... ตอนอยู่บนรถลุงวัฒน์ยังบ่นว่าหิวอยู่เลยนี่คะ”ปุยฝ้ายกล่าว“ใช่… ตอนนั้นหิว แต่ตอนนี้คงกินอะไรไม่ลง หนูกินเถอะเดี๋ยวลุงนั่งรอ”เรวัฒน์กล่าวห้วนๆ “ถ้าลุงวัฒน์ไม่
เธอสะดุ้งสะท้านทุกครั้งที่ริมฝีปากของอดัมส์ฉกลงมาดูดเลียปลายหัวนม หนวดเคราสากแข็งถากครูดเนื้อเต้านมหยุ่นนุ่ม ทำเอาเธออ่อนระทวย“อู้ว... นมใหญ่มากที่รักจ๋า”อดัมส์ตาวาว เต้านมของใบเตยซึ่งใหญ่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่หลังจากมีลูกก็ใหญ่ขึ้นอีก อดัมส์เอามือบีบเคล้นชอบใจ ก้มลงดูดไซ้สองเต้ามหึมา กินนมจากเต
ในเวลาต่อมาระหว่างที่กำลังขายกาแฟอยู่ในร้านเล็กๆ ใกล้ตีนสะพานทอดข้ามไปอีกฟากของตลาดน้ำ จู่ๆ ใบเตยก็ต้องตกใจ“รับอะไรดีคะ… สักครู่นะคะ… ”ใบเตยถามทั้งที่ยังไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองด้วยซ้ำ ก่อนจะตกใจ เมื่อรู้สึกว่าลูกค้าที่มายืนอยู่หน้าร้านคนนี้รูปร่างสูงใหญ่คุ้นตาครั้นเมื่อเงยหน้าขึ้นมอง… ก็ถึงกับต้อง
ร่างของน้อยหน่าผวาเยือก เสียวจนต้องแอ่นอก ทำให้แผ่นหลังส่ายเบียดอยู่กับเบาะที่นั่ง“พ่อยอมรับว่าเมื่อก่อนมีบ้างที่เจ้าชู้ แต่พอเจอหนูพ่อโรมก็กินของหนูอยู่คนเดียว”โรมกระซิบเสียงหวาน ขณะชักลำนิ้วเข้าๆ ออกๆ น้อยหน่าเสียวรูสวาทจนต้องพริ้มตา ดวงตาหรี่ปรือจ้องมองสัญญาณไฟตรงสี่แยกซึ่งยังเป็นสีแดง หล่อนแอบภา
“มาตรงนี้... พ่อโรมขอจัดหนักให้หนู พ่ออยากให้หนูมีความทรงจำที่ดีกับเซ็กส์ พ่อโรมอยากให้หนูจดจำเหตุการณ์ในวันนี้เอาไว้ตลอดไป สิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องเสียหาย หากเราเต็มใจด้วยกันทั้งสองคน”โรมโอบเอวของสาวน้อย ประคับประคองเรือนร่างอวบอัดขึ้นมาจากแคร่ไม้ รีบจัดท่าทางให้หล่อนขึ้นไปนั่งคุกเข่าหันหลังให้เขา ก้นกอ







