Masuk“หนังสนุกไหมเอื้อง” เขาเอ่ยถามหลังจากออกมาจากโรงหนัง
“สนุกจ้ะ วันหลังก็ทำแบบนี้นะ”
“แบบไหน”
“ถ้ามีแฟนก็ทำแบบนี้กับแฟนนะ มันโรแมนติกดี”
“ครับ” รักษ์ตอบอย่างเขินๆ ลูบท้ายทอยไปมาเบาๆ
“รักษ์”
“ว่าไง”
“ไปหาอะไรดื่มกันไหม”
“หมายถึงไปเที่ยวต่อเหรอ”
“กลางค่ำกลางคืนอันตรายไปดื่มที่บ้านของรักษ์ได้ไหม”
“จะดึกมากไปไหม เราเป็นห่วง”
“ถ้าแฟนชวนแปลว่าแฟนอ่อย ปกติน่ะผู้ชายจะไม่ปฏิเสธหรอกนะ เพราะอยากอยู่กับแฟน”
“อ้อ... งั้นก็ไปสิ แต่เราไม่ค่อยดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นะ” เขาไม่ค่อยชอบดื่ม แต่เธอชวนและคิดว่าคนเป็นแฟนกันก็น่าจะอยากนั่งดื่มด้วยกันก็เลยซื้อไวน์ไปดื่มกับเธอ
“บ้านของรักษ์มองดาวแล้วสวยจัง” เอื้องจันทร์นั่งดื่มสปายอยู่ใกล้ๆ กับรักษ์ เธอนั่งมองดาวบนท้องฟ้าแล้วอมยิ้ม ศีรษะพิงอยู่กับไหล่กว้างของเขาด้วยท่าทีออดอ้อน รักษ์ไม่ได้ปฏิเสธเพราะคิดว่าหากเป็นแฟนกันจริงๆ ก็คงอยากให้แฟนทำแบบนี้
“คืนนี้นอนค้างที่บ้านรักษ์นะ”
“เอ่อ... จะดีเหรอ”
“รักษ์จะปฏิเสธแฟนตัวเองเหรอ”
“ไม่ใช่อย่างนั้น แต่เรากลัวเอื้องจะเสียหาย”
“เป็นแฟนกันไม่เสียหายหรอก”
“แต่เราไม่ได้เป็นแฟนกันจริงๆ”
“เราก็กำลังซ้อมเป็นแฟนกันจริงๆ นี่ไง” เธอจับมือเขามากุมเอาไว้ ก่อนจะยิ้มหวาน เครื่องดื่มที่ดื่มเข้าไปทำให้เธอใจกล้ามากขึ้น
“อยากอาบน้ำจัง เหนียวตัวไปหมดเลย”
“ได้สิ เดี๋ยวเราจัดการให้” เขาพาเธอเข้าบ้าน หยิบผ้าเช็ดตัว กับแปรงสีฟันให้เธอ
“ยืมเสื้อผ้าของรักษ์ใส่ก่อนได้ไหมจ๊ะ” เอื้องเอ่ยถามเสียงหวาน
“ได้สิ” เขาหยิบเสื้อยืดกับกางเกงผ้าผูกเอวยื่นให้เธอ สำหรับเปลี่ยน ในขณะที่เธอผลุบหายเข้าไปในห้องน้ำ
เอื้องจันทร์ดมกลิ่นเสื้อผ้าของเขาเข้าปอดแรงๆ มีกลิ่นกายจางๆ ของเขาติดอยู่ เป็นกลิ่นผู้ชายที่สะอาดสะอ้านและหอม เธอดมแล้วรู้สึกอบอุ่นอ่อนหวานตามไปด้วย
เธอรีบอาบน้ำแปรงฟันและสระผมด้วย รู้สึกสดชื่นขึ้นมากเพราะเหนียวตัว ก่อนจะออกมาด้วยเสื้อตัวใหญ่และกางเกงผ้าผูกเอว ด้านในโนบราเพราะเธอไม่ได้พาเสื้อผ้าสำรองมาด้วย รักษ์อาบน้ำเรียบร้อยแล้ว เขาลงไปอาบน้ำชั้นล่าง บ้านของเขาเป็นบ้านสองชั้น ด้านล่างเป็นปูน ด้านบนเป็นไม้ แม้บ้านจะดูเก่าและมีอายุ แต่เธอยอมรับว่าบ้านของเขาสะอาดสะอ้านเป็นที่สุด
รักษ์เผลอมองอกอวบอิ่มของเธอที่เคลื่อนไหวไปมาขณะเดิน มันบ่งบอกว่าเธอไม่ได้สวมบรา เขารีบเบือนหน้าหนี ใจสั่นแปลกๆ เพราะไม่เคยใกล้ชิดกับหญิงสาวคนไหนเท่านี้มาก่อน
“เดี๋ยวเราจะออกไปนอกข้างนอกนะ เอื้องนอนในห้องแล้วกัน” เจ้าของบ้านเสียงสั่นน้อยๆ รีบบอกเพื่อเอ่ยขอตัว
“ไม่เอา เอื้องมานอนบ้านรักษ์แล้วทำให้รักษ์ลำบากต้องระเห็จออกไปนอนนอกห้อง เอื้องรู้สึกไม่ดีเลย นอนด้วยกันนี่แหละ” เธอเข้าไปจับมือของเขาเอาไว้ รั้งให้เขาอยู่ต่อ
“แต่จะดีเหรอ” รักษ์เอ่ยถามเสียงสั่นๆ กลิ่นกายของเธอหอมกรุ่นจนเขาเผลอสูดดมติดๆ กันหลายครั้ง
“รักษ์ก็นอนอีกด้าน ใช้หมอนข้างกั้นเอาไว้ แค่นี้ก็จบ นอนบนเตียงสบายกว่าเยอะ” เธอดึงเขาไปที่เตียง กดเขาให้นอนลง ขณะที่ตัวเองไปนั่งเป่าผมจนแห้ง เอื้องจันทร์หันมาอีกทีรักษ์ก็หลับไปแล้ว เธอค่อยๆ คลานขึ้นเตียง ดึงหมอนข้างออกไป ก่อนจะจุ๊บปากของเขาเบาๆ
รักษ์ลืมตาขึ้นมอง เขามองสบตาเธอในระยะกระชั้นชิด ลมหายใจเป่ารดกันถนัดถนี่
“ทำอะไรน่ะเอื้อง” เขาเอ่ยถาม
“เป็นแฟนกันก็ต้องจุ๊บราตรีสวัสดิ์กันก่อนนอนสิจ๊ะ” เธอลูบไล้แผงอกกว้างของเขา รักษ์หายใจหอบแรง ใจอยากปฏิเสธ แต่พอเธอล้วงมือเข้าไปในกางเกงนอนของเขาเท่านั้นแหละ รักษ์ก็หยุดนิ่ง
“รักษ์ตื่นเหรอ” เธอเลิกคิ้วขึ้นถาม ลูบไล้ตรงนั้นไปมาเบาๆ อย่างเร้าอารมณ์
“เอื้อง... เราเอ่อ... อย่าทำแบบนี้เลยนะ” เสียงของเขาสั่นพร่า
“เอื้องช่วยไหม จะได้หายทรมาน” เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
“แต่...”
“ทำไมต้องมีแต่ด้วยล่ะ อยากให้เอื้องดึงมือออกจริงๆ น่ะเหรอ” เธอทำท่าจะดึงมือออกห่าง เขารีบตะครุบเอาไว้ ดูมีสีหน้าลังเลไม่น้อย
“เอื้องก็ไม่เคยลองกับใครนะ ลองกันไหม” เธอเอ่ยชวนเขาอีกครั้ง รักษ์มองใบหน้าของเพื่อนแล้วใจเต้นแรง เขาบอกไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไม ณ เวลานี้หัวใจของเขาถึงได้เต้นแรงแบบนี้ มันแรงจนแทบจะโลดออกมานอกอก
รักษ์พยักหน้าให้เพื่อนเหมือนต้องมนตร์สะกด สติของเขาเลื่อนลอยเหลือกำลัง ในยามนี้ความรู้สึกอยากลิ้มลองเซ็กซ์ก็จู่โจมเข้ามาอย่างรุนแรง ความผิดชอบชั่วดีดูจะลดทอนหายไปแทบหมดสิ้น
เอื้องจันทร์จัดการดึงกางเกงนอนของเขาออกไปจากสะโพก รักษ์ยอมให้เธอปลดมันออกไปได้โดยง่าย
“อ๊า...” เขาครางเมื่อเธอรูดรัดแก่นกายนั้นไปมาแล้วเริ่มดูดรวบด้วยปากร้อนชื้น
เกิดมาจนอายุเท่านี้ เขายังไม่เคยโดนผู้หญิงใช้ให้ปากแบบนี้มาก่อน นั่นทำให้รักษ์เสียวซ่านอย่างถึงที่สุด เขากระตุกเสร็จคาปากของเธอเป็นครั้งแรกในเวลาไม่นานนัก เธอเล้าโลมเขาใหม่ ก่อนจะจับมือของเขามาสัมผัสกับทรวงอกอวบอิ่มภายใต้เสื้อยืดที่ไร้บรา
“นุ่มดีจัง”
เอื้องจันทร์เอ่ยถามและได้คำตอบจากเพื่อนว่าเดี๋ยวเล่าให้ฟัง พอฤดีเล่าให้ฟัง เอื้องจันทร์ก็ถึงกับขำปนสงสารที่เพื่อนโดนจับผิดตัวแบบนี้คนถูกพูดถึงสำลักจนหูตาแดงไปหมดจนรักษ์ต้องช่วยลูบหลังลูบไหล่“เขาบอกว่าเวลาเราสำลักแสดงว่ามีคนนินทา” รักษ์แหย่ขำๆ เปรมเพียงแต่ยิ้มบางๆ ไม่ได้พูดอะไรงานแต่งงานที่นี่เป็นประเพณีที่แปลกออกไป แต่ก็ทำให้เขารู้สึกถึงความอบอุ่นของคนในชนบทในป่าในเขา หลังเสร็จสิ้นงานแต่งส่งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าห้องหอ ฤดีก็อาบน้ำเตรียมเข้านอนบ้างเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว“อากาศที่นี่หนาวจังเลยนะ” ไหล่ของเธอสะท้านยามที่มือหนาแตะต้องสัมผัสลงมาหา เปรมไล้ผิวเนื้อเนียนละเอียดของเธออย่างเบามือจนเธอสะท้าน เธอครางเบาๆ เมื่อมือของเขาเลื่อนลูบมายังทรวงอกอวบอิ่มของเธอ“หนาวจริงๆ นั่นแหละค่ะ” เธอไล้มือกับแก้มของเขายามที่ร่างกายของเธอถูกกดไปกับพื้นเรือน เสียงจิ้งหรีดเรไรและแมลงกลางคืนส่งเสียงระงมไปทั่วป่า ความหนาวเหน็บพัดโชยมากระทบผิวกายให้ความรู้สึกสะท้านจนต้องห่อไหล่ เข้าหากัน เขาลูบไล้เรือนร่างของเธออย่างเสน่หา มือหนากอบกุมทรวงอกอวบอิ่มเพื่อป้อนเข้าปาก ดูดกลืนความหอมหวานนั้นอย่างหิวโหย เรือ
“คุณไปเข้าห้องน้ำและฉันได้ยินเขาคุยกันเลยอัดเสียงเอาไว้ กำลังจะบอก พี่หม่อนก็โทร. มาบอกว่าคุณนุชฆ่าตัวตายพอดี ก็เลยไม่มีโอกาสน่ะค่ะ” คนทั้งสองเดินคุยกันไปตามทางเดินของโรงพยาบาลเพื่อที่จะไปซื้อของกินอร่อยๆ มาให้ปรียานุช คืนนี้อาจจะต้องนอนเฝ้าหล่อนที่นี่ด้วยเลยต้องหาเสื้อผ้ามาเปลี่ยน แต่ได้ฝากพยาบาลเอาไว้แล้ว กลัวปรียานุชตื่นขึ้นมาไม่เห็นใครแล้วจะเคว้งภาพข่าวจากจอทีวีที่ติดตั้งอยู่หน้าห้องพักผู้ป่วยที่โรงพยาบาลปรากฏข่าวด่วน เป็นภาพของหญิงชายคู่หนึ่งที่ทะเลาะกันในรถจนเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งก็คือชยุตกับปารินนั่นเอง ทำให้ฤดีหันไปมองสบตากับเปรมแทบจะทันที“เวรกรรมจริงๆ ค่ะ”“ผมอโหสิกรรมให้เขาครับ” เปรมถอนใจ ในเมื่อตายไปแล้วจะไปอาฆาตแค้นอะไรกันอีก เขาและฤดีเดินกลับไปยังห้องพักผู้ป่วยอีกครั้ง พบว่าปรียานุชตื่นแล้ว พยาบาลเห็นว่าญาติมาแล้วก็เลยเอ่ยขอตัวออกไปปรียานุชมีอาการเหม่อลอย ก่อนจะมองออกไปนอกหน้าต่างและพูดขึ้นมาว่า...“เขาตายแล้วใช่ไหมคะ” ประโยคคำถามนั้นทำให้สองหนุ่มสาวมองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย“หิวไหม พี่ซื้อของกินอร่อยๆ มาให้เยอะแยะเลย” เปรมไม่ตอบแต่เปลี่ยนเรื่องคุย“พี่เปรมตอบนุชมาเถอะค่
“ไม่เอาแล้ว น่ารำคาญ โรคจิต เหมือนผู้หญิงบ้า เรียกร้องจะให้อยู่ด้วยตลอดเวลา ขู่แต่จะฆ่าตัวตาย ฉันบอกเลิกมันแล้ว”“ป่านนี้มันไม่ฆ่าตัวตายไปแล้วเหรอ” ปารินพูดขึ้น“ตายก็ตายไปเถอะ น่ารำคาญ ถ้าอยากตายขึ้นมาจริงๆ แล้วฉันจะไปทำอะไรได้ ยายนั่นอยากตายของมันเอง ถ้าฉันรู้ว่ามันไม่ได้มีเงินเหมือนพี่ชายมันที่จะใช้จ่ายอะไรก็ต้องแบมือขอได้มานิดๆ หน่อยๆ ฉันไม่คบให้เสียเวลาหรอก เธอก็เถอะ รีบกินรีบไปดีกว่า ต้องเดินทางต่ออีก” ชยุตเร่ง จริงๆ เขาได้เงินจากปรียานุชมาพอสมควร แต่เขาจะไม่แบ่งให้ปารินหรอก จะทิ้งเธอไว้กลางทางนั่นแหละทั้งสองเรียกพนักงานมาเก็บเงินหลังจากแวะพักดื่มกาแฟและขนมรองท้อง ฤดีรีบยกกระเป๋าขึ้นปิดบังใบหน้าเอาไว้เมื่อสองหนุ่มสาวเดินผ่านไป ในขณะที่เปรมเดินหน้าตาตื่นเข้ามาที่โต๊ะที่เธอนั่งอยู่“แย่แล้วฤดี”“มีอะไรคะ” เธอเอ่ยถาม ใจคอไม่ดีตามเขาไปด้วย“ใบหม่อน เป็นคนของผมที่คอยเฝ้าดูแลยายนุชอยู่ โทร. มาบอกว่ายายนุชกินยาฆ่าตัวตาย”“รีบไปกันเถอะค่ะ แล้วตอนนี้พาส่งโรงพยาบาลหรือยังคะ”“โทร. เรียกรถฉุกเฉินแล้ว”“ไม่เป็นไรนะคะ คุณนุชต้องไม่เป็นอะไร เดี๋ยวหมอล้างท้องให้ก็หายค่ะ” เธอปลอบโยนเขาในขณะที่
“ขอบคุณมากนะ”“ฉันจะอยู่เคียงข้างคุณนะคะ เวลาคุณพูดถึงน้องสาวแววตาของคุณมันเต็มไปด้วยความรักใคร่ต่อเธอ ฉันคิดว่าเธอต้องรับรู้ในความรักอันบริสุทธิ์ของพี่ชายอย่างคุณ”“ผมรักเขามาก เรามีกันอยู่แค่สองคนพี่น้อง”“มันเป็นธรรมดาที่เราจะเสียใจกับความผิดพลาดของตัวเอง แต่ถ้าคุณลองคิดดูว่ามันผิดไปแล้ว คุณสามารถเริ่มใหม่ได้ คุณก็จะไม่เครียดจนเกินไป ฉันเป็นห่วงคุณและยินดีจะช่วยเหลือคุณทุกเรื่อง” ฤดียิ้มให้เขา “ขอบคุณคุณมากนะ คุณทำให้ผมรู้สึกสบายใจ”“อะไรที่ตัดสินใจไปแล้วแต่มันไม่ใช่ก็แค่ลองใหม่ เอาใหม่ ถ้าทำไม่ได้ก็ปล่อยมันไป แต่ถ้าแก้ปัญหาได้ก็แก้ไป แต่ถ้าแก้ไม่ได้เดี๋ยวทางออกมันก็มาเอง แต่ถ้ามันไม่มาก็ต้องทำใจ ในเมื่อเราทำดีที่สุดแล้ว การที่เรามัวมานั่งเสียใจกับสิ่งที่ผ่านไปแล้วมันไม่ใช่ว่าเราจะสามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขมันได้นะคะ ชีวิตมันมีแต่จะเดินไปข้างหน้า”เขาบีบมือเธอเบาๆ รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น การที่เขาไม่ได้พาน้องสาวกลับไร่ไม่ใช่เขาอยากทิ้งเธอ แต่เธอขู่ว่าอยากอยู่คนเดียวไม่อยากให้ใครมายุ่ง เธอกลัวเขาจะขัดขวางไม่ให้เธอได้แต่งงานกับผู้ชายที่เธอรัก ชีวิตของน้องสาวสำคัญกับเขามาก เขาจึงยอมปล่อ
เปรมเดินไปหาหญิงสาวเหมือนต้องมนตร์สะกด เขาหยิบปิ่นปักผมที่ทำจากไม้แกะสลักด้วยลวดลายสวยงามขึ้นมาถือเอาไว้“เป็นของขวัญให้คนสวยในค่ำคืนนี้ แม้มันจะไม่มีราคาค่างวดอะไร แต่ผมนั่งแกะสลักเองมาหลายวันแล้วนะ” เธอรับปิ่นปักผมลวดลายสวยงามแปลกตามาถือเอาไว้ก่อนจะอมยิ้ม“สวยจังเลยค่ะ มันมีคุณค่าสำหรับฉันมากๆ เลย เพราะมันเป็นของที่คุณทำให้จากฝีมือของคุณเอง”“ผมปักให้นะ” เขาดันเธอให้หมุนไปยังกระจกเงาบานใหญ่ ก่อนจะปักปิ่นอันสวยไปกับมวยผมของเธอ“เมียใครสวยจัง” เขาแนบแก้มเข้าหาก่อนจะหอมแก้มสาวฟอดใหญ่เธอหอมแก้มเขากลับไปฟอดใหญ่เช่นกัน เปรมจับมือของเธออย่างอ่อนโยน กระชับเอาไว้ก่อนจะพาเธอเดินออกไปในงานเลี้ยงด้านนอก เพราะอยู่ที่ไร่มานานหลายวันทำให้เธอได้รู้จักกับบรรดาเมียๆ ของคนงานในไร่ที่มีน้ำใจและยกย่องเธอเสมือนเจ้านายคนหนึ่ง พอเข้าไปในงานสาวๆ ก็มาดึงเธอไปพูดคุยอย่างสนุกสนาน รวมถึงแนะนำอาหารอร่อยๆ มากมายให้เธอได้ลองรับประทาน ในขณะที่เปรมถูกดึงไปอีกด้านเพื่อดื่มกินกับคนงานผู้ชายเปรมนั่งมองฤดีไม่วางตา ดื่มไปมองไป ฤดีหันไปเพราะรู้สึกว่ามีคนมองก็สบตาเข้ากับเปรมเสียแทบทุกครั้ง ทำให้เธอขาสั่นใจสั่น ยิ่งบรรยาก
“กางเต็นท์นอนกันไง บนเตียงนอนไม่ได้แล้วมีหมีตัวใหญ่ขวางอยู่”“กางเต็นท์นอนในห้องนี่นะ”“เปลี่ยนบรรยากาศไง”“บรรยากาศอะไรของคุณ” เธอเอ่ยถามแล้วก็ต้องร้องเสียงหลงเมื่อเขาเดินเข้ามาอุ้มร่างเธอเอาไว้ก่อนจะพาสอดตัวเข้าไปในเต็นท์“เปลี่ยนบรรยากาศอะไรกัน”“คุณอยู่นิ่งๆ สิ ถ้าดิ้นมากๆ เต็นท์พังขึ้นมาจะทำยังไง” เขากอดรัดเธอแน่นๆ กระซิบเสียงดุๆ ที่ริมหู“คุณนี่นะ”“ผมทำไม”“ฉันไม่อนุญาตให้คุณเข้ามาในห้อง ลืมไปแล้วหรือไง”“ผมหิวคุณ จริงๆ นะ” เขาเริ่มลูบไล้ เธอปัดมือของเขาไม่กี่ครั้งก็เริ่มคราง มือหนาถลกชุดนอนของเธอขึ้น เขาซื้อเสื้อผ้าให้เธอหลายชุด โดยเฉพาะชุดนอนกับชุดชั้นในของเธอ แถมยังชอบหนีบเธอไปไหนมาไหนด้วยบ่อยๆ จริงๆ เธอมีโอกาสหนี แต่ใจเจ้ากรรมไม่อยากหนีจากเขานี่สิเปรมขยับกายลงไป ณ เบื้องล่าง เขาถลกชุดนอนของเธอขึ้นเหนือเอว ฤดีผงกศีรษะขึ้นมอง เธอร้องครางยามที่เขาแตะลิ้นลงกับสัดส่วนความเป็นสาวของเธอ ปลายลิ้นสากร้อนของเขาทำให้เธอรู้สึกวาบหวามเหมือนจะขาดใจ มันสอดแทรกเข้าภายใน ยามที่เขาจุ่มจ้วงลิ้นกับความฉ่ำเยิ้มอันหอมหวานมือหนานวดเฟ้นสะโพกผายงอนงามของเธออย่างหนักหน่วง กระตุ้นให้เธอตอบรับสัมผัส
ฤดีเป็นคนพูดเพราะ อ่อนหวาน ขี้อ้อน เธออยากกินอะไรเขาจึงเลี้ยงเต็มที่ แม้ว่าอาหารที่เธออยากกินจะแพงขนาดไหนก็ตามที ตลอดเส้นทาง มีหนุ่มๆ มองฤดีไม่วางตา เขารู้ว่าเธอเป็นคนสวยเป็นดาวเด่น ฤดีเองก็ชม้ายชายตามองกลับไปด้วยเช่นกัน นั่นทำให้เขารู้สึกว่าฤดีค่อนข้างเจ้าชู้ ถ้าได้เป็นแฟนกับเธอจริงๆ เขาคงหึงจนแทบ
“อุ้มไปล้างตัวหน่อยสิ เหงื่อเต็มเลย” เธออ้อนเขา รักษ์ทำตามอย่างว่าง่าย เขาพาเธอไปอาบน้ำอุ่นอีกครั้ง ยอมรับว่าเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นร่างเปลือยของผู้หญิงเต็มๆ ตาเช่นนี้ เธอจับมือของเขามาลูบไล้ไปตามเรือนร่างเนียนละเอียด มือของเขาสั่นนิดๆ ยามสัมผัสผิวเนื้อผุดผ่อง“เป็นแฟนกันก็ทำแบบนี้แหละ” เธอบอกยิ้มๆ
“อยากลองดูดไหม เอื้องไม่เคยยอมให้ใครดูดมาก่อนเลยนะ” เธอถามเสียงสั่นพร่าเล็กน้อย รักษ์พยักหน้าอย่างยินดีปรีดา เธอถอดเสื้อยืดตัวใหญ่ออกทางศีรษะ ปทุมถันอวบอิ่มก็ปรากฏแก่สายตาของเขา“จับสิรักษ์ ดูดหัวนมให้เอื้องด้วย” เธอจับมือเขามากอบกุมทรวงอกอวบอิ่มเอาไว้ แล้วช้อนเต้าทรวงอวบอิ่มเสนอให้เขาดูดรัด รักษ์ไ
“อยากกินกวยจั๊บไก่ร้อนๆ ดีไหม” เธอเอ่ยถาม มีร้านกวยจั๊บไก่เจ้าประจำที่เธอชอบไปกินกับเขา“จะดีเหรอ” เขาเอ่ยถามเหมือนไม่แน่ใจ“อะไรที่ว่าไม่ดีเหรอรักษ์” เธอเลิกคิ้วขึ้นมองอย่างสงสัย“ก็ออกเดตกัน กินแค่กวยจั๊บไก่เหรอ นึกว่าจะกินอะไรแพงๆ ดีๆ กว่านี้”เขาหมายถึงฤดีและคิดว่าอีกฝ่ายอาจจะอยากกินอะไรหรูๆ กว







