LOGIN“ย้ายมาอยู่ที่นี่กับฉัน” มิลเลอร์พูดออกมาด้วยท่าทีสบายๆ แต่คนที่ได้ฟังอย่างเดวา กลับหายใจแทบไม่ทั่วท้อง “มะ...หมายความว่าไงคะ” เดวาถามกลับเสียงสั่น บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความกดดันในห้อง ทำให้เธอหายใจติดขัด มิลเลอร์ไหวไหล่เบาๆ ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ และท่าทีที่ดูสบายจนแทบไม่น่าเชื่อว่าเขากำลังพูดเรื่องสำคัญอยู่ “ มาเป็นผู้หญิงของฉัน ทดลองอยู่เป็นเมียฉัน” คำพูดนั้นทำเอาเดวาแทบอยากจะกรีดร้องออกมา เธอสะบัดหน้าไปมา พยายามหาคำตอบให้ตัวเองว่าเธอกำลังเจอกับอะไรอยู่ “อะไรของพี่อีกเนี่ย!! ”
View More
“พรุ่งนี้สิบโมงเช้า นายมีนัดคุยงานกับคุณเลวิสนะครับ”
เพทาย บอดี้การ์ดและผู้ช่วยคนสนิท เอ่ยรายงานตารางงานของเจ้านายเป็นครั้งสุดท้ายของวัน ก่อนที่ทั้งคู่จะแยกย้ายกันไปพักผ่อน
มิลเลอร์ละสายตาจากเอกสารในมือก่อนขมวดคิ้วเล็กน้อย เมื่อตารางงานของเขาเริ่มชนกัน
“พรุ่งนี้กูต้องเข้าไปคุยงานแทน เฮียเอเดน มึงเลื่อนคุณเลวิสไปช่วงเย็นแทนก็แล้วกัน นัดที่ผับของเราก็ได้” ร่างสูงเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ทำงาน พลางหมุนปากกาในมือเล่นด้วยท่าทีสบาย
“ผมติดต่อไปแล้วครับ แต่ทางคุณเลวิสแจ้งว่าไม่สะดวก” เพทายตอบ
“ทำไม? ”
“ทางคุณเลวิสแจ้งว่า จะต้องพาภรรยาไปดินเนอร์ครับ”
คำตอบของบอดีการ์ดคนสนิท ทำเอามิลเลอร์ถอนหายใจออกมาอยู่หลายครั้ง ภรรยาของเลวิสก็ไม่ใช่ใครที่ไหนหากแต่เป็นสาวรุ่นน้องคนสนิท ในแก๊งของเขาอีกนั้นแหละ
ยัยบ้า โอลิเวีย นั้นก็เอาแต่ใจไม่น้อย ก่อนโยนปากกาลงบนโต๊ะอย่างหมดความอดทน
“แม่ง...” มิลเลอร์สถบออกมาด้วยความหัวเสีย “เหตุผลของไอ้พวกมีเมียแต่ละคน ”
เพทายเม้มริมฝีปากกลั้นยิ้ม กับท่าทีเกรี้ยวกราดของผู้เป็นนาย
สาเหตุเป็นเพราะช่วงหลายวันที่ผ่านมานี้ ตารางงานของมิลเลอร์แทบไม่มีช่องว่างให้หายใจ อีกอย่างมันไม่ใช่เพราะงานส่วนตัวของมิลเลอร์เลย แต่เป็นเพราะอีกฝ่ายต้องวิ่งทำงานแทนรุ่นพี่คนอื่นๆ ในแก๊งแทบทุกคน
ฟรานซิส ก็มาพาเมียไปดูแข่งรถที่ต่างประเทศ ส่วน เอเดน พาเมียไปฮันนีมูนรอบที่แสนล้าน ไปแม่งอยู่นั้นจะฮันนีมูนอะไรนักหนาก็ไม่รู้ ส่วน ต้นกล้า ก็ไปง้อเมียอยู่ที่อเมริกา
สุดท้ายภาระงานทั้งหมดก็มากองอยู่ที่เขาคนเดียว
“แล้วเฮียลูอิส ล่ะ” พี่ชายตนเองคือที่พึ่งสุดท้าย
เพทายเปิดแท็บเล็ตเช็กกำหนดการ ก่อนตอบเสียงเรียบ
“คุณลูอิสพาคุณจันทร์เจ้าไปญี่ปุ่นครับ กำหนดกลับอีกทีอาทิตย์หน้า”
มิลเลอร์พ่นลมหายใจออกทางจมูก ระบายความหงุดหงิดในใจ
“สรุปคือ... คนอื่นได้ใช้ชีวิตคู่อย่างมีความสุข แต่กูต้องมานั่งทำงานแทนพวกมันทุกคนแบบนั้นเหรอวะ ”
เพทายพยักหน้าตอบช้า ๆ กับคำถามของเจ้านาย
“ประมาณนั้นครับ”
“เวรเอ๊ย” ไม่รู้ว่ารอบที่เท่าไหร่ ที่คำหยาบหลุดออกมาจากปากของมิลเลอร์
“คราวหน้าถ้าใครในแก๊งแม่งโยนงานให้กู เพราะเหตุผลปัญญาอ่อนอย่างพาเมียไปเที่ยวอีก กูจะคิดค่าเสียเวลาแม่งให้หมดทุกคน เอาให้พวกแม่งล้มละลายไปข้างเลย”
มาเฟียหนุ่มเงยหน้ามองเพทายพร้อมรอยยิ้มมุมปาก ดวงตาฉายชัดถึงความเจ้าเล่ห์ออกมาชัดเจน
“แบบนี้ก็รวยแย่น่ะสิครับ เพราะทั้งแก๊งเหลือนายโสดอยู่แค่คนเดียว” เพทายหลุดหัวเราะออกมา
“ พลังบวกเชิงลบมากไอ้สัส แต่ช่างเถอะมีเมียมันไร้สาระจะตาย”
“นายไม่กลัวคนอื่นว่านายไม่มีน้ำยาเหรอครับ”
“ก็แค่เมีย คนอย่างกูจะมีตอนไหนก็ได้”
“.....” เพทายแค่นหัวเราะในลำคอ ตลกท่าทีเจ้านายของตนเอง มิลเลอร์พูดแบบนี้มาหลายปีแล้ว แต่ก็ยังไม่เคยเห็นมิลเลอร์คิดจะลงหลักปักฐานกับผู้หญิงคนไหน ทั้งที่มีผู้หญิงดีๆ พยายามเข้าหาตลอด
“หัวเราะอะไร”
“เปล่าครับ”
“หรือมึงว่า กูควรมีเมียให้แม่งจบๆ พวกมันจะได้เลิกใช้งานกูสักที” เจอแบบนี้บ่อยๆ เข้าก็คงไม่ไหว
“ถ้าจะมีเมียเพราะเหตุผลนั้น ผมว่าไม่ต้องมีมันหรอกครับ” สงสารผู้หญิงคนนั้น แม้แต่เอมิล่าที่เป็นลูกพี่ลูกน้อง มิลเลอร์ยังไม่เคยทรีตดีด้วย
“เสือก...” ถลึงตาใส่ลูกน้อง เมื่อเริ่มพูดจาขัดหู
ดินเนอร์มื้อค่ำระหว่างทั้งสอง ดำเนินไปอย่างเรียบง่าย เดวาเหมือนจะเจริญอาหารกว่าปกติ เนื่องจากซีฟู้ดที่คนของมิลเลอร์จัดหามาวันนี้ มีแต่รสชาติค่อนข้างถูกปากเธอทั้งนั้น“พรุ่งนี้ ไปล่องเรือกันไหม”“วาไปค่ะ”“ถ้านอนบนเรือจะเมาหรือเปล่า”“อันนี้วาไม่แน่ใจเลยค่ะ” เพราะมันเป็นครั้งแรกของเธอ“งั้นเอาลำใหญ่ที่สุดออก ลำนั้นติดลูกค้าจองหรือเปล่า” มิลเลอร์หันไปสั่งเพทายแกมถาม“ไม่ติดครับนาย ”“งั้นก็เอาตามนั้น”เพทายโค้งศีรษะให้เจ้านาย ก่อนจะปลีกตัวออกไปเงียบๆ ให้เจ้านายทั้งสองได้มีเวลาส่วนตัว“พี่เลอร์ทานกุ้งไหมคะวาแกะให้”“ไม่ครับ” มิลเลอร์ส่ายหน้าวางแก้วไวน์ในมือลง แล้วเป็นฝ่ายหยิบกุ้งมาแกะเปลือกออก นำไปวางไว้บนจานให้เดวาเสียเอง คนที่ถูกเอาใจตลอดมื้ออาหารยิ้มจนแก้มแทบปริ“ขอบคุณค่ะ”“กินล็อบสเตอร์อบชีสเนยกระเทียมไหม”“หืม..มีเหรอคะ วาไม่ได้สั่งนี่”“มี พวกไอ้เพทายมันสั่งมากิน มันก็เลยสั่งมาเผื่อวาด้วยหนึ่งตัว”“ไม่เอาแล้วค่ะ วาท้องจะแตกแล้ว พี่เลอร์นั่นแหละกินบ้าง วาเห็นดื่มแต่ไวน์ไม่ยอมกินอะไรเลย ”“ไม่ค่อยหิวน่ะ พี่เพิ่งกินข้าวกับพ่อแม่มาก่อนออกมาหาเรา”“วันนี้ไปหาคุณพ่อคุณแม่มาเหรอคะ”“ครับ
รถหรูสีดำคันคุ้นตาจอดอยู่ริมถนนไม่ไกลจากหน้าร้านนัก ร่างสูงยืนพิงตัวอยู่ข้างรถ กำลังก้มมองโทรศัพท์ในมือด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ในมืออีกข้างมีถุงเครื่องดื่มแบรนด์ดังถืออยู่เดวารีบเดินออกจากร้าน“รอวานานไหมคะ” เอ่ยถามแล้วพุ่งตรงเข้าไปสวมกอดเอวหนาเอาไว้แน่นอย่างเคยชินมิลเลอร์ก้มมองคนในอ้อมแขน ก่อนยกมือขึ้นลูบศีรษะเธอเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู“ไม่นาน” ยื่นถุงเครื่องดื่มให้คนรัก เดวารับมา ก่อนเปิดดูด้านในดวงตาเป็นประกาย เมื่อเห็นเมนูโปรดของตัวเอง“ขอบคุณนะคะ จำได้ด้วยว่าวาชอบกินอะไร”“แค่ความชอบของแฟนตัวเอง ทำไมฉันจะจำไม่ได้” มันมีผู้ชายนิสัยเสียแบบนั้นด้วยเหรอ“พี่เลอร์น่ารักที่สุด” เดวาอมยิ้มจนแก้มแทบปริ กับความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ ของเขา“ขึ้นรถเถอะ” มิลเลอร์ทำหน้าที่เปิดประตูรถให้เหมือนทุกครั้ง รอจนเดวาขึ้นไปนั่งเรียบร้อยจึงปิดประตูให้ ก่อนเดินอ้อมไปยังฝั่งคนขับทันทีที่รถเคลื่อนตัวออกจากหน้าร้าน เดวาก็หยิบเครื่องดื่มขึ้นมาดูดหนึ่งคำ ก่อนหันมองคนข้างกาย“สักคำไหมคะ”“ฉันไม่ชอบกินของหวาน” มิลเลอร์ส่ายหน้าน้อย ๆ ระหว่างตอบ เดวาจึงไม่ได้เซ้าซี้ต่อ เธอหันกลับไปสนใจเครื่องดื่มในมือตัวเอง ก่อนจะนึกบางอ
ก๊อกๆ“ขออนุญาตครับนาย” เสียงเพทายดังขึ้นจากหน้าประตู“เข้ามา”หลังจากได้ยินคำอนุญาต ร่างสูงบอดีการ์ดหนุ่มก็เปิดประตูเข้ามา ในมือมีถุงก๋วยเตี๋ยวเรือจากร้านดังที่ผู้เป็นนายสั่งไว้“ของนายหญิงครับ” เพทายวางถุงอาหารลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง“ขอบใจ มึงมีงานอะไรก็ไปทำเถอะ”มิลเลอร์เหลือบมองคนที่ยังหลับสนิทอยู่บนโซฟาเล็กน้อย ดูเหมือนเดวาจะไม่มีท่าทีว่าจะตื่นขึ้นมากินง่าย ๆ“ครับ” เพทายกำลังจะหมุนตัวกลับ แต่เหมือนนึกบางอย่างขึ้นมาได้จึงหยุดเสียก่อน “อ้อ...ด้านนอกโซนวีไอพี มีคุณมิกินั่งดื่มอยู่นะครับ”มิลเลอร์ชะงัก เพราะนี่มันก็ผ่านมาหลายเดือนแล้ว ที่มิกิยังไม่หยุดรามือจากการตามจีบเขาเสียทีช่างเป็นอะไรที่น่ารำคาญอุตส่าห์จัดการแพรวา จนหนีหายย้ายไปอยู่ที่ต่างประเทศพร้อมกับครอบครัวได้ ยังมาเหลือยัยญี่ปุ่นขี้อ่อยคนนี้อีก และแน่นอนเรื่องนี้เอเดนต้องเป็นคนมาจัดการ เพราะถ้าไม่ไปคุยงานแทนเอเดนในครั้งนั้น ก็คงไม่ต้องเจอยัยญี่ปุ่นคนนี้“ถ้านายไม่อยากเผชิญหน้ากับเธอ หากต้องการกลับ ผมจะพาออกทางลับด้านหลังให้ครับ”“ไม่ต้อง” มิลเลอร์ถอนหายใจ ก่อนเหลือบมองเดวาที่นอนหลับอยู่ “กูคงนอนที่นี่”“ครับ”“ส่วนยัยญี
หลายเดือนต่อมา...หลังจากเดวาเปิดตัวแบรนด์เสื้อผ้าไปได้สักพักใหญ่แล้ว ชื่อเสียงของ “เดมิอา” ก็เริ่มดังและติดตลาดและเริ่มมีรู้ค้ารู้จักมากขึ้น และในทุกๆวันหลังจากเรียนเสร็จ ปูเป้กับเดวาจะเดินทางมาทำงานที่ร้านทันที“ นี่พวกเธอสองคนไม่คิดจะเดินไปหาฉันฝั่งห้องเสื้อบางเหรอ เหง๊า เหงา” เอมิล่าเดินกรีดกรายเข้ามาหาเพื่อนทั้งสองที่กำลังวุ่นวายช่วยทำงาน“ถ้าเหงามากขนาดนั้น แกก็ควรรับงานไหม ” เดวาส่ายหน้า มีคนบ้าที่ไหนปฏิเสธลูกค้าเป็นว่าเล่น“นั้นสิ ทำไมเอมิรับงานตัดชุดแค่ชุดเดียวล่ะ”“ขี้เกียจน่ะ ทำเยอะไปก็เหนื่อยเหมือนที่เฮียเลอร์บอก ก็เลยลองเป็นคนขี้เกียจดู”“แล้วเป็นไงที่นี่” ปูเป้ที่กำลังถ่ายคลิปโปรโมตร้านอยู่ เป็นต้องหยุดทำงานแล้วเดินมาเท้าเอวถาม“ก็สบายน่ะสิ พวกเธอก็ลองขี้เกียจบ้างอย่าหักโหม ร้านมันไม่เจ๊งหรอก” เพราะต่อให้ที่ร้านไม่ขายดีหรือต่อให้ขายไม่ได้สักตัว ก็มีเงินจากธุรกิจสีเทาของแก๊งพี่ๆ ไหลเวียนเข้ามาในร้านเพื่อฟอกให้มันกลายเป็นสีขาว“แต่ร้านเรามันกำลังเป็นกระแสไง ไม่ผลิตงานออกมาขายก็เสียดายลูกค้า” เดวาแย้ง“ตามใจแกก็แล้วกัน แต่อย่าหักโหมให้มันมากเข้าใจไหม แล้วอย่าลืมว่าผัวที่