Masukมหาวิทยาลัย วันต่อมา
เมื่อถึงเวลาพักเที่ยง กวางก็ลุกจากเก้าอี้ที่นั่งเรียนมาหลายชั่วโมงแล้วเดินไปหาร่างสูงกับเพื่อนๆของเขาที่นั่งอยู่ที่โต๊ะด้านหลังของเธอพร้อมกับเอ่ยออกไปด้วยรอยยิ้มสดใส “เมื่อวานกวางยังไม่ได้ถามชื่อตัวเองเลย ตัวเองชื่ออะไรล่ะ” “ชื่อมาร์ค” เรียวปากหยักได้รูปขยับบอกด้วยน้ำเสียงทุ้มนิ่ง ก่อนที่เธอจะถามยังชายหนุ่มอีกสองคน “แล้วตัวเองสองคนล่ะชื่ออะไร” “ฉันชื่อคิง” “ฉันชื่อบาส” “กวางยินดีที่ได้รู้จักมาร์ค คิง บาสนะ” “เช่นกัน” บาสกับคิงเอ่ยออกไปพร้อมกัน ก่อนที่คิงจะเอ่ยขึ้น “เดี๋ยวเธอสองคนจะไปโรงอาหารพร้อมกับพวกฉันไหม” “ไปสิ” เธอตอบกลับทันควันเพราะเธออยากอยู่ใกล้และทำความสนิทกับคนตัวสูงที่เธอชอบ “งั้นก็ไปกันเถอะ” จากนั้นกวางก็ไปชวนมิ้วที่นั่งอยู่ ก่อนที่ห้าคนจะพากันเดินไปยังโรงอาหารที่อยู่ไม่ไกล โรงอาหาร เมื่อทุกคนซื้อของกินเรียบร้อยแล้วก็พากันเดินมายังโต๊ะที่ว่าง โดยกวางนั่งข้างมาร์ค มิ้วนั่งข้างกวาง ส่วนคิงกับบาสนั่งฝั่งตรงข้าม ก่อนที่ทั้งห้าคนจะรับประทานอาหารและคุยกันบ้างเล็กน้อยเพราะยังไม่ได้สนิทกัน เมื่อทั้งห้าคนทานข้าวเสร็จก็พากันออกไปจากโรงอาหาร มาร์ค คิงและบาสพากันเดินไปยังห้องน้ำ กวางที่เห็นจึงเดินตามสามหนุ่มพร้อมกับถามออกไป “พวกนายจะไปไหนกันเหรอ” ทั้งสามหนุ่มหันมามอง ก่อนคิงจะบอกคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ “พวกฉันจะไปสูบบุหรี่น่ะ พวกเธอกลับห้องไปก่อนก็ได้” “ได้ๆ งั้นกวางกับมิ้วไปเข้าห้องก่อนนะ” เรียวปากสีหวานเอ่ยบอกคิง ทว่าดวงตากลมโตจ้องมองไปยังใบหน้าหล่อเหลาของชายที่ตัวเองชอบอย่างไม่ละสายตา ก่อนที่ร่างบางจะหมุนตัวออกไปแล้วชวนมิ้วไปยังตึกที่ตัวเองเรียน หนึ่งเดือนต่อมา เป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้วที่กวาง มิ้วและสามหนุ่มจะพากันไปกินข้าวโรงอาหารพร้อมกัน ทั้งห้าคนเริ่มคุยกันมากขึ้นเพราะรู้สึกสนิทสนมกันมากขึ้น 14.30 น. เมื่อเรียนเสร็จกวางก็รีบเดินออกจากห้องทันทีเพื่อจะไปขึ้นรถเมล์หน้ามหาวิทยาลัย เนื่องจากต้องเดินทางไปทำงานที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง เธอเป็นพนักงานร้านไอศกรีมมาหลายเดือนแล้ว กวางอยู่บ้านเด็กกำพร้ามาตั้งแต่เกิด เนื่องจากแม่ของเธอคลอดแล้วทิ้งเธอไว้ที่โรงพยาบาล กระทั่งจบมอหกกวางก็ออกมาจากบ้านเด็กกำพร้าแล้วได้ทำงานที่ร้านไอศกรีมชื่อดังในห้างสรรพสินค้าที่อยู่กลางใจเมือง ซึ่งเธอทำมาได้ห้าเดือนแล้ว กวางได้ทุนเรียนดีเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดัง เธอไม่ต้องจ่ายค่าเทอม แต่ค่าใช้จ่ายอื่นๆเธอจะต้องหาเอง มาร์คยืนสูบบุหรี่อยู่ข้างรถสปอร์ตหรูของตัวเองโดยมีคิงและบาสยืนสูบบุหรี่อยู่ด้วย บาสที่เห็นเพื่อนตัวเล็กเดินมาจึงเดินไปดักหน้าแล้วเอ่ยถามออกไป “เธอจะรีบไปไหนเหรอกวาง ฉันเห็นพอเธอเรียนเสร็จก็รีบออกไปจากมหาลัยทุกวัน” “กวางต้องไปทำงานน่ะ” “เธอทำงานอะไรเหรอ” “เป็นพนักงานเสิร์ฟในร้านไอศกรีมน่ะ” “ทำมานานแล้วเหรอ” “ก็ทำมาตั้งแต่หลังจากออกมาจากบ้านเด็กกำพร้าน่ะ” “เธอเคยอยู่บ้านเด็กกำพร้าเหรอ” “กวางอยู่บ้านเด็กกำพร้ามาตั้งแต่เกิด เพราะแม่คลอดแล้วทิ้งไว้ที่โรงพยาบาล” “อ๋อ” บาสพยักหน้ารับรู้และรู้สึกเห็นใจเพื่อนสาวไม่น้อย “งั้นกวางไปก่อนนะบาส” บอกจบ ร่างบางที่อยู่ในชุดนักศึกษาก็สาวเท้าไปรอรถหน้ามหาวิทยาลัยอย่างเช่นหนึ่งเดือนที่ผ่านมา “มึงคุยอะไรกับกวางตั้งนานสองนาน” คิงเอ่ยถามเมื่อบาสเดินกลับมา “กูถามเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวเขานิดหน่อยก็เลยได้รู้ว่ากวางเคยอยู่บ้านเด็กกำพร้ามาตั้งแต่เกิด เพราะแม่เขาคลอดแล้วทิ้งไว้ที่โรงพยาบาล กวางเพิ่งออกมาจากบ้านเด็กกำพร้าตอนจบมอหกและมาทำงานที่ร้านไอศกรีม” “อ๋อ” คิงพยักหน้ารับรู้และรู้สึกเห็นใจเพื่อนสาวไม่น้อย ส่วนมาร์คที่ยืนสูบบุหรี่อยู่ถึงเขาจะไม่พูดอะไรแต่ก็รู้สึกสงสารเพื่อนตัวเล็กไม่น้อยเหมือนกัน ก่อนที่บาสจะเอ่ยขึ้น “งั้นเราก็กลับบ้านกันเถอะ” ว่าจบคิงกับบาสก็เดินไปขึ้นรถหรูของตัวเอง ก่อนที่ร่างสูงของมาร์คจะทิ้งก้นบุหรี่ลงพื้นแล้วเข้าไปนั่งในรถพร้อมกับออกรถมุ่งหน้าไปยังคอนโดหรูใจกลางเมืองที่อยู่มาหนึ่งเดือนแล้วหนึ่งเดือนต่อมางานแต่งของมาร์คกับกวางได้จัดขึ้นเมื่ออาทิตย์ก่อน ซึ่งจัดที่บ้านของเขา มิ้วไม่ได้มางานแต่งกวางเพราะแต่งงานวันเดียวกับกวาง ส่วนคิงกับบาสก็ไปงานของมิ้วก่อน จากนั้นจึงมางานของมาร์คกับกวางห้างสรรพสินค้าเมื่อมาร์คกับกวางดูหนังจบก็พากันเดินออกมาจากโรงหนัง แล้วมาร์คก็หันพูดกับคนตัวเล็กที่เขาจับมืออยู่“เธออยากไปซื้ออะไรต่อไหม”“กวางอยากกลับบ้านค่ะเพราะรู้สึกเพลียๆ” เธอมีอาการอ่อนเพลียแบบนี้มาสองสามวันแล้ว ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร“เธอไม่สบายหรือเปล่า” เขายกมือแตะที่หน้าผากของเธอ“กวางไม่ได้ป่วยค่ะ แต่มันรู้สึกเพลียเฉยๆค่ะ”“ไปหาหมอไหม”“ไม่ต้องหรอกค่ะ เดี๋ยวกลับไปนอนพักที่บ้านก็คงจะหายเพลียค่ะ”“งั้นเรากลับบ้านกันเถอะ” ว่าจบร่างสูงก็โอบไหล่บางแล้วพากันเดินไปยังประตูทางออกก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่หญิงสาวใบหน้าสวยคนหนึ่งเดินสวนเข้ามาพอดี“อ้าวมาร์ค กวาง จะกลับกันแล้วเหรอ”“อ้อ จะกลับแล้ว แล้วเธอกลับมาเมื่อไหร่” มาร์คเอ่ยถามเคทออกไปตามประสาคนรู้จักกัน“ฉันกลับมาเมื่ออาทิตย์ก่อนน่ะ ฉันพาลูกกับสามีมาอยู่ที่ไทยแล้วละ”“เธอมาคนเดียวเหรอ”“ใช่”กวางที่ยืนอยู่ข้างร่างสูงเมื่อเห็นเคทเธ
วันต่อมา บ้านพ่อแม่ของมาร์คหลังจากที่มาร์คกับกวางจดทะเบียนสมรสเสร็จ มาร์คก็พากวางมาหาแม่ที่บ้าน เมื่อเช้าเขาได้โทรบอกแม่ว่าจะพากวางไปจดทะเบียนสมรส หลังจดทะเบียนเสร็จก็จะพากวางมาที่นี่ ตอนกวางอยู่โรงพยาบาลพ่อกับแม่ก็ไปเยี่ยมกวางสองครั้ง และพอร์ชกับรินก็ไปเยี่ยมกวางด้วย แต่ไปเยี่ยมตอนที่กวางยังไม่ฟื้นเมื่อสองสามีภรรยาป้ายแดงเดินเข้ามาในบ้านหลังใหญ่หรูหรา แพรพิลัยที่นั่งรอคนทั้งสองอยู่จึงส่งยิ้มให้ลูกสะใภ้ด้วยใบหน้าเบิกบานเมื่อได้กวางมาเป็นลูกสะใภ้อย่างที่เคยหวังไว้“นี่แม่พี่เอง” มาร์คหันบอกกับเมียตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างๆ“สวัสดีค่ะคุณป้า” กวางยกมือไหว้นอบน้อมพร้อมรอยยิ้ม“สวัสดีหนูกวาง นั่งก่อนสิจ้ะ” ว่าแล้วแพรพิลัยก็ลุกขึ้นพร้อมกับจับข้อมือของกวางมานั่งข้างตัวเอง ก่อนที่ร่างสูงของมาร์คจะหย่อนตัวนั่งลงใกล้ๆ“หนูกวางเป็นลูกสะใภ้แม่ก็ต้องเรียกแม่ว่าแม่สิ”“ค่ะคุณแม่”“หนูกวางได้กินอะไรมาหรือยัง”“เมื่อกี้พี่มาร์คพากวางแวะกินที่ร้านแล้วค่ะ”“วันนี้หนูกวางอย่ารีบกลับนะ รอให้พ่อกลับมาจากบริษัทก่อนแล้วจะได้กินข้าวเย็นพร้อมกัน”“ได้ค่ะคุณแม่” เธอระบายยิ้มหวานพร้อมรับคำอย่างว่าง่ายพลางในใจลึกๆ
ห้องนอน 19.40 น.เมื่อมาร์คกับกวางรับประทานอาหารตอนหกโมงเย็นเสร็จ มาร์คก็พากวางออกไปนั่งคุยกันในสวนหย่อมหน้าบ้านประมาณหนึ่งชั่วโมงกว่าๆ จากนั้นทั้งสองจึงพากันขึ้นห้องไป“เราไปอาบน้ำกันเถอะกวาง” เมื่อเข้ามาในห้องนอนเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาก็หันบอกกับร่างงามที่ยืนอยู่ข้างตัวเอง“เราจะอาบพร้อมกันอีกเหรอคะ” ตั้งแต่กลับมาจากโรงพยาบาลเขาก็จะพาเธอเข้าไปอาบน้ำพร้อมกับเขาทุกวัน ซึ่งสามวันมาแล้วที่เธออาบน้ำพร้อมกับเขา“ใช่ ไปเข้าห้องน้ำเถอะ” ว่าแล้วมาร์คก็เดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวของตัวเองและของกวาง จากนั้นทั้งสองจึงพากันเข้าไปในห้องน้ำมาร์คถอดเสื้อผ้าให้กวางอย่างเช่นสามวันที่ผ่านมา จากนั้นจึงถอดเสื้อผ้าของตัวเอง ร่างสูงก้าวลงไปนั่งในอ่างพร้อมกับจับร่างสวยให้มานั่งคร่อมตักของเขาโดยกึ่งกลางกายของทั้งสองสัมผัสกัน มาร์คจับแขนเสลายกขึ้นคล้องคอของเขา สองแขนแกร่งกอดเอวเล็กพลางดวงตาคมจ้องมองใบหน้าจิ้มลิ้มที่ห่างกันไม่ถึงคืบด้วยแววตาคลั่งไคล้และคลั่งรัก“พี่มาร์คไม่เปิดน้ำใส่อ่างก่อนเหรอคะ”“วันนี้เราต้องเอากันก่อนนะแล้วค่อยอาบน้ำ”“เอากันเหรอคะ?” ขมวดคิ้วงุนงง“หรือเรียกอีกอย่างว่าyedกัน”“yedกัน?” “ใช่ การ
ห้องพักฟื้น หนึ่งอาทิตย์ต่อมาเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์แล้วที่มาร์คมาอยู่เฝ้ากวาง ในขณะที่กวางก็ยังนอนแน่นิ่งอยู่อย่างนั้น“กวาง…” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยเรียกร่างบางที่นอนหลับอยู่บนเตียง ในขณะที่มือของเขากอบกุมมือสวยของเธอและลูบหลังมือเบาๆ“ตื่นขึ้นมาคุยกับฉันหน่อยสิกวาง” เขาผละจากมือเรียวแล้วเลื่อนมือขึ้นไปลูบแก้มนุ่มของเธอเบาๆ“ที่รักของฉัน เธอหลับนานไปแล้วนะ ตื่นได้แล้ว” สิ้นเสียงทุ้มเอ่ยเรียกเป็นครั้งที่สาม พลันเปลือกตาสวยก็เริ่มขยับเล็กน้อย มาร์คที่เห็นอย่างนั้นก็ถึงกับใจเต้นรัว นิ้วเรียวของกวางกระดิก ชายหนุ่มระบายยิ้มอย่างดีใจกับสิ่งที่เห็นร่างเล็กขยับตัวเล็กน้อยพลางค่อยๆเบิกตาขึ้นอย่างช้าๆจึงได้เห็นใบหน้าหล่อเหลาที่นั่งอยู่บนเตียงข้างๆเธอ“กวางตื่นแล้วเหรอ” มาร์คเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ใบหน้าของเขายิ้มแย้มอย่างมีความสุข เขาเลื่อนมือไปจับมือของเธอมากุมไว้แล้วบีบเบาๆ ก่อนเสียงแหบแห้งของกวางจะเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้างุนงง“พี่…เป็นใครเหรอคะ”“…” มาร์คถึงกับนิ่งชะงักพลางคิดในใจว่าเธอจำเขาไม่ได้งั้นเหรอ“พี่…ชื่ออะไรคะ แล้วพี่เป็นใคร”มาร์คกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเฝื่อนแล้วพูดออกไปด้วยน้ำเสียงอ
วันต่อมากวางที่อาบน้ำสวมใส่เสื้อผ้าเสร็จแล้วกำลังจะออกไปร้านคาเฟ่ เปิดประตูออกมาจากห้องนอนจึงเห็นว่าเพื่อนตัวสูงนอนอยู่บนโซฟาตัวยาว มาร์คที่เห็นร่างเล็กออกจากห้องมาก็ลุกจากโซฟาพร้อมกับเอ่ยถามออกไปด้วยสีหน้าเศร้าซึมเพราะเมื่อคืนเขานอนคิดมากทั้งคืนกับเรื่องที่เธอบอกว่าไม่อยากใช้ผู้ชายร่วมกับใครและเรื่องที่เขาไม่ได้ป้องกัน“เธอจะไปร้านเหรอ”“ใช่” เธอตอบด้วยสีหน้าปกติพร้อมกับเดินไปที่ประตู มาร์คลุกขึ้นเต็มความสูงแล้วเดินไปสวมกอดร่างบอบบางจากทางด้านหลังพลางเอ่ยออกไป“กวางฉันขอโทษ…”“มาร์คขอโทษกวางเรื่องอะไรเหรอ” เธอชะงักกับคำขอโทษของเขาก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงปกติ“ขอโทษที่ทำให้เธอไม่สบายใจมาหลายปี”“มาร์ครู้เหรอว่ากวางไม่สบายใจเรื่องอะไร”“เรื่องเคท”“ทำไมกวางต้องไม่สบายใจเรื่องเคทด้วยล่ะ”“ตอนนั้นที่ฉันตกลงเป็นแฟนกับเคท เธอคงไม่สบายใจ”“เพื่อนมีแฟน แล้วทำไมกวางจะต้องไม่สบายใจด้วยล่ะ”“ก็เพราะเธอรักฉันไง”“กวางยอมรับนะว่าตอนนั้นกวางรู้สึกไม่สบายใจ แต่กวางก็พยายามทำใจไม่ให้รักมาร์คตั้งแต่นั้นมา และตอนนี้กวางก็ไม่ได้รู้สึกอะไรกับมาร์คแล้ว” “แต่ตอนนี้ฉันรักเธอ” เสียงทุ้มอ่อนโยนแฝงไว้ด้วยค
หนึ่งเดือนต่อมาเป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้วที่มาร์คมาทำงานที่บริษัท บ่อยครั้งที่มาร์คจะอ้างกับกวางว่าไม่อยากพารถไปบริษัทและเขาก็ขอนั่งรถไปกับเธอกวางเดินออกมาหน้าคอนโดแล้วสาวเท้าไปยังรถเก๋งคันสีขาวของตัวเอง มาร์คที่เดินตามมาติดๆคว้าเข้าที่ข้อมือเล็กหมับ!“วันนี้ไปรถฉันดีกว่านะ”“รถกวางก็มี ไม่จำเป็นต้องไปกับมาร์คหรอก ไปคนละคันนั่นแหละดีแล้ว”“วันนี้ไปกับรถฉันสักวันนะ” ว่าแล้วชายหนุ่มก็จูงมือเธอไปยังรถของตัวเอง กวางก็เดินตามเขาไปอย่างว่าง่าย มาร์คเปิดประตูให้กวางเข้าไปนั่ง ซึ่งที่ผ่านมาเขาไม่เคยเปิดประตูรถให้สาวคนไหนมาร์คปิดประตูรถแล้วเดินมานั่งประจำที่คนขับพร้อมกับออกรถมุ่งหน้าไปยังบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ติดอันดับต้นของประเทศบริษัทหลังจากคืนนั้นที่พอร์ชกับรินมีความสัมพันธ์เกินเลยกัน นี่ก็หนึ่งเดือนมาแล้วที่พอร์ชเงียบหายไปเลยรินที่อยากรู้ว่าเขาหายไปไหนจึงหันถามกวางที่นั่งโต๊ะข้างตัวเอง ถึงแม้ว่าเธอจะมีเบอร์ของพอร์ช แต่เธอก็ไม่กล้าโทร ซึ่งตั้งแต่เรียนจบรินก็ไม่เคยโทรหาพอร์ชเลย“น้องกวาง ช่วงนี้พอร์ชได้ติดต่อมาหาน้องกวางบ้างหรือเปล่า”“พี่พอร์ชไม่ได้ติดต่อกวางมาเป็นเดือนแล้วค่ะ…” กว
เมื่อมาร์คกับกวางรับประทานอาหารเสร็จก็พากันไปขึ้นรถหรูแล้วมุ่งหน้าไปยังบริษัทเมื่อรถเลี้ยวเข้ามาในบริษัทกวางก็ถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อเขาไม่ได้พาเธอแวะโรงแรมตามที่เขาพูดหญิงสาวลงจากรถแล้วรีบเดินเข้าไปในบริษัท ในขณะที่ร่างสูงเดินตามหลังเธอเข้าไป เมื่อขึ้นมายังชั้นผู้บริหาร มาร์คก็เข้าห้
บริษัท วันต่อมาในขณะที่กวางกำลังก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างตั้งอกตั้งใจอยู่นั้น ร่างสูงของมาร์คที่อยู่ในชุดสูทหรูราคาแพงก็ก้าวเข้ามายืนหน้าโต๊ะทำงานของเธอพร้อมกับพูดออกไปด้วยสีหน้าปกติ“เมื่อเช้าฉันยังไม่ได้กินอะไรมา เธอช่วยไปหาของว่างมาให้ฉันกินหน่อยสิ”“ได้สิ” หญิงสาวรับคำอย่างว่าง่ายแล้วลุกไปทำกาแฟ
ห้องทำงานปรเมศ“พ่อครับ”“อ้าว ยังไม่กลับอีกเหรอ” ปรเมศเอ่ยถามลูกชายที่มีสีหน้าดูหงุดหงิด“พรุ่งนี้ผมจะเริ่มงานเลยนะครับ”“ไหนบอกว่าจะเข้ามาเดือนหน้า”“ผมเปลี่ยนใจแล้ว ตอนนี้ผมอยากทำงานมากเลยครับ”“ก็ดี”“ผมอยากให้กวางไปเป็นเลขาของผมครับ”“พ่อจะต้องถามหนูกวางก่อนนะว่าจะไปเป็นเลขาให้ลูก หรือจะเป็นผู
ด้านมาร์คในขณะที่มาร์คนั่งสูบบุหรี่อยู่ในห้องโถง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นก๊อก! ก๊อก! มาร์คดับบุหรี่ในจานรองแล้วลุกขึ้นเต็มความสูงไปเปิดประตูจึงเห็นมิ้วยืนสีหน้าบึ้งตึงอยู่ ก่อนเสียงทุ้มจะเอ่ยถามออกไป“เธอมาทำไม”“ฉันเห็นว่ากวางไม่เข้าร้านก็เลยโทรหากวาง กวางบอกว่าไม่สบาย ฉันก็เลยอยากมาดูว่ากวางไม่







