LOGINวันต่อมา
ห้องคอนโดติณณ์ ติณณ์นอนอ่านบทละครอยู่บนโซฟา ส่วนแพทที่เพิ่งจัดการงานเอกสารเสร็จก็นั่งลงที่พรมข้างโซฟา เธอหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาจิบพลางมองแผ่นหลังของคนที่กำลังจดจ่อกับตัวหนังสือ แพทตัดสินใจทำลายความเงียบด้วยการใช้ความหยอกล้อเป็นเกราะกำบังหัวใจตัวเอง “นี่ ติณณ์...” แพทเอ่ยขึ้นเบาๆพลางใช้นิ้วเขี่ยขอบแก้วกาแฟ “ช่วงนี้อินเนอร์แรงจังนะในกองถ่ายน่ะ ถามจริงเถอะ เวลาที่ต้องเข้าฉากเลิฟซีนกับฟลุคเนี่ย ติณณ์แอบหวั่นไหวบ้างหรือเปล่า” เธอแสร้งหัวเราะเบาๆเหมือนเป็นเพียงบทสนทนาสัพเพเหระ “แบบว่า...คนอะไรจะแสดงได้สมจริงขนาดนั้น ถ้าไม่ได้แอบรู้สึกอะไรจริงๆบ้างเนี่ย แพทว่าติณณ์ควรไปชิงรางวัลนักแสดงนำยอดเยี่ยมแห่งปีได้เลยนะ” ติณณ์ชะงักไปครู่หนึ่ง เขาขยับตัวลุกขึ้นนั่งพิงพนักโซฟา สายตาที่เคยจดจ่ออยู่กับบทละครเปลี่ยนมามองหญิงสาวที่นั่งอยู่บนพรม “หวั่นไหวเหรอ?” ติณณ์ทวนคำพลางหัวเราะเบาๆในลำคอ “แพท นี่เธออ่านนิยายเรื่องไหนมาเนี่ย คำถามเหมือนแฟนคลับในเว็บบอร์ดเลยนะ” เขายื่นมือมาหยิบแก้วกาแฟจากมือเธอไปถือไว้เอง ก่อนจะเอนหลังพิงพนักโซฟาอย่างสบายอารมณ์ “การแสดงมันก็คือการแสดงนะแพท แต่ถ้าถามว่ารู้สึกยังไงกับฟลุค ก็ยอมรับว่าคุยสนุกดี” ติณณ์หันมามองหน้าแพทด้วยสายตาที่ดูจริงจังขึ้นเล็กน้อย “จะว่ายังไงดีล่ะ ฟลุคเขาเป็นคนสบายๆ คุยแล้วรู้สึกถูกคอกว่านักแสดงคนอื่นที่ฉันเคยร่วมงานด้วยมาเยอะเลย เวลาอยู่ในกองถ่าย นอกจากเรื่องงานแล้ว เรายังคุยเรื่องอื่นได้อีกหลายเรื่อง มันทำให้บรรยากาศตอนเข้าฉากมันลื่นไหลขึ้น ไม่ต้องเกร็งเหมือนคนอื่นๆที่ผ่านมา ก็เลยกลายเป็นว่าทำงานด้วยกันแล้วสนุกดี แค่นั้นแหละ” ติณณ์วางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะข้างๆก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบรีโมทโทรทัศน์ขึ้นมาเปิด “เลิกหาเรื่องมาแซวฉันได้แล้วน่าผู้จัดการคนเก่ง วันนี้ฉันขอพักสมองจากเรื่องกองถ่ายสักวันเถอะนะ ไม่เอาแล้วเรื่องหวั่นไหวอะไรนั่นน่ะ ปวดหัว” เขาหันไปให้ความสนใจกับรายการบนจอโทรทัศน์ ทิ้งให้แพทนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม คำพูดที่ดูเรียบง่ายของติณณ์กลับสะท้อนให้เห็นว่าความสนิทสนมระหว่างเขากับฟลุคไม่ใช่แค่เรื่องงาน แต่มันมีความพิเศษบางอย่างที่ทำให้ติณณ์เปิดใจให้มากกว่าใครๆในวงการ หลายวันต่อมา ติณณ์รินไวน์ลงในแก้วก้านยาวก่อนจะส่งให้แพท ทั้งคู่ทิ้งตัวลงบนโซฟาตัวยาวหลังจากผ่านสัปดาห์ที่แสนหนักหน่วงมาด้วยกัน “ดื่มหน่อยเถอะแพท ในฐานะที่สัปดาห์นี้เธอเป็นผู้จัดการที่ดีจนฉันแทบไม่มีที่ติเลย” ติณณ์เอ่ยเสียงนุ่ม สายตาที่เขามองเธอดูผ่อนคลายอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก แพทรับแก้วมาจิบพลางหัวเราะเบาๆ “ชมกันแบบนี้เดี๋ยวแพทก็เหลิงหรอก อีกอย่างที่ติณณ์ทำงานราบรื่นน่ะ เพราะติณณ์มีสมาธิดีต่างหาก ไม่เกี่ยวกับแพทหรอก” “ไม่จริงหรอก” ติณณ์ส่ายหน้า เขาขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด “ถ้าไม่มีเธอคอยจัดการเรื่องวุ่นๆพวกนั้น ฉันคงไม่มีสมาธิไปโฟกัสกับอินเนอร์การแสดงหรอก” “ขอบคุณที่ชมนะ แต่ติณณ์ก็รู้ว่ามันเป็นหน้าที่ของแพท” “หน้าที่เหรอ?” ติณณ์ยิ้มบางๆ เขาเขยิบเข้ามาใกล้จนไหล่แทบจะชิดกัน “บางครั้งฉันก็สงสัยนะว่า แพทไม่เหนื่อยบ้างเหรอที่ต้องทำหน้าที่นี้มาตลอด แบบทำหน้าที่ดูแลชีวิตส่วนตัวของนักแสดงที่เอาแต่ใจอย่างฉันน่ะ” “ไม่เหนื่อยหรอก เพราะสำหรับแพท การได้อยู่ตรงนี้มันก็คือชีวิตของแพทอยู่แล้ว” แพทตอบพร้อมรอยยิ้มที่เริ่มดูเบลอๆจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ ติณณ์นิ่งไปครู่หนึ่ง จ้องมองใบหน้าของหญิงสาวที่เริ่มแดงระเรื่อด้วยความมึนเมา “ชีวิตของเธอเหรอ บางทีเธอก็ทุ่มเทจนลืมไปนะว่าจริงๆแล้วเธอควรมีชีวิตที่อิสระกว่านี้” แพทไม่ได้ตอบอะไร เธอเริ่มส่ายไปมาเล็กน้อยก่อนจะโน้มตัวลงซบพนักโซฟาอย่างหมดแรง “ตราบใดที่ติณณ์ยังต้องการให้แพทอยู่ตรงนี้ แพทก็จะไม่ไปไหนหรอก” ติณณ์มองคนที่กำลังจะผล็อยหลับพลางจิบไวน์ในแก้วตัวเองรวดเดียวจนหมด ก่อนจะวางแก้วลงบนโต๊ะ “ถ้าอย่างนั้นก็อย่าเพิ่งรีบไปไหนจริงๆนะ” พูดจบ เขาก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะช้อนร่างบอบบางขึ้นสู่อ้อมแขนอย่างแผ่วเบา ติณณ์พาร่างเล็กที่หลับสนิทเข้าไปในห้องนอนของเขา ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่เขาไม่เคยเปิดโอกาสให้ใครได้ก้าวเข้ามาแบบนี้มาก่อน เขาวางเธอลงบนเตียงกว้างอย่างเบามือ กลิ่นหอมอ่อนๆของแพทที่คุ้นเคยมานับสิบปีอบอวลอยู่รอบตัว ติณณ์ทิ้งตัวลงนอนข้างๆเธอ เขานอนตะแคงมองใบหน้าของคนที่เปรียบเสมือนเงาตามตัวเขามาตลอดชีวิต ติณณ์ขยับตัวเข้าไปใกล้พลางเอื้อมมือไปปัดเส้นผมที่ปรกหน้าเธออย่างแผ่วเบา ติณณ์หลับตาลงก่อนไม่นานจะเข้าสู่ห้วงนิทราไปห้าปีต่อมาแสงแดดอุ่นยามบ่ายลอดผ่านผ้าม่านโปร่งสีขาวเข้ามาในห้องนั่งเล่นของเรือนหอหลังใหญ่ ทิวทัศน์ภายนอกคือสวนเขียวขจีที่แพทตั้งใจออกแบบเองบนโซฟาตัวนุ่ม ติณณ์ในวัย32ปีที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และความสุขุมของซูเปอร์สตาร์ระดับแถวหน้าของเอเชียกำลังนอนหนุนตักของแพท มือข้างหนึ่งปัดหน้าจอแท็บเล็ตดูฟีดแบคข่าวหน้าหนึ่งและโซเชียลมีเดียที่กำลังร้อนระอุทั่วทั้งไทยและจีน ข่าวการประกาศแต่งงานอย่างเป็นทางการและการเปิดตัวภรรยาที่เขาปกปิดมานานหลายปีเสียงแจ้งเตือนข้อความและคอมเมนต์นับล้านหลั่งไหลเข้ามา แต่ติณณ์กลับไม่ได้สนใจเสียงรอบตัวเลยสักนิด เขายื่นมือขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าแพทเบาๆ สายตาทอประกายความโล่งอกและภูมิใจอย่างที่สุด“โลกรู้หมดแล้วนะ ว่าพี่มีเมียเป็นตัวเป็นตน” ติณณ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำติดอ้อน ขยับตัวเข้าไปซุกหน้าเข้ากับเอวของเธอราวกับเด็กหนุ่มตัวโตๆ “ทีนี้ต่อให้สื่อสำนักไหนหรือใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาถามหาความโสดจากพี่อีกแล้ว พี่ยกทุกอย่างให้แพทหมดแล้วนะ”แพทหัวเราะเบาๆในลำคอ วางเอกสารงานในมือลงก่อนจะใช้นิ้วเรียวหยิกแก้มนวลของสามีอย่างหมั่นเขี้ยว “แล้วใครบอกว่าจะหนีไปไหนล่ะ
ห้องนอนหลังจากผลัดกันเข้าไปอาบน้ำชำระร่างกายจนสะอาดสะอ้านและสวมชุดนอนเนื้อนุ่มสบายแล้ว ร่างสูงของติณณ์ก็รวบเอวบางเข้ามาประชิดตัวบนเตียงนอนนุ่ม ก่อนที่บทเพลงรักอันเร่าร้อนและลึกซึ้งจะเริ่มต้นขึ้น ทั้งคู่ต่างมอบสัมผัสและอารมณ์โหยหาให้แก่กันอย่างเต็มที่ ท่ามกลางเสียงหอบหายใจกระชั้นชิดและความสุขสมที่ไต่ระดับขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งกล่องถุงยางอนามัยที่อยู่ข้างเตียงถูกใช้หมดไปถึงสองชิ้นเต็มๆในจังหวะที่อารมณ์รักกำลังพลุ่งพล่านถึงขีดสุด ติณณ์ผ่อนแรงลงเล็กน้อย เขามองใบหน้าสวยด้วยแววตาเว้าวอนและเปี่ยมไปด้วยความต้องการก่อนจะกระซิบเสียงพร่าข้างใบหูของเธอ“แพท รอบต่อไปพี่ขอเอาสดนะ…”“สามเดือนเต็มแล้วนะที่เราไม่ได้เอาสดกันเลย พี่อยากรู้สึกถึงเธอแบบแนบเนื้อจริงๆนะคนดี”แพทชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตมองหน้าเขาด้วยความประหลาดใจระคนเขินอายก่อนจะพึมพำออกมาเบาๆ “พี่...งั้นเหรอ?”ติณณ์ยิ้มละมุน ก้มลงจูบซับเบาๆที่ขมับชื้นเหงื่อของเธอก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มและจริงจัง “อื้ม พี่อยากเรียกแทนตัวเองแบบนี้บ้าง อยากพูดคำว่าพี่กับเมียตัวเอง ได้ไหมครับ?”แม้หัวใจจะเต้นแรงจนแทบหลุดออกมาจากอกด้วยความเขินกับสรร
หลังจากผู้กำกับสั่งคัทและประกาศเลิกกองสำหรับวันนี้ ติณณ์แยกตัวเดินกลับเข้ามาในห้องแต่งตัวส่วนตัวเพื่อถอดชุดแต่งกายและเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าธรรมดาสำหรับเตรียมตัวเดินทางกลับคอนโด ขณะที่เขากำลังยืนปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตอยู่หน้ากระจก เสียงเคาะประตูเบาๆก็ดังขึ้นสองครั้ง ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรอให้ใครอนุญาต ณดาก้าวเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มมั่นใจ ดวงตาคู่สวยกวาดมองสำรวจเรือนร่างสูงโปร่งของพระเอกหนุ่มที่กำลังยืนเปลือยท่อนบนก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดอย่างถือวิสาสะ “ติณณ์ยังเปลี่ยนเสื้อผ้าไม่เสร็จเหรอ” ณดาเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงหวานเชื่อมแฝงความออดอ้อนเล็กน้อยในที ติณณ์ชะงักมือที่กำลังจะหยิบเสื้อยืดขึ้นสวม เขาหันมามองเพื่อนร่วมงานสาวด้วยสีหน้าเรียบเฉย “อ๋อ กำลังจะเปลี่ยนครับ เดี๋ยวผมก็ต้องกลับคอนโดแล้วเหมือนกัน” ณดายิ้มมุมปาก เดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ห่างจากเขาเพียงไม่กี่ก้าว ดวงตาคู่สวยจ้องมองตรงมาที่ติณณ์ด้วยประกายระยิบระยับที่แปลกไปจากเดิมก่อนจะเริ่มเอ่ยประโยคชวนคิดลึก “เรื่องฉากจูบเมื่อกี้…ที่เราเข้าฉากด้วยกัน ออกมาดีมากเลยนะติณณ์ นายว่าไหม?” ณดาเว้นจังหวะเล็กน้อย ปล่อยให้สา
วันต่อมาภายในห้องนอนกว้าง ติณณ์และแพทจัดการแต่งตัวในชุดไปทำงานเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่ทั้งคู่จะก้าวออกจากห้องเพื่อเตรียมตัวไปลุยงานที่กองถ่ายละครของดาราหนุ่มขณะที่กำลังยืนรอลิฟต์อยู่ที่หน้าห้อง แพทก็หันมามองเจ้าของใบหน้าหล่อด้วยสีหน้าจริงจังและเคร่งเครียดขึ้นมาทันทีเพื่อทบทวนกฎเหล็กสำคัญสำหรับการทำงานวันนี้“นี่ติณณ์ ฟังแพทให้ดีๆนะ” แพทเอ่ยด้วยน้ำเสียงเน้นย้ำ “วันนี้ไปถึงกองถ่าย ห้ามมาทำตัวสนิทสนมกับแพทเด็ดขาด ห้ามแอบมาตีเนียนชวนคุย หรือมองตาหวานเชื่อมใส่กันต่อหน้าคนอื่นรู้ไหม ถ้าใครจับสังเกตได้ขึ้นมา งานของเราพังแน่ๆ”ติณณ์กะพริบตาปริบๆ ทำท่าทางสำรวมเหมือนเด็กนักเรียนกำลังโดนคุณครูฝ่ายปกครองอบรม แม้ในใจจะนึกสนุกและอยากแกล้งคนตัวเล็กแค่ไหน แต่เขาก็ยอมพยักหน้ารับปากแต่โดยดี“ครับๆ ทราบแล้วครับคุณผู้จัดการคนสวย...” ติณณ์รับคำเสียงอ่อยอย่างไม่เรื่องมากก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นเจ้าเล่ห์ขึ้นมาทันที “แต่ก่อนจะไปโหมดเคร่งขรึมตามกฎของเธอ ขอชาร์จพลังสำรองไว้ก่อนหน่อยเถอะ”พูดยังไม่ทันขาดคำ ร่างสูงก็ก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว วงแขนแกร่งรวบเอวบางเข้าหาตัวก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาประทับริมฝีปาก
รถยนต์คันหรูแล่นมาจอดนิ่งสนิทอยู่หน้าร้านขายยาขนาดใหญ่แห่งหนึ่งริมถนนใหญ่ ติณณ์ปลดเข็มขัดนิรภัยแล้วทำท่าจะเปิดประตูรถลงไปทันที “เดี๋ยวฉันลงไปซื้อให้เอง เธอรอนี่แหละ”แพทรีบเอื้อมมือไปคว้าแขนเขาไว้ทันควัน ส่ายหน้าดิกด้วยความตกใจ “เดี๋ยวๆ ติณณ์! จะบ้าหรือไง ออกไปทั้งชุดแบบนี้ถ้ามีคนจำหน้าได้ขึ้นมา จะเป็นข่าวหน้าหนึ่งใหญ่โตว่าพระเอกดังมาซื้อยาคุม!”ติณณ์หันมามองหน้าผู้จัดการสาวด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม แววตาเป็นประกายด้วยความเจ้าเล่ห์อย่างนึกสนุก เขาขยับเข้าไปใกล้แล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ“ทำไมล่ะ? ฉันตั้งใจจะลงไปซื้อยาคุมให้เธอด้วยนะ แล้วก็เหมาถุงยางอนามัยพ่วงไปด้วยหลายๆกล่องเลย เผื่อไว้ใช้สำหรับคืนนี้และคืนต่อๆไปไง”แพทได้ยินแบบนั้นก็เบิกตากว้าง หน้าแดงก่ำลามไปถึงใบหูด้วยความหมั่นไส้และความเขินอายที่พุ่งปรี๊ด เธอส่งสายตาพิฆาตใส่คนเจ้าเล่ห์ทันที“ติณณ์! หยุดพูดจาทะลึ่งเลยนะ! ขืนติณณ์เดินลงไปสภาพนั้นมีหวังเป็นเรื่องแน่!” แพทรีบดันอกเขาออก “แพทลงไปซื้อเองดีกว่า อยู่บนรถนี่แหละ ห้ามลงมาเด็ดขาด!” ว่าจบ แพทก็รีบคว้ากระเป๋าเงิน เปิดประตูรถแล้วก้าวลงไปเดินดุ่มๆเข้าไปในร้านขายยาอย่างรวด
วันต่อมาแพทค่อยๆขยับเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นรับแสงสว่าง ความเหนื่อยอ่อนจากการผ่านศึกหนักมาตลอดทั้งคืนทำให้เธอยังไม่อยากขยับตัวไปไหน ทว่าสิ่งที่ทำให้เธอรับรู้ได้ทันทีคือความอบอุ่นและน้ำหนักที่ทาบทับอยู่รอบกายเธอนอนตะแคงอยู่บนเตียงโดยมีวงแขนแข็งแรงของติณณ์โอบกอดรัดรอบเอวบางไว้อย่างแน่นหนา ใบหน้าคมคายของดาราหนุ่มซบลงกับซอกคอเนียน ลมหายใจอุ่นสม่ำเสมอเป่ารดผิวเนื้อแผ่วเบา แพทยกมือขึ้นตั้งใจจะขยับตัวเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนเขา แต่เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสโดนแผงอกเปลือยเปล่า อ้อมแขนที่เคยหลับสนิทก็กระชับแน่นขึ้นทันทีร่างหนาขยับเข้ามาเบียดชิดจนหน้าอกอวบของเธอยุบจมไปกับอกแกร่ง ลมหายใจอุ่นร้อนเคลื่อนมาคลอเคลียอยู่ใกล้ใบหูพร้อมกับแรงกดจูบเบาๆที่ลาดไหล่เนียนของเธอ“อื้อ จะรีบไปไหนล่ะหืม? ตัวหอมขนาดนี้ ยังไม่ยอมให้ไปไหนหรอก” ติณณ์พึมพำอยู่ในลำคอ ดวงตาคมที่เพิ่งลืมขึ้นพราวระยับด้วยรอยอ่อนเจือความออดอ้อน เขากระชับกอดเธอแน่นขึ้นอีกนิด ปลายจมูกโด่งกดสูดดมความหอมจากซอกคอเธออย่างอารมณ์ดี หญิงสาวยกมือดันแผงอกแกร่งเบาๆพร้อมกับส่งเสียงประท้วงด้วยความอ่อนเพลีย “ปล่อยก่อน แพทอยากลุกไปอาบน้ำแล้ว ตัวเหนียวไ







