Masukวันต่อมา
แสงแดดอ่อนๆยามสายที่ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาทำให้แพทเริ่มรู้สึกตัวตื่น ความรู้สึกหนักอึ้งที่ท่อนแขนและไออุ่นจากแผ่นอกแกร่งที่หนุนอยู่ทำให้เธอต้องลืมตาขึ้นช้าๆ วินาทีแรกที่สติเริ่มทำงาน หัวใจของเธอแทบหยุดเต้นเมื่อพบว่าตัวเองไม่ได้อยู่บนโซฟาห้องนั่งเล่น แต่กำลังนอนอยู่ในห้องนอนของติณณ์ และที่สำคัญ ติณณ์กำลังโอบกอดเธอไว้แน่นราวกับว่าเธอเป็นหมอนข้างที่เขาหวงแหนที่สุด “เฮ้ย!” แพทอุทานเสียงหลง เธอดีดตัวขึ้นด้วยสัญชาตญาณความตกใจจนผ้าห่มเลื่อนหลุดลงไปกองที่เอว เธอพยายามจะยันตัวลุกหนีออกจากเตียง แต่ท่อนแขนที่พาดผ่านเอวของเธอกลับรัดแน่นขึ้นกว่าเดิม ติณณ์ที่ถูกรบกวนการนอนขยับตัวเล็กน้อย เขาลืมตาขึ้นช้าๆ นัยน์ตาคมคู่นั้นยังดูง่วงงุน เขาไม่ได้ตกใจที่เห็นแพทอยู่ตรงนี้ แต่กลับกระตุกยิ้มมุมปากราวกับว่านี่เป็นสิ่งที่เขาคาดไว้อยู่แล้ว “ตื่นเช้าจัง” ติณณ์พึมพำด้วยน้ำเสียงแหบพร่าจากการเพิ่งตื่น เขาไม่ได้คลายกอดออกแม้แต่น้อย กลับกระชับอ้อมแขนให้แพทขยับเข้ามาใกล้เขามากขึ้นจนหน้าอกของเธอแนบชิดกับอกของเขา “ติณณ์! นี่มัน...คือ...” แพทพูดตะกุกตะกัก ใบหน้าแดงซ่านลามไปถึงใบหู “แพทมาอยู่นี่ได้ยังไง? แล้วทำไมถึง...” “ก็เมื่อคืนเธอหลับเป็นตาย ฉันก็เลยพาเข้ามานอนให้สบายขึ้น” ติณณ์ตอบสั้นๆโดยไม่ละสายตาไปจากใบหน้าตื่นตระหนกของเธอ “ทำไมต้องตกใจขนาดนั้น ลืมไปแล้วเหรอว่าเราสนิทกันแค่ไหน” เขายังคงกอดเธอไว้แน่น ไม่ยอมให้เธอผละหนีออกไปได้ง่ายๆ “ปล่อยเถอะติณณ์ มันไม่เหมาะ แพทควรกลับห้องได้แล้ว ที่ห้องคงมีงานค้างรออยู่” แพทเอ่ยขึ้นพลางใช้มือดันอกเขาเบาๆ ติณณ์ยอมคลายอ้อมแขนออกอย่างว่าง่าย เขาขยับตัวถอยห่างออกไปเล็กน้อย แต่ยังคงนอนตะแคงเท้าศีรษะมองเธออยู่บนเตียง “รีบไปไหนล่ะ วันนี้วันว่างนะ” ติณณ์พูดด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลายขึ้น ไม่ได้มีการบังคับหรือกดดัน “อีกอย่าง เธอก็น่าจะหิวแล้วไม่ใช่เหรอ” เขาเอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์ที่วางอยู่บนหัวเตียงเพื่อเช็คข้อความสั้นๆ ก่อนจะวางลงแล้วหันกลับมามองเธอ “ไปอาบน้ำให้สดชื่นเถอะ เดี๋ยวฉันจะจัดการมื้อเช้าให้ เสร็จแล้วก็กลับเข้ามาที่นี่ เราจะได้ทานข้าวด้วยกัน” “แต่ว่า...” “ไม่มีแต่ ถือว่าเป็นการไถ่โทษที่เมื่อคืนฉันเผลอทำเธอวุ่นวายละกัน เร็วเข้า อย่าให้รอนาน” ติณณ์ตัดบทเบาๆ เขาทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ก่อนจะลุกจากเตียงด้วยท่าทีสบายๆเดินเลี่ยงเข้าห้องน้ำไป ทิ้งให้แพทนั่งเคว้งอยู่บนเตียงเพียงลำพังท่ามกลางความสับสนในใจ แพทเดินกลับมาถึงห้องพักของตัวเองในสภาพที่จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เธอทิ้งตัวลงนั่งบนขอบเตียง มือยังคงกุมหน้าอกตัวเองที่เต้นแรงไม่ยอมหยุด ความทรงจำถึงอ้อมกอดแน่นหนาและไออุ่นจากแผ่นอกของติณณ์ในตอนเช้ายังคงแจ่มชัดราวกับมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อนาทีที่แล้ว เธอถอนหายใจยาว พยายามสะบัดภาพเหล่านั้นออกจากหัว “บ้าจริง นี่เรากำลังตื่นเต้นกับอะไรเนี่ย” แพทพึมพำกับตัวเองพยายามดึงสติกลับมา แต่ทว่าความสงสัยหนึ่งกลับแทรกขึ้นมาแทนที่จนเธอนั่งเหม่อลอย ‘เดี๋ยวนะ ติณณ์เป็นเกย์ไม่ใช่เหรอ? เขาเป็นผู้ชายที่…ที่ชอบผู้ชายด้วยกัน แล้วทำไมเมื่อเช้าเขาถึงกล้ากอดเราแน่นขนาดนั้น? มันหมายความว่ายังไงกันแน่’ คำถามนั้นวนเวียนอยู่ในหัวซ้ำไปซ้ำมา คนตัวเล็กนั่งจมอยู่กับความคิดนั้นนานนับชั่วโมง ลืมไปเลยว่าต้องทำอะไรต่อ จนกระทั่ง Rrrr! หน้าจอแสดงชื่อติณณ์ที่โทรเข้ามา แพทมองมันด้วยใจที่เต้นรัวอีกครั้งก่อนจะกดรับสาย “ฮัลโหล” (ทำอะไรอยู่ บอกว่าจะให้อาบน้ำแล้วมาทานข้าว นี่มันเลยเวลามาครึ่งชั่วโมงแล้วนะ) เสียงทุ้มของติณณ์ดังลอดผ่านสายมา แม้จะดูเหมือนเป็นการดุตามนิสัยปกติ แต่เขากลับซ่อนความใจร้อนเอาไว้ในน้ำเสียงนั้นด้วย (แพท อย่าให้ฉันต้องเดินไปตามที่ห้องนะ) คำขู่นั้นเรียกสติของแพทกลับมาทันที เธอสะดุ้งสุดตัวและรีบละล่ำละลักตอบ “ขอโทษนะติณณ์ กำลัง...กำลังจะไปเดี๋ยวนี้แหละ พอดีเมื่อกี้มัวแต่จัดการเรื่องงานนิดหน่อยน่ะ” (งั้นก็รีบมา) ติณณ์พูดทิ้งท้ายก่อนจะกดวางสายไปทันที ทิ้งให้แพทนั่งมองโทรศัพท์ที่ดับลงไปแล้วด้วยความรู้สึกที่ปั่นป่วนยิ่งกว่าเดิม เวลาต่อมา เมื่อแพทก้าวเท้าเข้ามาในห้องของติณณ์อีกครั้ง ก็เห็นว่าบนโต๊ะอาหารมีอาหารเช้าที่ติณณ์จัดเตรียมไว้วางอยู่เรียบร้อย เขาเปลี่ยนชุดมาอยู่ในชุดลำลองสบายๆและนั่งรอเธออยู่ก่อนแล้ว แพทเดินไปนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโดยไม่กล้าสบตา เธอจดจ่ออยู่กับการจับช้อนส้อม จ้องมองแต่จานข้าวตรงหน้าอย่างตั้งใจราวกับมันเป็นสิ่งที่น่าสนใจที่สุดในโลก จนติณณ์ที่สังเกตเห็นความผิดปกติวางช้อนในมือลง เขานั่งเท้าคางมองคนตรงข้ามที่เอาแต่นั่งก้มหน้าก้มตา ไม่แม้แต่จะตักอาหารเข้าปาก “แพท...” ติณณ์เอ่ยเรียกชื่อเธอเบาๆ น้ำเสียงของเขามีความหยอกล้อเจือปน “ถ้าเธอยังขืนจ้องจานข้าวอยู่อย่างนั้นอีกสักพัก ฉันเกรงว่าข้าวมันจะเย็นชืดหมดก่อนจะได้ทานนะ” เขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย สายตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องใบหน้าของเธอ “เงยหน้าขึ้นมาหน่อยสิ ตั้งแต่เดินเข้ามาเธอยังไม่มองหน้าฉันเลยสักครั้งเดียว เป็นอะไรไป หรือว่าเมื่อคืนที่ห้องฉัน มีอะไรที่ทำให้เธอยังรู้สึกไม่สะดวกใจ?” เธอเม้มปากแน่นก่อนจะค่อยๆเงยหน้าขึ้นสบตากับคนตรงข้ามที่มองมาพร้อมกับกลืนก้อนความประหม่าที่จุกอยู่ในคอลงไปอย่างยากลำบาก “ไม่มีอะไรหรอก…” แพทตอบเสียงแผ่ว พยายามฝืนยิ้มที่มุมปาก “แค่นอนน้อยไปหน่อยน่ะ เลยรู้สึกมึนๆนิดหน่อย” เธอรีบเบือนหน้าหนีสายตาคู่คมแล้วเปลี่ยนเรื่องทันทีด้วยการตักอาหารในจานขึ้นมา “ทานข้าวกันเถอะ เดี๋ยวจะเย็นหมดเสียก่อน” แพทพยายามโฟกัสไปที่อาหารในจาน แม้รสชาติจะอร่อยเพียงใด แต่ในเวลานี้เธอกลับรู้สึกว่ามันแทบจะกลืนไม่ลง เธอสัมผัสได้ถึงสายตาของติณณ์ที่ยังคงจดจ้องมองมาที่เธอไม่วางตาห้าปีต่อมาแสงแดดอุ่นยามบ่ายลอดผ่านผ้าม่านโปร่งสีขาวเข้ามาในห้องนั่งเล่นของเรือนหอหลังใหญ่ ทิวทัศน์ภายนอกคือสวนเขียวขจีที่แพทตั้งใจออกแบบเองบนโซฟาตัวนุ่ม ติณณ์ในวัย32ปีที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และความสุขุมของซูเปอร์สตาร์ระดับแถวหน้าของเอเชียกำลังนอนหนุนตักของแพท มือข้างหนึ่งปัดหน้าจอแท็บเล็ตดูฟีดแบคข่าวหน้าหนึ่งและโซเชียลมีเดียที่กำลังร้อนระอุทั่วทั้งไทยและจีน ข่าวการประกาศแต่งงานอย่างเป็นทางการและการเปิดตัวภรรยาที่เขาปกปิดมานานหลายปีเสียงแจ้งเตือนข้อความและคอมเมนต์นับล้านหลั่งไหลเข้ามา แต่ติณณ์กลับไม่ได้สนใจเสียงรอบตัวเลยสักนิด เขายื่นมือขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าแพทเบาๆ สายตาทอประกายความโล่งอกและภูมิใจอย่างที่สุด“โลกรู้หมดแล้วนะ ว่าพี่มีเมียเป็นตัวเป็นตน” ติณณ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำติดอ้อน ขยับตัวเข้าไปซุกหน้าเข้ากับเอวของเธอราวกับเด็กหนุ่มตัวโตๆ “ทีนี้ต่อให้สื่อสำนักไหนหรือใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาถามหาความโสดจากพี่อีกแล้ว พี่ยกทุกอย่างให้แพทหมดแล้วนะ”แพทหัวเราะเบาๆในลำคอ วางเอกสารงานในมือลงก่อนจะใช้นิ้วเรียวหยิกแก้มนวลของสามีอย่างหมั่นเขี้ยว “แล้วใครบอกว่าจะหนีไปไหนล่ะ
ห้องนอนหลังจากผลัดกันเข้าไปอาบน้ำชำระร่างกายจนสะอาดสะอ้านและสวมชุดนอนเนื้อนุ่มสบายแล้ว ร่างสูงของติณณ์ก็รวบเอวบางเข้ามาประชิดตัวบนเตียงนอนนุ่ม ก่อนที่บทเพลงรักอันเร่าร้อนและลึกซึ้งจะเริ่มต้นขึ้น ทั้งคู่ต่างมอบสัมผัสและอารมณ์โหยหาให้แก่กันอย่างเต็มที่ ท่ามกลางเสียงหอบหายใจกระชั้นชิดและความสุขสมที่ไต่ระดับขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งกล่องถุงยางอนามัยที่อยู่ข้างเตียงถูกใช้หมดไปถึงสองชิ้นเต็มๆในจังหวะที่อารมณ์รักกำลังพลุ่งพล่านถึงขีดสุด ติณณ์ผ่อนแรงลงเล็กน้อย เขามองใบหน้าสวยด้วยแววตาเว้าวอนและเปี่ยมไปด้วยความต้องการก่อนจะกระซิบเสียงพร่าข้างใบหูของเธอ“แพท รอบต่อไปพี่ขอเอาสดนะ…”“สามเดือนเต็มแล้วนะที่เราไม่ได้เอาสดกันเลย พี่อยากรู้สึกถึงเธอแบบแนบเนื้อจริงๆนะคนดี”แพทชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตมองหน้าเขาด้วยความประหลาดใจระคนเขินอายก่อนจะพึมพำออกมาเบาๆ “พี่...งั้นเหรอ?”ติณณ์ยิ้มละมุน ก้มลงจูบซับเบาๆที่ขมับชื้นเหงื่อของเธอก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มและจริงจัง “อื้ม พี่อยากเรียกแทนตัวเองแบบนี้บ้าง อยากพูดคำว่าพี่กับเมียตัวเอง ได้ไหมครับ?”แม้หัวใจจะเต้นแรงจนแทบหลุดออกมาจากอกด้วยความเขินกับสรร
หลังจากผู้กำกับสั่งคัทและประกาศเลิกกองสำหรับวันนี้ ติณณ์แยกตัวเดินกลับเข้ามาในห้องแต่งตัวส่วนตัวเพื่อถอดชุดแต่งกายและเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าธรรมดาสำหรับเตรียมตัวเดินทางกลับคอนโด ขณะที่เขากำลังยืนปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตอยู่หน้ากระจก เสียงเคาะประตูเบาๆก็ดังขึ้นสองครั้ง ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรอให้ใครอนุญาต ณดาก้าวเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มมั่นใจ ดวงตาคู่สวยกวาดมองสำรวจเรือนร่างสูงโปร่งของพระเอกหนุ่มที่กำลังยืนเปลือยท่อนบนก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดอย่างถือวิสาสะ “ติณณ์ยังเปลี่ยนเสื้อผ้าไม่เสร็จเหรอ” ณดาเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงหวานเชื่อมแฝงความออดอ้อนเล็กน้อยในที ติณณ์ชะงักมือที่กำลังจะหยิบเสื้อยืดขึ้นสวม เขาหันมามองเพื่อนร่วมงานสาวด้วยสีหน้าเรียบเฉย “อ๋อ กำลังจะเปลี่ยนครับ เดี๋ยวผมก็ต้องกลับคอนโดแล้วเหมือนกัน” ณดายิ้มมุมปาก เดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ห่างจากเขาเพียงไม่กี่ก้าว ดวงตาคู่สวยจ้องมองตรงมาที่ติณณ์ด้วยประกายระยิบระยับที่แปลกไปจากเดิมก่อนจะเริ่มเอ่ยประโยคชวนคิดลึก “เรื่องฉากจูบเมื่อกี้…ที่เราเข้าฉากด้วยกัน ออกมาดีมากเลยนะติณณ์ นายว่าไหม?” ณดาเว้นจังหวะเล็กน้อย ปล่อยให้สา
วันต่อมาภายในห้องนอนกว้าง ติณณ์และแพทจัดการแต่งตัวในชุดไปทำงานเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่ทั้งคู่จะก้าวออกจากห้องเพื่อเตรียมตัวไปลุยงานที่กองถ่ายละครของดาราหนุ่มขณะที่กำลังยืนรอลิฟต์อยู่ที่หน้าห้อง แพทก็หันมามองเจ้าของใบหน้าหล่อด้วยสีหน้าจริงจังและเคร่งเครียดขึ้นมาทันทีเพื่อทบทวนกฎเหล็กสำคัญสำหรับการทำงานวันนี้“นี่ติณณ์ ฟังแพทให้ดีๆนะ” แพทเอ่ยด้วยน้ำเสียงเน้นย้ำ “วันนี้ไปถึงกองถ่าย ห้ามมาทำตัวสนิทสนมกับแพทเด็ดขาด ห้ามแอบมาตีเนียนชวนคุย หรือมองตาหวานเชื่อมใส่กันต่อหน้าคนอื่นรู้ไหม ถ้าใครจับสังเกตได้ขึ้นมา งานของเราพังแน่ๆ”ติณณ์กะพริบตาปริบๆ ทำท่าทางสำรวมเหมือนเด็กนักเรียนกำลังโดนคุณครูฝ่ายปกครองอบรม แม้ในใจจะนึกสนุกและอยากแกล้งคนตัวเล็กแค่ไหน แต่เขาก็ยอมพยักหน้ารับปากแต่โดยดี“ครับๆ ทราบแล้วครับคุณผู้จัดการคนสวย...” ติณณ์รับคำเสียงอ่อยอย่างไม่เรื่องมากก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นเจ้าเล่ห์ขึ้นมาทันที “แต่ก่อนจะไปโหมดเคร่งขรึมตามกฎของเธอ ขอชาร์จพลังสำรองไว้ก่อนหน่อยเถอะ”พูดยังไม่ทันขาดคำ ร่างสูงก็ก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว วงแขนแกร่งรวบเอวบางเข้าหาตัวก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาประทับริมฝีปาก
รถยนต์คันหรูแล่นมาจอดนิ่งสนิทอยู่หน้าร้านขายยาขนาดใหญ่แห่งหนึ่งริมถนนใหญ่ ติณณ์ปลดเข็มขัดนิรภัยแล้วทำท่าจะเปิดประตูรถลงไปทันที “เดี๋ยวฉันลงไปซื้อให้เอง เธอรอนี่แหละ”แพทรีบเอื้อมมือไปคว้าแขนเขาไว้ทันควัน ส่ายหน้าดิกด้วยความตกใจ “เดี๋ยวๆ ติณณ์! จะบ้าหรือไง ออกไปทั้งชุดแบบนี้ถ้ามีคนจำหน้าได้ขึ้นมา จะเป็นข่าวหน้าหนึ่งใหญ่โตว่าพระเอกดังมาซื้อยาคุม!”ติณณ์หันมามองหน้าผู้จัดการสาวด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม แววตาเป็นประกายด้วยความเจ้าเล่ห์อย่างนึกสนุก เขาขยับเข้าไปใกล้แล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ“ทำไมล่ะ? ฉันตั้งใจจะลงไปซื้อยาคุมให้เธอด้วยนะ แล้วก็เหมาถุงยางอนามัยพ่วงไปด้วยหลายๆกล่องเลย เผื่อไว้ใช้สำหรับคืนนี้และคืนต่อๆไปไง”แพทได้ยินแบบนั้นก็เบิกตากว้าง หน้าแดงก่ำลามไปถึงใบหูด้วยความหมั่นไส้และความเขินอายที่พุ่งปรี๊ด เธอส่งสายตาพิฆาตใส่คนเจ้าเล่ห์ทันที“ติณณ์! หยุดพูดจาทะลึ่งเลยนะ! ขืนติณณ์เดินลงไปสภาพนั้นมีหวังเป็นเรื่องแน่!” แพทรีบดันอกเขาออก “แพทลงไปซื้อเองดีกว่า อยู่บนรถนี่แหละ ห้ามลงมาเด็ดขาด!” ว่าจบ แพทก็รีบคว้ากระเป๋าเงิน เปิดประตูรถแล้วก้าวลงไปเดินดุ่มๆเข้าไปในร้านขายยาอย่างรวด
วันต่อมาแพทค่อยๆขยับเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นรับแสงสว่าง ความเหนื่อยอ่อนจากการผ่านศึกหนักมาตลอดทั้งคืนทำให้เธอยังไม่อยากขยับตัวไปไหน ทว่าสิ่งที่ทำให้เธอรับรู้ได้ทันทีคือความอบอุ่นและน้ำหนักที่ทาบทับอยู่รอบกายเธอนอนตะแคงอยู่บนเตียงโดยมีวงแขนแข็งแรงของติณณ์โอบกอดรัดรอบเอวบางไว้อย่างแน่นหนา ใบหน้าคมคายของดาราหนุ่มซบลงกับซอกคอเนียน ลมหายใจอุ่นสม่ำเสมอเป่ารดผิวเนื้อแผ่วเบา แพทยกมือขึ้นตั้งใจจะขยับตัวเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนเขา แต่เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสโดนแผงอกเปลือยเปล่า อ้อมแขนที่เคยหลับสนิทก็กระชับแน่นขึ้นทันทีร่างหนาขยับเข้ามาเบียดชิดจนหน้าอกอวบของเธอยุบจมไปกับอกแกร่ง ลมหายใจอุ่นร้อนเคลื่อนมาคลอเคลียอยู่ใกล้ใบหูพร้อมกับแรงกดจูบเบาๆที่ลาดไหล่เนียนของเธอ“อื้อ จะรีบไปไหนล่ะหืม? ตัวหอมขนาดนี้ ยังไม่ยอมให้ไปไหนหรอก” ติณณ์พึมพำอยู่ในลำคอ ดวงตาคมที่เพิ่งลืมขึ้นพราวระยับด้วยรอยอ่อนเจือความออดอ้อน เขากระชับกอดเธอแน่นขึ้นอีกนิด ปลายจมูกโด่งกดสูดดมความหอมจากซอกคอเธออย่างอารมณ์ดี หญิงสาวยกมือดันแผงอกแกร่งเบาๆพร้อมกับส่งเสียงประท้วงด้วยความอ่อนเพลีย “ปล่อยก่อน แพทอยากลุกไปอาบน้ำแล้ว ตัวเหนียวไ







