LOGINห้องคอนโดติณณ์
ในขณะที่ติณณ์นอนอยู่บนโซฟาตัวยาวในห้องนั่งเล่น ส่วนแพทกำลังนั่งเช็คอีเมลงานอยู่ที่โต๊ะทำงานมุมห้อง ทันใดนั้น เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ของแพทก็ดังขึ้น แพทหยิบขึ้นมาดูแล้วเห็นชื่อของพีทนักแสดงรุ่นน้องคนเดิมที่เพิ่งเจอกันที่งานอีเว้นท์เมื่อวันก่อน เธอขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะกดรับสาย “ว่าไงคะ อ๋อ วันนี้เหรอ” แพทพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบตามประสาคนทำงาน แต่เสียงจากปลายสายที่ค่อนข้างดังเล็ดลอดออกมาทำให้คนที่นอนอยู่บนโซฟาหูผึ่ง (เย็นนี้ว่างไหมพี่แพท ผมเจอร้านอาหารเปิดใหม่แถวทองหล่อ อยากชวนพี่ไปลองชิมด้วยกันหน่อย) ติณณ์ที่เมื่อครู่ยังดูง่วงซึม บัดนี้เปลือกตาของเขาเปิดกว้างขึ้นทันที เขาหันศีรษะมามองแพทที่ยืนคุยโทรศัพท์อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะแกล้งหันกลับไปสนใจหน้าจอแท็บเล็ตในมือราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ไม่ดีกว่ามั้งคะ ช่วงนี้แพทต้องดูแลตารางงานติณณ์น่ะ ค่อนข้างยุ่งเลย” แพทพยายามปฏิเสธอย่างสุภาพ (โธ่พี่ แค่มื้อเย็นเอง ไม่นานหรอกครับ ผมรอได้นะ) เสียงปลายสายยังคงคะยั้นคะยอไม่เลิก ติณณ์วางแท็บเล็ตลงช้าๆ เขาขยับตัวลุกขึ้นนั่งพิงพนักโซฟา รอยยิ้มจางๆปรากฏบนใบหน้า แต่มันเป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา เขาหยิบแก้วน้ำขึ้นมาจิบช้าๆพลางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบสนิทเหมือนการสนทนาทั่วๆไป “ถ้าอยากไปก็ไปสิแพท ฉันไม่ได้ว่าอะไรหรอก วันนี้ฉันก็กะว่าจะนอนดูซีรี่ส์ยาวๆอยู่แล้ว เธอเองก็ทำงานหนักมาทั้งอาทิตย์ ไปเปิดหูเปิดตาบ้างก็ดี” ติณณ์พูดโดยไม่หันมามอง แต่สายตาจดจ้องอยู่ที่แก้วน้ำ “ไม่หรอกติณณ์ แพทตกลงกับเขาไปแล้วว่าจะเคลียร์ตารางงานให้จบ” แพทรีบหันไปพูดใส่โทรศัพท์ “โทษทีนะพีท วันนี้พี่ไม่ว่างจริงๆ ไว้โอกาสหน้าแล้วกัน” เมื่อวางสายลง ติณณ์วางแก้วน้ำลงบนโต๊ะเบาๆพร้อมกับเอ่ยออกไป “ปฏิเสธเขาไปแบบนั้น จะดีเหรอ?” ติณณ์ถามลอยๆ น้ำเสียงเขายังคงนิ่งและสุภาพเหมือนเดิม “อื้ม งานสำคัญกว่า” “ดีแล้วล่ะ...” ติณณ์พึมพำเบาๆ เขาเอนตัวกลับลงไปนอนบนโซฟาอีกครั้ง “ฉันก็คิดว่าแบบนั้นเหมือนกัน เพราะถ้าเธอไป แล้วใครจะอยู่ช่วยจัดการอะไรๆให้ฉันล่ะ จริงไหม?” กองถ่ายซีรี่ส์ แพทเดินถือสมุดคิวงานและน้ำดื่มเข้ามาในจุดที่ทีมงานกำลังเซตไฟ เธอยืนอยู่ห่างจากมอนิเตอร์ไม่กี่ก้าว ในขณะที่ติณณ์และฟลุคกำลังซ้อมบทอยู่บนโซฟา ทั้งคู่ดูตั้งใจมาก โดยเฉพาะติณณ์ที่ดูเหมือนจะสวมวิญญาณตัวละครได้อย่างสมบูรณ์แบบจนคนรอบข้างยังอดชื่นชมไม่ได้ “โอเคครับ! ทุกคนเงียบครับ เราจะเริ่มถ่ายทำฉากนี้กันแล้ว ขอความสมจริงที่สุดนะครับ” เสียงผู้กำกับตะโกนสั่ง แพทก้มหน้ามองแท็บเล็ต พยายามทำตัวให้ยุ่งอยู่กับรายละเอียดของงาน ติณณ์ขยับตัวเข้าใกล้ฟลุค มือของเขาสัมผัสใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา สายตาของติณณ์ที่ส่งไปให้ฟลุคนั้นมีความอ่อนโยนและเว้าวอนอย่างที่แพทไม่เคยได้รับ ฟลุคเองก็ตอบรับสัมผัสนั้นด้วยรอยยิ้มเขินอายที่ดูสมจริง ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดน้อยลงเรื่อยๆจนแทบจะสัมผัสกัน แพทรู้สึกเหมือนลมหายใจของเธอสะดุดไปชั่วขณะ หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติเริ่มสั่นไหวและบีบตัวแน่นจนรู้สึกเจ็บแปลบ เธอพยายามจะหันหลังเดินเลี่ยงไปคุยกับฝ่ายจัดแสง แต่สายตากลับถูกตรึงไว้กับหน้าจอมอนิเตอร์โดยไม่ตั้งใจ ภาพบนหน้าจอคมชัดยิ่งกว่าตาเห็น ติณณ์กำลังโน้มใบหน้าลงไปใกล้ฟลุคมากขึ้นเรื่อยๆ มือของแพทสั่นน้อยๆจนเธอต้องกำมันแน่นขึ้นเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ เธอเบือนหน้าหนีไปมองทางอื่น สูดลมหายใจเข้าลึกจนแทบจะกลายเป็นเสียงสะอื้นในลำคอ “คัท!” เสียงคัทดังขึ้นพร้อมกับความเงียบที่ปกคลุมไปทั่วกองถ่าย แพทรีบเบือนหน้าหนีจากจอมอนิเตอร์แล้วก้มหน้าก้มตาเช็คตารางงานที่จดไว้ในมือ “เป็นไงบ้าง” เสียงทุ้มต่ำของติณณ์ดังขึ้นใกล้ๆ เธอค่อยๆเงยหน้าขึ้นเห็นติณณ์ยังอยู่ในชุดที่เพิ่งเข้าฉาก ใบหน้าเขายังมีความอ่อนโยนที่หลงเหลือมาจากบทละคร “ดี ดีมากเลย ทุกคนชมว่าส่งอารมณ์กันได้ดีมาก” แพทพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น ติณณ์ยิ้มมุมปาก เขาขยับเข้ามาใกล้จนแพทได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆบนตัวเขา “ฉันเองก็รู้สึกว่าวันนี้แสดงดีเป็นพิเศษนะ” เขายื่นมือมาหยิบแท็บเล็ตจากมือแพทไปถือไว้เองแล้วก้มลงมากระซิบข้างหู “ดูหน้าเธอสิ ซีดเชียว เหนื่อยหรือเปล่า” แพทเม้มปากแน่น พยายามจะดึงแท็บเล็ตคืน “แค่เพลียๆน่ะ ติณณ์ไปพักเถอะ เดี๋ยวแพทจะไปสั่งกาแฟให้” ติณณ์ไม่ได้ปล่อยแท็บเล็ต แต่เขากลับคว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ บีบกระชับแน่นพองาม “ไม่ต้องไปไหนหรอก อยู่ตรงนี้แหละ ฉันเพิ่งถ่ายฉากเลิฟซีนมานะ หัวใจยังเต้นแรงอยู่เลย” เขามองจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย แววตาที่เขาใช้มองฟลุคเมื่อครู่นี้หายไปแล้ว “เธอยืนดูอยู่ตลอดใช่ไหม บอกหน่อยสิ ในฐานะผู้จัดการน่ะ คิดว่าการแสดงของฉันเมื่อกี้เป็นยังไง มันดีพอที่จะทำให้ใครต่อใครเชื่อหรือเปล่า” แพทนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะจนแทบจะหลุดออกมาจากอก เธอพยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจายกลับมาก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาติณณ์ด้วยแววตาที่เรียบเฉยที่สุดเท่าที่จะทำได้ “ในฐานะผู้จัดการ การแสดงของติณณ์วันนี้ไร้ที่ติมาก ไม่ว่าใครที่ได้เห็นก็ต้องเชื่อ เชื่อสนิทใจเลยว่าติณณ์มองฟลุคด้วยความรู้สึกแบบนั้นจริงๆ” เธอตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่หนักแน่น เธอขยับตัวถอยหลังออกมาจากรัศมีที่เขายืนอยู่ตรงหน้าพลางเอ่ยต่อ “มันสมบูรณ์แบบมาก ถ้างานออกมาดีขนาดนี้ เรตติ้งคงไม่ไปไหนไกล ติณณ์ทำหน้าที่ของตัวเองได้สมบูรณ์แบบที่สุดแล้ว” “งั้นเหรอ?” ติณณ์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะในลำคอแล้วพูดออกไป “ดีใจนะที่ได้ยินแบบนั้น เพราะถ้ากระทั่งผู้จัดการที่เห็นฉันมาทุกแง่มุมยังเชื่อขนาดนี้ แล้วคนดูที่ไหนจะกล้าปฏิเสธล่ะ” “ถ้าการแสดงของติณณ์มันสมจริงขนาดนี้ มันก็ไม่มีอะไรต้องกังวลแล้วไม่ใช่เหรอ…” “เราจบงานกันแล้ว ติณณ์ควรไปเปลี่ยนชุด แล้วเรากลับกันได้แล้ว” “อืม” เขาสะบัดตัวหันหลังเดินกลับไปที่ห้องแต่งตัว ทิ้งให้แพทถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก คอนโด เมื่อถึงคอนโด ติณณ์ก้าวลงจากรถโดยไม่หันมามองแพท เขาเดินตรงดิ่งเข้าไปในลิฟต์ทันที แพทเดินตามหลังเขาเข้าไปในพื้นที่แคบๆนั้นก่อนลิฟต์จะค่อยๆเคลื่อนตัวขึ้นสู่ชั้นบน เขายืนพิงผนังลิฟต์ สายตาจ้องมองเงาสะท้อนของตัวเองและแพทในกระจกเงาด้านหน้า “แพท พรุ่งนี้ไม่มีตารางงานนะ แต่อย่าเพิ่งออกไปไหนล่ะ อยู่ห้องนี่แหละ ฉันอยากให้เธออยู่ใกล้ๆ เผื่อฉันมีอะไรให้ช่วย” เขาพูดโดยไม่หันมามองเธอห้าปีต่อมาแสงแดดอุ่นยามบ่ายลอดผ่านผ้าม่านโปร่งสีขาวเข้ามาในห้องนั่งเล่นของเรือนหอหลังใหญ่ ทิวทัศน์ภายนอกคือสวนเขียวขจีที่แพทตั้งใจออกแบบเองบนโซฟาตัวนุ่ม ติณณ์ในวัย32ปีที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และความสุขุมของซูเปอร์สตาร์ระดับแถวหน้าของเอเชียกำลังนอนหนุนตักของแพท มือข้างหนึ่งปัดหน้าจอแท็บเล็ตดูฟีดแบคข่าวหน้าหนึ่งและโซเชียลมีเดียที่กำลังร้อนระอุทั่วทั้งไทยและจีน ข่าวการประกาศแต่งงานอย่างเป็นทางการและการเปิดตัวภรรยาที่เขาปกปิดมานานหลายปีเสียงแจ้งเตือนข้อความและคอมเมนต์นับล้านหลั่งไหลเข้ามา แต่ติณณ์กลับไม่ได้สนใจเสียงรอบตัวเลยสักนิด เขายื่นมือขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าแพทเบาๆ สายตาทอประกายความโล่งอกและภูมิใจอย่างที่สุด“โลกรู้หมดแล้วนะ ว่าพี่มีเมียเป็นตัวเป็นตน” ติณณ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำติดอ้อน ขยับตัวเข้าไปซุกหน้าเข้ากับเอวของเธอราวกับเด็กหนุ่มตัวโตๆ “ทีนี้ต่อให้สื่อสำนักไหนหรือใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาถามหาความโสดจากพี่อีกแล้ว พี่ยกทุกอย่างให้แพทหมดแล้วนะ”แพทหัวเราะเบาๆในลำคอ วางเอกสารงานในมือลงก่อนจะใช้นิ้วเรียวหยิกแก้มนวลของสามีอย่างหมั่นเขี้ยว “แล้วใครบอกว่าจะหนีไปไหนล่ะ
ห้องนอนหลังจากผลัดกันเข้าไปอาบน้ำชำระร่างกายจนสะอาดสะอ้านและสวมชุดนอนเนื้อนุ่มสบายแล้ว ร่างสูงของติณณ์ก็รวบเอวบางเข้ามาประชิดตัวบนเตียงนอนนุ่ม ก่อนที่บทเพลงรักอันเร่าร้อนและลึกซึ้งจะเริ่มต้นขึ้น ทั้งคู่ต่างมอบสัมผัสและอารมณ์โหยหาให้แก่กันอย่างเต็มที่ ท่ามกลางเสียงหอบหายใจกระชั้นชิดและความสุขสมที่ไต่ระดับขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งกล่องถุงยางอนามัยที่อยู่ข้างเตียงถูกใช้หมดไปถึงสองชิ้นเต็มๆในจังหวะที่อารมณ์รักกำลังพลุ่งพล่านถึงขีดสุด ติณณ์ผ่อนแรงลงเล็กน้อย เขามองใบหน้าสวยด้วยแววตาเว้าวอนและเปี่ยมไปด้วยความต้องการก่อนจะกระซิบเสียงพร่าข้างใบหูของเธอ“แพท รอบต่อไปพี่ขอเอาสดนะ…”“สามเดือนเต็มแล้วนะที่เราไม่ได้เอาสดกันเลย พี่อยากรู้สึกถึงเธอแบบแนบเนื้อจริงๆนะคนดี”แพทชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตมองหน้าเขาด้วยความประหลาดใจระคนเขินอายก่อนจะพึมพำออกมาเบาๆ “พี่...งั้นเหรอ?”ติณณ์ยิ้มละมุน ก้มลงจูบซับเบาๆที่ขมับชื้นเหงื่อของเธอก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มและจริงจัง “อื้ม พี่อยากเรียกแทนตัวเองแบบนี้บ้าง อยากพูดคำว่าพี่กับเมียตัวเอง ได้ไหมครับ?”แม้หัวใจจะเต้นแรงจนแทบหลุดออกมาจากอกด้วยความเขินกับสรร
หลังจากผู้กำกับสั่งคัทและประกาศเลิกกองสำหรับวันนี้ ติณณ์แยกตัวเดินกลับเข้ามาในห้องแต่งตัวส่วนตัวเพื่อถอดชุดแต่งกายและเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าธรรมดาสำหรับเตรียมตัวเดินทางกลับคอนโด ขณะที่เขากำลังยืนปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตอยู่หน้ากระจก เสียงเคาะประตูเบาๆก็ดังขึ้นสองครั้ง ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรอให้ใครอนุญาต ณดาก้าวเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มมั่นใจ ดวงตาคู่สวยกวาดมองสำรวจเรือนร่างสูงโปร่งของพระเอกหนุ่มที่กำลังยืนเปลือยท่อนบนก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดอย่างถือวิสาสะ “ติณณ์ยังเปลี่ยนเสื้อผ้าไม่เสร็จเหรอ” ณดาเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงหวานเชื่อมแฝงความออดอ้อนเล็กน้อยในที ติณณ์ชะงักมือที่กำลังจะหยิบเสื้อยืดขึ้นสวม เขาหันมามองเพื่อนร่วมงานสาวด้วยสีหน้าเรียบเฉย “อ๋อ กำลังจะเปลี่ยนครับ เดี๋ยวผมก็ต้องกลับคอนโดแล้วเหมือนกัน” ณดายิ้มมุมปาก เดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ห่างจากเขาเพียงไม่กี่ก้าว ดวงตาคู่สวยจ้องมองตรงมาที่ติณณ์ด้วยประกายระยิบระยับที่แปลกไปจากเดิมก่อนจะเริ่มเอ่ยประโยคชวนคิดลึก “เรื่องฉากจูบเมื่อกี้…ที่เราเข้าฉากด้วยกัน ออกมาดีมากเลยนะติณณ์ นายว่าไหม?” ณดาเว้นจังหวะเล็กน้อย ปล่อยให้สา
วันต่อมาภายในห้องนอนกว้าง ติณณ์และแพทจัดการแต่งตัวในชุดไปทำงานเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่ทั้งคู่จะก้าวออกจากห้องเพื่อเตรียมตัวไปลุยงานที่กองถ่ายละครของดาราหนุ่มขณะที่กำลังยืนรอลิฟต์อยู่ที่หน้าห้อง แพทก็หันมามองเจ้าของใบหน้าหล่อด้วยสีหน้าจริงจังและเคร่งเครียดขึ้นมาทันทีเพื่อทบทวนกฎเหล็กสำคัญสำหรับการทำงานวันนี้“นี่ติณณ์ ฟังแพทให้ดีๆนะ” แพทเอ่ยด้วยน้ำเสียงเน้นย้ำ “วันนี้ไปถึงกองถ่าย ห้ามมาทำตัวสนิทสนมกับแพทเด็ดขาด ห้ามแอบมาตีเนียนชวนคุย หรือมองตาหวานเชื่อมใส่กันต่อหน้าคนอื่นรู้ไหม ถ้าใครจับสังเกตได้ขึ้นมา งานของเราพังแน่ๆ”ติณณ์กะพริบตาปริบๆ ทำท่าทางสำรวมเหมือนเด็กนักเรียนกำลังโดนคุณครูฝ่ายปกครองอบรม แม้ในใจจะนึกสนุกและอยากแกล้งคนตัวเล็กแค่ไหน แต่เขาก็ยอมพยักหน้ารับปากแต่โดยดี“ครับๆ ทราบแล้วครับคุณผู้จัดการคนสวย...” ติณณ์รับคำเสียงอ่อยอย่างไม่เรื่องมากก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นเจ้าเล่ห์ขึ้นมาทันที “แต่ก่อนจะไปโหมดเคร่งขรึมตามกฎของเธอ ขอชาร์จพลังสำรองไว้ก่อนหน่อยเถอะ”พูดยังไม่ทันขาดคำ ร่างสูงก็ก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว วงแขนแกร่งรวบเอวบางเข้าหาตัวก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาประทับริมฝีปาก
รถยนต์คันหรูแล่นมาจอดนิ่งสนิทอยู่หน้าร้านขายยาขนาดใหญ่แห่งหนึ่งริมถนนใหญ่ ติณณ์ปลดเข็มขัดนิรภัยแล้วทำท่าจะเปิดประตูรถลงไปทันที “เดี๋ยวฉันลงไปซื้อให้เอง เธอรอนี่แหละ”แพทรีบเอื้อมมือไปคว้าแขนเขาไว้ทันควัน ส่ายหน้าดิกด้วยความตกใจ “เดี๋ยวๆ ติณณ์! จะบ้าหรือไง ออกไปทั้งชุดแบบนี้ถ้ามีคนจำหน้าได้ขึ้นมา จะเป็นข่าวหน้าหนึ่งใหญ่โตว่าพระเอกดังมาซื้อยาคุม!”ติณณ์หันมามองหน้าผู้จัดการสาวด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม แววตาเป็นประกายด้วยความเจ้าเล่ห์อย่างนึกสนุก เขาขยับเข้าไปใกล้แล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ“ทำไมล่ะ? ฉันตั้งใจจะลงไปซื้อยาคุมให้เธอด้วยนะ แล้วก็เหมาถุงยางอนามัยพ่วงไปด้วยหลายๆกล่องเลย เผื่อไว้ใช้สำหรับคืนนี้และคืนต่อๆไปไง”แพทได้ยินแบบนั้นก็เบิกตากว้าง หน้าแดงก่ำลามไปถึงใบหูด้วยความหมั่นไส้และความเขินอายที่พุ่งปรี๊ด เธอส่งสายตาพิฆาตใส่คนเจ้าเล่ห์ทันที“ติณณ์! หยุดพูดจาทะลึ่งเลยนะ! ขืนติณณ์เดินลงไปสภาพนั้นมีหวังเป็นเรื่องแน่!” แพทรีบดันอกเขาออก “แพทลงไปซื้อเองดีกว่า อยู่บนรถนี่แหละ ห้ามลงมาเด็ดขาด!” ว่าจบ แพทก็รีบคว้ากระเป๋าเงิน เปิดประตูรถแล้วก้าวลงไปเดินดุ่มๆเข้าไปในร้านขายยาอย่างรวด
วันต่อมาแพทค่อยๆขยับเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นรับแสงสว่าง ความเหนื่อยอ่อนจากการผ่านศึกหนักมาตลอดทั้งคืนทำให้เธอยังไม่อยากขยับตัวไปไหน ทว่าสิ่งที่ทำให้เธอรับรู้ได้ทันทีคือความอบอุ่นและน้ำหนักที่ทาบทับอยู่รอบกายเธอนอนตะแคงอยู่บนเตียงโดยมีวงแขนแข็งแรงของติณณ์โอบกอดรัดรอบเอวบางไว้อย่างแน่นหนา ใบหน้าคมคายของดาราหนุ่มซบลงกับซอกคอเนียน ลมหายใจอุ่นสม่ำเสมอเป่ารดผิวเนื้อแผ่วเบา แพทยกมือขึ้นตั้งใจจะขยับตัวเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนเขา แต่เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสโดนแผงอกเปลือยเปล่า อ้อมแขนที่เคยหลับสนิทก็กระชับแน่นขึ้นทันทีร่างหนาขยับเข้ามาเบียดชิดจนหน้าอกอวบของเธอยุบจมไปกับอกแกร่ง ลมหายใจอุ่นร้อนเคลื่อนมาคลอเคลียอยู่ใกล้ใบหูพร้อมกับแรงกดจูบเบาๆที่ลาดไหล่เนียนของเธอ“อื้อ จะรีบไปไหนล่ะหืม? ตัวหอมขนาดนี้ ยังไม่ยอมให้ไปไหนหรอก” ติณณ์พึมพำอยู่ในลำคอ ดวงตาคมที่เพิ่งลืมขึ้นพราวระยับด้วยรอยอ่อนเจือความออดอ้อน เขากระชับกอดเธอแน่นขึ้นอีกนิด ปลายจมูกโด่งกดสูดดมความหอมจากซอกคอเธออย่างอารมณ์ดี หญิงสาวยกมือดันแผงอกแกร่งเบาๆพร้อมกับส่งเสียงประท้วงด้วยความอ่อนเพลีย “ปล่อยก่อน แพทอยากลุกไปอาบน้ำแล้ว ตัวเหนียวไ







