LOGIN
แววตาของเธอเต็มไปด้วยความเจ็บปวด เธอยื่นมือหมายจะรั้งฉันไว้ แต่สุดท้ายก็ปล่อยแขนลงอย่างหมดแรง“เสิ่นอัน ฉันไม่รู้จริง ๆ ฉันไม่รู้จริง ๆ”“ขอโทษนะ ฉันรู้จริง ๆ แล้วว่าตัวเองผิด ฉันไม่คิดเลยว่าเรื่องจะกลายเป็นแบบนี้”เธอราวกับตกอยู่ในอาการคลุ้มคลั่ง เอาแต่พูดสองประโยคนี้ซ้ำไปซ้ำมาเมื่อเห็นท่าทางเสแสร้งของเธอ ฉันก็รู้สึกขยะแขยงจนแทบทนไม่ไหว“พอได้แล้ว! เลิกเสแสร้งต่อหน้าผมสักที ต่อให้ตอนนี้คุณตายต่อหน้าผม ผมก็ไม่แม้แต่จะขมวดคิ้ว”“หรือถ้าคุณตายต่อหน้าผมจริง ๆ ผมอาจจะปรบมือฉลองให้ด้วยซ้ำ”“อย่าให้ผมเห็นหน้าคุณอีก ถึงตอนนี้ผมจะไม่มีเงินไม่มีอำนาจเท่าคุณ แต่ผมจะคอยจับตาดูคุณไปเรื่อย ๆ จนถึงวันที่คุณตกอับหมดอำนาจ วันนั้นผมจะซ้ำเติมคุณโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย”พูดจบ ฉันก็ไม่แม้แต่จะชายตามองหลินฮุยโหรวที่ยืนนิ่งราวกับตายไปแล้ว ก่อนจะหันหลังเดินเข้าบ้านหลินฮุยโหรวที่อยู่ด้านล่างยืนนิ่งราวกับหุ่นไม้ ร่างของเธอหยุดนิ่งอยู่ตรงนั้น ราวกับอีกวินาทีรากจะงอกออกมาจากเท้า ตรึงเธอไว้หน้าประตูบ้านฉันอย่างแน่นหนาฉันสบถในใจอย่างหงุดหงิด ไม่รู้ว่าเมื่อไรหลินฮุยโหรวถึงจะยอมไปเสียทีแค่คิดว่าหลังจากน
ฉันเพียงมองเธอด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ พลางพยายามดึงแขนตัวเองกลับมาหลินฮุยโหรวมองใบหน้าของฉัน ความรู้สึกราวกับสูญเสียสิ่งล้ำค่าไปบางอย่างผุดขึ้นในใจความรู้สึกแปลกประหลาดนี้ทำให้เธอเผลอกระชับแขนของฉันแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว“เสิ่นอัน ฟังฉันอธิบายก่อนนะ ฉันรู้ว่าช่วงก่อนหน้านี้ฉันทำให้คุณต้องเจ็บช้ำ คุณให้โอกาสฉันสักครั้ง ฉันจะอธิบายเรื่องทั้งหมดให้คุณฟังทีละเรื่อง ฉันจะขอโทษคุณ”พูดถึงตรงนี้ หลินฮุยโหรวก็เหมือนมีบางอย่างจุกอยู่ในลำคอ ริมฝีปากขยับอยู่หลายครั้ง กว่าจะเค้นคำพูดหนึ่งออกมาจากลำคอที่แหบพร่า“เรื่องของพ่อกับแม่ ฉันไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ฉันแค่คิดจะใช้ระเบิดปลอมทำให้คุณตกใจเท่านั้น...”“คุณก็รู้ ฉันไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนั้น”พอได้ยินว่าหลินฮุยโหรวยังกล้าเอ่ยถึงพ่อแม่ของฉัน ขอบตาของฉันก็แดงก่ำขึ้นทันที ก่อนจะจ้องเธอด้วยความโกรธแค้น“คุณมีสิทธิ์อะไรมาเอ่ยถึงพ่อแม่ของผม?”“หลินฮุยโหรว คุณมันเดรัจฉานจริง ๆ!”“หลายปีมานี้พ่อแม่ผมดีกับคุณไม่น้อยเลยไม่ใช่เหรอ? ทุกอย่างที่คุณมีอยู่ทุกวันนี้ ไม่ใช่พ่อแม่ผมเป็นคนมอบให้คุณหรือไง?!”“พวกท่านรักและเอ็นดูคุณเหมือนลูกสาว คุณชอบกินอะไรก็ทำให
วันรุ่งขึ้น หลังจากหลินฮุยโหรวตื่นขึ้นมา เธอก็เดินเตร็ดเตร่ไปทั่ววิลล่าอย่างไร้จุดหมาย ราวกับคนไร้วิญญาณนับตั้งแต่เหตุการณ์ที่โรงพยาบาลครั้งนั้น เสิ่นอันก็จากไปเป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้วเดิมทีเธอคิดว่าเสิ่นอันจะกลับมาในไม่ช้า แต่ตอนนี้เวลาผ่านไปหนึ่งเดือนแล้ว เสิ่นอันกลับยังไม่ปรากฏตัวเลยในที่สุดหลินฮุยโหรวก็ไม่อาจหลอกตัวเองและปล่อยให้ตัวเองเฝ้ารอต่อไปเช่นนี้ได้อีกเธอราวกับสัตว์ป่าที่สูญเสียคู่ครอง เที่ยวตามหาร่องรอยของเสิ่นอันไปทั่วทุกแห่งแต่ว่า...ไม่มีเลย ไม่ว่าที่ไหนก็หาร่องรอยการมีอยู่ของเสิ่นอันไม่พบนับตั้งแต่ลู่เจาย้ายเข้ามา ข้าวของของเสิ่นอันก็ค่อย ๆ ลดน้อยลงเรื่อย ๆจนถึงตอนนี้ ภายในบ้านไม่เหลือข้าวของที่เสิ่นอันทิ้งเอาไว้แม้แต่ชิ้นเดียวหลินฮุยโหรวกำทะเบียนสมรสใบนั้นไว้ในมือ นั่งเหม่อลอยอยู่บนโซฟาตั้งแต่วันที่สองหลังเสิ่นอันจากไป เธอก็นำทะเบียนสมรสฉบับนี้มาต่อกลับคืนจนมีสภาพเหมือนเดิมแล้วคิดไม่ถึงเลยว่า ทะเบียนสมรสฉบับนี้จะกลายเป็นสิ่งของเพียงชิ้นเดียวที่เสิ่นอันทิ้งเอาไว้หลินฮุยโหรวมองรอยยิ้มของเสิ่นอันบนทะเบียนสมรสอย่างเหม่อลอย ภายในหัวเต็มไปด้วยภาพใบหน้า ร
เพราะเพียงแค่คิดว่าจากนี้ไปอาจต้องสูญเสียเสิ่นอันไปตลอดกาล หัวใจของเธอก็เจ็บปวดจนแทบทนไม่ไหวถ้าเขาแค่งอนเธอ ก็หมายความว่าเสิ่นอันยังจะกลับมาพวกเขายังสามารถกลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อนได้เพียงแต่ครั้งนี้ เธอรู้แล้วว่าเสิ่นอันไม่ยอมรับลู่เจาสองพ่อลูกมากเพียงใดเพื่อไม่ให้เขาต้องโกรธอีก หลินฮุยโหรวจึงตัดสินใจแน่วแน่พอเสิ่นอันกลับมา เธอจะส่งลู่เจาสองพ่อลูกออกไปให้ไกลที่สุดถือเสียว่าเป็นการชดเชยที่ทำให้เขาต้องทนรับความน้อยเนื้อต่ำใจมาตลอดช่วงนี้พอคิดได้เช่นนี้ จู่ ๆ หลินฮุยโหรวก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาเธอกำเศษทะเบียนสมรสที่ถูกฉีกทิ้งอยู่บนพื้นไว้แน่นในมือ เตรียมจะเดินออกไปทว่าขณะที่เธอกำลังหันหลัง ลู่เจากลับบีบแขนลูกสาวอย่างแรง จนหนานหนานร้องไห้โฮออกมาทันทีเมื่อเห็นหลินฮุยโหรวหันกลับมา ลู่เจาก็เอ่ยด้วยสีหน้ารู้สึกผิดว่า“ลูก ๆ ไม่ได้เจอแม่มานานแล้ว เลยอยากใช้เวลาอยู่กับแม่ดี ๆ”“พอเห็นคุณกำลังจะไป พวกเขาก็ไม่อยากให้คุณไป”หลินฮุยโหรวถอนหายใจ เก็บทะเบียนสมรสไว้กับตัว ก่อนจะอุ้มลูกสาวขึ้นมาหลินฮุยโหรวคิดว่า ไหน ๆ ตอนนี้เสิ่นอันก็ยังงอนเธออยู่ สู้ใช้ช่วงเวลานี้พาลูกไปเที่ยวเล่น
หลินฮุยโหรวราวกับถูกฟ้าผ่าลงกลางศีรษะ เธอกัดฟันแน่น“ไม่...เป็นไปไม่ได้...”เธอรีบร้อนกลับบ้าน แต่กลับพบว่าภายในห้องว่างเปล่า ไม่มีใครอยู่เลยตอนนั้นเอง เธอสังเกตเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งอยู่ในถังขยะเธอยื่นมือที่สั่นเทาไปหยิบมันขึ้นมา ก่อนจะพบว่านั่นคือทะเบียนสมรสที่ถูกฉีกจนเป็นชิ้น ๆ!ใต้ทะเบียนสมรสนั้น มีใบแจ้งการเสียชีวิตวางอยู่พอดีหลินฮุยโหรวรีบคว้าใบแจ้งการเสียชีวิตใบนั้นขึ้นมาเปิดดู ถึงได้พบว่าชื่อที่อยู่บนนั้นเป็นชื่อพ่อแม่ของเสิ่นอันจริง ๆชั่วขณะนั้น เธอราวกับถูกสายฟ้าฟาด จนหมดแรงทรุดลงกับพื้นอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้จู่ ๆ ภาพท่าทีผิดปกติของเสิ่นอันตลอดช่วงที่ผ่านมา ก็ผุดขึ้นมาในหัวของเธอตอนนี้ ในที่สุดท่าทีผิดปกติเหล่านั้น รวมถึงแววตาที่ว่างเปล่าราวกับไร้ชีวิตของเขา ก็มีคำอธิบายเสียทีหลินฮุยโหรวกุมศีรษะตัวเองไว้แน่น พยายามสลัดความรู้สึกเหล่านั้นออกจากหัวถ้า...ถ้าใบแจ้งการเสียชีวิตฉบับนี้เป็นของจริงถ้าอย่างนั้น เสิ่นอันก็คงไม่มีวันให้อภัยเธออีกแล้วตอนที่หลินฮุยโหรวผลักพ่อแม่ของเสิ่นอันลงไป เธอเคยรู้สึกสะใจมากเพียงใดตอนนี้ เธอก็รู้สึกเสียใจภายหลังมากเท่านั้นจู่
จนกระทั่งวันรุ่งขึ้น พ่อบ้านถึงได้ปล่อยฉันออกมาเธอมองฉันด้วยสายตาดูแคลน ก่อนเอ่ยว่า“รีบไปเถอะ คุณหลินบอกว่าครั้งนี้จะปล่อยคุณไป”ฉันเดินโซเซออกจากห้องเก็บของ อัฐิของพ่อกับแม่เหลืออยู่เพียงนิดเดียวเท่านั้นระหว่างทางไปโรงพยาบาลเพื่อขอหนังสือรับรองการลาออก ฉันซื้อตั๋วเครื่องบินไว้เรียบร้อยแล้วขอเพียงได้หนังสือรับรองการลาออกมา ฉันก็จะนำเอกสารทั้งหมดติดตัวแล้วไปจากที่นี่หลังฉันยื่นเรื่องลาออก ผู้อำนวยการโรงพยาบาลก็ถอนหายใจออกมา“ใครใช้ให้คุณไปมีเรื่องกับลู่เจาล่ะ? คุณหลินให้ความสำคัญกับสามีและลูกของเธอที่สุด ตอนนี้ไม่มีใครช่วยคุณได้แล้ว”หัวใจที่ด้านชาราวกับตายไปแล้วของฉันเจ็บแปลบขึ้นมาอีกครั้งเพราะตระกูลหลินไม่ยอมรับฉัน จนถึงตอนนี้ความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับหลินฮุยโหรวก็ยังเป็นเรื่องที่เปิดเผยต่อสาธารณะไม่ได้ฉันกระตุกมุมปากเล็กน้อย พลางรอให้ผู้อำนวยการประทับตราให้ตอนนั้นเอง จู่ ๆ ภายในโรงพยาบาลก็เกิดเสียงเอะอะโวยวายขึ้นฉันรีบวิ่งออกไปตามสัญชาตญาณ กลับเห็นลู่เจายืนอยู่กลางโรงพยาบาลด้วยท่าทางกระหยิ่มใจ กำลังโปรยรูปถ่ายออกไปรอบ ๆ อย่างไม่ยั้งด้านหลังของเขามีป้ายผ้าสีแดงผื