LOGIN"ทุกคนมาครบแล้วใช่ไหมครับ" เขาเอ่ยถามเป็นภาษาอังกฤษฉันพอจะฟังออกเลยเขียนออกมาเป็นภาษาไทย
เขาแจ้งกำหนดการจัดงานปีใหม่ที่จะมาถึงเร็วๆนี้ ทุกคนต่างตื่นเต้นเป็นอย่างมากเพราะงานถูกจัดขึ้นที่โรงแรมหรูยิ่งใหญ่สมกับการเป็นงานปาร์ตี้ของบริษัทอินเตอร์ สีหน้าของฉันยังคงนิ่งเฉยเพราะไม่ได้ตื่นเต้นอะไรเนื่องจากเขาจัดในตรีมที่ต้องไปเช่าชุดแพงๆฉันไม่มีปัญญาหรอกจึงตั้งใจที่จะไม่ไปในขณะที่ประชุมเสร็จกำลังลุกขึ้นจากเก้าอี้และเดินออกจากห้องประชุมสายตาของคุณวิทยังคงจ้องมองมาที่ฉันอยู่ไม่รู้ว่าเขานั้นคิดอะไร ฉันแกล้งทำเป็นไม่สนใจเขายิ่งมองตามใหญ่เลย ฉันจึงหันไปยิ้มให้เขาหลบสายตาฉันแทบไม่ทันตอนนี้มั่นใจมากว่าเขาอาจจะชอบฉันจริงๆ "แจนไปนะกลับพร้อมพี่ก็ได้" เสียงเอ่ยขึ้นมาจากพี่ดิวเธออยากให้ฉันได้ไปเปิดหูเปิดตามาก "หนูไม่มีตังค์ไปเช่าชุดไม่ไปดีกว่าค่ะพี่ดิวเขาไม่ได้บังคับใช่ไหมคะ" สีหน้าของพี่ดิวจากที่ยิ้มๆอยู่ก็เปลี่ยนเป็นเศร้าแทนเมื่อได้ยินคำตอบจากฉัน ฉันเข้าใจเจตนาของเธอดีแต่เพราะค่าเช่าชุดมันแพงเกินไปฉันต้องประหยัดจึงเลือกที่จะไม่ไปดีกว่า เธอยืนคิดอยู่สักครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าให้ฉันเมื่อเขาไปนั่งที่โต๊ะทำงานทุกคนต่างพูดเพ้อถึงแต่งานปาร์ตี้ที่ยังมาไม่ถึงฉันนั่งนิ่งเฉยเพราะคิดว่าตัวเองไม่ได้ไปหรอก ผ่านไปสักครู่จึงลุกไปเข้าห้องน้ำและเมื่อกลับเข้ามาที่ห้องทำงานดูสีหน้าของทุกคนมองฉันแปลกๆก่อนที่พี่อ้อมจะเอ่ยขึ้นมา "น้องแจนพอดีว่าน้องแจนได้โบนัสพิเศษเพราะความขยันเปิดดูสิคะ" เธอยื่นซองสีขาวมาให้ฉัน ฉันแปลกใจและอึ้งอยู่พักหนึ่งก่อนจะเปิดดูเป็นเงินสดสามพันบาทน้ำตาของฉันคลออยู่ในดวงตาฉันได้ยินที่พวกพี่เขาคุยกันทั้งหมดแล้วนี่ไม่ใช่เงินโบนัสหรอก พวกเขาอยากให้ฉันได้ไปร่วมงานปาร์ตี้ด้วยจึงแกล้งบอกว่ามันเป็นโบนัสทั้งที่เป็นเงินที่พวกเขารวบรวมกันมาให้ฉันเพราะหากบอกตรงๆฉันคงไม่รับไว้เขาทำซะขนาดนี้ฉันไม่ไปไม่ได้หรอก "ขอบคุณมากนะคะ" "อย่าลืมไปงานปาร์ตี้ที่จะถึงในอีกสองอาทิตย์นี้นะ" เสียงของพี่อ้อมเอ่ยบอกกับฉันและคนที่ออกเงินเยอะที่สุดก็คือพี่อ้อมนี่แหละ คิดดูสิว่าฉันนั้นฐานะแย่แค่ไหนจะมีสิทธิ์อะไรไปสมหวังกับน้องชายเจ้าของบริษัทที่สูงส่งขนาดนั้นละ วันงานปาร์ตี้ ทุกคนต่างเอาชุดมาเปลี่ยนวันนี้พี่ดิวจะแต่งหน้าให้ฉันให้เข้ากับงานปาร์ตี้เธอแต่งหน้าได้สวยมากจากเด็กบ้านนอกวันนี้ฉันสวยสะพรึงมากทุกคนต่างมองฉันอย่างไม่ละสายตา เป็นครั้งแรกที่ฉันใส่รองเท้าส้นสูงและชุดกระโปรงฉันมาในชุดสีแดงทำให้ผิวดูขาวสว่าง ในขณะที่ฉันเดินออกไปเข้าห้องน้ำอยู่นอกออฟฟิชก็เห็นคุณวิทเดินมาจากไหนสักที่ ทีแรกเขาจดจำไม่ได้ว่าเป็นฉันก็จ้องมองอย่างไม่ละสายตาแต่เมื่อเห็นว่าเป็นฉันก็ยิ้มออกมาอย่างพอใจ สายตาที่เขาจ้องมองทำให้ฉันเขินเป็นอย่างมาก ฉันจึงยิ้มตอบกลับไป "น้องแจนนี่เองผมจำแทบไม่ได้" เขาเอ่ยปากออกมาเมื่อเดินมาใกล้ๆฉัน "ค่ะหนูเอง"ฉันเขินจนไม่รู้จะตอบอะไร เขามองดูฉันตั้งแต่หัวจดเท้าและยิ้มกว้างอย่างถูกใจ ใบหน้าหวานของฉันเองก็ยิ้มไม่หุบเช่นเดียวกันเพราะเขาเองก็หล่อมากเช่นเดียวกันชุดสูทที่เขาใส่วันนี้และทรงผมที่ถูกจัดทรงมาอย่างสมาร์ทน่าดึงดูดไม่น้อย เราทั้งสองต่างมองกันแทบจะไม่ละสายตาและเมื่อฉันเดินผ่านเขาไปแล้วมองทางกระจกยังเห็นเขาหันมามองตามฉันอีก รอยยิ้มบนใบหน้าของฉันเผยขึ้นอย่างชัดเจนแค่นี้ฉันก็มีความสุขแล้วได้อยู่ในสายตาของคนที่ชอบ เมื่อกลับเข้ามาที่ห้องทำงานพวกพี่ๆก็พาฉันลงไปขึ้นรถไฟฟ้าที่ชาลชราและเมื่อไปถึงทางเข้าโรงแรมก็ต้องรอให้รถที่เขาจองไว้มารับเข้าไปในซอยโรงแรมไม่น่าเชื่อว่ารถมีอยู่เจ็ดคันคุณวิทจะเลือกมาขึ้นรถที่ฉันนั่งอยู่ เขานั่งอยู่ด้านหลังฉันเราทั้งสองนั่งหลังชนกันโดยมีเบาะรองหลังกั้นไว้ ฉันทำตัวไม่ถูกเลยที่คุณเขาเข้าหาพยายามใกล้ชิดแบบนี้ รถที่เรานั่งคล้ายๆรถนั่งไปตีกอล์ฟแต่มีขนาดใหญ่กว่าฉันที่นั่งหันหลังให้ทางที่จะไปกำลังหันหน้าไปมองทางกลับหันไปเจอหน้าเขาที่กำลังหันมามองข้างหลังพอดี ตึ๊กตั๊ก! ตึ๊กตั๊ก! เสียงหัวใจของฉันมันเต้นระรัวเพราะใบหน้ากระชันชิดกับเขาเกินไป หน้าฉันที่แดงอยู่แล้วยิ่งแดงมากกว่าเดิมไปอีกทุกคนต่างมองมาที่ฉันและเขา ทำให้ฉันนั้นทำตัวไม่ถูก "เปลี่ยนที่นั่งกับพี่ไหมแจน" เสียงพี่ดิวที่เอ่ยขึ้นมาเมื่อเห็นเหตุการณ์เมื่อสักครู่ "ไม่ต้องเปลี่ยนหรอกครับรถแล่นอยู่อันตรายเดียวตกรถ" เสียงทุ้มใหญ่เอ่ยขึ้นมาอย่างเข้มครึม ฉันจึงเงยหน้ามองพี่ดิวเธอพยักหน้าให้ฉันเข้าใจว่าไม่เป็นไรไม่ต้องเปลี่ยนก็ได้ ฉันใช้จังหวะที่ทุกคนไม่มองแอบยิ้มอยู่คนเดียวถึงแม้มันจะเป็นเรื่องที่ได้แค่รู้สึกดีก็ช่างเถอะอนาคตจะเป็นยังไงฉันไม่มีทางรู้ตอนนี้มีความสุขโฟกัสแค่ตรงนี้ก่อนก็พอ เมื่อถึงโรงแรมพวกเราลงจากรถฉันยืนมองทิวทัศบริเวณโรมแรม บริเวณนี้มีโรงแรมสวยๆสูงเต็มไปหมดฉันไม่เคยมาสัมผัสกับบรรยากาศแบบนี้มาก่อนเลย คุณวิทพาทุกคนเดินเข้าโรงแรมขึ้นลิฟไปที่ห้องแต่งตัวและแนะนำพาไปที่ชั้นดาดฟ้า ทุกคนยังแต่งตัวไม่เสร็จจึงไปที่ห้องแต่งตัวส่วนฉันที่แต่งตัวเสร็จตั้งแต่ที่บริษัทจึงขึ้นลิฟไปก่อนและเมื่อลิฟกำลังจะปิดฉันต้องตกใจสุดขีดเมื่อเห็นคุณวิทเดินมาที่หน้าลิฟและกดเปิดลิฟเดินเข้ามากับฉันด้วย ฉันยืนตัวแข็งทื้ออีกครั้งเพราะคุณวิทยืนยิ้มและจ้องมองใบหน้าหวานของฉัน " เป็นไงบ้างครับ วันนี้สนุกให้เต็มที่นะอาหารมีเยอะแยะเลยน้องแจนจะไปนั่งที่โต๊ะกับผมก็ได้นะ" เขาเอ่ยขึ้นมาและมองมาที่ใบหน้าของฉัน "ขอบคุณมากนะคะ" ก่อนที่จะเดินออกจากลิฟคุณวิทยื่นมือมาจับที่มือของฉันใบหน้าหวานของฉันหันมองเขาในทันที เขาจ้องที่ตาของฉันและยิ้มพร้อมพยักหน้า เมื่อเดินออกไปเกือบถึงคนหมู่มากฉันรีบดึงมือตัวเองออกเพราะไม่อยากให้ใครเห็น ตอนนี้เขาดูชัดเจนกับฉันจนน่าตกใจไม่คิดว่าเขาจะชอบฉันจริงๆเขาไม่ได้พูดอะไรแต่การกระทำมันชัดเจนมาก เขาหันมามองหน้าฉันตอนที่ฉันปล่อยมือจากเขา สายตาจ้องมองฉันด้วยอาการงงงวย >>>>>ติดตามตอนต่อไป"จริงด้วยที่พี่ต้องแต่งงานก็เพราะพวกเขาอยากมีหลานพี่เจอหนทางแล้วแจน" เขายิ้มด้วยความดีใจดวงตาเบิกกว้างฉันเห็นสายตาของเขาเปล่งประกายทำให้แน่ใจว่าเขาเจอทางออกแล้วจริงๆ"แจนมีอะไรจะบอกพี่ด้วยนะ""เรื่องอะไรเหรอ""ประจำเดือนแจนขาดไปหนึ่งเดือน" เขาเก็บสีหน้าความดีใจไว้ไม่อยู่เลย"ไปซื้อที่ตรวจกัน" เขาลุกขึ้นจะพาฉันไปซื้อที่ตรวจทั้งที่ตอนนี้ก็เริ่มดึกแล้วเขาดูตื่นเต้นไม่น้อยนี่เป็นเหตุผลที่ฉันไม่อยากบอกเพราะกลัวว่าหากมันไม่เป็นอย่างที่คิดกลัวว่าเขาจะผิดหวัง"เดี๋ยวสิคะวันนี้มันดึกมากแล้วนะไว้พรุ่งนี้แจนจะรีบตรวจ" เขายิ้มไม่หุบเลยฉันยิ่งเห็นรอยยิ้มของเขาก็ยิ่งทำให้ฉันมีความสุข เมื่อทานอาหารเสร็จเราทั้งคู่ก็กลับที่พักที่เป็นบ้านตากอากาศเขาเดินวนไปมาอยู่หลายรอบจนฉันเวียนหัว"พี่วิททำไมไม่นอนคะเดินไปมาทำไม" เขาหันมายิ้มอย่างร่าเริงจนฉันแอบกลัวว่าถ้าทุกอย่างไม่เป็นอย่างที่เขาคิดคงต้องเสียใจมากแน่นอน"พี่ตื่นเต้นจนนอนไม่หลับแล้ว" "พี่วิทอย่าพึ่งคิดไปไกลเลยนะคะแจนกลัวไม่เป็นอย่างที่เราหวัง" เมื่อฉันพูดแบบนั้นสีหน้าของเขาเปลี่ยนทันทีและเดินมานั่งบนที่นอนข้างๆฉันด้วยสายตาที่กังวล"นั่นสิ ขนาดอยู่กั
ฉันรีบดันตัวเขาออกเพราะกลัวว่าจะมีคนมาเห็น "เดี๋ยวคนก็มาเห็นหรอก" ฉันเอ่ยด้วยน้ำเสียงเขินอาย ในขณะที่เขายังจ้องหน้าฉันอย่างไม่ละสายตา"งั้นเราเข้าห้องไปนอนก่อนละกันนะ" จู่ๆก็ลุกขึ้นดึงแขนฉันเดินพาไปที่พัก ฉันรู้สึกได้เลยว่าเขาคงรู้สึกหิวมากถามว่าฉันขัดไหมไม่มีทางการที่ได้คนที่หล่อและรวยแบบนี้เป็นกำไรของฉันมาก"แจนรู้นะว่าพี่คิดอะไรอยู่" "ครับ เดี๋ยวเสร็จแล้วพี่พาไปทานอาหารอร่อยๆนะครับ" เมื่อมาถึงห้องเขาปิดประตูยังไม่ทันสนิทก็ก้มลงจูบประกบที่ปากบางของฉันพร้อมกับมือหนาที่บีมเค้นที่สองเต้าลมหายใจถี่ถ้วนเสียงดังแขนเล็กของฉันยื่นไปกอดที่ต้นคอของเขาตอนนี้เหมือนมีอะไรแข็งๆมาดันที่สะดือฉันมือหนาก็อยู่ไม่นิ่งปลดกระดุมเสื้อและกระโปรงออกเหลือเพียงเลือนร่างอันเปล่าเปลี่ยวแม้แต่ชุดชั้นในสักตัวก็ไม่มีมือหนาคว้าร่างเล็กของฉันไปวางไว้ที่เตียงนอนสีขาวที่นุ่มนิ่ม เขาสูดดมซอกคอของฉันก่อนที่จะไต่ลงมาที่สองหว่างขาใช้ลิ้นลิ้มลองรสหวานของร่องรักลิ้นของเขาตวัดขึ้นลงๆอย่างรวดเร็ว"โอ๊ะ อ่าส์! " เสียงครวญครางของฉันดังเล็ดรวดออกมาเพราะทนต่อความเสียวซ่านไม่ไหวแล้ว"หวานดีจังนะ" ไม่นานเขาก็เงยหน้าขึ้นมาเอ่ยขึ
"คุณวิท" เสียงของพี่พนักงานคนหนึ่งเอ่ยขึ้นมา ทำให้ฉันตกใจไม่น้อยที่เขาเข้ามาโดยพละการแถมพวกพี่ๆเขาดูเหมือนรู้จักด้วย" ไม่ได้ยินหรือยังไงงานใครก็เอาไปทำเองสิ" เขาเอ่ยเสียงดังอีกรอบตอนนี้ฉันงงไปหมดแล้วว่าเรื่องทั้งหมดมันเป็นยังไงกัน ทำไมดูพวกพี่ๆเขากลัวพี่วิทราวกับว่าเป็นเจ้านายตัวเองฉันหันมองทุกคนอย่างงงงวยและดูเหมือนว่าทุกคนกำลังงงอยู่เหมือนกัน ก่อนที่หญิงสาวคนนั้นจะก้มหน้าลงเล็กน้อยและเอ่ยขึ้นมา"ขอโทษค่ะ เดี๋ยวดาเอาไปทำเอง" เธอเดินมาหยิบงานในส่วนของเธอและรีบเดินไปที่โต๊ะ ฉันยืนคิดวกวนอยู่แบบนั้น โลกมันคงไม่กลมขนาดนั้นหรอกมั้ง"พี่วิทมาได้ไงคะ" ฉันเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาเพราะไม่กล้าพูดเสียงดังเกรงใจพนักงานที่อยู่ในห้องทำงานอีกอย่างฉันมาทำงานได้ไม่นานด้วยจึงเดินไปดึงแขนเขาออกมาคุยข้างนอก"พี่ซื้อของมาฝากเดี๋ยวก่อนสิจะดึงพี่ไปไหน" ในขณะที่เดินเขาก็โชว์ถุงขึ้นมาตอนนี้ฉันไม่ได้สนใจของฝากอะไรทั้งนั้นกลัวคนอื่นจะมองมากกว่า"เดี๋ยวพี่ยังไม่ตอบแจนเลยนะว่าพี่มาได้ไง""ทำไมจะมาไม่ได้ก็นี่บริษัทพ่อพี่" ใบหน้าที่ยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์จ้องมองที่ดวงตากลมของฉัน ฉันได้แต่อึ้งไม่น่าละถึงรับฉั
"แจนจะทำอะไร?" "ตัวพี่วิทห๊อมมากเลย!" เธอพูดออกมาอย่างไร้สติ ผมคิดว่าเธอคงคิดอยากทำเรื่องอย่างว่ากับผมแน่นอนและไอ้กิจมันต้องการที่จะม่อมเหล้าให้เธอเมาจะได้ฉวยโอกาสเธอโชคดีที่ผมไปช่วยเธอไว้ทันไม่งั้นไม่อยากจะคิดเลยหญิงสาวที่เมาแล้วดูหิวโหยแบบนี้"พี่ยังไม่อาบน้ำนะ" ผมดึงเธอออกแต่ยิ่งดึงก็ยิ่งกอดคอผมไว้แน่นกะจะเอาให้ได้เลยสินะ"พี่วิทเป็นของแจนเถอะนะ แจนให้อภัยพี่แล้ว" คำพูดออดอ้อนของเธอดูน่ารักในแบบที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน ผมอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้เลย"ไหนแล้วตอนนี้พี่ยังไม่เป็นของแจนอีกเหรอครับ?" ผมยื่นหน้าไปใกล้ๆเธอดูดวงตาของเธอกรอกไปมามองหน้าผมก่อนจะดึงคอผมลงไปประกบจูบจนผมตั้งตัวไม่ทันไม่คิดว่าเวลาเธอเมาจะไร้สติและร้อนแรงขนาดนี้เธอดันลิ้นเข้ามาตวัดรับรสหวานในจูบของผมไม่นานก็ทิ้งตัวนอนหลับไป ผมงงมากทั้งที่กำลังมีอารมณ์จู่ๆเธอก็มาหลับทิ้งผมไปแบบนี้ผมยิ้มแห้งและมองหน้าเธอด้วยความเอ็นดูก่อนจะก้มลงจูบที่หน้าผากของเธอหลับโดยไม่อาบน้ำแบบนี้ผมก็ต้องเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธอ ก่อนจะนอนลงพักผ่อนพรุ่งนี้ค่อยสะสางกับเรื่องที่เกิดขึ้นรุ่งขึ้น แจน talkฉันลืมตาขึ้นมารู้สึกถึงความปวดหัว มองด
"พอดีที่ทำงานแจนดื่มน้ำเยอะไปหน่อยค่ะเลยไม่ค่อยหิว" ฉันพูดและยิ้มเล็กน้อยเพราะในสมองตอนนี้คิดอะไรไม่ทัน"แจนกลับบ้านกับพี่" จู่ๆพี่วิทมาจากไหนก็ไม่รู้มายืนอยู่ตรงหน้าฉันกับพี่กิจ ฉันเห็นหน้าเขายิ่งทำให้จะร้องไห้ออกมากับสิ่งที่เขาได้ทำ"กลับมาได้แล้วเหรอคะ ไม่ไปนอนกับคุณน้ำแล้วเหรอ" ดูเขางงงวยกับสิ่งที่ฉันพูดไป "คืออะไรทำไมพี่ต้องไปนอนด้วย" ยังจะมาแสดงอีกทำเป็นไม่รู้เรื่องเห็นฉันโง่นักหรือยังไง ดวงตาของฉันแดงก่ำเมื่อนึกถึงเรื่องที่ได้ยินมาเมื่อฉันมองไปที่พี่กิจเขาแสยะยิ้มแปลกๆตอนนี้ฉันสับสนไปหมดแล้ว ไม่รู้ว่าเชื่อใจใครได้บ้างดูพี่กิจก็แปลกๆไป"ก็พี่ไปนอนกับเธอมาไม่ใช่เหรอ แจนโทรไปเป็นสิบๆสายถึงไม่รับ" ฉันพูดและลุกขึ้นเดินหนีเขาออกจากร้านแต่เขาก็ดึงแขนฉันไว้ไม่ยอมให้เดิน"ปล่อยแจนนะไม่ต้องมายุ่งกับแจน" "เดี๋ยวก่อนสิคุยกันให้รู้เรื่องก่อน"ฉันสะบัดมืออกในทันทีจะให้ฉันคุยอะไรอีกในเมื่อทุกอย่างก็ชัดเจนอยู่แล้วปากบอกว่าไม่รักเธอแต่ก็เจอกับเธออยู่บ่อยๆ"แจนๆ"เขาเดินตามฉันแต่พี่กิจก็ดึงเขาไว้ปล่อยให้ฉันเดินไปขึ้นรถเขาจึงวิ่งมาขึ้นและขับรถหนีออกมาฉันได้แต่นั่งน้ำตาไหลไม่รู้ว่าต้องรู้สึกยังไง
"ที่แท้ก็มาอยู่กับไอ้กิจนี่เองรู้ไหมพี่หาจนทั่ว" ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยอารมณ์หึงหวงเดือดดาลดวงตาแดงก่ำส่อให้เห็นว่าตอนนี้เขามีอารมณ์โกรธอย่างสุดขีด"พี่วิทคือว่า..." พั๊วะ! ฉันยังพูดไม่ทันได้จบเลยเขาต่อยไปที่หน้าของพี่กิจอย่างรุนแรง"บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่ามายุ่งกับผู้หญิงของฉัน" น้ำเสียงที่เคืองโกรธเอ่ยขึ้นพร้อมกับดึงคอเสื้อพี่กิจตอนนี้ฉันหน้ามืดตามัวเป็นห่วงพี่กิจเป็นอย่างมากจึงผลักเขาออก"พี่เป็นบ้าไปแล้วหรือยังไง ทำไมถึงคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้สักที" พอพูดจบฉันเดินไปจ่ายเงินพร้อมกับพาพี่กิจไปขึ้นรถและขับออกไปที่ร้านอื่น ในใจของฉันรู้สึกผิดต่อพี่วิทนะแต่เป็นห่วงพี่กิจมากกว่าตอนนั้นเราทั้งสองขับมาถึงเซเว่นพี่กิจเดินลงไปซื้ออาหารกล่องมาให้ทานก่อนจะไปส่งฉันที่ทำงานตอนนี้หัวใจฉันว้าวุ่นเป็นอย่างมาก หยิบมือถือขึ้นมาดูเห็นรูปที่ถ่ายกับพี่วิทจึงได้สติว่าตัวเองทำอะไรลงไปการที่ฉันมาอยู่กับพี่กิจเป็นธรรมดาที่เขาจะโกรธฉันนั้นมันโง่จริงๆแต่ออกไปหาเขาตอนนี้ก็ไม่ได้เพราะต้องทำงานเวลาผ่านล่วงเลยมาจน 18.32 น. ฉันรีบเก็บของเพื่อออกไปหาพี่วิทเพื่อขอโทษที่ผลักเขาแต่เมื่อไปถึงที่บริษัทก็หาเขาไม่เจอโทรหาก็
"พี่วิทแจนต้องไปล้างตัวอีกรอบเลยนะ""ทำไงได้ก็พี่หิวหนิ" อยู่ข้างนอกไม่เห็นเป็นคนแบบนี้เลยนิ่งเฉยยิ่งกว่าหินทีมาตอนนี้ทำไมแทบจะเปลี่ยนเป็นคนละคนเลย"อะๆแจนไปล้างตัวก่อนนะจะได้ไปทำงาน" จบประโยคฉันรีบลุกขึ้นไปอาบน้ำชำระล้างกายให้เรียบร้อยก็อกๆ! เข้าห้องน้ำได้ไม่ทันไรเขาก็เข้ามาเคาะประตูอีก"อะไรอีกล
"พี่เลิกติดต่อเลิกเจอกับคุณน้ำได้ไหมคะ" สายตาที่แสดงถึงความอ้อนวอนของฉันที่ส่อไปในใจของเขาใบหน้าของเขาดูเปลี่ยนไปในทันทีราวกับว่ากำลังคิดอะไรอยู่นัยน์ตาเขาดูเศร้ายังไงก็ไม่รู้ ฉันรู้สึกสงสารเขาเหมือนกันเพราะเขาดูหนักใจกับอะไรสักอย่าง"ได้สิ พอดีวันนี้น้ำเอาเอกสารมาให้ดูว่าพ่อของเธอได้จดทะเบียนสัญญ
ตื้ด! ตื้ด! ขณะที่ฉันนั่งอยู่บนที่นอนก็มีสายเรียกเข้ามา เบอร์นี้ไม่ค่อยคุ้นสักเท่าไหร่ฉันกดรับสายทันทีเผื่อว่าเป็นสายจากบริษัทที่ฉันจะไปทำงานพรุ่งนี้"สวัสดีค่ะ"" แจนลืมของไว้ที่รถพี่ ลงมาเอาก่อนสิพี่รอที่หน้าตึก" ให้ตายสินี่เป็นสายจากพี่กิจเขารู้ได้ยังไงกันว่าฉันอยู่ที่ตึกนี้ และเอาเบอร์ฉันมาจากไ
ใบหน้าหล่อเหลานิ่งเฉยจ้องมองที่ดวงตาของฉันก่อนจะเอ่ยขึ้นมา"ไปทานข้าวกัน""พี่กิจ แจนทานมาแล้ว" เขาเงยหน้าขึ้นถอนหายใจเบาๆก่อนจะหันมามองหน้าฉันอีกครั้ง"ทานแค่นั้นมันจะไปอิ่มอะไร " เมื่อเขาพูดแบบนั้นฉันมั่นใจในทันทีว่าเขาตามดูฉัน"นี่พี่สะกดรอยตามแจนเหรอ""เปล่าสะหน่อย แค่เดินผ่านมาเห็นก็เท่านั้นเ







