LOGINนางเอกเป็นเด็กบ้านนอกที่เข้าไปทำงานในบริษัทของพี่ชายพระเอก เธอแอบรักเขามาโดยตลอดแต่เป็นคนที่นิ่งและเก็บอาการเลยไม่มีใครรู้ แต่เขาเองก็ดูมีใจให้เธอแต่ด้วย แต่ผมทว่าเธอต้องกลับบ้านนอกเพื่อดูแลยายที่ป่วยจึงไม่ได้เจอเขานานด้วยความมั่นคงอยากสมหวังจึงพัฒนาตัวเองให้เหมาะสมกับเขาแต่พอพร้อมทุกอย่างแล้วกลับไปทำงานที่เดิมเขากับแต่งงานไปเสียแล้ว เธอจะทำยังไงต่อไป ไปติดตามอ่านนะคะ
View Moreกริ่ง! กริ่ง! เสียงนาฬิกาปลุกให้ฉันต้องตื่นขึ้นในขณะที่กำลังนอนหลับอย่างสบายฉันต้องรีบดันตัวเองลุกขึ้นเพื่อไปอาบน้ำเพราะวันนี้ต้องไปทำงานวันแรก
สวัสดีฉันชื่อแจน อายุของฉัน18 ปีเรียนจบกศน ม.ปลาย มาตอนนี้กำลังมาหางานทำที่กรุงเทพเพราะต้องการศึกษาต่อแต่ด้วยความที่ไม่มีเงินเลยต้องดิ้นรนกว่าคนอื่น ฉันสมัครงานไว้อยู่สองที่ งานที่แรกเป็นงานที่ทำรายเดือนกับงานที่สองให้ทำชั่วคราวสองอาทิตย์แต่เพราะงานตรงบริษัทที่สองเรียกตัวก่อนเลยต้องมาทำรองานที่หนึ่ง ฉันคาดหวังกับงานที่แรกมากแต่เขาไม่เรียกสักทีจึงตัดสินใจไปทำที่สองก่อน เมื่อแต่งตัวเสร็จแล้วจึงรีบลงไปรอรถแท็กซี่เพื่อนั่งไปลงที่บีทีเอส ฉันพักไม่ไกลจากบีทีเอสเท่าไหร่เดินไปก็ถึงอยู่แต่ก็เหนื่อยเอาการเลยแถมยังช้าจึงตัดสินใจนั่งแท็กซี่ไปดีกว่าวันหลังค่อยนั่งรถเมย์ เมื่อเดินทางมาถึงตึกฉันก็รีบโทรหาพี่ที่เรียกตัวฉันมา "น้องแจนเดินตรงไปที่เคาว์เตอร์และบอกเขาว่ามาบริษัท เจดับบิวซีเลย " เสียงปลายสายเอ่ยบอก ฉันจึงรีบเดินตรงไปแรกบัตรประชาชนกับพนักงานต้อนรับเพื่อขึ้นไปที่ตึกและไปที่บริษัท "สวัสดีค่ะ จริยรินทร์ค่ะที่ HR โทรให้มาเริ่มงานค่ะ" เมื่อฉันเห็นพี่พนักงานคนหนึ่งก็เอ่ยแนะนำตัวกับเขา "อ่อน้องแจนใช่ไหม อะใบสมัครเขียนเสร็จแล้วบอกพี่นะ" เขายื่นใบสมัครมาให้ฉันตายจริงมีแต่ภาษาอังกฤษทั้งนั้นเลยแต่ไม่เป็นไรฉันยังพอมีพื้นฐานอยู่จึงพอเขียนใบสมัครได้แต่เมื่อเหลือบสายตาไปมองข้างๆมีเพื่อนอีกสองคนที่นั่งเขียนใบสมัครด้วย ฉันจึงขอเขานั่งเขียนด้วย งานที่เขาให้มาช่วยทำคือเอกสารที่ต้องส่งให้ลูกค้าเร่งด่วนแต่ทำไม่ทันจึงจ้างพนักงานชั่วคราวมา แต่เมื่อฉันเขียนเสร็จพี่ที่ทำงานกับบอกให้ฉันช่วยงานเขาที่หน้าเคาว์เตอร์ ส่วนสองคนนั้นให้ไปอีกที่หนึ่งฉันพยายามมองตามว่าเขาสองคนไปที่ไหน แต่ก็ไม่รู้เลยจึงนั่งลงทำงานในวินาทีนั้นฉันงงไปหมดว่าพี่เขาจดจำงานได้ยังไงทำไมมันยากอย่างนี้ไหนจะภา่ษาอังกฤษอีก ผ่านไปหนึ่งวัน เลิกงานฉันรีบกลับห้องพักจากที่ทำงานไปห้องพักไกลเป็นบ้าเลยได้แต่ภาวนาให้บริษัทแรกที่สมัครไว้เรียกตัวไวๆเพราะฉันรู้สึกไม่ค่อยอยากทำงานที่นี่เลย และผ่านไปอีกวันที่รู้สึกเหนื่อยล้าไม่น้อย ฉันไปทำงานทุกวันจนครบสองอาทิตย์และสองคนที่มาทำงานพร้อมฉันก็ออกไปแต่เขากลับยังไม่ให้ฉันออก "หนูต้องทำงานถึงวันไหนคะ" "ทำไปเรื่อยๆก่อนนะช่วยพี่ก่อนเดี๋ยวพี่บอก"พี่น้ำที่คอยช่วยสอนงานฉันเอ่ยเพราะเห็นว่าฉันช่วยงานเขาได้เยอะเลยจึงไม่อยากให้ฉันออก ฉันได้แต่ยิ้มแห้งเพราะงานที่ไปสมัครไว้ก็ไม่ติดต่อมาเลยงานนี่้ก็ไม่รู้จะต้องทำไปถึงเมื่อไหร่ ในขณะที่ฉันทำงานอยู่ก็มีลูกค้าและเจ้านายมาประชุมที่ห้องประชุมหลายคนตอนนั้นมีชายหนุ่มคนหนึ่งหน้าตาหล่อเหลาสูงขาวใบหน้าคมดวงตาโต ดูแล้วน่าหลงใหลไม่น้อยเดินตรงมาที่ฉัน "น้องครับ ผมขอน้ำที่ห้องประชุมหน่อยนะครับ" เสียงสั่งจากเขาซึ่งฉันก็ไม่รู้หรอกว่าเขาเป็นใครแต่ก็ต้องเอาไปเสิร์ฟความจริงที่นี่มีแม่บ้านอยู่หนึ่งคนแต่ก็ไม่เข้าใจทำไมต้องมาใช้ฉัน ในขณะที่เดินเอาน้ำไปเสิร์ฟกลับมีดวงตาคู่หนึ่งจ้องมองฉันอย่างไม่ละสายตาไม่ใช่ใครเลยคนเมื่อสักครู่ ฉันพยายามไม่สนใจและรีบเดินออกมานั่งทำงานต่อ "แจนวันนี้ไปกินข้าวกับพี่ไหม" สักพักก็มีเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งเธอสวยมากแต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นใครมาเรียกฉัน ใบหน้าของฉันเงยขึ้นมองและเอ่ยปฏิเสธเธอไปเพราะห่อข้าวมาเนื่องจากต้องการประหยัด นั่งอยู่สักพักก็มีน้ำหวานมาตั้งไว้ที่หน้าเคาว์เตอร์ทำงานของฉัน "พี่ซื้อมาให้" เสียงของพี่น้ำคนที่ใจดีสอนงานฉันนั่นเอง พี่เขาใจดีกับฉันมากสอนงานดีตลอดไม่เคยวีนใส่ฉันเลยสักครั้ง "ขอบคุณมากนะคะ" ฉันหยิบแก้วน้ำมาดื่มต้องตกใจกับราคา 259 บาท นี่มันสังคมคนรวยนี่น่าตายจริงฉันต้องมาอยู่ในแวดวงคนรวยในขณะที่เงินเดือนตัวเองไม่ถึงหมื่น ในตอนที่ทำงานอยู่นั้นพี่ดิวที่ชอบมาชวนฉันไปทานข้าวก็เข้าหาฉันไม่หยุดเพราะเขารู้สึกถูกชะตากับฉันจนทั้งสองคนเราสนิทสนมกันเหมือนพี่น้องแท้ๆ ทานข้าวด้วยกันตลอดพี่เขาใจดีกับฉันมากมีอะไรซื้อมาแบ่งฉันตลอดฉันรักเขาเหมือนพี่สาวแท้ๆเลย พอนั่งทำงานอยู่ฉันก็ได้ยินพวกพี่เขานินทาน้องชายของเจ้าของบริษัทว่าน่ากลัวและเอาแต่ใจตัวเองเพราะดุมากแต่ฉันก็ไม่เคยเห็นเขาจึงเกิดความสงสัยว่าคนไหน "คุณวิทหล่อนะแต่ดุไปหน่อยดุยังไงหนูก็ชอบ" เสียงพี่ดิวเมาส์มอยกับพี่ที่แผนกฉันเกิดอยากจะเห็นแล้วสินะว่าคนไหนที่พวกเขาพูดถึง ในที่สุดฉันก็รู้จนได้ว่าเขาคือคนที่สั่งให้ฉันเอาน้ำไปเสิร์ฟแต่ใบหน้าของเขาก็ดุจริงๆแถมยังต่อว่าพนักงานบ่อยด้วย ถามว่าฉันกลัวไหม ไม่อะฉันไม่เคยต้องกลัวใครอยู่แล้วจะเป็นใครก็ช่างเถอะ ทำงานไปได้สักพักฉันก็ได้ย้ายแผนกมาอยู่กับพี่ดิวและคุณวิทในใจของฉันตอนนั้นอยากออกมากไม่อยากทำงานที่นี่แล้วแต่ก็ต้องทำเพราะไม่ทำก็ไม่มีเงิน ช่วงนี้เลยต้องเจอคุณวิทบ่อยขึ้นด้วยความที่ฉันเป็นคนที่นิ่งไม่ค่อยคุยกับใครและดูน่าค้นหาเขาจึงไม่ค่อยกล้าดุและยุ่งกับฉันมากนักทุกครั้งที่เดินผ่านก็มีส่งยิ้มให้ฉันบ้าง ถ้าถามว่าฉันชอบเขาไหมใครจะไม่ชอบละฉันชอบเขาตั้งแต่เจอกันครั้งตอนที่ไม่รู้ว่าเขาคือใครแล้วแต่ด้วยอายุที่น้อยและฐานะต่ำต้อยอย่างฉันจึงไม่ได้แสดงออกอะไรเพราะมันคงเป็นไปไม่ได้แน่นอน และฉันก็รู้ว่าคนในออฟฟิชชอบเขามากมาย และหนึ่งในนั้นก็มีพี่ดิวพี่ที่เปรียบเสมือนพี่สาวฉันจึงต้องเก็บความรู้สึกไว้ในใจ "พี่นิวหนูชอบพี่วิทมากเลยเขาจะสนใจหนูไหม" พี่ดิวเอ่ยถามพี่ในแผนก พวกพี่เขาก็ช่วยเต็มที่พยายามทำให้ทั้งสองคนได้ใกล้ชิดกันฉันก็ทำได้แค่เก็บทุกอย่างไว้ในใจ จนวันนี้เป็นวันเกิดของพี่ดิวพวกพี่เขาก็ต่างพากันเซอร์ไพร์ด้วยการให้คุณวิทแกล้งต่อว่าจนพี่ดิวร้องไห้ก่อนจะให้คุณวิทเอาเค้กถือออกมาเซอร์ไพร้ฉันเจ็บปวดหัวใจไม่น้อยแต่ก็ต้องยอมรับที่น่าแปลกใจที่เขามองฉันอยู่บ่อยๆ วิท Talk เธอไม่ค่อยมองผมเลยเธอดูนิ่งเฉยเหมือนกับไม่สนใจใครเธอน่าค้นหามากสำหรับผม แต่วันนี้ผมต้องทำตามที่พนักงานขอผมได้แต่มองดูใบหน้าของแจนว่าเธอคิดอะไรอยู่ ใบหน้าของเธอดูเศร้าสร้อยผมไม่รู้ว่าเธอรู้สึกยังไงหรือผมจะคิดไปเอง แจน Talk เมื่อเป่าเค้กเสร็จฉันมองดูหน้าของพี่ดิวเธอดูดีใจและมีความสุขมากฉันควรดีใจที่พี่สาวของฉันสมหวังแต่ทำไมรู้สึกเจ็บจัง "มาๆถ่ายรูปกัน" พี่ที่แผนกเรียกเขาไปถ่ายรูปรวม พี่ดิวและคุณวิทยืนคู่กันโดยที่ฉันยืนอยู่ที่ขอบแต่ที่สังเกตุได้ชัดคือสายตาของเขาจ้องมองมาที่ฉันอยู่หลายรอบเขาไม่ค่อยมองพี่ดิวเลยทีแรกนึกว่าคิดไปเองแต่รูปภาพที่ส่งเข้ากลุ่มไลน์มันเห็นได้ชัดคือเขามองมาที่ฉันจริงๆ หัวใจของฉันเต้นด้วยความหวังอีกครั้ง หรือจริงๆแล้วเขาจะสนใจฉันจริง คงไม่หรอกมั้งผู้หญิงสวยๆฐานะดีๆในบริษัทชอบเขาตั้งมากมายเขาจะสนใจเด็กบ้านนอกอา่ยุ 18 อย่างฉันทำไม ตอนที่ฉันนั่งคิดอยู่นั้นเขาเดินตรงเข้ามาหาฉันที่โต๊ะ "น้องแจนครับผมฝากเอกสารนี้ให้คุณนิวหน่อยครับ" เขายื่นเอกสารใบหนึ่งให้ฉันและยิ้มให้ก่อนจะเดินจากไป คนนั่งอยู่ตั้งเยอะทำไมถึงได้เอามาให้ฉันนะเขาทำให้ฉันสับสนอีกแล้ว "แจนเมื่อกี้พี่วิทมาถามอะไรแจน" "คุณวิทเอาเอกสารมาฝากให้พี่นิวค่ะ" ฉันยื่นเอกสารให้พี่ดิวเพราะเธอนั่งโต๊ะใกล้กับพี่นิวและก้มหน้าลงทำงานต่อ วันต่อมา ฉันต้องย้ายไปนั่งทำงานที่ออฟฟิชห้องหนึ่งเป็นที่ที่เขาทำงานแต่คุณวิทอยู่ในห้องประชุมกับพี่ชายที่เป็นเจ้าของบริษัทในขณะที่ฉันนั่งทำงานกับพี่ที่เป็นผู้ชายที่นั่งข้างก็เหลือบสายตาเข้าห้องประชุมไปเห็นสายตาสองคู่จ้องมองฉันอยู่เพราะห้องประชุมใสเป็นกระจก ดวงตาของหญิงสาวอย่างฉันกรอกไปมาเพราะสงสัยว่าตัวเองทำอะไรผิดหรือเปล่าทำไมเจ้าของบริษัทอย่างคุณวายุและคุณวิทถึงจ้องฉันอย่างยาวนานไม่ละสายตา บอกตรงๆเลยว่าตอนนี้ฉันทำงานอึดอัดมากที่โดนสายตาของคนใหญ่คนโตของบริษัทจ้องมองแบบนี้ "น้องแจน!" >>>>>ติดตามตอนต่อไปฉันยืนคิดอยู่นานก่อนจะหันไปสบตาเขาและเอ่ยปฏิเสธเพราะกลัวสายตาคนอื่นที่มองมา ไหนจะพี่ดิวที่แอบชอบเขาอีกถ้าเห็นเช่นนั้นเธอจะรู้สึกอย่างไร"คุณวิทไปก่อนเลยค่ะหนูลืมของไว้ที่ห้องน้ำ" พอพูดจบฉันก็รีบหันหลังเดินกลับไปที่ห้องน้ำโดยที่ไม่ได้หันไปมองเลยว่าเขามีท่าทีอย่างไรจนกระทั่งเข้าไปได้ครู่หนึ่งกำลังเดินออกมาให้ตายสิเขายืนรอจนฉันเดินออกจากห้องน้ำเขาถึงเดินไป ในตอนนั้นฉันรู้สึกดีมากที่เขาคอยเป็นห่วงแต่ก็อย่างว่าฉันไม่รู้ว่าเขาคิดยังไงกันแน่แต่ที่เป็นแบบนี้มันก็ดีมาก อนาคตจะเป็นยังไงก็ช่างมันเถอะฉันจะมีความสุขอยู่กับปัจจุบันก็พอแล้วฉันเดินอมยิ้มเข้าไปในงานอย่างกับคนบ้าอารมณ์ของฉันนั้นดีเป็นพิเศษตอนนี้พวกพี่ๆก็ยังคงเต้นอยู่ท่ามกลางแสงสีเสียงที่บรรเลงกระหึ่มและเมื่อถึงเวลาที่เขาจับรางวัลของขวัญให้พนักงานน่าเสียดายที่ฉันไม่ได้อะไรเลยจนถึงจบงานพวกพี่ๆพาฉันเดินไปขึ้นรถไฟฟ้าเพื่อที่จะกลับที่พักฉันเป็นคนที่ต้องลงสถานี้สุดท้ายในใจทั้งกลัวไหนจะต้องรอรถเข้าไปในซอยอีกแต่ช่างมันเถอะฉันพยายามทำใจให้นิ่งและเดินเข้าซอยไปเพราะรถไม่มีผ่านเลยหญิงสาวตัวเล็กที่เดินอยู่ข้างถนนอย่างโดดเดี่ยวใจวิวผวาอยู่ตลอดเว
ฉันจึงเดินนำออกไป ตอนนี้ไม่รู้เขาเข้าใจหรือเปล่าที่ฉันต้องปล่อยมือจากเขาเพราะพี่ชายของเขาอยู่ในงานหากเห็นมาจับมือกับเด็กบ้านนอกที่ยังเรียนไม่จบแบบฉันคงไม่เป็นเรื่องดีแน่ฉันมองเข้าไปในงานอลังการมากทั้้งแสงสีเสียงอาหารเป็นแบบบุฟเฟ่และเครื่องดื่มคอกเทล ฉันยืนงงว่าต้องไปนั่งตรงไหนจนกระทั่งมองเห็นโต๊ะที่อยู่ริมสุดที่มองเห็นวิวได้ชัดเจนบอกตามตรงว่าวิวสวยมากนี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้มาสัมผัสกับบรรยากาศแบบนี้ฉันหันไปมองเขาที่นั่งอยู่กับพวกผู้หลักผู้ใหญ่เขามองฉันอยู่ตลอดสายตาแสดงถึงความเป็นห่วงจนกระทั่งเขาลุกขึ้นเดินมาหาฉัน"น้องแจนถ้าหิวก็ลุกไปตักอาหารมาทานก่อนได้เลยนะครับ" เสียงเอ่ยบอกจากเขาเพราะรู้ว่าฉันคงไม่รู้เรื่องแน่นอน"ค่ะขอบคุณมากนะคะคุณวิท"ฉันเอ่ยขอบคุณเขาเสร็จก็เดินกลับไปนั่งที่เดิมและเมื่อเวลาผ่านไปพวกพี่ๆก็เข้ามาในงานทุกคนดูสนุกสนานกับงานนี้เป็นอย่างมากฉันเหลือบสายตาไปเห็นพี่วีด้าที่ไปนั่งข้างคุณวิท ก็แอบรู้สึกนอยอยู่เหมือนกันแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะไม่มีสิทธิ์"แจนทานอาหารยังลูก"เสียงพี่จ๋าเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นฉันนั่งนิ่ง ไม่พูดไม่จาไม่มีอาหารวางอยู่ตรงหน้า"ยังค่ะ" ฉันตอบกลับไปเธอ
"ทุกคนมาครบแล้วใช่ไหมครับ" เขาเอ่ยถามเป็นภาษาอังกฤษฉันพอจะฟังออกเลยเขียนออกมาเป็นภาษาไทยเขาแจ้งกำหนดการจัดงานปีใหม่ที่จะมาถึงเร็วๆนี้ ทุกคนต่างตื่นเต้นเป็นอย่างมากเพราะงานถูกจัดขึ้นที่โรงแรมหรูยิ่งใหญ่สมกับการเป็นงานปาร์ตี้ของบริษัทอินเตอร์สีหน้าของฉันยังคงนิ่งเฉยเพราะไม่ได้ตื่นเต้นอะไรเนื่องจากเขาจัดในตรีมที่ต้องไปเช่าชุดแพงๆฉันไม่มีปัญญาหรอกจึงตั้งใจที่จะไม่ไปในขณะที่ประชุมเสร็จกำลังลุกขึ้นจากเก้าอี้และเดินออกจากห้องประชุมสายตาของคุณวิทยังคงจ้องมองมาที่ฉันอยู่ไม่รู้ว่าเขานั้นคิดอะไรฉันแกล้งทำเป็นไม่สนใจเขายิ่งมองตามใหญ่เลย ฉันจึงหันไปยิ้มให้เขาหลบสายตาฉันแทบไม่ทันตอนนี้มั่นใจมากว่าเขาอาจจะชอบฉันจริงๆ"แจนไปนะกลับพร้อมพี่ก็ได้" เสียงเอ่ยขึ้นมาจากพี่ดิวเธออยากให้ฉันได้ไปเปิดหูเปิดตามาก"หนูไม่มีตังค์ไปเช่าชุดไม่ไปดีกว่าค่ะพี่ดิวเขาไม่ได้บังคับใช่ไหมคะ" สีหน้าของพี่ดิวจากที่ยิ้มๆอยู่ก็เปลี่ยนเป็นเศร้าแทนเมื่อได้ยินคำตอบจากฉัน ฉันเข้าใจเจตนาของเธอดีแต่เพราะค่าเช่าชุดมันแพงเกินไปฉันต้องประหยัดจึงเลือกที่จะไม่ไปดีกว่าเธอยืนคิดอยู่สักครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าให้ฉันเมื่อเขาไปนั่งที่โต๊ะทำ
"เป็นอะไรหรือเปล่าครับ กลัวผมหรือเปล่า" เขาหันมาจ้องที่หน้าของฉันและเอ่ยถามพร้อมกับอมยิ้ม ใบหน้าของฉันแดงออกร้อนวูบวาบเพราะใบหน้าของเขาอยู่ใกล้ใบหน้าของฉันมากเกินไปดวงตาของฉันเป็นประกายวิบวับอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นเขาให้ความสนใจกับฉันแบบนี้"ปะ...เปล่าค่ะ" ฉันรีบหลบสายตาในทันทีแต่เขากลับยังคงจ้องมองอยู่แบบนั้นแถมยังแสยะยิ้มอีกด้วยรอยยิ้มเจ้ากรรมดันเผยออกมาเขาต้องรู้แน่นอนว่าฉันเขินเขาอยู่"อ่อ นึกว่ากลัวที่ผมชอบดุพนักงานที่จริงผมใจดีนะ"เขาดึงหน้ากลับไปที่เดิมก่อนจะเอ่ยพูดและทำหน้าจริงจังก้มลงเซ็นเอกสารฉันก็ได้แต่ยิ้มแห้งไม่ได้ตอบอะไรยังคงฟอร์มเป็นผู้หญิงนิ่งเงียบไม่มีความรู้สึกเหมือนเดิม เขานั่งเซ็นเอกสารอยู่สักพักก็ลุกขึ้นเดินไปหยิบเอกสารบางอย่างมานั่งเซ็นและทิ้งเอกสารที่ฉันเอามาไว้ ฉันได้แต่นั่งมองดูไม่กล้าทักท้วงอะไร"พี่นาครับผมขอกาแฟแก้วหนึ่งและก็โกโก้เย็นแก้วหนึ่งครับ" เขาหยิบโทรศัพท์ในบริษัทโทรหาแม่บ้านก่อนจะเอ่ยสั่งฉันได้แต่นั่งงงว่าเขาทำอะไรของเขาไม่รีบเซ็นเอกสารให้ฉันให้เสร็จยังมีน่ามาใจเย็นเซ็นเอกสารอีก"แต่คุณวิทคะเราไม่มีโกโก้นะคะ" เสียงปลายสายเอ่ยตอบกลับเพราะปกติที่บริษั