Share

6

Author: Clear Clouds
last update Last Updated: 2025-09-26 21:05:24

และแล้ววันแรกที่เขาจะต้องไปเรียนกับโม่ชิงเฉิงก็มาถึง หลังจากที่นั่งสมาธิเสร็จ เด็กชายก็แต่งตัว กินข้าวเช้าและเดินไปที่บ้านของบัณฑิตผู้สันโดษ เขาเคาะประตูหน้าบ้าน และเดินตามพ่อบ้านเข้าไปข้างในบ้านไม่ไผ่หลังใหญ่นั้น

โม่ชิงเฉิงรออยู่ในห้องหนังสือ ที่จุดตะเกียงเอาไว้สว่าง เด็กชายทำความเคารพ ในขณะที่อีกฝ่ายพยักหน้า บอกให้เขานั่งลง และเริ่มต้นการเรียนครั้งแรก

บัณฑิตโม่เลือกสอนแนวคิดของขงจื๊อ ซึ่งเป็นหนึ่งในปรัชญาสำคัญที่ใช่ในการสอบจองหงวน (จอหงวน) มาเป็นเวลาหลายร้อยปีแล้ว เฟิงหลี่เฉียงฟังอย่างตั้งใจ และจดบันทึกลงสมุดด้วยพู่กันที่มีขนาดเล็กสำหรับเด็ก ถึงจะยังเขียนไม่เก่งมากนัก แต่เขาก็ใช้สัญลักษณ์บางอย่างแทนตัวหนังสือในตอนที่เขียนไม่ทัน

โม่ชิงเฉิงซึ่งจับตาดูอยู่ รู้สึกแปลกใจจนอดถามไม่ได้ว่า “เจ้าจดอะไรลงไป”

เด็กชายหัวเราะอายๆ “สัญลักษณ์ของข้าเอง เพราะข้า..ข้ายังเขียนอักษรหลายอย่างไม่คล่องขอรับ”

บัณฑิตโม่เลิกคิ้วสูง เขาบอกให้เด็กชายอธิบายความหมายของสัญลักษณ์เหล่านี้ให้ฟัง เด็กชายอธิบายอย่างไม่มั่นใจนัก

แต่โม่ชิงเฉิงที่ฟังอยู่กลับรู้สึกทึ่งจนเอ่ยออกมาว่า “เจ้ารู้ไหมว่า มนุษย์ก็เริ่มต้นประดิษฐ์ตัวอักษรเช่นนี้ ใครจะไปรู้ว่าตัวอักษรของเจ้าอาจจะไปคล้ายกับตัวอักษรของคนบางกลุ่มบนโลกใบนี้ เจ้าไม่ต้องรู้สึกอับอาย นี่คือความสามารถที่ต้องภูมิใจเอาไว้!”

เด็กชายอ้าปากค้าง หน้าของเขาแดงด้วยความอายและดีใจที่ถูกชม แต่เขาก็อดที่จะพูดไม่ได้ว่า “บางคนเคยบอกว่าข้าเพ้อเจ้อ.. ควรเอาเวลาไปคัดตัวอักษรจีนให้สวยงามจะดีกว่าขอรับ”

อีกฝ่ายพ่นลมหายใจออกทางจมูกด้วยความโมโห “พวกนั้นมันโง่เง่าน่ะสิ! เจ้าสามารถใช้ตัวอักษรเหล่านี้สื่อสารโดยที่ไม่มีใครรู้ความหมายได้ เจ้าอาจจะได้ใช้มันเพื่อเอาตัวรอดในอนาคตก็ได้ จงใช้มันต่อไป แต่เจ้าจะต้องฝึกเขียนตัวอักษรจีนให้ดีด้วยเช่นกัน!”

“ใครจะไปคิดว่าท่านราชบัณฑิตโม่ชิงเฉิง จะมีความคิดก้าวหน้าเช่นนี้! นับถือ! นับถือ!” เสียงของชายคนหนึ่ง ดังขึ้นมาจากหน้าบ้าน

เมื่อพวกเขาหันไปมอง ก็พบชายร่างสูงบึกบึนคนหนึ่งเดินเข้ามาที่ห้องหนังสืออย่างคุ้นเคย เฟิงหลี่เฉียงตาโตเมื่อเห็นหน้าอีกฝ่าย นี่มันท่านอาชุดเขียวที่ช่วยเขาเอาไว้นี่!

“หึ! ต้าหวงเหลียน ลมอะไรหอบเจ้ามาถึงบ้านอันต่ำต้อยของข้า” โม่ชิงเฉิงถามด้วยเสียงสะบัด

อีกฝ่ายหัวเราะฮ่าๆๆ อย่างไม่ถือสา แต่เมื่อเห็นเฟิงหลี่เฉียง เขาก็อุทานออกมาว่า “เจ้าเองรึนี่!”

เด็กชายยิ้มกว้าง เขารีบลุกขึ้นยืนทำความเคารพ ในขณะที่ท่านอาชุดเขียว หรือต้าหวงเหลียนก็ยิ้มรับ

จากนั้น ต้าหวงเหลียนก็นั่งลงที่โต๊ะ และดื่มชาที่พ่อบ้านนำมาเสิร์ฟให้อย่างคุ้นเคย ราวกับเป็นเจ้าของบ้าน เมื่อโม่ชิงเฉิงเห็นทั้งสองทักทายกัน ก็อดถามไม่ได้ว่า “ต้าหวงเหลียน เจ้ารู้จักเสี่ยวเฉียงได้อย่างไร”

ต้าหวงเหลียนจึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในอำเภอให้อีกฝ่ายฟัง บัณฑิตโม่ฟังด้วยความโมโห “บังอาจนัก! กลางวันแสกๆ แถมยังมีคนมากมาย มันยังกล้าลักพาตัวเด็ก แล้วที่น่าโมโหยิ่งกว่า ก็คือ ไม่มีใครช่วยเหลือเด็กเลยสักคน!”

ทั้งเฟิงหลี่เฉียงและต้าหวงเหลียนต่างก็รู้สึกเช่นกัน โดยเฉพาะเด็กชายที่รู้สึกเศร้าใจมาก ถ้าไม่มีลู่ปู่มาด้วย หรือถ้าไม่พบกับต้าหวงเหลียน ก็ไม่รู้เลยว่าชีวิตของเขาจะเป็นอย่างไรบ้าง

แต่เขาก็อดพูดไม่ได้ว่า “พวกเขาก็ไม่ได้ผิดเสียทีเดียว ข้าคิดว่าพวกเขาเป็นชาวบ้านธรรมดา จึงไม่กล้าจะมีเรื่องกับคนแปลกหน้า แล้วพวกเขาก็ไม่รู้จักข้ากับพี่ลู่ด้วย ก็เลยไม่อยากจะยุ่งเกี่ยว ข้าเป็นคนจน จึงเข้าใจดีว่า คนจนอย่างพวกเรา ไม่มีอำนาจจะไปต่อสู้กับใคร เพราะไม่รู้ว่าจะต้องเจอกับอะไรบ้าง แล้วถ้าทางการไม่ช่วยเหลือหรือสนับสนุน พวกเขาก็จะเจ็บตัวโดยไม่ได้อะไร”

ผู้ใหญ่ทั้งสองอึ้งไปเมื่อได้ยินคำพูดซื่อๆ ของเด็กชาย จริงสินะ พวกเขามาจากครอบครัวที่ดี และยังประสบความสำเร็จในอาชีพการงาน จึงไม่ต้องกลัวว่าจะมีปัญหาแบบที่ชาวบ้านต้องเจอ

เมื่อเห็นทุกคนหน้าเครียด ต้าหวงเหลียนจึงพูดทำลายบรรยากาศขึ้นว่า “ต่อไปเจ้าไม่ต้องกลัวว่าจะมีคนมารังแกอีกแล้ว ข้าจะสอนวรยุทธ์ให้เจ้าเอง!” เขาตบอกและประกาศเสียงดัง

เฟิงหลี่เฉียงตกตะลึง เขาหันไปมองอีกฝ่ายที่ยืนยันด้วยสีหน้าหนักแน่น  หรือนี่จะเป็นคนสอนวิทยายุทธ์ให้เขา ตามที่อาจารย์ต้วนพูดเอาไว้ เด็กชายอดคิดในใจไม่ได้ว่า นี่คงจะเป็นแผนการของอาจารย์ที่วางเอาไว้ ตอนนี้เฟิงหลี่เฉียงได้เรียนวิชากับเพื่อนบ้านทั้งสองคน โดยที่ไม่ต้องเสียเงินสักเหวิน เด็กชายอดสงสัยไม่ได้ว่า ต้วนเจี่ยซินคงจะรู้อยู่แล้วว่า ต้าหวงเหลียนจะเดินทางกลับมาอยู่ที่นี่ในช่วงเวลานี้  จึงให้เขาฝึกการเดินลมปราณเตรียมพร้อมเอาไว้

เมื่อรู้ว่าต้าหวงเหลียนจะสอนวิชาให้ โม่ชิงเฉิงก็ไม่ยอมแพ้ ในวันนั้นเอง เขาบอกให้เด็กชายมาเรียนหนังสือกับเขาต่อไป โดยให้มาวันเว้นวันในช่วงเช้า    ส่วนช่วงบ่ายให้เขากลับไปเรียนวิชาแพทย์กับหมอต้วน และในช่วงเช้ามืดจะเป็นการเรียนวรยุทธ์เบื้องต้นกับต้าหวงเหลียน ที่จะสอนให้ในช่วงที่ยังอยู่ในหมู่บ้านนี้ หลังจากนั้น เด็กชายจะต้องไปหาคนอื่นสอนต่อ เพราะต้าหวงเหลียนมีนิสัยชอบพเนจร ซึ่งเด็กชายก็เข้าใจดีว่า ไม่มีใครมีหน้าที่จะต้องมาสอนให้เขาไปตลอด แค่ได้เรียนรู้พื้นฐานการต่อสู้ เขาก็ดีใจมากแล้ว

นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เฟิงหลี่เฉียงจึงได้เรียนรู้วิชากับอาจารย์ชั่วคราวของเขา ถึงตารางเรียนจะแน่นมาก แต่เขาก็ตั้งใจเต็มที่ เพราะโอกาสแบบนี้ไม่ได้มีมาง่ายๆ และเขาเองก็ไม่รู้ว่าต้วนเจี่ยซินจะเลิกสอนวิชาการแพทย์ให้เขาในวันไหน เด็กชายจึงต้องตักตวงทุกอย่างที่มีในตอนนี้ให้ได้มากที่สุด

หลังจากนั้นอีกไม่นาน เทศกาลปีใหม่ก็มาถึง เฟิงหลี่เฉียงจะกลับไปใช้เวลาอยู่ที่บ้านประมาณสองอาทิตย์ ในขณะที่ลูกชายของต้วนเจี่ยซินจะเดินทางมาหาพ่อ ส่วนอาจารย์โม่และอาจารย์ต้วนก็ดูเหมือนจะเดินทางไปที่อื่นเช่นกัน ลู่ปู่เป็นคนไปส่งเขากลับบ้านเช่นเคย โดยมีข้าวของมากมายที่อาจารย์เตรียมไว้ให้ ทั้งอาหาร ยา และเมล็ดพันธุ์พืช เขาล่ำลาอาจารย์และคนอื่นๆ ในบ้าน และจะกลับมาพบกันอีกครั้งในอีกสองอาทิตย์ต่อมา

เมื่อมาถึงบ้าน หลังจากไม่เห็นลูกชายอยู่ 2-3 เดือน อันเฟยจูก็ตกใจกับความเปลี่ยนแปลง ตอนนี้เด็กชายตัวสูงขึ้น เขามีร่างกายที่แข็งแรง ทำอะไรได้รวดเร็วคล่องแคล่ว บุคลิกของเขายังปลี่ยนไปมาก จากที่ในอดีตเคยขาดความความมั่นใจในบางครั้ง ก็เห็นได้ชัดว่าเขามีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น และยังสามารถอธิบายเรื่องราวต่างๆ ได้เหมือนผู้ใหญ่ เขาช่วยเธอทำงานได้หลายอย่าง และสอนหนังสือให้เฟิงหลี่อิงได้อย่างน่าสนใจ จนเธออดเอ่ยปากไม่ได้ว่า “ถ้าเจ้าเป็นครู ก็จะประสบความสำเร็จมากเลยนะ”

“ทำไมหรือขอรับท่านแม่” เด็กชายสงสัย

“เจ้าสามารถสอนเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย และยังสอนได้น่าสนุก ดูน้องสาวของเจ้าสิ อายุแค่ 3-4 ขวบเอง ยังฟังเจ้าสอนอย่างตั้งใจ จนลืมการเล่นไปเลย”

เด็กชายหัวเราะด้วยความเขินอายที่แม่ชม  เขาลูบหัวน้องสาวด้วยความเอ็นดู และพูดกับนางว่า “เสี่ยวอิงจำเอาไว้นะ ถึงเจ้าจะเป็นผู้หญิง เจ้าก็ต้องรู้หนังสือและทำตัวให้มีค่า” เด็กหญิงรับปากอย่างไร้เดียงสา โดยไม่มีใครรู้ว่าเธอเข้าใจความหมายที่แท้จริงหรือไม่

แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น หลังจากที่ผ่านวันปีใหม่ไปได้ 3 วัน จู่ๆ หิมะก็ตกหนัก ทำให้หลังคาบ้านหลายหลังยุบลงมา เพราะทนรับน้ำหนักหิมะที่ทับถมลงมาไม่ได้  บ้านของเฟิงหลี่เฉียงก็ถูกหิมะทับจนหลังคายุบด้วยเช่นกัน โชคดีที่เหตุการณ์เกิดขึ้นตอนกลางวัน พวกเขาจึงวิ่งออกมาทัน แต่บางบ้านที่หนีไม่ทัน ก็ถูกหิมะและหลังคาหล่นทับจนได้รับบาดเจ็บ พวกเขาพยายามช่วยเหลือกันตามมีตามเกิด หลายคนพยายามเข้าไปเอาข้าวของออกมา ผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านต่างระดมกำลังมาช่วยเหลือ พวกเขาต้องฝ่าหิมะไปที่อำเภอเพื่อตามเจ้าหน้าที่มาช่วย  แต่พื้นที่หลายแห่งเกิดเหตุการณ์แบบเดียวกัน เจ้าหน้าที่จึงต้องกระจายกำลังออกช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ทำให้มีกำลังพลไม่พอเพียง

ครอบครัวของเฟิงหลี่เฉียงร่วมกับคนอื่น จึงต้องย้ายไปพักที่ศาลเจ้าในหมู่บ้านก่อน เด็กชายรู้สึกเจ็บใจที่ตัวเองเป็นเด็ก ไม่สามารถช่วยเหลือแม่กับน้องได้ ตอนนี้อากาศหนาวเย็น ข้าวของเครื่องใช้หลายอย่างก็นำออกมาไม่ได้ ทำให้พวกเขาต้องอาศัยกองไฟและเตาไฟที่จุดเอาไว้กลางศาลเจ้าช่วยประทังความหนาว หลายคนช่วยกันต้มน้ำและทำข้าวต้มแบ่งกันกิน พวกเขาหวังว่าเมื่อหิมะหยุดตก จะสามารถกลับเข้าไปในบ้านและขุดเอาข้าวของออกมาได้ เฟิงหลี่เฉียงและคนอื่นเดินกลับไปที่บ้านของตนเอง และนำเอาข้าวของที่พอจะใช้ได้ออกมา โชคยังดีที่เด็กชายสามารถนำผ้าห่มและเสื้อผ้าบางส่วนออกมาเพื่อประทังหนาวไปได้

ในวันรุ่งขึ้น เฟิงหลี่เฉียงและคนอื่นต่างก็ออกไปช่วยกันขุดหิมะออกจากบ้าน โชคดีที่ตอนนี้หิมะหยุดตกแล้ว ทำให้พวกเขาเร่งมือโกยหิมะออกก่อนที่จะละลายกลายเป็นน้ำแข็ง แล้วเฟิงหลี่เฉียงก็ต้องหยุดทำงาน เมื่อเขาได้ยินเสียงคนเรียกชื่อไกลๆ เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง เขาก็พบรถลากคันหนึ่งค่อยๆ ลุยหิมะเข้ามา คนที่ตะโกนเรียกเขา คือ ลู่ปู่ เด็กชายหน้าแดงด้วยความดีใจ เขารีบโบกมือและตะโกนเรียก “ข้าอยู่ทางนี้ พี่ลู่!!”

ใช่แล้ว คนที่มาหาเขา คือ ต้วนเจี่ยซินกับลู่ปู่! เมื่อลงมาจากรถได้ เด็กชายวิ่งเข้าไปหาชายชราและกอดเขาแน่นด้วยความดีใจ เด็กชายเช็ดน้ำตาตัวเองที่ไหลไม่หยุด เขาดีใจมากที่เห็นทั้งสองคน หัวใจที่ห่อเหี่ยวของเขาเริ่มมีความหวังขึ้นมาบ้างแล้ว

ต้วนเจี่ยซินยิ้มด้วยความเมตตา เขาตบหลังเด็กชายเอาไว้เบาๆ และปล่อยให้เด็กชายร้องไห้ออกมา จากนั้นก็พูดว่า “ไม่ต้องกลัวนะเสี่ยวเฉียง อาจารย์อยู่นี่แล้ว”

เมื่อเด็กชายสงบใจได้แล้ว เขาก็เริ่มเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้หมอต้วนฟัง ซึ่งอีกฝ่ายก็บอกเช่นกันว่า ตั้งแต่ตอนที่หิมะตกหนัก พวกเขาก็เป็นห่วงเฟิงหลี่เฉียงและคนอื่น จึงตัดสินใจออกมาดู และในระหว่างทางก็พบกับเจ้าหน้าที่และทหารจากอำเภอ ที่เดินทางไปช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบภัย เขาจึงได้รู้ว่าหมู่บ้านของเด็กชายก็ถูกหิมะถล่มเช่นกัน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เฟิงหลี่เฉียง ยอดเสนาบดีแห่งหมิง   ตอนที่ 100

    ตอนที่ 100และแล้วฤดูหนาวที่ทารุณของชายแดนตะวันตกเฉียงเหนือก็เริ่มต้นขึ้น เฟิงหลี่เฉียงใช้เวลาเกือบทั้งหมดไปกับการบรรเทาภัยหนาว เขาสั่งให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ กำจัดหิมะที่ขัดขวางเส้นทางสัญจรสำคัญ และออกไปตรวจตราตามบ้านของชาวบ้าน เขายังจำประสบการณ์ในวัยเด็กของตนเอง ที่หิมะตกหนักจนทำให้บ้านถล่มได้ดีเฟิงหลี่เฉียงยังสั่งซื้อเสื้อขนแกะจากเทนซิน นอร์บู หัวหน้าเผ่าชาวทิเบต เขาเขียนจดหมายไปบอกว่า ถ้าลดราคาให้ เขาจะลดภาษีการค้าปีนี้ให้อีก 10 % ทำให้เทนซิน นอร์บู ยินดีทำตาม นับตั้งแต่ได้รับการช่วยเหลือจากเฟิงหลี่เฉียง สมัยที่ยังเป็นผู้ว่าจังหวัดจางเย่ ชาวทิเบตกลุ่มนี้จัดตั้งกองพ่อค้าเร่ เพื่อนำเนื้อแกะ แพะ วัว และผลิตภัณฑ์จากสัตว์เดินทางค้าขายจากเหนือไปใต้ และยังเพิ่มจำนวนสินค้าเกี่ยวกับสัตว์มากขึ้น เพราะพวกเขามีน้ำและอาหารสำหรับไว้เลี้ยงสัตว์เพียงพอแล้วเพื่อเป็นการตอบแทนและผูกสัมพันธ์ที่ดี เทนซิน นอร์บู ยังมอบรองเท้าหนังแกะที่บุข้างในอย่างดีให้กับทหารและข้าราชการของเฟิงหลี่เฉียง ที่ต้องออกไปลาดตระเวณและช่วยเหลือชาวบ้านจำนวน 100 คู่

  • เฟิงหลี่เฉียง ยอดเสนาบดีแห่งหมิง   ตอนที่ 99

    ตอนที่ 99นับตั้งแต่เฟิงหลี่เฉียง ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ว่าการมณฑลกานซู ก็ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้น เขาแต่งตั้งผู้ว่าการจังหวัดหลานโจวขึ้นมาใหม่ เพราะที่นี่เป็นเมืองหลวงของมณฑล และยังเป็นที่ตั้งของจวนผู้ว่าการมณฑลด้วย ทั้งเขาและผู้ว่ากานโจวจึงต้องทำงานประสานกันแล้วจ้าวซิน ผู้ว่าการจังหวัดหลานโจวคนก่อนหายไปไหนเขาก็ถูกลงโทษเช่นเดียวกันกับนายเก่าของเขา คือ หลู่เจียนเฉิง นับตั้งแต่มีการเก็บกวาดการทุจริตคั้งใหญ่ จึงเกิดตำแหน่งว่างขึ้นมาหลายตำแหน่ง ทั้งระดับผู้ว่าการจังหวัดและผู้ช่วย ไล่ลงไปจนถึงระดับเมืองและระดับอำเภอเฟิงหลี่เฉียงใช้เวลาช่วงสามเดือนแรกที่มาถึงหลานโจว ในการขุดรากถอนโคนเครือข่ายของหลู่เจียนเฉิง เขาสั่งให้แต่ละพื้นที่ส่งรายงานและข้อร้องเรียนว่า เกิดการทุจริตที่ใดบ้าง และใครเป็นผู้ลงมือ โดยมีทหารและผู้ตรวจการในแต่ละพื้นที่ร่วมตรวจสอบเฟิงหลี่เฉียง ผู้ว่าการมณฑลกานซูคนใหม่ ใช้พระเดชในการปราบปรามเก็บกวาดในช่วงแรก เขาไม่ลังเลที่จะลงโทษและส่งตัวคนผิดกลับไปรับโทษที่เมืองหลวง โชคดีที่

  • เฟิงหลี่เฉียง ยอดเสนาบดีแห่งหมิง   ตอนที่ 98 (เล่ม 5 ทะเลทรายแห่งกานซู)

    วันนี้เมืองจางเย่ดูจะคึกคักเป็นพิเศษ เพราะจะมีขบวนของพระราชสำนักเดินทางมาเพื่อประกาศข่าวดี ประตูเมืองจางเย่จึงเปิดออกกว้างเพื่อรอต้อนรับบุคคลสำคัญ ชาวบ้านที่เฝ้ารอดูอยู่ตามถนนอย่างตื่นเต้น ก็ได้ยินเสียงตีฆ้องดังก้องมาจากด้านหน้าประตูเมือง พวกเขาเห็นขบวนยาวที่มีขันทีชั้นผู้ใหญ่นำพระราชโองการมาประกาศ ในขบวนยังประกอบไปด้วยเจ้าหน้าที่จากกรมพิธีการ และจากราชสำนักอีกสามนาย ทำหน้าที่ถือเอกสารประจำตำแหน่ง ด้านหลังเป็นขบวนขนของพระราชทานและทหารที่ตามมาอีกนับสิบคนขบวนนี้เดินทางออกมาเป็นเวลาสองเดือนเต็ม ผ่านเส้นทางสายไหมอันยาวไกล จนมาถึงเมืองจางเย่ในยามเช้าตรู่ของวันนี้ ท่ามกลางผู้คนที่ออกมาต้อนรับอย่างคับคั่ง เมื่อขบวนเข้าใกล้เมืองจางเย่ เสียงแตรยาวและเสียงตีฆ้องดังสะท้อนไปทั่ว ประตูเมืองถูกเปิดออกกว้าง ที่หน้าจวนผู้ว่าการเมืองจางเย่ มีข้าราชการท้องถิ่นในชุดทางการพร้อมกับประชาชนมายืนเรียงรายตามถนนเพื่อรอต้อนรับเมื่อขบวนเคลื่อนมาถึงหน้าจวน ผู้ว่าการจังหวัดจางเย่เฟิงหลี่เฉียง พร้อมกับผู้ช่วยจิวเหวินชาง เทียนมู่อวี้ รองผู้ว่าการจังหวัดฝ่ายขวา เฉินจื้อเหวิน รองผู้ว่าการ

  • เฟิงหลี่เฉียง ยอดเสนาบดีแห่งหมิง   ตอนที่ 97 (จบเล่ม 4)

    ผู้ว่าฯหนุ่มหัวเราะ เขามองใบหน้าหล่อเหลาของอีกฝ่าย ตอนนี้แม่ทัพเจิ้งอายุ 31 ปีแล้ว “ข้าต้องขอบคุณใต้เท้าเป็นอย่างมาก ที่ช่วยเหลือพวกเราในครั้งนี้ ทำให้พวกเราจับกุมตัวการได้ ถึงจะสาวไปไม่ถึงตัวการใหญ่ก็ตาม”เจิ้งเฉิงฉานพยักหน้า และพูดด้วยสีหน้าไม่พอใจว่า “หลู่เจียนเฉิงยังไม่ทันได้สารภาพ ก็ถูกสังหารในคุกหลวงก่อน ฝ่าบาททรงกริ้วมาก เหตุเกิดขึ้นในวังหลวงแท้ๆ ทำให้เห็นว่ามีคลื่นใต้น้ำเกิดขึ้น และที่สำคัญ เรายังสาวไปไม่ถึงตัวการที่แท้จริงเลย” ประโยคหลังเขากล่าวอย่างเสียดายหลู่เจียนเฉิง ผู้ว่าการมณฑลกานซู ถูกส่งตัวไปให้ศาลต้าหลี่ตัดสินเพราะเป็นข้าราชการชั้นสูง และยังเป็นคดีสำคัญ แต่มีองครักษ์เสื้อแพรคอยติดตามอย่างใกล้ชิด ทั้งสองเข้าใจดีว่า การสอบสวนครั้งนี้ไม่ง่าย ต้องมีคนขัดขวางผ่านราชสำนักและศาลต้าหลี่สำหรับเฟิงหลี่เฉียงที่เป็นขุนนางชายแดน ถึงจะไม่รู้ว่าใครเป็นตัวบงการ เขาก็ไม่เดือดร้อนนัก เพราะเขาคงจะได้เป็นขุนนางขั้นกลาง ประจำอยู่ตามชายแดนเช่นนี้ไปอีกแสนนานแต่แม่ทัพเจิ้งดูจะเข้าใจนิสัยของขุนนางผู้นี้ เขายิ้มและพูดว่า “ใต้เท้าเฟิงอย่าเพิ่งเสียกำลังใจไป ข่าว

  • เฟิงหลี่เฉียง ยอดเสนาบดีแห่งหมิง   ตอนที่ 96

    ในที่สุด พวกเขาก็ยอมเปิดปาก นายอำเภอสารภาพว่า เขาเป็นคนส่งแผนที่และแผนการรบไปให้มองโกลเอง และทั้งหมดนั้นเป็นการร่วมมือกันของเขากับหลู่เจียนเฉิง ผู้ว่าการมณฑลกานซู และพวกเขายังวางแผนโจมตีอู่เว่ยที่อยู่ใกล้กับหลานโจว และที่ด่านเจี่ยอวี่กวานด้วยเมื่อถามถึงสาเหตุที่หลู่เจียนเฉิงร่วมมือกับมองโกล คำตอบที่ทำให้เฟิงหลี่เฉียงและพรรคพวกของเขาต้องตะลึงไป คือ พวกเขาต้องการกำจัดแม่ทัพเจิ้งเฉิงฉาน ขันทีหลี่จิว และเฟิงหลี่เฉียง โดยร่วมมือกับขุนนางบางคนในกานซูและร่วมมือกับมองโกล เมื่อกำจัดทั้งสามคนได้แล้ว พวกเขาจะนำทัพขับไล่ทหารมองโกลออกไป เมื่อมองโกลยอมล่าถอยตามแผน ผลประโยชน์ที่มองโกลจะได้รับ ก็คือ พวกเขาจะค้าขายสินค้าต้องห้ามโดยไม่เสียภาษี และยังจะแบ่งดินแดนบางส่วนให้มองโกลด้วย หลังจากนั้น หลู่เจียนเฉิง จะยังคงเป็นผู้ว่าการมณฑลกานซูต่อ และแต่งตั้งพรรคพวกของตน เข้ามารับตำแหน่งสำคัญต่างๆ เฟิงหลี่เฉียงไม่อยากจะคิดต่อเลยว่า ถ้าแผนการนี้สำเร็จ จะเกิดอะไรขึ้นกับต้าหมิง เพราะโอยรัตเป็นคู่แค้นกับต้าหมิงมานาน พวกมันคงไม่จบลงแค่พื้นที่ชายแดนตะวันตกเฉียงเหนือนี้อย่างแน่นอน!

  • เฟิงหลี่เฉียง ยอดเสนาบดีแห่งหมิง   ตอนที่ 95

    เมื่อเห็นทหารมองโกลเปิดฉากการโจมตีด้วยธนู แม่ทัพเหอชิงหยวนสั่งการทันที “ตั้งรับการโจมตี!”ทหารราบของจางเย่ตั้งแถวด้านหน้า และใช้โล่ขึ้นตั้งรับ เมื่อห่าธนูผ่านไป ทั้งสองฝ่ายต่างพุ่งเข้าต่อสู้กันด้วยดาบและหอก เสียงอาวุธกระทบกันดังสนั่น ทั้งทหารม้าและทหารเดินเท้าต่างต่อสู้ฟาดฟันกันอย่างไม่หวาดกลัว การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด ฝ่ายจางเย่ที่มีกำลังพลน้อยกว่า เริ่มมีอาการละล้าละลัง แม่ทัพเหอชิงหยวนพยายามตะโกนปลุกใจ แต่ก็ไม่ได้ผลเมื่อเห็นว่าฝ่ายของตนเริ่มต้านไม่ได้ เขาจึงออกคำสั่ง “ถอย! ถอยไปทางทะเลทรายด้านขวาก่อน!”ทหารจางเย่เริ่มถอยร่นไปทางขวา แต่น่าแปลก กองทัพมองโกลกลับพยายามไล่ต้อนให้ทหารจางเย่หนีไปทางหุบเขาเสวี่ยเฟิง ซึ่งเป็นหุบเขาที่อยู่ลึกเข้าไปในทะเลทรายโกบี หากทหารกลุ่มไหนพยายามหนีออกไปทางอื่น จะถูกทหารมองโกลไล่ให้กลับไปทางเดิม สภาพในตอนนี้ไม่ต่างจากหมาล่าเนื้อกำลังไล่ต้อนฝูงแกะตลอดการหนีนั้น ทหารจางเย่ส่งเสียงร้องด้วยความหวาดกลัว ยิ่งทำให้มองโกลฮึกเหิมมากยิ่งขึ้น “ไล่ตามไป! ต้อนให้พวกมันเข้าไปในหุบเขาให้ได้!" บาร์ตู แม่ทั

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status